Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

มาเชิญ.. ชวน .. ชักจูง..ให้ไปอ่านกัน ..คณะในฝันรายสัปดาห์ เว็บไซต์เด็กดี ..กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ ๑




คณะในฝันรายสัปดาห์ เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม


กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ ๑



//www.dek-d.com/content/admissions/18748/%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-1.htm



สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว DEK-D.com .... มาแล้ว มาแล้ว คณะในฝันประจำเดือนมกราคม "แพทยศาสตร์" ก็มาถึงสัปดาห์ที่ 3 แล้ว หลังจาก คราวก่อน พี่เป้ พาน้องๆ ไปพูดคุยกับรุ่นพี่จาก 6 ชั้นปี คงทำให้พอเห็นภาพกันชัดเจนขึ้นว่าการเรียนแพทย์เป็นยังไงบ้าง

มาคราวนี้ พี่เป้ ดีใจสุดๆ เพราะมีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณหมอคนเก่งที่ได้ให้เกียรติสัมภาษณ์ ลงคอลัมน์คณะในฝัน ขอบอกว่า รู้สึกเป็นเกียรติสุดๆ เลยล่ะค่ะ เพราะแต่ละท่านต่างก็งานยุ่ง บางท่านก็เรียนหนัก แต่ก็ยังสละเวลามาตอบคำถามให้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไปดูกันเลยดีกว่าว่าคุณหมอที่จะมาคุยกับน้องๆ เป็นคุณหมอด้านไหนกันบ้าง


คุณหมอท่านที่ 1 : คุณหมอหมู นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์
แพทย์เฉพาะทางด้านเวชกรรมสาชาศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์


คุณหมอท่านที่ 2 : คุณหมอจิ้งกุ่ง พญ. ธัญญาณ์ รอดกนก
แพทย์ประจำบ้านสาขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


คุณหมอท่านที่ 3 : คุณหมอไปป์ แพทย์ประจำบ้านสาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น
ชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และจิตแพทย์ประจำหน่วยจิตเวชเด็ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

คงไม่ต้องบอกเหตุผลว่า ทำไม ต้องเชิญ ชวน กันขนาดนี้ .. น่า นาน ๆ มีโอกาส ซะที





        สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว DEK-D.com .... มาแล้ว มาแล้ว คณะในฝันประจำเดือนมกราคม "แพทยศาสตร์" ก็มาถึงสัปดาห์ที่ 3 แล้ว หลังจาก คราวก่อน พี่เป้ พาน้องๆ ไปพูดคุยกับรุ่นพี่จาก 6 ชั้นปี คงทำให้พอเห็นภาพกันชัดเจนขึ้นว่าการเรียนแพทย์เป็นยังไงบ้าง มาคราวนี้ พี่เป้ ดีใจสุดๆ เพราะมีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณหมอคนเก่งที่ได้ให้เกียรติสัมภาษณ์ ลงคอลัมน์คณะในฝัน ขอบอกว่า รู้สึกเป็นเกียรติสุดๆ เลยล่ะค่ะ เพราะแต่ละท่านต่างก็งานยุ่ง บางท่านก็เรียนหนัก แต่ก็ยังสละเวลามาตอบคำถามให้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไปดูกันเลยดีกว่าว่าคุณหมอที่จะมาคุยกับน้องๆ เป็นคุณหมอด้านไหนกันบ้าง

