Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

ข้าราชการ สธ. นับพัน เดินขบวนประท้วง ผู้ว่าราชการจังหวัด กำแพงเพชร






น่าจะเป็นครั้งแรก ของ " ประเทศไทย " ที่ ข้าราชการ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เกือบพันคน เดินขบวนประท้วง " ผู้ว่าราชการจังหวัด " ..

ไม่รู้ว่า ผู้ว่าฯ กำแพงเพชร .. จะภาคภูมิใจหรือเปล่า ที่ได้เป็น คนแรก แบบนี้

ถ้ามองอีกแง่ .. อาจเป็น " (อ) กุศโลบาย " ของท่านผู้ว่าฯ ที่ต้องการให้ ข้าราชการ กระทรวงสาธารณสุข ทุกระดับ รักและสามัคคี ร่วมแรง ร่วมใจกัน .. ซึ่ง ท่าน ก็ทำได้จริง ๆ ๕๕๕๕๕๕๕

แวะชมภาพเต็ม ๆ ได้ที่

//www.facebook.com/media/set/?set=a.234519836563700.83288.100000170 556089&l=fbfcdd508f





แถลงการณ์ จากชาวสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร

จุดมุ่งหมาย ในการชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มีประการเดียวคือ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรทบทวนกระบวนการดำเนินการพิจารณาทางปกครอง เกี่ยวกับการพิจารณา ความดี ความชอบและการออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้สอดคล้องกับระบบคุณธรรม

เพราะหากมีการออกคำสั่งการเลื่อนขั้นเงินเดือน ที่ไม่สอดคล้องกับระบบคุณธรรม แล้วนอกจากจะเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการสาธารณส ุขจำนวนมากแล้ว หากมีการเพิกถอนคำสั่งการเลื่อนขั้นเงินเดือนภายหลัง จะสร้างผลเสียหายแก่ระบบราชการและระบบงบประมาณ ที่ยากแก่การแก้ไขได้



ทั้งนี้ พวกเราได้เคยส่งตัวแทนวิชาชีพต่างๆเข้าพบแล้ว แต่ท่านผู้ว่าฯ คงเข้าใจว่า การดำเนินการที่ไม่สอดคล้องคุณธรรมกระทบแต่ตัวแทนเท่านั้น พวกเราจึงต้องมาแสดงให้เห็นว่า หากท่านออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนที่ไม่สอดคล้องกับระบบคุณธรรมแล้ว จะมีผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย ซึ่งจะร้องทุกข์ท่าน ต่อกระทรวงมหาดไทย ตามกฎหมาย จำนวนมากเพียงใด

ทั้งนี้ จำนวนคนที่มาร่วมชุมนุม ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของผู้ที่จะเดือดร้อนเพราะการใช้สิทธิชุมนุมของเรา ยังต้องคำนึงถึงระบบการบริการต่อประชาชนที่ต่อเนื่อง จึงไม่สามารถออกมาชุมนุมได้ทั้งหมด



นอกจากนี้ การที่ท่านผู้ว่าฯอ้างว่า การออกคำสั่งนี้ เป็นอำนาจของท่านจะสั่งอย่างไรก็ได้ พวกเราไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะการใช้อำนาจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของข้าราชการ พระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 42(3) บัญญัติไว้ชัดเจน ว่า การพิจารณาความดีความชอบ ให้คำนึงถึงระบบคุณธรรม ต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรมโดยการพิจารณาจากผลงาน ศักยภาพ และความประพฤติ

นอกจากต้องคำนึงถึงบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือนดังกล่าวโดยตร งแล้ว การออกคำสั่งที่มีผลกระทบต่อสถานภาพแห่งสิทธิของบุคคล จะต้องคำนึงถึงหลักความชอบด้วยกฎหมาย โดยต้องดำเนินกระบวนพิจารณาที่ถูกต้องรูปแบบขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้นๆ รวมถึงการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมายด้วย



นอกจากการชุมนุมในวันนี้ ทางพวกเราจะได้มีการยื่นข้อร้องเรียนต่อกระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เพื่อให้ดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนของผู้ว่าราช การจังหวัดให้เป็นไปตามหลักคุณธรรม เช่น

1. การนำตัวชี้วัดใดมาใช้ในการประเมินผลงานของทุกหน่วยงานในจังหวัด ควรมีการแจ้งและชี้แจงก่อนการพิจารณาผลงานในงวดนั้นๆ

2. การประเมินผลงานควรใช้คณะกรรมการที่เป็นที่ยอมรับหรือเป็นตัวแทนจากทุกหน่วย งาน

3. ผลการประเมินและการนำผลการประเมินมาปรับเพิ่ม ลดวงเงินการเลื่อนขั้นเงินเดือน ควรแจ้งให้ทุกหน่วยงานได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของหน่วยงาน

4. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับหน่วยงานที่มีจำนวนข้าราชการต่างกันมาก การปรับเพิ่ม ลดวงเงินการเลื่อนขั้นเงินเดือนของแต่ละหน่วยงาน ควรมีกำหนดอัตราขั้นสูงสุด ต่ำสุด ของแต่ละหน่วยงาน หรือแนวทางการแปลงคะแนนดัชนีชี้วัด ไปสู่อัตราการเพิ่ม ลดวงเงินที่เหมาะสมสำหรับแต่ละหน่วยงาน

ชาวสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร
7 มิถุนายน 2554




//77.nationchannel.com/playvideo.php?id=154990

กลุ่มเสื้อกาวน์ สีขาว โรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดกำแพงเพชร กว่า 500 คน ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมกับผู้ว่าฯเรื่องการพิจารณา ขั้นเงินเดือน หักเข้ากองกลางว่าไม่เป็นธรรม

วันที่ 7 มิถุนายน 2554 เวลา 13.30 น.แพทย์พยาบาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดกำแพงเพชร เดินทางมาจากทุกอำเภอ กว่า 500 คน ที่บริเวณข้างสวนสิริจิตอุทยาน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีข้อเรียกร้องเรื่องไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเ พชร เรื่องการพิจารณาความดีความชอบ เงินเลื่อนขั้น เลื่อนเงินเดือน จากส่วนกลางให้มาที่ผู้ว่าฯ 3 % ของฐานเงินเดือนสำหรับข้าราชการทุกหน่วยงานในจังหวัด โดยผู้ว่าฯหักเข้ากองกลาง 0.34% คิดเป็น 11 % ของเงินเดือน 3 % ที่จะได้เลื่อนซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก

ในแถลงการณ์ได้ระบุว่าไม่มีจังหวัดในประเทศไทยที่ถูกหักมากอย่างนี้ โดยไม่บอกเหตุผล ซึ่งก่อนหน้านี้ทางตัวแทนวิชาชีพต่างๆได้เข้าพบกับผู้ว่าฯราชการจังหวัดเพื่ อขอทราบเหตุผล กลับได้รับคำตอบว่าเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด งานสาธารณสุข งานโรงพยาบาล ไม่มีผลงาน ไม่ได้ทำงานตอบสนองจังหวัด ข้าราชการสาธารณสุข รพช. รพ.สต. และสสจ.จำนวน 1,044 คน รพ.กพ. 477 คน รวม 1,521คน ข้าราชการกระทรวงอื่นในความดูแลของผู้ว่าฯ อีกราว 600 คน รวมเป็น 2,100 คน เป็นการหักเอาเงินส่วนสาธารณสุข ไปให้ 600 คน ใช่หรือไม่ และการทำงานตอบสนองนโยบายของจังหวัดที่สาธารณสุขและโรงพยาบาลกำแพงเพชร ไม่ได้ทำมีอะไรบ้าง เป็นคำถามในแถลงการณ์

การออกมารวมตัวกันเพื่อต้องการให้ผู้ใหญ่ในระดับสูงได้รับรู้ปัญหา และยังระบุอีกด้วยว่าการพิจารณาความดีความชอบรอบเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ อย่าได้มาทำแบบนี้อีก หลังจากนั้นกลุ่มเสื้อกาวน์ สีขาว สังกัดสำนักงานสาธารณสุขทั้งหมดได้เดินทางเท้าเป็นขบวนไปมุ่งหน้าไปตามถนนสา ยเทศา 1 ในตัวเมือง เพื่อไปยื่นหนังสือเรียกร้องของความเป็นธรรมจากผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพช ร ที่บริเวณลานโพธิ์ ห่างจุดนัดรวมพลก่อนเคลื่อนขบวนประมาณ 600 เมตร

อย่างไรก็ตามทางจังหวัดได้ส่งตัวแทนนายจิระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ออกมารับหนังเรียกร้องขอความเป็นธรรมหลังจากนั้นทั้งหมดก็เดินทางกลับหน่วยง านปฏิบัติงานกันตามปกติ

ทั้งนี้ตัวแทนของแพทย์พยาบาลที่มาชุมชนได้ชี้แจงว่าไม่ได้ละทิ้งการปฏิบัติหน้าในหน่วยงงานผู้ทีมาร่วมเรียกร้องไม่ได้อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่


ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะลงเอย อย่างไร ????


ปล. ผมลาออกจาก ราชการแล้ว นะครับ เพียงแต่รู้สึกว่า เรื่องนี้ไม่ยุติธรรม และ ไม่เหมาะสม .. บางทีเรื่องนี้ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนของ ชาวสาธารณสุข ก็ได้


Create Date : 08 มิถุนายน 2554
Last Update : 8 มิถุนายน 2554 1:40:56 น. 6 comments
Counter : 2140 Pageviews.  

 
แบบนี้ก็แย่นะค่ะ
กลุ่มชาวสาสุขเรา เป็นอะไร ที่เรียบง่าย และ งสบมากที่สุดแล้ว
มาเจอเรื่องแบบนี้ คง เกินจะยอมรับได้จริงๆ


โดย: KK_FUMIHIKO วันที่: 8 มิถุนายน 2554 เวลา:13:27:43 น.  

 

//www.pantip.com/cafe/social/topic/U10656948/U10656948.html#18


ครั้งแรกของประเทศไทย***ชาวสาธารณสุขทั้งจังหวัดประท้วงผู้ว่าราชการจังหวัด vote [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ตามlink

//77.nationchannel.com/playvideo.php?id=154990

ชาวสาสุขถูกตัดจาก3%เหลือ2.1-2.3หน้าห้องกับคนใกล้ชิดได้4.5-5.8

จากคุณ : MSK Orange
เขียนเมื่อ : 7 มิ.ย. 54 21:25:59 [แก้ไข]
ถูกใจ : srinakarinth_road, แม่แพร, apotheker, Clemson_Girl, r_watcha, หมอหมู, ไม่คิดจะยอมแพ้..เราก้อไม่แพ้, Redrum, อมยิ้มลูกกวาด, DR.POOL, กาหยี่
Share/Save/Bookmark bookmark เก็บเข้าคลังกระทู้ ส่งต่อกระทู้ พิมพ์ หน้าหลัก กระทู้ก่อนหน้า กระทู้ถัดไป




ความคิดเห็นที่ 1 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ขอให้ได้ชัย

จากคุณ : บ้านน้ำ (บ้านน้ำ) [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 7 มิ.ย. 54 21:38:51 [แก้ไข]
ถูกใจ : แม่แพร, witxp, Clemson_Girl





ความคิดเห็นที่ 2 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

อ๋อ....จังหวัดกำแพงเพชร

.

