
สำหรับหนังสือชุดนี้แล้ว เหมือนเป็นการเดินทางที่ยาวนานพร้อมคณะเดินทางที่คุ้นหน้าคุ้นตาที่ก็ดูห่างเหินไปในขณะเดียวกัน บันทึกจอมโจรแห่งสุสานทั้งหมดสิบเล่ม ได้พาคนอย่างเราซึ่งไม่ถูกโรคกับเรื่องสยองขวัญเอาเสียเลย พานพบกับศพเป็นร้อยๆครั้ง วิ่งหนีผีในจินตนาการของตนเองนับครั้งไม่ถ้วน หลายคนบอกว่าเรื่องนี้ไม่น่ากลัว ซึ่งก็คงเป็นอย่างนั้นแหละค่ะ ขนาดเราที่ขวัญอ่อนขนาดหนัก เมื่อมาถึงเล่มสิบ ก็เริ่มรู้สึกชินชาไปพร้อมๆกับอู๋เสียซะแล้ว
เราคงไม่กล้าเขียนเนื้อเรื่องย่อของชุดนี้แน่ๆ เพราะเราเองยังรู้สึกว่า เราไม่สามารถเก็บเรื่องราวทั้งหมดในหนังสือได้หมด บางเรื่องเรายังไม่เข้าใจ และก็เกียจคร้านเกินกว่าจะพลิกกลับไปอ่าน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีความคิดที่จะอ่านใหม่ทั้งหมดค่ะ
ตอนที่เราเริ่มอ่านเรื่องนี้ เราอ่านช้ากว่าทุกคนมาก เรียกได้ว่าจนเต้ามู่ภาคซีรีย์ฉายจบเราถึงเพิ่งอ่าน แต่ถึงอย่างนั้นซีรีย์ก็ไม่ได้ดูด้วยซ้ำ แล้วก็คิดว่าคงไม่ดูด้วยล่ะค่ะ เพราะว่าเราไม่อยากให้จินตนาการของเราถูกกำหนดรูปร่างหน้าตา เมินโหยวผิง อู๋เสีย และนายอ้วน ในแบบของเรานั้น มีเรารู้จักเพียงคนเดียว ...ถึงเราจะคิดว่าหยางหยางหน้าตาดี้ดีก็เถอะ 5555
บันทึกจอมโจรแห่งสุสานมีทั้งหมดสิบเล่ม สนุกสนาน ลุ้นระทึกทั้งสิบเล่ม คนที่เรารู้จักมากที่สุดเห็นจะเป็นอู๋เสีย เพราะเราอยู่กับอู๋เสียตลอดเวลา นอกนั้นคนอื่นเราคงไม่อาจพูดได้เต็มปากว่ารู้จัก คิดว่าอู๋เสียก็เช่นกัน หนังสือชุดนี้มีปมปริศนามากมาย เราได้ยินคำต่อว่ามามากว่า หนังสือมาตกม้าตายในเล่มที่สิบกับการจบที่ไม่สมบูรณ์นัก ซึ่ง...ก็ไม่สมบูรณ์จริงๆในสายตาเรา ถึงจะบอกว่าจะมีภาคสองก็เถอะ แต่เราคิดว่าคนเขียนไม่ได้มีแผนที่จะเขียนภาคสองด้วยซ้ำในตอนแรก แต่การจบแบบนี้ไม่แตกต่างอะไรจากการเล่านิทานเรื่องยาวและลุกขึ้นในที่สุด เพื่อบอกว่า เรื่องมันก็ไม่มีอะไรมากหรอก ไม่ต้องรู้ และแยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า อะไรทำนองนี้
เราว่ามันจบไม่ลงชัดๆ ประมาณว่าตันแล้ว แต่ถูกกดดันจนต้องออกมาเฉลยในภาคต่อไป
คนอ่านยังไม่รู้เลยว่า "มัน" คือใคร และ "ความลับ" บ้าบอคอแตกอะไรกันแน่ที่ทำให้เรื่องวุ่นวายมากมายขนาดนี้ ความลับที่ไม่มีใครรู้เหรอ ความลับที่แม้แต่คนสกุลจางยังไม่รู้น่ะนะ มันให้ความรู้สึกเหมือนมีใครสักคนถือไหใบใหญ่มา โอ้อวดว่าข้างในมีของล้ำค่า ใครทายถูกจะมอบให้ แต่แท้จริงแล้วไม่มีอะไรภายในเลย อดคิดไม่ได้ว่า นี่คนเขียนคิดมาก่อนรึเปล่าว่าความลับมันคืออะไร ตัวคนเขียนเองรู้หรือยังว่า ความลับ ที่ว่าน่ะ คืออะไร หรือคิดไม่ออกเลยจบไว้อย่างนี้กันแน่
