Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

ศิริราชมอบรางวัล "แพทย์ดีเด่นในชนบท ปี 2552" ... อ่านข่าวแล้วก็ยินดีด้วย แต่ก็สงสัยว่า ???




//www.thairath.co.th/content/edu/108440


แพทย์ดีเด่นในชนบทปี 2552 และสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ “เดอะ บีทเทิลส์” เผยยึดพระราชดำรัส “ขาดทุน คือกำไร” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดระยะเวลา 23 ปี ในการทำงาน...

เมื่อ เวลา 10.00น. วันที่ 3 ก.ย. ที่ห้องประชุมคณะแพทยศาสตร์ ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลศิริราช มีการแถลงข่าวประกาศผลและมอบรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2552 โดยมีนพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วยนพ.อนุพันธ์ ตันติวงศ์ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบท

นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบทนี้ ทางคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นในปี 2516 เพื่อยกย่อง สนับสนุน ให้กำลังใจ และประกาศเกียรติคุณให้กับแพทย์ในชนบทที่มีผลงานดีเด่น และเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนแพทย์ รวมทั้งนักศึกษาแพทย์ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา และจะต้องไปปฏิบัติงานในชนบท เพื่อประโยชน์อันสูงสุดแก่ชุมชน และสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผลการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบทประจำปี 2552 นี้ ทางคณะกรรมการได้มีมติเป็นเอกฉันท์ตัดสินให้ นพ.กิติภูมิ จุฑาสมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เป็นผู้ได้รับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบทประจำปี 2552

ด้าน นพ.อนุพันธ์ ตันติวงศ์ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบท กล่าวว่า ขั้นตอนในการคัดเลือกนั้นประกอบด้วย การพิจารณาคุณสมบัติต่างๆ เช่น การให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข การบริหารมนุษยสัมพันธ์ ความเสียสละ ความสนใจใฝ่รู้ในวิชาการ ความเป็นผู้นำที่ดีและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยต้องมีระยะเวลาในการปฏิบัติงานทางการแพทย์ในชนบทติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยจะไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นศิษย์เก่าของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ทั้งนี้ในปี 2552 มีการเสนอชื่อแพทย์ให้คณะกรรมการพิจารณา 26 ราย และจากการลงพื้นที่ สัมภาษณ์แพทย์ ผู้ร่วมงาน ผู้มารับบริการ รวมทั้งเยี่ยมชมผลงานของโรงพยาบาล คณะกรรมการจึงมีมติเอกฉันท์ให้ นพ.กิติภูมิ จุฑาสมิต ได้รับรางวัลดังกล่าว

ส่วน นพ.กิติภูมิ จุฑาสมิต กล่าวภายหลังรับรางวัลว่า รางวัลนี้ไม่ใช่ของตนเพียงคนเดียว แต่เป็นรางวัลของคน อ.ภูสิงห์ ตนมาทำงานอยู่ที่จ.ศรีสะเกษตั้งแต่ปี 2530 โดยเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลยางชุมน้อย ก่อนที่ในปี 2539 จะย้ายมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูสิงห์ จนถึงปีนี้ก็ 23 ปี แล้ว ที่ตนทำงานอยู่ที่จ.ศรีสะเกษ และคิดว่าจะอยู่ต่อไป เพราะชอบรักษาคนไข้ อีกทั้งจังหวัดนี้ยังมีปัญหาแพทย์ไม่เพียงพอ ตลอดเวลาการทำงานตนจะยึดพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเคยมีพระราชดำรัสว่า “ขาดทุน คือกำไร” ที่หมายความว่า หากเรายอมขาดทุน เสียสละ กำไรก็จะเกิดขึ้นกับสังคม เป็นคติในการทำงานของตนมาโดยตลอด

แพทย์ดีเด่นในชนบทปี 2552 กล่าวด้วยว่า ส่วนความขัดแย้งในร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายจากการรับบริการ สาธารณสุข พ.ศ.... ที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้น ส่วนแล้วเห็นด้วย แต่มองว่าสังคมยังมองกฎหมายนี้แบบสุดโต่งเกินไป เพราะความจริงแล้วแพทย์ กับคนไข้ ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเสมอ ยอมรับว่าการสูญเสียสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่สังคมประณามแพทย์มาเกินไปเช่นกัน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหากมีการประชาสัมพันธ์กฎหมายนี้ให้แพทย์ได้ศึกษากัน จริงๆ ก็คงจะต้องเห็นด้วยกับตนแน่นอน เพราะการเยียวยาคนไข้จะช่วยได้มาก โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องสนใจว่าใครถูกหรือผิด แต่ต้องสนใจว่าจะเยียวยาอย่างไร

