Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

ปีกสองข้างของการบริการสุขภาพและการสาธารณสุขไทย ปัญหาที่ท้าทาย .. โดย .. นพ.อุสาห์ พฤฒิจิระวงศ์


ได้อ่านบทความนี้ ...มีประเด็นที่น่าสนใจ . นำมาแบ่งปันกันอ่าน ...




ปีกสองข้างของการบริการสุขภาพและการสาธารณสุขไทย ปัญหาที่ท้าทาย


เขียนโดย นพ.อุสาห์ พฤฒิจิระวงศ์

24 ก.ค. 2010 15:48น.

ผม มีความเห็นใจ ผู้ที่ประสบความเสียหาย จาก การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่บกพร่องและผู้เกี่ยวข้องขาดความรับผิดชอบในหน้าที่และมีจริยธรรมที่บกพร่อง

ผม ไม่เห็นใจ ผู้เกี่ยวข้องกับการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งขาดความรับผิดชอบในหน้าที่และมีจริยธรรมที่บกพร่อง

ผม ไม่ต้องการ ให้มีการปกป้อง ผู้เกี่ยวข้องกับการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ขาดความรับผิดชอบในหน้าที่และมีจริยธรรมที่บกพร่อง


ผม เห็นใจและต้องการให้มีการปกป้อง ผู้เกี่ยวข้องกับการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบ ในหน้าที่และมีจริยธรรมที่ครบถ้วน

เช่นเดียวกับ ต้องการให้มีการปกป้องดูแล ผู้ที่ประสบความเสียหายจาก การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งที่บกพร่องและไม่บกพร่อง

โดยความใส่ใจของรัฐบาล มากกว่าการให้อยู่ในมือของคนกลุ่มหนึ่ง



ดังนั้น การแก้ปัญหาปกป้องดูแลประชาชน ไม่ให้ได้รับความเสียหาย และ ดูแลผู้ที่ประสบความเสียหายจากการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่บกพร่องจึงจะเป็นเหตุผลที่จะไม่ทำให้ ผู้บริหารหน่วยบริการ, แพทย์และบุคลากรผู้ให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข (ที่เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบในหน้าที่และมีจริยธรรมที่ครบถ้วน)

ไม่ต้องเดือดร้อนจากการปกป้องดูแลประชาชน

ซึ่งการดูแลประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจากการใช้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข น่าจะเป็นคำตอบ แทนการออกพรบ.ที่ส่อเค้าปัญหาจากผลกระทบที่ผู้ออกพรบ.คิดไม่ออก หรือคิดนอกเหนือเหตุผลที่อ้างไว้ในเจตนารมณ์ของพรบ.ฉบับนี้

รัฐบาลสามารถดูแลประชาชนกลุ่มนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องออกพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหาย ที่กำลังมีปัญหา ซ่อนเงื่อน




วิธีการที่บริหารจัดการ เพื่อแก้ปัญหาปกป้องดูแลประชาชน ไม่ให้ได้รับความเสียหาย และ ดูแลผู้ที่ประสบความเสียหาย จากการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่บกพร่องนั้น ประกอบด้วย

๑.การปกป้องไม่ให้ประชาชนได้รับความเสียหาย

๒.การจัดการแก้ไข การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่บกพร่อง

๓.การดูแลประชาชน ผู้ที่ประสบความเสียหายจาก การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่บกพร่อง

๔.การดูแลประชาชน ผู้ที่ประสบความเสียหายจาก การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ไม่บกพร่อง

เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะดำเนินการจัดตั้งกระบวนการใหม่ให้แก่องค์กรของรัฐที่มีอยู่ ทำหน้าที่ทั้ง๔ข้อดังกล่าว

จึงไม่ใช่สิ่งที่ แพทย์และบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ กับ ประชาชน ที่จะต้องออกมาทะเลาะกัน

และไม่ใช่หน้าที่ของ เอ็นจีโอ ที่จะมาเสนอกฎหมายที่มีผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องในวงกว้าง

