Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

นศ.แพทย์ เจอดี! ประชาชนฟ้อง ฉีดยาชุ่ย! ฆ่าทารก !

เป็นความเห็น ที่ได้มาจากกระทู้ ในห้องสวนลุม ... มีมุมมอง ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจ หลายอย่าง เลยขอเอามาเก็บไว้ซะหน่อย ...

นศ.แพทย์ เจอดี! ประชาชนฟ้อง ฉีดยาชุ่ย! ฆ่าทารก !

//www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L7451190/L7451190.html#22




สามีแจ้งความนศ.แพทย์ฉีดยาให้ภรรยาสาวจนแท้งลูก [23 ม.ค. 52 - 17:20]

วันนี้ (23 ม.ค.) นายรังสรรค์ สีนิ่ม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ม.4 ต.เข้าค้อ อ.เข้าค้อ จ.เพชรบูรณ์ เข้าแจ้งความ กับ พ.ต.ท.ภูธเนษฐ์ กระจ่าง สารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ว่านางสาวรินทร์นรา พลางวัน อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ม.10 ต.ตาดทอง อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ภรรยาได้ตั้งครรภ์มา 5 เดือน โดยฝากครรภ์กับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านรังสิต โดยวันที่ 25 ธ.ค. 2551 และหมอได้นัดตรวจครรภ์ ในวันที่ 15 ม.ค. 2552 ได้มาตรวจตามนัด โดยหมอได้สั่งใบสั่งยาให้ไปฉีดยากันบาดทะยัก ซึ่งมีนักศึกษาแพทย์เป็นคนฉีดยาให้ หลังฉีดเสร็จได้กลับบ้านพัก แต่อาการของนางสาวรินทร์นรา ได้เกิดอาการอ่อนเพลีย เด็กในครรภ์ไม่ดิ้น และไม่มีอาการตอบสนองเวลากดท้อง และอ่อนเพลียตลอดเวลา



นาย รังสรรค์ กล่าวต่อว่า จึงได้พาภรรยาไปหาแพทย์ที่ รพ.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ในวันที่ 21 ม.ค. ทางแพทย์ได้ทำการตรวจและได้อัลตราซาวด์ตรวจสอบดู พบว่าทารกในครรภ์เสียชีวิต ต้องนำทารกออจากครรภ์มารดา จะต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนเงิน 7,000 บาท แต่ไม่มีเงินพอค่ารักษาพยาบาล และภรรยาหลังตั้งท้องได้ลาออกจากงานมาพักอยู่ที่บ้านเช่า แต่ยังมีประกันสังคมของโรงพยาบาลปทุมเวชอยู่จึงได้ขอย้ายมารักษาตัวและเอา เด็กออกที่ รพ.ปทุมเวช เมื่อเวลา 21.00 น.คืนวันที่ 22 ม.ค. โดยแพทย์ได้เหน็บยามารดานำทารกออกจากครรภ์ ทราบว่าเป็นเพศชาย ทำให้ตนและภรรยาติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของทารก



ด้านพ.ต.ท. ภูธเนษฐ์ ได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำทารกส่งนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตของทารกว่า เกิดจากผลการฉีดยาเกินขนาดเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมาหรือไม่ และอย่างใด จนกว่าผลการชันสูตรออกมาก่อนจึงจะดำเนินการได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไรแน่ และพ่อแม่เด็กได้ร้องทุกข์รับแจ้งความไว้เรียบร้อยแล้ว

จากคุณ : vierzig - [ 23 ม.ค. 52 18:07:17 ]


ความคิดเห็นที่ 1
คนพาดหัวข่าว ก็ตั้งกันไป

จากคุณ : 1 - [ 23 ม.ค. 52 18:28:10 A:203.155.206.110 X: TicketID:070680 ]



ความคิดเห็นที่ 2
ใครอ่านกระทู้นี้แล้วแท้งบุตร ก็อย่าลืมโยงว่ากระทู้นี้เป็นเหตุแห่งการแท้งบ้างนะครับ

เอ้า ตาสว่างกันหน่อยชาวบ้าน

1. จงค้นหาข้อมูล เทคนิคการฉีดยาบาดทะยักให้แท้งบุตร ตามตำราหรืออินเตอร์เน็ตเล่นๆ

2. วันที่ 15 ม.ค. 51 มาตรวจ ฉีดยา ตกเย็นลูกไม่ดิ้น (ลองหาข้อมูลตามเนตดูบ้างว่า ลูกไม่ดิ้นเกิดจากอะไรได้มั่ง และควรปฎิบัติอย่างไร หรือใครอ่านกระทู้นี้เป็น แต่ค้นเนตไม่เป็น ลองเดินไปรพ.ใกล้บ้าน ขออ่านสมุดฝากครรภ์ ดูคำแนะนำดูได้ทุกรพ. รับรองมีคำแนะนำเรื่องนี้แน่)

วันที่ 21 ม.ค. 51 หรือ 6วันถัดมา... จึงมาตรวจ

หมอฉีดยาชุ่ย ????
หรือปฏิบัติตัวในระหว่างตั้งครรภ์แบบชุ่ยๆ???? ให้ลูกตนเองตาย

ใครมีสติก็คิดเอา

จากคุณ : natefang - [ 23 ม.ค. 52 18:51:18 ]





ความคิดเห็นที่ 3

เห็นหัวข้อแล้ว ...


