กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะ ซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
ธันวาคม 2566
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
1 ธันวาคม 2566
space
space
space

จิตเดินทาง


     เดินทางไปได้ไกลอยู่ แต่ว่ายังหวั่นไหวต่อสภาพแวดล้อมข้างๆทาง นั่นแปลว่า จิตใจยังไม่เป็นกลาง (อุเบกขา) จะต้องเดินไปอีกๆๆ

ตัวอย่าง 450


     ผมนั่งสมาธิโดยการกำหนด ยุบหนอ-พองหนอ โดยกำหนดจิตรับรู้การเคลื่อนของกระเพาะอาหารเวลาลมหายใจเข้าไปและออกมาครับ

     กระผมคิดเอาเองว่าคงนั่งได้ประมาณ 2 ชม.ได้แล้ว และผมก็ได้รู้สึกว่า  ร่างกายของผมเหมือนไม่มี เหมือนจิตผมหยุดนิ่งอยู่ที่ใดที่หนึ่งโดยไม่รู้ว่า สิ่งที่ผมกำหนดตอนแรก  หายไปไหน ลมหายใจของผมประหนึ่งกับดับไป  ผมพยายาม กำหนดต่อไป

แต่คราวนี้มันกำหนดยุบหนอ  พองหนอ  ไม่ได้เสียแล้ว  เพราะเหมือนกับว่าร่างกายนี้ไม่มีอยู่ครับ

ผมเลยใช้การกำหนดดูจิต  ที่ยังพอรู้สึกได้อย่างเลือนลางนั่นต่อไป  จนผมเริ่มเกิดความรู้สึกขึ้นมาอีกครั้ง คือ ผมไม่ได้หายใจ แต่ใจผมยังคงหยุดอยู่ที่สิ่งแรกอยู่ แต่รู้สึกสิ่งนั่น ที่ใจนึกถึงนั่น มันเด่นชัดมากขึ้น ผมนั่งต่อไปอีกสักระยะหนึ่งครับ แต่ไม่รู้ว่าจะกำหนดอะไรต่อไปแล้ว เพราะเหมือนรู้สึกว่า ไม่มีอะไรเลยครับ เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างหายไปหมด คือ เหมือนร่างกาย ก็ไม่มี และสิ่งรอบข้าง ก็หายไปหมด เหมือนกับว่าไม่มีอะไรอยู่ข้างกายแบบนี้อ่ะครับ

     ผมเลย นึกในใจอยากออกจากสมาธิ ก็เริ่มรู้สึกถึงร่างกายของผมเองขึ้นมาที่ละนิด ๆ แล้วก็รู้สึกว่า มีสิ่งแวดล้อมรอบตัว กลับมาอีกครั้ง รู้สึกถึงการหายใจขึ้นมาอีกครั้ง ผมค่อยๆๆ ถอดออกจากสมาธิ แล้วลืมตา
ในตอนนั้น ในตอนที่รู้สึกถึงร่างกายอ่ะครับ  ผมกลับมีความรู้สึกอีกอย่าง  เข้ามาในใจอย่างรุนแรงมาก คือ เหมือนว่าร่างกายผมอ่ะครับมันสกปรกมาก เหมือนกับซากศพอะไรซักอย่าง  (ไม่ได้กิเลสนะครับ แต่เป็นความรู้สึกในตอนนั้น)  และผมก็เกิดความกลัวไปหมด กลัวจะผิดศีล 5 กลัวภัยในแต่ละวันเหมือนจิตจะฟุ้งซ่านมากในขณะนั่นเลยครับ

     หลังจากคืนนั่น ในคืนต่อ ๆ มา ผมก็นั่งสมาธิตามปกติ และก็ได้รับรู้ความรู้สึกเช่นที่เป็นมา ทุกคืนติดต่อกัน แต่ทุกๆ คืน จนถึงวันนี้ ผมเหมือนกับเบื่อหน่าย ที่จะทำงาน ไม่อยากเจอหน้าภรรยา ไม่อยากเจอหน้าพ่อแม่ ไม่อยากเจอหน้าลูก เหมือนเบื่อหน่ายทุกสิ่งในโลก อาหาร แม้แต่ตัวเองวัน ๆ อยากนั่งทำสมาธิ เพราะในช่วงที่เล่าให้ฟัง มันมีความสุขมาก เหมือนผมลืมทุกอย่างไปเลย

ในสิ่งที่ผมถามและอยากรู้นะครับ คือ

       1. ผมปฎิบัติผิดตรงไหนหรอเปล่าครับ

       2. ถ้าไม่ผิด ผมจะปฎิบัติยังไงต่อครับ

       3. สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมในขณะนั่นมันคืออะไรกันแนะครับ