รวมถึงปริศนามากมายที่ยังรอการไข เช่น "หลังประตูสำริด" "อู๋เสียคนที่สอง" ที่คิดๆไปคิดๆมาอาจจะเป็น อวี่ฉี หรือ ฉีอวี่ อะไรนั่น ซึ่งคนอ่านก็ไม่รู้เช่นกันว่า คนคนนั้นเป็นใคร แล้วอู๋เสียคนที่สองนี่เกี่ยวกับคนที่คลานไปคลานมาในโกลมุดนั่นมั้ย แล้วไอคลานๆในโกลมุดมันยังไง (บอกตรงๆเรื่องวิดีโอนึกถึงเดอะริงมากๆ)
แล้วยังเรื่องของอาสามและเซี่ยเหลียนหวน อาสามในวังงูเป็นใคร แล้วคนที่อยู่ใต้ดินนั่นใคร แล้วใครตายไป หรืออาสามจริงๆไม่มีใครตายสักคน แล้วตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ไหน แล้วถ้าไม่มีใครตายสักคน พานจื่อจะตายไปหาพี่สามที่ไหนละเนี่ยยย สงสารพานจื่อ
ไม่นับปริศนากระจอกงอกง่อย อย่าง เหวินจินกับอุกกาบาต หรือ ในอุกกาบาตมีอะไรเมินโหยวผิงถึงเป็นงั้นก็ไม่ได้เฉลย
แต่ก็เห็นว่าปริศนาบางส่วนจะเอามาเฉลยในภาคถัดๆไป ก็จะรออ่านแล้วกันค่ะ ;)
นั่นแหละค่ะ... ถึงแม้จะมีปริศนามากมาย ที่บางอย่างเราก็ไม่รู้ว่า เป็นที่เราอ่านไม่แตกฉาน หรือเป็นที่คนเขียนไม่เฉลย ถึงอย่างนั้นเราก็ยังคิดว่าเป็นหนังสือที่น่าอ่าน และจะอ่านซ้ำสองด้วย เพราะว่ามันสนุกลุ้นระทึกจริงๆ เป็นเรื่องที่สนุก มีจังหวะการดำเนินเรื่องที่ดี เรื่องเล่าไม่มีตอนไหนที่น่าเบื่อเลย แถมยังร่ำรวยอารมณ์ขันไม่ว่าจะเป็นนายอ้วนที่ขำตลอด กับอู๋เสียที่ชอบคิดอะไรตลกๆโดยที่เจ้าตัวก็คงไม่ได้ตั้งใจให้มันตลก ที่สำคัญที่สุดคือ สามารถทำให้เราเดินทางไปกับตัวละครได้ด้วยใจจริง ในตอนท้ายที่เราอ่านบทส่งท้ายที่ผู้เขียนเป็นคนเขียน ในช่วงที่เอ่ยถึง มิตรภาพของนายอ้วน อู๋เสีย และเมินโหยวผิง เรารู้สึกเหมือนจะร้องไห้เลย (แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ร้องหรอกนะ)
ภาคที่เราชอบมากที่สุด คือภาคต้นไม้เทพเจ้า ค่ะ ทั้งที่มันเหมือนเป็นภาคแยกแบบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลัก แต่เรารู้สึกว่าลุ้นมาก แล้วก็พลิกกลับมาได้อย่างน่าชื่นชมในตอนท้าย เราชอบช่วงเฉลยมาก คือขนลุกไปหมดเลยตอนนั้น 555 คือขนลุกแทนอู๋เสียน่ะค่ะ อ้อ...แล้วก็ไปๆมาๆ เราคิดว่าคนเขียน เขียนเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องหลักได้สนุกมาก อย่างต้นไม้เทพเจ้า หรือ ตอนพิเศษวันตรุษจีน ที่โอเคเลย ปม บรรยากาศ ตัวละครทั้งพ่อ อารอง อาสาม หรืออู๋เสีย มีสีสันมากๆ โดยเฉพาะอารอง ยกให้เป็นตัวเอกของตอนนี้ไปเลย
