เครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ

ศุกรวารศุภสวัสดิ์ - โสมนัสสวัสดิ์สิริ ที่ ๑๓ พฤศจิกยน ๒๕๕๒ ค่ะ


เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า
ชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ

วันสถาปนา พ.ศ. 2443
ผู้สถาปนา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประธาน พระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย
ประเภท สายสะพายมีดารา

ผู้สมควรได้รับ พระบรมวงศานุวงศ์ (พระราชทานตามอัธยาศัย)
มอบเพื่อ เป็นเครื่องหมายแสดงอิสริยยศและระลึกถึงความดีความชอบของบุคคลซึ่งได้รักษาแผ่นดินมาแต่ก่อนถึงปัจจุบัน
สถิติการมอบ
จำนวนสำรับ ไม่จำกัดจำนวน
ลำดับเกียรติ
สูงกว่า นพรัตนราชวราภรณ์
รองมา รัตนวราภรณ์


ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ มีอักษรย่อว่า ป.จ.ว. เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในตระกูลเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ 1 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานเฉพาะฝ่ายหน้า (บุรุษ) เท่านั้น

โดยไม่จำกัดจำนวน ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษจัดเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่มีลำดับเกียรติอันดับที่ 4 และถือเป็นชั้นสูงสุดของเครื่องอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า


ประวัติ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2416 โดยการสถาปนาในคราวแรกนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชั้น

ได้แก่
ชั้นที่ 1 ปฐมจุลจอมเกล้า (ปฐมจุลจอมเกล้า)
ชั้นที่ 2 ทุติยจุลจอมเกล้า (ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ, ทุติยจุลจอมเกล้า) และชั้นที่ 3 ตติยาจุลจอมเกล้า (ตติยจุลจอมเกล้า , ตติยานุจุลจอมเกล้า)

หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2443 พระองค์ทรงมีพระราชดำริเห็นสมควรเพิ่มชั้นพิเศษสำหรับชั้นที่ 1 ปฐมจุลจอมเกล้าอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้เป็นเกียรติยศและประโยชน์แก่ผู้รับราชการยิ่งขึ้น เรียกว่า "ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ"

โดยทรงเพิ่มดวงตราตติยานุจุลจอมเกล้าเป็นเครื่องหมายเพิ่มเติมสำหรับชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษนี้


องค์ประกอบ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ จัดเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชนิดมีสายสะพายและดารา มีลำดับเกียรติอันดับที่ 4 และถือเป็นชั้นสูงสุดของเครื่องอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า โดย 1 สำรับ ประกอบด้วย

ดวงตรา ใช้สำหรับห้อยกับสายสะพายสีชมพู กว้าง 10 เซนติเมตร สำหรับสะพายบ่าซ้ายเฉียงลงทางขวา หรือห้อยกับสายสร้อยจุลจอมเกล้า โดยมีลักษณะ ดังนี้

ด้านหน้า มีลักษณะเป็นรัศมี 8 แฉก ลงยาสีชมพู มีรัศมีทองแทรกตามระหว่างแฉก มีใบชัยพฤกษ์สองข้าง ลงยาสีเขียว กลางดวงตรามีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ขอบลงยาสีขาบ มีอักษรทองว่า "เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ" เบื้องบนมี พระจุลมงกุฎเปล่งรัศมีลงยาสีเขียว สีแดง สีขาบ สีขาว

ด้านหลัง มีลักษณะเหมือนด้านหน้า แต่ที่กลางดวงตราเป็นรูปช้างไอราพต ลงยาสีขาว บนหลังช้างเป็นรูปตรีศูล ลงยาสีขาว ที่ขอบมีอักษรทองว่า "ปีระกา เบญจศก ศักราช ๑๒๓๕" รอบขอบเป็นรูปจักร ลงยาสีขาวพื้นแดง

ดารา มีลักษณะเป็นรัศมีทอง 8 แฉก รัศมีเงิน 8 แฉก กลางดารา พื้นสีชมพู มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ "จ.จ.จ." (จุฬาลงกรณ์จุลจอมเกล้า) ทองประดับเพชร ขอบลงยาสีขาบ

และมีอักษรทองว่า "เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ" รอบขอบเป็นเพชรสร่งเงิน ใช้สำหรับประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย

สายสร้อยลงยา หรือ สายสร้อยทอง จะได้รับพระราชทานอย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับชาวต่างประเทศนั้น พระราชทานหรือไม่ก็สุดแต่ทรงพระราชดำริเห็นสมควร โดยสายสร้อยมีลักษณะเป็นรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ "จ.ป.ร." (จุฬาลงกรณ์ปรมราชาธิราช) ไขว้ 16 องค์ ดอกบัว 17 ดอก สลับกันไปตลอดสาย

กลางสายสร้อยเป็นรูปช้างไอราพต มีพระจุลมงกุฎเปล่งรัศมี มีเครื่องสูง 2 ข้าง มีราชสีห์ คชสีห์เชิญฉัตร สำหรับห้อยดวงตราสวมแทนสายสะพาย กับมีแพรจีบสีขาวกลัดทับสายสร้อยเหนือบ่าทั้ง 2 ข้าง

ดวงตราตติยานุจุลจอมเกล้า สำหรับประดับที่อกเสื้อด้านซ้าย
สำหรับการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษนั้น ให้สวมสายสร้อยพร้อมดวงตราหรือสายสะพายพร้อมดวงตราอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่หมายกำหนดการระบุไว้

ถ้าหากสวมสายสร้อยจุลจอมเกล้าร่วมกับการสวมสายสะพาย ให้สวมสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลอื่นที่ได้รับพระราชทาน


เครื่องยศ

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษนั้นจะได้รับพระราชทานเครื่องประกอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ได้แก่ พานหมากทองคำลายสลัก เครื่องพร้อม คนโทน้ำลายสลักพร้อมพานรอง กาน้ำทองคำลายสลักพร้อมโต๊ะทองคำ กระโถนทองลายสลัก

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีระเบียบกำหนดเครื่องยศประกอบ แต่ก็มิได้พระราชทานให้ครอบครองอย่างประเพณีเดิม คงเชิญเครื่องยศมาตั้งประกอบในพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าเท่านั้น


การสืบตระกูลเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษนั้นสามารถสืบตระกูลเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้และมีความพิเศษกว่าเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นอื่น ๆ

เนื่องจากผู้สืบตระกูลของผู้ได้รับพระราชทานปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษจะได้รับพระราชทานตราตติยจุลจอมเกล้าตั้งแต่บิดายังมีชีวิตอยู่ เมื่อบุตรชายใหญ่ผู้ได้รับตราสืบตระกูลแล้วล่วงลับไป

จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตติยานุจุลจอมเกล้าแก่หลานเหลนใหญ่โดยตรงและให้รับสืบตลอดไปจนหาตัวผู้สืบสายโลหิตเป็นชายมิได้

การพระราชทาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษเฉพาะฝ่ายหน้า (บุรุษ) สามารถพระราชทานโดยไม่จำกัดจำนวน ผู้ได้รับพระราชทานปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ ตั้งแต่สถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นนี้ เช่น

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระนาม วันที่ อ้างอิง

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร) 21 กันยายน พ.ศ. 2443

สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ

สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศร์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม กรมหลวงปราจิณกิติบดี 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2443

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม 19 กันยายน พ.ศ. 2446

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2448

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2452


รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระนาม วันที่ อ้างอิง

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ กรมพระสมมตอมรพันธ์ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2455

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ กรมหมื่นสรรควิสัยนรบดี

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดช)

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ (ดาราประดับเพชร) 15 ธันวาคม พ.ศ. 2461

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย 31 ธันวาคม พ.ศ. 2461

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2462

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465


รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
พระนาม วันที่ อ้างอิง

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2519


ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


สิริสวัสดิ์ศุกรวาร - กมลมานรื่นรมณีย์ ที่มาอ่านค่ะ



Create Date : 13 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2552 22:18:37 น.
Counter : 730 Pageviews.

0 comments
解决问题的方法 วิธีแก้ปัญหาราคาถูก Kavanich96
(16 ม.ค. 2563 08:46:12 น.)
แจก อาจารย์สุวิมล
(8 ม.ค. 2563 22:04:13 น.)
รั้งผู้เล่นสำคัญไว้ toor36
(4 ม.ค. 2563 06:21:01 น.)
这个貌似最有用的方法 วิธีที่ดีที่สุด Kavanich96
(3 ม.ค. 2563 19:32:52 น.)

Vinitsiri.BlogGang.com

sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]

บทความทั้งหมด