จากคุณ : samr [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 7 มิ.ย. 54 22:19:06 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 3 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ว๊าย...ท่านผู้ว่าฯ ห้ามป่วยเข้า รพ.ในจังหวัดของท่านนะคะ

เดี๋ยวคุณหมอจัด "จัดหนัก" เอ่อ...คือรักษาแบบเต็มอัตราศึกให้ท่านน่ะค่ะ

เผื่อท่านจะเห็นว่ามี "ผลงาน" อะไรเข้าตาบ้าง อิอิ

-----------------------------------------------------------
ป.ล. ยังไม่ได้เชื่อข่าวทั้งหมดนะคะต้องดูส่วนอื่นๆประกอบด้วยแต่ตอนนี้ "จัดให้" ไปก่อน

จากคุณ : ซอนต๊อก [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 7 มิ.ย. 54 23:31:07 [แก้ไข]
ถูกใจ : root_http, แม่แพร, Clemson_Girl, ดนตรีสามสาย, Redrum





ความคิดเห็นที่ 4 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เอ่อ จริงๆ แล้ว เงินเดือนต้องเอามาพูลไว้ที่ผู้ว่าน่ะถูกต้องแล้วครับ
ไม่ใช่เฉพาะหมอหรอก แต่ต้องรวมถึงส่วนราชการอื่นๆ ในจังหวัดด้วย
เพราะเวลาเกิดปัญหาอะไร โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากข้าราชการละเลย ไม่เอาใจใส่ชาวบ้าน หรือบกพร่องเรื่องงานในหน้าที่

ผู้ว่าราชการจังหวัดคือคนแรกที่ต้องตอบคำถามสังคม
คือคนแรกที่ต้องโดนผู้บังคับบัญชาในส่วนกลางตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพ

แต่...
ในทางปฏิบัติ ใครจะรู้บ้างว่าผู้ว่าฯ ไม่มีอำนาจอะไรเลย
ในการบังคับบัญชาให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล
มีแต่ใช้บารมีส่วนตัวเอาเท่านั้น แต่ให้คุณให้โทษอะไรไม่ได้

ขนาดยุคผู้ว่าซีอีโอ ที่ว่ากันว่า ผู้ว่าฯ มีอำนาจนักหนา
ยังลงโทษใครไม่ได้เลย ย้ายไม่ได้ ปลดไม่ได้
เพราะส่วนกลางอันเป็นต้นสังกัดของหน่วยงานนั้นๆ ไม่เคยมอบอำนาจมาให้

ดังนั้น เมื่อแนวทางการจัดสรรเงินเดือนตามกฎหมาย ก.พ. ตัวนี้
ให้อำนาจผู้ว่าฯ ในการบริหารจัดการเงินเดือนของส่วนราชการในจังหวัด
อันเป็นขั้นแรกของการให้คุณให้โทษกับส่วนราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพได้

ก็ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วครับ


บ้านเมืองเปลี่ยนไป
พลวัตรของสังคมเปลี่ยนไป
ประชาชนเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบและบริหารอำนาจรัฐมากขึ้น ตามหลักธรรมาภิบาล
ดังนั้น ส่วนราชการต่างๆ จะยึดเอาความเคยชินเหมือนเดิมไม่ได้
ถ้าไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้ ก็ต้องยอมรับผลตอบแทนที่ลดลงครับ
แต่ในทางกลับกัน ถ้าสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มัดใจประชาชนผู้รับบริการได้อยู่หมัด
ท่านไม่ต้องออกมาเรียกร้องหรอกครับ
เพราะไม่ว่าผู้ว่าฯ คนนั้น จะกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ก็ไม่กล้าไปปรับลดเงินที่ท่านพึงได้ลงแน่ๆ




"อำนาจไม่ได้อยู่ที่พระแสงราชศาสตรา ..แต่อำนาจอยู่ที่ความเลื่อมใสและศรัทธาของชาวบ้าน ถ้าชาวบ้านเขานับถือแล้ว ไม่ว่าใครก็จะย้ายท่านไม่ได้"
อันนี้เป็นคำสอนของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่คนมหาดไทยรุ่นก่อนๆ เขาสอนรุ่นน้องต่อๆ กันมา เพื่อให้รู้ว่าหน้าที่อยู่ตรงไหน อำนาจคืออะไร จะได้ครองตัวครองตนถูก

สงสัยว่า สมัยนี้ คงต้องสอนเผื่อไปถึงส่วนราชการอื่นๆ ที่ไม่ใช่มหาดไทยด้วยกระมัง

จากคุณ : ลูกหมีเขี้ยวยาวเขาโง้ง
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 11:08:38 [แก้ไข]
ถูกใจ : กินไม่ได้เพราะอิ่ม, เชร็ค 3, ผมชื่อนอร์ทครับ, reenbun, apple of my eye





ความคิดเห็นที่ 5 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

#4
อย่าได้ตัดสินคนอื่น เพียงเพราะตัวเองมองเห็นแค่ภายนอก

เห็นว่าตนทำงานดี เห็นว่าชาวสาสุขทำงานไม่ดี เลยตัดได้

ตัวชี้วัดแต่ละกระทรวงต่างกัน

งานต่างกัน

อย่าได้คิดว่ามีแต่มหาดไทยที่ทำงานรับใช้ประชาชน

จากคุณ : Sifer2002 [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 13:25:05 [แก้ไข]
ถูกใจ : nukai, Clemson_Girl, witxp, หมอหมู, med28, Unjin, 447, EMT-I, ไม่คิดจะยอมแพ้..เราก้อไม่แพ้, ผีเสื้อล่องลอยไปกับสายลม, อมยิ้มลูกกวาด, jobjoy





ความคิดเห็นที่ 6 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เรียนคุณซอนต๊อก

ที่ผ่านมาท่านผู้ว่าฯก็มาใช้บริการที่โรงพยาบาลของเราเป็นประจำอยู่แล้วครับ ไม่เฉพาะตัวท่านเอง ญาติพี่น้องคนสนิท เราก็บริการให้ความสะดวกอย่างเต็มกำลัง ให้บริการด้วยช่องทางด่วนพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจทั่วไปหรือการทำฟัน หรือการบริการอื่นๆ เพราะทราบเป็นอย่างดีว่าท่านมีภาระกิจมากมาย

พวกเราชาวสาธารณสุขมีจรรยาบรรณในวิชาชีพพอที่จะดูแล ผู้ป่วยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นท่านผู้ว่า หรือประชาชนทุกคนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ไม่คิดจะนำเรื่องความไม่พอใจมาปะปนกับเรื่องการรักษาพยาบาลครับ

จากคุณ : witxp (witxp) [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 13:40:03 [แก้ไข]
ถูกใจ : Passion-Flower, Nymlumbo, Clemson_Girl, หมอหมู, noneonly, ไม่คิดจะยอมแพ้..เราก้อไม่แพ้, Redrum, พลอยอนันท์, อมยิ้มลูกกวาด, DR.POOL, กาหยี่





ความคิดเห็นที่ 7 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

คห.ที่ ๔ ไม่ต้องมาพูดหลักการอย่างโน้นอย่างนี้ ตัวเองได้ประโยชน์จากความไม่เป็นธรรมอย่างนี้รู้สึกดีใจใช่ใหม อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่าอยู่สายใหนน่ะ ไปอ้างกรมพระยาดำรง มาคุ้มหัวถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่แล้วมารับรู้เรื่องนี้ ท่านคงจะไม่เห็นดีเห็นงามไปกับพวกคุณด้วยหรอกนะ

ที่อ้างว่าส่วนราชการต่างๆ จะยึดเอาความเคยชินเหมือนเดิมไม่ได้ มันใช้ได้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรแล้วมันดีขึ้นกว่าเดิมไม่ใช่ว่าสามารถเอารัดเอาเปรียบคนอื่นได้แล้วจะต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป

คนอื่นเขากินข้าวเหมือนกันนะถึงจะไม่รู้ว่าอะไรคือความสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มัดใจประชาชนผู้รับบริการได้อยู่หมัด แต่ทนไม่ได้ที่มีผู้บริหารที่เห็นแก่พวกพ้องที่ใกล้ชิดตนเอง แล้วไปเบียดบังสิ่งอันเป็นพึงมีพึงได้ของคนอื่นมาให้คนใกล้ชิดอย่างน่าเกลียด ผมก็นึกไม่ถึงว่าผู้ที่น่าจะใกล้ชิดและได้รับผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมจะกล้าเสนอหน้ามาออกความเห็นที่ไม่ได้เรื่องในนี้อีก

"อำนาจไม่ได้อยู่ที่พระแสงราชศาสตรา ..แต่อำนาจอยู่ที่ความเลื่อมใสและศรัทธาของชาวบ้าน ถ้าชาวบ้านเขานับถือแล้ว ไม่ว่าใครก็จะย้ายท่านไม่ได้"
อันนี้เป็นคำสอนของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่คนมหาดไทยรุ่นก่อนๆ เขาสอนรุ่นน้องต่อๆ กันมา เพื่อให้รู้ว่าหน้าที่อยู่ตรงไหน อำนาจคืออะไร จะได้ครองตัวครองตนถูก

สงสัยว่า สมัยนี้ คงต้องให้พวกที่ไม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด เอาไปใส่น้ำแล้วต้มกิน พร้อมทั้งทาถูเนื้อถูตัววันละสามเวลาจะดีไม่น้อย

แก้ไขเมื่อ 08 มิ.ย. 54 14:06:11





จากคุณ : จิตสิกขา
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 13:54:21 [แก้ไข]
ถูกใจ : Clemson_Girl, witxp, Unjin, 447, เด็กน้อยตัวแสบ, อมยิ้มลูกกวาด, nisas





ความคิดเห็นที่ 8 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เรียนคุณลูกหมีเขี้ยวยาวเขาโง้ง

ขอเรียนว่าผมเข้าใจครับว่าการกันเงินเดือนของข้าราชการทุกคนไว้ที่ผู้ว่านั้นเป็นอำนาจของท่านผู้ว่าที่ทำได้ตามกฏหมายตามระเบียบข้าราชการพลเรือนนั้นใช่ครับ แต่ประเด็นที่เป็นปัญหาคือ การพิจารณาจัดสรรเงินที่กันไว้นั้นมีวิธีบริหารจัดการอย่างไร

การใช้อำนาจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของข้าราชการ พระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 42(3) บัญญัติไว้ชัดเจน ว่า การพิจารณาความดีความชอบ ให้คำนึงถึงระบบคุณธรรม ต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรมโดยการพิจารณาจากผลงาน ศักยภาพ และความประพฤติ

มีข้อคำถามและข้อเสนอแนะถึงท่านผู้ว่าดังนี้

1. การนำตัวชี้วัดใดมาใช้ในการประเมินผลงานของทุกหน่วยงานในจังหวัด ควรมีการแจ้งและชี้แจงก่อนการพิจารณาผลงานในงวดนั้นๆ ไม่ใช่พิจารณาไปแล้วมาบอกภายหลัง เปรียบเสมือนการแข่งขันกีฬา แต่ไม่บอกกติกา พอถึงเวลาบอกว่าคุณแพ้คุณเล่นไม่ดีเพราะผิดกติกา

ท่านผู้ว่าแจ้งในห้องประชุมขณะที่ตัวแทนสหสาขาวิชาชีพไปขอพบว่า ท่านใช้เกณฑ์ 3 ข้อ 1.งานประจำ 2.งานยุทธศาสตร์จังหวัด 3.งานยุทธศาสตร์ชาติ แต่ท่านไม่ได้ให้รายละเอียดเพียงพอว่า เกณฑ์แต่ละข้อน้ำหนักคะแนนเท่าไร ผ่านการประเมินโดยใคร ผลการประเมินเป็นอย่างไรหน่วยงานไหนได้ระดับคะแนนมากน้อยเพียงใดเท่าไร

การจัดทำตัวชี้วัดใดๆ ก็ตามควรพิจารณาถึงภาระกิจหลักของหน่วยงานนั้นๆ ประกอบด้วย เช่น แพทย์ พยาบาลทำหน้าที่รักษาพยาบาลผู้ป่วย จะไปทำงานตอบสนองนโยบายเรื่อง การปราบปรามยาเสพติด วิ่งใส่จับผู้ร้ายเหมือนท่านได้อย่างไร พูดง่ายๆ ว่าโจทย์ต้องเปิดโอกาสให้เขามีที่ยืน มีโอกาสแสดงผลงานด้วย

2. การประเมินผลงานควรใช้คณะกรรมการที่เป็นที่ยอมรับหรือเป็นตัวแทนจากทุกหน่วยงาน ไม่ใช่หน่วยใดหน่วยหนึ่ง

3. ผลการประเมินและการนำผลการประเมินมาปรับเพิ่ม ลดวงเงินการเลื่อนขั้นเงินเดือน ควรแจ้งให้ทุกหน่วยงานได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของหน่วยงานว่าผลเป็นตามนั้นจริงหรือไม่

4. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับหน่วยงานที่มีจำนวนข้าราชการต่างกันมาก การปรับเพิ่ม ลดวงเงินการเลื่อนขั้นเงินเดือนของแต่ละหน่วยงาน ควรมีกำหนดอัตราขั้นสูงสุด ต่ำสุด ของแต่ละหน่วยงาน หรือแนวทางการแปลงคะแนนดัชนีชี้วัด ไปสู่อัตราการเพิ่ม ลดวงเงินที่เหมาะสมสำหรับแต่ละหน่วยงาน

