Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์ เป็นเรื่องโกหกแต่เชื่อ ?

เรื่องนี้ เก่ามาก นึกว่า สูญสิ้นไปจากโลกนี้แล้ว แต่กลายเป็นว่า ลงในเฟสบุ๊ก แล้วมี กด like เกือบ สี่พัน และ  แชร์ ไป หมื่นกว่า ... แต่  มีกี่คนที่รู้ว่า เรื่องนี้ เก่ามาก และ เป็นเรื่องโกหก ?


มีผู้นำลิงค์ ไปลง บอกว่า ...ข้อความดังกล่าว แปลมาจาก forward mail หลองลวง  .. แต่ก็ยังมี คนกด like และ ขอ share พร้อมกับชื่นชมว่า ข้อมูลดีจัง ???

ใครจะเชื่อทางไหน ก็เลือกคิดพิจารณา กันเอาเองนะครับ ... เพราะ ผู้ที่จะรับผลนั้น ก็คือตัวท่านเอง



ภาษาไทย ..

//www.chulacancer.net/newpage/question/forward-mail.html

//vatchainan2.blogspot.com/2011/07/topic-fact-and-fake-john-hopkins-cancer.html

ภาษาอังกฤษ จาก จอห์น ฮอพกินส์  ออกมาชี้แจงเอง ผ่านเวบอย่างเป็นทางการ

//www.hopkinsmedicine.org/kimmel_cancer_center/news_events/featured/cancer_update_email_it_is_a_hoax.html

//www.hopkinsmedicine.org/kimmel_cancer_center/news_events/featured/archive/2011_12_01_cancer_update_email.html


แถม เวบฝรั่งที่จับผิดเรื่องนี้  เขียนลงในเวบตั้งแต่ มีนาคม 2551

//www.hoax-slayer.com/cancer-tips-john-hopkins.shtml





ลำดับแรก ภาษาไทย จาก จุฬา ฯ

//www.chulacancer.net/newpage/question/forward-mail.html

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรักษามะเร็งซึ่งได้มีการฟอร์เวิร์ดทางemail มานานหลายปี (อ้างว่ามาจาก John Hopskin)

บทความนี้จะได้ตอบข้อความต่างๆเหล่านี้ให้กระจ่าง

ข้อความสีดำเป็นข้อความที่มาจากฟอร์เวิร์ดเมล์**ในขณะที่ข้อความสีน้ำเงินคือคำชี้แจงของผมตามหลักการแพทย์ผมจะให้ความเห็นแบบข้อต่อข้อนะครับจะได้ทราบว่าในทางทฤษฎีมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งอย่างไร

1. AFTER YEARS OF TELLINGPEOPLE CHEMOTHERAPY IS THE ONLY WAY TO TRY AND ELIMINATECANCER, JOHNS HOPKINS ISFINALLY STARTING TO TELL YOU THERE IS AN ALTERNATIVE WAY.

หลังจากหลายปีที่พูดกันว่าการทำคีโมเป็นทางเลือกเดียวที่จะลองและใช้ในการกำจัดโรคมะเร็ง ในที่สุดโรงพยาบาลจอห์นฮอฟกินส์ก็เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่นๆ อีก

**ในทางการแพทย์การให้ยาเคมีไม่ใช่ทางเลือกเดียวของการรักษามะเร็งครับการรักษามะเร็งใช้วิธีการรักษาแบบผสมผสาน นั่นคือ เราแบ่งมะเร็งง่ายๆเป็น 2 แบบ คือ

1. มะเร็งระบบโลหิต(ได้แก่มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลืองทั้งฮอร์ดกินและนอนฮอร์ดกิน โรค multiple myeloma เป็นต้น)

มะเร็งพวกนี้ใช้การรักษาหลักเป็นยาเคมี, molecular targeted therapy(เรียกว่าการรักษาแบบเจาะจงระดับโมเลกุล) และการฉายรังสีเสริมเฉพาะจุด เพื่อเพิ่มการควบคุมโรคเฉพาะที่ครับ นอกจากนี้ยังมีการปลูกถ่ายไขกระดูกด้วยสเตมเซลล์ด้วย ซึ่งเป็นมะเร็งที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สเตมเซลล์ช่วยรักษาโรคได้จริงๆในคนไข้ที่หมอเลือกว่าเหมาะสมกับการปลูกถ่ายไขกระดูก ทางแพทย์เรียกว่า stem celltransplant ครับ

