Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

แพทย์ ขายตรง ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้กับคนไข้ ขณะทำหน้าที่รักษา .. ผมว่ามันไม่เหมาะ นะครับ





ช่วงนี้ มีกระทู้ " บ่น " เกียวกับการที่ แพทย์ พยาบาล ฯลฯ ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้กับ ผู้ป่วย ใน รพ. ( รัฐ และ เอกชน ) หลายกระทู้ ..


สืบเนื่องจากกระทู้นี้ ..

โดนยัดเยียดให้ซื้อน้ำมันรำข้าวโดยแพทย์ในโรงพยาบาล

https://topicstock.pantip.com/lumpini/topicstock/2010/12/L10018685/L10018685.html

คิดยังไงกับคุณหมอที่มีอาชีพเสริมเป็นธุรกิจขายตรง ยี่ห้อดัง ใครเคยโดนคุณหมอขายบ้างคะ
https://pantip.com/topic/30755940


ผมได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับ บุคลากรด้านสาธารณสุข เช่น แพทย์ พยาบาล ฯลฯ ได้เปลี่ยนสายงาน หรือ ทำอาชีพเสริม เกี่ยวกับ การขายตรง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ .. เลยอยากจะนำมาแบ่งปัน..


" ผมไม่เห็นด้วยในทุกกรณีที่ แพทย์ พยาบาล เอา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มาขายให้ผู้ป่วย (ญาติ) ในขณะกำลังทำหน้าที่ของแพทย์ พยาบาล ฯลฯ .... สั้น ๆ ง่าย ๆ ตรง ๆ .. "



๑. แพทย์ พยาบาล ฯลฯ หลายท่านอาจไม่พอใจ ที่ผมพูดแบบนี้ .. แต่ อยากให้ลองคิดนะครับว่า

สิ่งที่ท่านขายนั้น .. ท่านขาย ความเชื่อถือต่อวิชาชีพ ของคนไข้ หรือว่า ท่านขายสินค้า ???

ถ้าท่านได้ไม่ได้เป็น แพทย์ พยาบาล ฯลฯ เขาจะซื้อสินค้าท่านหรือเปล่า ??

ที่เขาซื้อ อาจเป็นเพราะ เขา เกรงใจ ไว้ใจ ว่า ท่านเป็นผู้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความน่าเชื่อถือ ... เขาไม่ได้ซื้อเพราะ คุณภาพของตัวสินค้านั้น ๆ ???

ขอให้ลองคิดสักนิดว่า " ท่านได้เอาเกียรติศักดิ์ศรี ความเชื่อถือ ที่ แพทย์ พยาบาล ฯลฯ รุ่นก่อนได้สร้างมา จนได้รับความเชื่อถือ ความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชน .. มาขาย พ่วงกับสินค้า .. หรือเปล่า ???


๒. ผมไม่ได้โจมตี เรื่องการขายตรง หรือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อยากขายก็ขายไป แต่ ไม่ควรอ้างว่า รักษาโรคโน่นนี่นั่น แล้วก็ไม่ควรพูดสิ่งที่เกิดความเป็นจริง อย่าไปโกหก ไม่เช่นนั้น ก็จะกลายเป็น บาป ที่หลอกลวงผู้อื่น บางทีอาจหนักหนาถึงกับการฆ่าคนอื่น ทำให้เขาตาย เพราะไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

อย่างที่เคยบอกไว้ ใครอยากจะลองใช้ ไม่เดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่าย ผมก็ไม่ห้าม นะครับ



แถม ..

อาหารเสริม ดีจริงหรือ ??? กินกูลต้าไธโอน ขาวจริงป่ะ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-08-2008&group=7&gblog=4

ยา กับ อาหารเสริม (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) ต่างกันอย่างไร ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-08-2008&group=7&gblog=5

รวบรวมกระทู้เกี่ยวกับน้ำ MRET ... ใครเชื่อ ผมไม่เชื่อ ????

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-04-2009&group=7&gblog=25

วิตามิน อาหารเสริม ... โทษมากกว่าคุณ ??? .... จาก นสพ.ไทยรัฐ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=19-04-2010&group=7&gblog=54

สุดยอดการหลอกลวงด้านสุขภาพ ... จาก อเมริกา ดูแล้วก็ไม่ต่างอะไร กับเมืองไทย ...

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2009&group=7&gblog=40

อย.ย้ำ ผู้บริโภค อย่าหลงเชื่อ เครื่องบำบัดด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตย์ อวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-09-2008&group=7&gblog=7

อาหารเสริม เลือดจระเข้ ดีจริงหรือ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2009&group=7&gblog=41

อาหารเสริมหรือเสริมอาหาร จะเอาอะไรกันแน่ ??? อาหารต้านอนุมูลอิสระ ??? ... นำมาฝากจากเวบ หมอชาวบ้าน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=11-05-2010&group=7&gblog=57

กลูต้าไทโอน ทำให้ผิวขาวจริงหรือไม่.. โดย...สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=17-02-2009&group=7&gblog=16

ทำไม ต้อง " ขาว " .. ทำไม ต้อง " เอาชีวิต สุขภาพ ของเรา " เพื่อให้คนอื่นเขาดู ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=05-02-2010&group=7&gblog=49

บทความเรื่อง : สาร Glutathione สำหรับทำให้ผิวขาวที่กำลังเป็นที่นิยม

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=05-01-2009&group=7&gblog=9


**************************************************

ผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยบุคลากรการแพทย์

Deceptive advertising หรือ False advertising นี้ จัดเป็นปัญหาที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก โดยได้รับการมองว่าเป็นหนึ่งในเรื่องคุกคามด้านสาธารณสุขของหลายต่อหลายประเทศ และพบมากในลักษณะของการโฆษณา ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ Dietary supplement เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูจะซื้อง่ายขายคล่อง ไม่เหมือนยาหรือเครื่องมือแพทย์ ที่มีกฎหมายมากำกับอย่างเข้มงวด และต้องผ่านขั้นตอนการวิจัยพิสูจน์ทั้งเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ก่อนจะได้ใบอนุญาตจำหน่ายเป็นยาหรือเครื่องมือแพทย์

ผลประโยชน์ทับซ้อน หรือ Conflict of Interest (COI) นั้นแปลง่ายๆ ว่า การที่ใครสักคนหรือสักกลุ่ม ทำอะไรก็ตามภายใต้สถานะ บทบาท หรือตำแหน่งหน้าที่ โดยหวัง และ/หรือได้รับผลประโยชน์กลับมาสู่ตนเอง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของตัวเงิน หรืออื่นๆ

คงเป็นธรรมดาของสากลโลก หากใครจะทำธุรกิจเพื่อหากำไร ให้กิจการเติบโต ขยายตัว ไปเรื่อยๆ เพราะเป็นวิถีทำมาหากินของมนุษยโลก

แต่หากพูดถึงวิชาชีพแพทย์ หรืออื่นๆ ด้านสุขภาพแล้ว เรื่องนี้จะเป็นเรื่องอ่อนไหว และผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์และสุขภาพนั้นจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและชีวิตคนโดยตรง

ทุกสภาวิชาชีพด้านการแพทย์ล้วนย้ำเตือนและระบุไว้เสมอว่า บุคลากรต้องมีจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพ อันประกอบด้วย

หนึ่ง สิ่งที่แนะนำให้แก่ผู้ป่วย รวมถึงประชาชนนั้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการดูแลตนเอง การควบคุมป้องกันโรค การรักษาโรคทั้งหยูกยา เครื่องมือตรวจวินิจฉัย และอื่นๆ นั้น จะต้องแน่ใจว่า เป็น"สิ่งที่ได้รับการพิสูจน์อย่างถ้วนถี่ตามมาตรฐาน"แล้วว่า ได้ประโยชน์จริง เรียกว่าหลัก "Beneficence"

สอง พิจารณาให้ดีว่า สิ่งที่แนะนำให้ผู้ป่วยและประชาชนนั้น มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดโทษ ผลไม่พึงประสงค์ใดๆ หรือไม่ และจะมีทางเลือกอื่นๆ ที่มีโทษน้อยกว่าหรือไม่ หลักนี้เรียกว่า "Non-maleficence" หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้สิ่งนี้ ต้องแน่ใจว่า ประโยชน์มากกว่าโทษ ทั้งนี้จำเป็นต้องสื่อสารให้แก่ผู้ป่วยและประชาชนให้ทราบ และร่วมกันตัดสินใจ

สาม ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ดูแลผู้ป่วยและประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่แบ่งชั้นวรรณะ โดยยึดหลักมาตรฐานทางวิชาชีพ หลักนี้เรียกว่า "Justice"

และสี่ ต่อให้เราพยายามอธิบาย บอกเล่าเก้าสิบให้กับผู้ป่วยหรือประชาชนไปแล้ว แต่หากผู้ป่วยหรือประชาชนไม่เลือกที่จะปฏิบัติตาม สิ่งที่เราจะทำได้ดีที่สุดคือ เคารพการตัดสินใจของผู้ป่วยหรือประชาชน เพราะแต่ละคนมีชีวิตจิตใจ และมีสิทธิในการตัดสินใจต่อเรื่องของชีวิตของตน หลักนี้เรียกว่า "Respect for person" หรือ "Autonomy"

ประเด็นปัญหามันเกิดขึ้นเพราะมีบุคลากรทางการแพทย์จำนวนไม่น้อยที่ผันตัวไปทำธุรกิจค้าขายสินค้าหรือบริการด้วย