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดังอีกอย่างน่าจะเป็นคาแรกเตอร์ตัวละครต่างๆ โดยเฉพาะ เมินโหยวผิง ที่เท่มาก และตัวละครทุกๆตัวมีเสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็น นายอ้วนที่มีอารมณ์ขันเป็นคนหยาบแต่มีความละเอียดและมีความคิดอันปลอดโปร่ง เสี่ยวฮัวที่ออกมาแปปเดียวแต่เราชอบ อาสามผู้บ้าระห่ำที่ซับซ้อนมาก พานจื่อผู้ซื่อสัตย์
แต่คนที่เราชอบมากที่สุดคือ อู๋เสีย ค่ะ ซึ่งประหลาดมาก ปกติเราไม่ค่อยชอบคาแรกเตอร์คนดีแบบนี้ แต่อู๋เสียเป็นคนดีที่ไม่น่ารำคาญเลย อู๋เสียสามารถเลวได้ มีความบิ่นในตาชั่งศีลธรรมของตนเองเล็กน้อย แต่ถึงที่สุด อู๋เสียเป็นคนดีที่สุดในเรื่อง มีเมตตา และให้ความสำคัญกับชีวิตคนมากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อถึงเวลาก็สามารถปล่อยวางได้อย่างไม่น่าเชื่อ เราชอบฉากตัดคอท่านย่าฮั่ว อู๋เสียจะไม่ทำอะไรก็ได้ แต่นั่นจะทำให้เสี่ยวฮัวต้องเกิดปัญหา ต้องทำอะไรสักอย่าง การตัดคอถือเป็นเรื่องร้ายแรง และปัญหาที่ว่าก็อาจจะเกิดกับอู๋เสียเสียเอง ถึงจะไม่ได้ลงมือด้วยตัวเอง แต่ก็รับผลที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง
อย่างกับอาหนิงที่แว้งกัดหลายรอบ อู๋เสียไม่เคยทิ้งเลยสักครั้ง เมื่อช่วยได้จะช่วย และขีดการยื่นมือช่วยของอู๋เสียก็กว้างไกลมากเสียด้วย นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่อู๋เสียเป็นศูนย์รวมความรักของคนในเรื่อง ไม่ใช่แค่เพราะอู๋เสียไม่เก่งเท่านั้น ถ้าไม่เก่งจะทิ้งไปเสียก็ได้ แต่เพราะอู๋เสียเป็นอู๋เสียนั่นแหละ ทุกคนจึงคล้ายจะปกป้องนายน้อยคนนี้กันหมด ทั้งอาสามทั้งสอง โดยเฉพาะ อาสามเซี่ยเหลียนหวน อารอง หรือ อย่างเมินโหยวผิง นายอ้วน ที่หากเป็นไปได้ก็ไม่ทิ้งไป หรือ คนอย่างเสี่ยวฮัวที่ไม่ค่อยจะช่วยใครนัก พานจื่อ(ที่ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะอาสามรักอู๋เสียอ่ะนะ)
สุดท้ายขอพูดในฐานะแฟนเกิร์ลคนหนึ่ง เราอ่านนิยายวายมามาก อ่านการ์ตูนวายมาก็เยอะ แต่ส่วนมากเรามักจะไม่ชิบคู่ที่อยู่ในนิยายทั่วไปหรือการ์ตูนทั่วไป นอกจากมันจะเปิดโอกาสให้ชิบแบบโต้งๆ กับ บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน พูดเลยว่าเป็นเพราะกระแสในหมู่สาววายเราถึงมีความคิดจะเริ่มอ่าน แต่พออ่านจริงๆแล้วก็ ไหนวะ... ไหน อ่านไปสามเล่ม เมินโหยวผิงพูดกับอู๋เสียกี่ประโยค ไหน ผิงเสีย มาจากไหน แต่พอเราอ่านมาจนถึงเล่มสิบ ก็รู้ได้ในทันทีว่าทำไมเรื่องนี้ถึงกระแสเยอะเหลือเกิน หนึ่งคือเรื่องนี้มีพลังมิตรภาพแก่กล้ามาก ...สำหรับ #ผิงเสีย เราแบบรู้สึกเหมือนคนเขียนก็ลำเอียงให้คู่นี้เหมือนกัน ไม่ได้ลำเอียงในทางนั้น หมายถึงคู่นี้มีความสัมพันธ์ที่พิเศษกว่าคนอื่น โดยเฉพาะฉากที่อู๋เสียตามเสี่ยวเกอไปที่ฉางไป๋ซาน โห ไม่มีคนชิบก็แย่แล้ว ไหนจะเป็นเกร็ดแบบขำๆอย่างคนที่จะแต่งงานกับเสี่ยวเกอต้องมีเลือดแบบเสี่ยวเกออีกล่ะ
