Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

สรุปยอด อุบัติเหตุ 7 วันอันตรายในช่วงสงกรานต์ 3 วันแรกตาย 166 ราย เจ็บกว่า 2,000 ราย เพิ่มขึ้น 24% ?


//www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/life/20100415/110242/7%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C-3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2166%E0%B8%84%E0%B8%99.html


สรุปยอด อุบัติเหตุ 7 วันอันตรายในช่วงสงกรานต์ 3 วันแรกตาย 166 ราย เจ็บกว่า 2,000 ราย เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา


นายอุทัยรัตน์ ชัยประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2553 รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เม.ย. 53 ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ “สงกรานต์นี้ ขับขี่ปลอดภัย คนไทยรักกัน”

เกิดอุบัติเหตุ 567 ครั้ง ลดลงจาก ปี 2552 (638 ครั้ง) 71 ครั้ง ร้อยละ 11.13

ผู้เสียชีวิต 52 คน เท่ากับปี 2552

ผู้บาดเจ็บ 613 คน ลดลงจากปี 2552 (717 คน) 104 คน ร้อยละ 14.50


สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 42.86 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 18.17

ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์

ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ช่วงเวลา 16.01-20.00 น.



จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 25 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ พิษณุโลก 6 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 27 คน

จังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ มี 4 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ยโสธร ระนอง และหนองบัวลำภู ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,559 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 67,040 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 643,656 คัน

มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 75,774 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.77 ของการเรียกตรวจ โดยมีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัยมากที่สุด 25,339 ราย รองลงมา ไม่มีใบขับขี่ 23,057 ราย


สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 3 วัน (12-14 เม.ย.)

เกิดอุบัติเหตุรวม 1,994 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 389 ครั้ง ร้อยละ 24.24

ผู้เสียชีวิตรวม 166 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 27 คน ร้อยละ 19.42

ผู้บาดเจ็บรวม 2,149 คน เพิ่มขึ้น 431 คน ร้อยละ 25.09

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสูด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 83 ครั้ง

จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 11 คน รองลงมาได้แก่ อุบลราชธานี 10 คน และพิษณุโลก 7 คน

จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 94 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง 3 วัน มี 19 จังหวัด


นายอุทัยรัตน์ กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ยังคงพบว่ามีสาเหตุหลักมาจากการ เมาสุรา รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บมากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจรกรณีไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่มีใบอนุญาตขับขี่มากที่สุด

ศปถ. ได้สั่งการให้จังหวัดและกองบัญชาการตำรวจนครบาลกำชับเจ้าหน้าที่ประจำด่าน ตรวจทั้งบนถนนสายหลักและสายรองเข้มงวดกวดขันผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรและ ดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด


นอกจากนี้ พบว่า ในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ยังคงมีประชาชนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเล่นน้ำ สงกรานต์เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความคึกคะนองในการขับขี่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัยทั้งผู้ขับขี่ และผู้ซ้อนท้าย

จึงขอประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน หากมีการตรวจพบระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 50 มก.เปอร์เซนต์ จะดำเนินคดีปรับขั้นสูงสุด โดยผู้กระทำความผิดมีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตลอดจนถูกสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ รวมถึงคุมประพฤติโดยให้ทำงานบริการทางสังคม ตลอดจนเข้ารับอบรมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมภายใต้การดูแลของพนักงานคุมประพฤติ

ส่วนกรณีเมาแล้วขับและทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต มีโทษจำคุก 3-10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท รวมทั้งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

ทั้งนี้ จากการติดตามสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในระยะนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ผู้ใช้รถใช้ถนนควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่มากขึ้น





ปล ..

อีกไม่นาน ก็ผ่านไป .... ผู้คนก็จะลืมเลือน ... ( เทศกาลหน้า ก็เริ่มกันใหม่ ??? )

คนที่จะจดจำไม่ลืมเลือน ตลอดชีวิต ก็คือ ผู้ที่บาดเจ็บ คนใกล้ชิด และ ญาติ (ของผู้บาดเจ็บ และ เสียชีวิต)


Create Date : 16 เมษายน 2553
Last Update : 16 เมษายน 2553 15:25:40 น. 4 comments
Counter : 1208 Pageviews.  

