Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

รวม 7 วันอันตรายปีใหม่เทศ 2562 เจ็บน้อย แต่ ตายเยอะกว่าปีก่อน





ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน(ศปภ.) ได้สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2561 –2 มกราคม 2562

เกิดอุบัติเหตุรวม3,791 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 463 ราย และผู้บาดเจ็บรวม 3,892 คน

จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ตาก สมุทรสงคราม สตูล

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช 118 ครั้ง

จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดเป็นจังหวัดนครราชสีมา 25 ราย

จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช 137 คน

ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงกว่าปีที่แล้วส่วนอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บลดลง

สาเหตุหลักเกิดจากการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง

ปล.มาตรการที่ทำกันมาหลายปี น่าจะต้องหาวิธีอื่นได้แล้วนะครับ หาวิธีใหม่ ๆนำมาลองใช้ได้เลย ได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ค่อยว่ากัน ดีกว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้

ปีใหม่ 2562เกิดอุบัติเหตุ 3,791 ครั้ง ตาย 463 ราย เจ็บ 3,892 คน

ปีใหม่ 2561เกิดอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง ตาย 423 ราย เจ็บ 4,005 คน

ปีใหม่ 2560เกิดอุบัติเหตุ 3,919 ครั้ง ตาย 478 ราย เจ็บ 4,128 ราย

ปีใหม่ 2559เกิดอุบัติเหตุ 3,379 ครั้ง ตาย 380 ราย เจ็บ 3,505 ราย

ปีใหม่ 2558เกิดอุบัติเหตุ 2,997 ครั้ง ตาย 341คน เจ็บ 3,117 คนน

*********************************************************

" เทศกาลแห่งความสุขแต่กลายเป็นวันสูญเสียของหลายร้อยครอบครัว จากอุบัติเหตุบนถนน ...วันหนึ่งอาจเป็นครอบครัวเรา ? "

ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน(ศปถ.) กำหนดแนวทางปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2561 – 2มกราคม 2562 (รวม 7 วัน) โดยใช้ชื่อว่า “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” โดยให้ความสำคัญกับประเด็นหลัก คือการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด การดื่มแล้วขับ และการไม่สวมหมวกนิรภัย

ร่วมเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการป้องกัน-ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงปีใหม่ทุกท่าน ใครผ่านไปก็นำของกิน-ขนม-น้ำดื่ม ฝากคนทำหน้าที่อยู่บ้างก็ดีนะครับ ทั้งตำรวจ ทหาร อพปร กู้ภัย หมอพยาบาลเจ้าหน้าที่ ฯลฯ อยู่กันเพียบ จะได้มีแรงกายแรงใจสู้งานหนักกันต่อไป

เดินทางใกล้ไกลแค่ระมัดระวังตนเองยังไม่พอต้องคอยดูคอยระวังรถคันอื่นด้วย เราขับดีแต่คนอื่นอาจไม่ ?

รถเยอะ คนแยะขับช้าๆ ใจเย็นๆ เดินทางปลอดภัยทุกท่าน นะครับ

ปล.มาตรการที่ทำกันมาหลายปี น่าจะต้องหาวิธีอื่นได้แล้วนะครับ หาวิธีใหม่ ๆนำมาลองใช้ได้เลย ได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ค่อยว่ากัน ดีกว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้

ปีใหม่ 2562 เกิดอุบัติเหตุ 3,791 ครั้ง ตาย 463 ราย เจ็บ 3,892คน

ปีใหม่ 2561 เกิดอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง ตาย 423 ราย เจ็บ 4,005คน

ปีใหม่ 2560 เกิดอุบัติเหตุ 3,919 ครั้ง ตาย 478 ราย เจ็บ 4,128ราย

ปีใหม่ 2559 เกิดอุบัติเหตุ 3,379 ครั้ง ตาย 380 ราย เจ็บ 3,505ราย

ปีใหม่ 2558 เกิดอุบัติเหตุ 2,997 ครั้ง ตาย 341 คน เจ็บ 3,117คนน

ทั้งนี้ ข้อมูลของ"ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.)"มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุการเสียชีวิต และบาดเจ็บ (Admit)ช่วงการควบคุมเข้มข้น (7วัน) จำนวน 3 ปี ระหว่างปี 2558- 2560 พบว่า มีอุบัติเหตุเฉลี่ยวันละ 490 ครั้งมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 57ราย มีผู้บาดเจ็บเฉลี่ย วันละ 512คน "ปัจจัยเสี่ยง" พบว่ามีอยู่ 4ด้าน ได้แก่

1. ด้าน"คน" พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ใช้รถใช้ถนน อาทิความสามารถของผู้ขับขี่ลดลงเนื่องจากสภาพร่างกายไม่พร้อม/ การไม่ชำนาญเส้นทาง /การไม่เคารพกฎจราจร / ขาดวินัยในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

2. ด้าน "ยานพาหนะ"ยานพาหนะไม่มีมาตรฐาน อาทิ ขาดความพร้อมด้านอุปกรณ์พื้นฐานในรถยนต์ /อุปกรณ์ความปลอดภัย / การปรับแต่งสภาพยานพาหนะ/ การบรรทุกที่ไม่ปลอดภัย

3. ด้าน"ถนน"ลักษณะทางกายภาพของถนนไม่สมบูรณ์อาทิ ถนนชำรุด ผิวถนนเป็นหลุม บ่อ/สภาพการจราจรที่หนาแน่น / อุปกรณ์การควบคุมการจราจร ป้ายเตือน ป้ายสัญลักษณ์ต่างๆมีสภาพไม่สมบูรณ์ และติดตั้งในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ไม่ชัดเจน/จุดเสี่ยงจุดอันตรายจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยและจุดตัดทางรถไฟยังไม่ได้รับการแก้ไข

4. ด้าน"สิ่งแวดล้อม" ไฟฟ้าส่องสว่างชำรุดและไม่เพียงพอ / อุปสรรคทางธรรมชาติและลักษณะภูมิอากาศ/ สิ่งกีดขวางตกหล่นบนช่องทางจราจร /วัตถุอันตรายขวางทาง / สิ่งกีดขวางทัศนวิสัย

7 วันอันตรายปีใหม่ไทยเทศตายเจ็บเพียบ T-T ( น่าจะต้องหาวิธีคิดแบบอื่นเพื่อแก้ไขปัญหา? )

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=22-04-2017&group=30&gblog=2

ข้อมูลรับแจ้งอุบัติเหตุทางถนนในรอบ24 ชั่วโมง

https://www.thairsc.com/

จังหวัดกำแพงเพชรจำนวนผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และลำดับความเสี่ยง

https://www.thairsc.com/p77/index/62

มาลุ้นกัน ปี 2561ว่า ประเทศไทยของเราจะทำลายสถิติ "มีคน เจ็บตาย บนถนน เกินหนึ่งล้านคน " ได้หรือเปล่า

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=15-12-2018&group=30&gblog=11

ล้านแล้วจ้า ..สถิติ มีไว้เพื่อทำลาย ปี ๒๕๖๐ ประเทศไทย มีคนเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนน ถึง"หนึ่งล้านคน"

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=02-01-2018&group=30&gblog=5

ไทยชนะแล้ว ...ประเทศที่มีการตาย จากอุบัติเหตุบนถนน สูงที่สุดในโลก(ตำแหน่งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย)

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=15-12-2017&group=30&gblog=3

คนไทยตายจากอุบัติเหตุทางถนนปีละ1.5 หมื่นรายกระทบเศรษฐกิจปีละ 2 แสนล้าน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=23-11-2017&group=30&gblog=1

แก้ปัญหาวินัยจราจรต้องไม่ใช้ตำรวจ ... By Dr.Adune

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=03-01-2018&group=30&gblog=7

อุบัติเหตุไม่ลดเพราะ มัวไปโทษเมาแล้วขับ ... เราหลงประเด็นหรือเปล่า By Dr.Adune

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=02-01-2018&group=30&gblog=6

ขับขี่ปลอดภัยมีอะไรมากกว่า "จิตสำนึก" 9เหตุผลที่สวีเดน ลดการเสียชีวิตบนท้องถนนได้อย่างน่าทึ่ง

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=18-04-2018&group=30&gblog=10

*******************************

แผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่พ.ศ. 2562 (ศปถ.)คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ข่าวการเมืองมติคณะรัฐมนตรี -- อังคารที่ 4ธันวาคม 2561 19:48:31 น.