ข้าราชการทั้งจังหวัดประมาณ 2100 คน เป็นกระทรวงสาธารณสุข 1500 คน กระทรวงอื่นๆ อีก 18 กระทรวง 600 คน การหักเงินของข้าราชการสาธารณสุขซึ่งเป็น 75% ของข้าราชการทั้งหมด จาก 3% ของเงินเดือนที่ควรได้รับจัดสรร ถูกตัดเหลือ 2.66% (ถูกตัดมากที่สุดในประเทศไทย) ไปเกลี่ยให้กับบางคน มีความถูกต้องเหมาะสมเพียงใด ท่านผู้ว่าแจ้งว่า ใน 600 คนที่เหลือมี 2 ใน 3 ไม่ได้เลื่อนขั้นจริงหรือ แล้ว 200 คนที่ได้เลื่อนขั้น ได้รับวงเงินจาก 1900 คน สมควรแก่เหตุหรือไม่ที่ผ่านมาไม่มีผลงานเลยหรือ

มีผู้ให้ข้อมูลว่าข้าราชการบางท่าน ได้รับวงเงินเลื่อนขั้นเป็นพิเศษ 3.8-4.5% จริงหรือไม่ และมีข้าราชการที่ผลงานดียอดเยี่ยมได้ 5.8% อีกส่วนด้วยใช่หรือไม่ ถ้าได้รอบนี้เหมือนโชคสองชั้นเพราะท่านเหล่านี้จะได้ปรับเลื่อนอีก 5% ในรอบเมษายนที่ครม.จะปรับให้อีก ส่วนเราก็เหมือนโชคร้ายสองตลบใช่หรือไม่เพราะฐานเงินเดือนที่จะใช้ในการเลื่อนจะต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

ท่านสามารถเปิดเผยข้อมูลการพิจารณาเหล่านี้ได้ไหม หรือต้องใช้พรบ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ผลการประเมินดียอดเยี่ยม มากกว่า 3.8 นั้นทำได้เพราะผลงานเรื่องอะไร มีตัวชี้วัดชัดเจนไหม หรือใช้ความรู้สึกประเมิน ท่านทำงานดีแตกต่างกับพวกเราอย่างไร ถ้าท่านมีผลงานดีจริงเราคงไม่โต้แย้ง

หน่วยงานสาธารณสุขเอง ก็เป็นส่วนราชการที่ทำงานตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถ แม้ว่าเราจะต้องดูแลผู้ป่วยนอกถึงวันละ 1300 คน รับผู้ป่วยเข้านอนโรงพยาบาลเฉลี่ยวันละ 100 คน แต่เจ้าหน้าที่ที่ให้บริการมีเพียง 60% ของภาระงาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขนอกจากจะปฏิบัติงานเฉลี่ย 22 วันต่อเดือน เรายังต้องมีเวรขึ้นปฏิบัติงานเสริม ถึง 15-20 เวรต่อคนต่อเดือน ให้บริการ 24 ชั่วโมง

เราได้พัฒนาระบบการให้บริการให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลถึง 2 รอบ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา และยังคงดำเนินการต่อเนื่องต่อไปแม้ว่าจะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณและบุคลากรที่มีเมื่อเทียบกับภาระงานอันหนักหน่วงบ้า'

ถ้าท่านมีผลการประเมินที่ชัดเจนว่าชาวสาธารณสุขไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไร และท่านที่ประเมินแล้วได้คะแนนดียอดเยี่ยมต่างกับเราอย่างไร เรายินดีรับผลนั้น หากมีการปฏิบัติที่เท่าเทียมเสมอกันและเป็นธรรม

เราไม่ได้จะเรียกร้องให้ท่านต้องโยกย้ายไปจากที่นี่ แต่เราเพียงแต่แสดงความคิดเห็นตามสิทธิที่พึงมีพึงได้ และต้องการทำให้ท่านใช้อำนาจที่มีอย่างโปร่งใส ไร้อคติ และเป็นธรรมเท่านั้นเองครับ

แก้ไขเมื่อ 08 มิ.ย. 54 14:35:58

จากคุณ : witxp (witxp) [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 14:31:18 [แก้ไข]
ถูกใจ : Clemson_Girl, หมอหมู, 447, tua-lex, จิตสิกขา, ไม่คิดจะยอมแพ้..เราก้อไม่แพ้, อมยิ้มลูกกวาด, jobjoy, cardiogenic





ความคิดเห็นที่ 9 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

^
^
^
จิ้มไปที่คุณจิตสิกขา

อ่านแล้วจับประเด็นดีๆ นะครับ
ประเด็นของผมอยู่ที่การให้ผู้ว่าฯ มีอำนาจให้คุณให้โทษได้
ในฐานะที่ตัวเองตัองรับผิดชอบต่อการผลักดันยุทธศาสตร์ต่างๆ ในการให้บริการประชาชนและพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่

ถ้าไม่มีอำนาจบริหารจัดการอะไรเลย
ทำได้แค่ขอความร่วมมืออย่างเดียว ส่วนราชการจะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้
แล้วจะบริหารกันอย่างไร

ส่วนเรื่องการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน
ก็เข้าใจถูกต้องแล้วนี่คับ ว่าเดี่ยวนี้มันมีตัวชี้วัด
มีคำรับรองที่ส่วนราชการต้องทำกับผู้ว่าฯ
ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดต้องทำกับปลัดกระทรวง
เป็นทอดๆ กันไป

ถ้าผลงานท่านดี ประชาชนพอใจ
ตัวชี้วัดก็ผ่าน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผู้ว่าฯ จะไม่พิจารณาความดีความชอบเป็นพิเศษให้
ตรงกันข้าม ในระบบประเมินผลงานแบบจับต้องได้แบบนี้
ถ้าทำดี ทำได้ แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาความดีความชอบ
คำรับรองและตัวชี้วัดนั่นแหละครับ ที่จะเป็นพยานหลักฐานในการฟ้องร้องต่อไป

แต่...ถ้าทำงานไปแล้ว
ผลงานไม่เป็นที่ประจักษ์
จะเรียกร้องว่าต้องได้ ต้องมีพิเศษ มันก็เกินไปนะครับ

เพราะงั้น ยังยืนยันครับ
อย่ายึดติดกับความเคยชินเดิมๆ
เงินเดือน เงินขั้น เงินรางวัล ไม่ใช่เงินของส่วนราชการอีกต่อไปแล้ว
แต่ต้องเอามาพูลกันได้ แล้วจัดสรรให้คนที่ควรได้รับ
ไม่งั้น เราก็บริหารราชการกันแบบวัดผลไม่ได้กันเรื่อยไป

ก้าวแรกๆ ของการปฏิรูปแบบนี้
อาจมีคนไม่พอใจบ้าง มีคนคัดค้านบ้าง
แต่เมื่อไหร่ระบบนี้ลงตัว ผมว่ามันจะเป็นผลดีต่อระบบราชการโดยรวมครับ

เพราะงั้น เลิกยึดติดเหอะครับ

แก้ไขเมื่อ 08 มิ.ย. 54 14:35:09

จากคุณ : ลูกหมีเขี้ยวยาวเขาโง้ง
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 14:33:44 [แก้ไข]
ถูกใจ : กินไม่ได้เพราะอิ่ม





โดย: หมอหมู วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:22:09:04 น.  

 


ความคิดเห็นที่ 10 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

#4 ลูกหมีเขี้ยวยาวเขาโง้ง

นี่ไง คือที่มาของการเรียกร้องความเป็นธรรมในธรรมาภิบาลของผู้บริหาร ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจมา แต่ใช้อำนาจไปในทางที่ถูกที่ควรและเหมาะสมหรือไม่ ท่านผู้ว่ามีอำนาจในการจัดสรรเงินเดือนมาให้ แต่หากท่านทำได้โดยเหมาะสม โปร่งใส ชี้แจงได้ ทำไมชาวสา'สุข ซึ่งก็เป็นวิชาชีพที่ไม่ใช่พูดจากันไม่เข้าใจต้องมาเรียกร้อง ร้องขอความเป็นธรรม

หากชี้แจงได้ ไม่ปัดสวะ หรือพูดจาขอไปที คงไม่เกิดความขัดแย้งอย่างนี้หรอกค่ะ

จากคุณ : narumi_chan (mombin) [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 14:34:46 [แก้ไข]
ถูกใจ : Clemson_Girl, Nymlumbo, witxp, หมอหมู, 447, อมยิ้มลูกกวาด





ความคิดเห็นที่ 11 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

^^ จิ้มไปที่ คุณ witxp

มีข้อคำถามและข้อเสนอแนะถึงท่านผู้ว่าดังนี้

1. การนำตัวชี้วัดใดมาใช้ในการประเมินผลงานของทุกหน่วยงานในจังหวัด ควรมีการแจ้งและชี้แจงก่อนการพิจารณาผลงานในงวดนั้นๆ ไม่ใช่พิจารณาไปแล้วมาบอกภายหลัง เปรียบเสมือนการแข่งขันกีฬา แต่ไม่บอกกติกา พอถึงเวลาบอกว่าคุณแพ้คุณเล่นไม่ดีเพราะผิดกติกา

>>> ท่านผู้ว่าแจ้งในห้องประชุมขณะที่ตัวแทนสหสาขาวิชาชีพไปขอพบว่า ท่านใช้เกณฑ์ 3 ข้อ 1.งานประจำ 2.งานยุทธศาสตร์จังหวัด 3.งานยุทธศาสตร์ชาติ
...ครับ นั่นแหละครับที่ผมกำลังสื่อถึงในความเห็นก่อน
รัฐบาล หรือหน่วยงานส่วนกลาง กำหนดให้ผู้ว่าฯ ผลักดันยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์จังหวัด ให้เป็นรูปธรรม นอกเหนือจากงานประจำ
แต่ปัญหาคือยุทธศาสตร์เหล่านี้ ไม่ใช่จะขับเคลื่อนกันตามลำพังได้
ถ้าหน่วยงานในพื้นที่ไม่ช่วย ไม่ยอมขยับ ก็ล้มเหลว
ดังนั้น ถ้าไม่ให้อำนาจผู้ว่าฯ เลย จะให้ทำไงดีครับ

สมมติว่า ถ้าสาธาณสุขจังหวัดต้องขับเคลื่อนแผนป้องกันไข้เลือดออกในอำเภอ
แต่สาธารณสุขอำเภอบอกว่า ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ห้ามมาแตะต้องเงินเดือน หรือยุ่งเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่
ท่านคิดว่า มันจะขับเคลื่อนกันสำเร็จไหมครับ

อย่างไรก็ตาม เรื่องหลักเกณฑ์การประเมิน
โดยปกติ เขามีการแจ้งก่อนนะคับ
หลักเกณฑ์การวัดจะมีทำเป็นคำรับรองและเอกสารแนบท้ายชัดเจน
ผมเข้าใจว่า ผู้บริหารระดับสูงได้เห็นและลงนามในคำรับรองนั้นนะครับ
แต่เจ้าหน้าที่อาจจะไม่เห็น

>>การจัดทำตัวชี้วัดใดๆ ก็ตามควรพิจารณาถึงภาระกิจหลักของหน่วยงานนั้นๆ ประกอบด้วย เช่น แพทย์ พยาบาลทำหน้าที่รักษาพยาบาลผู้ป่วย จะไปทำงานตอบสนองนโยบายเรื่อง การปราบปรามยาเสพติด วิ่งใส่จับผู้ร้ายเหมือนท่านได้อย่างไร พูดง่ายๆ ว่าโจทย์ต้องเปิดโอกาสให้เขามีที่ยืน มีโอกาสแสดงผลงานด้วย

.. ปกติหน่วยงานนั่นแหละคับ ทำมาเอง
แล้วผู้ว่าฯ กลั่นกรองว่าสมควรหรือไม่
หน่วยงานผม เคยมีคนเสนอตัวชี้วัดระดับบุคคลของตัวเอง
ว่าถ่ายเอกสารครบเท่านี้แผ่นต่อเดือน ได้ 1 เท่านั้นได้ 2 ไปจนถึงได้ 5
ผมตรวจเอกสารแล้วไล่กลับไปทำมาใหม่เพราะไม่สอดคล้องกับลักษณะงานตามหน้าที่
แบบนี้เป็นต้น