 
ผมไม่ได้เดินทางช่วงเทศกาลมาเกือบ 10 ปีได้แล้ว
ทั้งเรื่องความปลอดภัย ทั้งเรา และเค้า หรือใคร.....
ในช่วงเทศกาลนี่ไม่เราง่วง เราเพลีย เค้าก็อาจจะง่วงจะเพลีย
หรือถ้าหนักก็เมาไปเลย ... แบบนี้น่ากลัว ก็เลยตัดสินใจ
ว่าเทศกาลขอหยุดอยู่บ้านแทนแล้วกัน ... เค้าเลิกเที่ยว
เลิกเดินทางแล้วเราค่อยออกเที่ยวต่อไป

ขอให้ทุกท่านที่เดินทางอย่าประมาท และเดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ


โดย: ensim วันที่: 16 เมษายน 2553 เวลา:15:44:20 น.  

 
มาเยือนกันจาก //www.thai-school.net/wanarat


โดย: พริกดิบ (พริกดิบ ) วันที่: 16 เมษายน 2553 เวลา:17:32:45 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ช่วงนี้ไม่กล้าเดินทางไกลๆ เท่าไหร่ อยู่บ้านนี่แหละดีที่สุด ถ้าจำเป็นต้องเดินทางควรระวังให้มากกว่าปกติครับ



โดย: zyberbeing วันที่: 16 เมษายน 2553 เวลา:21:08:11 น.  

 


//www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000054393

ควันหลง 'สงกรานต์' เทศกาลแห่งความสุข (เศร้า)

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน
20 เมษายน 2553 19:38 น.


และแล้วช่วงเวลาแห่งความสุข สนุกสนาน เฮฮาร่าเริง อย่าง 'สงกรานต์' ก็หมดลง
ทุกๆ ปีของเทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงที่คนไทยต่างพึงปรารถนา เพราะนั่นหมายถึงการได้กลับบ้าน ไปเยี่ยมพ่อแม่ ญาติพี่น้องที่ต้องจากกันมานาน รวมถึงการไปเที่ยวพักผ่อนสมองจากการทำงานที่เมื่อยล้า

ในการออกเดินทางสู่มาตุภูมิ ของพี่น้องประชาชนมีหลายช่องทางให้เลือก แต่ที่เราเห็นกันจนชินตานั้นก็คงหนีไม่พ้นการสัญจรทางบก

ตามสถานีขนส่งที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่ต่างหอบกระเป๋าของฝาก จูงลูกหลานกลับบ้าน ส่งผลให้จำนวนรถไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ใช้ จำเป็นต้องเพิ่มรถเสริมเป็นการด่วน หรือจำนวนรถบนท้องถนนที่จอดติดกันยาวเหยียด ไม่เว้นแต่ตามปั๊มที่มีรถจอดเรียงรายเพื่อเติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ หรือหยุดรถเพื่อพักผ่อนเอาแรง

เมื่อมีการเดินทางมากขึ้นทุกปี อุบัติเหตุบนท้องถนนก็ย่อมมีตามมากขึ้นเท่านั้น

ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยของประชาชนให้มีการเดินทางที่สะดวก ไม่เกิดอุบัติเหตุ ระหว่างเดินทาง ทั้งภาครัฐ เอกชน หน่วยงาน องค์กรต่างๆ จึงมุ่งมั่น ร่วมมือรณรงค์จัดโครงการ ออกมาตรการให้ผู้ขับขี่พาหนะตระหนัก ระมัดระวังการเดินทางบนท้องถนนมากขึ้น

เช่นเดียวกับศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประจำทุกปีที่ศูนย์แห่งนี้จะมีการสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนน

ปีนี้ก็เช่นกันศูนย์อำนวยการป้องกันและลด อุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2553 ก็ได้สรุปสถิติช่วง 7 วันอันตรายระหว่างวันที่ 12-18 เมษายน 2553