จะทำด้วยตนเอง หรือแท็คทีมกันเป็นกลุ่ม เป็นเครือข่าย หรือแม้แต่ให้"สมาชิกในครอบครัว" เป็นคนประกอบการธุรกิจก็ตาม

"คงจะไม่แย่อะไร หากบุคลากรทางการแพทย์นั้นรู้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ"

แต่ในชีวิตจริง มีตัวอย่างที่เกิดขึ้นในสังคมโลกหลายครั้ง ที่บุคลากรทางการแพทย์นั้นกลับตัดสินใจใช้ประโยชน์จากสถานะความเป็นวิชาชีพแพทย์ ที่มีต้นทุนทางสังคมด้านความน่าเชื่อถือในเรื่องการมีความรู้ด้านสุขภาพ หรือสถานะตำแหน่งหน้าที่ทางวิชาการสูงๆ จะระดับศาสตราจารย์ หรืออื่นๆ ตลอดจนตำแหน่งการงาน รางวัล เป็นต้น มาใช้ประกอบการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสู่สาธารณะ โดยมีผลประโยชน์ทับซ้อนที่เชื่อมไปสู่ธุรกิจของตน ของครอบครัว หรือของเครือข่าย ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

หลายกรณีศึกษาในต่างประเทศได้ถูกหยิบยกขึ้นมา นำไปสู่การปรับปรุงตัวบทกฎหมาย และระเบียบต่างๆ เพื่อหวังจะห้ามปราม และป้องกันผลกระทบที่เกิดจากการนำเสนอข้อมูลลวงเพื่อหวังผลทางธุรกิจของผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์

สหรัฐอเมริกาถือเป็นตัวอย่างให้เรียนรู้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีประชาชนจำนวนมากซื้อหามารับประทานโดยหวังผลดีต่อสุขภาพ หลังจากที่เห็นบทความ สื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และหลายต่อหลายครั้งก็นำเสนอผ่านบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งต่อมาได้รับการตรวจสอบและพบว่ามีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ประกอบการธุรกิจ

เวลาผ่านมานาน ปัญหารุนแรงขึ้น จนกระทั่งเป็นที่มาของ US FDA ต้องออกประกาศในเดือนมีนาคม 2019 ที่ผ่านมาว่าจะทำการปฏิรูปกฎระเบียบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยจะกำกับอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดปัญหาการโฆษณาเกินจริง จนทำให้ประชาชนวัยผู้ใหญ่ในอเมริกาถึง 3 ใน 4 ที่ซื้อหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากิน ทั้งๆ ที่ไม่มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดที่ได้รับการพิสูจน์ชัดเจนว่ามีสรรพคุณในการป้องกันหรือรักษาโรคได้ แถมแทนที่จะกินแล้วได้สรรพคุณตามที่โม้ กลับกลายเป็นเกิดปัญหาสุขภาพจากการกินผลิตภัณฑ์เหล่านั้นแทน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น ไม่ใช่ยา จึงไม่สามารถโฆษณาสรรพคุณต่อร่างกาย ทั้งในลักษณะป้องกันโรค รักษาโรค ทุเลาอาการของโรค ฯลฯ

ก่อนเชื่อ จงใช้สติปัญญาไตร่ตรองให้ดีว่า ถ้ามันดีจริง ป้องกันโรค รักษาโรคได้จริง มันก็ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาไปแล้ว แต่ที่มันไม่ได้เป็นยา เพราะมันไม่สามารถผ่านด่านพิสูจน์ตามมาตรฐานได้นั่นเอง

สำหรับในเมืองไทยนั้น เรายังไม่เห็นรายละเอียดของปัญหาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เหลียวซ้ายแลขวา ก็คงเห็นสถานการณ์ที่ดูจะคล้ายคลึงกับต่างประเทศ

เช่น บทความที่มีการสื่อสารสาธารณะ เชียร์สารเคมี สารสกัดจากโน่นนี่นั่น อ้างงานวิจัยหลอดทดลอง และในสัตว์ มาอวดสรรพคุณต่างๆ นานา พร้อมอาจเห็นหลายบทความที่พยายามทำให้ประชาชนตื่นกลัวยาแผนปัจจุบันว่าจะทำลายตับไตหรืออวัยวะอื่นๆ รวมถึงให้กลัวแก่ กลัวพิการ กลัวตาย อยากอายุยืนอะไรเหล่านี้เป็นต้น จนสุดท้ายแล้วจึงเห็นความนิยม ความเชื่องมงายในหลายต่อหลายเรื่องจึงเกิดขึ้น ทั้งการแพทย์ทางเลือก เอายาเสพติดมารักษาสารพัดโรค อาหารเสริมสกัดจากโน่นนี่นั่นป้องกันอวัยวะเสื่อม เป็นต้น

หากคนเราฉุกคิดได้ ก็คงไม่หลงเชื่อ ไม่ติดตาม ไม่แชร์ต่อ แต่สถานการณ์จริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น

สินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ จึงขายดิบขายดี ใครว่าคนไทยจนคงไม่ใช่ เพราะเวลาเจ็บป่วยก็อ้างไม่มีเงินไปรักษา แต่กลับมีเงินไปถลุงกับสิ่งที่ไม่เป็นเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด ขายกล่องละหลายพันบาท อวดอ้างสรรพคุณทำให้"ไม่ป่วย ไม่แก่ กันมะเร็งไม่ให้แพร่กระจาย" กลับขายดิบขายดี

ถ้าสังคมเรามีระบบการติดตามกำกับ ตรวจสอบ อาจเห็นปัญหาที่ชัดเจน ที่อาจครอบคลุมทั้งเรื่อง การโฆษณาเกินจริง "การผิดจริยธรรมวิชาชีพทางการแพทย์อันมาจากผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจ" ฯลฯ

ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อปี 2558 มีการจับกุมและดำเนินคดี รวม 101 ครั้ง พบผู้กระทำผิด 148 คน จำนวนของกลาง 1,019 รายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 185 ล้านบาท แยกเป็นผลิตภัณฑ์ยา อาหาร เครื่องสำอาง วัตถุอันตราย วัตถุออกฤทธิ์อันตรายต่อจิตประสาท โดยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามีการดำเนินคดีมาแล้วประมาณ 400 ราย มูลค่าของกลางกว่า 300 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่มีการเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ของธุรกิจผิดกฎหมายกับบุคลากรทางการแพทย์นั้นยังไม่เคยได้รับการเผยแพร่ให้ได้ทราบ จึงยังไม่รู้ว่ามีมากน้อยเพียงใด แต่น่าสนใจหากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะมีการวิเคราะห์เจาะลึกและเปิดเผยแก่สาธารณะ

เรื่อง Dietary supplement fraud นี้เป็นเรื่องใหญ่ มีความซับซ้อน และต้องระดมสรรพกำลังในการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาว แต่ควรตระหนักถึงปัญหานี้ตั้งแต่บัดนี้ ก่อนจะสายเกินไป

แต่ปัญหาจะหนักมากขึ้นหลายเท่า หากบุคลากรทางการแพทย์ไปทำเสียเอง

ระหว่างนี้ คงได้แต่ภาวนาว่า สังคมไทยจะรู้เท่าทัน และช่วยกันตรวจสอบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ

เรื่องบางเรื่องในสังคมอย่างเช่น ความพยายามทำให้ยาเสพติดเปลี่ยนจากผิดไปเป็นถูกอย่างรวดเร็ว โดยขาดหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอนั้น ก็น่าลองคิดดูให้ดีว่า มีโอกาสไหมที่จะนำไปสู่เรื่องธุรกิจในลักษณะ Dietary supplement fraud ในอนาคต

คิดไตร่ตรองให้ดี และวางแผนเตรียมรับมือเพื่อลูกหลานไทยในอนาคต

ผู้เขียน : ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ้างอิง

1. Cohen MH. Key Points for Physicians and other Healthcare Licensees to Consider When Selling Dietary Supplements to Patients. Cohen Healthcare Law Group. December 2, 2014.

2. Deceptive Advertising in Dietary Supplements. Kozonis & Klinger Ltd. August 16, 2018.

3. Fuster V. The Hazards of Physician Advertising. Journal of the American College of Cardiology. 2015;66(22). DOI: 10.1016/j.jacc.2015.10.016

4. 5 ปี คดีผลิตภัณฑ์สุขภาพ-อาหารเสริมพุ่ง. ข่าวสังคม. Thai PBS. 25 เมษายน 2561.

*****************************************************


Create Date : 19 ธันวาคม 2553
Last Update : 4 สิงหาคม 2562 14:16:35 น. 4 comments
Counter : 1455 Pageviews.  

 
ยกมาทั้งกระทู้เลยละกัน ... เดี๋ยวจะหากระทู้ไม่เจออีก ..