ไม่ทราบได้คุยกะเจ้าหน้าที่ที่ทำตัวชี้วัดของหน่วยงานไหมครับ
เขาว่าไงบ้าง


2. การประเมินผลงานควรใช้คณะกรรมการที่เป็นที่ยอมรับหรือเป็นตัวแทนจากทุกหน่วยงาน ไม่ใช่หน่วยใดหน่วยหนึ่ง
...เห็นด้วยบ้างบางส่วนครับ
แต่ถ้าทำงั้น ผู้ว่าฯ จะบริหารงานใครได้เหรอครับ
รูปการณ์มันจะเหมือนการประชุมคณะกรรมการอะไรสักอย่างในระดับจังหวัด
คือตัวแทนหน่วยงานใด ก็จะพยายามปกป้องผลประโยชน์หน่วยงานตัวเอง
แต่จะไม่ออกความเห็น หรือท้วงติงการกระทำของหน่วยงานอื่น
เข้าทำนองที่เอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งก็อย่าโวย

คนอื่นเขาเรียกกรรมการแบบนี้ว่า คณะกรรมการโนั่นนั่นนี่จังหวัด
แต่ผมเรียกว่าขันโตกจังหวัด เพราะคนละคำสองคำ ประชาชนไม่ได้อะไรเท่าไหร่

ดังนั้น เรื่องนี้ ผมเห็นว่าเป็นอำนาจของตัวบุคคลน่ะแหละ น่าจะดีที่สุดแล้ว
เห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไร ก็อุทธรณ์ไปตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ได้
แต่ไม่ใช่การเดินขบวนเรียกร้องกดดัน
ทำแบบนี้ไม่ต่างจากม็อบเลยล่ะคับ


3. ผลการประเมินและการนำผลการประเมินมาปรับเพิ่ม ลดวงเงินการเลื่อนขั้นเงินเดือน ควรแจ้งให้ทุกหน่วยงานได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของหน่วยงานว่าผลเป็นตามนั้นจริงหรือไม่
>>> อันนี้เห็นด้วย
แต่เข้าใจว่า ที่เขาบังคับให้ติดประกาศคนได้ดีเด่น ดีมาก
ก็เป็ฯการเปิดโอกาสให้โต้แย้งได้แล้ว
เพราะคนที่ไม่มีชื่ออยู่ในประกาศ ย่อมหมายถึงตัวเองได้ต่ำกว่าหรือเท่ากับมาตรฐาน
ซึ่งถ้าไม่เห็นด้วย ก็ใช้สิทธิอุทธรณ์ได้

หน่วยงานผม มีบางกองเงินเดือนออกแล้ว (ย้ำว่าออกแล้ว ไม่ใช่ให้ค้านได้ก่อนออก)
แต่เจ้าหน้าที่คาใจ ว่า บางคนผลงานไม่ปรากฎ ทำไมได้ดีเด่น
ก็ร้องกันเป็นหนังสือ จนต้องแก้ไขให้เป็นธรรมในที่สุด
เขาก็ทำกันได้นี่ครับ ไม่เห็นมีใครห้าม เพียงแต่เขาไม่เอารูปแบบเดินขบวนมาใช้เท่านั้นเอง


4. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับหน่วยงานที่มีจำนวนข้าราชการต่างกันมาก การปรับเพิ่ม ลดวงเงินการเลื่อนขั้นเงินเดือนของแต่ละหน่วยงาน ควรมีกำหนดอัตราขั้นสูงสุด ต่ำสุด ของแต่ละหน่วยงาน หรือแนวทางการแปลงคะแนนดัชนีชี้วัด ไปสู่อัตราการเพิ่ม ลดวงเงินที่เหมาะสมสำหรับแต่ละหน่วยงาน

...เรื่องจำนวนคน ไม่ใช่ประเด็นในการพิจารณามังคับ
เรื่องเนื้องาน และความสำคัญของเนื้องานที่มีต่อยุทธศาตร์ที่ต้องขับเคลื่อนตะหาก
คือตัวตัดสินว่าควรปรับเพิ่ม หรือลดเท่าไหร่ อย่างไร


>>มีข้าราชการที่ผลงานดียอดเยี่ยมได้ 5.8% อีกส่วนด้วยใช่หรือไม่
..นี่ยังดีนะครับ แถวๆ ที่ผมอยู่คนได้ดีเด่นได้ 6%
คนได้ต้องปรับปรุง ได้ 0% เลยด้วยซ้ำ


>>สามารถเปิดเผยข้อมูลการพิจารณาเหล่านี้ได้ไหม หรือต้องใช้พรบ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
... ต้องเปิดตามกฎหมาย ก.พ. อยู่แล้วครับ แต่ถ้าไม่เปิดดีๆ ใช้สิทธิตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารได้ครับ

>> ถ้าท่านมีผลการประเมินที่ชัดเจนว่าชาวสาธารณสุขไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไร และท่านที่ประเมินแล้วได้คะแนนดียอดเยี่ยมต่างกับเราอย่างไร เราก็ต้องยินดีรับผลนั้น หากมีการปฏิบัติที่เท่าเทียมเสมอกันและเป็นธรรม
... อันนี้ ต้องดู template ที่ประเมินแล้วล่ะคับ
เกมจะพลิกทันที ถ้าไม่มี Template ที่ชัดเจนก่อนประเมิน
แต่ผมเข้าใจว่า น่าจะมี ไม่น่าจะพลาดง่ายๆ แบบนั้น
เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ทีเดี่ยว

จากคุณ : ลูกหมีเขี้ยวยาวเขาโง้ง
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 14:56:52 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 12 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เริ่มจะกลายเป็นศึกระหว่างกระทรวงไปแล้ว น้ำผึ้งหยดเดียว

จากคุณ : apotheker [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 15:16:26 [แก้ไข]
ถูกใจ : witxp





ความคิดเห็นที่ 13 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ใจเย็นๆ ครับ

จากคุณ : Epinephrine [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 16:19:39 [แก้ไข]
ถูกใจ : witxp





ความคิดเห็นที่ 14 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

มันคงไม่ใช่เรื่องได้เลื่อนขั้นน้อยหรอกค่ะ .....(อ่านมาเจอเค้าว่าประท้วงกันด้วยเรื่องเลื่อนขั้นน้อยอ่ะค่ะ)

คาดว่าเป็นเรื่อง ความยุติธรรมมากกว่าค่ะ เพราะจะว่ากระทรวงมหาดไทย ทำงานดีกว่า กระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงสาธารณสุข ทำงานดีกว่ากระทรวงมหาดไทย มันก็ไม่ใช่อีก คือมันเปรียบเทียบกันไม่ได้น่ะค่ะ

ในกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องมีคนที่ทำงานดี ที่สมตวรได้รับการเลื่อนขั้นขี้น บ้างไม่มากก็น้อย แต่ที่นี้ปัญหามันน่าจะมาจากการที่มาตัดเงิน ส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อไปเพิ่มโปรโมต เจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่น ที่ได้ถึง 3- เกือบ6 % ขณะที่คนสาธารณสุข ได้สูงสุด(ถ้าทำงานดีมากๆ เพียงแค่ 2.66 % มันก็น่าน้อยใจไม่ใช่หรือคะ ขณะที่อีกฝ่าย ที่ว่าทำงานดีได้ถึง เกือบ 6% )

นอกจากว่า มีการอธิบายที่ชัดเจนว่าเพราะเหตุใด ทำไม คนกระทรวงนั้นๆๆ ถึงได้ คาดว่า ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเข้าใจ และยอมรับเหตุผลค่ะ ( คนที่เรียนหมอเรียน สาขาวิชาชีพ ทางการแพทย์ เป็นคนมีเหตผลค่ะ ไม่งั้น คงไม่เรียนจบเนอะ )

ง่ายๆ เหมือนพ่อที่รักลูกไม่เท่ากันน่ะค่ะ พ่อที่รักลูก ที่จบทางการปกครอง เหมือนตัวเอง มากกว่า ลูกที่จบ ทางการแพทย์ ที่ ทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกาย เพื่อคนเจ็บไข้ได้ป่วย ...ถึงลูกทั้งสองจะทำงานได้สำเร็จ ตามเป้าหมาย แต่ลูกที่พ่อรัก พ่อก็มองเห็น และ ชื่นชม ยินดีในความสำเร็จมากกว่าลูกอีกคน น่ะค่ะ

ป.ล. อดีตจนท.สาธารณสุขค่ะ ....^^


****แก้ไขข้อความสะกดค่ะ ****

แก้ไขเมื่อ 08 มิ.ย. 54 23:35:41

แก้ไขเมื่อ 08 มิ.ย. 54 17:52:00

แก้ไขเมื่อ 08 มิ.ย. 54 17:11:16

จากคุณ : Clemson_Girl [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 17:08:55 [แก้ไข]
ถูกใจ : Nymlumbo, witxp, jeng033, หมอหมู, 447, tua-lex, ไม่คิดจะยอมแพ้..เราก้อไม่แพ้, อมยิ้มลูกกวาด, เต่าหลังอ่อน





ความคิดเห็นที่ 15 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เห็นด้วยกับคุณอดีตสาธรณสุขเลยค่ะ เพราะจริงๆประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ได้เงินเพิ่มน้อยหรอกค่ะ ไม่เข้าใจว่าเวลาท่านผู้ว่าให้ัสัมภาษณ์ทำไมจึงยกประเด็นว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเดินประท้วงเพราะไม่พอใจที่ได้เงินน้อย
คาดว่าท่านไม่เปิดใจรับฟังว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกมาเรียกร้องนั้นคืออะไร เราไม่ได้เรียกร้องว่าต้องตัดเงินทั้งหมดมาให้เรามากกว่าหรือกระทรวงอื่นไม่ต้องได้เงินหรือต้องได้เงินน้อยกว่าเพราะจำนวนคนน้อยกว่า หรือแม้กระทั่งไม่ได้ต้องการยึดอำนาจมาจากผู้ว่า เราไม่อยากได้หรอกค่ะ
คนสาขาวิชาชีพเราทำงานด้วยใจค่ะ เราเห็นคนเจ็บเราต้องช่วย มันเป็นส่วนลึกที่ถูกสั่งสอนมาในแต่ล่ะสาขาวิชาชีพ เขาเรียกว่าจิตวิญญาณ พวกท่านมีไหมค่ะ? ท่านเคยต้องทำงานโดยที่ไม่ใช่เวลางานไหมค่ะ ท่านเคยเห็นคุณหมอหรือพยาบาลที่เขาต้องเข้าไปช่วยผู้ประสบภัยต่างๆไหมค่ะ ทราบไหมค่ะว่าเขาเหนื่อยกันเพียงไหน
ง่ายๆเลยค่ะให้พวกท่านลองมานั่งเล่นในโรงพยาบาลสักหนึ่งวันดู แล้วพวกท่านจะรู้ว่าเราทำงานอะไรกันบ้าง ยากง่ายเพียงใดที่ต้องทำงานเสี่ยงกับชีวิตคน ทำดีก็เสมอตัวไปแต่ถ้าพลาดก็เป็นงานช้าง ซึ่งเราพลาดไม่ได้ เสี่ยงไหมคะ? เครียดไหมค่ะ?แล้วท่านว่าเรามาทำงานด้วยจิตเบิกบานหรือค่ะ
ที่นำขึ้นมาพูดเพียงแค่ต้องการให้ทราบว่าในแง่มุมการทำงานของชาวสาธารณสุขเป็นยังไง ท่ายซึ่งอาจไม่เคยรู้จะได้นึกภาพออก แล้วท่านว่างานเราไม่ยากลำบากเหมือนพวกท่านหรือ?
ท่านผู้ว่าในฐานะผู้ที่มีทั้งเกียรติและอำนาจอยากให้ท่านเปิดใจให้กว้าง รับฟังพวกเราสักหน่อยว่าที่จริงแล้วเราออกมาเพื่อต้องการอะไร เพราะจริงๆแล้วพวกเราไม่ได้ว่างจนขนาดต้องมาทำแบบนี้กันหรอกนะคะ มันไม่ได้สนุกหรอกค่ะ
อ่อ ปล.หากท่านต้องการชี้แจ้งกรุณาชี้แจ้งให้หมดทุกอย่างนะคะ อย่าเลือกมาชี้แจ้งแค่ภาพที่ดูดี เพื่อเป็นการสร้างภาพเลยคะ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราถูกกระทำแบบนี้ และการกระทำของพวกเราก็ไม่ใช่เกิดจากการขาดการพูดคุยกับท่านผู้ว่ามาก่อน เพียงแต่ในวันที่ท่านคุยเมื่อวันที่2มิย.กับที่ท่านพูดออกสื่อมันผิดกับลิบโลก ท่านย่อมรู้ตัวท่านดีนะคะ

จากคุณ : เภสัชกรจังหวัดกำแพงเพชร
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 18:41:09 A:113.53.251.218 X: TicketID:320169






ความคิดเห็นที่ 16 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ถ้าท่านไม่ทำให้สิ่งเรา "รับไม่ได้" เราหรือจะออกมาครับ

จากคุณ : ดนตรีสามสาย
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 21:22:03 [แก้ไข]
ถูกใจ : witxp, Clemson_Girl


โดย: หมอหมู วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:22:09:57 น.  