2. มะเร็งชนิดเป็นก้อน(solid tumor) การรักษาหลักคือ การผ่าตัด ถ้าก้อนไม่ใหญ่โตมาก ซึ่งมักจะตามด้วยการให้ยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี เพื่อลดการกำเริบของโรคสำหรับผู้ที่เป็นก้อนขนาดใหญ่ มีการลุกลามต่อมน้ำเหลืองหรือการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น(เรียกว่าระยะ 4) มักจะให้การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดนำ แล้วตามด้วยการฉายรังสีหรือผ่าตัดนอกจากนี้ยังมี molecular targetedtherapy ด้วย

ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับtargeted therapy ทางนี้เลยครับ


2. Every person has cancercells in the body. These cancer cells do not show up in the standardtests until they have multipliedto a few billion. When doctors tell cancer patients that there are nomore cancer cellsin their bodies aftertreatment, it just means the tests are unable to detect the cancercells because they have not reached the detectablesize.

ทุกๆคนมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกายเซลล์มะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐานจนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซลล์เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลล์มะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้วมันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลล์มะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอจนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น

**ทุกคนมีเซลล์ที่ผิดปกติ(mutated cell เซลล์กลายพันธ์) ในร่างกายอันนี้ถูกแต่ไม่ใช่ทุกคนมีเซลล์มะเร็ง (cancer cell) ในร่างกาย

โดยปกติร่างกายจะมีระบบตรวจสอบผ่านกลไกทางชีววิทยามากมาย(ไม่เว้นแม้แต่เซลล์เส้นใหญ่ เซลล์เศรษฐี เซลล์นักการเมือง ฮา ฮา...) ซึ่งจะคอยกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติเหล่านั้นร่างกายที่แข็งแรงก็จะมีระบบตรวจสอบแข็งแกร่ง

ร่างกายที่ไร้ภูมิคุ้มกันเช่นคนเป็นโรคเอดส์ก็จะมีระบบตรวจสอบอ่อนแอ (เหมือนประเทศไทยเลย) หากเซลล์ที่กลายพันธ์โตขึ้นโดยควบคุมไม่ได้ (เรียกว่ารัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพก็ได้)ก็จะทำให้เกิดก้อนเนื้อขึ้นมา ซึ่งปกติต้องใหญ่กว่า 1 ซม.(ประมาณพันล้านเซลล์) จึงจะสามารถตรวจได้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์(ซึ่งก็มีหลายระดับหลายราคา) จากนั้นเมื่อเราคลำได้ไปหาหมอเจาะเซลล์มาดูก็อาจจะพบเซลล์มะเร็งนั้นได้ เซลล์มะเร็งทนต่อการทำลายครับจึงค่อยๆ โตขึ้น ถ้าเป็นมากก็จะลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง(เหมือนชายแดนเรานั่นเอง) ต่อจากนั้นก็เริ่มกินเส้นเลือดเซลล์หลบไปตามเส้นเลือด (เหมือนหนีออกจากประเทศ)แล้วก็กระจายไปอวัยวะสำคัญ เช่น ตับ ปอด หัวใจ(เหมือนเขมร ดูไบ)แล้วในที่สุดถ้าไม่ได้รับการรักษาก็เสียชีวิตครับ(ระวังประเทศเราจะเป็นอย่างนั้น)


3. Cancer cells occurbetween 6 to more than 10 times in a person's lifetime.

เซลล์มะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆ หนึ่ง

**ในประชากรแต่ละคนก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งไม่เท่ากันบางคนเสี่ยงมาก เช่น นักการเมือง..เอ้ย! คนสูบบุหรี่ เสี่ยงต่อมะเร็งปอดช่องปากหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร (เสี่ยงเยอะ) ในคนบางคนมียีนส์ผิดปกติในร่างกายเช่น ยีนส์ retinoblastomaก็ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งมากกว่าปกติ

ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีโรงพยาบาลไหนสามารถตรวจได้ว่าคนแต่ละคนมียีนส์เสี่ยงจะเป็นโรคมะเร็งหรือไม่ แต่หากเป็นแล้วก็อาจนำชิ้นเนื้อที่ตรวจได้ไปตรวจว่ามียีนส์ผิดปกติไหม เช่นมะเร็งเต้านมมียีนส์ HER-2 ผิดปกติเป็นต้น ซึ่งก็จะทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้รัดกุมขึ้น แม่นยำขึ้นเรียกเท่ๆ ว่า tailored treatment เหมือนช่างตัดเสื้อตัดให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคนครับ


4. When the person'simmune system is strong the cancer cells will be destroyed andprevented from multiplying and forming tumours.

เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอเซลล์มะเร็งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็น เนื้องอก

**อันนี้ถูกครับแต่ถูกไม่หมด

ในคนปกติภูมิคุ้มกันดีแข็งแรง เซลล์มะเร็งก็เกิดขึ้นได้

เซลล์ที่โตเร็วๆ บางทีก็ไม่เป็นมะเร็งครับเรียกพวกนี้ว่า benignneoplasm เช่น เนื้องอกธรรมดา เนื้องอกมดลูก เนื้องอกหลอดเลือดคีลอยด์หลังเกิดแผล เป็นต้น

หากเป็นมะเร็งเรียก malignantneoplasm ซึ่งก็เกิดได้ในคนแข็งแรงได้เช่นกันเหมือนที่กล่าวแล้วข้างต้น


5. When a person hascancer it indicates the person has multiple nutritional dificiencies.These could be due to genetic,environmental, food and lifestyle factors.

เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็งมันกำลังบอกว่าคนๆ นั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการซึ่งอาจเกิดจากยีนส์สิ่งแวดล้อมอาหารและปัจจัยอื่นๆ ในการดำรงชีวิต

**ไม่ถูกครับ

คุณจะกินเนื้อสัตว์ กินมังสวิรัติ กินเจ กินชีวจิตก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่เป็นมะเร็ง ดังนั้นมะเร็งกับโภชนาการไม่เกี่ยวข้องกับสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งตรงๆนะครับ เว้นแต่ดื่มแต่เบียร์ เหล้า ของปิ้งทอดดำๆ ที่มีสารก่อมะเร็งบ่อยๆ ก็อาจจะเกิดมะเร็งผมใช้คำว่าอาจจะเพราะบางคนกินเหล้า กับแกล้มปิ้ง ครบชุดก็ไม่เป็นมะเร็งได้อย่างที่บอกตอนต้นว่าระบบตรวจสอบของแต่ละคนไม่เท่ากัน

นอกจากนี้สิ่งแวดล้อม มลพิษก็อาจมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง การดำรงชีพแบบตะวันตกก็อาจเป็นปัจจัยให้เกิดโรคมะเร็งที่มีรูปแบบเหมือนคนตะวันตกเช่น ปัจจุบันคนเป็นมะเร็งเต้านมกันมากขึ้น เพราะเชื่อว่าในอาหารบางอย่างอาจมีฮอร์โมนกระตุ้นแต่จริงๆ แล้วผมเชื่อว่านั่นเป็นส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่คนมีความรู้มากขึ้นมีการระวังมากขึ้น ผู้คนมากขึ้นจึงทำให้เราเห็นว่าอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นครับ

ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันมะเร็งทางนี้เลยครับ

//www.chulacancer.net/newpage/patientp017.html

//www.chulacancer.net/newpage/cancer_prevention.html

//www.chulacancer.net/newpage/cancer_prevention_calcium.html

//www.chulacancer.net/newpage/cancer_prevention_breast.html


6. To overcome themultiple nutritional dificiencies. changing diet and includingsupplyments will strengthen the immune system.

เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการการเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น

**หากคุณกินอาหารครบ 5 หมู่(เรียนตั้งแต่ประถมแล้ว) กินเฉลี่ยๆ ใครว่ากินผักปลอดภัยครับ(ยาฆ่าแมลงมีถมไป) ใครว่ากินถั่วปลอดภัย (ถั่ว GMOก็เยอะครับ) ดังนั้นเดินทางสายกลางกินเฉลี่ยๆ โน่นนิดนี่หน่อย ออกกำลังกายทำใจให้ผ่องใส หากกินไม่ครบจริงๆก็อาจเพิ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ครับแต่อย่าให้มากเกินไปประเภทกินแต่วิตามินเป็นกำๆ ก็ไม่ไหวครับ

สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งแล้วและอยู่ระหว่างการรักษาคุณต้องโดปหน่อย อย่าอดอาหารเดี๋ยวเราจะแย่ก่อนมะเร็งครับ

เคล็ดลับการกินอาหารสำหรับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งและอยู่ระหว่างรักษาตัวทางนี้เลย


7. Chemotherapy involvespoisoning the rapidly-growing cancer cells and also destroysrapidly-growing healthy cells in the bonemarrow, gastro-intestinal tract etc, and can cause organ damage, likeliver, kidneys,heart, lungs etc.

