กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
 
เมษายน 2564
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
space
space
12 เมษายน 2564
space
space
space

ตย ไม่ใช้คำภาวนาใดๆ
 


     93 ดิฉันฝึกหัดนั่งสมาธิวิปัสสนาแนวทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า  คือนั่งดูลมหายใจเข้าออกเฉยๆ ไม่บริกรรมและให้ดูเวทนาที่เกิดในร่างกายแล้วให้มีอุเบกขา
คอร์สแรกที่ดิฉันไปศึกษาเรียนรู้เป็นเวลา 10 วัน   และหลังจากนั้นดิฉันก็กลับมาปฎิบัติที่บ้าน สม่ำเสมอ วันละหลายครั้ง บางทีก็หลายชั่วโมงติดต่อกัน
ล่วงเข้ามาประมาณเดือนที่ 3  ดิฉันมีอาการ ร้อนที่ร่างกายทุกส่วน และเกิดอาการปวดศีรษะเหมือนมีเข็มเป็น ร้อยๆเล่มอยู่ในหัว  บางที แข็ง ตึง มึน ทึบอยู่ในหัว  จนยากที่จะอธิบาย จนขนาดต้องไปเอกซ์เรย์แต่ไม่มีอะไรผิดปรกติ
อาการมันลงมาที่มือข้างซ้าย และ กรามบน ขมับ2 ข้าง เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งอยู่ตลอดเวลาเป็นที่ทรมานมาก
ระยะ หลังมาดิฉันก็เลยนั่งบ้างไม่นั่งบ้าง      เพราะปวดหัวเหลือเกิน      บาง อาการไม่สามารถบอกมาเป็นตัวอักษรได้ว่ารู้สึกอย่างไร  อาการเป็นตลอด เวลา  2 - 4 ชั่วโมง  ทั้งหลับทั้งตื่น ไม่รู้จะทำอย่างไร      ก็ไปหาหมอฝังเข็ม ฝังมา   9  ครั้ง ไม่มีทีท่าว่าจะทุเลา  อาการยังมี ตลอด  ดิฉันก็ได้แต่อุเบกขา ทำใจไป คิดไปต่างๆนานา   เวลานั่งก็ขออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง 
ตอนนี้นับระยะเวลาเป็นมากว่า 2 ปี ได้แต่หวังว่าผู้รู้ทั้งหลายคงช่วยอนุเคราะห์คนมีกรรมคนนี้ด้วย ขอได้โปรดเมตตาช่วยด้วยนะคะ237 237

https://group.wunjun.com/meditation/topic/616383-26682

ดูๆแล้วน่าสงสาร  451
     
ตย. ไม่ใช้คำภาวนาใดๆ อย่างที่บอก คำบริกรรมภาวนา ไม่ใช่สาระ ใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้  ที่สำคัญพอจิตสงบๆหน่อยสภาวธรรมนั่นนี่โน่นปรากฎ ไม่รู้จะเอายังไงดี  ติดตัน ไปต่อก็ไม่ได้ จะถอยก็ไม่ได้  

เจ้าสำนักใดๆ  จะรู้แค่ว่า ไปนะไปทำยังงี้ๆนะ พุทโธๆนะ  ลมหายใจสั้นก็รู้ ลมหายใจยาวก็รู้นะ ยังยังไม่พอ   ไปเจอะคนทำจริงๆภาวนาตามนั้นจริงๆเข้าแล้วสภาวะปรากฎ   เจ้าสำนักเองแก้อารมณ์กรรมฐานให้เขาไม่ได้  เสียเลย   เจ้าสำหนักเสียหาย  คนทำเสียคน  

อีกรายหนึ่ง  450

93    ดิฉันเคยไปฝึกปฏิบัติธรรม ในสายโคเอ็นก้าที่ พิษณุโลก หลักสูตร 10 วันเต็ม การพิจารณาวิปัสสนา ตามหลักสูตร เป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง และรู้สึกเหมือนกับว่าการพิจารณาจะเป็นไปตามที่ครุอาจารย์แนะนำในหลักสูตร เมื่อปี 53 ที่ผ่านมา ผ่านมาหลายปีแล้ว กลับมาแรกๆก้อปฏิบัติวันละอย่างน้อย 1 ชั่วโมงตลอด ช่วงหลังห่างไม่ได้ปฏิบัติอีก มีเรื่องราวมากมายเข้ามาในชีวิตเป็นไปตามเหตุและปัจจัย
แต่ดิฉันยังรู้สึกว่าเสียงที่รู้สึกได้ในจิตยังส่งเสียงอยู่ตลอดเวลา คล้ายๆกับคนสวดมนต์หรือดนตรีอะไรแว่วๆอยู่ในจิตตลอดเวลา เหมือนสัญญาณเตือนว่าให้กลับไปเส้นทางนี้ ไม่ทราบว่าเป็นการอุปาทานเองไปมั๊ย เคยปรึกษาพี่ที่เป็นเสมือนญาติธรรมกัน ท่านว่าเป็นสัญญาณความทรงจำเก่าจากอดีตชาติอย่าไปยึดติด แต่ทุกครั้งที่จิตว่างๆจากการงานธุระ หรือ ไม่มีเรื่องให้คิด   เสียงนี้จะผุดขึ้นมาตลอดเวลา   ขอความอนุเคราะห์ผู้รู้ทั้งหลายในลานธรรมช่วยชี้แนะด้วยค่ะ 237