คงมีคน มาร่วมประนาม ด้วยอีกแหงม ๆ ...

แล้วก็จะมีคนมาบอกว่า " หมอก็ต้องเข้าข้างพวกเดียวกันเอง " ... หมอทำอะไรไม่เคยผิด ฯลฯ


แต่ ที่ห้องนี้ ก็ยังดี ที่มีคนมาช่วยเตือน ให้สติ .... คิดก่อนที่จะเชื่อ ....


ค่อย ๆ คิด ก่อนที่จะเชื่อ ....


นอกจาก ดูแลเอาใจใส่ กับ ผู้ป่วย และ ญาติ แล้ว

ก็ได้แต่หวังว่า คงมีคนดูแลน้อง นศพ. คนนั้น .... ป่านนี้ ก็คงแย่ เหมือนกัน ...

จากคุณ : หมอหมู - [ 23 ม.ค. 52 19:03:53 ]





ความคิดเห็นที่ 4

แต่คนที่เป็นชาวบ้านๆ บางครั้งเค้าก็อาจจะไม่เข้าใจนะครับ ตอนนี้เรื่องถูกแจ้งความก็คงต้องเป็นหน้าที่ของหมอที่ออกมาชี้แจงให้เข้าใจ

....แต่ความซวยก็คงไม่พ้นหมอที่โดนตราหน้าไปซะเรียบร้อยแล้ว...

จากคุณ : Dr. Doggy - [ 23 ม.ค. 52 19:14:15 ]





ความคิดเห็นที่ 5

คุณหมอหมูนี่ดุจังครับ ผมแอบเห็นหลายกระทู้แล้ว


แต่ถึงยังไง

ขอบอกครับว่าแอบปลื้มอยู่ 555+

ดูเก่งดี

จากคุณ : โน้ตตัวที่สี่ - [ 23 ม.ค. 52 19:32:50 ]



ความคิดเห็นที่ 6

สื่อมวลชนมันก็งี้ อะไรขายได้ มันก็ออกโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ
ชาวบ้านเข้าใจผิด ก็น่าจะให้อภัย เพราะเห็นว่าการศึกษาน้อย ไม่ค่อยมีความรู้
แต่ ไอ้พวกเขียวข่าวเนี่ย การวิเคราะห์ จรรยาบรรณ ไม่ยอมเอาออกมาใช้ ต้องการแต่เงินๆๆ อย่างเดียว แถมประเทศเราก็แปลก มักจะอุดหนุนสื่อจำพวกที่เขียนข่าวหวือหวา แต่ใจความนั่งเทียนมาเขียนอยู่เรื่อย

จากคุณ : หมอก้อนหิน - [ 23 ม.ค. 52 19:54:32 ]




ความคิดเห็นที่ 7

คห.4
ออกมาชี้แจง เอาหลักฐาน การวิจัยมาดู ก็คงบอกว่าหมอเข้าข้างกันแหงๆ อีกตามเคย
ผมเคยพูดไว้ว่า ถ้าหมอมันชั่ว มันไม่มีจรรยาบรรณ แล้วจะมาให้หมอรักษาทำไมกันล่ะครับ..

จากคุณ : หมอก้อนหิน - [ 23 ม.ค. 52 19:55:49 ]





ความคิดเห็นที่ 8

ไม่เคยโพสต์ห้องนี้เลย
ขอหน่อยค่ะ เห็นด้วยกับคุณหมอก้อนหิน
ที่ว่า มาว่าหมอชั่ว หมอเลว มาให้หมอรักษาทำไม
เราว่าบางทีตัวเองปฏิบัติตัวไม่ถูกเองต่างหาก แล้วชอบโทษหมอ
สรุปคือ เป็นหมอ นี่ต้องผิดตลอดเลยเหรอคะ เห็นใจคุณหมอทุกท่านค่ะ

ปล. หนูไม่ใช่หมอนะคะ หนูก็แค่มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง

จากคุณ : Assasin Lady - [ 23 ม.ค. 52 20:11:23 ]





ความคิดเห็นที่ 9
...