การทำคีโม คือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลล์มะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วแต่ขณะเดียวกันมันก็จะทำลายเซลล์ที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูกทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่นตับ ไตหัวใจ ปอด ฯลฯ

**ยาเคมีบำบัดเป็นยาที่ทำลายเซลล์ที่เติบโตเร็วดังนั้นระหว่างรักษาจึงมีผลข้างเคียงต่ออวัยวะปกติที่โตเร็ว เช่น ผมร่วง(ยาบางตัวก็ผมไม่ร่วง)อาการผมร่วงหรือไม่ร่วงไม่ได้บอกว่ายานั้นแรงกว่ายาอีกตัวนะครับ ยาบางตัวทำให้ท้องเสีย ยาเคมีส่วนใหญ่ทำให้เม็ดเลือดขาวลดลงจึงต้องระมัดระวังการดำเนินชีวิตจะได้ไม่ติดเชื้อโรคง่ายๆหากมีไข้ต้องบอกแพทย์ อย่าเรียกว่าทำลายเลยครับเพราะอวัยวะส่วนใหญ่ของผู้ที่แข็งแรงดี(กินอาหารได้ ดูดซึมสารอาหารได้) มักจะซ่อมแซมตัวเองได้ดี

รายการยาเคมีต่างๆและผลข้างเคียงที่เจอบ่อยทางนี้เลย


8. Radiation whiledestroying cancer cells also burns, scars and damages healthy cells,tissues and organs.

การฉายรังสีแม้ว่าจะเป็นการทำลายเซลล์มะเร็ง แต่ก็ทำให้เกิดอาการไหม้เป็นแผลเป็นและทำลายเซลล์ที่ดี เนื้อเยื่อและอวัยวะ

**การฉายแสงปัจจุบันมีเทคนิคต่างๆมากมายในการลดปฏิกิริยาต่ออวัยวะข้างเคียง เช่น การฉายแสง 3 มิติการฉายแสงแบบปรับความเข้ม หรือ IMRTเป็นต้น บางกรณีเราต้องการรังสีปริมาณสูงก็ทำให้เกิดผลข้างเคียงสูงขึ้นเพื่อให้โอกาสหายสูงขึ้น เป็นต้น

หลักการรักษาด้วยรังสีทางนี้ครับ

หลักการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัด

การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโดยการใส่แร่

การฉายรังสีแบบปรับความเข้ม(ไอ-เอ็ม-อาร์-ที หรือ IMRT) คืออะไร?

การฉายรังสีแบบ4 มิติ


9. Initial treatment withchemotherapy and radiation will often reduce tumor size. Howeverprolonged use of chemotherapy andradiation do not result in more tumor destruction.

การบำบัดโดยคีโมและการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆอย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆ พบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลล์เนื้องอก

**การรักษามะเร็งสำคัญที่สุดคือตอนรักษาครั้งแรกครับหมอมะเร็งพยายามอย่างยิ่งทุกวิถีทางที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายในการเพิ่มโอกาสการหายขาดดังนั้นการรักษาแบบผสมผสานจึงมีความสำคัญ เพราะเมื่อเกิดการกำเริบการลุกลามโอกาสหายจะน้อยลงครับเพราะจะเป็นพวกเซลล์พันธุ์อึดดื้อแสง ดื้อยาเคมี เมื่อให้ยาเข้าสูตรที่3-4 ก็ยิ่งรักษายากขึ้นและโอกาสชนะไม่มากครับผมจึงอยากให้ผู้ป่วยอย่านิ่งนอนใจเวลาเป็นน้อยๆอย่ามัวแต่กินผัก กินถั่วครับ รีบรักษาก็โอกาสหายสูง


10. When the body has toomuch toxic burden from chemotherapy and radiation the immune system is either compromised ofdestroyed. Whence the person can succumb to various kinds of infections and complications.

เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไประบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

**เวลาให้ยาเคมีบำบัดและฉายรังสีแพทย์จะต้องติดตามเม็ดเลือดขาวว่าต่ำเกินไปไหมผู้ป่วยมีเรี่ยวแรงพอจะรักษาไหม ถ้าไม่ได้ก็ต้องเลื่อนหรือหยุดการรักษาครับวิธีสำคัญที่จะเพิ่มเม็ดเลือดและภูมิคุ้มกัน คือ โปรตีนครับ จากเนื้อสัตว์นม ไข่ขาว เป็นต้น เพื่อไม่ให้ต้องหยุดการรักษากลางครันซึ่งจะทำให้เซลล์ดื้อยาโตขึ้นอย่างรวดเร็ว


11. Chemotherapy andradiation can cause cancer cells to mutate and become resistant anddifficult to destroy. Surgery can alsocause cancer cells to spread to other sites.

การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลล์มะเร็งกลายพันธุ์ดื้อยาและยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาหตุทำให้เซลล์มะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย

**เซลล์ที่กลายพันธุ์จากการรักษามักจะเกิดหลังรักษาแล้ว 5-20 ปี ซึ่งแพทย์พยายามใช้วิธีการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด ผลข้างเคียงน้อยที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสหายของผู้ป่วยครับ และอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นถ้าก้อนใหญ่เกินกว่าผ่าตัดก็จะต้องให้ยาเคมีหรือฉายรังสีนำเพื่อให้ผ่าง่ายขึ้น ผ่าได้หมดจะได้เพิ่มโอกาสหายขาด


12. An effective way tobattle cancer is to starve the cancer cells by not feeding it with thefoods it needs to multiply.

วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็งคือ การไม่ให้เซลล์มะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว

**ผมกล่าวแล้วข้างต้นว่าร่างกายใหญ่กว่าก้อนมะเร็งตั้งเยอะเซลล์ปกติก็มีมากกว่าเซลล์มะเร็งตั้งเยอะ การอดอาหาร ไม่ได้ทำให้ก้อนมะเร็งขาดอาหารหลอกครับเพราะมันก็มีวิธีการสันดาปอาหารมากมายหลายวิธีดังนั้นร่างกายต้องแข็งแรงจึงจะสู้โรคได้อย่ามัวแต่อดอาหารเลยครับภาวะโภชนาการที่ดีทำให้ร่างกายมีภูมิที่ดี และทนต่อการรักษาได้ผู้ป่วยที่ขาดอาหาร เช่น ผู้ป่วยมะเร็งหลอดอาหาร ผอมมากเซลล์มะเร็งก็โตขึ้นทุกวันครับ ขนาดให้อาหารทางหลอดเลือดฟีดทางสายยางก็รักษายาก ดังนั้นเมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็งและอยู่ในช่วงรักษาต้องกินให้ได้พลังงานและสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอครับ


จบตรงนี้แล้วครับทานอาหารให้ครบ ทำจิตใจให้แจ่มใส ทำบุญ บำเพ็ญสมาธิ รักษาศีลจะเป็นมะเร็งไม่เป็นมะเร็ง

ก็สบายใจไปหลายส่วนครับ

บทความธรรมมะทางนี้เลย

บทความโดย ผศ.นพ.ชวลิตเลิศบุษยานุกูล



ลำดับสอง ภาษาไทย
นพ.มานิตย์ วัชร์ชัยนันท์

//vatchainan2.blogspot.com/2011/07/topic-fact-and-fake-john-hopkins-cancer.html


วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Fact and fake: John Hopkins Cancer Update (6)


“ Cancer therapies of surgery, chemotherapy and radiation therapy
do not work against the disease.
And the people should instead choose a variety of a dietary strategies”
เป็นข้อความของผู้ไม่บอกชื่อ (anonymosus authors) และอ้างตนว่าเป็น Johns Hopkins Update
ซึ่งเป็นชื่อของสำนัก ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเทียบขั้นกับสำนักตักสิลา..
ดังนั้น ถ้าใครได้อ่านข้อความดังกล่าวแล้วไม่เชื่อ... เห็นจะเป็นเรื่องแปลกมาก

แต่ความเชื่อทั้งหลายที่เคยมีมา ต้องมาเปลี่ยนไป เมื่อเจ้าสำนักตัวจริง Johns Hopkins Kimmel cancer center
ได้ออกมาปฏิเสธความดังกล่าว พร้อมกับเสนอข้อมูลที่ถูกต้องให้ได้รับทราบกัน....