จำนวนครั้งอุบัติเหตุสะสมรวม 3,516 ครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2552 ลดลง 461 ครั้ง จังหวัดที่มีจำนวนอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 142 ครั้ง เชียงใหม่ 133 ครั้ง และพิษณุโลก 129 ครั้ง

มีผู้เสียชีวิต 361 ราย เปรียบเทียบกับปี 2552 ลดลง 12 ราย จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 18 ราย เชียงราย สระบุรี จังหวัดละ 15 ราย

ผู้บาดเจ็บมี 3,802 คน เปรียบเทียบกับปี 2552 ลดลง 530 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 159 คน พิษณุโลก 144 คน และ เชียงใหม่ 138 คน

จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตช่วง 7 วันอันตราย ได้แก่ ตราด พังงา สุโขทัย แม่ฮ่องสอน ระนอง ลำพูน สมุทรสงคราม และยะลา

นี่อาจจะบอกอะไรได้ไหมว่า อุบัติเหตุเกิดได้ทุกเมื่อ ไม่เว้นวันหยุดสงกรานต์!!!

ย้อนหลังวันวาน สถิติสงกรานต์ 5 ปี

จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุสงกรานต์ 2553 อาจจะยังทำให้ไม่เห็นภาพแน่ชัดว่า อุบัติเหตุช่วงสงกรานต์แต่ละปีมีสภาพเป็นเช่นไร มีความรุนแรงจนน่าเป็นห่วงหรือลดลงจนเป็นที่น่าดีใจ

เมื่อย้อนสถิติกลับไป 5 ปี โดยเริ่มตั้งแต่สงกรานต์ ปี 2548-2552 ก็พบว่า

สถิติอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ปี 2548 มีอุบัติเหตุทางถนนรวม 12,074 ครั้งผู้เสียชีวิต 522 ราย ได้รับบาดเจ็บสะสม 16,395 ราย จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตได้แก่ นครราชสีมา นครศรีธรรมราช 19 ราย นครสวรรค์ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ อุดรธานี 13 คน

ขณะที่สถิติอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ปี 2549 พบว่ามีอุบัติเหตุสะสม 5,327 ครั้ง จังหวัดที่มีอุบัติเหตุสูงสุด คือ เชียงราย223ครั้ง เชียงใหม่และพิษณุโลก 191 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 476 ราย จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากสุด คือ พิษณุโลก 20 ราย เชียงใหม่ 17 ราย นครราชสีมา 16 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ได้แก่ แพร่ ระนอง สมุทรสงคราม ผู้บาดเจ็บสะสมทั้ง 10 วันมี 7,287 คน

สำหรับภาพรวมสถิติอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ปี 2550 จำนวนการเกิดอุบัติเหตุ 4,274 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 361 ราย ผู้บาดเจ็บ 4,805 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากสุด ได้แก่ เชียงราย รองลงมาคือ อุดรธานี และเชียงใหม่

จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากสุด คือ ขอนแก่น นครพนม เชียงใหม่ ส่วนจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บมากที่สุด คือ เชียงราย นครศรีธรรมราช และอุดรธานี

เมื่อเทียบกับสถิติปี 2549 ก็พบว่าการเสียชีวิต ปี 2550 ต่ำกว่าปี 2549 ขณะที่จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บจะสูงกว่าปี 2549 เล็กน้อย

อุบัติเหตุสงกรานต์ปี 2551 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 4,243 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 368 ราย บาดเจ็บ 4,803 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คือ เชียงราย 176 ครั้ง เพชรบูรณ์ 159 ครั้ง พิษณุโลก 132 ครั้ง

จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด คือ พิษณุโลก 25 ราย เชียงใหม่ 14 ราย กรุงเทพฯ และนครสวรรค์ 13 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ได้แก่ นครนายก สิงห์บุรี ยะลา กระบี่ ศรีสะเกษ และยโสธร

เมื่อเปรียบเทียบกับสถิติปี 2550 พบว่าจำนวนการเกิดอุบัติเหตุในปี 2551 ลดลงจากเดิม 31 ครั้ง ผู้บาดเจ็บลดลง 2 คน