แก้ไขเมื่อ 23 ม.ค. 52 21:25:37

จากคุณ : vierzig - [ 23 ม.ค. 52 20:39:39 ]





ความคิดเห็นที่ 10

รอผลการตรวจพิสูจน์ก่อน อย่าเพิ่งแห่ตาม


หนังสือพิมพ์ไม่พาดขา เอ๊ย.พาดหัวแบบนั้น ก็ไม่ได้ยอดขายสิ


ดูแต่ บิ๊กแอ๊ด ดิ ถึงวันนี้มีกี่คนที่รู้ว่า ไม่ใช่


ถูกรุมประนามไปทั่วประเทศฟรีๆ

จากคุณ : samr - [ 23 ม.ค. 52 21:35:46 ]





ความคิดเห็นที่ 11

หมอเรียนมาเหนื่อยแทบตาย

6 ปี แห่งความทรมาน

อยู่เวรข้ามวันข้ามคืน

การปฏิบัติดูเเลคนไข้ก็ต้องทำเต็มที่ ตามมาตรฐาน

ให้ดีที่สุด

ผลประโยชน์เพื่อใครกันล่ะ

ก็เพื่อคนไข้ ให้หายจากโรค หายจากความทุกข์ทรมาน

หมอห่วงคนไข้เสมอเเหละ

เเต่พอจะฟ้องทีนี่ไม่ห่วงหมอเลย

หลายคนคิดว่าหมอเงินเยอะ

ฟ้องไปก็ไม่เสียหายอะไรมาก

เเต่คุณคะ เเค่ชื่อหมอออกมาเเผ่หลาตามข่าว

ว่าหมอเเย่ หมอชุ่ย

เเค่นั้นหมอก็หมดอนาคตเเล้วค่ะ

ที่เหนื่อยมาทั้งหมดเพื่ออะไรกัน


เป็นอาชีพที่จะย่ำเเย่ลงทุกวันเเล้วนะคะ

ถ้าไม่ได้มาเรียนหมอกัน ก็คงไม่เข้าใจค่ะ

หมอก็เป็นคนค่ะ

คนมีทั้งคนดีเเละไม่ดี

คนที่ผิดก็คือผิด คนไม่ผิดก็ไม่ผิดค่ะ

การที่ว่าหมอเข้าข้างกันเองเนี่ย เป็นคำฮิตติดปากคนทั่วไปมาก

เเล้วใครจะเข้าใจหมอกัน ถ้าไม่ได้เรียนมาเหมือนกัน

หลายครั้งที่หมอทำถูกต้องดีเเล้ว

หมอด้วยกันเองมาตรวจสอบเค้าก็ทำถูกต้องค่ะ

ตามมาตรฐานทั้งหมด มาตรฐานระดับโลกที่ทำเหมือนกันทุกที่

เเล้วคนทั่วไปทราบวิธีการ ทราบมาตรฐานนี้มั้ย ก็ไม่


หมอมีสิทธิ์ที่จะโดนฟ้องอยู่ตลอดเวลา

เมื่อก่อนคนไข้เห็นหมอเป็นเทวดา

เเต่เดี๋ยวนี้ก็คงไม่ต่างกับผู้ขายบริการ

จนไม่กล้าจะกระดิกตัวอะไรกันเเล้วค่ะ


อยากให้กลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนจัง

อยู่บนพื้นฐานเเห่งความเชื่อใจ เเละศรัทธาในวิชาชีพนี้


เข้ามาบ่นให้ฟังเฉยๆค่ะ

จากคุณ : redcarpetkorn - [ 23 ม.ค. 52 22:40:20 ]




ความคิดเห็นที่ 12

เอางี้แล้วกันครับ
ต่อไป ถ้ามีใครเสียชีวิตในประเทศไทย
ให้ไปดูว่าในช่วงสามปีก่อนตาย ไปหาหมอ เห็นหน้าหมอ หรือคุยกับหมอมาก่อนไหม

ถ้าเคย
ถือว่าหมอเป็นฆาตกรจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่
ทั้งนี้ความเห็ฯทางการแพทย์ทุกชนิดให้ถือว่าแพทย์เข้าข้างกันเอง ยกเว้นความเห็นที่เป็นประโยชน์แก่โจทก์ ให้ถือว่าถูกต้อง

จากคุณ : หมอแมว - [ 23 ม.ค. 52 22:41:15 ]




ความคิดเห็นที่ 13

ก่อนจะบ่น ขอบรรยายก่อน

ผมสงสารทั้งพ่อและแม่เด็กเหมือนกันนะ จะให้มาทำใจยอมรับว่า อยู่ๆ ลูกของตนก็เสียชีวิต ก็คงเศร้าเหมือนกัน
คุณแม่อายุ 19 เองนี่ อาจจะยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการตั้งครรถ์มาก่อน ก็พยายามดูแลกันไป
อยู่ๆ ลูกในครรถ์ก็มาเสียชีวิต คงทำใจไม่ได้ ก็พยายามฟาดงวงฟาดงาหาสาเหตุแหละครับ
จะให้มาโทษตัวเองเลยก็ยังไงๆ อยู่ ก็คงโทษรอบข้างกันไปก่อน
เพิ่งไปตรวจมาด้วย ไอ้นี่แน่เลย ต้องไอ้นี่แน่ๆ ความจริงจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ต้องโทษมันก่อนเลย