แล้วตนเองไปนั่งควบคุมกำกับการใช้เงินกองทุน ที่มาจากภาษีประชาชนและเงินของผู้ที่ถูกระบุในกฎหมาย


๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

//www.consumerthai.org/old/complain/complain1.htm

เว็บนี้แม้จะมีคำด่าว่าแพทย์และโรงพยาบาลมากมาย แต่ก็สะท้อนให้เห็นความบกพร่องของรัฐ และ ทัศนคติเชิงลบที่มีต่อความบกพร่องของ

รัฐที่มีหน้าที่ต่อประชาชน ซึ่งมองเพียงที่เห็นก็ได้ความโกรธเคืองกัน

แต่มองให้ชัดกว่านั้น ก็จะเห็นว่า เป็นการสะท้อนความไม่พึงพอใจและความโกรธที่ได้รับสิ่งไม่สมควรจากรัฐและการกำกับดูแลของรัฐ ซึ่งเป็นผลจาก การบริหารจัดการภาครัฐส่วนหนึ่ง และ การควบคุมมาตรฐานขององค์กรวิชาชีพส่วนหนึ่ง

แต่ ทำไมองค์กรวิชาชีพจึงต้องถูกประนามหยามเหยียดเพียงลำพัง?

ทั้งที่ หน้าที่ทั้ง ๔ ข้อข้างต้น เป็นหน้าที่ของรัฐร่วมกับองค์กรวิชาชีพ

และทำไมประชาชนยังต้องเดือดร้อนกันต่อไป?

รัฐ (อ่านว่ารัฐฐะ) ก็คือ สิ่งประกอบด้วย พื้นที่ตั้ง ประชาชน และองค์กรที่ควบคุมดูแลให้ประชาชนและพื้นที่ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ให้มีความเป็นอยู่ร่วมกันโดยสงบร่มเย็นเป็นสุข

ผู้ที่รับผิดชอบการดูแลพื้นที่และประชาชน นั้นคือ รัฐบาล การบริหารจัดการภาครัฐ คือการใช้อำนาจของฝ่ายปกครองเพื่อประโยชน์ของรัฐ

ให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสงบสุข

ทำไมรัฐบาล ต้องรอให้ ประชาชน กับ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน ผลัดกันขอเข้าพบเพื่อขอความเห็นใจ? มันตลกไม่น้อย แต่หัวเราะไม่ออก

หากผม เป็นรัฐมนตรี ผมจะเชิญตัวแทนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาพบ หรือ ไม่ทันใจก็จะเป็นฝ่ายไปขอพบ

ผมจะไม่ให้ตัวแทนผู้ที่เกี่ยวข้องต้องคอตกเพราะไม่ได้พบ หรือไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าเหลื่อมล้ำ

แพทย์ที่เคยเขย่ารัฐบาลพบได้ แต่แพทย์ผู้ทำงานปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนพบไม่ได้

ผมจะไม่ตะคอกหรือวางอำนาจบาตรใหญ่กับผู้บริหารระดับสูงจนถึงระดับล่างสุด เพราะทุกคนทำงานให้ประชาชนของผม

คนใกล้ชิดของผมซึ่งเป็นรัฐมนตรี หากไปตะคอกข่มขู่ใครไม่ได้ เพราะเท่ากับว่าเอาบี่ห้อผมไปข่มขู่ตะคอก

ไม่รู้จะมองอย่างไรเลยเวลานี้ นอกจากสมเพช ในความเขลาของมนุษย์

ปัญหาที่เกิดขึ้น มาจากอะไร? จะกล่าวถึงปัญหาดังเช่น การนำปฏิจจสมุปบาทมาแสดง

นกจ้าวปัญหา(-คือ การบริการสุขภาพและการสาธารณสุข- ไม่ใช่เจ้าปัญญาหรือจ้าวเวหา) มีปีกสองข้าง ปัญหามีปีกสองด้าน

ด้านหนึ่ง การบริหารจัดการภาครัฐที่บกพร่อง นำมาสู่

๑.การบริหารที่บกพร่อง

ทำให้ผู้ปฏิบัติไม่สามารถใช้ศักยภาพของตน และหน่วยงานใช้ศักยภาพของหน่วยงาน ได้อย่างเต็มศักยภาพ

