กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะ ซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
ตุลาคม 2564
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
30 ตุลาคม 2564
space
space
space

พอจิตสงบๆหน่อยจะเห็นนั่น ได้ยินนี่



Blog นี้ลงสภาวะทำนองนี้ 450 ไว้มากมาย  พร้อมทั้งแนะนำวิธีแก้อารมณ์ไว้ด้วย



- การปฎิบัติธรรม เป็นผลข้างเคียงที่ทำให้เราเห็นโลกอีกมิติ  จริงไหมคะ


     ช่วงปลายปีที่แล้ว มีหลายๆเรื่องที่ทำให้รู้สึกเครียด ทั้งเรื่องครอบครัว และเรื่องงาน รวมถึงเรื่องเพื่อนร่วมงาน เลยหาทางดับทุกข์   โดยเริ่มจากการสวดมนต์ และนั่งสมาธิในห้องนอน โดยส่วนใหญ่รูมเมทจะอยู่ในห้องด้วย แรกๆก็รู้สึกดีนะคะ เหมือนจิตใจจะเริ่มสงบ พอผ่านไป 2-3 เดือน เลยเริ่มเพิ่มบทสวดมนต์ทีละบท และเริ่มสวดบทอิติปิโส 108 จบ

     มีอยู่วันนึง  อยู่บ้านคนเดียว   ช่วงเช้าก็สวดมนต์ปกติ และพอถึงบทอิติปิโส 108 จบ นับโดยสร้อยลูกปะคำ ยังไม่ถึงครึ่ง เหมือนมีเสียงของหล่นด้านหลัง เหมือนคนหยิบเสื้อที่แขวนไว้แล้วปล่อยลง เลยหันไปดู คิดว่าคงเป็นเรื่องบังเอิญ ครั้งที่ 2 ห่างกันไม่ถึง 2 นาที เสียงถุงกระดาษที่วางอยู่ด้านหลังไม่ถึง 1 เมตร ดังเหมือนมีคนเอามือตีถุงกระดาษ เลยหันไปพยักหน้า เชิงว่า ยังสวดไม่เสร็จเลยนะ 555 สุดท้ายก็สวดมนต์เสร็จทุกบท

     พอวันต่อมา ถึงบทสวดอิติปิโส 108 จบ ในขณะสวด เหตุการณ์ก็เหมือนเมื่อวานเลย เหมือนคนมาตีถุงกระดาษแรงๆ อีกแล้ว คงไม่บังเอิญแล้วมั้งเนาะ เลยไปเล่าให้เพื่อนฟัง มีเพื่อนรุ่นพี่คนนึงถามว่า ก่อนสวดได้บอกเค้าก่อนหรือเปล่า ผีแถวนั้นอาจจะไม่ชอบก็ได้ งานนี้แหละ กลัวเลย ไม่กล้าสวดมนต์พักใหญ่ๆ และสองสามวันต่อมา รูมเมทกลับบ้านต่างจังหวัดประมาณอาทิตย์กว่าๆ เลยไม่กล้านอนคนเดียว (ปกติตอนเรียนมหาลัย อยู่หอคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว ไม่กลัวผีค่ะ) ไปขอนอนบ้านเพื่อนอีกคน

     เหตุการณ์ที่ 1 >>> พอไปนอนบ้านเพื่อนคืนแรกเท่านั้นแหละ ปิดไฟนอนแล้ว เพื่อนก็หลับแล้ว เราเองยังไม่หลับ แต่ก็นอนหลับตาอยู่ ท่องพุธโธๆๆๆ ไปเรื่อยๆ เพราะอยากหลับมาก แปลกที่ด้วย กลัวผีด้วย  สักพักในขณะที่หลับตา ก็มีแสงสีขาวค่อยๆสว่างขึ้น และสว่างขึ้นเรื่อยๆจนสุดขอบในตา และขาวโพลนเต็มตา   เราก็นอนนิ่ง   อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก  สักพักแสงสีขาวนั้นก็ค่อยๆสลายไป   คล้ายกับว่าเป็นประกายดาวที่ค่อยๆหายไป   จนเป็นสีดำมืดเหมือนเดิม และท่องพุทโธต่อ  จากนั้นก็หลับไป <<<   (แต่ก็ไม่กล้าเล่าให้เพื่อนฟังนะ  เดี๋ยวหาว่าเราบ้าอีก แค่บอกว่ากลัวผีก็เอาไปล้อแล้ว 555)