ผู้เขียนรู้ตัวว่า ตกเป็นเหยื่อของสื่อชนิดนี้มานานพอสมควร จึงบันทึกไว้ให้เพื่อนฝูงได้อ่านกัน

“การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีทางศัลยกรรมก็ดี ฉายแสงก็ดี และเคมีบำบัด ไม่สามารถรักษาคนไข้ที่เป็นมะเร็งได้หรอก มันต้องรักษาด้วยการรับประทานอาหารในรูปแบบต่าง ๆ...”

นั่นเป็นคำกล่าวของกลุ่มไร้ชื่อ (anonumous authors) ทีอ้างอิงสถาบันของคนอื่นเขา

ตามความเป็นจริงแล้ว การรักษาคนไข้ที่เป็นโรคมะเร็ง ที่ทั่วโลกเขายังปฏิบัติกันอยู่ตลอดมาจนกระทั้งทุกวันนี้ เช่น การผ่าตัด (Surgery) การฉายแสง( Radiation) และ เคมีบำบัด (chemical therapy) ยังเป็นกรรมวิธีใช้รักษาคนไข้โรคมะเร็ง ที่ได้ผลเป็นที่พอใจ พร้อมกับมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เป็นวิธีการรักษา ที่ทำให้คนไข้นับล้าน ๆ หายจากโรค  และสามารถดำเนินชีวิตอยู่ต่อไปได้ (สหรัฐฯ)
จริงอยู่...ในการรักษาโรคมะเร็งด้วยกรรมวิธีดังกล่าว บางรายไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
บางรายเริ่มต้นได้ผลดี แต่ต่อมากลับไม่ได้ผล หรือบางราย ยากต่อการรักษา ซึ่งเป็นเรื่องที่แพทย์เขากำลังศึกษากันต่อไป

อีกข้อความหนึ่ง-
“ Cancer cell cannot thrive in an oxygenated environment, exercising daily ,
and deep beathing help to get more oxegen down to cellular level.
Oxygen therapy is another means employed to destroy cancer cell.

เกี่ยวกับเรื่องนี้ American cancer society ได้กล่าวสรุปว่า การรักษาด้วยออกซิเจน (Oxygen therapy) ไม่มีประโยชน์ต่อการป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งเลย เพราะจากหลักฐานกล่าวว่า เคยมีการให้สารเคมี ซึ่ง สามารถปล่อยออกซิเจนออกมา (oxygen-releasing chemicals) ไม่สามารถป้องกัน หรือรักษามะเร็งได้ แต่มีรายงานว่า สารดังกล่าวก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตอีกต่างหาก

กล่าวโดยสรุป จากการได้อ่านข้องความของกลุ่มบุคคลไร้ชื่อ   ซึ่งผู้เขียนบทความเกี่ยวกับมะเร็ง โดยอ้าง สถาบันของคนอื่น ( Johns Hopkins Cancer update ) จนทำให้เจ้าของถาบัน (Johns Hopkins Kimmel cancer center) ออกมาปฏิเสธ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่างว่า เราตกอยู่ใต้อิทธิพลของสื่อ....

และจากการเรียนรู้ข้อ เท็จบางอย่าง ทำให้เราทราบว่า

“ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวนั้น แท้จริงแล้ว มันเป็นภาพจำลองของจริง มีปรากฏในตัวของเราทุกคน ...”

ทำให้นึกถึงคำสอนของพระสงฆ์องค์เจ้า ว่า ทำไมท่านถึงบอกให้เรามองลงไปที่ตัวเอง  อย่ามองนอกกาย...
ที่แท้ มันเป็นเช่นนี้เอง




แถม .. เนื้อหาในเฟส  เจ้าของเฟส อาจทำไปด้วยความหวังดี แต่ผลที่เกิดขึ้น มันอาจไม่ดี แบบที่คิด กรรมใดใครก่อ ก็รับผลกรรมนั้นเอง ก่อกรรมดี ก็ได้รับผลดี ..
//www.facebook.com/photo.php?fbid=483677844991535&set=a.483677318324921.132992.100000479716751&type=1&theater


เรื่องจริงที่ หมอ ไม่ได้บอก...(คีโม กับ มะเร็ง)

คีโมกับมะเร็งและการดำรงชีวิต ( ดีมากๆ) ช่วยกด Share ให้คนที่คุณรักด้วยครับ......

