หลักฐานใหม่ “จิ้มก้อง” อวสานบรรณาการไปจีน เพราะ “ไทยถูกหลอกลวง”






( คัดย่อจาก ศิลปวัฒนธรรม 11 กันยายน 2555 ไกรฤกษ์ นานา นักวิชาการทางประวัติศาสตร์ )



เป็นเวลานับพันปี ที่จีนถือเอกสิทธิ์เปรียบตนเองเป็นศูนย์กลางของโลก และอุปโลกน์ว่า ราชบัลลังก์จีนนั้นใหญ่โตเกินกว่าจะมีขอบเขตติดต่อกับใคร หากชาติใดต้องการติดต่อกับจีน ก็ต้องอ่อนน้อมเข้ามาถวายเครื่องราชบรรณาการยอมเป็นเมืองของขึ้นจีนก่อน ดังที่เรียกกันว่าจิ้มก้อง

เงื่อนไขสำคัญที่จีนกำหนดให้ต่างชาติที่ต้องการติดต่อค้าขายกับจีนในระบบรัฐบรรณาการคือ การต้องยอมรับความเป็นใหญ่กว่าของจีน และทำตามข้อเรียกร้องของจีน

สยามมิได้ขัดข้องต่อความประสงค์ของจีน เพราะจีนมิได้เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือก้าวก่ายกิจการภายในของสยามเลย โดยจีนมองว่าสยามเป็นดินแดนล้าหลังตั้งอยู่ห่างไกล และมิได้มีประโยชน์อันใดต่อจีนมากนัก

ที่สำคัญคือสยามได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ในรูปแบบของการลงทุนทางการค้า สามารถแต่งสำเภาไปค้าขายและซื้อสินค้าจากจีนโดยได้รับการผ่อนปรนกฎระเบียบอันเข้มงวดและได้รับการยกเว้นภาษี

แต่พอขึ้นรัชกาลที่ ๔ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป ภายหลังการเข้ามาของชาติตะวันตก อังกฤษบีบคั้นให้จีนเปิดเสรีการค้า เมื่อจีนขัดขืนจึงต้องทำสงครามกับอังกฤษ (สงครามฝิ่น) เมื่อพ่ายแพ้อำนาจของจีนก็เริ่มเสื่อมทรามลง

แต่รัชกาลที่ ๔ ก็ยังทรงยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติ ที่จะส่งก้องไปจีนเช่นเคย และได้ทรงทำเป็นครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. ๒๓๙๗

ต่อมารัชกาลที่ ๔ กลับทรงบ่ายเบี่ยงและงดการส่งก้องไปจีนโดยให้เหตุผลว่า

ก. การลงทุนแต่งสำเภาไปค้าขายที่เมืองจีนเริ่มไม่คุ้มทุน เพราะสยามเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตะวันตก ภายหลังสนธิสัญญาเบาริ่ง พ.ศ. ๒๓๙๘ ส่งผลให้อภิสิทธิ์พิเศษที่ได้รับจากจีนหมดลงไป

ข. ทรงตระหนักว่าถูกขุนนางจีน ตั้งตัวเป็นนายหน้าหลอกลวงคนไทยตลอดมา ด้วยการดัดแปลงพระราชสาส์น ข่มขู่ และใช้อุบายล่อลวงยุยงพระเจ้าแผ่นดินไทยให้หลงเชื่อ เป็นที่เสื่อมเสียพระเกียรติยศ จึงทรงออกประกาศระงับการไปจิ้มก้อง ในปี พ.ศ. ๒๔๑๑

สมัยรัชกาลที่ ๕ จีนก็ทวงก้องเข้ามาอีก ในปี พ.ศ. ๒๔๒๗ บังเอิญในระยะนั้นจีนถูกฝรั่งเศสคุกคาม เพราะต้องการยึดแคว้นตังเกี๋ยไปจากจีน นำไปสู่สงครามตังเกี๋ย เมื่อจีนแพ้ทำให้ต้องยอมสละตังเกี๋ย (ญวน) ให้ฝรั่งเศส

ต่อมาก็ต้องยอมยกเกาหลีให้ญี่ปุ่น ทำให้ฐานอำนาจของราชบัลลังก์จีนสั่นคลอนลงอย่างมาก สยามได้ที จึงยกเลิกธรรมเนียมจิ้มก้องอย่างถาวรในรัชกาลที่ ๕

หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏว่าจีนทวงก้องเข้ามาอีกเลย และพอถึง พ.ศ. ๒๔๕๔ ราชวงศ์ชิงก็สูญเสียอำนาจที่เคยมีทั้งหมด เกิดการปฏิวัติทางการเมืองภายในจีน

ทำให้การปกครองในระบอบจักรวรรดิ ที่เก่าแก่กว่า ๒,๐๐๐ ปี ต้องสิ้นสุดลงพร้อมกับระบบรัฐบรรณาการที่ปักกิ่งเคยเป็นศูนย์กลางของโลกก็มาถึงกาลอวสานโดยสิ้นเชิง




ขอบคุณ
มติชนออนไลน์
คุณไกรฤกษ์ นานา

สวัสดิ์สิริศุกรวารค่ะ



Create Date : 14 กันยายน 2555
Last Update : 14 กันยายน 2555 13:44:13 น.
Counter : 3837 Pageviews.

0 comments
◐◑↔dining room หรือ ห้องรับประทานอาหาร สมาชิกหมายเลข 4149951
(30 ม.ค. 2563 05:15:19 น.)
นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด เพลงยั่วหัวโต เกศสุริยง
(29 ม.ค. 2563 17:04:37 น.)
ตอนที่2แก่งคอย สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีมูลค่าก่อนเกิดดงพยาเย็น ธนูคือลุงแอ็ด
(24 ม.ค. 2563 08:01:26 น.)
แจก อาจารย์สุวิมล
(8 ม.ค. 2563 22:04:13 น.)

Vinitsiri.BlogGang.com

sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]

บทความทั้งหมด