เด็กไม่ดิ้นวันที่ 15 แล้วก็ไม่กล้าทำอะไร อาจจะไม่รู้ว่ามันฟังดูอันตราย ก็เลยช่วยเหลือช้าไป
กว่าจะไปตรวจอีกทีก็เกือบสัปดาห์นึงแล้ว เฮ้อ ผมสงสารเหมือนกันนะ

แต่ไอ้จะมาโทษว่าเป็นจากการฉีดยากันบาดทะยัก ปริมาณประมาณ 1 cc เนี่ย เฮ้อ
มันทำร้ายจิตใจคนกันเกินไปหรือเปล่า
ใจคอไม่คิดบ้างเลยหรือว่าเขาทำไปเพราะเขาอยากให้คุณแม่และคุณลูกปลอดภัยจากโรคร้าย
การฝึกฝนและการสั่งสอนในโรงเรียนแพทย์ที่ผ่านมา 6 ปี ไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกว่าเขาพยายามทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดเลยใช่มั๊ย
คุณถึงคิดว่า การฉีดยาเข็มเล็กๆ ที่ผิวหนัง 1 ครั้ง จะทำให้ลูกคุณตาย

บ่นไม่ถูก พอแล้ว เซ็ง

จากคุณ : มาม่าไข่มะตูม - [ 23 ม.ค. 52 23:29:06 ]





ความคิดเห็นที่ 14

อยากให้ฟ้องกลับครับ

จากคุณ : kkcontrol - [ 24 ม.ค. 52 00:18:04 ]





ความคิดเห็นที่ 15

อยากประนามหนังสือพิมพ์มากกว่าครับ

จากคุณ : ปีกแดง - [ 24 ม.ค. 52 00:26:14 ]





ความคิดเห็นที่ 16

พาดหัวข่าวไปนั่น...

แม่เด็กเป็นโรคอะไรอยู่รึเปล่า...
ช่วงนั้นไปทำอะไรหนักๆที่มีผลกระทบกับครรภ์รึเปล่า...
...
...
...

แม่เด็กอ่านหนังสือพิมพ์แล้วสะเทือนใจกับการพาดหัวข่าวเกินไปรึเปล่า...

ปลง...

จากคุณ : Wizard. - [ 24 ม.ค. 52 00:33:59 ]





ความคิดเห็นที่ 17

ขอฟ้องสื่อกลับได้มั้ย

พาดหัวข่าวได้ "เกรียน" มากๆ

//www.google.co.th/search?q=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%81+%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%A3&ie=utf-8&oe=utf-8&aq=t&rls=org.mozilla:en-US:official&client=firefox-a

หาให้เลย การ Search Google เกี่ยวกับ วัคซีนบาดทะยักและการแท้งบุตร

แถมให้อีก 1 อัน เป็นภาษาอังกฤษ Tetanus Toxoid + Abortin

//www.google.co.th/search?hl=th&client=firefox-a&rls=org.mozilla%3Aen-US%3Aofficial&hs=XHl&q=Tetanus+Toxoid%2BAbortion&btnG=%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2&meta=

แล้วแถมให้อีก 1 อัน การฉีดวัคซีนบาดทะยักในหญิงมีครรภ์
//www.google.co.th/search?hl=th&q=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B9%8C&btnG=%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2+Google&meta=&aq=0&oq=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%81

ช่วยกรุณาเอาไปส่งให้บรรณาธิการสื่อแห่งนั้นทีเถอะครับ

จะได้ตาสว่างบ้าง

แล้วอีกอย่าง Tetanus Toxoid เป็นการฉีดเข้างทางกล้ามเนื้อนะครับ ซึ่งส่วนมากจะฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อตรงหัวไหล่

นศ.พ.ชั้นคลินิก ทุกคน

ฉีดเป็นแน่นอนครับ

จากคุณ : Umiki - [ 24 ม.ค. 52 01:07:21 ]





ความคิดเห็นที่ 18

ไม่อยากอ่านข่าวแบบนี้อีกแล้ว จะร้องไห้ บั่นทอนจิตใจจัง

เรา เลือกเรียนผิดสายหรือเปล่าเนี่ย ที่คิดจะทำงานด้านสายสุขภาพ ปีนี้ก็อาจจะขอจบได้แล้วแท้ๆ ไม่อยากทิ้งไปเริ่มสายอื่นใหม่เลย เคยคิดตอนเรียนว่า เรียนจบ สอบได้ใบประกอบโรค จะมาทำงานด้านจิตบำบัด แต่ตอนนี้ชักไม่อยากทำแล้วซิ งานที่ต้องพบปะคนอื่น เห็นคนโดนร้องเรียนกันเยอะจัง ทั้งพยาบาล เจ้าหน้าที่ แพทย์