เรื่องแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562 (ศปถ.)คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ ความปลอดภัยทางถนนเสนอแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562ซึ่งในคราวประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561ได้มีมติเห็นชอบแผนบูรณาการดังกล่าว เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จังหวัดและอำเภอ ใช้เป็นกรอบแนวทางใน การดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562ซึ่งมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

1. หัวข้อในการรณรงค์“ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร”

2. ช่วงเวลาการดำเนินการกำหนดเป็น 2 ช่วง ดังนี้

2.1ช่วงเตรียมความพร้อมและการรณรงค์ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 26ธันวาคม 2561

2.2ช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 27ธันวาคม 2561 – 2 มกราคม 2562

3. วัตถุประสงค์

3.1 เพื่อกำหนดเป้าหมายมาตรการ แนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆในการบูรณาการการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและป้องกันการเกิดอุบัติภัยอื่นๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่

3.2เพื่อให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องนำแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562ไปเป็นแนวทางการบูรณาการการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและมีเอกภาพรวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานตามอำนาจหน้าที่ที่รับผิดชอบ

3.3เพื่อกำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติรวมทั้งการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน(ศปถ.) ทุกระดับในช่วงเทศกาลปีใหม่

4. การประเมินความเสี่ยง

ศปถ.ได้นำหลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงในระดับพื้นที่ตามระบบการเตือนภัยของแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติพ.ศ. 2558 มาวิเคราะห์จากจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง (พ.ศ. 2559 – 2561) โดยกำหนดให้มีระดับของความเสี่ยง 4 ระดับ ดังนี้

สีแดง หมายถึงสถานการณ์อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายสูงสุดโดยมีค่าเฉลี่ยจำนวนครั้งอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลมากกว่าหรือเท่ากับ 2 ครั้งต่อวันขึ้นไป

สีส้ม หมายถึงสถานการณ์อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายสูงโดยมีค่าเฉลี่ยจำนวนครั้งอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลตั้งแต่ 1.00 – 1.99 ครั้งต่อวัน

สีเหลือง หมายถึงสถานการณ์อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย โดยมีค่าเฉลี่ยจำนวนครั้งอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลตั้งแต่ 0.01 – 0.99 ครั้งต่อวัน

สีเขียว หมายถึงสถานการณ์อยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงน้อยโดยมีค่าเฉลี่ยจำนวนครั้งอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลเท่ากับ 0.00

ผลการประเมินความเสี่ยงในช่วงเทศกาลปีใหม่เฉลี่ย3 ปี ย้อนหลัง (พ.ศ. 2559– 2561

ลำดับระดับความเสี่ยง ช่วงเทศกาลปีใหม่

1อำเภอในระดับความเสี่ยงสีแดง จำนวน 35อำเภอ

2อำเภอในระดับความเสี่ยงสีส้ม จำนวน 109อำเภอ

3อำเภอในระดับความเสี่ยงสีเหลือง จำนวน 687อำเภอ

4อำเภอในระดับความเสี่ยงสีเขียว จำนวน 47อำเภอ

5. มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน

ได้กำหนดมาตรการในการดำเนินการช่วงเทศกาลปีใหม่พ.ศ. 2562เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนทั้งด้านคน ถนน ยานพาหนะและสิ่งแวดล้อมจำนวน 6 มาตรการหลัก และ 1 มาตรการเสริม ดังนี้

มาตรการ /สาระสำคัญ / หน่วยงานหลัก

1. มาตรการการลดปัจจัยเสี่ยงด้านคน

- การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง และต่อเนื่อง

- ด้านสังคมและชุมชนเช่น ให้สมาชิกในครอบครัว คอยตักเตือน และเฝ้าระวังคนในครอบครัว

- การรณรงค์ประชาสัมพันธ์และสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนน

- การดำเนินการด้านมาตรการองค์กรของหน่วยงานภาครัฐเช่นให้หน่วยงานรัฐกำชับเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีด้านวินัยจราจร

- กระทรวงมหาดไทย

- กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)

- กระทรวงคมนาคม(คค.)

- กรมสรรพสามัต

- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตช.)

- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)

- จังหวัด

- อำเภอ

- กรุงเทพมหานคร(กทม.)

- สำนักงานเขต

- หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

- ทุกส่วนราชการ

2. มาตรการการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม

- มาตรการถนนปลอดภัย“1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย”โดยให้ อปท. ทุกแห่งจัดให้มีถนนปลอดภัยและสร้างวินัยจราจรให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน

- ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและตรวจสอบลักษณะกายภาพของถนนจุดเสี่ยง จุดอันตราย จุดตัดรถไฟ และดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซมให้มีความปลอดภัย

- ให้จัดเตรียมช่องทางพิเศษทางเลี่ยงทางลัดและจัดทำป้ายเตือนป้ายแนะนำต่าง ๆ ให้ชัดเจน

- ให้จังหวัดจัดให้มีจุดพักรถและจุดบริการต่างๆ

- ให้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าแสงสว่างสัญญาณไฟจราจร เสาป้าย

- คค.

- กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

- ตช.

- กรมชลประทาน

- จังหวัด

- กทม.

- อปท.

3. มาตรการการลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ

- กำหนดมาตรการแนวทาง เพื่อกำกับ ควบคุม ดูแลรถโดยสารสาธารณะ และรถโดยสารไม่ประจำทางพนักงานขับรถโดยสาร พนักงานประจำรถ

- ขอความร่วมมือกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งให้หยุดประกอบกิจการหรือหลีกเลี่ยงการใช้รถบรรทุกในการประกอบกิจการในช่วงเทศกาลปีใหม่

- เข้มงวดกวดขันกับผู้ใช้รถกระบะที่บรรทุกน้ำหนักเกิน

- รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ผู้ขับขี่ ตรวจสอบสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทางรวมถึงอันตรายจากการบรรทุกผู้โดยสารในกระบะท้าย

- คค.

- จังหวัด

- กทม.

4. มาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ

- จัดเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลแพทย์ พยาบาล และหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ชีพ และกู้ภัยทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือระบบการติดต่อสื่อสาร การสั่งการ ประสานงานและการแบ่งมอบพื้นที่ความรับผิดชอบของหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินในเครือข่ายและดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน

- จัดเตรียมความพร้อมของระบบการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบเหตุณ จุดเกิดเหตุของแต่ละพื้นที่

- ประชาสัมพันธ์ระบบการช่วยเหลือต่างๆ ที่ผู้ประสบเหตุควรจะได้รับ

- สธ.

- สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

- ตช.

- กระทรวงยุติธรรม

- สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมธุรกิจประกันภัย

- บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด

- กทม.

- จังหวัด

- อำเภอ

- อปท.

