กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะ ซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
พฤษภาคม 2567
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
space
space
15 พฤษภาคม 2567
space
space
space

จงละนั่นละนี่ แล้วจะได้เป็นนั่นเป็นนี่



https://pantip.com/topic/42708538

ความคิดเห็นที่ 10
จขกท. จะแนะนำเขายังไงนี่    450

> นั่งสมาธิแล้วเห็นแสงสีขาว สว่างเป็นดวงสีขาวลางๆ ต้องทำยังไงต่อไปครับ

  สวัสดีครับ ผมเคยนั่งสมาธิตอนอายุ 14 ที่สถานที่ปฏิบัติธรรม วัดตาลเอน ที่ จ.อยุธยา แล้วก็ไม่ได้นั่งอีกเลยเป็นเวลา 7 ปี แต่ตอนนี้กลับมาสนใจนั่งสมาธิ ผมเลยเริ่มนั่งวันแรกเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 67 ที่ผ่านมานี้ แล้วนั่งได้ 45 นาทีรวดเดียว ทำมาจนถึงตอนนี้แล้วเห็นแสงสีขาวๆรูปร่างเป็นดวงกลมๆ   สว่างเหมือนมีคนฉายไฟส่องหน้า  ผมควรจะทำยังไงต่อไปครับ  เช่น  กำหนดลมหายใจเข้า ออก ฝึกไปเรื่อยๆ หรือ ต้องภาวนายังไงครับ  เพราะตอนนี้ไม่ภาวนาเลย   ทุกครั้งที่นั่งผมจะรู้ตลอดเวลา ว่าตอนนี้หายใจเข้า หรือ ออก.
 



ความคิดเห็นที่ 10-1
เห็นแล้วมีประโยชน์อะไรล่ะครับ

ในเมื่อสิ่งที่เห็น ก็ไม่ใช่ของจริงแล้วมันช่วยให้ละอวิชชา ละความไม่รู้ได้อย่างไรล่ะครับ ก็คนที่นั่งแล้วเห็นเอง  ก็ยังไม่รู้เลยต้องมาเที่ยวถามคนอื่น  แล้วคนอื่นจะรู้มั้ยล่ะนั่น
*
ทำไมถึงไม่สนใจของจริงที่กำลังปรากฏอยู่ทางหู ตา จมูก ลิ้น กาย และใจ ให้รู้ตามความเป็นจริงล่ะครับ  ไปสนใจของปลอมอยู่ทำไม


ความคิดเห็นที่ 10-3
"ทำไมถึงไม่สนใจของจริงที่กำลังปรากฏอยู่ทางหู ตา จมูก ลิ้น กาย และใจ ให้รู้ตามความเป็นจริงล่ะครับ ไปสนใจของปลอมอยู่ทำไม"

แล้วนั้นพ้นจากกายใจตรงไหน เออ


ความคิดเห็นที่ 10-4
ทำไมถึงต้องพ้นจากกายใจล่ะครับ

แทนที่จะละอวิชชา ละความเห็นผิดว่าเป็นตัวเป็นตน มองให้เห็นสัจธรรมความจริงตามที่มันปรากฏ  แต่กลับจะหนีให้พ้นจากกายใจ จะบินหนีไปไหน  นั่งสมาธิให้ลืมของจริงที่เป็นอยู่  เพื่อหนีไปให้พ้นจากกายใจ   แล้วสุดท้ายก็ต้องกลับมาทุกข์เหมือนเดิมตราบใดที่ยังละอวิชชาไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 10-6
ก้าวแรกของการได้ดวงตาเห็นธรรม เปลี่ยนจากปุถุชน ไปเป็นพระโสดาบัน

ผู้นั้นจะสามารถละสักกายทิฏฐิได้โดยเด็ดขาด คือ ไม่เห็นโดยความเป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน อีกต่อไป
เหตุที่ ปุถุชนที่ยังมีกิเลส  มีสักกายทิฏฐิ  ก็เพราะการรับรู้สิ่งที่ปรากฏทางหู ทางตา ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ มันเกิดจากการเกิดดับๆๆๆ ของสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏอย่างสืบเนื่องต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว จนเห็นปะติดปะต่อกันเป็นรูปพรรณสัณฐานของคน สัตว์ สิ่งของ กลายเป็นการประชุมรวมกันเป็นกลุ่มก้อน

วิธีที่จะละสักกายทิฏฐิ หรือความเห็นผิดว่าเป็นตัวตนได้นั้น ก็จะต้องเพิกถอนฆนะ หรือความเป็นกลุ่มก้อนของสิ่งที่มาประชุมรวมกันให้แตกทำลายออก ไม่รวมกันเป็นคน สัตว์ สิ่งของ