หลังจากหลายปีที่พูดกันว่าการทำคีโมเป็นทาง เลือกเดียวที่จะลอง และใช้ในการกำจัดโรค มะเร็งในที่สุดโรงพยาบาลจอหน ฮอพกินส์ก็ เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่นๆอีก

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์
1. ทุกๆคนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เซล มะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจ สอบตามมาตรฐานจนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่ม ขึ้นในระดับพันล้านเซล(1,000,000,000 เซล เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้วมันหมาย ถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้ เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอ จนถึง ระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น

2. เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง

3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง เพียงพอ เซลมะเร็งจะถูกทำลายและป้องกันไ ม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก

4. เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็งมันกำลังบอกว่าค นๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับ โภชนาการซึ่งอาจเกิดจากยีนสิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต

5. เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการ เกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภท ของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วย ให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น

6. การทำคีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็น พิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลที่ดีที่ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูกทำลาย ระบบทางเดินอาหาร ฯลฯและเป็นสาเหตุทำ ให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลายเช่นตับ ไต หัวใจปอดฯลฯ

8. การบำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะ ช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ อย่าง ไรก็ตามถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่ง ผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก

9. เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโม หรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกัน อาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลาย ลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจาก การติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับ ซ้อนยิ่งขึ้น

10. การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็น สาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ดื้อยา และ ยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุ ทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย

11. วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็งคือ การไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ใ นการขยายตัวอะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซล มะเร็ง a. น้ำตาลคือ อาหารของมะเร็งการตัด น้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให กับเซลมะเร็งสารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น"" นิวตร้าสวีต"" "" อีควล"" "" สปูนฟูล "" ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวานซึ่งเป็นอันตรา ยสารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่า คือน้ำผึ้ง มานูคา(จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อยแต่ใน ปริมาณน้อยๆเท่านั้นเกลือสำเร็จรูป ก็ใช้สาร เคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้"" แบรก อมิโน"" หรือ เกลือทะเลแทน b. นม เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็ง จะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือกการใช้ นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้ เซลมะเร็งไม่ ได้รับอาหาร c. เซลมะเร็งเติบโต ได้ดี ในภาวะแดล้อมที่ เป็นกรด อาหารจำพวก เนื้อ จะสร้างสภาวะ กรดขึ้นดังนั้นจึงควรหันไปรับประทาน ปลา จะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทานไก่แทน เนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่ สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์และเชื้อปรสิต บางประเภทตกค้างอยู่ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง d. อาหารที่ประกอบด้วยผักสด80% และน้ำ ผลไม้พืช จำพวกหัวเมล็ดถั่วเปลือกแข็ง และ ผลไม้จำนวนเล็กน้อยจะช่วยทำให้ร่างกายมี สภาวะเป็นด่างอาหารอีก20% อาจได้มาจา กการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่วน้ำผักสด จะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึม ทราบสู่ระดับเซลภายใน 1 นาที เพื่อบำรุงร่า งกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี ให้ พยายามดื่มน้ำผักสด (ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่ว ที่มีหน่อหรือต้นอ่อน)และรับประทานผักสด ดิบ2-3 ครั้งต่อวันเอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่าย ที่อุณหภูมิ140 องศาF (ประมาณ 4 องศา C) e. ให้หลีกเลี่ยงกาแฟน้ำชาและช๊อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูงชาเขียว ถือเป็นทางเลือกที่ดี และมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งน้ำดื่มให้ เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อ หลีกเลี่ยงท๊อกซิน และโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรดให้หลีกเลี่ยง

12. โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยากและต้องการ เอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อยเนื้อ สัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาห ารจะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น

13. ผนังของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้ การงดหรือ การรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอ มาใช้โจมตี กำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็งและช่วยให้ เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดี ขึ้น

14. สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน (สารIP6 [inositol hexaphosphate หรือ phyti acid],สาร Flor-essence, สารEssiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน, เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามาร ถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้นสารอาหารอื่นๆเช่น วิตามินอีเป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตาย ลงของเซลหรือ กำหนดระยะเวลาการตาย ของเซล ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกาย ในการ กำจัดเซลที่ถูกทำลายซึ่งไม่เป็นที่ต้อง การ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป

15. มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์ กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณการป้องกันเชิงรุก และ การคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถ อยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็ง.... ความ โกรธ การไม่รู้จักให้อภัยและความขมขื่นใจ จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมี สภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้นให้เรียนรู้ที่จะมีความ รักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัยเรียนรู้ที่ จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต

16. เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ใน สภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมากการออก กำลังกายทุกวันและการหายใจลึกๆจะช่วยให้ ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับ เซลการบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีก อย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง




Create Date : 02 ธันวาคม 2555
Last Update : 2 ธันวาคม 2555 1:46:33 น. 2 comments
Counter : 6629 Pageviews.  

 
แถม .... ( ยังมีอีกเพียบบบบบบ )

หนังสือ เคล็ด(ไม่)ลับ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย่างรู้เท่าทันโฆษณา ( หนังสือ pdf แจกฟรี)

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-08-2012&group=7&gblog=160


หนังสือ ทุกข์ล้นเหลือ เหยื่อโฆษณา ............ของดี ฟรีด้วย โหลดอ่านกันได้เลยครับ

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-10-2012&group=7&gblog=163


"คลอโรฟิลล์" .. ดีจริง ตามที่โฆษณา หรือว่า แค่หลอกเล่น เหมือนกับที่เคย ๆ ...

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-09-2010&group=7&gblog=105


รวบรวมกระทู้เกี่ยวกับน้ำ MRET ... ใครเชื่อ ผมไม่เชื่อ ????

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-04-2009&group=7&gblog=25


อย.เตือนเหรียญ"ควอนตั้ม"ไม่มีผลทางการแพทย์ ..... เตือนแล้วเตือนอีก จะมีคนเชื่อมั่งหรือเปล่าเนี๊ย ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2010&group=7&gblog=59


อาหารเสริม เลือดจระเข้ ดีจริงหรือ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2009&group=7&gblog=41


ต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณพึงระลึกอยู่เสมอเกี่ยวกับ การลดน้ำหนัก

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-04-2008&group=4&gblog=33


อย. ยัน...ไม่เคยรับรอง .... ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร .... ลดอ้วนได้จริง

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-11-2008&group=7&gblog=8


“มะรุม” พืชสมุนไพร แต่ไม่ใช่ “ยาวิเศษ” .... บทความดี ๆ จากเวบ สสส.

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=09-05-2010&group=7&gblog=56


การรักษาด้วย คีเลชั่น....ดีจริงหรือมั่วนิ่ม ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=17-02-2009&group=7&gblog=17


สุดยอดการหลอกลวงด้านสุขภาพ ... จาก อเมริกา ดูแล้วก็ไม่ต่างอะไร กับเมืองไทย ...

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2009&group=7&gblog=40


อย.ย้ำ ผู้บริโภค อย่าหลงเชื่อ เครื่องบำบัดด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตย์ อวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-09-2008&group=7&gblog=7


อาหารเสริมหรือเสริมอาหาร จะเอาอะไรกันแน่ ??? อาหารต้านอนุมูลอิสระ ??? ... นำมาฝากจากเวบ หมอชาวบ้าน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=11-05-2010&group=7&gblog=57


อาหารเสริม ดีจริงหรือ ??? กินกูลต้าไธโอน ขาวจริงป่ะ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-08-2008&group=7&gblog=4


FW mail ... รวมสินค้า (แหกตา) โดนแล้วจะตาแหก...

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=11-01-2010&group=7&gblog=46


FW Mail สุขภาพที่หลายคนเข้าใจผิด (หมอแมว) แถมเรื่อง การช่วยชีวิตเบื้องต้น

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-10-2009&group=7&gblog=36


ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์ เป็นเรื่องโกหกแต่เชื่อ ?

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=02-12-2012&group=7&gblog=170




โดย: หมอหมู วันที่: 2 ธันวาคม 2555 เวลา:13:13:15 น.  

 
ขอบคุณ ข้อมูลดีดีครับ


โดย: nuchock วันที่: 3 ธันวาคม 2555 เวลา:9:07:49 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]