โดนยัดเยียดให้ซื้อน้ำมันรำข้าวโดยแพทย์ในโรงพยาบาล

พ่อผมอายุ 69 แกไปหาหมอด้วยโรคปวดหลังเรื้อรังที่โรงพยาบาลแห่งนึง ก่อนออกจากห้องตรวจหมอและพยาบาล 2 คนก็เอากระปุกน้ำมันรำข้าวขึ้นมา แล้วก็บอกว่ากินแล้วดีนะ แพ็คนึงมี 6 กระปุก ราคา 5400 บาท ด้วยความที่พ่อผมแก่ไม่รู้เรื่องก็ไปเบิก ATM มาซื้อจ่ายเงินสดให้พยาบาลไป เพราะหมอบอกว่าอันนี้เบิกประกันไม่ได้

สิ่งที่เจ็บใจที่สุดก็คือ พ่อผมปัจจุบันเกษียณอยู่บ้าน ผมต้องเป็นคนหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว การที่จะต้องมาแบกภาระ 5400 บาท มันมากเกินไป แถมไปเจอว่าที่มาขายให้ก็ราคาแพงกว่าซื้อข้างนอก แล้วไปเปิดในเน็ต เค้าประกาศให้ว่อนว่าไม่มีสรรพคุณในการรักษาโรค แล้วอย่างงี้จะมาหากินกับคนไข้ตาดำๆ อีก ผมยอมจ่ายนะถ้ามันรักษาได้ดีจริง ยิ่งไปกว่านั้น ทำให้ผมยิ่งเจ็บช้ำเข้าไปอีกว่าหมอซึ่งสังคมให้ความนับถือ ถึงได้หน้าเงินและขาดจริยธรรมของความเป็นหมอโดยสิ้นเชิง

ผมไม่ได้พูดถึงหมอและพยาบาลที่มีจรรณยาบรรณที่ดีในวิชาชีพนะครับ จึงอยากให้พี่ๆ น้องๆ ร่วมต่อต้านพฤติกรรมแบบนี้

แก้ไขเมื่อ 15 ธ.ค. 53 20:52:48

จากคุณ : othellosomkiat
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 07:05:31 [แก้ไข]
ถูกใจ : RJ1, เรียกฉันว่าที่รัก, ใบพัดสีม่วง, แดร๊กคิวล่าสาว, puy_naka63, เวลาที่เปลี่ยน, เจ๊วรรณา, SynBi, ยิ้มแย้ม555
Share/Save/Bookmark bookmark เก็บเข้าคลังกระทู้ ส่งต่อกระทู้ พิมพ์ หน้าหลัก กระทู้ก่อนหน้า กระทู้ถัดไป





ความคิดเห็นที่ 1 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

โห...โรงพยาบาลไหนคะนี่ ช่วยบอกหน่อยได้ไหม อาชีพหมอนี่ก็ทำรายได้ดีกว่าอาชีพอื่นๆ อยู่แล้ว ทำไมทำแบบนี้ได้ลงคอ อาศัยคนไทยเป็นคนชอบเกรงใจคนอื่นเป็นการถือโอกาส เอาเปรียบ หน้าด้านสิ้นดี

จากคุณ : หมอที่บ้านมีแต่ให้
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 08:05:46 A:183.89.169.219 X: TicketID:286693






ความคิดเห็นที่ 2 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

แนะนำให้ร้องเรียนกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลโดยตรงเลยค่ะ

จากคุณ : Ascobic acid
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 08:10:21 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 3 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ขอตอบในฐานะแพทย์คนหนึ่งครับ
อยากจะให้ จขกท.ถือน้ำมันรำนี้เข้าขอพบแพทย์ผู้อำนวยการ เล่าเรื่องให้ท่านฟัง แล้วแสดงความจำนงขอคืนน้ำมันรำ ขอเงินคืน
เชื่อว่าคงจะประสบความสำเร็จ
แต่ถ้าแพทย์ผู้ชายเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสียเอง ก็แนะนำให้ไปพบนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดครับ

ตอบ จขกท. คห.26

"แล้วถ้าเราไปร้องเรียน อย่างนี้ เราต้องเลิกไปหาหมอที่ รพ.นี้เลยหรือเปล่าครับ

คิดดูซิ ถ้าเราร้องเรียนเป็นเรื่องแล้ว วันหลังเราไปหาหมอตรวจ แล้วเจอหมอคู่กรณี

ไม่อยากจะคิดครับ "

..คุณ พ่อของ จขกท.ปวดหลัง แพทย์ที่รักษาคงเป็นหมอ ออร์โธปิดิกส์ ซึ่งไม่ใช่แพทย์สาขาขาดแคลน ฉะนั้น คาดว่าน่าจะมีหมอออร์โธฯท่านอื่นอีกในโรงพยาบาลนั้น
ในการไปตรวจครั้งต่อไป คุณพ่อมีสิทธิแจ้งพยาบาลหน้าห้องว่าขอตรวจกับคุณหมอท่านอื่น (ระบุชื่อเลยยิ่งดี)
แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลชุมชนที่ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง ก็เลือกตรวจกับหมอท่านอื่นที่ออกตรวจพร้อมกัน
ตามปกติ พยาบาลจะทำตามความประสงค์ของคนไข้ครับ

แก้ไขเมื่อ 15 ธ.ค. 53 15:57:15

แก้ไขเมื่อ 15 ธ.ค. 53 15:40:45

จากคุณ : ส.มโนมัย
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 08:26:02 [แก้ไข]
ถูกใจ : มอคค่าปั่น, เผอิญผ่านมา, Elixir The High Priest, ลึกลับซับ_tui, Adenin, Radomski, 447, ฟ้าหมาดฝน, ขวดโหลที่ว่างเปล่า, esteem, Viper, Planch&Ling, น้องฟักทอง, winnertong, ที่บ้านมีหมาสามตัว, เฉลียง, แมวน้อยในลังส้ม, ฟ้าฉ่ำฝน, แม่โค, foscarnet, ช่อม่วงพวงคราม, RJ1, Mirror of Erised, KAEANDPOOH, เรียกฉันว่าที่รัก, ใบพัดสีม่วง, แดร๊กคิวล่าสาว, ปลากัดสีทอง, หนมโมจิ, PCM_22, tip pa rod, หายใจเข้า..กลั้นใจนิ่ง, Godgate, Top27, ปลิวไปตามสายลม, bright26, faeas25, ศุกร์ที่3, kedinvent, @Server ! maN@, มีความจริงใจมาให้, tatee086, ต้นแมกโนเลีย, LADY IN BLUE, papa mama love u, คุณน้ำตาลหวานใจ, jigabelle, หมู1 เรียก หมู2 เปลี่ยน, A r t F u l l Y, kennyG, ++Diamond Lady++, BillabongZ, Miss Berry





ความคิดเห็นที่ 4 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ตามนั้นครับ เข้าพบ ผอ. ได้ตังค์คืนแน่ๆ

จากคุณ : หมอก้อนหิน [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 09:08:17 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 5 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ร้องเรียนไปเลยค่ะ สั่งสอนซะมั่ง
เค้าน่าจะมีความละอายใจมั่งนะ

จากคุณ : Lovely Creature
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 09:13:47 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 6 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

บางทีนะคะ...หมออาจจะอยากขายให้เฉพาะกับคนที่อยากซื้อก้อ ได้นะคะ อาจจะไม่ใช่การบังคับขาย เพราะอย่างโรงพยาบาลแถวบ้านเราก้อมีเหมือนกันที่หมอเค้ามีอาชีพเสริมโดยขาย อาหารเสริมแบบนี้คนอยากซื้อก้อซื้อส่วนคนไม่อยากซื้อก้อปฏิเสธ ไม่ได้บังคับว่าคุณต้องซื้อทุกคน

จากคุณ : Hula A-u-MI GiRL
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 09:31:39 [แก้ไข]
ถูกใจ : tatee086





ความคิดเห็นที่ 7 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

บุคคลที่ เป็นที่พึ่งพิงยามเจ็บป่วยเอง กลับทำสันดานซะเอง

เห็นแก่เิงินในจำนวนแค่เล็กน้อย แต่ว่าวิชาชีพท่าน นั้นสูงค่ากว่านัก

กลับทำกับคนไข้ที่ ท่านต้องเสียเวลาร่ำเรียนมาเพื่อช่วยซะเอง อย่างนี้

กลับไปกินหญ้าดีกว่าไม๊ครับ พี่น้อง เสียดายเงินภาษี ของเราๆ ที่ต้อง

จ่ายไปให้กับ คนประเภทนี้ด้วยจริงๆ

ขอให้ จขกท. ได้เงินคืน นะครับ และถ้าเป็นผมก็คงเอาเรื่องให้ถึงที่สุดครับ

เพราะว่าผมเองก็เป็นคนที่ดูแล คุณแม่เช่นกัน เวลาไปหาหมอ ก็จะต้องพาไปด้วย

และจะเป็นคนสังเกตุ พฤติกรรมของคนต่างๆ อยู่ตลอด สมัยนี้คนเห็นแก่ได้

เห็นแก่ตัวเยอะครับ เราก็ต้อง ดูแล บุพการี ด้วยตัวเราเองก่อนด้วย ครับหนุ่มน้อยประแป้ง

จากคุณ : มือมีด
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 09:54:20 [แก้ไข]
ถูกใจ : เรียกฉันว่าที่รัก





ความคิดเห็นที่ 8 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

M เขาถึงกรอกหูสมาชิก และคนอื่นๆว่า

หมอทำกันเยอะ



หากผมเจอ ผมก็จะบอก.........ผมเป็นนักธุรกิจ Am

ทุกครั้งที่ไม่อยากซื้อก็จะบอกอยู่ฝ่ายตรงข้าม

เช่นจาก AIA ผมก็ตัวแทน...เมืองไทย ไทยประกัน

55555



"

จากคุณ : samr [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 09:59:38 [แก้ไข]
ถูกใจ : cardiogenic





ความคิดเห็นที่ 9 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

คุณ Hula ครับพูดง่ายไปนิดนึงมั้งครับ เขาเป็นแพทย์เจ้าของไข้นะครับ หมอพูดอะไรไม่มีทางที่คนไข้ไม่เชื่อหรอก
ลองคิดถึงพ่อแม่ผมถ้าโดนแบบนี้บ้างผมไม่มาโทษว่าท่านโง่หรอกครับ แต่คงได้ตามไปคุยกับหมอที่โรงพักเป็นแน่แท้
หากินกับคนป่วยหมดคำจะด่าจริงๆหมอพวกนี้