ในการช่วยเหลือประชาชนผู้รับบริการและบั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงาน

--- การบริหารงานที่บกพร่องเริ่มจากรัฐบาลจนถึงผู้บริหารของหน่วยบริการ

คุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงานในหน่วยบริการ ไม่เคยอยู่ในแผนตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข

--- แม้แต่ผู้ปฏิบัติงานยังเข้าไม่ถึงความเป็นธรรมและความเสมอภาค แล้วจะหาความเสมอภาคให้ประชาชนได้อย่างไร?

๒.การปฏิบัติงานที่บกพร่องด้านการบริหารจัดการ

ทำให้การช่วยเหลือประชาชน ไม่เป็นไปโดยสมควร จึงเกิดเรื่องแก่ประชาชน

๓.ผลการปฏิบัติงานที่ไม่พึงปรารถนา จึงเกิดเรื่องแก่ผู้ปฏิบัติงาน

ผู้บริหารสูงกว่าหน่วยงานนั้น หามีผู้ใดไม่ที่จะรับผิดชอบ ตั้งแต่รัฐบาลลงมา



อีกด้านหนึ่ง การควบคุมมาตรฐานที่บกพร่อง นำมาสู่

๑.การบริการบกพร่องที่มาตรฐานทางวิชาการ

มาตรฐานทางวิชาการ เป็นความรับผิดชอบขององค์กรวิชาชีพและสถาบันการฝึกอบรม

ร่วมกับ การส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงาน จากผู้บริหารทุกระดับ ในการพัฒนาองค์ความรู้ และสมรรถนะของบุคลากรผู้บริการประชาชน

๒.การบริการบกพร่องที่มาตรฐานจริยธรรม

มาตรฐานทางจริยธรรม เป็นความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงาน ที่จะบริการประชาชน

มันน่าขัน ที่ผู้เดือดร้อน คือ ผู้ปฏิบัติ ผู้ควบคุมมาตรฐาน และประชาชนผู้รับบริการ ต่างหันหน้าเข้าทะเลาะกัน


ผู้ที่บกพร่องตัวจริงหุ้นใหญ่ที่สุด คือ รัฐบาล กลายเป็นพระเอก และลอยนวล




รัฐบาลบกพร่องที่ไหน?

๑.แยกเงินออกจากภารกิจการบริการสุขภาพและการสาธารณสุข

โดยให้สปสช.ผู้ถือเงินมหาศาลไปคิดโครงการที่นึกสนุก ไปสั่งหน่วยบริการของกระทรวงและไม่ใช่กระทรวงสาธารณสุขทำ

และไม่ได้ถามประชาชนเลย ว่าต้องการไหม?

นอกจากถามคนในสปสช.กับถามคนที่สช.(สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ)เชิญมา ไม่ตอบสนองปัญหาที่หน่วยบริการต้องการแก้ไข

๒.ลดจำนวนผู้ให้บริการประชาชน ในขณะที่ความต้องการของประชาชนเพิ่มมากขึ้นและซับซ้อนมากขึ้น

สร้างปัญหาเพิ่มให้หน่วยบริการประชาชน

๓.บริหารจัดการโดยคิดเอาแต่ได้ หามีสติปัญญาไม่

เพราะ การคิดว่าสปสช.ยอมซูฮกรัฐบาลกะรัฐมนตรีทุกอย่างจะดี เพราะมีงบหาเสียง การออกกฎหมายโดยอ่านแต่ใบปะหน้าแจงแต่ข้อดี

ไม่อ่านเนื้อใน ไม่ศึกษาผลกระทบ เพราะคิดว่าจะได้คะแนนเสียง

๔.การบริหารจัดการที่ไม่รู้จริง

ผู้บริหารคิดแต่ส่วนของตนเองจะได้อะไร ไม่ได้ถามผู้ปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติที่ไม่ได้วิเคราะห์ปัญหาและถามประชาชน เชื่อแต่สมัชชาสุขภาพของสช