สำหรับประวัติของ นพ.กิติภูมิ จุฑาสมิต เกิดเมื่อวันที่ 13 ก.พ. พ.ศ.2507 สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี 2530 และเคยเข้าร่วมแข่งขันรายการแฟนพันธุ์แท้ในปี 2544 และปี 2546 ในหัวข้อ The Beatles (เดอะ บีทเทิลส์) จนได้รับรางวัลสุดยอดแฟนพันธุ์แท้เดอะ บีทเทิลส์ ทั้งสองครั้ง โดยเมื่อปี 2546 ได้รับรางวัลให้ไปทัวร์ตามรอยวงเดอะ บีทเทิลส์ ที่ประเทศอังกฤษ แต่เนื่องจากต้องใช้เวลาถึง 7 วัน นพ.กิติภูมิ จึงปฏิเสธรางวัลดังกล่าว เพราะติดภาระในการตรวจรักษาคนไข้ นอกจากนี้ในปี 2537 นพ.กิติภูมิ ยังเคยได้ทุนให้ไปอบรมที่ประเทศนิวซีแลนด์ แต่นพ.กิติภูมิ ก็ปฏิเสธ เพราะในขณะนั้น หากเดินทางไปทางโรงพยาบาลภูสิงห์จะเหลือแพทย์เพียงคนเดียว







ปล... ผมไปเห็นข้อความที่คุณหมอให้สัมภาษณ์ ..

" ..อีกอย่างเขาก็คงเห็นว่า ผมทำงานในพื้นที่ทุรกันดารมา 20 ปีแล้ว บ้านก็ไม่มี รถก็ไม่มี ปูเสื่อนอนอยู่ทุกคืน การงานก็หนักสุดๆ แทบจะไม่เคยมีพักกลางวันเลย "


................ นี่ก็เป็นตัวอย่างของชีวิตหมอคนหนึ่งในชนบท ซึ่งมีอีกหลายท่านที่อุทิศตัวแบบนี้ .

................ หมอที่ดี เสียสละ ควรได้รับคำชื่นชม ...

................ แต่ สังคมไทย ประชาชนไทย ประเทศไทย .. ควรมีอะไรที่ช่วยสนับสนุน คุณหมอ เขามากกว่า คำชื่นชม หรือเปล่า ???

................ หรือจะปล่อยให้หมอเขา เสียสละ ไปเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งเขาหมดแรง (กาย ใจ ) ไปเอง ???

แล้วพอถึงวันนั้น สังคมก็มาประณามว่า " หมอไม่เสียสละ "

หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ในระบบราชการ โดยเฉพาะ ใน รพ.ชุมชน รพ.อำเภอ ต่างจังหวัด ..... ทำงานหนักมาก ผมว่าเขาหล่านั้น อยู่ในราชการก็ถือว่าเสียสละแล้วครับ ..

ถ้าไม่สนับสนุน ก็ขอแค่ความเห็นใจ .. โดยเฉพาะ จาก ผู้บริหาร อาจารย์ทั้งหลาย ที่ชอบอ้างกันเหลือเกินว่า อยากให้ หมอดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ ... ( แต่ท่านที่พูด ไม่เคยมาดูว่า " งานที่พวกเขาทำกันอยู่นั้น มันเกินมนุษย์ทั่วไปเขาทำกัน )

ก็อยากจะขอให้ผู้บริหาร อาจารย์ และ ประชาชน.. " ดูแล หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ฯลฯ .. ด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ ด้วยเช่นกัน "


Create Date : 05 กันยายน 2553
Last Update : 5 กันยายน 2553 12:26:50 น. 3 comments
Counter : 1375 Pageviews.  

 
ชื่นชมค่ะ


โดย: namfaseefoon วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:12:47:38 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ พี่หมู.....การเสียสละ ก็ควรต้องมีการสนับสนุนที่ดีควบคู่ไปด้วย

ถ้าวันนึง การเสียสละ กลับกลายเป็นความทรมาน
จะไปว่าเค้าไม่เสียสละ...ได้หรือไม่


โดย: NuHring วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:13:41:45 น.  

 
ชื่นชมคุณหมอจริง ๆ ค่ะ


โดย: thainurse@norway วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:20:57:26 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]