จากคุณ : ลึกลับซับ_tui
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 10:07:56 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 10 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ถูก ร้องเรียนเลย

จากคุณ : Adore [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 10:38:57 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 11 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

หมอก็คือมนุษย์ปุถุชน มีดี มีเลว ปะปนกันไป

จากคุณ : ผีตากผ้าอ้อม
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 10:56:48 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 12 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ขายตรงอีกแล้ว ...star
เฮ้อ แม้แต่หมอก็ยังไม่เว้น

ถ้ายังไม่แกะของสามารถคืนได้ครับ

จากคุณ : thongchai9309 [FriendFlock]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 11:34:54 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 13 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

คุณเอาไปคืนเองเลยค่ะ อย่ายอม เป็นหมอน่าจะมีความคิดที่สูงกว่านี้ มาขายของแบบนี้ดูไม่ดีเลย คนไข้ที่ไหนจะกล้าไม่ซื้อ โดยเฉพาะคนแก่

แล้วถ้าให้ดี เปลี่ยนหมอก็จะดีนะ

จากคุณ : จุก (khunnawat) [FriendFlock]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 11:42:26 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 14 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

น่าจะให้ลองกล่องนึงก่อนนะครับ ถ้าหากมันกินแล้วดีจริงค่อยซื้อเพิ่ม

ไม่น่าจะยัดเยียดมาให้เป็นแพ็ค ทำแบบนี้เสียความรู้สึกตายเลย

จากคุณ : Mea Culpa
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 11:55:54 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 15 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ทำไมกระทู้นี้ ไม่มีใครเข้าไปต่อว่า อย บ้างครับ เขาบอกให้ซื้อกับหมอ นา

//www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L10011576/L10011576.html

จากคุณ : กินลม ชมทะเล
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 11:56:02 [แก้ไข]
ถูกใจ : GANGSOAM





ความคิดเห็นที่ 16 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ควรร้องเรียกผู้บังคับบัญชาของหมอโดยตรง
อย่าปล่อยผ่าน ถ้าคนเป็นแพทย์ทำการค้ากับคนไข้อย่างนี้ได้
ต่อไปคุณหมอก็ไม่อยากรักษาเราหรอก เขาคงเน้นขายตรงอย่างเดียว
คนไทยเป็นขี้เกรงใจ ไม่อยากเอาเรื่อง ก็จะมีคนไข้จำใจซื้ออย่างคุณพ่อคุณอีก
เฮ้ออออ...Thailand Only

จากคุณ : Sinart_P2010 [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 12:39:27 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 17 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

หมอเราสิ
บ่นพวกอาหารเสริม ให้เราฟังทุกครั้งที่ไปพบ

เราเองทานอยู่บ้างบางตัว นั่งฟังแล้วเงียบอย่างเดียวเลย

จากคุณ : Kzybear [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 14:46:32 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 18 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ไม่ผิด ถ้าหมอจะทำ MLM

แต่ขายของด้วยวิธีนี้...หมอทำไม่ถูกค่ะ

(เราก็เป็นคนนึงที่ทำ MLM แต่ไม่เคยยัดเยียดสินค้าให้ใคร)

จขกท. ร้องเรียนเลยค่ะ

จากคุณ : Maneki-Maple [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 15:05:37 [แก้ไข]
ถูกใจ : idyzlesla, beam_beaw





ความคิดเห็นที่ 19 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

โหวตครับ

จากคุณ : esteem [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 15:15:37 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 20 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ปัญหาใหญ่อีกอย่างคือ พ่อคุณยังต้องกลับไปรักษากับหมอคนนี้อีกหรือไม่

แล้วมาตรฐานของการรักษาจะต่ำลงรึปล่าว ถ้าคุณเอาของไปคืน

มันน่ากลัวตรงนี้ละครับ


**ผมถึงไม่อยากให้อาชีพนี้มาทำขายตรง**

จะเป็นหมอหรือจะเป็นพ่อค้า เลือกซักอย่างได้มั๊ย

แก้ไขเมื่อ 13 ธ.ค. 53 19:06:57

จากคุณ : แมงแกลบ [FriendFlock]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 15:58:03 [แก้ไข]
ถูกใจ : GANGSOAM, RJ1, เรียกฉันว่าที่รัก





ความคิดเห็นที่ 21 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

หมอคนนี้ ไร้จรรยาบรรณโดยสิ้นเชิง

ผมรู้สึกว่า ถ้าหมอคนไหน อยากทำอาชีพเสริมขายสินค้า MLM ผมว่าก็ไม่ผิดหรอกครับ

แต่ขอร้องว่า อย่ามาขาย ณ เวลาที่คุณกำลังสวมบทบาทการเป็นแพทย์รักษาคนไข้ ยิ่งครั้งนี้ ถึงกับขายในโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว

ถ้าจะขาย กรุณาไปขายที่อื่น ที่ซึ่งคุณ เปลี่ยนหมวกเป็นนักธุรกิจอิสระ หรือ อะไรก็ตามแล้วแต่จะเรียก แต่ไม่ใช่ในหมวกของแพทย์

จากคุณ : zaxofone [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 18:46:40 [แก้ไข]
ถูกใจ : Dr.Eagle, RJ1, Top27, คิน * คาเนะ





ความคิดเห็นที่ 22 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

คห. ๑๕



คุณ กินลมชมทะเล .. ตีความผิดหรือเปล่าครับ ???

จากข้อความในข่าว ..

" หากจะใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคู่ไปกับการรักษา ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด "

......... ผมตีความเป็นว่า " แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ " หมายถึง แพทย์ที่รักษาโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ ... ถ้าผู้ป่วยจะทานอาหารเสริม ก็ควรปรึกษา แพทย์จะได้แนะนำ .... นะครับ ..

....... ไม่ใช่ " อย. ให้ไปซื้อกับ หมอ " .... ผมว่า ตีความ คนละประเด็น เลยนะครับ ..

จากคุณ : หมอหมู [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 19:18:29 [แก้ไข]
ถูกใจ : 447, MaMa,PaPi, winnertong, หมาน้อยธรรมดา, แดร๊กคิวล่าสาว, Top27, โรตีแกงไก่, คุณน้ำตาลหวานใจ, kennyG, Anna_NSW





ความคิดเห็นที่ 23 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ส่วนกรณี ที่ แพทย์ พยาบาล .. ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ..

..ไม่เหมาะสม อย่างยิ่ง ..




แนะนำให้ ทำหนังสือร้องเรียน ไปยัง ผอ. รพ. และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

หรือจะร้องเรียนไปยังสภาวิชาชีพ ( แพทยสภา และ สภาการพยาบาล ) ด้วยก็ได้ครับ ...



แถม ..

ช่องทางร้องเรียน เกี่ยวกับ เรื่อง ...ยา ....หมอ ....คลินิก .....โรงพยาบาล ...
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-02-2009&group=7&gblog=18

จากคุณ : หมอหมู [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 19:22:24 [แก้ไข]
ถูกใจ : Viper, ~*นิกายแมวเหมียว*~, Mirror of Erised





ความคิดเห็นที่ 24 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

คล้ายๆกัยเลยค่ะ แต่ไปทำฟัน แล้วหมอฟันกับผู้ช่วยก็เอาแปรงสีฟันกับที่แปรงซอกฟันมาให้ดู เราก็เกรงใจไม่รู้จะปฏิเสธยังไงก็เลยจำใจซื้อ หมดไป 300 ไม่ได้เสียดายเงินนะคะ แต่รู้สึกแปลกๆ เพราะต้องจ่ายให้หมอโดยตรงค่ะ ไม่ได้รวมในบิลของโรงพยาบาล

จากคุณ : junifen [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 13 ธ.ค. 53 21:25:09 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 25 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

หากินกับคนไข้อีกแล้ว
กับคนแก่ซะด้วย หมอประจำบอกใครก็ต้องเชื่อ

เพราะคิดว่า หมอ "หวังดี"
แต่ที่ไหน หวังเงินนิ่

จากคุณ : mnoppy12 [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 16:25:20 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 26 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ถามต่อ คหที่ 3

แล้วถ้าเราไปร้องเรียน อย่างนี้ เราต้องเลิกไปหาหมอที่ รพ.นี้เลยหรือเปล่าครับ

คิดดูซิ ถ้าเราร้องเรียนเป็นเรื่องแล้ว วันหลังเราไปหาหมอตรวจ แล้วเจอหมอคู่กรณี

ไม่อยากจะคิดครับ

จากคุณ : noomrangerha [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 17:50:50 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 27 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เพื่อนเราก็บ้า เอมสตาร์นี่มากๆเลยคะ เมื่อก่อนสนิทกันมากเด๋วนี้ไม่คุยกันแล้วคะ

จากคุณ : krandis (krandis)
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 18:30:53 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 28 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

พาลูกไปหาหมอ มีแต่หมอให้นมยี่ห้อใหม่ให้เอามาลอง แบบฟรี ๆ

แต่ไปอีกครั้ง หมออีกคน เอาลูกไปรักษาภูมิแพ้ผิวหนัง หมอแนะนำโลชั่นขวด 3000 ให้

จ่ายยกับหมอเลย พอบอกไม่เอา หมอตรวจเสร็จโดยเร็ว ขนาดเอกชนนะเนี้ย

ส่งที่จะเจอหากเอาของไปคืน การตรวจครั้งต่อ จะรวดเร็วมาก ฟันธง!