ที่ประกาศธรรมนูญสุขภาพที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่รับรู้

นำมาซึ่งสิ่งไม่พึงปรารถนา

คือ กระทรวงที่กลวง แหล่งเงินที่โง่ หน่วยปฏิบัติที่ง่องแง่งกับประชาชน และ ผู้ปฏิบัติ กับ ประชาชน ที่รันทด

ผู้ให้บริการเดือดร้อนแล้วประชาชนไม่เดือดร้อนหรือ? ผู้ปฏิบัติงานขาดสิ่งนั้นสิ่งนี้ที่จะให้บริการ

แล้วได้รับคำตอบว่า ไม่มีเครื่องมือ ไม่มียา ไม่มีงบประมาณ ไม่มีคนทำงานเพิ่มให้

ประชาชนเดือดร้อนแล้วผู้ให้บริการไม่เดือดร้อนหรือ? การปฏิบัติงานที่มาตรฐานบกพร่อง

ผู้ปฏิบัติงานคิดว่าตนเองไม่ต้องรับผิดชอบโยนกลองให้ความขาดแคลน จนลืมคำว่าจริยธรรมและมาตรฐานวิชาการ

ตนเองไม่ต้องแก้ไขปรับปรุงอะไรอย่างนั้นจะเกิดอะไรขึ้น

มุมมองนี้ ทำให้ผมอยากนำเรียนทุกท่าน หากท่านมีส่วนเกี่ยวข้องใด ขอได้ช่วยกันแก้ไขโดยคิดถึงสังคมทั้งหมดด้วยเถิด

ช่วยกันบอกประชาชนกับผู้ให้บริการ

กรุณาอย่าแย่งผ้าห่มที่มีเพียงผืนเดียวเลย (คนสองคนผ้าห่มผืนเดียว ทั้งเตะทั้งถีบแย่งผ้าห่มกัน แต่หากกอดกันห่มผ้าด้วยกันมันก็หายหนาวได้)
ผ้าห่มทั้งหลายอยู่ที่ รัฐบาล สปสช. สสส. สวรส. สช. สปรส. และสารพัดส.

หรือสถาบันที่ถือเงินมหาศาลจนหน่วยบริการของรัฐขาดแคลน และ กพ.ที่มุ่งเน้นการลดจำนวนข้าราชการจนจะคนทำงานขาดแคลน

คนที่หนาวนั้นคือ ประชาชนกับผู้ปฏิบัติงานให้บริการประชาชน






การออกกฎหมายเพื่อให้มีผลลงโทษผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง

การออกกฎหมายให้มีกองทุน เพื่อให้คนบางกลุ่มมาจากไหนไม่รู้ แต่กำหนดให้ มีบทบาทในการควบคุมและมีอำนาจการใช้เงิน จำนวนมหาศาล นั้น ไม่สามารถ สร้างสิ่งที่ประชาชนต้องการได้

การนำความไม่พึงพอใจของคนกลุ่มหนึ่ง มาออกกฎหมายบังคับคนที่ไม่ได้เป็นคู่กรณี

ไม่ใช่หลักธรรมาภิบาลที่รัฐบาลกำลังกล่าวอ้าง แต่เป็นอธรรมาภิบาล


ขอให้หยุดการออกกฎหมายที่มีการซ่อนเงื่อนปม ที่ไร้ความเป็นธรรม เสียเถิด

และ โปรดอย่าออกกฎหมายโดยไม่ได้ศึกษาผลกระทบ โปรดอย่าทำเช่นนั้น ขอเรียกร้อง


หมายเหตุ
... ผ้าห่มนั้นหมายถึงสิ่งที่จะเอื้ออำนวยให้เกิดผลการดูแลประชาชนด้านสุขภาพ








ขอบคุณอาจารย์ อุสาห์ ไว้ ณ ที่นี้ ด้วยครับ ..


Create Date : 25 กรกฎาคม 2553
Last Update : 25 กรกฎาคม 2553 12:01:22 น. 0 comments
Counter : 1708 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]