 


ความคิดเห็นที่ 17 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

สวัสดีครับคุณลูกหมีฯ

ลดอุณหภูมิในการพูดคุยกันก่อน คุณนี่ก็ช่างจิ้มคนโน้นคนนี้ไปเรื่อยเลยนะครับ นี่ถ้าผมเป็นผู้หญิงไม่รู้ว่าจะท้องไปรึยัง โดนจิ้มไปกะเค้าด้วย

ยังมีประเด็นที่ยังไม่ได้คำตอบและความชัดเจนในอีกหลายคำถามและหลายประเด็นนะครับ เรื่องที่มีผลกระทบเหล่านี้ ไม่โดนกับตัวอาจไม่ได้ฟิลลิ่งจริงๆนะครับ

ประเด็นของผมคือไม่ได้บอกว่าไม่ให้อำนาจผู้ว่านะครับ เพียงแต่ว่าต้องใช้อำนาจในทางที่ถูกที่ควร ตามหลักคุณธรรม

แผนป้องกันไข้เลือดออกทำอยู่แล้วครับ ถ้าบอกชัดเจนเราทำทุกอย่าง ไม่เคยปฏิเสธว่าจะดื้อรั้นไม่ทำ งานนโยบายทุกเรื่องทุกอย่าง ทั้งระดับจังหวัด ระดับชาติเราตอบสนองอยู่แล้ว

1.เรื่องหลักเกณฑ์การประเมินโดยปกติ เขามีการแจ้งก่อนครับ แต่ที่นี่ไม่ปกติ หลักเกณฑ์การวัดมีทำเป็นคำรับรองและเอกสารแนบท้าย แต่นำมาใช้เพียงบางส่วน ไม่ได้ใช้ในทั้งหมด มีหลักเกณฑ์ที่ท่าน... เพิ่มเติมมาเองในภายหลัง (มีเอกสารชัด) โดยจาก 3% ที่ใช้ ท่านเอาเกณฑ์ที่ทำความตกลงมาใช้เพียงส่วน 2.3% เท่านั้น อีก 0.7% ท่านเพิ่งมาบอกเกณฑ์ในภายหลัง และท่านเป็นผู้พิจารณาเอง ถามว่าอย่างนี้ผิดหลักเกณฑ์ตาม พรบ.ข้าราชการพลเรือนไหมครับ ถ้าท่านใช้หลักเกณฑ์นี้ทั้ง 3% ผมจะไม่เถียงซักคำ

2.กรรมการประเมินผลงาน ผมว่า เรียกว่ากินขันโตกก็ยังดีกว่ากินรวบนะครับ กินคนเดียวอาจจุกอกตายได้ ผมว่าหลายหัวดีกว่าหัวเดียว คิดคนเดียวโอกาสอคติ คิดผิด โลเลมีเยอะ คณะกรรมการไม่ต้องมีเยอะครับ มีเท่าที่จำเป็น ถ้าอำนาจอยู่ในมือคนเดียวอันตรายเป็นอย่างยิ่ง เท่าที่ทราบ 2.3% ท่านให้คณะกรรมการพิจารณา ไม่ต้องพิจารณาอะไรมากครับ ตัวชี้วัดตอบอยู่แล้ว

แต่อีก 0.7% ท่านให้ผู้ใหญ่ในอำเภอแต่ละอำเภอ เสนอชื่อมาครับว่าจะให้ใครเป็นพิเศษ แล้วท่านๆ จะเสนอใครครับ สายโรงพยาบาล ไม่ได้รับการเสนอเลยครับ และถามว่าคนที่ท่านให้ มีผลงานเด่นชัดเจนตอบตัวชี้วัดอะไรได้ไหมครับ เอาผลงานมากางกันครับ หรือเป็นตัวใหญ่ๆ ด้วยกัน เพราะฉะนั้นส่วนนี้ข้าราชการส่วนใหญ่จะชวดส่วน 0.7% หมดครับ

การอุทธรณ์เราทำอยู่แล้วครับ เราได้ขอเข้าพบท่านโดยการส่งตัวแทนไปรับฟังไปสอบถามจากท่าน ยังไม่ทันได้ถามก็โดนอัดก่อนเลยครับ ชุดใหญ่ พอผู้ใหญ่ทางสาธารณสุขถามบ้างไม่ทันไรท่านก็ตัดบทให้คนต่อไปพูด ใครพูดไม่เข้าหูก็ตัดบท สรุปแล้วไม่ได้คำตอบชัดเจน ถามไปก็ไม่ได้คำตอบชัดเจน เป็นหนังคนละม้วนคนละอารมณ์กับที่ท่านมาแถลงแบบนุ่มๆ เลยนะครับ เรามาแสดงความคิดเห็นตามสิทธิที่ท่านเองก็บอกว่าสามารถทำได้ เราไม่ได้รุนแรง เพียงแต่แสดงออกให้คนทั่วไปได้รู้ถึงความไม่ชอบธรรม เราไม่ได้กดดันให้ท่านต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะท่านยืนยันกระต่ายขาเดียวแล้วว่าไม่เปลี่ยน

***ในทางกลับกัน ก่อนเรามาแสดงสิทธิชุมนุมกัน 1 วัน ท่านส่งรองฯ มาต่อรองกับผู้บริหารของเราว่าให้ยุติการชุมนุมในวันพรุ่งนี้ แล้วรอบหน้าจะรับไว้พิจารณา แล้วยังมีขู่แถมท้ายว่าถ้าไม่เลิกชุมนุม ท่าน... อาจจะมีก๊อกสอง คงไม่ต้องบอกนะครับ ว่าเป็นผู้ใหญ่กันแล้วมาทำอย่างนี้ ดวงพระวิญญาณของท่านกรมพระยาดำรงราชานุภาพ จะรู้สึกเช่นไร เรียกว่าต่อรอง ข่มขู่หรือข่มเหงผู้น้อยหรือไม่ พฤติกรรมเยี่ยงนี้น่ารังเกียจกว่าม๊อบหรือไม่***

3.ถ้าติดก็แล้วไป แต่ที่นี่ส่วนใหญ่จะแจ้งรายบุคคลนะครับ งุบงิบรู้ของใครของมันหรือเปล่า กลัวโดนเฉ่ง

4.ตอบไปแล้วในข้อแรกครับ เนื้องานเอามาคิดแค่ 2.3% ตามหลักเกณฑ์ อีก 0.7% ใช้หลักกรู (ขออภัยวาจามันพาไป) รึเปล่า?? ถ้าดีเด่นจริงระดับเทพเทวาได้ 6% ไปผมก็ยอมรับไม่ติติงครับ แต่ถ้าไม่ชัดเจนผมไม่เห็นด้วย

Template ที่ท่านบอกมา ผมว่า ท่านผู้ใหญ่ในจังหวัดพลาดซะแล้วละครับคราวนี้ เพราะมีเอกสารในมือชัดเจนว่าอะไรใช่อะไรไม่ใช่ ในขณะที่จังหวัดอื่นๆ เท่าที่ไปขอมาดูมีชัดเจนแจ่มแจ๋วดีมาก โดยเฉพาะของจังหวัดนครพนม บอกหลักเกณฑ์ชัดเจนและทำตามนั้น

ขอบคุณที่มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันครับ

จากคุณ : witxp (witxp) [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 22:32:20 [แก้ไข]
ถูกใจ : jeng033, Clemson_Girl, หมอหมู, r_watcha, mombin, 447, จิตสิกขา, ไม่คิดจะยอมแพ้..เราก้อไม่แพ้, อมยิ้มลูกกวาด





ความคิดเห็นที่ 18 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

...ผมเห็นด้วยกับคุณ Clemson_Girl ครับ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าทำไม สธ. จึงไม่มีผู้ที่ได้ผลงานระดับ 3 ขึ้นไปเลย คิดด้วยปัญญาเท่าหางอึ่่งของผมนะครับ ....
...ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยครั้งหนึ่ง มีผู้เข้าสอบ 2100 คน มาจากโรงเรียน ก. 600 คน และมาจากโรงเรียน ข. 1500 คนผลสอบปรากฎว่า ผู้ที่ได้เปอร์เซ็นไทล์ที่ 70 ขึ้นไป (ช่วงคะแนนตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป) มาจากโรงเรียน ก. ทั้งหมด โดยไม่มีนักเรียนเรียนเก่งจากโรงเรียน ข. เข้าไปสอดแทรกเลย สักคนเดียว ถ้าท่านเป็นผู้บริหารการศึกษานั้น ท่านจะสงสัยอย่างไร?...

ก. เกิดการบอกข้อสอบกันขึ้น (เผลอๆมีเฉลยให้ด้วยซ้ำ)
ข. ข้อสอบรั่วโดยบังเอิญ หรือมีคะแนน "รักพิเศษ"
ค. คนตรวจข้อสอบตาเข จึงให้คะแนน รร. ก. มากเป็นพิเศษ
ง. บังเอิญนักเรียน รร. ข. พร้อมใจกันโง่เลยสอบได้คะแนนต่ำกันเป็นพิเศษ
จ. นักเรียน รร. ข. หน้าตาไม่ดี คนตรวจข้อสอบไม่ชอบใจเลยได้คะแนนน้อยซะงั้น
ฉ. ถูกทุกข้อ....

...เฉลย ตอบ....(ขอให้ท่านคิดกันเองนะครับ ขำ ขำ)

...เพื่อเป็นการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า ท่านอาจารย์ใหญ่ของเราก็เลยออกมาบอกด้วยถ้อยคำน่ารักว่า ...

นักเรียน : เหตุเกิดขึ้นแล้ว ท่านอาจารย์จะแก้ไขสถานการณ์ อย่างไรคะ ?

อาจารย์ใหญ่ : คงจะทำอะไรไม่ได้หรอกหนู ประกาศผลสอบไปแล้ว เอาคืนไม่ได้ เอาเป็นว่าให้ 600 คนนี้เค้าไปเรียนก่อนสักปีเนอะ เค้าก็แค่จบการศึกษาก่อน 1 ปี ทำงานก่อน 1 ปี และก้าวหน้าในหน้าที่การงานก่อน แค่ 1 ปี พวกหนูๆ ก็สอบตกๆกันไปก่อน ค่อยมาสอบเอาใหม่ปีหน้านะจ๊ะ (รักนะ .. เด็กโง่ ที่ทำคะแนนได้ต่ำ)

นักเรียน : !?!

...เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้...

แก้ไขเมื่อ 08 มิ.ย. 54 23:09:53

จากคุณ : havenoidea (jeng033) [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 54 22:53:34 [แก้ไข]
ถูกใจ : MSK Orange, witxp, Clemson_Girl, หมอหมู, med28, mombin, 447, tua-lex, อมยิ้มลูกกวาด





ความคิดเห็นที่ 19 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

มันต่างคนต่างมุมมองครับ

ถ้าไม่พูดคุยด้วยเหตุด้วยผล ไมมีวันจบได้หรอก ต่างฝ่ายต่างเจ็บตัวกันไป

ที่ผ่านมา ผู้ว่า..ไม่สามารถสั่งใครได้จริงๆจังๆ ให้ได้แต่นโยบาย ดูเหมือนจะมีอำนาจ แต่จริงๆไม่มี อยากลงโทษใคร ต้องวานหัวหน้าเขาทำให้อีกที เค้าจะกลัวกันมั้ยนั่น

ระบบแบบนี้ มันเหมาะสำหรับคนที่อยู่ในระบบเป็นคนดีมีคุณธรรมกัน รู้หน้าที่รับผิดชอบของตัวเอง

แต่ถ้า เป็นแบบ ร้อยพ่อพันแม่ มาอยู่รวมกัน ถ้าไม่มีเครื่องมืออะไรมาบังคับกัน มันก็เช้าชามเย็นครึ่งชามเหมือนเดิม (แบบว่า บ่ายๆก็หายหัวกันแล้ว)

แต่การให้อำนาจมากขึ้น ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวังด้วย ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ให้มีคำครหาตามมาได้

เมื่อก่อน เคยต้องพิจารณาขั้นผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหมดประมาณห้าสิบคน ถ้าให้เลือกอยู่คนเดียว คนใกล้ตัวเราก็คงได้ไป แต่คนอื่นๆที่ไม่ได้มาใกล้ชิดกับเราโดยตรง ก็คงไม่รู้จะพิจารณายังไง