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

คุณหมอท่านที่ 1 : คุณหมอหมู นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์
แพทย์เฉพาะทางด้านเวชกรรมสาชาศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์
พี่เป้: สวัสดีค่ะคุณหมอ อยากให้คุณหมอช่วยแนะนำตัวแก่น้องๆ ที่กำลังอ่านอยู่หน่อยค่ะ?
คุณหมอหมู: ชื่อ พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ชื่อในเนต หมอหมู เรียนจบมัธยมจากโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม จังหวัดกำแพงเพชร สอบโควต้าเข้าไปเรียนแพทย์ทั่วไป ๖ ปี ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วก็เรียนต่อแพทย์เฉพาะทางโรคกระดูกและข้อ (ออร์โธปิดิกส์) อีก ๓ ปี ที่ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พี่เป้: ทำไมคุณหมอถึงสนใจศึกษาต่อด้านออร์โธปิดิกส์คะ?
คุณหมอหมู: ตอนเรียนแพทย์ ก็รู้สึกอยากจะเป็นหมอผ่าตัด อาจเป็นเพราะค่านิยมในสมัยนั้นที่หมอผู้ชายส่วนใหญ่จะเลือกเป็นหมอผ่าตัด ส่วนเหตุผลหลักที่เลือกเป็นหมอผ่าตัดกระดูกและข้อแทนที่จะเป็นหมอศัลยกรรมทั่วไป ก็คือชอบบรรยากาศการเรียนการสอน โดยเฉพาะความเป็นกันเองของรุ่นพี่และอาจารย์ แล้วก็มีวิธีผ่าตัด มีเครื่องไม้เครื่องมือเยอะแยะให้เลือกใช้

พี่เป้: นับตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน คุณหมอทำงานที่ไหน มาแล้วบ้างคะ?
คุณหมอหมู: จบแล้วก็มาทำงาน ที่ รพ.กำแพงเพชร ที่เดียวเลยครับ ทำได้สิบกว่าปีจึงได้ลาออกจากราชการ ปัจจุบันเปิดคลินิกส่วนตัวรักษาโรคกระดูก และข้อโดยเฉพาะ แล้วก็ตอบปัญหาสุขภาพผ่านเว็บและเมล์ ถือว่าเป็นการทำประโยชน์กลับคืนให้สังคมบ้าง

พี่เป้: ความยากง่ายของการเป็นหมอออร์โธปิดิกส์อยู่ที่ไหนคะ?
คุณหมอหมู: ไม่ว่าหมอทั่วไป หรือหมอเฉพาะทางก็จะเหมือนกันตรงที่ต้องติดตามข่าวสารความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ แต่หมอกระดูกก็จะเพิ่มตรง เทคนิคการผ่าตัดใหม่ ๆ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ฝึกฝน วิธีเครื่องมือที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน และราคาแพงมาก นอกจากนั้นยังต้องอาศัยทีมงาน (พยาบาล เจ้าหน้าที่) ที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน ทำให้ค่อนข้างยากสำหรับหมอกระดูกและข้อในต่างจังหวัดที่จะพัฒนาตามเทคโนโลยี่ใหม่ ๆ เหล่านี้
เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

พี่เป้: ทราบมาว่าคุณหมอเขียนหนังสือด้วย ไม่ทราบว่าเป็นหนังสืออะไรคะ?
คุณหมอหมู: ชื่อหนังสือ “ รู้เท่าทัน ป้องกันโรคกระดูก “ สำนักพิมพ์ฐานบุ๊คส์ เป็นหนังสือเกี่ยวกับความรู้โรคกระดูกและข้อที่พบบ่อย ทั้งสาเหตุ อาการ การดูแลตนเอง แนวทางรักษา เพื่อที่ให้ผู้อ่านได้รับ และเข้าใจ เพื่อจะได้สามารถดูแลรักษาตนเองได้ในเบื้องต้น เพราะผมมีความเชื่อว่าถ้าประชาชน ผู้ป่วย มีความรู้ก็จะสามารถดูแลตนเอง รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตนเองอย่างไร และให้ความร่วมมือกับแพทย์ได้มากขึ้น แพทย์เองก็จะสามารถพูดคุยแนะนำได้ง่ายขึ้น ผลการรักษาก็ดีขึ้น ดีด้วยกันทุกฝ่าย ถ้าใครยังไม่มี ก็รีบไปซื้อหาได้เลยนะครับ

พี่เป้: การทำงานเป็นหมอในโรงพยาบาลกับการเปิดคลินิกส่วนตัว มีหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันมั้ยคะ?
คุณหมอหมู: ต่างกันมากครับ แบ่งเป็นข้อ ๆ จะได้เปรียบเทียบกันง่ายขึ้น
    ๑. การทำงาน ... ในโรงพยาบาล หมอก็ทำหน้าที่ตรวจรักษา ส่วนหน้าที่อื่น ๆ เช่น สั่งซื้อยา เตรียมอุปกรณ์ สถานที่ คิดค่าใช้จ่าย เก็บเงิน ฯลฯ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ช่วยจัดเตรียมไว้ให้ แต่ในคลินิก เราก็ต้องทำทุกอย่าง สั่งซื้อยาอุปกรณ์ คิดค่ารักษา ต้องรับผิดชอบการลงทุน ผลกำไรขาดทุน เทียบง่าย ๆ ก็คงคล้ายกับเป็นเจ้าของกับลูกจ้างนั่นเอง