     เหตุการณ์ที่ 2 >>> ตอนพักเที่ยงที่ออฟฟิศ  เราเปิดบทสวดมนต์โดยใส่หูฟัง และนั่งหลับตาท่องพุทโธ สักพักได้ยินเสียงในหู เหมือนมีคนเรียกชื่อเรา  เสียงเหมือนเพื่อนคนที่เค้ามีสัมผัสที่ 6 และเขาสามารถรับรู้ได้เวลาเราปฏิบัติธรรม   พอตกเย็นเลยถามไปว่า   แกเรียกฉันป่ะตอนนั่งหลับตา เพื่อนคนนั้นก็ขำเบาๆ ประมาณว่า เออ กูนี่แหละ 555 <<<

แต่หลังๆ สวดมนต์บ้าง ไม่สวดบ้าง ส่วนนึงเพราะกลัวเห็นผีด้วย เลยกล้าๆกลัวๆที่จะปฏิบัติธรรม

     คำถามที่ 1 การปฎิบัติธรรม เป็นผลข้างเคียงที่ทำให้เราเห็นโลกอีกมิติ จริงไหมคะ

     คำถามที่ 2 มีเพื่อนบอกว่า ถ้าคนไม่เห็น ปฏิบัติยังไงชาตินี้ก็ไม่มีทางเห็น จริงไหมคะ

ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ

ปล. เพื่อนที่เค้ามีสัมผัสที่ 6 บางเรื่องถามแล้ว เค้าก็ไม่ตอบ


https://pantip.com/topic/41070913


    มันเป็นสภาวะของจิตที่เริ่มๆจะสงบ  (แต่ยังสงบไม่ถึงที่ เปรียบเหมือนเด็กเพิ่งหัดเดิน เดินได้ก้าวสองก้าว ก็ล้ม ล้มแล้วลุกๆๆๆ)  ช่วงนี้แหละ ที่ทำให้ผู้ปฏิบัติทางจิตทำนองนี้  ได้เห็นนั่นเห็นนี่  ได้ยินเสียงนั่นเสียงนี่   ได้กลิ่นประหลาดๆนั่นนี่ (จิปาถะ) ชีวิตทั้งชีวิตตนเองไม่เคยประสบเลย  อ้าวแล้วเป็นไง ?   ก็ในเมื่อตนไม่เคยประสบมาก่อนเลย  พอประสบพบเห็นเข้า  ปัญหาเกิด  เกิดยังไง ?  เกิดหลงเข้าใจผิดบ้าง   หลงจนเพี้ยนบ้าง  กลัวจนสติแตกบ้าง  บ้างก็นั่งคุยกับนิมิต (ภาพ) ที่ตนเห็นเป็นตุเป็นตะเป็นเรื่องเป็นราวนะ  (คนอื่นไม่เห็น)  1  ถ้าถึงขนาดนั้นก็โน่นศรีธัญญา 

    มีหลายคนพูดว่า ธรรมะไม่ทำให้คนบ้าหรอก  นั่งสมาธิไม่ทำคนเพี้ยนหรอก.    ธรรมะคือธรรมชาติ  ชีวิตล้วนๆมันคือธรรมชาติ   เมื่อคนไม่รู้จักธรรมะ-ชาติแล้ว   ทำไมคนจะเพี้ยนไม่ได้    107 

ตัวอย่างยาวๆ  450

https://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2010/10/Y9785609/Y9785609.html   


อีกสัก ตย.

   เมื่อถึงเวลาที่ต้องนั่งสมาธิ เกิดปวดขาอย่างมาก แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ทนนั่งจนหมดเวลา (ซึ่งเป็นครั้งแรกค่ะเนื่องจากไม่เคยทนได้เลย) ระหว่างที่ปวดมากๆ ก็นึกถึงพระพุทธเจ้าตลอดเวลา และสู้เนื่องจากเคยได้ยินว่า "ไม่เคยมีใครตายจากการนั่งสมาธิ" รวมทั้งประโยคที่ว่า "นิพพานอยู่ฝั่งตาย" (จำไม่ได้ว่าเป็นของหลวงพ่อท่านไหนค่ะ) และคิดว่าตายเป็นตาย  แต่จะไม่ลืมตาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนหมดเวลาแน่นอน (ใจก็นึกถึงแต่พระพุทธเจ้าตลอดเวลาค่ะ)

