พระพุทธรูปประธานปางสมาธิ : ข้อค้นพบใหม่ว่าด้วยพระราชนิยมในรัชกาลที่ ๑ ต่อ

 

ชาตรี ประกิตนนทการ
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยศิลปากร





วัดระฆัง พระประธานเป็นพระพุทธรูปหล่อโลหะปางสมาธิ


จากหลักฐานต่างๆ เราไม่ทราบประวัติการก่อสร้างที่แน่ชัด ดังนั้นจึงอาศัยการวิเคราะห์ ลักษณะประติมานวิทยาของพระพุทธรูปเป็นเครื่องมือในการกำหนดอายุสมัยแทน ซึ่งจากการวิเคราะห์ของนักวิชาการทางด้านนี้

ได้ยืนยันว่าลักษณะของพระพุทธรูปประธาน ภายในพระอุโบสถวัดระฆังนั้น มีพระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม ขมวดพระเกศาเล็ก พระรัศมีทรงเปลว พระขนงโก่ง มีขอบป้ายระหว่างเส้นขอบพระเนตรกับพระขนงเป็นแผ่น

คล้ายกับพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนปลาย มากกว่าจะเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ และในขณะเดียวกันก็มีการทำสังฆาฏิที่เป็นแผ่นใหญ่มากและอยู่กึ่งกลางพระวรกาย

ซึ่งลักษณะนี้เป็นแบบพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์แล้ว มิใช่สมัยอยุธยาปลาย ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑


วัดยานนาวา พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งไม่มีประวัติระบุการก่อสร้างที่ชัดเจนเช่นเดียวกัน

มีเพียงหลักฐานที่ระบุเอาไว้ว่า รัชกาลที่ ๑ มีพระราชศรัทธาสร้างพระอุโบสถขึ้น ซึ่งหากคิดแบบทั่วไปพระประธานก็น่าที่จะต้องมีอยู่แล้วตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ เช่นกัน

อย่างไรก็ตามการสรุปแบบนี้ย่อมไม่รัดกุมพอ เนื่องจากบางวัด เช่น วัดราชสิทธาราม ซึ่งก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ ๑ เช่นกัน แต่องค์พระประธานกลับถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๒ เป็นต้น

อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากพุทธลักษณะซึ่งมีรูปแบบอย่างหุ่น ก็ทำให้มีนักวิชาการส่วนหนึ่งสันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓


วัดคูหาสวรรค์ พระประธานคือ “พระพุทธเทวนฤมิตพิชิตมาร” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ

ตามประวัติระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า รัชกาลที่ ๑โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใหม่เพื่อเป็นพระประธานในวัดนี้แทนที่พระประธานองค์เดิมที่ได้อัญเชิญไปเป็นพระประธานที่วัดพระเชตุพนฯ

ส่วนวัดอีก ๓ แห่งที่มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยนั้น น่าสังเกตว่า วัดสุวรรณดาราราม ที่กรุงเก่า ที่แม้ในพระราชพงศาวดารระบุว่า รัชกาลที่ ๑โปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์

แต่ก็ระบุเอาไว้เช่นกันว่า วัดแห่งนี้ กรมพระราชวังบวรมหาสุรหสิงหนาทเป็นผู้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจะว่าไปแล้ว วัดนี้ก็ไม่มีความชัดเจนว่าเป็นพระราชดำริของพระองค์โดยตรงพระองค์เดียว

แม้ในบางวัดเช่นวัดสมอราย อาจจะยังไม่ชัดเจนว่าเป็นพระราชดำริของรัชกาลที่ ๑ หรือวังหน้ากันแน่ และที่วัดยานนาวา อาจจะเป็นพระประธานที่หล่อขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ก็ตาม

แต่จากปริมาณวัดที่มีความชัดเจนในแง่ที่มาของพระพุทธรูปก็ยังแสดงให้เห็นถึงพระราชนิยมในพระพุทธรูปปางสมาธิอย่างมีนัยยะสำคัญ

จากที่ได้อธิบายมาทั้งหมดย่อมแสดงให้เห็นว่า รัชกาลที่ ๑ มีพระราชนิยมในการเลือกพระประธานภายในพระอุโบสถให้เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิมากกว่าปางมารวิชัย


พระพุทธรูปปางสมาธิ : ศีรษะแผ่นดินกลางชมพูทวีป ตามคัมภีร์ไตรภูมิโลกวินิจฉัย

เมื่อเป็นดังนี้ จึงนำมาสู่ประเด็นที่ต้องวิเคราะห์ต่อมาคือ เพราะเหตุใด พระองค์จึงมีพระราชนิยมดังกล่าว อันเป็นคำถามอีกข้อที่งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการหาคำตอบ

จากการวิเคราะห์เชื่อมโยงกับคติการออกแบบ ก่อสร้างวัดในสมัยรัชกาลที่ ๑ โดยเฉพาะที่วัดพระเชตุพนฯ ทำให้พบสมมติฐานว่า การเลือกพระพุทธรูปปางสมาธิที่วัดพระเชตุพนฯ นี้

มีความเกี่ยวข้องกับคตินิยมในการออกแบบ ที่ต้องการให้ผังพุทธาวาสของวัดเป็นภาพจำลองของ “ศีรษะแผ่นดิน” กลาง “มัชฌิมประเทศ” ในชมพูทวีป ตามที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ “ไตรภูมิโลกวินิจฉัย” และสมุดภาพไตรภูมิฉบับต่างๆ

กล่าวอย่างรวบรัด ไตรภูมิโลกวินิจฉัย เป็นคัมภีร์ทางศาสนาที่มีความสำคัญมากต่อโลกทรรศน์ของผู้คนในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น และมีผลโดยตรงต่อการก่อรูปแนวความคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรมในยุคสมัยดังกล่าว


มีต่อตอนที่ ๔ ค่ะ

ขอบคุณ
มติชนออนไลน์
คุณชาตรี ประกิตนนทการ

สวัสดิ์สิริชีววารค่ะ



Create Date : 10 พฤษภาคม 2555
Last Update : 10 พฤษภาคม 2555 13:32:58 น.
Counter : 1993 Pageviews.

0 comments
นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด เพลงยั่วหัวโต เกศสุริยง
(29 ม.ค. 2563 17:04:37 น.)
นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด ดาวเรือง เกศสุริยง
(21 ม.ค. 2563 09:37:52 น.)
解决问题的方法 วิธีแก้ปัญหาราคาถูก Kavanich96
(16 ม.ค. 2563 08:46:12 น.)
รั้งผู้เล่นสำคัญไว้ toor36
(4 ม.ค. 2563 06:21:01 น.)

Vinitsiri.BlogGang.com

sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]

บทความทั้งหมด