    ๒. การตรวจรักษา ... หน้าที่ของแพทย์ ก็อาจไม่แตกต่างกันนัก แต่ที่แตกต่างกันมากก็คือ เวลาที่ใช้ในการตรวจผู้ป่วยแต่ละคน ในโรงพยาบาลคนไข้เยอะมาก จึงไม่สามารถที่จะตรวจละเอียด หรือให้เวลาพูดคุยแนะนำได้มากนัก ในขณะที่คลินิกคนไข้ปริมาณไม่มากนัก จึงมีเวลาพูดคุยซักถาม มีเวลาตรวจ มีเวลาแนะนำได้มากกว่าตอนอยู่ที่โรงพยาบาล
พี่เป้: อยากให้คุณหมอช่วยเล่าถึงเคสคนไข้ที่ประทับใจสัก 1 เคสหน่อยค่ะ?
คุณหมอหมู: มีเยอะเหมือนกันนะครับ เลือกรายนี้ละกัน เป็นเด็กวัยรุ่นประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ ( กำลังเดินทางกลับจากเรียนพิเศษ แต่ถูกคนเมาสุราขับรถกะบะมาชนท้าย) มีแขนขาหักทั้งสองข้าง กระดูกเชิงกรานแตก ตับแตก ม้ามแตก แต่ก็ยังดีที่ใส่หมวกกันน็อก สมองเลยไม่ได้รับบาดเจ็บ ไม่เช่นนั้นก็อาจเสียชีวิตไปแล้ว มาถึงโรงพยาบาลวันแรกก็ผ่าตัดเรื่องช่องท้อง หมอศัลยกรรมผ่าไปก่อน ผมก็ค่อยใส่เฝือก ใส่เหล็กดามกระดูกภายนอกไว้ชั่วคราว เพราะคนไข้เสียเลือดมาก ใช้เวลาผ่าตัดไปแล้วสามชั่วโมงกว่า หลังจากนั้นก็มาดูแลรักษาจนสภาพทั่วไปดีขึ้นแล้ว ก็ค่อยไปผ่าตัดใส่เหล็กดามกระดูกแขนขาทั้งสองข้าง ผ่าตัดทำแผลกันอีกหลายรอบ กว่าจะได้กลับบ้านก็ใช้เวลาเป็นเดือน
      ที่ประทับใจก็คือดูจากสภาพผู้ป่วยในตอนแรก ไม่น่าจะรอด แต่ก็ได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ (ศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมกระดูก และอายุรกรรม ) ทีมพยาบาลและเจ้าหน้าที่รวมกัน ทำให้ผลการรักษาออกมาดีกว่าที่คาด สามารถกลับมาเดินได้ เรียนหนังสือได้อีกครั้ง เวลาที่ผู้ป่วยมาพบ ได้เห็นว่าเขาดีขึ้น ก็จะรู้สึกภาคภูมิใจ ที่มีส่วนช่วยให้เขากลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง

เด็กดีดอทคอม :: กว่าจะเป็นหมอ ตอนที่ 1

พี่เป้: เชื่อว่ามีน้องๆ หลายคนที่กำลังอ่านสนใจด้านสุขภาพ อยากให้คุณหมอช่วยแนะนำวิธีการดูแลข้อและกระดูกอย่างง่ายๆ ค่ะ?
คุณหมอหมู: สำหรับวัยรุ่น ก็อยากให้แบ่งเวลาไปออกกำลังกายบ้าง เพราะร่างกายในช่วงนี้จะเป็นการสร้าง ถ้าไม่สร้างให้แข็งแรงแล้วพออายุมาก ก็จะเกิดปัญหาโรคข้อ โรคกระดูกตามมา อีกประเด็นก็เกี่ยวกับการบาดเจ็บบริเวณกระดูกหรือข้อ การดูแล ปฐมพยาบาล ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ช่วง ๒๔ ชม.แรกให้ใช้หลัก RICE
-Rest พัก หยุดใช้ส่วนที่บาดเจ็บ ให้อยู่นิ่ง ๆ
-Ice ประคบเย็น เพื่อให้หลอดเลือดหดตัว เลือดจะได้ออกน้อยลง
-Compress กดรัด ใช้ผ้ายืดพัน เพื่อลดอาการปวด บวม และ เลือดออกน้อยลง
-Elevate ยก ส่วนที่บาดเจ็บให้สูง เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น หลังจากนั้นก็ค่อยประคบด้วยความร้อนหรือใช้ครีมนวด เพื่อให้เลือดที่ออกมาแล้วนั้นถูกดูดซึมได้เร็วขึ้น ที่เห็นในโฆษณาที่หกล้มปุ๊บก็ใช้ยาหม่องนวดเลยนั้น เป็นความเข้าใจผิด อย่าไปทำนะครับ ถ้ารู้สึกเจ็บมาก บวมมาก ก็ควรรีบไปพบแพทย์ จะได้ดูแลรักษาให้ถูกต้องเหมาะสม

ผมทำบล็อกเอาไว้ด้วย มีเรื่องที่น่าสนใจเยอะแยะ ลองเข้าไปอ่านดูก็ได้นะครับ //cmu2807.bloggang.com/

พี่เป้: สุดท้ายท้ายสุด อยากให้คุณหมอช่วยให้กำลังใจหรือฝากข้อคิดแก่น้องๆ ที่อยากเป็นแพทย์ด้วยค่ะ
คุณหมอหมู: อยากให้ลองค้นหาเหตุผลว่าทำไมถึงอยากเป็นแพทย์ เพราะแพทย์เป็นวิชาชีพที่ต้องใช้ทุ่มเท ทั้งเวลา แรงกาย แรงใจ อย่างมาก ตั้งแต่เริ่มเรียนไปจนตลอดชีวิตการทำงานเป็นแพทย์ อย่าคิดว่าจะเข้ามาเรียนเพราะว่าจบไปแล้ว ทำงานสบาย รายได้ดี ในปัจจุบันแพทย์มีจำนวนมากขึ้นโดยเฉพาะคลินิกหรือ รพ.เอกชน มีเยอะกว่าสมัยก่อนมาก โอกาสที่จะทำงานมีรายได้สูง จนร่ำรวยเหมือนสมัยก่อนนั้นแทบไม่มีเลย ชีวิตจริงแตกต่างจากที่คนภายนอกเข้าใจหรือเห็นจากโทรทัศน์ รายได้ของแพทย์โดยเฉลี่ยก็ถือว่าปานกลาง อาจดีกว่าค่าเฉลี่ยของอาชีพทั่วไป แต่ก็ไม่ได้มากมายจนทำให้ร่ำรวย นอกจากเรื่องรายได้แล้ว ปัจจุบัน (อนาคต) ก็จะมีปัญหาเรืองของการฟ้องร้องแพทย์ ซึ่งคาดว่าจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับและปรับตัว ถ้ายังเป็นหมอก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ส่วนข้อดีของการเป็นแพทย์ก็คือความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือผู้ป่วย เป็นอาชีพที่มั่นคง มีรายได้พอสมควรกับการดำรงชีวิต แล้วก็ยังได้รับความนับถือให้เกียรติจากคนส่วนใหญ่ ( ซึ่งมีไม่กี่อาชีพที่คนนำเงินมาให้แล้วยังไหว้ขอบคุณ )



ปล. เด็ก ๆ หน้าตาสดใสดีจริง ๆ





Create Date : 23 มกราคม 2553
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2555 21:49:20 น. 2 comments
Counter : 1531 Pageviews.  

 


โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 23 มกราคม 2553 เวลา:16:09:57 น.  

 
กำลังจะไปอ่านค่ะ..
แต่คิดว่ามันคงยากเกินไปสำหรับตัวเองแน่ๆ


โดย: ตัวp_box วันที่: 23 มกราคม 2553 เวลา:19:19:46 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]