กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะ ซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
สิงหาคม 2565
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
space
space
18 สิงหาคม 2565
space
space
space

ปฏิบัติเพื่อให้รู้เข้าใจชีวิต


ถาม 450

นั่งสมาธิแล้วเกิดอาการชาๆตึงๆ

     สวัสดีค่ะ จขกท.สนใจการปฏิบัติสมถกรรมฐาน แต่พบปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง
เมื่อประมาณปี-สองปีที่แล้ว  จขกท. สนใจกสิณกรรมฐาน เลยลองฝึกดู แรกๆก็ไม่ค่อยได้ พอทำบ่อยๆเข้าก็เริ่มสงบ  ฟุ้งซ่านน้อยลง  แต่ปัญหาคือพอมันเริ่มรู้สึกสงบก็มักจะมีอาการแปลกๆ เช่นตึงๆที่หว่างคิ้ว ชาบริเวณใบหน้า ทุกครั้งก็ไม่ไหวเลยออกจากสมาธิ
มีครั้งหนึ่งที่เคยนั่งแล้วเกิดตึงๆเริ่มจากปลายจมูกลามไปทั้งหน้า แล้วก็ลามลงคอ ไปแขนขา ตอนแรกก็ทน พยายามกำหนดรู้แล้วนั่งต่อ  แต่ซักพักก็ไม่ไหว มันหายใจยากขึ้นเลยหยุดนั่ง  
หลังจากนั้นก็สนุกสนานกับชีวิต   ไม่ได้แตะการปฏิบัติมาซักพัก  น่าจะประมาณปีกว่า  แล้ววันนี้ก็เกิดอยากทำสมาธิขึ้นมาเลยนั่ง   ครั้งนี้ไม่เอากสิณแล้ว  กำหนดรู้ลมหายใจแทน  รู้สบายๆไปซักพัก    พอเริ่มสงบก็เกิดอาการแบบเดิม   แต่ครั้งนี้เริ่มชาที่หน้าอกแล้วลามไปหน้า  (คิดว่าไม่ใช่เพราะเพ่ง เพราะตอนนั่งเมื่อกี้รู้สึกชัดเจนว่าแค่รู้ลมหายใจไปสบายๆ)   นี่ก็นั่งต่อ กำหนดรู้อาการชาซักพักแล้วก็ไปดูลมเข้าออกต่อ   แต่มันก็ยิ่งตึงๆชาๆโดยเฉพาะที่คอ  จนสุดท้ายก็ลุก เลิกนั่ง
ตัว  จขกท. อยากปฏิบัติให้สงบให้ได้  แต่พอพบปัญหานี้มันก็ไปต่อยาก  นั่งเสิร์ชแนวทางแก้ไขในเน็ตก็ไม่เจอ  จึงอยากสอบถามผู้รู้ว่า

1 อาการแบบนี้คืออะไร

2 เมื่อพบเจออาการแบบนี้ควรปฏิบัติอย่างไร

(เพราะส่วนตัวก็ไม่รู้ว่าควรนั่งต่อหรือหยุดแล้วค่อยนั่งใหม่)

https://pantip.com/topic/41589581


     หลักการเจริญสมาธิโดยใช้รูปกสิณฝึก   เพ่งดวงกสิณให้ติดตา ติดใจ  แล้วก็เพ่งภาพกสิณที่ติดใจนั่นไป   นี่ภาพรวมหลักฝึกสมาธิโดยใช้กสิณเป็นสื่อ  ส่วน จขกท. ทำ ?  
 