จากคุณ : Nachama
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 18:34:10 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 29 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ส่วนมากคนแก่จะกลัว และเกรงใจหมอค่ะ
ยิ่งต้องรักษาต่อเนื่อง ยิ่งกลัว

ก่อนจะทำอะไรลงไปปรึกษาคุณพ่อก่อนนะคะ
บางทีเราคิดว่าเราทำเพื่อความถูกต้อง แต่คุณพ่อเรากลับเป็นทุกข์ก็ไม่ดีนะคะ

จากคุณ : หนึ่งหยดน้ำหลับไหลในสายน้ำ [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 18:55:17 [แก้ไข]
ถูกใจ : ตำไทยพริกสองเม็ด





ความคิดเห็นที่ 30 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

อย่าเพิ่งใช้นะคะ


เเบบนี้มีเคีลยร์เเน่คะ เเพงมากกก

จากคุณ : VIPUSER [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 19:20:22 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 31 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ทั้งหมอ ทั้งพยาบาล

จากคุณ : เด็กหลังส้วม [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 20:02:54 [แก้ไข]





โดย: หมอหมู วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:11:53:49 น.  

 



ความคิดเห็นที่ 32 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

สินค้าขายตรงจะขอคืนเงินได้ภายใน30วันนะคะแม้จะเปิดกินแล้วก็ตาม เพราะเราก็ทานอาหารเสริมของยี่ห้ออื่นอยู่ข้างกระป๋องมันจะเขียนไว้
แต่เอมสาร์นี่เขายัดเยียดขายกันจริงๆนะเคยเจอกะตัว...น่ากลัวเจงๆ

จากคุณ : permanent ink
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 21:24:50 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 33 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ยี่ห้อนี้มีสมาชิกเป็นเภสัชกรเยอะมากเลยนะคะ เคยมีเภสัชกรมาชวนเราซื้อ
บอกว่าทั้งทีมเค้ามีแต่เภสัชกรนะ รับรองรวยเละ เพราะว่าพูดไปคนก็เชื่อ

เราก็แบบ หากินกันงี้เลยหรอวะเนี่ย ?
แถมยังมีทีมที่เป็นหมอด้วยนะคะ มันขนาดนี้แล้วอ่ะค่ะ

จากคุณ : :: VamleS :: [FriendFlock]
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 21:40:28 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 34 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

สั้นๆละกัน



สันดาน

จากคุณ : Umiki [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 21:58:35 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 35 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

หมอที่กำลังสวมบทเจ้าของคนไข้ แล้วมาขายของกับคนไข้ของตัวเองยังงั้นผมว่าไม่สมควรครับ

ส่วนตัวเคยเจอหมอฟัน 'แนะนำ' แปรงสีฟันให้ บอกว่าที่ร้านขาย ผมก็ซื้อมาอันนึง ราคาไม่ถึงร้อย ก็โอเค (ถูกกว่า 5,400 แน่นอน)
สุดท้ายแฟนผมชอบมากเลย ไอ้แปรงอันเนี้ย

จากคุณ : Iron-Spider [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 22:26:48 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 36 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

แพงมากกกก เพื่อนเราขายด้วย แต่เราบอกว่า เราขาย อีกเจ้านึงไปแล้ววว

จากคุณ : หมูหวานน้ำกะทิ [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 23:08:18 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 37 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

คือรู้สึกว่าไม่ถึงขนาดคำว่ายัดเยียดน่ะค่ะ คือหมอแนะนำ คนไข้ซื้อ
แต่เหมือนมีคำว่าเกรงใจความเชื่อถือในตัวหมอค้ำคอคนไข้อยู่


แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าอาชีพแพทย์ไม่ควรทำเสริมโดยการขายของเพื่อสุขภาพน่ะค่ะ
เพราะใช้อาชีพการงานตัวเองโน้มโน้าวผู้อื่นได้ง่าย

จากคุณ : poonkk
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 23:34:47 [แก้ไข]
ถูกใจ : ต้องการผอมอย่างมากในชาตินี้





ความคิดเห็นที่ 38 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

กรณีแบบนี้ร้องเรียนได้นะคะ ผป.มีสิทธิ์เต็มที่คะ
เพื่อครั้งต่อไปจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบอีกคะ

จากคุณ : medicinegirl [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 14 ธ.ค. 53 23:46:59 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 39 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ไม่เห็นจะต้องเกรงใจหมอเลย

เรื่องอะไรจะต้องไปซื้อมัน

จากคุณ : อวบอั๋นตัวน้อย
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 00:16:49 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 40 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ที่ร้านยาเราก็ชอบมีพวก A gel น้ำมันรำข้าวเจ้าปัญหานี่ มาชวนเราขาย เราบอกอยากฝากขายก็วางไว้ แต่ขอบอกเราไม่เชียร์ให้นะไม่เป็นสมาชิกด้วย นอกจากลูกค้าเคยใช้แล้วจะซื้อเอง แล้วก็เป็นจริงดังคาด ของพวกนี้ถ้าไม่เชียร์ อวดอ้างสรรพคุณบ้า บอ ใครเค้าจะซื้อ วางไว้เดือนนึงก็มาขนเอากลับไป
ส่วนจขกท.แถวบ้านมีร.พ.อื่นไปรักษามั้ยคะ ขอประวัติการรักษาแล้วไปรักษาต่อที่อื่นก็ได้ถ้ากลัวมีปัญหากับหมอคนนี้ ก็เค้าเป็นถึงขนาดนี้แล้วเค้ายังมีใจรักษาคนไข้เหรอ มีแต่คิดๆว่าจะเพิ่มยอด หาดาวน์ไลน์

จากคุณ : ขาวฟู
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 00:24:13 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 41 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เราก็มีพี่คนนึงชวน
แตพี่เค้าไม่ยัดเยียดนะ แึค่บอกให้ฟัง
เราก็คิดในใจ คนที่กินยาตลอดชีวิต เป็นโรคที่คนไม่ค่อยเป็นกัน
กินตัวนี้ก็คงไม่หายหรอก

จากคุณ : มู๋แก้มยุ้ย [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 12:40:30 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 42 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เคยเจอครั้งนึง เราไปตรวจภายใน เจอหมอพูดๆเรื่องเราเสร็จ มาต่อด้วยว่า คุณพอมีเวลาไหมครับ (ตอนนั้นนึกใจว่าหนูมีปั๋วแล้วค่ะ คุณหมออย่ามาทำให้หนูไขว้เขว) แต่...หมอชวนคุยประมาณรู้จักเอม...ไหม (เรานึกในใจ ฮ่วย....) เราก็บอกว่าไม่เคยได้ยิน หมอก็หยิบหนังสือที่มีคนบนหน้าปกเหมือนหมอกับเมียหมอ พร้อมบอกว่า นี่เพือนหมอนะ ทำตรงนี้ได้เดือนละเป็นล้านเลย ตอนนี้ไม่เป็นหมอแล้ว ทำธุรกิจนี้อย่างเดียว ได้ไปเมืองนอกบ่อยๆ (ตูก็ไปเหมือนกันโดยไม่ต้องขายด้วย) หมอบอกว่าจะแนะนำอาหารเสริม เราก็เลยบอกว่ายังก่อนค่ะ ช่วงนี้ช็อตๆ หมอเลยบอกว่านี่ยังไงสนใจร่วมทำธุรกิจด้วยกันก็เข้าไปดูที่เว็บไซด์ได้นะ ครับ หมอชื่อ.....นะครับ ขอบคุณครับ เราเดินออกมาแบบงงๆ สมัยนี้เค้าต้องขนาดนี้กันแล้วเหรอนี่ กะจะมาแค่ตรวจภายในนะนี่

แม่ เราเมื่อก่อนก็ชอบเชื่อพวกนี้เหมือนกัน ไอ้พวกน้ำโคโรฟิลบ้าบอ บอกกินแล้วน้ำตาลลด มันก็ต้องลดสิก็เค้าห้ามไม่กินน้ำขวดนี่ ตอนหลังเราจึงบอกแม่ว่าเวลาไปหาหมอให้ถามคุณมหอว่ากินได้ไหม มีประโยชน์อะไรบ้าง สุดท้ายพอหมออธิบายว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลย แม่เราถึงเลิกซื้อค่ะ

จากคุณ : MY PIDPEE [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 12:49:06 [แก้ไข]
ถูกใจ : ต้องการผอมอย่างมากในชาตินี้





ความคิดเห็นที่ 43 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เราก็โดนมาเหมือนกัน หมอขายอาหารเสริม รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กำลังตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนโรงพยาบาลดีมั๊ย เพราะคิดว่าถ้าไปตรวจกับหมออีก ก็ต้องแนะนำให้กินนู่นนี่อีก ตอนนี้เราสั่งมาแล้ว แต่ถ้าต่อไปไม่อยากกิน(ไม่อยากเสียตังค์) แล้วหมอยังจะรักษาให้เราเหมือนเดิมหรือเปล่า

จากคุณ : เจอมาเหมือนกัน
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 13:18:46 A:124.121.228.106 X: TicketID:271600






ความคิดเห็นที่ 44 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เอาไปคืนครับ .. ส่วนถ้าอยากทานน้ำมันรำข้าว

ซื้อยี่ห้อคิง (แบบเกรดน้อง) ขวดเบ้อเริ่ม เพิ่ง 100 บาทเอง

บอกคุณพ่อตักทานวันละช้อนโต๊ะ .. ประหยัดเงินได้ "ครึ่งหมื่น" นะครับ

จากคุณ : Top27 [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 15:21:18 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 45 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ผมเป็นคนนึงที่ต่อต้านเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะการที่ให้คนที่รายได้ก็จะไม่พอเพียงไปซื้ออาหารเสริมราคาแพงที่ไม่ ได้ทีอะไรดีไปกว่าการกินอาหารทั่วๆไปเลย (ไม่นับอาหารเสริมที่ได้การรับรองทางการแพทย์)

