Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2565
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
30 กรกฏาคม 2565
 
All Blogs
 
แม่ฮ่องสอน - เดินเที่ยวในเมือง

แม่ฮ่องสอน 18 - 23 มกราคม 2565

23 มกราคม 2565 เช้าวันนี้เราเริ่มต้นด้วยการปักหมุดไปที่ตลาดสายหยุด จะไปกินถั่วพูอุ่นเจ้าเดิมค่ะ 



ก่อนถึงตลาด มองเห็นวัดหัวเวียง แวะหน่อยเนาะ


 


วัดหัวเวียง ตั้งอยู่ที่ถนนสีหนาทบำรุง ตำบลจองคำ (อยู่ติดกับตลาดเช้าบริเวณสี่แยกไฟแดง) เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2406 เป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าพาราละแข่ง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องประจำเมืองที่งดงามมาก

วัดหัวเวียงเป็นวัดหลังที่สองของเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งคำว่า หัวเวียง ก็คือหัวเมืองนั่นเอง กล่าวกันว่า วัดหัวเวียงหลังแรกสร้างขึ้นมามีศาลาการเปรียญถึง 7 หลัง แต่พอถึง พ.ศ. 2515 ศาลาทั้ง 7 หลังนี้ ได้ถูกรื้อถอนทั้งหมด และได้สร้างศาลาการเปรียญขึ้นใหม่ที่ใช้กันจนถึงปัจจุบันขึ้นมาแทน 

วิหารพลาละแข่ง สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพลาละแข่งที่จำลองมาจากเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์ โดยลุงจองโพหย่าและลุงจองหวุ่นนะ ได้เดินทางไปนิมนต์มาพระเจ้าพลาละแข่งองค์นี้ และหล่อเป็นท่อน ๆ ทั้งหมด 9 ท่อน บรรทุกเรือมาตามแม่น้ำปาย แล้วมาประกอบที่วัดพระนอน ก่อนนำมาประดิษฐานที่วัดหัวเวียง ซึ่งชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าพระเจ้าพลาละแข่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของแม่ฮ่องสอนอีกองค์หนึ่ง

วิหารทรงปราสาท 2 องค์ โดยองค์ใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีความกว้างและยาวเท่ากัน คือ 1,850 เมตร สูงจากพื้นประมาณ 15 เมตร ตัวอาคารสร้างด้วยไม้ พื้นล่างเป็นคอนกรีต เฉพาะพื้นด้านในปูด้วยกระเบื้องลายต่าง ๆ ผนังคอนกรีตขึ้นรับกับฝาลูกกรงไม้ หลังคาเป็นชั้น ๆ รวมสามชั้น ส่วนยอดเป็นยอดโดม มุงด้วยสังกะสี และสลักลวดลายสังกะสีประกอบทุกชั้น สำหรับวิหารหลังเล็กซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกนั้น ก่อสร้างแบบเดียวกับวิหารหลังใหญ่ และสันนิษฐานว่าคงจะสร้างขึ้นพร้อมกันแต่มีความละเอียดกว่า โดยมีหลังคา 5 ชั้น ไม่รวมยอดโดมและฉัตร ตัววิหารมีความกว้าง 6.40 เมตร ยาว 8.30 เมตร ภาษาไทใหญ่เรียกวิหารเล็กนี้ว่า "อะโหย่งข่าม" ซึ่งหมายถึงที่รับแขก วิหารหลังนี้ใช้เวลาในการก่อสร้าง 2 ปี จึงเสร็จเรียบร้อย โดยนำวัสดุในการก่อสร้างจำพวกสังกะสีกระจกสีและกระเบื้องปูพื้นมาจากเมียนมาร์ ศาลาจำศีล อาคารไม้หลังคามุงสังกะสีแห่งนี้ ประดับลายเจาะสังกะสี มีรูปทรงสวยงาม เป็นศาลาไม้แบบไทใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นสมัยรัตนโกสินทร์ และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรแล้ว

อุโบสถหลังใหม่ สร้างตามแบบอย่างสถาปัตยกรรมไทใหญ่ผสมผสานพม่า เป็นอาคารคอนกรีตหลังคายกชั้นสูงเป็นชั้น ๆ มุงกระเบื้องประดับลายเจาะสังกะสี 












เช้า ๆ เห็นสายหมอกระเรื่อยคลุมเขา



 

07.56 น. วันที่ 23 มกราคม 2565



 

ถั่วพูอุ่น มีถั่วเหลืองทอดด้วย แต่ไม่ได้ถ่ายมา



 

กินเสร็จแล้วเดินต่อเลยค่ะ วัดม่วยต่อ > วัดก้ำก่อ กำลังบูรณะ สียังไม่แห้ง เข้าไม่ได้ เช้าด้วยแหละ > วัดพระนอน



 

วัดม่วยต่อ



 

