กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
มกราคม 2565
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
space
space
27 มกราคม 2565
space
space
space

ถามเจ็บ


ถามเจ็บ 450

"ชาวพุทธเข้าใจคำว่าธรรม ว่า หมายถึงอะไรกันบ้างเหรอครับ"

https://www.facebook.com/groups/800582937198178/?hoisted_section_header_type=recently_seen&multi_permalinks=999530647303405


ทำความเข้าใจ "ธรรมะ"  "พระธรรม"  หัวข้อนี้นิดก่อน

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=samathijit&month=12-2021&date=17&group=31&gblog=15

ธรรม   สภาพที่ทรงไว้,  ธรรมดา,  ธรรมชาติ,  สภาวธรรม, สัจจธรรม,  ความจริง;  เหตุ,  ต้นเหตุ;  สิ่ง,  ปรากฏการณ์,  ธรรมารมณ์,  สิ่งที่ใจคิด;  คุณธรรม,  ความดี,  ความถูกต้อง,  ความประพฤติชอบ;  หลักการ,  แบบแผน,   ธรรมเนียม,  หน้าที่;  ความชอบ,   ความยุติธรรม;  พระธรรม,  คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า  ซึ่งแสดงธรรมให้เปิดเผยปรากฏขึ้น

   
บรรลุ    ถึง, สำเร็จ
 
ธรรมจักษุ      ดวงตาเห็นธรรม  คือ  ปัญญารู้เห็นความจริงว่า   สิ่งใดก็ตามมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา   สิ่งนั้นทั้งปวงล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา;    ธรรมจักษุโดยทั่วไป  เช่น ที่เกิดแก่ท่านโกณฑัญญะ    เมื่อสดับธรรมจักร   ได้แก่  โสดาปัตติมรรคหรือโสดาปัตติมัคคญาณ   คือ  ญาณที่ทำให้เป็นโสดาบัน
 
ธรรมดา   อาการหรือความเป็นไปแห่งธรรมชาติ;  สามัญ, ปกติ, พื้นๆ
 
ธรรมชาติ  ของที่เกิดเองตามวิสัยของโลก  เช่น  คน  สัตว์  ต้นไม้ เป็นต้น
 
  
ที่พูดกันทั่วๆไป  "บรรลุธรรม  บรรลุธรรม" หมายตนเองเกิดปัญญาญาณเห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่  ดับไปของธรรมชาติ  คือ รูป-นาม  ซึ่งก็ชีวิตนี้ กล่าวคือ ตัวเองนี่แหละ  9  ก็ต้องสืบไปที่เหตุอีกว่า  ตัวปฏิบัติแบบไหน  คือ ทำยังไง   ไปเทียบกับวิปัสสนาญาณ ๙  อีกด้วย  ไม่ใช่สะเปะสะปะอะไรก็ไม่รู้ บอกบรรลุธรรม   บรรลุธรรม  

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=samathijit&month=04-2021&date=06&group=1&gblog=12

เห็นตามที่มันเป็น ไม่ใช่เห็นตามที่เราอยากให้มันเป็น  หรือไม่อยากให้มันเป็น

172 170 172

ตัดมาจากหัวข้อใหญ่

    คุณสมบัติฝ่ายหมด และฝ่ายมี  ของบุคคลโสดาบัน ว่าโดยสาระสำคัญ  ก็เป็นอย่างเดียวกัน กล่าวคือ จะละสักกายทิฏฐิได้  ก็เพราะมีปัญญาหยั่งรู้สภาวธรรมที่เป็นไปตามเหตุปัจจัยพอสมควร  เมื่อเกิดปัญญาเข้าใจชัดขึ้นอย่างนี้  วิจิกิจฉาคือความสงสัยคลางแคลงใจก็หมดไป ศรัทธาที่อาศัยปัญญาก็แน่นแฟ้น พร้อมนั้น ก็จะรักษาศีลได้ถูกต้องตามหลักการ ตามความมุ่งหมายกลายเป็นอริยกันตศีล คือ ศีลที่อริยชนชื่นชมยอมรับ สีลัพพตปรามาสก็พลอยสิ้นไป  เมื่อจาคะเจริญขึ้น  มัจฉริยะก็หมดไป  เมื่อราคะ โทสะ โมหะเบาบางลง  ก็ไม่ตกไปในอำนาจของอคติ และราคะ โทสะ โมหะ เบาบางลง ก็เพราะปัญญาที่มองเห็นความจริงของโลกและชีวิต ทำให้คลายความยึดติด  เมื่อสิ้นยึดติด  ถือมั่นน้อยลง  ความทุกข์ก็ผ่อนคลาย และรู้จักความสุขที่ประณีตขึ้น

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=samathijit&month=05-2021&date=12&group=16&gblog=5


Create Date : 27 มกราคม 2565
Last Update : 28 มกราคม 2565 7:36:55 น. 0 comments
Counter : 297 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space