แนะนำให้ทำอย่างที่คุณหมอหมูแนะนำครับ ขอให้โชคดีครับ

จากคุณ : พิเศษไม่ใส่ผักโรย
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 15:45:26 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 46 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ร้องเรียนไปถึง ผอ. เลยครับ แล้วแนะนำว่าให้เอาชื่อ-นามสกุลหมอคนนั้น ไปส่งเรื่องร้องเรียนทางเอ็มสตาร์ ว่าทำผิดจรรยาบรรณ คุณหมอท่านนั้นจะโดนตัดสิทธิ์สมาชิกถาวรด้วยอีกทางหนึ่ง ควรสั่งสอนคนที่ไม่มีจรรยาบรรณทางการแพทย์ และ การค้าครับ

จากคุณ : ชายไทยไม่ทราบนามสกุล (ชายไทยไม่ทราบนามสกุล)
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 16:04:13 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 47 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ร้องเรียนเลยครับ

เลวจริงๆ ธุรกิจ ล่าหัวคิว แชร์ลูกโซ่

จากคุณ : ทวงสัญญา
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 19:21:54 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 48 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

สงสัยว่า ท่านเจ้าของ กระทู้นี้
จะหลีกลี้ หนีไม่พ้น เป็นแน่แน่
ไปที่ไหน ก็ยังมี มาตอแย
หาทางแก้ ยังไง ใครช่วยที


//www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I10004236/I10004236.html

จากคุณ : cutter007 [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 19:25:08 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 49 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

รับบ่อได้อย่างแรงจ้า ไม่อยากจะเชื่อว่ามีหมอทำแบบนี้ด้วย แต่ก็คงเป็นจริง เพราะมีหมอที่รู้จักหลายคนทำพวก MLM จริง แต่ไม่คิดว่าจะมาลงกับคนไข้ สันดานมากๆ

จากคุณ : xanyz [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 20:36:32 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 50 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ขอขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ที่กรุณามาให้ข้อคิดเห็น

พ่อผมตัดสินใจแล้วว่า
1) จะไม่นำกลับไปคืนเพื่อเอาเงินคืน
2) จะไม่กลับไปที่โรงพยาบาลนี้อีก
3) จะไม่แจ้งสาธารณสุขจังหวัด เพราะต้องขอประวัติเก่า

แล้วแต่เค้าตัดสินใจครับ

จากคุณ : othellosomkiat
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 21:03:12 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 51 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เห็นใจแทนคุณพ่อครับ

เราคงไม่ชอบให้แพทย์มาขายของนะครับเพราะใช้อาชีพของตัวเองโน้มน้าวคนไข้ได้ง่าย

...

แต่ต้องระวังหากคุณพ่อกลับไปตรวจอีกครั้งนะครับ

... เกรงว่าจะได้รับการรักษาไม่ดี

จากคุณ : tonhaha
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 21:15:28 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 52 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

แฟนผม ไปก็เจอขายยาสีฟัน ยาขัดสีฟัน น้ำมันรำข้าว จากหมอฟัน

แต่ว่าก็ไม่ได้ซื้อ เพราะเดี๋ยวนี้ไปที่ไหนก็ต้องเจอคนขายของเป็นธรรมดา

แต่ว่า คุณพ่อไปรักษาโรงพยาบาล ต่างจังหวัด ก็ต้องเปลี่ยนโรงพยาบาล

ไม่งั้นก็ต้องไปเปลี่ยนหมอ

เพื่อไม่ให้เกิดความขุ่นมัวระหว่างคุณพ่อและหมอ

...

สรุปคือ อย่าขายของในฐานะแพทย์ผู้ทรงเกียรติ ดีกว่าครับ

แนะนำให้คุณพ่อแจ้งสาธารณสุขจังหวัดก็ดีครับ

จากคุณ : vadchiangrai
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 21:40:57 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 53 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เราก็ทำนะ MLM นี่
แต่ทุกครั้งจะย้ำว่า

อาหารเสริมไม่ใช่ยา มันช่วยให้ดีขึ้นได้ตามสรรพคุณของสารอาหาร
สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้อ คือ มีเงินพอจะจ่ายไหม (หมายถึงมีเงินเหลือน่ะ)
ถ้าไม่มีมันก็ไม่ได้จำเป็น เป็นแค่ Need เท่านั้น
สามารถเสริมอาหารด้วยการแก้พฤติกรรมการกินและเลือกทานอาหารที่มีคุณค่า

สรุปว่า นานๆ ขายได้ที เพราะไล่ไปกินข้าวกล้องกับอย่างอื่นในท้องตลาดแทน งิงิ

จากคุณ : แอนด้า
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 53 23:46:02 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 54 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

มีคนรู้จักกันชวนไปขายผลิตภัณท์อาหารเสริม ไม่ต้องไปเอ่ยชื่อแล้วกัน แรก ๆ คิดว่าจะทำเหมือนกัน ไปเล่าให้เพื่อนสนิทฟัง เพือนบอกว่าถ้าเธอทำอีกหน่อยไปหาใคร ๆ ก็จะพยายามหลีกหนีไปหมด แล้วเธอจะไม่มีเพื่อน

จากคุณ : มีความจริงใจมาให้
เขียนเมื่อ : 16 ธ.ค. 53 07:54:16 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 55 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

" ความคิดเห็นที่ 50

ขอขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ที่กรุณามาให้ข้อคิดเห็น

พ่อผมตัดสินใจแล้วว่า
1) จะไม่นำกลับไปคืนเพื่อเอาเงินคืน
2) จะไม่กลับไปที่โรงพยาบาลนี้อีก
3) จะไม่แจ้งสาธารณสุขจังหวัด เพราะต้องขอประวัติเก่า

แล้วแต่เค้าตัดสินใจครับ

จากคุณ : othellosomkiat "


................. ผมกลับคิดว่า การที่ ไม่ร้องเรียน ก็เหมือนกับการสนับสนุนให้เขาทำ .. เราเห็นคนทำผิด แต่ไม่ช่วยแก้ไข เราก็กลายเป็นคนสมรู้ร่วมคิด ???

...................... เรื่อง ร้องเรียน ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อผู้ร้อง ก็ได้ครับ เขียนวันที่ สถานที่ บรรยายเหตุการณ์ ให้ละเอียดมากที่สุด แล้วส่งเป็นจดหมาย ก็ได้ ไปที่ ผู้อำนวยการ รพ. , สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือ แพทยสภา..

................... อย่าคิดว่า เป็นความลำบากเลยครับ พบเห็นอะไรที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควร ก็ช่วยกันแก้ไข นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ยังดีครับ ..

จากคุณ : หมอหมู [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 16 ธ.ค. 53 09:36:46 [แก้ไข]
ถูกใจ : Nemomancear, LittleSister, i Lost my way, ++Diamond Lady++, หนูได้อมยิ้มแล้วค่ะ





ความคิดเห็นที่ 56 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

อยากรู้จังน้ำมันรำข้าวที่ถูกยัดเยียดให้ซื้อใช่ ยี่ห้อ Vital star รึเปล่า เพราะคนรู้จักกันก็เคยเหมือนกรณีจขกท. เหมือนกัน แต่อันนั้นหมอบอกว่าจะให้เซลโทรมาคุยกับคนไข้โดยตรงเอง ราคาไม่ใช่ 5400 นะ ถ้าเป็นยี่ห้อเดียวกัน มันคืออาหารเสริม ไม่ใช่ยารักษาโรคจ้า















เพื่อน มาแนะนำกึ่งบังคับให้ลองซื้อกินดู ตอนนี้กินไป 2 กล่อง (16 กระปุก) และ ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง บางคนบอกว่าที่ไม่มึอะไรเปลี่ยนแปลงเพราะร่างกายเราไม่เป็นอะไร นึกในใจ เออ แล้วจะกินให้เปลืองเงินทำไมเนอะ





จากคุณ : starwall
เขียนเมื่อ : 16 ธ.ค. 53 14:41:20 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 57 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

รู้เลยว่ายี่ห้ออะไร แต่แพทย์นี่ก็นะ...
เพราะโรงบาลเขารักหมออยู่แล้วแจ้งไปก็อย่าหวังเลยครับ
เสียชื่ออะ เอ่ยชื่อแพทย์หลังไมค์ได้ไหม

จากคุณ : lARtZnolASt [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 16 ธ.ค. 53 17:01:20 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 58 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เสียทั้งในฐานะแพทย์ และในฐานะนักธุรกิจเครือข่าย

ทำลายภาพลักษณ์ของทั้งสองอาชีพลงอย่างสิ้นเชิง

จากคุณ : กะหล่ำปลีลวกกินกับขนมจีนน้ำยา
เขียนเมื่อ : 16 ธ.ค. 53 21:52:17 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 59 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

จริงๆเค้าก็ขายกันกระปุกละ 900 นี่แหละครับ ของเอมสตาร์นะ มีคนมาขายแต่ผมไม่ซื้อหรอก แพงเกิน

จากคุณ : ม้าหงอย [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 16 ธ.ค. 53 22:07:07 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 60 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

แม่เราก็กินอยู่อ่ะ กินมาหลายปีแล้ว เราก็ไม่เห็นว่ามันจะช่วยอะไรเลย

จากคุณ : ผ่าน
เขียนเมื่อ : 16 ธ.ค. 53 23:54:35 A:183.89.204.187 X: TicketID:299415






ความคิดเห็นที่ 61 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เอ่อ เราเคยคิดกันมั๊ยครับว่า ทำไร รถเบนซ์ กับโตโยต้าร์ มันถึงราคาต่างกันมากเลย นั้นแหละครับสิ่งที่เรารู้แต่ไม่รู้จริง ซึ่งจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อได้สัมผัสมันแล้วเท่านั้นเองครับ

Good Luck

จากคุณ : ชาย (jojoan)
เขียนเมื่อ : 17 ธ.ค. 53 09:49:21 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 62 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ถูกมากครับ 5400.............................