แก้ไขเมื่อ 24 ม.ค. 52 01:28:55

จากคุณ : ขี้เหงา...เอาแต่ใจ - [ 24 ม.ค. 52 01:25:04 ]





ความคิดเห็นที่ 19

อันนี้ไม่เกี่ยวกับกระทู้ แต่อยากแจกแจงเรื่องสื่อกับข่าวหน่อยนะครับ

หลังจากดูคุณหมอสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์คุณสรยุทธเรื่องขลิบเมื่อเย็นแล้ว
ฟังแล้วขนาดผมเป็นหมอเองยังรู้สึกว่าอาจารย์ตอบได้ไม่ดีเลยครับ
ตอบไม่ตรงคำถามและพาเข้ารกเข้าพงอีกต่างหาก
แถมทำให้คนดูทางบ้านยิ่งมองภาพพจน์หมอตกลงไปอีก
จริง ๆ เรื่องนี้มันเหตุสุดวิสัยตามที่ทุกคนรู้เหมือนอาจารย์รู้
แต่แค่คำขอโทษคำเดียว อาจารย์กลับไม่พูดแต่ตอบไปเกือบสิบนาทีโดยไม่หลุดคำนี้มาเลย ทั้งที่หมอเจ้าของคลีนิคเค้าก็พร้อมรับผิดชอบ
เลยทำให้หลาย ๆ คนดูแล้วยิ่งเครียดนะครับ

รู้ว่าโพสเสร็จ ต้องโดนถล่มแน่ ๆ แต่ก็ยอมครับ
แต่อยากให้หลาย ๆ คนใจเย็น ๆ ก่อน เพราะต้องแยกเป็นเรื่อง ๆ นะครับ


1. ในรายนี้ ปัญหาเกิดที่การสื่อสารจริง ๆ คือหมอเขียนอย่าง พยาบาลอ่านไปอีกอย่าง สุดท้ายน้องก็เลยเจ็บตัวไปและไม่หายปากเจ็บ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่สามารถฟ้องร้องคนทำได้นะครับ ถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกายแม้จะไม่เจตนาก็ถือว่าเป็นคดีอาญาครับ แต่ถ้ามีเวชระเบียนที่ยืนยันว่าหมอเขียน excision จริง ๆ งานนี้คนที่โดนคือพยาบาลครับ เพราะหมอตามหลักการก็ถือว่าสั่งการรักษาถูกต้อง แต่คนรับคำสั่งแปลความหมายผิด (จากที่คุณหมอเองก็บอกตั้งแต่วันแรกแล้วว่าง่วงนอน แต่คุณแม่เด็กอยากให้รักษา คุณหมอเลยเขียนคำสั่งการรักษาไปให้เจ้าหน้าที่ทำให้ แต่คนอ่านดันเข้าใจไปอีกทาง)

2. หลายคนบอกว่าหมอก็ผิดที่ปล่อยให้พยาบาลทำ พยาบาลจะมาผ่าตัดได้อย่างไร อันนี้ต้องเข้าใจก่อนนะครับ ว่าพยาบาลที่ผ่านการอบรมมาแล้วอีกขั้นนึงหรือที่เรียกว่าพยาบาลเวชปฏิบัติ สามารถทำการผ่าตัดได้นะครับ เย็บแผล ฉีดยาได้หมด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะตามปกติโรงพยาบาลที่ตองเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และมีหมอไม่พอที่จะอยุ่เวรทั้งวันทั้งคืนได้ ก็อาศัยพี่ ๆ พวกนี้แหละครับ ช่วยทำการรักษาในคนไข้ที่ดูแล้วว่าไม่รุนแรง

3. หลายคนก็คงถามอีก ว่าแล้วการขลิบนี่นะ เป้นการผ่าตัดเล็กที่พยาบาลทำได้ อันนี้ต้องไปดูตามต่างจังหวัดเลยนะครับ ว่าเวลาที่มีการทำสุหนัดหมู่ของอิสลามตามมัสยิดนี่ ก็อาศัยพี่ ๆ พยาบาลที่ได้รับการฝึกนี่แหละครับ เป็นคนทำให้ โดยถือว่าเป็นเรื่องปกติเลยครับเวลาได้รับการติดต่อจากพวกกรรมการอิสลาม เพราะเด็ก 70 กว่าคน หมอมี 3 คน ยังไงก็ทำไม่ทันในหนึ่งวัน ก็ต้องอาศัยพี่ ๆ พวกนี้แหละครับ และบางคนยังทำเก่งกว่าหมอด้วยซ้ำ เพราะหมอบางท่านเพิ่งจบใหม่ นาน ๆ เย็บแผลที กับพี่พยาบาลที่เย็บแผลคนไข้มา 10 กว่าปี ประสบการณ์เชี่ยวชาญกว่าเยอะครับ อีกอย่างในรายนี้พอพยาบาลอ่านปุ๊บ ก็ทำให้ปั๊บ ก้แสดงว่าต้องเคยทำการผ่าตัดแบบนี้มาก่อน ถึงกล้าทำ เหมือนคนทั่วไปถ้าขับรถไม่เป็น แล้วมีคนโยนกุญแจให้ คุณจะกล้าขับหรือครับ