วัดม่วยต่อ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2432 โดยเจ้านางเมียะ ซึ่งเป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนในสมัยนั้น ชื่อวัดนี้ได้มาจากเจ้าอาวาสรูปแรกย้ายมาจากวัดม่วยต่อ อำเภอหมอกใหม่ รัฐฉาน ในประเทศเมียนมา และท่านได้นำชื่อวัดม่วยต่อมาใช้ด้วย ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "จองหม่วยต่อ" และเรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน วัดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อปี พ.ศ. 2466 ครั้นในปี พ.ศ. 2498 พระราชวีรกรเจ้าอาวาสวัดม่วยต่อ และเจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สร้างศาลาการเปรียญทรงไทใหญ่ขึ้นใหม่ เป็นศาลาการเปรียญในสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

วัดม่วยต่อแห่งนี้มีความสำคัญยิ่งสำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะไม่เพียงสะท้อนวัฒนธรรมไทใหญ่ผ่านสถาปัตยกรรมล้ำค่าและประเพณีต่าง ๆ เช่น ประเพณีต่างซอมต่อโหลง (ถวายข้าวมธุปายาส) เทศกาลเข้าพรรษา เทศกาลออกพรรษา งานสงกรานต์ที่จัดขึ้นเป็นประจำภายในวัดเท่านั้น หากยังมีสิ่งสำคัญที่น่าชมมากมาย วัดม่วยต่อจัดงานประเพณีเขาวงกตทุกวันขึ้น 10-15 ค่ำ เดือน 12 ไฮไลต์น่าชม พระประธานในอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปทองเหลือง นำมาจากประเทศพม่าในปี พ.ศ. 2466 พระประธานในศาลาการเปรียญ เป็นพระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์ ศิลปะแบบพม่า พระพุทธรูปสิงห์ 1 สิงห์ 3 ภายในวัด ประดิษฐานอยู่หน้าพระประธานในศาลาการเปรียญ งาช้างแกะสลักเป็นพระพุทธรูป 2 คู่ อยู่ภายในศาลการเปรียญ นำมาจากประเทศพม่าในปี พ.ศ. 2466 แท่นพระแบบปราสาทยอดแหลม เจดีย์และระฆังแบบกระดิ่งรูปใหญ่ ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างทรุดโทรม พระเจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ ล้อมรอบด้วยพระเจดีย์บริวาร ยอดประดับด้วยฉัตรโลหะ แขวนกระดิ่งโดยรอบและจอง (ปราสาท) ซึ่งสร้างขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2527
 







ตรงนี้มีป้ายบอกไว้ว่า เป็นหลุมหลบภัย สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 

























ทางขึ้นลง อีกทาง



ด้านหน้าวัด



หน้าวัด



วัดก้ำก่อ



เงียบ ๆ ดี ไม่ใช่เพราะเป็นเช้าวันอาทิตย์หรอกค่ะ เมืองแม่ฮ่องสอนประมาณนี้ล่ะค่ะ





วัดพระนอน


 

วัดพระนอน เป็นที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ สร้างด้วยศิลปะไทยใหญ่ และเป็นพระนอนองค์ขนาดยาว 12 เมตร ซึ่งมีพุทธลักษณะงดงามมาก

ชมสถาปัตยกรรมแบบพม่าที่ผสมผสานวัฒนธรรมชาวไทใหญ่ได้อย่างลงตัว ณ วัดพระนอน โดยรูปทรงหลังคาวัดแห่งนี้เป็นแบบสองคอสามชายและทรงปานซอยเหมือนวัดพระธาตุดอยกองมู สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดนี้ คือองค์พระนอนที่มีความยาว 11 เมตร 90 เซนติเมตร ตลอดทั้งมีพระพุทธรูปปางนั่งสมาธิและพระทรงเครื่องต่าง ๆ รวมถึงพระบัวเข็ม พระสิวลี รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม นอกจากนี้ภายในห้องเก็บของโบราณ ยังมีหนังสือพระไตรปิฎกและวัตถุโบราณ ถ้วยโถโอชามและของใช้สอยของชาวญี่ปุ่นสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนทางด้านหลังวัดมีสิงห์คู่สองตัวยืนคู่กัน เชื่อกันว่าชานกะเลและเจ้านางเมี๊ยะเป็นผู้สร้างและบริเวณฝั่งตรงกันข้ามจะมีเจดีย์ 2 หลังเป็นศิลปะแบบพม่าข้างในเจดีย์หลังแรกมีพระพุทธรูป 1 องค์ และเจดีย์หลังที่ 2 มีพระพุทธรูปแบบพม่า 4 องค์ ซึ่งด้านหน้าเจดีย์หลังที่ 2 นี้มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่นั่งสมาธิอยู่กลางแจ้งไร้ที่กำบังน่าสนใจยิ่งนัก วัดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมดี ๆ ในแม่ฮ่องสอนที่นักเดินทางไม่ควรพลาด

