- รีวิว Back to 1960 หลบหน่อยแม่จะเดิน : HuTu -
Back to 1960 หลบหน่อยแม่จะเดิน เล่ม 4
เรื่องย่อหลังปก
ซูอวี้ CEO สาวแกร่งจากโลกปัจจุบัน จำต้องย้อนกลับไปอาศัยอยู่ในร่างสาวโรงงานยุค 1960
ช็อกแรก... น้องรองที่เพิ่งแต่ง ถูกเมียเป่าหูให้มาแย่งสมบัติ (ที่ไม่ค่อยจะมี) ของที่บ้าน
ช็อกสอง... น้องสามไม่รู้ว่าทำมาหากินคืออะไร
ช็อกสาม... น้องเล็กไม่สนใจอะไร นอกจากจะแข่งสวยกับเพื่อนที่โรงเรียน
โคตรช็อก... เธอเป็นพี่สาวถังแตกที่ต้องหาเลี้ยงไอ้สามตัวข้างบน!
ซูอวี้ปวดไมเกรน…
เห็นทีต้องขุดสารพัด strategies แบบฉบับนักบริหารสายแข็งออกมารับมือเสียแล้ว!

Back to 1960 หลบหน่อยแม่จะเดิน เล่ม 6 (จบ)
คุยกันหลังอ่าน
เรื่องนี้หกเล่มจบนะคะ เป็นแนวช่วงจีนในสมัยยุค 1960 ตามชื่อเลยค่ะ นางเอกเป็นซีอีโอสาวของยุคปัจจุบันแล้วก็ย้อนอดีตไปเป็นพี่สาวคนโตของบ้านบ้านนึง มีแต่น้องๆ ไม่มีพ่อแม่ นางเอกต้องคอยดูแลน้องทุกคน

เนื้อหาของเรื่องนี้ถ้าเทียบกับเรื่องอื่นในตลาดจีนแปล เราว่าค่อนข้างแปลกใหม่มาก หนึ่งเลยคือไม่ค่อยมีใครย้อนไปในช่วงเวลานี้ ช่วงเวลานี้เป็นยุคของเหมา เป็นช่วงเวลาที่จีนพยายามเต็มที่ที่จะเข้าสู่ยุคใหม่ เป็นช่วงที่ทุกคนพยายามที่จะหลุดพ้นความอดอยาก และเราว่าบางทีอาจจะเป็นช่วงที่จีนใกล้ความเป็นคอมมิวนิสต์เดิมที่ตั้งใจเอาไว้มากที่สุดก็ได้ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเทียบกับปัจจุบัน หรือเทียบกับเหมาอิสต์ในภายหลัง) ในเรื่องจะเห็นอะไรๆหลายๆอย่างที่เป็นแนวคิดของคอมมิวนิสต์ เช่น บัตรสวัสดิการ การแลกเอาบัตรไปแลกของกินกับรัฐบาล ทุกอย่างรัฐบาลเป็นคนจัดหาให้ แม้กระทั่งการจับคู่ หรือกิจการต่างๆก็มีการเกี่ยวข้องกับรัฐบาลอย่างมาก ส่วนตัวเรารู้สึกว่าแน่นอนคนเขียน nationalism มากๆ มีความชาตินิยมสุดๆ ซึ่งก็ไม่ได้แปลกอะไร บวกกับเซตติ้งด้วย คือหลายครั้งเลยมีความย้ำเตือนอุดมการณ์ของผู้นำ ความเป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่ ความก้าวหน้า เชิดชูทหารและอุดมการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือแม้กระทั่งสงครามที่เชิดชูทหารและประเทศตัวเอง
ฉากที่ชาตินิยมที่สุดในเรื่อง คือ ฉากที่ซูหยีพูดว่า อีกหน่อยทั้งโลกจะต้องหันมาซื้อของจากเรา แล้วเสี่ยวซ่งประทับใจอะ (ถึงในอนาคตมันจะเป็นความจริงจริงๆก็เถอะนะ)

แต่ในขณะเดียวกัน เราเองก็ไม่แน่ใจว่าคนเขียนตั้งใจรึเปล่า แต่มันก็ทำให้เห็นความแตกต่างของสังคมอยู่ดี ทั้งๆที่ถ้าเกิดว่าสังคมที่มี ideal เป็นคอมมิวนิสต์จริง (ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วตั้งแต่แรกอะนะ) มันจะมีการแบบแบ่งแยกเจ้าหน้าที่รัฐ ชนชั้นแรงงาน ชนชั้นทหาร หรือแม้แต่การเล่นเส้นเล่นสายเหรอ 
หรือบางอย่างมันก็ดู irony มากๆ จนเราคิดว่าจงใจจิกกัดในส่วนนี้รึเปล่า เช่น การที่ถ้านางเอกอยากจะชนะเขียนเรียงความต้องยัดคำพูดของท่านผู้นำเข้าไปเยอะๆแล้วจะทำให้ชนะได้ อะไรทำนองนี้ หรือจะเป็นช่วงท้ายของเรื่องที่เราคิดว่ามันเข้าใกล้ช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมแล้ว นางเอกพยายามช่วยคนรอบตัว เช่น อาจารย์ในมหาลัย หรือน้องสาวตัวเองให้พ้นจากเหตุการณ์นี้