5. มาตรการความปลอดภัยทางน้ำ

- ให้ คค.บูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัด(เฉพาะจังหวัดที่มีการสัญจรทางน้ำและแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ) กทม. อปท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกำหนดมาตรการแนวทางการดูแลความปลอดภัยทางน้ำเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติต่าง ๆ

- คค.

- จังหวัด(เฉพาะจังหวัดที่มีการสัญจรทางน้ำและแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ)

- กองบังคับการตำรวจน้ำ

- กทม.

- สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

6. มาตรการดูแลความปลอดภัย

- ให้จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและกทม.พิจารณาหามาตรการหรือแนวทางในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นพิเศษตามความเหมาะสมของพื้นที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงเทศกาลปีใหม่

- จังหวัด

- กทม.

7. มาตรการเสริม

- ในพื้นที่อำเภอสีแดงและสีส้มให้เข้มงวด กวดขัน และกำหนดมาตรการ แนวทางการดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ

- ให้มีรางวัลสนับสนุนการปฏิบัติงานกับจังหวัดและอำเภอที่มีสถิติผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนดีเด่น

- ให้ ศปถ.จังหวัดและกทม.จัดตั้งคณะทำงานวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปประเด็นสำคัญและข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา นำเสนอต่อคณะกรรมการศปถ. จังหวัด/กทม.เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการแนวทางในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนต่อไป

- จังหวัด

- อำเภอ

ทั้งนี้ให้ใช้งบประมาณปกติของแต่ละหน่วยงานในการดำเนินงานช่วงเทศกาลปีใหม่ สำหรับ อปท.ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องในการเบิกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนตามคำสั่งของอปท.

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 4 ธันวาคม 2561--

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/cabt/2924564

***********************************************





 

Create Date : 03 มกราคม 2562   
Last Update : 3 มกราคม 2562 21:51:06 น.   
Counter : 117 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ปี 2561ประเทศไทยของเราทำลายสถิติ " มีคน เจ็บตาย บนถนน เกินหนึ่งล้านคน " ครองแชมป์โลกอีกหนึ่งสมัย







19 ธันวาคม 2561 ประเทศไทยของเรา ทำลายสถิติ " มีคน เจ็บตาย บนถนน เกินหนึ่งล้านคน " แล้วครับ .. น่าจะได้ตำแหน่ง  ประเทศที่มีการตาย จากอุบัติเหตุบนถนน สูงที่สุดในโลก มาครองอีกหนึ่งปี .. คาดว่า ปีต่อไปก็ไม่ต่างกัน ? เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ ?

ไทยชนะแล้ว ... ประเทศที่มีการตาย จากอุบัติเหตุบนถนน สูงที่สุดในโลก (ตำแหน่งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย)   
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=15-12-2017&group=30&gblog=3
ล้านแล้วจ้า .. สถิติ มีไว้เพื่อทำลาย ปี ๒๕๖๐ ประเทศไทย มีคนเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนน ถึง "หนึ่งล้านคน"    
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=02-01-2018&group=30&gblog=5
คนไทยตายจากอุบัติเหตุทางถนนปีละ 1.5 หมื่นราย กระทบเศรษฐกิจปีละ 2 แสนล้าน    
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=23-11-2017&group=30&gblog=1
แก้ปัญหาวินัยจราจร ต้องไม่ใช้ตำรวจ ... By Dr.Adune   
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=03-01-2018&group=30&gblog=7
อุบัติเหตุไม่ลด เพราะ มัวไปโทษเมาแล้วขับ ... เราหลงประเด็นหรือเปล่า By Dr.Adune   
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=02-01-2018&group=30&gblog=6
ขับขี่ปลอดภัย มีอะไรมากกว่า "จิตสำนึก" 9 เหตุผลที่สวีเดน ลดการเสียชีวิตบนท้องถนนได้อย่างน่าทึ่ง
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=18-04-2018&group=30&gblog=10

ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ Thai RSC
https://www.thairsc.com/




*******************************



ยังมีเวลาอีกสองอาทิตย์มาลุ้นกัน ปี 2561ว่าประเทศไทยของเราจะทำลายสถิติ " มีคน เจ็บตาย บนถนน เกินหนึ่งล้านคน "ได้หรือเปล่า ?

ตอนนี้ ทั้งปีมีคนตายไปเกือบ 15,000 คนปีก่อนก็ประมาณนี้ .. คาดว่า ปีต่อไปก็ไม่ต่างกัน ? เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ ?

ไทยชนะแล้ว ...ประเทศที่มีการตาย จากอุบัติเหตุบนถนน สูงที่สุดในโลก(ตำแหน่งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย)

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=15-12-2017&group=30&gblog=3

ล้านแล้วจ้า ..สถิติ มีไว้เพื่อทำลาย ปี ๒๕๖๐ ประเทศไทย มีคนเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนน ถึง"หนึ่งล้านคน"

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=02-01-2018&group=30&gblog=5

คนไทยตายจากอุบัติเหตุทางถนนปีละ1.5 หมื่นรายกระทบเศรษฐกิจปีละ 2 แสนล้าน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=23-11-2017&group=30&gblog=1

แก้ปัญหาวินัยจราจรต้องไม่ใช้ตำรวจ ... By Dr.Adune

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=03-01-2018&group=30&gblog=7

อุบัติเหตุไม่ลดเพราะ มัวไปโทษเมาแล้วขับ ... เราหลงประเด็นหรือเปล่า By Dr.Adune

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=02-01-2018&group=30&gblog=6

ขับขี่ปลอดภัยมีอะไรมากกว่า "จิตสำนึก" 9เหตุผลที่สวีเดน ลดการเสียชีวิตบนท้องถนนได้อย่างน่าทึ่ง

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=18-04-2018&group=30&gblog=10




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2561   
Last Update : 24 ธันวาคม 2561 20:28:10 น.   
Counter : 83 Pageviews.  

ขับขี่ปลอดภัย มีอะไรมากกว่า "จิตสำนึก" 9 เหตุผลที่สวีเดน ลดการเสียชีวิตบนท้องถนนได้อย่างน่าทึ่ง



"ภายในปี 2050จะไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติบนท้องถนน"



"ภายในปี 2050จะไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติบนท้องถนน" นี่คือเป้าหมายสูงสุดของ VisionZero โครงการจากรัฐบาลสวีเดนในปี 1997ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน คำกล่าวนี้ดูเป็นเรื่องที่แทบเป็นไม่ได้แต่เมื่อผ่านไปแล้ว 20 ปี Vision Zero กลายเป็นโครงการต้นแบบที่ทั่วโลกจับตาหลังจากที่พบว่า จำนวนของคนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร ลดลงไปแล้ว 50% ในปี2016 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเพียง 241 คนเท่านั้นตัวเลขนี้น้อยกว่ายอดผู้เสียชีวิต 4วันของไทยช่วงสงกรานต์ปีนี้เสียอีกที่มีอยู่ด้วยกัน 248 คนเสียอีก

มีงานวิจัยที่บอกว่า 90%ของอุบัติเหตุบนท้องถนน มาจากความผิดพลาดของมนุษย์ ทำให้หน่วยงานต่างๆมองว่าถ้าเราแก้ที่ต้นเหตุ สร้างสื่อรณรงค์ปลูกจิตสำนึกคนประชาชนก็น่าจะขับรถกันได้ดีขึ้นไม่ประมาท

แต่ Matts Ake Belin นักยุทธศาสตร์ความปลอดภัยของการจราจรจากประเทศสวีเดน มองต่างออกไปและนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Vision Zero ประสบความสำเร็จ