ถ้าเทียบกับจรรยาบรรณและศักดิ์ศรี

จากคุณ : basicball
เขียนเมื่อ : 17 ธ.ค. 53 14:10:47 [แก้ไข]





โดย: หมอหมู วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:11:54:30 น.  

 



ความคิดเห็นที่ 63 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ที่สำคัญที่สุด คือ เอาของมาขายในเวลางานน่ะ
มันผิดต่อทั้งหน้าที่และจรรยาบรรณนะคะ

ถ้าคุณหมออยากขาย ขายนอกเวลางานสิคะ
อย่าเอางาน เอาหน้าที่มาอ้างความน่าเชื่อถือ
คนบางคนเค้าก็พาซื่อ หมอเสนอเขาก็ซื้อ
เพราะมั่นใจว่าหมอ ไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทาง
คงจำเป็นสำหรับการเจ็บป่วยหมอถึงจ้องเอามา "ขาย"ให้

เราเคยเจอกับตัวแต่เป็นพยาบาลค่ะ ไม่ใช่หมอ
ตอนนั้นเราป่วยอยู่ที่ห้องไอซียู
พยาบาลทุกคนดูแลเราเป็นอย่างดี
แต่มีคนนี้แหละแวะมาทักบ่อยๆ

พอวันที่เราจะกลับบ้านก็เข้ามาบอกว่า
เอานี่ไปศึกษาดูนะคะ เป็นอาหารเสริมที่ดีมาก
สร้างรายได้ สร้างสังคม บลาๆๆๆๆ
ตอนนี้พี่คุยเยอะไม่ได้ เดี๋ยวพี่โทรไปหานะคะ
แอบจดเบอร์จากใบประวัติคนไข้ไว้แล้วค่ะ

เอ่อ....แอบจดเบอร์เราไว้จะโทรมาขายของซะงั้น
เราไม่ชอบใจค่ะ แจ้งพยาบาลหัวหน้าเวรแล้ว
เค้าว่าเป็นพยาบาลมาทำพิเศษจาก รพ. อื่น
เลยทำอะไรไมได้มาก รอรายงานตามขั้นตอนอย่างเดียว

จากคุณ : your_natty [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 17 ธ.ค. 53 15:46:39 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 64 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

ขออนุญาตนอกเรื่องนิดนึง

คุณแม่เราก็กินน้ำมันรำ ข้าวยี่ห้อนี้มาได้ 2 ปีกว่าแล้ว พอดีว่าน้องสาวแม่ก็เป็นตัวแทนขาย คือทำเป็นอาชีพเสริม (ซึ่งตัวเองก็กินเป็นประจำ(เป็นโรคอัมพฤกษ์) ต่อมาเลยขายเอง)
โดยที่ไม่ได้ hard sale ขนาดนี้ แค่พูดแนะนำคนรู้จักไม่กี่ประโยค ถ้าสนิทมากๆอย่างเราเป็นหลาน ถึงจะโดนพูดให้ฟังนานๆ
คุณ น้าเคยชวนเราเป็นดาวน์ไลน์ต่อ แต่เราบอกว่าไม่มีเวลาทำ เรียนหนัก แล้วตัวเราอ่ะไม่ค่อยชอบพวกขายตรง เราคิดว่ากำไรมันหลายต่อ ทำให้สินค้าแพง

ผลจากที่แม่เรากิน (โรคประจำตัวความดัน) แม่ก็บอกว่าดีขึ้นจากที่เคยปวดขาบริเวณเข่ากับน่อง ตัวเราเองเคยได้มาฟรีขวดนึง
ตอนที่คุณน้าชวนเป็นดาวน์ไลน์ กินครั้งแรก(กินหลังอาหารทันที)ไม่เป็นอะไรเลย ต่อมาก็เว้นไป 3-4 วันไม่ได้กิน
พอ เรามากินครั้งที่ 2 (ก่อนนอน) เราขี้แตกขี้แตน ปวดท้องมากทั้งคืน เราก็เลยไม่ค่อยกล้ากิน ตอนนั้นยังไม่ชัวร์ว่าเป็นจากน้ำมันรำข้าวมั้ย
พอ เรากลับมาสู่ปกติ เราเลยทดลองอีกครั้ง ครั้งนี้กลัวจะปวดท้องมากถ้ากินตอนท้องว่าง เราเลยกินหลังอาหารสัก20นาที ปรากฏว่าปวดท้องอีกอ่ะ
สรุปว่าเราไม่ถูกกับน้ำมันรำข้าวอ่ะ เหมือน osmolarity มันเยอะรึเปล่าไม่รู้ เลยทำให้ท้องเสียซะงั้น-_-" ไม่ได้กินต่อเลย
พอได้ประมาณเกือบปี(ตอนกลับบ้าน) เราเอาขวดนั้นไปให้แม่กิน แม่บอกว่ากิน1-2วัน แม่กลับมาปวดเข่ากับน่องอีก (ไม่มีท้องเสีย)
แม่เลยโยนน้ำมันรำข้าวขวดนั้นทิ้งไป (ยังเต็มๆขวดอยู่เลย...เสียดาย) พร้อยกับอบรมเราไป1ชุดใหญ่-_-"ที่ทำให้แม่กลับมาปวดเข่ากับน่อง
(ที่แม่ว่าเรา เราไม่โกรธนะ เพราะตอนปวดมันปวดทรมานมาก)
แม่เราไม่ได้กินยาแก้ปวดอะไรเป็นประจำ พยายามใช้การลดความอ้วน ลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ตอนหันมากินน้ำมันข้าว
แม่เราบอกว่ารู้สึกได้ชัดเจนว่าอาการปวดมันดีขึ้น ทุกวันนี้แม่เราก็ยังกินอยู่

เรา มีความเห็นว่า คนสุขภาพแข็งแรง กินแล้วก็ไม่ได้อะไรมากหรอก จะรู้สึกเหมือนๆเดิม เราควรรับประทานอาหารดีมีประโยชน์ และออกกำลังกายดีกว่า

จากคุณ : KKU
เขียนเมื่อ : 17 ธ.ค. 53 20:48:25 A:202.12.97.121 X: TicketID:204579






ความคิดเห็นที่ 65 [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

เหมือนกันค่ะ ดิฉัยหาหมอคลินิคประกันสังคม บางที่ เค้ายังบอกเลยค่ะว่าต้องไปหาหมอที่ร.พ.ใหญ่เลย ขนาดแค่ถามน่ะค่ะเนี่ย

จากคุณ : - (maatmumu) [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 18 ธ.ค. 53 12:59:25 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 66 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

แม่เป็นโรคเบาหวานค่ะ ไปตรวจที่ รพ.อำเภอตามปกติตามที่หมอนัด
ทุกครั้งพยาบาลพยายามกล่อมให้ซื้อครอโรฟิล์ กับอาหารเสริมอะไรไม่รู้ ราคาร่วม 2000
แม่โทรมาหาเราว่าจะซื้อมากิน เพราะว่ามันดี (อ้างสรรพคุณตามที่พยาบาลบอกมา)

จนเราตัดสินใจกลับบ้านนอก เยี่ยมแม่และไปเป็นเืพื่อนแม่ในการไปตรวจประจำเดือน
พยาบาลคนเดิมเดินมาอีกแล้ว และยิ้มหวานกะว่าวันนี้ขายได้แน่นอน
เราใช้สายตามองพยาบาลท่านนั้นตั้งรองเท้ายันปลายผม โดยไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปาก
แล้วเดินไปเขียนใบร้องเรียนในกล่องรับฟังความคิดเห็นค่ะ ระบุชัดเจนว่าพยาบาลชื่ออะไร
และ ลง ปล.ด้วยว่า ถ้าแม่บอกว่าไม่ได้รับบริการที่ดีจากโรงพยาบาลนี้ อันมีสาเหตุจากการร้องเรียนของข้าพเจ้า จะร้องเรียนไปที่กระทรวงสาธารณะสุข และประจานใน pantip

หลังจากนั้นแม่เล่าให้ฟังว่า ผอ. ห้ามพนักงานในโรงพยาลขายตรงใดๆทั้งสิ้น
ต้องขอบคุณ ผอ.ท่านที่เข้าใจชาวบ้านอย่างเราๆค่ะ ทำให้ดิฉันเต็มใจเสียภาษีมากขึ้น

จากคุณ : nuynananuy [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 18 ธ.ค. 53 14:07:54 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 67 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

คุณหมอหมูครับ

ในกรณีนี้ คุณหมอหมู จะเห็นว่า คนไข้ได้รับการแนะนำจากหมอที่รักษา แสดงว่า

นั่น โอเค ใช่ไหมครับ และหลายๆกรณี ที่มีคนให้ความเห็นในกระทู้ ว่า ทั้งหมอและหมอฟัน