     วันต่อมา เมื่อวานนี้ ได้นั่งพิจารณาอารมณ์และตามดูจิต ยืน เดิน นั่ง นอน ได้แทบทั้งวัน รู้สึกถึงความเย็น สงบ ใครนินทา กล่าวร้าย ไม่รู้สึกเสียใจอะไรเลย มันนิ่งได้ทั้งวันจริง ๆ

     พอตกดึก มาเจริญสติอีกครั้ง คราวนี้ มีอาการเช่นเดิม คือ เหมือนสภาพร่างกายหายไปแบบตอนแรกแต่ ครั้งนี้ เกิดนิมิตเป็นลูกแก้วใสสว่าง ขึ้นมา จากลูกเล็กๆๆ กลายเป็นลูกใหญ่ แล้วคือเวลาเราหลับตาอ่ะครับ  มันจะดำๆๆ ใช่ไหมครับ  แต่พอ ลูกแก้วขนาดจนเต็มความรู้สึกเหมือนสว่างไสวไปหมด เป็นสี ขาว มีประกาย ทั่วที่หลับตาอยู่นั่นเอง และพอกำหนดให้มันเล็กลง มันก็เล็กได้ดังใจ เหมือนกับว่า ในขณะนั่นจิตจะสั่งการอะไร ได้หมด

     ความรู้สึกเบื่อหน่ายเริ่มหายไปแล้ว  แต่รู้สึก กายนี้มีแต่ทุกข์ จิตนี้ก็มีแต่ทุกข์ สิ่งใดๆ ก็ทุกข์ เกิดแล้วดับ วนเวียนไปไม่หมดสิ้น พิจารณาอยู่นานเหมือนกัน ตอนนั่นไม่รู้สึกอะไรแล้ว ลมหายใจขาดหายไป ความรู้สึกรอบตัว อาการเย็น ร้อน อ่อน แข็งรอบ ๆ ตัว หายไป หลังจากกำหนด ลูกแก้ว ให้เล็กจนหายไป  ภาพกลับมาเหมือนตอนหลับตาปกติ 
คราวนี้  เกิดนิมิตใหม่  คือ  ได้เห็น  ช่วงเวลาตอนบ่าย  ตอนเช้า ทุก ๆ ขณะที่กระทำสิ่งใดไปในแต่ล่ะวัน ค่อยๆ ปรากฎเป็นภาพอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกับว่า ได้กลับไปอยู่ในสถานการณ์นั่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง ได้เห็น สิ่งที่ทำไป ในอดีต ค่อย ๆๆ ผุดขึ้นมาที่ละนิดๆ จนได้รู้สึกถึงตอนวัยรุ่น  ตอนเด็กๆๆ ได้ทำอะไรลงไปบ้าง บางขณะ ได้ทำอะไรดีดี  จิตก็รู้สึกดี  ก็ตามพิจารณารู้ว่ารู้สึกดีตลอด  บางขณะ ได้ทำอะไรชั่ว  ก็ได้ตามพิจารณาว่าทำชั่ว  สภาพจิตเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง  รู้ถึงตอนที่พ่อมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล  พอถึงตอนนี้  ในความรู้สึกเหมือนน้ำตาไหล  ที่เห็นพ่อแม่อยู่ด้วยกัน  (ความเป็นจริงไม่อยู่แล้ว) เลยอธิฐานขอออกจากสมาธิ ภาพเหล่านั่นก็หายไป แล้วความรู้สึก ถึงสภาวะรอบตัว และร่างกายกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ออกจากสมาธิครับ

     สิ่งที่ผมเห็น ผมคิดไปเอง หรือเปล่าครับ หรือว่าผมปฎิบัติอะไรผิดอีกแล้วคราวนี้ ความรู้สึกหลาย ๆ อย่าง ไม่เคยจำได้  แต่เห็นเป็นภาพอย่างชัดแจ้ง  เมื่อเช้าได้ถามแม่ ในหลายๆเรื่องที่จำไม่ได้ แต่เห็นในนิมิตนั่น แม่ก็บอกว่าจริงทุกเรื่อง และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตของผมจริง ๆ

     ช่วยแนะนำการปฎิบัติต่อไป  ให้ผู้โง่เขลาในธรรมด้วยครับ ไม่อยากยึดติดกับอะไร ให้เป็นทุกข์อีกต่อไป.


235 สภาวะเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ สิ่งนั้นดับสิ่งนี้เกิด เกิดๆดับๆ ไม่มีสภาวะใดคงที่ยั่งยืน  ความคิดใดความรู้สึกใดๆที่ยั่งยืนหามีไม่


เย    ธมฺมา   เหตุปฺปภวา    เตสํ   เหตํุ   ตถาคโต

เตสญฺจ  โย  นิโรโธ   จ     เอวํ  วาที  มหาสมโณ.
 


Create Date : 01 ธันวาคม 2566
Last Update : 6 ธันวาคม 2566 17:16:39 น. 0 comments
Counter : 281 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space