และสงกรานต์เมื่อปี 2552 พบการเกิดอุบัติเหตุรวม 3,977ครั้ง น้อยกว่าปี 2551 จำนวน266 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 373 ราย มากกว่าปี 2551 จำนวน 5 ราย ผู้บาดเจ็บ 4,332 คน น้อยกว่าปี 2551 จำนวน 471 ราย

ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ เชียงราย 145 ครั้ง จังหวัดที่เสียชีวิตสูงสุด มีจังหวัดเชียงใหม่ 14 ราย สำหรับจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเลย ได้แก่ ตราด ฉะเชิงเทรา ยโสธร อำนาจเจริญ สกลนคร น่าน และยะลา จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด เชียงราย 164 ราย

สำหรับสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุช่วง สงกรานต์ของทุกๆ ปีก็คงหนีไม่พ้น เมาแล้วขับ รองลงมาเป็นขับรถโดยใช้ความเร็วเกินกำหนด

การเก็บสถิติอุบัติเหตุที่จัดทำขึ้นทุกปี พอจะเป็นเครื่องย้ำเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ตระหนักถึงความสูญเสีย มีจิตสำนึกในการขับขี่ยานพาหนะอย่างระมัดระวังได้ รวมทั้งจะได้นำข้อมูลที่ได้รวบรวมไว้มาศึกษาวิเคราะห์ถึงปัจจัยเสี่ยงปัจจัย แห่งความสำเร็จ และข้อบกพร่องต่างๆ มาเป็นฐานข้อมูลในการพัฒนา วางแผนป้องกัน ลดอุบัติเหตุทางถนนในภาพรวมของประเทศ ทั้งในช่วงเทศกาลและในระยะยาว เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

วัฒนธรรมความปลอดภัย ลดภัยอุบัติเหตุ

จากสถิติ 5 ปีย้อนหลังตั้งแต่ปี 2548-2552 พอจะคาดการณ์และแจ่มชัดขึ้นมาว่าการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตได้ลดลงทุกปี และหวังว่าในปีต่อไปสถิติก็คงจะลดลงเรื่อยๆ คงเป็นสิ่งที่ดีมิใช่น้อย

ในเรื่องนี้ อนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (คปถ.) ประเมินสถานการณ์อุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ปี 2553 ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า ในปีนี้มีสถานการณ์แทรกซ้อนหลายเรื่อง เช่น เรื่องงบประมาณที่ได้น้อยลง ทำให้การทำงานปีนี้อาจจะไม่เต็มที่เท่าที่ควร แต่ที่ออกมานั้นถือว่าเกินคาด เพราะนอกจากสถิติอุบัติเหตุจะลดลงแล้ว ยังได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ อย่างเต็มที่

“ที่ผ่านมา เราถือว่าเราเต็มที่ที่สุดแล้ว แต่บางครั้งอุบัติเหตุบางเรื่องก็ถือว่าอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา อย่างอุบัติเหตุใหญ่ที่สระบุรี ที่มีรถข้ามถนนไปเฉี่ยวชนกับรถอีกฝั่งหนึ่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตทีเดียว 7 ศพ อย่างนั้นก็อยู่นอกเหนือความคาดหมายจริงๆ ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งพอเกิดขึ้นมาแล้วก็ทำให้ตัวเลขมันพุ่งสูงไป”

ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุลดลงเรื่อยๆ อนุชามองว่า น่าจะมาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะพฤติกรรมการเดินทางที่น่าจะเปลี่ยนไป เพราะอย่างที่ทราบว่า เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้หยุดยาว ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนมีทางเลือกเวลาในการเดินทางได้มากขึ้น

ไม่เพียงแค่นั้น ในปีนี้ยังมีการตั้งด่านตรวจในจังหวัดต่างๆ มากขึ้น โดยมีตำรวจภูธรของแต่ละจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบ ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมาก เพราะทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็มีโครงการในเรื่องเหล่านี้ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจุดเสี่ยง หรือสถิติข้อมูลต่างๆ ขณะเดียวกันก็มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งสังเกตได้เลยว่า ปีนี้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรมากขึ้นหลายหมื่นคดี

“ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว หรือชุมทาง ซึ่งปกติก็มีสถิติสูงทุกปี ตอนนี้เราก็มีแนวทางที่จะดำเนินการต่อไปแล้ว โดยจะให้มีการไต่สวนเชิงลึกระดับจังหวัดว่า ปัญหานั้นมาจากสาเหตุใดบ้าง เพื่อจะได้หาแนวทางป้องกันให้ชัดเจนและเป็นระบบต่อเนื่องให้เป็นรูปธรรม ชัดเจน ส่วนบางจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุใหญ่สักครั้ง เชื่อว่าทางจังหวัดเอง ก็คงพยายามหากรรมวิธีต่างๆ นอกเหนือจากที่เราสั่งการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก”

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้ มันก็ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของคนบ้านเรา ซึ่งก็ควรใส่ใจให้มากกว่านี้ เพราะหลายๆ คนก็มองเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องนิดหน่อย เช่นใกล้ๆ แค่นี้ไม่สวมหมวกกันน็อกก็ได้ ก็ถือเป็นเรื่องเห็นอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งเราก็คงต้องปลูกฝังให้มากขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะพวกรุ่นเด็กที่น่าจะทำได้ง่ายกว่า ส่วนคนที่อายุเยอะ มันก็คงเลยวัยไปแล้ว

ปากคำคนพื้นที่จังหวัดมี-ไม่มีผู้ เสียชีวิต

ในบรรดาจังหวัด 76 จังหวัดของไทย มี 8 จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเลยในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน สุโขทัย สมุทรสงคราม ตราด ระนอง พังงา ยะลา

นับว่าเป็นเรื่องดีที่ควรจะสนับสนุน รณรงค์กันต่อไป และขอปรบมือให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีวินัยอย่างเคร่งครัด มีความระวังในการเดินทาง

และดูจะเป็นเรื่องน่าภูมิอกภูมิใจไม่ใช่เล่นสำหรับผู้คนในจังหวัด ทั้งแปด

“ก็ภูมิใจ ถือว่าประชาชนในจังหวัดตราดให้ความร่วมมือกับโครงการรณรงค์เป็นอย่างดี” อังสุมาลิน สาคะเรศ พนักงานของรัฐ เธอบอกว่าตัวเองเป็นลูกครึ่งจันทบุรี-ตราด บอกกับเราด้วยความภูมิใจ แถมขำๆ ด้วยว่า

“คนตราดคงอยากเล่นน้ำ จนไม่มีเวลาขับรถ หรืออาจประมาณว่าห้อยพระดี แต่เรื่องอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ ต้องมีสติ”
เธอตั้งข้อสังเกตด้วยว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้จังหวัดตราดไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเลย อาจเพราะเป็นจังหวัดเล็กและไกล ความคับคั่งในการสัญจรและปริมาณรถจึงไม่เยอะ

ขณะที่ ชุติมา วุฒิเขตร์ พนักงานบริษัทคนหนึ่ง เป็นคนโคราชโดยกำเนิดที่เข้ามาทำงานในบางกอก ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาเธอเองก็กลับบ้าน และการที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่ครองแชมป์มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกน้อยอกน้อยใจอะไร

“เฉยๆ ปกติก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว คนอีสานก็เข้ามาทำงานกรุงเทพฯ มากกว่าคนภาคอื่นๆ เวลาจะกลับอีสานก็ต้องผ่านโคราช ก็เลยมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุและมีคนตายมากกว่าจังหวัดอื่น”

เมื่อสังเกตดูจะพบว่าจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ไม่มีจังหวัดในภาคอีสานเลย
……….

จากสถิติที่ลดลงอย่างต่อเนื่องพอจะบอกได้หรือ ไม่ว่าประชาชนต่างก็หันมาให้ความสำคัญ ความปลอดภัยในการเดินทางช่วงสงกรานต์ ผลที่ออกมาจึงอยู่ในระดับที่น่าพอใจของใครหลายฝ่าย สงกรานต์ครั้งต่อๆไปจะได้มีแต่ความสุข สนุกไร้ความเศร้า

..........

เรื่อง : ทีมข่าวCLICK


โดย: หมอหมู วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:14:58:50 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]