     451ข้อความที่ขีดเส้นใต้     "ทุกครั้งที่จิตว่างๆจากการงานธุระ หรือ ไม่มีเรื่องให้คิด  เสียงนี้จะผุดขึ้นมาตลอดเวลา"   จิตมีรูปวิเคราะห์ว่า    ธรรมชาติใด  ย่อมคิดซึ่งอารมณ์  ธรรมชาตินั้น  ชื่อว่า จิต.  หมายความว่า    หน้าที่ของจิตคือคิดนั่นคิดนี่  คิดอารมณ์นี้อารมณ์นั้น  ในเมื่อไม่มีอารมณ์ใหม่ คือ งานประจำวันให้มันคิด  มันก็คิดอารมณ์เด่นๆแรงๆที่อยู่ในใจ  (ธรรมารมณ์) อย่างว่า นั่นแหละตัวอย่าง 

วิธีแก้  ก็คือเอาตัวความคิดนั่นแหละมาเป็นอาหารของสติเสีย (จิตตานุปัสสนา) คือ กำหนดตัวมันเอง คิดหนอๆๆๆๆ  (ตัดตอนตัดวงจรความคิด)  คิดหนอๆๆๆๆ  กำหนดตามนั้นแล้วปล่อย  รู้แล้วปล่อย รู้แล้ววาง (ใช้คำไหนก็ได้)  กำหนดปล่อย  คิดหนอๆๆ  กำหนดแล้ววาง  พอจิตมันเปลี่ยนเรื่องนี้  มันก็โน้มน้อมไปคิดเรื่องอื่นๆอีก (เกิด-ดับๆๆ)   555   ก็บอกแล้ว หน้าที่ของจิต คือ คิดอารมณ์  (อารมณ์นั่นอารมณ์นี่ดีชั่วแล้วแต่ ซึ่งเสมือนอาหารของจิตมัน)   

อีกตย.  จากสำนักเดียวกัน   450

ความรู้สึกหลังออกจากสมาธินี้ คืออะไรครับ แล้วผมจะแก้ไขมันยังไง?

    ขอเท้าความหน่อยนะครับ ผมได้มีโอกาสไปเข้าคอสวิปัสสนาที่สถานปฏิบัติธรรมธรรมอาภาของอาจารย์โกเอ็นก้า   ครั้งแรกผมรู้สึกดีกับการปฏิบัติมากครับ ใจสงบ เย็นดี กายสบายเหมือนมีละอองเล็กๆเบาๆเย็นรอบตัว ช่วงวันสุดท้ายที่มีแผ่เมตตาผมรู้สึกเหมือนน้ำเย็นสาดจากหัวถึงเท้า เหมือนตัวว่างเปล่า มันทำให้สดชื่นเบาสบาย

ระหว่างอยู่ที่บ้านก็นั่งสมาธิบ้างทำๆหยุดๆ ดูลมหายใจ ใจสงบดี แต่ก็ไม่ได้ทำต่อเนื่องครับ

ครั้งที่สองที่ไปคือเมื่อปีที่แล้ว การปฏิบัติก็เป็นไปปกติ มีความรู้สึกถึง กลุ่มก้อนละเอียด และ กลุ่มก่อนหยาบบนผิวหนัง แต่คราวนี้รู้สึกเลย เข้ามาในร่างกาย คล้ายๆมวลสารขนาดหมวกกันน็อก ตันๆครอบหัวอยู่แล้วค่อยๆไหลทะลุมาที่บ่าแล้วออกไปที่หลัง จากนั้น ก็มีก้อนใหม่วนเวียน บางทีก็ทีละสองก้อน ผมก็นั่งดูมันเคลื่อนไปเหมือนนั่งดูแม่นำ้ที่มีเรือผ่าน

ตอนแรกความรู้สึกหนักตันที่ค่อยๆเคลื่อนนี้จะอยู่เฉพาะตอนทำสมาธิครับ ช่วงวันหลังๆแค่หลับตาจะนอนก็เห็นเลยครับ วันสุดท้ายก้อนนี้มันเกาะอยู่แม้ตอนลืมตา แล้วมันก็เคลื่อนลงมาที่หน้า ปาก ในปาก แล้วก็ติดแหมะอยู่ในนั้น

ตอนนี้ ผมมีความรู้สึกดันๆตึงๆที่เคลื่อนไปมาได้ ค้างอยู่บนเพดานปาก ไม่หลุดไปไหน ย้ายไปซ้ายที ขวาที

ตอนกลับมาใหม่ๆผมคิดว่ามันก็ดีเป็นเหมือนการบ้านให้มีสติรู้ตัวตลอดเวลา ถึงเวลาคงหายเอง... ปีนึงผ่านไปก็ยังรู้สึกเหมือนวันแรก... เริ่มไม่ชอบครับ เวลานั่งสมาธิมันก็จะอยู่ตรงนั้น

ผมแก้ปัญหาด้วยการ แผ่เมตตาหลังสมาธิ ทำบุญถวายสัฆทาน อุทิศส่วนกุศลก็ไม่รู้สึกว่าเบาลงเลย

ทำให้ผมกังวล ว่าอาจจะเป็นโรคในช่องปาก ไปพบหมอทันตแพทย์ก็เจอฟันคุด จัดการผ่าออก พอยาชาหมดฤทธิ์ ก้อนนี้ยังอยู่... หลายเดือนให้หลัง ก็ให้หมอหู คอ จมูก ส่องกล้องเข้าไปในโพรงจมูก แต่ไม่พบความผิดปกติ

ความรู้สึกนี้ไม่ทำให้เจ็บปวด แต่เวลาที่ต้องใช้สมาธิ ในการทำงาน หรือเวลาพักผ่อน นั่งนิ่งๆ ความรู้สึกนี้ก็จะชัดมาก่อนเลย ไม่รู้จะปรึกษาใคร รบกวนท่านผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยครับ

185  183  182

 


Create Date : 12 เมษายน 2564
Last Update : 13 พฤษภาคม 2564 9:54:20 น. 0 comments
Counter : 86 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space