รวมถึงคู่อื่นๆที่มีบ้างประปราย มันไม่ได้ชัดเจนอะไร จริงๆมันก็แค่มิตรภาพ ความสัมพันธ์อันแนบแน่นนั่นแหละ แต่ว่ามันก็พอมองออกถึงสาเหตุแห่งการชิบอ่ะ อย่าง #ฮัวเสีย ที่เราชอบเป็นพิเศษ สำหรับ #ผิงเสีย เรารู้สึกว่ามันมาเต็มจนแทบไม่มีที่เหลือให้คิดต่อ แต่สำหรับ #ฮัวเสีย เป็นการมาแบบเบาๆ ที่ยังมีที่เหลือเฟือให้จินตนาการ
คู่ที่เราชอบอีกคู่คือ #พานสาม เราชอบความสัมพันธ์ของอาสามและพานจื่อมาก เป็นความเชื่อใจกันและกัน อาสามยามตกต่ำที่สุด ยังมีพานจื่อ หมาบ้าของอาสามที่สามารถทิ้งชีวิตที่ตัวเองก็ไม่อยากได้ให้กับพี่สามได้อย่างไม่ลังเล จนเราแอบคิดเหมือนกันว่า คนที่พานจื่อทั้งนับถือเคารพรักสุดชีวิตคนนี้คืออาสามคนไหน จากที่อู๋เสียเล่า อาสามและเซี่ยเหลียนหวนต้องสลับตัวกันไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้งแน่นอน แต่เราคิดว่า อาสามคนที่พานจื่อพูดถึง คืออาสามที่ตายไปในวังงู
แล้วก็มีคู่อื่นๆอีกมากมายอย่าง #เอ้อร์หวน อารองและอาสาม อารองผู้ฉลาดเฉลียวเข้มงวดและใจเย็น กับ อาสามผู้บ้าระห่ำที่ไม่เคยชนะพี่ชายตนเองเลย เรารู้สึกว่าไม่ว่าอาสามคนไหนก็แพ้ทางอารองทั้งคู่ บางทีอารองอาจจะไม่เคยแพ้ใครเลย
หรืออย่าง เซี่ยเหลียนหวน กับ อู๋ซันเสิ่ง ที่จริงๆคงจะสนิทสนมกันมากพอดู เพราะใช้ชีวิตเป็นคนคนเดียวกันมาหลายปี จนเราคิดว่าเนื้อเรื่องของเซี่ยเหลียนหวนและอาสามตัวจริง คงจะสนุกไม่น้อยทีเดียว
คู่ที่แปลกที่สุดที่เคยเห็นคนชิบมาคือ #ว่านวัง แบบ ห้ะ อะไรนะ ตอนไหน ยังไง ได้ข่าวว่ากษัตริย์ว่านหนูไม่ใช่คนนะ น่าจะเป็นตะขาบเลยไม่ใช่เหรอ
แต่ทั้งนีทั้งนั่น การแฟนเกิร์ลลิ่งของบรรดาแฟนๆสาวๆ ก็ทำให้การติดตามเต้ามู่ปีจี๋มีสีสันสำหรับเรามากทีเดียวค่ะ
อ้อ...สำหรับเก้าสกุล เป็นส่วนเนื้อเรื่องของเต้ามู่ที่เราค่อนข้างชอบ และคิดว่าบรรดาแฟนๆสาวๆก็คงชอบเนื้อเรื่องส่วนนี้กันด้วย เพราะมีความดรามาติก และเนื้อเรื่องก็ชวนให้ติดตามเหล่าบรรดาคุณชายแห่งเก้าสกุล เพราะฉะนั้นซีรีย์เก้าสกุล (ที่แม้เนื้อเรื่องจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเต้ามู่แบบหลักๆมากนัก) เราก็เลยดู แม้ว่าเนื้อเรื่องจะไม่เกี่ยวกับที่คาดไว้เลยก็เถอะ
สรุป ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่จบไม่ค่อยดี แต่เราไม่เสียใจที่อ่าน และจะอ่านซ้ำแน่นอน ส่วนจะแนะนำให้คนอื่นอ่านมั้ยนั่น เราก็คิดว่าเราก็อาจจะพูดว่า "เราสนุก ลองอ่านดูก็ดีนะ"
เดี๋ยวจะคอยมองเพจสยาม เผื่อเค้ามีโปรเรื่องนี้ราคาพิเศษ จะสอยมาอ่านดูบ้างค่ะ