ผมเลยให้หัวหน้า และระดับอาวุโสทั้้งหมดมาช่วยกันให้คะแนนทุกคน โดยคะแนนเป็นหนึ่งเสียงเท่าๆกัน ต่อหน้าในที่ประชุม และนับกันตรงนั้นเลย ผลออกมาก็เป็นที่พอใจของทุกคน ไม่มีเสียงตามหลังว่าไม่ยุติธรรมใดๆเลย คนไหนคะแนนเท่ากัน ก็ให้แต่ละคนออกความเห็นได้ว่าใครสมควรได้มากกว่ากัน

การเป็นหัวหน้าคน ไม่ใช่จะเป็นให้ดีกันได้ง่ายๆ การวางตัวให้ดีเป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีใจเป็นธรรมกับทุกๆคน ไม่ว่าจะไม่ชอบขี้หน้ามากแค่ไหนก็ตาม

จากคุณ : jutapit
เขียนเมื่อ : 9 มิ.ย. 54 11:07:59 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู, บางนรา





ความคิดเห็นที่ 20 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

แด่คุณลูกหมีเขี้ยวยาวเขาโง้ง

"เพราะงั้น ยังยืนยันครับ
อย่ายึดติดกับความเคยชินเดิมๆ
เงินเดือน เงินขั้น เงินรางวัล ไม่ใช่เงินของส่วนราชการอีกต่อไปแล้ว
แต่ต้องเอามาพูลกันได้ แล้วจัดสรรให้คนที่ควรได้รับ
ไม่งั้น เราก็บริหารราชการกันแบบวัดผลไม่ได้กันเรื่อยไป"

ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มีข้อแม้ว่าการที่จะจัดสรรนั้นมันจะต้องมาจากกติกาที่เป็นธรรม มีคุณธรรมสามารถยอมรับได้ทุกฝ่าย ไม่ใช่ทำตามอำเภอใจคนใดคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองใหญ่เสียเต็มประดาจะบริหารงานบุคคลอย่างไรก็ได้ตามใจตนเอง
อีกทั้งจะต้องไม่มีเหลือบที่จ้องจะมาหาผลประโยชน์โดยการอ้างคำรับรองและตัวชี้วัดซึ่งไม่มีหลักฐานจริง ๆ ว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของเงินอย่างแท้จริง
ถ้าถามประชาชนเขาอาจจะบอกว่าคนที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชนในการดูแลรักษาเมื่อประชาชนเจ็บป่วยมีคุณค่ามีประโยชน์มากกว่าพวกที่ทำหน้าที่เป็นเสมียรให้ผู้ว่าในการจัดทำเอกสารคำรับรองและตัวชี้วัดซึ่งไม่มีประโยชน์โดยตรงแก่ประชาชนแล้วได้เงินเดือนไปครั้งละ 6 % ก็ได้
ที่คุณอ้างว่าก้าวแรกๆ ของการปฏิรูปแบบนี้อาจมีคนไม่พอใจบ้าง มีคนคัดค้านบ้างแต่เมื่อไหร่ระบบนี้ลงตัว มันจะเป็นผลดีต่อระบบราชการโดยรวม นั่นมันเรื่องในอนาคต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กำแพงเพชรเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นมาจากความไม่เป็นธรรมของผู้มีอำนาจ ทำผิดแล้วไม่ยอมแก้ไขให้ถูกต้องผลัดให้ไปทำใหม่ในรอบการพิจารณาเงินเดือนครั้งหน้า พวกเหลือบที่ได้ประโยชน์ไปก็ต้องดีใจและไม่รู้สำนึกในความผิดของตนเอง ผู้เสียหายก็ต้องเสียหายต่อไปถ้าเป็นอย่างนี้สิ่งดี ๆ ที่คุณอ้างมันจะอีกนานมากกว่าจะเกิดผล

เจ็บพุงเพราะโดนจิ้มอ่ะ

แก้ไขเมื่อ 09 มิ.ย. 54 14:02:16





จากคุณ : จิตสิกขา
เขียนเมื่อ : 9 มิ.ย. 54 11:41:14 [แก้ไข]
ถูกใจ : jeng033, witxp, 447, อมยิ้มลูกกวาด, หมอหมู





ความคิดเห็นที่ 21 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ผมได้ประเมินผลงาน "ดีเด่น" คือ ขั้นสูงสุดของระดับผลงานแล้ว
แต่ตอนเลื่อนขั้นเงินเดือน ได้เพิ่มเพียง 3.11 % เท่านั้น
ทั้งๆ ที่ ระดับผลงาน "ดีเด่น" ในกระทรวงอื่น หน่วยงานอื่น น่าจะได้สัก 5-6% ด้วยซ้ำ...
ผมตกใจมากจริงๆ ที่เพิ่งทราบว่า เสมียนหน้าห้องได้กันเต็ม max 6% กันเลยทีเดียว

แก้ไขเมื่อ 09 มิ.ย. 54 12:17:31

จากคุณ : หมอก้อนหิน [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 9 มิ.ย. 54 12:14:04 [แก้ไข]
ถูกใจ : witxp, ไม่คิดจะยอมแพ้..เราก้อไม่แพ้, 447, อมยิ้มลูกกวาด, หมอหมู





ความคิดเห็นที่ 22 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ทานโทษครับ

ที่บอกว่า ผวจ ไม่มีอำนาจอะไร แล้วที่ออกมากันนี้ไม่ใช่เพราะประท้วงการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของ ผวจ หรือไงครับ

ลองไปศึกษาดูว่าแต่ละกระทรวงเค้ามีหนังสือมอบอำนาจให้ ผวจ กันหมด เพราะต้องทำตาม พรบ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

แก้ไขเมื่อ 10 มิ.ย. 54 00:32:52

แก้ไขเมื่อ 10 มิ.ย. 54 00:31:14

จากคุณ : nisas [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 00:17:45 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 23 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ลองอ่าน พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ. ๒๕๕๐ ดูนะครับ

แก้ไขเมื่อ 10 มิ.ย. 54 00:31:31





จากคุณ : nisas [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 00:27:45 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 24 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

"""





จากคุณ : nisas [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 00:28:49 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 25 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ปล อันนี้ถึงคุณ ลูกหมีเขี้ยวยาวเขาโง้งโดยตรง เพราะเคยอ่านเห็นผ่านๆ ว่าท่านเคยเป็น "หน้าห้อง" มาก่อน

ผมอยากให้เอาผลงานหรือเนื้องานของหน้าห้องมาเปรียบเทียบกับผู้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ มาแจกแจงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอันไหนมันมากกว่ากัน หรือก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนมากกว่ากัน

ทำไมชาวสาสุขถูกตัดจาก 3%เหลือ 2.1-2.3 ส่วน "หน้าห้องกับคนใกล้ชิด" ได้ 4.5-5.8

อันนี้อยากให้เลิกเถอะครับวัฒนธรรม "อยู่ใกล้นายแล้วจะได้ดี" มันบ่อนทำลายระบบราชการไทยมากหลายทศวรรษแล้ว ผมเห็นหน้าห้องหลายคนพอได้ดิบได้ดีมาเป็นหัวหน้า มาเป็นฝ่ายบริหาร ไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่รู้เนื้องานว่าลูกน้องทำอะไร เพราะทำเป็นแต่เอาใจนาย

แก้ไขเมื่อ 10 มิ.ย. 54 00:39:42

จากคุณ : nisas [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 00:37:52 [แก้ไข]
ถูกใจ : witxp, jeng033, 447, mombin





ความคิดเห็นที่ 26 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

อ่าน #25 ของคุณ nisas ก็ถึงบางอ้อ

มันเป็นเช่นนี้เอง whiterose whiterose

จากคุณ : 447 [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 08:36:36 [แก้ไข]


โดย: หมอหมู วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:22:10:44 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 27 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนค่ะ เปรียบเทียบง่ายๆ ถ้าคุณเป็นคุณครู (ขออนุญาตใช้ค่ะเพราะนับถือคุณครูทุกท่าน) เด็กในปกครองของคุณครู คนหนึ่งมีความชำนาญด้านภาษาอังกฤษ ส่วนอีกคนก็มีความโดดเด่นด้านภาษาไทย คุณคิดว่า ใครจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ประเทศไทยพัฒนาไปได้ดีกว่ากันคะ สมมุติว่าคุณคิดว่าคนเด่นด้านอังกฤษซิ เพราะพูดคุยกับนานาประเทศได้ทำให้เขาเข้าใจเรา แต่อีกคนคิดว่าต้องคนเด่นด้านภาษาไทยซิ วัฒนธรรมของชาติเท่านั้นที่จะทำให้เขารู้จักเราที่แท้จริง แต่เผอิญดิฉันเป็นคุณครู ผอ. ค่ะ ดิฉันว่า 2 คนสำคัญเท่ากันเลย ฉะนั้นจึงสนับสนุน และชื่นชมยกย่อง 2 คนเท่าๆ กัน เพื่อให้ทั้ง 2 คนปฏิบัติหน้าที่ที่ตัวเองมีความชำนาญต่อไปอย่างมีความหวัง และกำลังใจ คุณคิดว่าดิฉันเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลไหมคะ เฉกเช่นเดียวกับข้าราชการ สา’สุขนะค่ะ ก็มีบทบาทที่ตนต้องรับผิดชอบ การตอบสนองนโยบายต่างๆ ตามขอบเขตของตนเอง ขอสมมุติอีกทีนะคะ ถ้านโยบายจังหวัดคือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ สา’สุขก็ตอบสนองได้ด้วยการบำบัดผู้ป่วยติดยา กับตรวจหาสารเสพติดเพื่อให้หน่วยงานอื่นได้หลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อไปเอาผิดกับคนทำผิดจริงไหมค่ะ แล้วขอถามทิ้งท้ายกับกับผู้มีอำนาจบารมีทั้งหลาย หากปราบปรามอย่างเดียวไม่บำบัดรักษา ปัญหายาเสพติดจะหมดไปได้จริงเหรอคะ ท่านผู้นำที่มีเมตตาธรรม

จากคุณ : ผู้มีวิสัยทัศน์
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 09:39:50 A:203.154.62.14 X: TicketID:320349






ความคิดเห็นที่ 28 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เอ่อ จะจิ้มไปที่คุณนิสา ก็กลัวจะมีคนหาว่าจิ้มไปเรื่อยอีก

แต่ถ้าไม่จิ้มไปแล้ว จะตอบคำถามของแต่ละคนยังไงครับ
คนอ่านผ่านๆ คนอื่น จะรู้ไหมว่าผมโพสตอบใคร หือ

เอาที่คุณนิสาก่อนเนาะ
ผมว่า ถ้าคุณไม่โพสด้วยอคติ ก็แสดงว่าคุณอ่านอะไรไม่ครบ
เพราะถ้าอ่านกระทู้ที่ผมโพสเรื่องเป็นหน้าห้องดีๆ
จะเห็นว่าผมบรรยายลักษณะงานหน้าห้องไว้ชัดเจนแล้ว
และที่สำคัญ ผมเขียนออกจะชัด ว่าไม่ได้เป็นหน้าห้องมาตลอด
แต่ทำมาตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ ก่อนจะมาเป็นหน้าห้อง
และตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นแล้วล่ะคับ เพราะเลือกชีวิตส่วนตัว มากกว่าชีวิตเพื่อนาย

ถ้าเอาประเด็นนี้มาถกกัน แทนที่จะหักล้างประเด็นที่ผมตั้งด้วยเหตุผล
แต่สรุปรวมๆ ไปเลยว่า ผมเข้าข้างผู้ว่าฯ เพราะเป็นหน้าห้อง
มันก็ไม่ได้สาระอะไรเลยล่ะคับ และสะท้อนวิธีคิดของคุณนิสาได้ชัดเจนเลยทีเดียว

ผมว่า เราต้องรับฟังเหตุผลทีแตกต่างบ้างนะครับ
อันไหนไม่เห็นด้วย ก็เอาเหตุผลในเรื่องนั้นๆ มาหักล้างกัน
จะดีกว่าไหม


อ้อ แล้วที่ยกเรื่องหลักเกณฑ์มอบอำนาจมาน่ะ
ยกมาทำไมครับ เข้าใจจริงๆ หรือเปล่าว่าที่ยกมาน่ะ
มันอยู่ตรงส่วนไหนของที่เรากะลังคุยกัน
อันนั้น มันเป็นหลักเกณฑ์กรณีผู้มีอำนาจจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการแทน
กฎหมายตัวนี้ กำหนดเงื่อนไขเป็นแนวทางไว้ว่า จะมอบได้แค่ไหน เพียงใด อย่างไร
เท่านั้นเอง