4. หลายคนออกมาบอกว่า คำว่า excision ที่แปลว่าตัด กับ circumcision ที่แปลว่าขลิบ ต่างกันตั้งเยอะ จะทำผิดได้อย่างไร คำตั้ง 3 กับ 4 พยางค์แต่ต้องอย่าลืมนะครับว่าเวลาเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ นี่คล้ายมากนะครับ ยิ่งถ้าใครเคยเห็นใบสั่งยาหมอนี่จะรู้เลยว่าลายมือหวัดแค่ไหน ซึ่งพบได้มากตามโรงพยาบาลต่างจังหวัดที่คนไข้เยอะ ๆ หมอก็รีบ ๆ ตรวจ ก็เลยติดเขียนหวัดเป็นนิสัย บางทียิ่งย่อยิ่งสั้น ยิ่งในคนไข้รายนี้ผมว่าหลังจากพยาบาลเห็น order แล้ว พออ่านเป็น circumcision ที่แปลว่าขลิบ และพอให้เด็กถอดกางเกงก็คงพบว่ามีหนังหุ้มอยู่ ก็เข้ากันได้กับคำสั่งการรักษา ก็เลยขลิบให้เด็กซะ เลยเป้นปัญหาอย่างคดีนี้ครับ

5.หรือเป็นการโยนความผิดให้พยาบาลหรือ ไม่ อันนี้ถ้าตามดูข่าวตั้งแต่วันแรก(ลองค้นดูนะครับ) ไม่มีใครบอกว่าหมอเจ้าของคลีนิคเป้นคนขลิบนะครับ เพราะแม่เด็กก็บอกว่าพอให้เด็กตรวจเสร็จ หมอก็สั่งการรักษา แม่ก็มารอด้านนอก จากนั้นเด็กก็ร้อง แม่ก็มาเจอ ก็ไปแจ้งความ หมอเจ้าของคลีนิคทราบเรื่องก็รีบไปพบตำรวจเพื่อขอรบผิดชอบ โดยบอกชื่อจริง นามสกุลจริงเรียบร้อย แต่ไม่ได้แจ้งชื่อผู้ที่ทำการผ่าตัด พร้อมยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทุกอย่าง ดังนั้นคนที่ทำการผ่าตัดไม่ใช่หมอแน่ครับ

6.แล้วงานนี้แพทยสภาออก มาปกป้องหมอกันเองหรือไม่ ก็ถ้าพูดตามสิ่งที่เกิดจริง ๆ จะให้ลงโทษหมอตามข้อไหนครับ วินิจฉัยผิดก้ไม่ใช่เพราะก็บอกว่าเป็นฝีที่ปาก สั่งการรักษาผิดก็ไม่ใช่เพราะถ้าสั่งให้ excision ฝีที่ปากมันก็ถูกตามตำราการรักษา ใช้คนผิดก็ไม่ใช่เพราะพยาบาลก็ทำการผ่าตัดได้ แล้วถ้าพยาบาลอ่านผิดนี่หมอต้องติดคุกหรือครับ ซึ่งก้ไม่ make sense นะครับ แต่ถามว่าหมอต้องรับผิดชอบไหม อันนี้สิครับถึงจะถูก หมอต้องรับผิดชอบแน่นอนครับเพราะเหตุเกิดในคลีนิค หมอต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว และตามข่าวหมอก็เข้าคุยกับคุณแม่ของน้องตั้งแต่วันแรกด้วยซ้ำ ก็ขอโทษและพร้อมรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นในคลีนิคทุกอย่าง แต่พอมาบอกสังคมกลับกลายเป็นแพทยสภาปกป้องกันเอง ก็อย่างที่เล่าครับว่าความผิดพลาดในการสื่อสาร คนส่งกับคนรับเข้าใจไม่ตรงกัน จะต้องให้แพทยสภาทำอย่างไรครับ บอกว่าผิดมหันต์ จำคุกตลอดชีวิตให้สะใจหรือ ถึงจะว่าแพทยสภาเข้าข้างประชาชน

7. สื่อสารมวลชนบ้านเราหรือเปล่าครับที่เป็นปัญหา เช่นไทยรัฐพาดหัวหมอชุ่ย ทั้งที่ไม่รู้ว่าหมอทำหรือเปล่า อีกฉบับบอกขริบชุ่ย ทั้งที่เนื้อข่าวก็ไม่ได้บอกว่าแผลมีปัญหาเพียงแต่ทำผิดวัตถุประสงค์ หรือบอกว่ากลัวเด็กมีปมด้อย แต่ทั้งพวกเล่าข่าวนี่คุยกันเป็นเรื่องตลก ช่องสามก็คุณสรยุทธถามย้ำอยู่สามรอบ ช่องเก้าคุณกนกก็เฮฮาในคนเล่าข่าวทั้งสีหน้าและน้ำเสียง แถมย้ำแล้วย้ำอีก เด็กเค้าจะได้เกิดเข้าวงการก็เพราะคุณ ๆ พวกนี้ไม่ใช่หรือครับ นี่หรือคือการเสนอแบบสร้างสรรและปกป้องเด็ก