แนะนำให้คนไข้ซื้อ นั่นก็โอเค ใช่ไหมครับ

คำว่า อย.ให้ซื้อกับหมอ ของผม อาจจะทำให้เข้าใจผิดไปได้บ้าง ก็ขออภัย แต่ในปัจจุบัน

ถ้าหมอเดินไปเคาะประตูบ้านคนไข้ หรือโทรฯไปนัดคนไข้ ไปขายของถึงที่บ้าน คงไม่นับ

ว่าเป็นหมอหรอกครับ คงต้องถือว่าเป็นพนักงานขายของ เท่านั้น แต่ถ้าหมออยู่ในคลินิก

ในโรงพยาบาล คนไข้เข้าไปตรวจแล้วหมอ หมอฟันแนะนำ จะต่างอะไรก็ที่คุณหมอ

อธิบายว่า อย.บอกว่าอย่างนั้นหมอทำได้ครับ

ถ้าจะให้เคลียร์ ก็ผ่าน พรบ.ยา ที่บอกให้หมอสั่งจ่ายยา แล้วให้เภสัชกรเป็นผู้ขายยา

ดีกว่าครับ แบบนั้น เคลียร์ชัดเจน ว่า หมอไม่ได้ขายยา อะไรที่หมอนำมาขายเอง

ก็ไม่ใช่ยา แต่เป็นอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งไม่ใช่ยา ไม่อย่างนั้น คนไข้ก็คงจะสับสนว่า สิ่งที่หมอ

ขายให้นั้น เป็นยาที่ใช้รักษาตัวเองหรือเปล่า หรือเป็นแค่อาหารเสริม(ซึ่งถ้ามี พรบ.ยา

หมอจะขายได้ แต่ขายยาไม่ได้) ซึ่งคนไข้ก็จะปฏิเสธก็ได้ หรือไม่ ก็จะได้รู้ว่า หมอคนนี้

เป็นหมอขายตรง จะได้เปลี่ยนหมอไปเลย ครับ

การที่ อย.ออกมาบอกแบบนั้น ไม่ได้ให้ความกระจ่างอะไรกับคนไข้เลยว่า สิ่งที่หมอขาย

ให้นั้นสมควรหรือไม่ แต่กลับเป็นการสนับสนุนว่า ถ้าจะใช้อาหารเสริมเหล่านี้ ให้หมอเป็น

ผู้แนะนำ(จริงๆผมก็เห็นด้วยนะครับ) แล้วจะต่างอะไรกับที่ผมบอกว่า อย.แนะนำให้ซื้อกับ

หมอล่ะครับ

ถ้าอ่านแล้ว งง ก็ช่างมันเถอะครับ...แหะ..แหะ...มันเป็นเรื่องของการใช้คำเท่านั้น

จากคุณ : กินลม ชมทะเล
เขียนเมื่อ : 18 ธ.ค. 53 18:28:17 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 68 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

มีหลังไมค์ ตามมาแจม ...

" ในกรณีนี้ คุณหมอหมู จะเห็นว่า คนไข้ได้รับการแนะนำจากหมอที่รักษา แสดงว่า

นั่น โอเค ใช่ไหมครับ และหลายๆกรณี ที่มีคนให้ความเห็นในกระทู้ ว่า ทั้งหมอและหมอฟัน

แนะนำให้คนไข้ซื้อ นั่นก็โอเค ใช่ไหมครับ "




.............. อืม ผมอาจพูดแล้ว ทำให้ งง ... ลองใหม่ ..


" ผมไม่เห็นด้วยในทุกกรณีที่ แพทย์ พยาบาล เอา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มาขายให้ผู้ป่วย (ญาติ) ในขณะกำลังทำหน้าที่ของแพทย์ พยาบาล ฯลฯ .... สั้น ๆ ง่าย ๆ ตรง ๆ .. "


...............ส่วนเรื่องคำแนะนำ ก็เป็นคำแนะนำเรื่องของ โรคที่เขาเป็นอยู่ ที่รักษากับแพทย์ท่านนั้น เพราะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางอย่าง ก็มีผลต่อยาแผนปัจจุบัน นะครับ .. ไม่ใช่ เห็นด้วยกับแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ไปขายอาหารเสริม ...


............. ถ้าคุณ กินลม ชมทะเล อ่านความเห็นของผม ในกระทู้ที่เกี่ยวกับเรื่องทำนองนี้ ก็จะเข้าใจ ความคิดของผมชัดเจนขึ้น ..




ปล.

๑. แพทย์ พยาบาล ฯลฯ หลายท่านอาจไม่พอใจ ที่ผมพูดแบบนี้ .. แต่ อยากให้ลองคิดนะครับว่า

สิ่งที่ท่านขายนั้น .. ท่านขาย ความเชื่อถือต่อวิชาชีพ ของคนไข้ หรือว่า ท่านขายสินค้า ???

ถ้าท่านได้ไม่ได้เป็น แพทย์ พยาบาล ฯลฯ เขาจะซื้อสินค้าท่านหรือเปล่า ??

ที่เขาซื้อ เป็นเพราะ เขา เกรงใจ ไว้ใจ ว่า ท่านเป็นผู้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความน่าเชื่อถือ ... เขาไม่ได้ซื้อเพราะ คุณภาพของตัวสินค้านั้น ๆ

ขอให้ลองคิดสักนิดว่า " ท่านได้เอาเกียรติศักดิ์ศรี ความเชื่อถือ ที่ แพทย์ พยาบาล ฯลฯ รุ่นก่อนได้สร้างมา จนได้รับความเชื่อถือ ความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชน .. มาขาย พ่วงกับสินค้า .. หรือเปล่า ???


๒. ผมไม่ได้โจมตี เรื่องการขายตรง หรือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อยากขายก็ขายไป แต่ ไม่ควรอ้างว่า รักษาโรคโน่นนี่นั่น แล้วก็ไม่ควรพูดสิ่งที่เกิดความเป็นจริง อย่าไปโกหก ไม่เช่นนั้น ก็จะกลายเป็น บาป ที่หลอกลวงผู้อื่น บางทีอาจหนักหนาถึงกับการฆ่าคนอื่น ทำให้เขาตาย เพราะไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

อย่างที่เคยบอกไว้ ใครอยากจะลองใช้ ไม่เดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่าย ผมก็ไม่ห้าม นะครับ



ยา กับ อาหารเสริม (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) ต่างกันอย่างไร ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-08-2008&group=7&gblog=5

รวบรวมกระทู้เกี่ยวกับน้ำ MRET ... ใครเชื่อ ผมไม่เชื่อ ????

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-04-2009&group=7&gblog=25

วิตามิน อาหารเสริม ... โทษมากกว่าคุณ ??? .... จาก นสพ.ไทยรัฐ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=19-04-2010&group=7&gblog=54

สุดยอดการหลอกลวงด้านสุขภาพ ... จาก อเมริกา ดูแล้วก็ไม่ต่างอะไร กับเมืองไทย ...

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2009&group=7&gblog=40

อย.ย้ำ ผู้บริโภค อย่าหลงเชื่อ เครื่องบำบัดด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตย์ อวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-09-2008&group=7&gblog=7

อาหารเสริม เลือดจระเข้ ดีจริงหรือ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2009&group=7&gblog=41

อาหารเสริมหรือเสริมอาหาร จะเอาอะไรกันแน่ ??? อาหารต้านอนุมูลอิสระ ??? ... นำมาฝากจากเวบ หมอชาวบ้าน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=11-05-2010&group=7&gblog=57

กลูต้าไทโอน ทำให้ผิวขาวจริงหรือไม่.. โดย...สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=17-02-2009&group=7&gblog=16

ทำไม ต้อง " ขาว " .. ทำไม ต้อง " เอาชีวิต สุขภาพ ของเรา " เพื่อให้คนอื่นเขาดู ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=05-02-2010&group=7&gblog=49

บทความเรื่อง : สาร Glutathione สำหรับทำให้ผิวขาวที่กำลังเป็นที่นิยม

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=05-01-2009&group=7&gblog=9

อาหารเสริม ดีจริงหรือ ??? กินกูลต้าไธโอน ขาวจริงป่ะ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-08-2008&group=7&gblog=4

จากคุณ : หมอหมู [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 18 ธ.ค. 53 20:04:14 [แก้ไข]






ความคิดเห็นที่ 69 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

...ฮิ..ฮิ...ผมเห็นด้วยกับคุณหมอหมูนะครับที่หมอไม่สมควรขายอะไรเลย

ในคลินิกผม ผมจะขายของเพื่อแนะนำให้คนไข้รู้จักใช้ แค่ชิ้นเดียว

เท่านั้น แล้วให้ไปหาซื้อเองภายนอก เสมอ แม้แต่ป้ายชื่อร้านที่มีโฆษณา

ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่บอกว่า ทำป้ายให้หมอฟรี ผมยังเคยถามในที่ประชุม

ทันตแพทยสมาคมเลยว่า ไม่ผิดหรือ แต่นั่นเป็นเพียงความคิดของผมเท่านั้นครับ

สิ่งที่ผมตอบในกระทู้นี้ ผมตอบในบริบทของข่าว อย.กับ ความรู้สึกของ จขกท.

กับคนอื่นๆ ครับ

เสริมอีกนิด ผมเข้าใจความคิดของคุณหมอหมู นะครับ เพียงแต่ อย่างที่บอก

ครับว่า องค์กรของรัฐ นั่นแหละ ที่ทำให้คนทั่วๆไป ไม่เข้าใจ...เอ่อ..หรือผมไม่

เข้าใจ อยู่คนเดียว...แหะ..แหะ...

จากคุณ : กินลม ชมทะเล
เขียนเมื่อ : 18 ธ.ค. 53 21:37:30 [แก้ไข]


โดย: หมอหมู วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:11:54:46 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ ไม่มีจรรยาบรร


โดย: Junenaka1 วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:12:26:36 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]