แต่ไม่เกี่ยวกะที่ผมบอกว่า หน่วยงานส่วนกลางไม่มอบอำนาจให้ผู้ว่าเล้ยจริงๆ
เพราะมาตรา 22 ไม่ได้บังคับให้ต้องมอบ เพราะซ่อนเงื่อนไขเอาไว้พอสมควร
แถมไม่มีบทลงโทษอีกตะหาก
ทำไปทำมา เลยไม่มีการมอบหรอกครับ
ผู้ว่าฯ ไม่พอใจป่าไม้ที่ไม่จัดการพวกบุกรุกที่สาธารณะ ก็ทำได้แค่เรียกมาด่า
แต่ย้ายไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย
เพราะเป็นอำนาจส่วนกลาง ซึ่งต้องทำหนังสือไปขอให้เปลี่ยนตัว
แต่เขาจะเปลี่ยนให้หรือไม่ เป็นเรื่องของหน่วยงานนั้นๆ

แต่เวลาโดนด่า โดนถามหาความรับผิดชอบเนี่ย
ผู้ว่าฯ โดนก่อนเลย ให้ดิ้นตายซิท่าน





ส่วนประเด็นของท่านอื่นๆ
ผมตอบสั้นๆ นะครับ
ว่า งานราชการตอนนี้ ถูกกำหนดโดย พรฏ.GG ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินตัวล่าสุด และกฎหมาย ก.พ. โดยมีนัยสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน
กล่าวคือ งานประจำ กลายเป็นแค่งานรูทีนที่ไม่มีน้ำหนักมากนักในสายตาคนภายนอก
โอเค ท่านอาจจะบอก งานของคนสาธารณสุขหนักมากๆๆๆ
แต่ผมว่า ถามทุกคนที่ทำงาน ก็ต้องบอกว่างานตัวเองหนักและสำคัญหมดแหละครับ
ตำรวจก็บอกงานหนัก เอาชีวิตไปเสี่ยงกะโจร
มหาดไทยก็บอกต้องดีลกะงานพัฒนาไปพร้อมๆ กับการหลอกล่อนักการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์อื่นๆ ในพื้นที่ พลาดก็โดนย้ายได้ง่ายๆ
เกษตร ก็ว่า งานต้องพัฒนาชาวบ้าน ช่วยชาวนาที่มีปัญหาข้าวราคาตก น้ำท่วมทุุกปี

แต่...ประเด็นคือ งานรูทีนเหล่านี้ ถูกมองว่าเป็นงานทั่วไป
แต่งานที่กฎหมายต่างๆ ดีไซน์ออกมารองรับพร้อมๆ กับรัฐบาลมีนโยบายกดดันลงมา
คืองานยุทธศาสตร์ตะหาก
นั่นหมายถึง เคยทำอะไรมา จะทำเหมือนเดิมไม่ได้
แต่ต้องคิดยุทธศาสตร์ คิดงานตัวใหม่ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลและจังหวัด
แล้วเอาตัวนั้นแหละ มาขาย มาเป็นตัวประเมิน

ถ้าเคยทำกันมายังไง ก็ทำไปอย่างนั้น
ไม่คิดจะหาทางเอางานตัวเองไปขายเป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัด
พอเจอเกณฑ์การประเมินที่เน้นยุทธศาสตร์เป็นหลัก
มันก็ต้องตกอยู่แล้วล่ะครับ เป็นเรื่องธรรมดา

และบอกได้เลย ว่าถ้ายังไม่เปลี่ยนวิธีคิดแบบเอามาตรฐานเอกชนมาวัดราชการ
ให้ต้องมีผลงานเป็นยุทธศาสตร์ที่จับต้องได้ งานประจำให้ราคาน้อยมาก
ถ้ายังขืนไม่ปรับตัวทำยุทธศาสตร์ออกมาขาย ประเมินอีกกี่รอบก็ตกครับ

จากคุณ : ลูกหมีเขี้ยวยาวเขาโง้ง
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 09:43:35 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 29 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เด๋วว่างๆ คุยกันนะครับ
ขอทำงานก่อน

จากคุณ : nisas [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 10:38:38 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 30 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

มาติดตามเรื่องราวค่ะ

จากคุณ : I'll be there for you.
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 11:00:30 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 31 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

คุณลูกหมีเขี้ยวยาวเขาโง้ง
ทำไมไม่แบ่งคะแนนการประเมินออกล่ะคะ ถ้าพูดถึงแต่งานด้านยุทธ์ศาสตร์ด้านเดียว แต่ไม่สนใจงานประจำเลยมันก็จะแย่นะคะ คุณต้องเข้าใจว่างานด้านการสาธารณสุขครึ่งนึงเป็นงานบริการหรือที่เรียกว่างานประจำ เราต้องให้การรักษาคนเจ็บ ซึ่งคนเจ็บมีอยู่ทุกวัน ไม่มีวันไหนไม่มีคนเจ็บหรอกค่ะ แล้วท่านจะให้เราทิ้งงานนี้เพื่อมัวแต่ไปทำงานที่สร้างหน้าสร้างตาหรือค่ะ งานบางอย่างมันอาจจะตอบได้แค่ตัวชี้วัดทางยุทธศาสตร์ แต่มันไม่ได้ตอบสนองความต้องการของประชากร ไม่ใช่วาดฝันยุทธศาสตร์ซะสวยหรู แต่ในความจริงทำไม่ได้ก็มีเยอะ ทุกวันนี้ก็เหมือนทำงานแปะทองหลังพระแล้ว ไม่ได้หน้าไม่พอ แถมยังไร้ค่าอีกหรือ?? แล้วที่เราทำอยู่ไม่ใช่งานเพื่อประชาชนหรือค่ะถามหน่อย??

จากคุณ : Rx
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 14:30:59 A:118.172.200.3 X: TicketID:320169






ความคิดเห็นที่ 32 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

^
^
^
ผมไม่ได้เป็นคนดีไซน์ระบบนี้นะครับ
คนกำหนดเกม อยู่ที่ กพร.

เมื่อระบบมันมาอย่างนี้
ก็ต้องยอมรับครับ ผมก็โดนผลกระทบไม่น้อยกว่ากันหรอก
แต่ท้าจะยึดความเคยชินเดิมๆ แล้วเรียกร้องกันไป
ยังไงก็แพ้ครับ

ทำไมไม่ลองเปลี่ยนเป็นปรับงานประจำที่ทำอยู่
ให้มันเป็นยุทธศาสตร์ที่ตอบสนองยุทธศาสตร์จังหวัด และยุทธศาสตร์ชาติได้ล่ะครับ
จะง่ายกว่ากันเยอะเลย

จากคุณ : ลูกหมีเขี้ยวยาวเขาโง้ง
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 18:48:27 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 33 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

555

ผมตกใจกว่า ที่หมอไซเบอร์ผู้บ่นว่าไม่มีเวลาพักผ่อน
แต่มีเวลาเล่นเน็ตแทบทุกห้อง ได้ตั้ง 3.11 แนะ
เยอะนะ

จากคุณ : ลูกหมีเขี้ยวยาวเขาโง้ง
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 18:50:15 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 34 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

โรงพยาบาลกำแพงเพชร

หมอ ญาติหมอป่วย ทำไมไปรักษาที่พิษณุโลก กรุงเทพฯ เชียงใหม่
ประสิทธิภาพของโรงพยาบาลกำแพงเพชรเป็นอย่างไร
คนไข้ไม่มีเส้นสาย อ่านไม่ออก(ตาไม่ดี) ไม่เคยมา ตวาดว่าเขาบ้างไหม
ไปเช้า ได้ตรวจบ่าย ไปสายได้ตรวจบ่าย ไปบ่ายก็ตรวจบ่าย
ชาวบ้านไปเวลาไหนดีครับ จะได้ลางานได้ถูก
น่าจะโทรฯนัดได้นะครับ

งบฯน้อย หมอน้อย เครื่องมือไม่พอ ฯลฯ
ควรประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้นะครับ

งานมหาดไทย
ห้องทะเบียนราษฎร์ อ.เมือง ดุอย่าง...
ไปเทศบาลดีกว่า บริการต่างกันมากกกกกกก....

มหาดไทย สอนให้เป็นเจ้าคน นายคน ไม่ได้ให้มารับใช้ชาวบ้าน
(รับใช้นายเท่านั้น)

จากคุณ : uthai_y [FriendFlock]
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 21:10:07 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 35 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

คห.33
ผมบอกตอนไหนว่าผมไม่มีเวลาพักผ่อน...
ขอที่มาของข้อมูลด่วน...

แล้วอีกอย่าง... ความเห็นคุณทำไมดูถูกชาว สธ.จัง...
ถ้าหากผมทำแต่รูทีน ไม่ได้การประเมิน "ดีเด่น" หรอกครับ..
งานรูทีน ตรวจคนไข้ อยู่เวร ราวน์วอร์ด อันนี้ผมก็ทำ
งานไม่รูทีน เป็นประธานทีมพัฒนาคุณภาพ ร่วมทำแผนพัฒนาคุณภาพการให้บริการ งานตรวจสอบเวชระเบียน ฯลฯ... อันนี้ผมก็ทำ...
หมอคนอื่นใน รพ.เดียวกัน ที่ทำแต่รูทีน ก็ได้ประมาณ "ดี"

มาตะหงิดๆ ตรงที่ "ดีเด่น" สธ. ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนน้อยกว่า "ดีเด่น" หน้าห้องผู้ว่าฯ นี่แหละ..

จากคุณ : หมอก้อนหิน [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 54 22:43:39 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 36 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เอ่อ.. คุณลูกหมีครับ งั้นถ้าพวกหมอพยาบาลไม่ทำงานรูteen เอาแต่เวลาไปทำงานนโยบายโดยไม่ต้องสนไจผู้ป่วย จะดีไหมครับ(ผมอ่านแล้วเข้าใจว่า มันน่าจะทำอย่างนี้เพื่อ ผลงานประเมินจะได้ดี) ถ้าตอบผมว่าไม่ ก็ควรจะมีการแบ่งผลการประเมินให้ชัด ว่าจะให้น้ำหนักงานรูบาทาเท่าไหร่ งานนโยบายเท่าไหร่ ใช่ไหมครับ และแต่ละหน่วยงานน้ำหนักก็ไม่ควรเท่ากันด้วยนะครับ(เพราะความสามารถในการเอาเวลางานไมต่อบสนองนโยบาย มันไม่เท่ากันจากงานรูบาทาเหล่านี้แหละครับ)

จากคุณ : ความรุ้เท่าหางลูกอ๊อด
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 54 07:59:29 A:223.207.122.212 X: TicketID:278779






ความคิดเห็นที่ 37 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ก็แค่ให้กุมเงินไว้ จะได้ใช้เพื่อประโยชน์ตัวเองและพวกพ้องง่าย

ก็เท่านั้น เถียงไปก็เปล่า

ส่วนสาธารณสุข ไม่พอใจ ก็มาอยู่เอกชนกันซิ จำไปทนทำไม

รู้ๆกันอยู่ ว่าไอ้นโยบายต่างๆ มันทำเอาหน้ากันทั้งนั้นแหละ

จากคุณ : no preservation [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 54 11:40:10 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 38 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

มาตามต่อ...