ในความเล่าที่มันดูรักชาติ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เห็น flaw ของมันอะ แล้วก็ยังไม่ได้เชิดชูเจ้าหน้าที่รัฐขนาดนั้นด้วย แบบอย่างแค่เรื่องร้านอาหารสวัสดิการก็ได้ ใครมีเส้นสายก็ได้กินของดีๆมากหน่อย หรือ เป็นการที่เอาคนที่มีอุดมการณ์ที่แตกต่างมาทำงานให้ (ทั้งๆที่ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่มอบโอกาสให้) อย่างตอนที่เสี่ยวซ่งให้คนมาทำฟาร์มหมู ฟาร์มแกะอะ คนคนนั้นตอนแรกเริ่มบอกว่าครอบครัวออกนอกประเทศไปพร้อมกับผู้นำ (ซึ่งก็คิดว่ารีเฟอร์ถึงการออกนอกจีนแผ่นดินใหญ่ไปไต้หวันของเจียงไคเช็กนะ) แต่ในขณะเดียวกันนางเอกก็บอกว่าคนที่มีอุดมการณ์แตกต่างพวกนี้ต้องระวังให้ดี

พลอตโดยรวมมันก็เป็นการถีบตัวขึ้นจากชนชั้นแรงงานของซูหยีมาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้ามีตา มีกินมีใช้ พระเอกก็เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มาจากครอบครัวทหารที่อยู่ดีกินดีอยู่แล้ว ส่วนตัวเราชอบคาแรกเตอร์พระเอกมาก เราว่าไม่บ่อยที่จะเจอคาแรกเตอร์ทำนองนี้ในนิยาย คือไม่ใช่คาแรกเตอร์ macho จ๋า หรือมีความ musculine จัดๆ ตรงกันข้ามเลย เลขาซ่งมีความ musculine น้อยกว่าพระเอกทั่วไปอีก ซึ่งเราชอบตรงนี้มากๆ เป็นพระเอกที่มี flaw อะ คือมีความกลัวได้ มีความเด๋อได้ แบบรู้สึกว่าน่ารักมากกก แล้วในขณะเดียวกันคาแรกเตอร์นี้ก็ส่งเสริมความโดดเด่นของคาแรกเตอร์นางเอกมากๆ 

ตัวนางเอกเอง ซูหยี เรื่องนี้มันจะมีความเป็นนิยายตบหน้า (แต่ไม่แรงมาก) บางครั้งรู้สึกเหมือนฟีลอ่านฉันนี่แหละ ซุปเปอร์สตาร์ แต่มันจะไม่รุนแรงแบบนั้น คือจริงๆต้องถือว่านางเอกเคลื่อนไหวอย่างละมุนละม่อมแล้วนะ นางเอกบริหารครอบครัวได้ดีมาก แบบตัวนางเอกเองไม่ได้เป็นคนดีเลิศเลอ แต่เป็นคนฉลาด ที่รู้จักเอาหน้าเอาตา ทำงานแล้วโลกต้องเห็น ตรงนี้เราก็ค่อนข้างชอบมากเหมือนกันค่ะ นางเอกมีความแมรี่ ซู จนแทบจะไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคของนางเอกเลย ทั้งพระเอกและนางเอกเก่งมากทั้งคู่ จริงๆก็ทำให้เรารู้สึกเบื่อนิดหน่อยเหมือนกัน ช่วงเล่มหก เรามีฟีลรู้สึกง่วง แต่ก็อ่านจนจบได้ค่ะ

เนื้อเรื่องหกเล่ม เราว่าค่อนข้างมีเอกลักษณ์เลยแหละ การดำเนินเรื่องไม่เร็วมาก แต่ก็ไม่เนิบนะคะ คนอ่านจะได้อยู่กับซูหยีไปตั้งแต่เธอเป็นพนักงานในโรงทอผ้า ไปจนเป็นคนใหญ่คนโตในมณฑลเลยล่ะ เราว่า worth reading ต่อให้จะโปรจีน หรือไม่โปรจีน อ่านแล้วก็น่าจะสามารถเป็น topic ที่พูดคุยสนุกในวงสนทนาของเพื่อนนักอ่านด้วยกันได้อยู่นะคะ

Back to 1960 หลบหน่อยแม่จะเดิน เล่ม 2


เรื่องนี้มี E-book ค่ะ กดด้านล่างได้เลยจ้า

 
Thumbnail Seller Link
Back to 1960 หลบหน่อยแม่จะเดิน เล่ม 1
HuTu
www.mebmarket.com
ซูอวี้ CEO สาวแกร่งจากโลกปัจจุบัน จำต้องย้อนกลับไปอาศัยอยู่ในร่างสาวโรงงานยุค 1960 ช็อกแรก... น้องรองที่เพิ่งแต่ง ถูกเมียเป่าหูให้มาแย่งสมบัติ (ที่ไม...



Create Date : 20 พฤษภาคม 2564
Last Update : 20 พฤษภาคม 2564 0:43:09 น.
Counter : 2165 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
สนใจจะอ่านเลยมาเจอรีวิวนี้ เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับคอมฯ จีน (คนที่หนีออกมาประเทศอื่น) มันก็เป็นงั้นจริงค่ะ ความเท่าเทียมไม่มีในโลกไม่ว่าจะระบบไหน ใครรู้จักเจ้าหน้าที่รัฐก็มีโอกาสได้บัตรปันส่วนมากกว่า เรื่องเส้นสายการงุบงิบอะไรงี้เป็นเรื่องปกติ เรื่องเลียเจ้านายก็มีทุกระบบ :D
โดย: ทดสอบ IP: 49.228.200.15 วันที่: 5 กันยายน 2564 เวลา:23:39:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

marina_rain
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]



ติดต่อทางอีเมลได้ที่ wasineechann@gmail.com
พฤษภาคม 2564

 
 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
10
11
12
13
15
16
18
19
21
23
24
25
 
 
All Blog