Matts กล่าว่าระบบถนนที่สวีเดนออกแบบเพื่อความปลอดภัยของคนทั้งคนขับและคนที่เดินถนน มากกว่าความสะดวกสบายในการขับขี่รวมไปถึงการสร้างสิ่งแวดล้อมที่จูงใจให้คนขับรถอย่างปลอดภัยมากกว่าการบังคับใช้กฎหมาย และนี่คือ 9 เหตุผลสำคัญที่ทำให้สวีเดนเป็นประเทศต้นแบบด้านการลดผู้เสียชีวิตบนท้องถนน


--- 1. ลดจำนวนแยก เพิ่มจำนวนวงเวียน ---

การใช้วงเวียนช่วยลดอุบัติเหตุได้มากกว่าเพราะคนจะต้องลดความเร็วเวลาเลี้ยวเป็นวงกลมและหลีกเลี่ยงจังหวะชนกันที่จุดตัดของสองเลนอีกด้วย


--- 2. ตัดถนน 2+1 เลน แทน 4 เลน ---

การตัดถนนของสวีเดน เน้นที่ความปลอดภัยมากกว่าความสะดวกสบายของคนขับ การมีเพียง 3 เลน และเลนกลางมีหน้าที่ให้คนขับรถในเลนซ้ายและขวาเบี่ยงออกเพื่อแซงรถคันข้างหน้า ถนน 4 เลน มีความกว้างมาก และให้คนอยากขับเร็วแต่พอเหลือสามเลน คนขับรถเบี่ยงเลนเพื่อแซงได้ยากขึ้นคนเลยขับรถช้าลงและระวังมากขึ้นไปในตัว


--- 3.เพิ่มจำนวนลูกระนาดให้มากขึ้นในเขตเมือง จูงใจให้คนขับแค่ 30 กม./ชม. ---

หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทยมีกฎหมายกำหนดให้ขับรถในเขตเมืองได้ไม่เกิน 50 กม./ซม. อยู่แล้ว แต่ Mattsมองว่าความเร็วที่ 50 กม./ชม.ยังมากพอที่จะชนแล้วก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ถ้าลดความเร็วให้เหลือ 30 กม./ชม.จะลดอัตราเสียชีวิตเหลือเพียง 10% เท่านั้น แต่แทนที่จะใช้วิธีทางกฎหมายมาบังคับสวีเดนกลับสร้างลูกระนาดให้มากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าตลอดเส้นทางในเมือง คนจะไม่อยากขับเร็ว


--- 4. อัพเกรดทางม้าลาย ---

มีการติดตั้งไฟกระพริบ และลูกระนาดบริเวณใกล้ๆ ทางม้าลาย 12,600 จุดเป็นการเตือนให้คนขับรถรู้ว่าจะมีคนข้ามถนนข้างหน้าแต่เนิ่นๆและลูกระนาดยังช่วยลดความเร็วของรถอีกด้วย

นอกจากนี้ ด้วยการจำกัดความเร็วรถในเขตเมืองทำให้รถสามารถชะลอและหยุดที่ทางม้าลายได้อย่างง่ายดายดังนั้นเวลาที่ผู้ขับขี่ยานพาหนะเห็นคนเดินถนนยืนเตรียมข้ามทางม้าลายเจ้าของรถก็สามารถหยุดและให้คนข้ามได้ทันที ไม่ต้องรอสัญญาณไฟ


--- 5.ห้ามรถเลี้ยวโดยเด็ดขาดที่ทางม้าลาย---

บางประเทศจะมีกฎเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดแม้ว่าตรงนั้นจะเป็นทางม้าลายก็ตาม หลายๆ ครั้งรถที่เลี้ยวซ้ายโดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์อาจพุ่งชนคนกำลังข้ามถนน แต่สวีเดนออกกฎหมายชัดเจนว่าห้ามเลี้ยวตรงทางม้าลาย


--- 6.ติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วจำนวนมาก ---

แทนที่จะตั้งด่านตรวจ เพื่อจับคนขับรถเร็วเกินกำหนดมาลงโทษสวีเดนเพิ่มจำนวนกล้องตรวจจับความเร็ว ที่ติดตั้งเป็นแนวยาวต่อเนื่องตามถนนทั้งในเขตเมืองและทางหลวงต่างจังหวัดทำให้สวีเดนเป็นประเทศที่มีกล้องตรวจจับความเร็วต่อพื้นที่ถนนมากที่สุดในโลกกล้องเหล่านี้เอาไว้เตือนใจคนว่าจุดนี้คือเขตสำคัญ อย่าขับเร็ว


--- 7. ระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ ---

มีรถไฟและรถเมล์(ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ไม่มีควันดำแต่อย่างใด) ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งหมดและในเมืองใหญ่ ยังมีระบบรถราง และเรือไว้คอยบริการอีกด้วยทางเลือกเหล่านอกจากจะช่วยลดอุบัติเหตุแล้วยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงานอีกด้วย


-- 8. เลนจักรยานที่ปลอดภัย ---

เช่นเดียวกับขนส่งมวลชนจักรยานก็เป็นทางเลือกยอดนิยมของคนในประเทศ ทั้งในเมืองสตอกโฮล์ม กอเทนเบิร์กหรือลุนด์ ยิ่งกว่านั้น เมืองมัลโมได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองจักรยานที่ดีที่สุดอันดับ 6 ของโลก Mattsให้ความเห็นว่า ถึงรถยนต์จะเป็นยาพาหนะสำคัญในสังคมในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องใช้รถ ผู้คนควรใช้ทางเลือกอื่นๆ


--- 9.นโยบายป้องกันการเมาแล้วขับที่ครอบคลุม ---

นอกจากไลท์เบียร์ (ที่มีแอลกอฮอล์ไม่เกิน3%) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ จะวางขายได้เฉพาะในร้านที่รัฐบาลอนุญาตและร้านเหล่านั้นไม่เปิดตอนกลางคืน (ยกเว้นแต่จะไปดื่มที่บาร์)

นอกจากนี้ปริมาณแอลกอฮอล์ของคนขับขี่ยานพาหนะที่ถึงเกณฑ์ว่า"เมา" ของสวีเดนอยู่ที่ 10 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ (ขณะที่ของไทยคือ 50มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ โดยมีโทษจำคุกสูงถึง 6 เดือนและถ้าคนขับเป่าแอลกอฮอล์แล้วได้ค่าถึง 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ จะมีโทษจำคุกถึง 2ปี ส่วนอัตราการปรับเงินจะขึ้นอยู่กับฐานะการเงินของผู้กระทำผิด ถ้ารวยมีรายได้มากก็จะต้องจ่ายค่าปรับมากขึ้นตาม


ความสำเร็จที่สวีเดน จุดประกายให้หลายๆชาติ เช่น เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา สหรัฐอเมริกา รวมถึงสาธารณรัฐโดมินิกันหันมาศึกษาโครงการนี้ และนำไปปรับใช้กับประเทศตัวเองแล้วแน่นอนว่าได้ผลตอบรับในแง่บวก

จิตสำนึกของคนขับอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาถ้าไม่ได้มาพร้อมกับนโยบายด้านการจราจรจากภาครัฐอย่างที่นักยุทธศาสตร์ความปลอดภัยของการจราจรจากประเทศสวีเดนทิ้งท้าย

"เพราะความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ...เราจำเป็นต้องออกแบบระบบที่ช่วยเหลือผู้คนไม่ให้ก่ออุบัติเหตุที่อันตรายถึงชีวิต"