จากคุณ : I'll be there for you.
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 54 13:44:05 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 39 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

อ่านมาเรื่อยๆ พอมาเจอ คห.33 ถึงกับอนาถจิตเลยครับ

คิดว่าคนเราไม่มีเวลาว่าง หรือเวลาพักเลยเหรอครับ อาจจะเป็นชั่วครู่ชั่วยามก็ได้ แล้วรู้ได้ยังไงครับว่าถ้าเขาเล่นเน็ต มันทำให้งานเขาเสียหรือผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษา และโรงพยาบาลไม่ได้พัฒนา

การเอาประเด็นนี้มาพูด มันไร้ซึ่งวุฒิภาวะและไร้สาระมากเลย หรือว่าคุณเองไม่เป็นแบบนั้น เวลาว่าง เวลาพัก ก็เข้าเน็ตบ้างน่ะครับ

แทนที่จะทำให้คนหลายๆ คน เขาเชื่อถือในสิ่งที่คุณเสนอความคิดเห็น แต่พอเจอ คห.นี้ เขาเสียศรัทธากับคุณแน่นอนครับ ผมเองก็หนึ่งในนั้น

การประเมินการขึ้นเงินเดือน แน่นอนว่า มันเหลื่อมล้ำแน่ๆ ครับ ถ้าเล่นประเมินแบบตามใจฉัน อยากให้ใครก็ให้ หรือไม่เข้าใจบริบทขององค์กรนั้นๆ ซึ่งมันก็สามารถร้องเรียนและเป็นเรื่องได้ มันผิดตรงไหนกัน ที่จะทวงหาความยุติธรรม

เคยเป็นหนึ่งในบุคลากรแวดวง สธ. มาก่อน เข้าใจถึงงานหนักของโรงพยาบาลจังหวัดและ รพ.ชุมชนมากๆ ครับ เพราะคนที่ทำงานแทบจะไม่มีเวลาได้พัก และต้องแบกรับความทุกข์ของประชาชนที่มารักษามากมาย ยังไม่พอต้องเจอตัวชี้วัดอื้อซ่า ทั้งจากระทรวงเอง จาก HA จาก กพร. และจากจังหวัด ถ้าไม่เสียสละพอ ไม่มีมิติจิตใจที่พร้อมจะเสียสละ ทำแทบจะไม่ไหวเอาเลยนะครับ

และัเคยเป็นบุคลากรที่ทำงานด้านพัฒนาคุณภาพและรู้เรื่องของ PMQA TQA และระบบพัฒนาคุณภาพอื่นๆ ในเชิงนโยบายมาก่อนด้วย ถึงได้รู้ว่าการกำหนดตัวชี้วัดบางตัว มันไม่ได้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ระดับประเทศ และไม่ได้เข้าถึงบริบทขององค์กรที่แตกต่าง รวมถึงไม่ก่อให้เกิด Innovation ในการพัฒนาองค์กรเท่าไหร่เพราะมี Pattern ตายตัว แต่กำหนดมาเพื่อให้ทุกหน่วยงานมันต้องวัดเหมือนกันจะได้ง่ายต่อการประเมิน

ยังไม่พอ ดันไม่ได้ตอบโจทย์ภาพรวมของการทำงานในทุกองค์กร ซึ่งจริงๆ ต้องรู้ว่าแต่ละองค์กรการทำงานต่างกัน เช่น ถ้าจะไปวัด มท. กับ สธ. การทำงานมันเหมือนกันตรงไหนไม่ทราบ นี่แหละครับเรื่องแปลกของแวดวงการพัฒนาคุณภาพของราชการไทย ที่ไม่ได้คิดถึงบริบทสภาพความเป็นจริงว่าแต่ละองค์กรแตกต่าง สักแต่อยู่บนหอคอยงาช้าง เวลาเกิดปัญหา ก็ไม่สนใจ คิดว่าเรียกร้องกันมากเกินไป แทนที่จะปรับปรุงตัวเองดีๆ แทน

ซึ่งก็เข้าใจได้ง่ายๆ ว่า ทำไมราชการไทย ถึงได้น่าเอือมระอา และคงไม่มีวันเทียบชั้นราชการของต่างประเทศได้เลย

แก้ไขเมื่อ 11 มิ.ย. 54 15:47:01

จากคุณ : เข็มขัดสั้น [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 54 15:43:42 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 40 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ผ่านมาแวะอ่านเห็นด้วยกับคห.39 และเห็นใจชาวสธ.กำแพงเพชร รู้สึกดีใจที่เราไม่ได้อยู่กำแพงเพชรนะ ไม่งั้นคงรู้สึกแย่สุด...สุด เพราะเราพวกรักความเป็นธรรม สธ.สู้..สู้

จากคุณ : คนนอกกระทรวง
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 54 17:13:53 A:180.180.188.162 X: TicketID:320619






ความคิดเห็นที่ 41 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

คุณเขี้ยวยาวเขาโง้ง
คห. 32 คุณคงขอบคุณกพร.มาก..ที่ดีไซน์ระบบนี้ขึ้นมา..ทำให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้น อ้างแต่ตอบสนองยุทธศาสตร์จังหวัด คุณคงไม่รู้ว่าแต่ละหน่วยงานก้อมีงานยุทธศาสตร์ที่ล้อตามของจังหวัดอยู่แล้ว เพียงแต่..แต่ละหน่วยงานลักษณะงานไม่เหมือนกัน..จะให้เปลี่ยนมาทำแต่งานยุทธศาสตร์เพื่อคนคนเดียว เราทำไม่ได้หรอก แค่คห.คุณก้อเห็นลิ้นไก่แล้ว ไม่ต้องอ้าปากเลย ...อิ..อิ

จากคุณ : คนไม่มีเขี้ยวเล็บ
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 54 17:52:27 A:180.180.188.162 X: TicketID:320619






ความคิดเห็นที่ 42 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

กลับมาแล้วครับ

อ่านอีกครั้งช้าๆ ชัดๆ คิดว่าเรื่องนี้คงถกเถียงกันยาว เพราะเกี่ยวพันกับเรื่องโครงสร้างและระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ มากมาย

ที่จริงในหลักการใหญ่ ผมไม่เห็นด้วยกับการบริหารราชการส่วนภูมิภาคอยู่แล้ว เพราะขัดกับหลักการกระจายอำนาจและการปกครองตนเองอย่างชัดเจน แต่ตอนนี้ก็ต้องยอมรับว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังไม่เข้มแข็งและยังไม่มีความโปร่งใสพอที่จะาร้างการยอมรับจากประชาชน อีกทั้งราชการส่วนกลางยังต้องการที่จะคงอำนาจในการบริหารประเทศแบบเบ็ดเสร็จ จังหวัดจึงยังคงต้องมีอยู่

แต่ตอนนี้เรื่องสำคัญก็คือ การให้คนอีกกระทรวงมาประเมินคนอีกกระทรวงมันคงถามหาความยุติธรรมกันยากพอสมควร เพราะคนกระทรวงอื่นย่อมไม่รู้ลึกถึงเนื้องานของอีกกระทรวงอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องการมอบอำนาจ ขออภัยที่แจกแจงไม่ละเอียด

แต่ทุกกระทรวงต้องมีบัญชีมอบอำนาจให้ ผวจ ครับ ไม่งั้นก็คงไม่ต้องให้ ผวจ มาประเมิน

ลองดูตัวอย่างบัญชีมอบอำนาจของกรมๆ หนึ่งครับ

//www.chainat.go.th/sub/dpw/data/Power%20Give.htm

ถ้าจะมาอ้างว่า ผวจ. ทำอะไรไม่ได้เลย ยังงั้นก็แปลว่า ผวจ ห่วยเองครับ ใช้อำนาจตามกฎหมายไม่เป็น และไม่มีบารมีเอง ส่วนถ้าจะมาปรับกฎหมายให้ ผวจ. มีอำนาจมากขึ้น ผมว่าก็คงไม่ต้องมีกระทรวงอื่นๆ แล้วล่ะครับ แบบนั้นยุบทุกกระทรวงไปรวมอยู่ใน มท. กันเลยดีกว่า

ปล รายละเอียดอาจจะเยอะหน่อยนะครับ แต่ถ้าท่านยุ่งกับ "งานยุทธศาสตร์" ก็ไม่ต้องอ่านก็ได้นะครับ เกรงว่าจะเสียเวลา

แก้ไขเมื่อ 12 มิ.ย. 54 21:20:15

จากคุณ : nisas [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 54 19:01:25 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 43 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ซ้ำ

แก้ไขเมื่อ 12 มิ.ย. 54 21:20:28

จากคุณ : nisas [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 54 21:12:54 [แก้ไข]


โดย: หมอหมู วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:22:11:42 น.  

 

//www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1341217203&grpid=03&catid&subcatid

หมอ-พยาบาล-จนท.สธ.สมุทรสาครวอน"ยงยุทธ"เคลียร์ผู้ว่าฯ หักเงินประเมินผล

วันที่ 02 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เวลา 15:40:48 น.



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทย นพ.สกล ภูมิรัตน์ประพิณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร พร้อมด้วยตัวแทนสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอใน จ.สมุทรสาคร เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายยงุยทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม กรณีถูกผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ใช้อำนาจหักเงินเดือนของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั้งจังหวัด 0.2 เปอร์เซ็นต์ ไปโดยไม่ได้คืนกลับมา


นพ.สกลกล่าวว่า รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นปีที่ 2 แล้ว การหักเงินเดือนดังกล่าวเป็นอำนาจของผู้ว่าฯที่หักไปให้บุคคลที่ท่านคิดว่ามีผลงานดีเด่น แต่ตนเองก็คิดว่าพวกตนก็ทำงานหนัก แล้วเหตุใดจึงไม่มีการชี้แจงว่าบกพร่องตรงจุดใด 0.2 เปอร์เซ็นต์ เป็นอำนาจที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ไว้จริง แต่ในมติ ครม. มีการระบุว่าจะต้องใช้ด้วยความเป็นธรรม การจะใช้ตัวชี้วัดอะไรตัดสิน ต้องแจ้งก่อน เหมือนกับการประเมินการสอบ จะต้องมีการระบุว่าสอบวิชาอะไร ไม่ใช่ยังไม่สอบแล้วบอกว่าคุณยังไม่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งหมายความว่า 33 หน่วยงานในจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เป็นอันดับสุดท้าย ซึ่งสาธารณสุขจังหวัดมีข้าราชการมากที่สุด แล้วนำเงินของคน 70 เปอร์เซ็นต์ ไปให้ใครบ้างไม่ทราบ บางคนได้ 6 เปอร์เซ็นต์ 4 เปอรแซ็นต์

ดังนั้น เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยตั้งแต่ซี 1-ซี 8 จึงได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบที่เกี่ยวกับความก้าวหน้าทางหน้าที่การงาน สิ้นเดือนแทนที่จะได้รับเงินเพิ่ม 300-500 แต่ก็ไม่ได้ และจะเป็นไปโดยตลอด จะสะสมไปถึงเกษียณ เงินจำนวนดังกล่าวดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยเยอะ แต่สำหรับพวกตนเห็นว่าเงินก้อนนี้เยอะและมันหมายถึงความเป็นธรรม เราจึงมาร้องขอความเป็นธรรม ขอความเมตตา เราได้ร้องมา 2 ปีแล้ว


"จังหวัดอื่นๆ หักแค่ 1 ใน 4 ไม่มีจังหวัดใดหักมากขนาดนี้ หากหักมากขนาดนี้ ก็จะเกิดเรื่องเหมือนที่ จ.บึงกาฬ เหมือนที่ จ.กำแพงเพชร ข้าราชการที่ไม่พอใจมีการเดินขบวน แต่พวกตนจะไม่เดินขบวน เราจะใช้วิธีการขอเจรจา ในปีนี้ส่งผู้ใหญ่ในจังหวัดไปเจรจา แต่ก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม เราก็รู้สึกว่าผู้ว่าฯไม่มีความเป็นธรรม เราต้องการผู้ว่าฯที่มีความเป็นธรรม เราเคยสอบถามผู้ว่าฯ แต่ท่านบอกว่าเป็นอำนาจของท่านที่มีการประเมินผลจากการปฏิบัติงาน แล้วชาวสาธารณสุขปฏิบัติงานไม่ดีอย่างไร ทุกคนก็เหน็จเหนื่อยในการทำงาน มีหน่วยงานราชการใดบ้างที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชม. มันไม่ใช้ ทำงาน 08.00 น. แล้วเลิกงาน 16.00 น. เราต้องทำงานตลอด 24 ชม. จนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง แล้วยังมาบอกว่าพวกตนสอบตกได้อย่างไร ในเมื่อเกณฑ์ประเมินผลก็ไม่มีการแจ้งให้ทราบ จึงตั้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเตือนผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านด้วย เพราะทราบมาว่าผู้ว่าฯจะมีการจัดม็อบออกมาบุกโรงพยาบาล โดยใช้เครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้าน กลายเป็นเอามวลชนมาทะเลาะกัน อย่างไรก็ตาม แม้เราไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่การปฏิบัติหน้าที่ของพวกเรานั้นยังเต็มร้อย ไม่เคยละทิ้งหน้าที่


ด้านนายยงยุทธกล่าวว่า ความไม่เข้าใจกันต้องมีการเจรจาทำความเข้าใจ ซึ่งท้ายที่สุดเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา ผู้ที่จะออกมาขับไล่ต้องอยู่ในกรอบ ห้ามทำผิดกฎหมาย ยืนยันเรื่องนี้จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ





โดย: หมอหมู วันที่: 9 กรกฎาคม 2555 เวลา:13:48:34 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]