ผมบอกเสมอว่าถ้า ความผิดที่เกิด ถ้าเกิดจากประมาทจริง เช่น ลืมเครื่องมือไว้ในท้อง หรือถ้าจะผ่าแขนซ้ายกลายมาผ่าแขนขวา ผมยินดีที่ต้องฟ้องหมอครับ และจะเป็นพยานให้ด้วยว่าหมอชุ่ยจริงให้เอาหนัก ๆ ไม่เข้าข้างกันเองแน่นอนครับ
จรรยาบรรณหมอและพยาบาลต้องมีครับ หมอแย่ ๆ ก็เยอะ อันนี้ต้องเล่นให้หนักครับ พวกรับทำแท้ง หรือเลี้ยงไข้ อันนี้ต้องช่วยกันตรวจสอบครับ

แต่ที่ผมพูด เพียงแค่อยากอธิบายว่าหลาย ๆ ครั้ง
เราตัดสินหมอจากสื่อมากเกินไป
จากประสบการณ์ตรง (ตอนนี้ผมเป็นหมออยู่รพ.อำเภอ)
และเรียบเรียงใหม่เป็นเหตุการณืในประเทศสารขัณท์
บางคนแพทย์ถามแพ้ยาไหม คนไข้ตอบจำไม่ได้ หมอ...เอ่อ..
แล้วเคยกินยาแล้วคันไหม คนไข้ตอบเคย แต่นานแล้ว ไม่ได้จำ หมอ..เอ่อ..
แล้วคุณป้ามีโรคประจำตัวไหมครับ ป้าตอบ...ไม่รู้สิ ป้าไม่เคยตรวจ คงไม่มีมั๊ง หมอ...เอ่อ...
แล้ว ตอนนี้ป้ามีอาการอย่างไรบ้างครับ ป้าตอบ..มันเจ็บตรงนี้ ตรงนี้ก็เจ็บ มันแปร๊บ ๆ นะ เอ๊ะไม่สิบางทีก็ชา ไม่รู้อะหมอ ลองดูเองละกัน หมอ...เอ่อ...
แล้วป้าจะเอายาอะไรมั่งครับ ป้าตอบ...ยาอะไรก็ได้แล้วแต่หมอ เอามาเยอะ ๆ ละกัน ป้าอยู่ไกล ขี้เกียจมา

จากข้อมูลที่ได้รับ เราก็ต้องมาประมวล แล้วนึกถึงโรคที่ควรจะเป็นมากที่สุด พบถึงบ่อยที่สุด แล้วก็ให้ยาไป
ข้อมูลที่ได้ก็ไม่พอ ถ้าหายขึ้นมาก็ถือเป็นหน้าที่หมอ แต่ถ้าพลาดหละ
...หมอชุ่ย จ่ายยายังไงให้ยาที่คนไข้แพ้มา หมอจะรับผิดชอบอย่างไร บลา ๆๆๆ...
วันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์หัวเขียวก็ช่วยลงข่าวสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน
"หมอสะเพร่า จ่ายยาคนไข้แพ้ทั้งตัว ญาติฟ้อง 5 ล้าน กระทรวงดูดาย"
ส่วนสังคมส่วนใหญ่ก็พร้อมจะเห็นใจคุณป้าอย่างเต็มที่ และพูดเหมือนสคริปว่าหมอก็ชั่วแบบนี้แหละ ตรวจแบบชุ่ย ๆ
อ้าว ซะงั้น
หลัง จากนั้นมีการตั้งกรรมการสอบ โดยผู้รู้ แพทย์ผู้เกี่ยวข้อง องค์การเภสัช ตัวแทนจากผู้ป่วย ผลออกมาสรุปผู้ป่วยแพ้ยา และจากข้อมูลทางการแพทย์ทั่วโลกการแพ้ยาสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและเป็น เรื่องสุดวิสัย
ยกเว้นในเมืองไทยครับ ห้ามเกิด


หันกลับมามองสื่อหัวเขียวหลังจากผลสอบสวนออกมาแล้วว่าไม่ผิด ด้วยคิดว่าจะลงแก้ข่าวให้ ผลปรากฎว่า
หันมาเล่นข่าวดาราคลิปหลุดซะแล้ว