ที่มา

https://www.citylab.com/transportation/2014/11/the-swedish-approach-to-road-safety-the-accident-is-not-the-major-problem/382995/

https://www.weforum.org/agenda/2018/04/sweden-zero-vision-traffic-road-deaths

https://www.nytimes.com/2018/04/09/upshot/car-seats-road-safety-us-sweden.html?hp&action=click&pgtype=Homepage&clickSource=story-heading&module=second-column-region®ion=top-news&WT.nav=top-news%2C+http%3A%2F%2Fwww.visionzeroinitiative.com%2F

https://www.economist.com/blogs/economist-explains/2014/02/economist-explains-16

https://www.lifesafer.com/blog/sweden-figured-drunk-driving/

https://www.thenewbieguide.se/pedestrian-a-priority/

https://www.wired.com/2015/06/copenhagenize-worlds-most-bike-friendly-cities/

https://en.wikipedia.org/wiki/Public_transport_in_Stockholm

https://en.wikipedia.org/wiki/Alcoholic_drinks_in_Sweden

https://www.government.se/government-of-sweden/ministry-for-foreign-affairs/diplomatic-portal/diplomatic-guide/9.-respect-for-the-local-laws-and-regulations/9.1-drunk-driving/

https://www.funtrivia.com/askft/Question42841.html

ที่มาภาพ https://www.best-of-copenhagen.com/en/photo?name=sweden-city-center-of-helsingborg

ที่มาบทความ เพจ
We Think
https://www.facebook.com/Officiallywethink/photos/a.611017925681527.1073741828.610743229042330/1601902309926412/?type=3&theater


****************************************

7 วันอันตราย ปีใหม่ไทย-เทศ ตายเจ็บเพียบ T-T ( น่าจะต้องหาวิธีคิดแบบอื่นเพื่อแก้ไขปัญหา ? ) https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=22-04-2017&group=30&gblog=2

7 วันอันตราย ปีใหม่เทศ 2561 (28ธค.60-3มค.61) มาตรการเพียบรอลุ้นผลว่าจะเป็นอย่างไร https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-12-2017&group=30&gblog=4

รวม 7วันอันตรายปีใหม่เทศ 2561 เสียชีวิต 423 คน ลดลงจากปี 60 ร้อยละ 11 ( น่าพอใจ???) https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-01-2018&group=30&gblog=8

รวม 7วันอันตรายปีใหม่ไทย (สงกรานต์) 2561 เสียชีวิต 418 ราย (เจ็บตายมากกว่าปีที่แล้ว) https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-04-2018&group=30&gblog=9

คนไทยตายจากอุบัติเหตุทางถนนปีละ 1.5 หมื่นราย กระทบเศรษฐกิจปีละ 2 แสนล้าน https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=23-11-2017&group=30&gblog=1

ไทยชนะแล้ว ... ประเทศที่มีการตายจากอุบัติเหตุบนถนน สูงที่สุดในโลก (ตำแหน่งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย) https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=15-12-2017&group=30&gblog=3

ล้านแล้วจ้า .. สถิติ มีไว้เพื่อทำลาย ปี๒๕๖๐ ประเทศไทย มีคนเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนน ถึง "หนึ่งล้านคน" https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=02-01-2018&group=30&gblog=5

แก้ปัญหาวินัยจราจร ต้องไม่ใช้ตำรวจ ... ByDr.Adune https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=03-01-2018&group=30&gblog=7

อุบัติเหตุไม่ลด เพราะ มัวไปโทษเมาแล้วขับ... เราหลงประเด็นหรือเปล่า By Dr.Adune https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=02-01-2018&group=30&gblog=6


7 วันอันตราย ปีใหม่ไทย-เทศ ตายเจ็บเพียบ T-T จากข้อมูลย้อนหลังจำง่าย ๆ ...ตายสี่ร้อย เจ็บสี่พัน แล้วก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ?

สงกรานต์ 2561เกิดอุบัติเหตุ 3,724 ครั้ง ตาย 418ราย เจ็บ 3,897 ราย

สงกรานต์ 2560เกิดอุบัติเหตุ 3,690 ครั้ง ตาย 390ราย เจ็บ 3,808 ราย

สงกรานต์ 2559เกิดอุบัติเหตุ 3,447 ครั้ง ตาย 442ราย เจ็บ 3,656 คน

สงกรานต์ 2558เกิดอุบัติเหตุ 3,373 ครั้ง ตาย 364ราย เจ็บ 3,559 คน

สงกรานต์ 2557เกิดอุบัติเหตุ 2,992 ครั้ง ตาย 322ราย เจ็บ 3,225 คน

ปีใหม่ 2561เกิดอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง ตาย 423ราย เจ็บ 4,005 ราย

ปีใหม่ 2560เกิดอุบัติเหตุ 3,919 ครั้ง ตาย 478ราย เจ็บ 4,128 ราย

ปีใหม่ 2559เกิดอุบัติเหตุ 3,379 ครั้ง ตาย 380ราย เจ็บ 3,505 ราย

ปีใหม่ 2558เกิดอุบัติเหตุ 2,997 ครั้ง ตาย 341 คนเจ็บ 3,117 คน

ปีใหม่ 2557 เกิดอุบัติเหตุ3,174 ครั้ง ตาย 367 คน เจ็บ 3,344คน





 

Create Date : 18 เมษายน 2561   
Last Update : 18 เมษายน 2561 16:16:15 น.   
Counter : 342 Pageviews.  

รวม 7 วันอันตรายปีใหม่ไทย (สงกรานต์) 2561 เสียชีวิต 418 ราย (เจ็บตายมากกว่าปีที่แล้ว)



สถิติอุบัติเหตุทางถนน “สงกรานต์ 2561" รวม 7 วันเสียชีวิต 418 คน เพิ่มจากปีที่แล้ว

11:20 | 18 เมษายน 2561 | 411

https://news.thaipbs.or.th/content/271713

ตลอด 7วันของการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนรวมทั้งสิ้น 418 คนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุยังเกิดจากการเมาแล้วขับ

วันนี้ (18 เม.ย.2561)ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2561 สรุปสถิติอุบัติเหตุเมื่อวานนี้ (17 เม.ย.2561)พบว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 307 ครั้งเสียชีวิต 26 คน และบาดเจ็บอีก 336 คน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือขับรถเร็ว ร้อยละ 27.69 รองลงมาคือดื่มแล้วขับ ร้อยละ 25.73

ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดมาจากรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.35โดยส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.45 บนถนนกรมทางหลวง

สรุปสถิติอุบัติเหตุตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน เกิดอุบัติเหตุรวม 3,724 ครั้งเสียชีวิต 418 คน บาดเจ็บ 3,897 คน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือดื่มแล้วขับ ร้อยละ 40.28 ส่วนยาน

พาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังมาจากรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.85

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือเชียงใหม่ 133 ครั้ง

จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือนครราชสีมา 20 คน

จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด คือเชียงใหม่ 122 คน

จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต มี 4 จังหวัด คือ ระนอง สมุทรสงคราม หนองคาย และหนองบัวลำภู

นายสุธี มากบุญรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าปีนี้มีผู้เสียชีวิตบนถนนสายหลักมากกว่าสายรองที่มีการตั้งด่านชุมชนแสดงให้เห็นว่าด่านชุมชนมีส่วนช่วยในการป้องกันอุบัติเหตุจึงเตรียมที่จะนำเสนอให้กับรัฐบาลต่อไป

ด้านนายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่าหลังจากนี้กระทรวงคมนาคมจะนำข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั้งหมดไปวิเคราะห์และนำเสนอมาตรการที่จะดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุต่อเนื่องนอกจากนี้ในระยะเร่งด่วนจะจัดให้มีผู้รับผิดชอบเดินรถในแต่ละเที่ยวโดยตรง ทั้งรถโดยสารและภาคการขนส่ง