เมื่อนาฬิกาดังหมดเวลา เราก็ลืมตาเปลี่ยนอิริยาบถ เพื่อคลายอาการปวดขา แต่เรารู้สึกว่า...ทันทีที่เราลืมตา เราก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ดังอยู่ในหู ทั้งๆที่เวลานั้นไม่ได้มีพระสวดมนต์อยู่ใกล้ๆค่ะ

ก่อนหน้านี้....เมื่อครั่งที่เราไปปฏิบัติธรรมครั้งแรก และเมื่อกลับมาถึงบ้าน เราก็สวดแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศลที่บ้าน เราก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ดังอยู่ในหูอีกเหมือนกัน ทั้งๆที่ใกล้ๆบ้านก็ไม่มีวัดและไม่มีใครเปิดวิทยุค่ะ (ตอนแรกนึกว่ามีพระสวดทำวัตรเย็นอยู่ใกล้ๆ แต่บ้านก็ไม่ได้อยู่ใกล้วัด )

แล้วก็เคยมีอีกครั้งนึง   เราคุยกับแม่ แนะนำแม่เรื่องการไปปฎิบัติธรรม และชวนแม่ให้ไปปฏิบัติธรรมด้วยกัน ก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ดังแว่วในหูอีก

เสียงสวดมนต์ที่ได้ยิน 2 ครั้งแรก จะได้ยินเพียงช่วงเวลาสั้นๆไม่ถึง  ชม.ค่ะ แต่ครั้งล่าสุดได้ยิน   (หลังจากนั่งสมาธิ)  ดังนานหลาย  ชม.  ตั่งแต่ประมาณเกือบ 4 โมงเย็น จนถึงเวลานอนตอน 4 ทุ่มเลยค่ะ  เสียงสวดมนต์ดังกล่าว เป็นเสียงเหมือนพระสวดมนต์ ฟังจับใจความได้เป็นบางคำ แต่ไม่รู้ว่าเป็นบทสวดอะไร

บางครั้งก็จะได้ยินเป็นเสียงดนตรีไทยบรรเลงอยู่ ระหว่างสวดมนต์ และตอนเดินจงกรม ทั้งที่วัดและที่บ้าน   ถามเพื่อนที่ไปด้วยกันว่าได้ยินไหม  เค้าบอกว่าไม่เห็นได้ยินอะไรเลย เราก็เลยไม่กล้าถามเค้าต่อ กลัวเขาว่าเราสติไม่ดี

เลยอยากถามผู้มีความรู้หรือผู้ที่เคยมีประสบการณ์ว่าเคยมีใครได้ยินเป็นลักษณะนี้บ้างหรือไม่ แล้วเป็นเสียงของใครเหรอคะ หรือว่าเราคิดมากไปเอง



235 กำลังเป็นข่าว 450  ถ้าเขาพูดอย่างว่าจริง  ให้รีบพาไปยังสถานที่ที่ว่าข้างบนให้ไว  


 แต่ยังคงมีแนวความคิดเรื่องการละสังขารเหมือนเดิม โดยเชื่อว่า หากคืนนี้นอนหลับลงได้สนิท ก็จะเข้าสู่นิพพานเอง

 โยมณัชพร ได้เกือบที่จะละสังขารแล้ว 3 ครั้ง  แต่ปรากฏว่าด้วยหลายปัจจัยทั้งความเป็นห่วง และกระแสกดดันหลายๆ อย่าง ทำให้ยังไม่สามารถไปสู่นิพพานได้ 

 พระสุนิตร บอกต่อว่า เมื่อเช้าก็ได้พูดคุยสนทนาธรรมกับสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้โทรเข้ามาผ่านร่างของโยมณัชพร


https://www.one31.net/news/detail/50647

https://www.one31.net/news/detail/50649?fbclid=IwAR079LOTQMJ8YDLseW9e3YcHTjI1MIaP6JadvLJI7Ew0BHApvfrR7PoUTlg



   235 ก็มีแสงสีขาวค่อยๆสว่างขึ้น และสว่างขึ้นเรื่อยๆจนสุดขอบในตา และขาวโพลนเต็มตา   เราก็นอนนิ่ง   อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก  สักพักแสงสีขาวนั้นก็ค่อยๆสลายไป   คล้ายกับว่าเป็นประกายดาวที่ค่อยๆหายไป  

นั่นแหละ ธัมมุทธัจจ์ 451  หรือวิปัสสนูปกิเลส  ดู 450

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=samathijit&month=10-02-2023&group=5&gblog=63

 


Create Date : 30 ตุลาคม 2564
Last Update : 3 ธันวาคม 2566 17:02:39 น. 0 comments
Counter : 667 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space