อ้าว แล้วข่าวที่พาดหัวว่าหมอชุ่ยคราวก่อนหละ หายไปแล้ว สรุปคือหมอเน่าไปฟรี ๆ ในสังคม พร้อมกับสิ่งที่ค้างในความรู้สึกประชาชนว่าเรื่องเงียบไปแล้ว สงสัยหมอใช้เงินยัดคนไข้...เป็นซะงั้น

เพียงแต่อยากให้ใจเย็น ๆ และมองหมอแบบคนธรรมดาครับ
อย่ามีอคติ แล้วฟันธงไปก่อนเพียงเพราะข่าวลง
หาข้อมูลก่อนครับ

มาเจอกระทู้หมอชุ่ย หมอสะเพร่า
แล้วก็ช่วยกันออกความเห็นใส่กันอย่างสุดฤทธ์ทั้งที่ไม่เห็นเหตุการณ์

พูดไม่ออกครับ

ปล. อยากบอกอาจารย์สมศักดิ์หลายครั้งแล้ว ว่าอาจารย์อย่าให้สัมภาษณ์มาก หลายอย่างที่อาจารย์พูดมันถูก แต่ทั้งน้ำเสียง ทั้งลีลา มันทำให้หลาย ๆ อย่างแย่ลง อีกทั้งอาจารย์มักโดนพวกเทพ ๆ อย่างสรยุทธต้อนซ้าย ยั่วขวา จนอาจารย์คุมอารมณ์ไม่อยู่ สุดท้ายพาเอาภาพพจน์วงการหมอกลายเป็นผู้ร้ายโดยปริยายนะครับ

ส่วน เรื่องฉีดยาแล้วแท้งนี่ ได้แต่เห็นใจพ่อแม่ครับที่สูยเสียลูกครับ แต่การฉีดยาบาดทะยักแล้วแท้งนี่ ก็ไม่มีนะครับ ไม่รุ้ว่าสื่อบ้านเราจะออกมาทำร้ายหมอแบบไหนกันอีก

จากคุณ : สาลิกาโบยบิน - [ 24 ม.ค. 52 02:35:39 ]





ความคิดเห็นที่ 20

คห.17
ผมว่าเปล่าประโยชน์
พวกสื่อเค้ารู้ครับ แต่แกล้งโง่มากกว่า

จากคุณ : หมอก้อนหิน - [ 24 ม.ค. 52 07:22:16 ]





ความคิดเห็นที่ 21

เหอๆ คิดเหมือนคห. 2 ค่ะ

ถ้าเย็นนี้เราแท้งลูก เราจะโทษกระทู้นี้ค่ะ...ว่าเป็นสาเหตุให้เสียลูก
จขกท. ระวังเน้อ อิอิ

สื่อก็พาดหัวข่าวได้มั่วจริงๆ ยังไม่ทันสรุปเลย
นี่แหละน้า สื่อคุณภาพเมืองไทย

จากคุณ : elin - [ 24 ม.ค. 52 07:23:00 ]





เอาเก็บไว้ เป็นข้อคิด นะครับ เพราะคงมีเรื่องแบบนี้ ออกมาอีกแน่นอน ...


Create Date : 24 มกราคม 2552
Last Update : 24 มกราคม 2552 12:02:55 น. 2 comments
Counter : 3776 Pageviews.  

 
ตั้งุ6วันเพิ่งบ่นว่าลูกไม่ดิ้นทำไมไม่บ่นตอนคลอดเลยละคุณไม่อยากบอกว่าระดับการศึกษาทำให้คนเราคิดต่างกัน แม่ที่ฝากครรภ์ทุกคนต้องฉึดบาดทะยักตามสมุดฝากท้องถ้าฉีดแล้วตายจริงไม่ตายหมดประเทศแล้วเหรอ สื่อมวลชนก้องี่เง่า อย่างนี้ไปทำงานเมืองนอกดีกว่า ปลฬฉีดยาชุ่ยคือฉีดยาผิดคนหรือผิด dose แค่ภาษาไทยง่ายง่ายสื่อยังใช้ไม่ถูกต้องอย่างนี้จะเรียกตนเองว่าสื่อได้อย่างไร เสียทั้งสถาบันบ่งบอกว่าการศึกษาด้านสื่อสารมวลชนมันห่วยแตก ไร้สามัญสำนึก อะมีบายังดีกว่าไม่รู้ว่าคนเขียนพาดหัวข่าวมันจะอ่านออกมั้ยเพราะfrontal lobe (สมองส่วนหน้าส)มันคงห่วย และฝ่อไปหมด จนมิอาจเทียบได้กับควายเนื่งจากควายสูงกว่ามันหลายเท่าให้มันเป็ยอะมีบายังต้องคิด


โดย: bchichi (wasi ) วันที่: 24 มกราคม 2552 เวลา:13:24:15 น.  

 
เป็นกำลังใจให้ practician ทุกคนนะ ส่วนตัวลาออกมาทำสายงานอื่นเรียบร้อย สบายใจ


โดย: CheLover วันที่: 24 มกราคม 2552 เวลา:18:47:08 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]