**************************************

สรุป 7วันอันตรายสงกรานต์ปี 2561 ตาย 418 ศพเหตุเมาแล้วขับ 4 จังหวัดยอดเสียชีวิตเป็นศูนย์

https://thestandard.co/accident-statistics-songkran-festival-7-days/

ผ่านช่วง 7วันอันตราย ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน ของเทศกาลสงกรานต์ ปี2561 ไปเรียบร้อยแล้วศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล

เฉพาะวันที่ 17 เมษายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ เกิดอุบัติเหตุ 307 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 26 ราย ผู้บาดเจ็บ 336 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด รองลงมาคือดื่มแล้วขับ

โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่นครศรีธรรมราช 15 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่สุพรรณบุรี 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่นครศรีธรรมราช 16 คน

ขณะที่สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน เกิดอุบัติเหตุ 3,724 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 418 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,897 คนจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 4 จังหวัดได้แก่ ระนอง, สมุทรสงคราม, หนองคายและหนองบัวลำภู จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 133 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 20 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 142 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ รองลงมาคือขับรถเร็วเกินกำหนด

ด้าน นายสุธี มากบุญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์2561 เปิดเผยว่าจากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 พบว่า

สาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับและขับรถเร็วรวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 79.85ซึ่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนและต่อเนื่องตลอดทั้งปีในรูปแบบการประสานพลังประชารัฐวางกลไกการบริหารจัดการอุบัติเหตุครอบคลุมทุกปัจจัยเสี่ยงทั้งคน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังโดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัยและรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย

อีกทั้งวางแนวทางการสร้างความปลอดภัยทางถนนในระดับพื้นที่ผ่านกลไกของชุมชนและสถาบันครอบครัว โดยผลักดันการจัดทำแผนชุมชนด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นระบบตลอดจนสร้างการรับรู้และความปลอดภัยทางถนนแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ศปถ.ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน เครือข่ายอาสาสมัคร กลุ่มจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในการเดินทางด้วยความทุ่มเทและเสียสละ

**********************************************************************


มาตรการที่ออกมาก่อนหน้าเทศกาลสงกรานต์ เพื่อ " ลด " อุบัติเหตุ

สตช.ใช้มาตรการ 1234ม คุมเข้มสงกรานต์ 2561

https://www.facebook.com/TNN24/photos/a.166581313354909.43765.142621129084261/1905001826179507/?type=3&theater

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)มีคำสั่งด่วนที่สุดให้ทุกหน่วยกำชับมาตรการด้านการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์

โดยจะกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดกฎจราจรโดยใช้มาตรการ"1234ม" ประกอบด้วย

1 ร คือ ห้ามขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

2 ส คือ ห้ามขับรถย้อนศร และฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร

3 ข คือ ห้ามขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตไม่คาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับขี่ และแซงในที่คับขัน

4 ม คือ ห้ามเมาแล้วขับ การไม่สวมหมวกนิรภัยขับรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย และไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ

โดยให้เริ่มดำเนินการในช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.นี้

**********************************************************************


สงกรานต์ กลับบ้านปลอดภัย เตือน! 7 วันอันตรายไม่ใช่เรื่องไกลตัว

เผยแพร่: 2 เม.ย. 2561 19:53:   โดย: MGR Online

“โอ๊ย.. เราคงไม่ใช่คนหนึ่งในนั้นหรอกมันเป็นเรื่องไกลตัวจะตาย!”

“เราไม่มีวันรวมอยู่ในจำนวนผู้เสียชีวิตหรือเกิดอุบัติในช่วง7 วันอันตรายหรอก จะสงกรานต์หรือปีใหม่ เราก็ชิลๆ ของเราไป”

... เชื่อว่า หลายต่อหลายคนมักจะมีความคิดอย่างนี้ ที่เห็นว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องไกลตัวและไม่น่าจะเกิดกับตัวเอง แถมบางคนยังคิดว่า “เอาอยู่”ควบคุมได้

ทั้งที่ตามจริงแล้ว อุบัติเหตุสามารถเกิดได้กับทุกคนเพราะความประมาทเพียงเสี้ยววินาที และที่สำคัญคือการละเลยวินัยจราจร จนนำไปสู่การสูญเสียและบาดเจ็บมาแล้วมากมาย


อย่างเมื่อปีที่ผ่านมา ในช่วงสงกรานต์7 วันอันตราย มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจำนวนมากถึง3,690 ครั้ง เสียชีวิต 390 ราย บาดเจ็บ3,808 ราย และในจำนวนนี้มีผู้ที่ต้องกลายเป็นคนพิการจำนวนสูงถึง190 ราย

โดยสาเหตุหลักๆ ของการเกิดอุบัติเหตุตามข้อมูลของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ระบุว่าการขับรถเร็วนั้นมาเป็นอันดับแรก รองจากนั้นคือดื่มแล้วขับ และขับรถตัดหน้าแบบกระชั้นชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การดื่มแล้วขับ” เป็นสาเหตุที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าจากปีที่ผ่านมา

และเหนืออื่นใดคือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุแล้วเสียชีวิตแทบทั้งหมดไม่สวมหมวกนิรภัย

ทั้งนี้ พบว่าจุดเกิดเหตุที่ทำให้เสียชีวิตสูงสุด คือ บนถนนกรมทางหลวง รองลงมาคือถนนในหมู่บ้านซึ่งแตกต่างจากกลุ่มผู้บาดเจ็บ ที่มักจะมาจากจุดเกิดเหตุตามถนนในหมู่บ้านมากกว่า

ส่วนเรื่องช่วงเวลาที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อยเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนอุบัติเหตุทั้งหมดก็คือ ช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงไปจนถึงสองทุ่ม โดยเฉพาะช่วงสี่โมงเย็นเป็นต้นไปถึงสองทุ่มพบว่า เกิดอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งมักจะมีการเสริมบรรยากาศโดยการดื่มและปลุกเร้าความบันเทิงกันอย่างเต็มที่พอตกเย็น แอลกอฮอล์ก็เริ่มปริ่มหรือเมาแปล้กันแล้ว พอดื่มแล้วไปขับ หรือไม่ได้สติก็ขับเร็วทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต เป็นเรื่องจริงที่มีให้เห็นตามข่าวในช่วงเทศกาลทุกวัน

สุดท้ายแล้ว แม้ว่าอุบัติเหตุจะมีแนวโน้มลดลงเพราะการรณรงค์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการตระหนักรู้ของประชาชน แต่...จะดีกว่าไหม ถ้าไม่มีอุบัติเหตุหรือความสูญเสียใดๆ เกิดขึ้นเลย ให้ทุกคนกลับบ้านและมีความสุขกับช่วงสงกรานต์วันหยุดยาวได้อย่างแท้จริง

และถ้าอยากจะลดสถิติกันให้เห็นจริงๆ มาเริ่มกันที่ตัวเองกันก่อนไหมใครๆ ก็รู้ว่า การขับขี่รถอย่างมีวินัยจราจรนั้นทำอย่างไร แค่เริ่มทำกันจริงจัง และจะเป็นการดีอย่างยิ่งถ้าชวนให้คนใกล้ตัวตั้งใจขับขี่อย่างมีวินัยจราจร ความปลอดภัยบนท้องถนนก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากซึ่งเราสามารถปฏิบัติได้ ดังต่อไปนี้


ลดเร็ว ลดเสี่ยง
การขับรถเล่นน้ำสงกรานต์ ก็รู้กันอยู่ถนนลื่นรถราก็ขับขี่กันออกมาให้สาดน้ำกันมากมาย หากเกิดอุบัติเหตุความเร็วนี่แหล่ะตัวอันตราย ควรใช้ความเร็วไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนอกจากจะช่วยลดความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ โอกาสรอดชีวิตยังสูงมากถึง 80% แต่ถ้าขับเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความรุนแรงของอุบัติเหตุจะทำให้เสี่ยงเสียชีวิตถึง80%