วัดพระนอน สร้างเมื่อขึ้นเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2418 โดยพญาสิงหนาทราชา (นามเดิมว่า ชานกะเล เป็นชาวไทใหญ่ ) เจ้าเมืององค์แรกของแม่ฮ่องสอน ซึ่งตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมูลเหตุที่สร้างองค์พระนอนขึ้นมานั้น มี 2 ประการคือ 1.เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน และได้รับพระราชทานนามว่า "พญาสิงหนาทราชา" เมื่อ พ.ศ. 2417 อีกทั้งเป็นการเฉลิมฉลองในวาระที่หมู่บ้านแม่ฮ่องสอนได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเมือง และ 2.ท่านเป็นผู้เกิดวันอังคารจึงสร้างองค์ไสยาสน์ (พระนอน) ขึ้น ให้เป็นพระประธานคู่บ้านคู่เมือง และให้เป็นที่สักการะกราบไหว้บูชา ของชาวเมืองแม่ฮ่องสอน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเหตุการณ์บ้านเมืองแถวชายแดนไม่คอยสงบ องค์พระนอนจึงสร้างไม่เสร็จ และท่านได้ถึงแก่กรรมไปเสียก่อนเมื่อ พ.ศ. 2427 ต่อมาเจ้านางเมี๊ยะ พระชายา ทรงขึ้นครองเมืองเป็นเจ้าเมืององค์ที่ 2 พระองค์ทรงสร้างองค์พระนอนยาว 11 เมตร 90 เซนติเมตร ต่อจนสำเร็จเรียบร้อย และจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับตั้งชื่อว่า วัดพระนอน ตามสถานที่ที่องค์พระนอนประดิษฐานไว้ก่อนแล้ว และได้นิมนต์ครูบาชมภูมาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดพระนอน



















พระนอน ศิลปะไทใหญ่ 







ภายในพิพิธภัณฑ์







09.38 น.



ว่าจะเดินไปวัดจองคำ วัดจองกลางต่อ เห็นร้านกาแฟ น่ารัก แวะเติมคาเฟอีนก่อน ร้าน Mae Hong Sorn Coffee ร้านเล็ก ๆ หน้าหนองน้ำจองคำ ที่วันนี้ปรับปรุงสวนสาธารณะอยู่ เลยไม่มีภาพวัดจองคำจองกลางตอนกลางคืนกับเงาสะท้อนไฟในน้ำมาฝาก





ร้าน Mae Hong Sorn Coffee วันที่เราไป รสชาติใช้ได้ ทั้งกาแฟ และอาหารแต่ออกช้า ไม่รู้ตอนนี้เป็นไงบ้าง



ดูเวลาแล้ว คงเดินวัดไม่ทัน เราแวะกลับที่พักก่อน เพื่อเช็คเอาท์แล้วฝากกระเป๋าไว้ที่บุญดีเฮาส์ แล้วค่อยมาเดินต่อ...วัดจองกลาง วัดจองคำ



 

พระธาตุดอยกองมู, กะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยเสือเฒ่า
สะพานซูตองเป้
ถ้ำปลา, พระตำหนักปางตอง
พักบ้านลุงปาละ ปางอุ๋ง
ล่องแพไม้ไผ่ ที่ปางอุ๋ง
บ้านรักไทย พักที่ยูนานรักไทยรีสอร์ท
บ้านรักไทย บรรยากาศยามเย็น
ยามเช้าที่บ้านรักไทย เดินทางไปบ้านจ่าโบ่
ภูผาหมอก ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา บ้านจ่าโบ่
กลับเข้าเมือง พักที่บุญดีเฮาส์

 



Create Date : 30 กรกฎาคม 2565
Last Update : 30 กรกฎาคม 2565 10:43:53 น. 0 comments
Counter : 546 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณปัญญา Dh, คุณหอมกร, คุณkatoy, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณเริงฤดีนะ, คุณtoor36, คุณทนายอ้วน, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณกาบริเอล, คุณตะลีกีปัส, คุณmultiple, คุณปรศุราม, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณสองแผ่นดิน, คุณกิ่งฟ้า, คุณกะว่าก๋า, คุณNENE77, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณSweet_pills, คุณtanjira, คุณkae+aoe, คุณtuk-tuk@korat, คุณชีริว, คุณnewyorknurse, คุณดาวริมทะเล, คุณhaiku, คุณร่มไม้เย็น, คุณnonnoiGiwGiw, คุณThe Kop Civil


สายหมอกและก้อนเมฆ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 159 คน [?]




เป็นคุณแม่ของ 1 ลูกสาว และ 1 ลูกชายค่ะ

เป็นแม่บ้านฟูลทาม อาชีพ ขสมก.
(แปลว่า...ขอสามีกิน อ่านเจอที่ไหนไม่รู้ ชอบค่ะ เลยยืมมาใช้หน่อย)

เมื่อไหร่ที่พอจะจัดสรรเวลาได้...
จะไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวเสมอค่ะ...

โลกนี้แสนกว้างใหญ่ มีอะไรให้เราเรียนรู้อีกมากมาย พบเจออะไรดี ๆ ที่พอจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง ไม่มากก็น้อย เลยเอามาแบ่งปันกัน

ลิขสิทธิ์...เป็นของบุคคลที่อยู่ในภาพ
ขอบคุณค่ะ

Friends' blogs
[Add สายหมอกและก้อนเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.