การเจริญสติปัฏฐานสี่โดยปกติทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ  เพื่อให้สติพร้อมด้วยปัญญาเกิดขึ้นระลึกรู้สิ่งที่ปรากฏทางทวารทั้งหก   เพียงทีละหนึ่งทางไม่ปะปนกัน   จะเป็นหนทางเดียวที่จะเพิกถอนทำลายฆนะ หรือ เพิกถอนความเป็นกลุ่มก้อน   จนเห็นในความเป็นอนัตตา  ไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน อีกต่อไป จึงจะละอวิชชาความเห็นผิดได้

ไม่ใช่ไปรู้แสงสีขาว  รู้เพื่อประโยชน์อะไร  ในเมื่อเห็นแสงสีขาวในสมาธิแล้ว  แต่ดันไม่รู้ว่าคืออะไร จนต้องมาตั้งกระทู้ถามคนในพันทิป คือ สรุป เห็นแสงสีขาวแล้ว แต่ยังโง่ปัญญาทึบเหมือนเดิม แล้วจะเห็นไปเพื่ออะไร?


ความคิดเห็นที่ 10-7
นั่นพูดแบบบทสำเร็จ  พูดเอาแต่ได้  5555


235 จขกท. 607 พูดถึงอนัตตา (และศัพท์แสงทางธรรมอีกมากมายก่ายกองล้วนแล้วแต่ศัพท์ซึ่งมีความหมายสูงๆทั้งนั้น)  อนิจจัง  ทุกขัง   อนัตตา   ยกขึ้นพูดกันบ่อยๆ  จำได้  จำมาจากหนังสือ จากตำราทางพุทธศาสนา   

แต่ตัวอย่างที่ให้ดูนี่  450 ไม่ใช่จำได้   เขาเห็นจากการปฏิบัติ  จากปฏิปทา จากปฏิปัตติก็ได้เอา  121  การเห็นของจริงอย่างนี้แหละที่คนจำได้ไม่วันเข้าใจ  

ความคิดเห็นที่ 51
ขอบคุณค่ะ
รู้กาย รู้เวทนา รู้จิต รู้ธรรมนี่ได้ยินเขาสอนหมด เสียดายจำไม่ได้ ตอนฝึกก็ทำไม่เป็น

ตอนดิฉันเดินจงกรม  ช่วงนาที่ที่เห็นเป็นกายมันเดินเอง  ร้องให้เลย  ตอนนั้นรู้สึกว่าแม้ร่างกายมันยังไม่ใช่ของเราจะมีอะไรเป็นของเราบ้างหนอ  แบบนี้มันเกิดปัญญาใช่ไหม แต่มันแบบไม่ถึงที่สุด  ปัญญาแค่เสี่ยว  ต่อมาก็เลยหลงจนเพี้ยน

https://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2010/10/Y9785609/Y9785609.html

แม้ กท. ถามข้างบนซึ่งเป็นเบื้องต้นที่สุด  (จิตพอเป็นสมาธินิดๆคืออยู่กับอารมณ์ที่กำหนดนิดๆหน่อยๆ เอาล่ะปัญหาเกิดไปไม่เป็น) 

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=samathijit&month=10-02-2023&group=5&gblog=63

คนที่ท่องจำคำศัพท์ที่มีความหมายสูงๆทางธรรมได้ ก็ไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของเขาจนกว่าตนจะลงมือทำแล้วไปถึงจุดนั้นๆเอง  ถึงแล้วจะร้องอ๋อ มันเป็นยังงี้นี่เอง 11 

235 ผู้ที่ปฏฺิปทา คือ ลงมือทำจริงๆ  มักไม่พูดคำศัพท์  แต่จะพูดบอกว่าทำแล้วๆเล่าๆแล้วมันมีมันเป็นยังงี้ๆๆ  ควรทำยังไง 

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=samathijit&month=21-06-2021&group=5&gblog=21


235 สรุปตอนท้าย   เพียงแต่ว่า  การปฏิบัติกรรมฐาน, การเจริญภาวนา หรือในชื่ออื่นๆทำนองนั้น  ควรมีผู้รู้ภาคปฏิบัติจริงเป็นที่ปรึกษา (สอบอารมณ์)  ไม่ยังงั้นจะหลงจนเพ้อจนเพี้ยน  (ความคิดเห็นที่ 51) ส่วนการทำแบบเลียนแบบแล้วเก็งการรู้ธรรมะแบบอุปติสสะ เป็นต้นเอา  ไม่เป็นไรพูดกันไปว่ากันไปตามอัธยาศัยตามจริต 

 


Create Date : 15 พฤษภาคม 2567
Last Update : 16 พฤษภาคม 2567 5:39:32 น. 0 comments
Counter : 60 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space