ดื่มไม่ขับ
ดื่มแล้วขับ เป็นพฤติกรรมเสี่ยงและเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี ทั้งๆ ที่รู้ว่าดื่มแล้วขับอันตรายก็ยังเห็นสถิตินี้กันอยู่บ่อยๆและทั้งๆ ที่รู้ว่าถูกปรับหนัก ถึง 10 เท่า(เทียบกับกรณีไม่ดื่ม) เริ่มจากโทษเบาสุด ในกรณีที่ทำให้ได้รับอันตรายทั้งแก่ร่างกายและจิตใจจำคุก 1-5 ปี และปรับ 20,000-100,000 บาท,รองลงมาก็ ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส จำคุก 2-6 ปี และปรับ 40,000-120,000 บาท และสุดท้ายถ้าทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จะโดนโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปีและถูกปรับ 60,000-200,000 บาท รู้อย่างนี้แล้วเห็นใครดื่มแล้วก็ช่วยเตือนกันอย่าขับรถเลยนะหรือถ้าไม่ดื่มก็ยังสนุกกับสงกรานต์ได้

สวมหมวกกันน็อก
เราอยากให้คนขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกคนรู้สึกได้ว่าหมวกกันน็อกเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญและจำเป็นทุกครั้งที่ขับขี่เพราะสามารถรักษาชีวิตเราได้ ช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตและบาดเจ็บที่ศีรษะได้ 43%สำหรับผู้ขับขี่ และ 57% สำหรับผู้โดยสารโดยขอแนะนำให้ใช้หมวกกันน็อกที่มีมาตรฐาน ได้รับการรับรองจาก “มอก.” (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)

คาดเข็มขัดนิรภัย
รู้ไหมว่า เพียงแค่รถวิ่งไปด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงถ้าเกิดอุบัติเหตุ จะทำให้คนที่นั่งอยู่ในรถพุ่งไปข้างหน้าซึ่งถ้ามีการปะทะกับคนหรือวัตถุภายในตัวรถแรงปะทะนั้นจะเทียบเท่ากับการตกตึก 5 ชั้น! ส่งผลให้คนที่ไม่คาดเข็มขัดกระเด็นทะลุกระจกชนเก้าอี้หรือคนที่นั่งอยู่ตอนหน้า ทำให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงได้ แต่...ข่าวดีก็คือถ้าคุณคาดเข็มขัดนิรภัย สามารถช่วยลดความรุนแรงหรือการเสียชีวิตได้สูงถึง 34-40%ดังนั้นแล้ว อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง

ง่วงไม่ขับ
เพราะการวูบหลับเพียงแค่ 3-5 วินาทีก็สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงไม่ควรฝืนหากเกิดอาการง่วงระหว่างขับรถทางไกล ก็ควรจอดพักเป็นระยะ

...อุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ 7 วันอันตราย ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และถ้าเราไม่ประมาท ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดก็จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)และภาคีเครือข่าย ขอชวนทุกคนให้มาร่วมสร้างสถิติใหม่ ให้สงกรานต์ปีนี้เป็นสงกรานต์ที่ทุกคนได้กลับบ้านปลอดภัย เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย และทำได้ง่ายด้วยการขับขี่ปลอดภัย มีวินัยจราจร และที่สำคัญคือ “ดื่มไม่ขับ”

ให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดสถิติอุบัติเหตุและความสูญเสียในช่วงเทศกาลกับโครงการ “สงกรานต์ กลับบ้านปลอดภัย” จาก สสส. และภาคีเครือข่าย

**********************************************************************


7 วันอันตราย ปีใหม่ไทย-เทศ ตายเจ็บเพียบ T-T ( น่าจะต้องหาวิธีคิดแบบอื่นเพื่อแก้ไขปัญหา ? ) https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=22-04-2017&group=30&gblog=2

7 วันอันตราย ปีใหม่เทศ 2561 (28ธค.60-3มค.61) มาตรการเพียบรอลุ้นผลว่าจะเป็นอย่างไร https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-12-2017&group=30&gblog=4

รวม 7วันอันตรายปีใหม่เทศ 2561 เสียชีวิต 423 คน ลดลงจากปี 60 ร้อยละ 11 ( น่าพอใจ???) https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-01-2018&group=30&gblog=8

รวม 7วันอันตรายปีใหม่ไทย (สงกรานต์) 2561 เสียชีวิต 418 ราย (เจ็บตายมากกว่าปีที่แล้ว) https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-04-2018&group=30&gblog=9

คนไทยตายจากอุบัติเหตุทางถนนปีละ 1.5 หมื่นราย กระทบเศรษฐกิจปีละ 2 แสนล้าน https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=23-11-2017&group=30&gblog=1

ไทยชนะแล้ว ... ประเทศที่มีการตายจากอุบัติเหตุบนถนน สูงที่สุดในโลก (ตำแหน่งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย) https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=15-12-2017&group=30&gblog=3

ล้านแล้วจ้า .. สถิติ มีไว้เพื่อทำลาย ปี๒๕๖๐ ประเทศไทย มีคนเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนน ถึง "หนึ่งล้านคน" https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=02-01-2018&group=30&gblog=5

แก้ปัญหาวินัยจราจร ต้องไม่ใช้ตำรวจ ... ByDr.Adune https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=03-01-2018&group=30&gblog=7

อุบัติเหตุไม่ลด เพราะ มัวไปโทษเมาแล้วขับ... เราหลงประเด็นหรือเปล่า By Dr.Adune https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=02-01-2018&group=30&gblog=6


7 วันอันตราย ปีใหม่ไทย-เทศ ตายเจ็บเพียบ T-T จากข้อมูลย้อนหลังจำง่าย ๆ ...ตายสี่ร้อย เจ็บสี่พัน แล้วก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ?

สงกรานต์ 2561เกิดอุบัติเหตุ 3,724 ครั้ง ตาย 418ราย เจ็บ 3,897 ราย

สงกรานต์ 2560เกิดอุบัติเหตุ 3,690 ครั้ง ตาย 390ราย เจ็บ 3,808 ราย

สงกรานต์ 2559เกิดอุบัติเหตุ 3,447 ครั้ง ตาย 442ราย เจ็บ 3,656 คน

สงกรานต์ 2558เกิดอุบัติเหตุ 3,373 ครั้ง ตาย 364ราย เจ็บ 3,559 คน

สงกรานต์ 2557เกิดอุบัติเหตุ 2,992 ครั้ง ตาย 322ราย เจ็บ 3,225 คน

ปีใหม่ 2561เกิดอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง ตาย 423ราย เจ็บ 4,005 ราย

ปีใหม่ 2560เกิดอุบัติเหตุ 3,919 ครั้ง ตาย 478ราย เจ็บ 4,128 ราย

ปีใหม่ 2559เกิดอุบัติเหตุ 3,379 ครั้ง ตาย 380ราย เจ็บ 3,505 ราย

ปีใหม่ 2558เกิดอุบัติเหตุ 2,997 ครั้ง ตาย 341 คนเจ็บ 3,117 คน

ปีใหม่ 2557 เกิดอุบัติเหตุ3,174 ครั้ง ตาย 367 คน เจ็บ 3,344คน





 

Create Date : 18 เมษายน 2561   
Last Update : 18 เมษายน 2561 15:48:16 น.   
Counter : 204 Pageviews.  