     ข้ามมาที่ปัญหา จขกท. ว่าฝึก...แล้วพอจิตสงบก็ตึงตรงนั้นตรงนี้นั่นนี่โน่น ไม่ไหวก็หยุดก็เลิกไป  เลิกทำเลิกปฏิบัติ  ก็ไม่รู้สึกว่าตึงตรงนั้นตรงนี้ ...คราวนี้ทำใหม่  ไม่เอาแบบเดิม  เปลี่ยนมาใช้ลมหายใจเข้า-ออกเป็นสนามฝึกไปๆๆๆ  ...  แต่พอจิตมันเดินมาถึงตรงนั้นก็รู้สึกนั่นนี่อีก  ปัญหาก็คือจิตยังไม่ผ่านจุดนั้น  ยังคายังติดอยู่ตรงนั้น  ผู้ปฏิบัติเอง (ร้อยทั้งร้อย) เพียรไม่ไหว ไม่เข้าใจวิธี   พอรู้พอเข้าใจบ้าง   แต่ไปไม่สุด  ก็เลิกก็หยุดเสีย  พอเราหยุด  สภาวะมันก็ลด  พอลด  เราก็ปฏิบัติใหม่  ทำไปๆ  จิตมันเดินถึงตรงนั้นอีก  มันก็เป็นของมันอย่างนั้นอีก  เราไม่รู้ เราไม่สู้  ก็หยุดก่อน วนอยู่อย่างนั้น ไม่ผ่านไปสักที นี่คือปัญหาของผู้ปฏิบัติทางจิตทั่วๆไป     

ตอบคำถาม

   1. มันก็คือสภาวะของจิต  (พูดถึงจิตนะ ไม่ได้พูดถึง จขกท.) ซึ่งมันยังไม่ลงตัว ยังไม่พอดี อินทรีย์มันยังไม่เสมอกัน 3

   2. "กำหนดรู้อาการชาซักพักแล้วก็ไปดูลมเข้าออกต่อ" <=  ใช้วิธีนี้แหละ  แต่อย่านาน อย่าจมแช่อยู่กับสภาวะนั้นๆ  กำหนดรู้ตามอาการ...๓-๔ ครั้ง ชาหนอๆๆๆ  ปล่อยไปกำหนดลมเข้าลมออกต่อ  จขกท. ใช้คำบริกรรมภาวนาพุทโธว่าไปตามนั้น   (คิดว่าน่าจะใช้พุทโธ)  ต่อเมื่อใดสภาวะนั่นนี่โน่นกระทบความรู้อีก  วางลมหายใจเข้า-ออก ไปกำหนดรู้สภาวะนั้นๆตามที่มันเป็นตามที่รู้สึก  รู้สึกอย่างไร กำหนดอย่างนั้นสัก ๓-๔ ครั้ง ปล่อย  ไปตามลมเข้าออกต่อไปใหม่  ปฏิบัติทำนองนี้เรื่อยไป  (ลมหายใจเข้า-ออก, พอง-ยุบ เป็นอารมณ์หลัก นอกจากนั้นเป็นอารมณ์รอง  กระทบจึงกำหนดรู้มัน ส่วนอารมณ์หลัก ยึดเป็นหลัก)

     จะให้ดีกะเวลาด้วย  นั่งสัก ๓๐ นาที (คนวัยหนุ่มสาว) ครบเวลาแล้ว  เดินจงกรมสัก ๓๐ นาที  เป็นการปรับอินทรีย์  แรกๆใช้จงกรมระยะต่ำๆ  ไม่หมดเวลา ๓๐ นาทีดังตั้งใจไว้ก็ไม่เลิก  

   227 ปฏิบัติเพื่อเรียนรู้เข้าใจชีวิต (รวมหมดทั้งกายทั้งใจความรู้สึกนึกคิด)   แล้วจะได้.  ถ้าปฏิบัติแล้วคิดจะเอานั่นเอานี่   อยากจะได้นั่นได้นี่  จะไม่ได้อะไรเลย    มันเป็นสะยังงั้น  107
 



     ขณะปฏิบัติธรรม, ขณะปฏิบัติกรรมฐาน  แบบใช้พุทโธ ก็ดี  แบบใช้พอง-ยุบ เป็นต้นก็ดี ให้สังเกตความรู้สึกนึกคิดตัวเองขณะประสบสิ่งที่ยินดีพอใจ, ไม่ยินดีไม่พอใจ ใช้สมุทัยนี่เทียบ 450

- กามตัณหา   ความอยากในกาม.  คือ อยากในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในสัมผัส 

- ภวตัณหา    ความอยากเป็น.   กามตัณหา  อยากมี   ภวตัณหา  อยากเป็น 

- วิภวตัณหา    ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น.


- อยากมี   อยากเป็น  ไม่อยากมีไม่อยากเป็น

หลักปฏิบัติ

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=samathijit&month=15-07-2021&group=1&gblog=41


 



Create Date : 18 สิงหาคม 2565
Last Update : 4 ธันวาคม 2566 20:48:47 น. 0 comments
Counter : 265 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space