รวม 7 วันอันตรายปีใหม่เทศ 2561 เสียชีวิต 423 คน ลดลงจากปี 60 ร้อยละ 11 ( น่าพอใจ ???)








รวม 7 วันอันตรายปีใหม่ 61 เสียชีวิต 423 คน ลดลงจากปี 60

7 วันอันตรายของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ช่วงเทศกาลปีใหม่ พบจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนปีใหม่ 2561 ลดลงจากปีใหม่ 2560 ร้อยละ 11

วันนี้ (4 ม.ค.2561) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ช่วง 7 วันของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.60 – 3 ม.ค.61 นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธาน เปิดเผยว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 3 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ เกิดอุบัติเหตุ 386 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 40 คน ผู้บาดเจ็บ 402 คน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 28.24 ขับรถเร็วเกินกำหนด และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 25.91

ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 77.83 รถปิคอัพ 5.29

ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 67.62 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 50.26

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 25.91

ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,001 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,993 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 730,769 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 124,034 คน มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 36,487 คน ไม่มีใบขับขี่ 31,721 คน

โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (19 ครั้ง)
จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครปฐม และอุบลราชธานี (4 คน)
จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (21 คน)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน (28 ธ.ค. 60 – 3 ม.ค. 61) เกิดอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 423 คน ผู้บาดเจ็บ 4,005 คน

จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท นครนายก นราธิวาส น่าน ยะลา ระนอง และหนองบัวลำภู

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (139 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้

เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (17 คน) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (145 คน) 

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 43.66 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 25.23

ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.91 รถปิคอัพ 6.84 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.21 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 40.54 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.29 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 28.22

นายสุธี มากบุญ กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 พบว่า จำนวนอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่การเดินทางของประชาชนเพิ่มมากขึ้น แสดงให้เห็นว่ามาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนที่ภาครัฐกำหนดมีประสิทธิภาพ ทั้งการจัดตั้งจุดตรวจ การเพิ่มความเข้มข้นของด่านชุมชน และการกวดขันวินัยจราจร รวมถึงความร่วมมือในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยของประชาชน

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า แม้จะสิ้นสุดการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 แล้ว ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน โดยความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงมุ่งสร้างความปลอดภัยทางถนน อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยได้กำชับให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถอดบทเรียน ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในเชิงลึก รวมทั้งค้นหาปัญหาอุปสรรคและปัจจัยความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ โดยให้ความสำคัญในประเด็นอุบัติเหตุจากรถโดยสารสาธารณะ รถกระบะบรรทุกผู้โดยสารท้ายกระบะ และพฤติกรรมเสี่ยงไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่อย่างยั่งยืน

...........................................................


รวม 7 วันอันตรายปีใหม่ 61 เสียชีวิต 423 คน ลดลงจากปี 60 ร้อยละ 11
https://news.thaipbs.or.th/content/269071

ปีใหม่เทศ ๒๕๖๑ ตายเจ็บลดลง ถือว่าเป็นเรื่องดี ... แล้วจะปล่อยให้เจ็บตายเหมือนที่ผ่านมา อย่างนั้นหรือ ??? มาตรการที่ทำกันมาหลายปี น่าจะต้องหาวิธีอื่นได้แล้ว ???
ปีใหม่ 2561 เกิดอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง ตาย 423 ราย เจ็บ 4,005 คน
ปีใหม่ 2560 เกิดอุบัติเหตุ 3,919 ครั้ง ตาย 478 ราย เจ็บ 4,128 ราย
ปีใหม่ 2559 เกิดอุบัติเหตุ 3,379 ครั้ง ตาย 380 ราย เจ็บ 3,505 ราย
ปีใหม่ 2558 เกิดอุบัติเหตุ 2,997 ครั้ง ตาย 341 คน เจ็บ 3,117 คนน

............................................

7 วันอันตราย ปีใหม่ไทย-เทศ ตายเจ็บเพียบ T-T ( น่าจะต้องหาวิธีคิดแบบอื่นเพื่อแก้ไขปัญหา ? ) https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=22-04-2017&group=30&gblog=2

7 วันอันตราย ปีใหม่เทศ 2561 (28ธค.60-3มค.61) มาตรการเพียบรอลุ้นผลว่าจะเป็นอย่างไร https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-12-2017&group=30&gblog=4

รวม 7วันอันตรายปีใหม่เทศ 2561 เสียชีวิต 423 คน ลดลงจากปี 60 ร้อยละ 11 ( น่าพอใจ???) https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-01-2018&group=30&gblog=8

รวม 7วันอันตรายปีใหม่ไทย (สงกรานต์) 2561 เสียชีวิต 418 ราย (เจ็บตายมากกว่าปีที่แล้ว) https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-04-2018&group=30&gblog=9

คนไทยตายจากอุบัติเหตุทางถนนปีละ 1.5 หมื่นราย กระทบเศรษฐกิจปีละ 2 แสนล้าน https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=23-11-2017&group=30&gblog=1

ไทยชนะแล้ว ... ประเทศที่มีการตายจากอุบัติเหตุบนถนน สูงที่สุดในโลก (ตำแหน่งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย) https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=15-12-2017&group=30&gblog=3

ล้านแล้วจ้า .. สถิติ มีไว้เพื่อทำลาย ปี๒๕๖๐ ประเทศไทย มีคนเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนน ถึง "หนึ่งล้านคน" https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=02-01-2018&group=30&gblog=5

แก้ปัญหาวินัยจราจร ต้องไม่ใช้ตำรวจ ... ByDr.Adune https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=03-01-2018&group=30&gblog=7

อุบัติเหตุไม่ลด เพราะ มัวไปโทษเมาแล้วขับ... เราหลงประเด็นหรือเปล่า By Dr.Adune https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=02-01-2018&group=30&gblog=6


7 วันอันตราย ปีใหม่ไทย-เทศ ตายเจ็บเพียบ T-T จากข้อมูลย้อนหลังจำง่าย ๆ ...ตายสี่ร้อย เจ็บสี่พัน แล้วก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ?

สงกรานต์ 2561เกิดอุบัติเหตุ 3,724 ครั้ง ตาย 418ราย เจ็บ 3,897 ราย

สงกรานต์ 2560เกิดอุบัติเหตุ 3,690 ครั้ง ตาย 390ราย เจ็บ 3,808 ราย

สงกรานต์ 2559เกิดอุบัติเหตุ 3,447 ครั้ง ตาย 442ราย เจ็บ 3,656 คน

สงกรานต์ 2558เกิดอุบัติเหตุ 3,373 ครั้ง ตาย 364ราย เจ็บ 3,559 คน

สงกรานต์ 2557เกิดอุบัติเหตุ 2,992 ครั้ง ตาย 322ราย เจ็บ 3,225 คน

ปีใหม่ 2561เกิดอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง ตาย 423ราย เจ็บ 4,005 ราย

ปีใหม่ 2560เกิดอุบัติเหตุ 3,919 ครั้ง ตาย 478ราย เจ็บ 4,128 ราย

ปีใหม่ 2559เกิดอุบัติเหตุ 3,379 ครั้ง ตาย 380ราย เจ็บ 3,505 ราย

ปีใหม่ 2558เกิดอุบัติเหตุ 2,997 ครั้ง ตาย 341 คนเจ็บ 3,117 คน

ปีใหม่ 2557 เกิดอุบัติเหตุ3,174 ครั้ง ตาย 367 คน เจ็บ 3,344คน




 

Create Date : 04 มกราคม 2561   
Last Update : 18 เมษายน 2561 15:44:32 น.   
Counter : 787 Pageviews.  

1  2  3  

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 756 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]