กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะ ซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
พฤษภาคม 2564
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
space
space
13 พฤษภาคม 2564
space
space
space

นั่งสมาธิแล้วตัวหาย


ตัวอย่าง  450


นั่งสมาธิแล้วตัวหาย

     นั่งสมาธิแล้วหายทั้งตัวเลยค่ะ  ปกติจะหายแค่ตัว แขน ขา หาย   แต่ทีนี้ศีรษะก็หายไปด้วยค่ะ รู้สึกว่ามันแว๊บเหมือนอะไรแตก  แล้วศีรษะก็หายไปเลยค่ะ  (สรุปว่าหายไปทั้งร่าง)  จากนั้นมันก็เห็นแสงสว่าง (เวลาคิดในเรื่องกุศล หรือนึกถึงองค์พระ) มืดสนิท  เมื่อไม่ได้คิดอะไร ตัวเอียง เหมือนจะตกจากที่สูง โดนดูด หมุนๆๆๆๆ เขย่าๆๆด้วย แล้วก็รู้สึกเหมือนถูกเท ตกจากที่สูง รู้สึกหวิวๆ
ตอนออกจากสมาธิมือเย็นมากเลยค่ะ .... เมื่อก่อนเคยมีปัญหาตัวแข็ง ใช้เวลานานกว่าจะออกจากสมาธิ ต้องกำหนดอย่างไรดีคะ


อีกรายหนึ่ง 450


     เราเริ่มการภาวนาจากการสวดมนต์ค่ะ เริ่มวันแรกตัวสั่นถามอาจารย์ท่านบอกว่าเป็นปิติ เราก็ยังภาวนาต่อทีนี้เริ่มนั่งสมาธิด้วย

     หลังจากนั้นประมาณ 5-6 เดือน เรานั่งสมาธิและถือศีลแปดด้วยทำเป็นประจำรวมทั้งนอนสมาธิด้วยค่ะ จนกระทั่งวันหนึ่ง...เราภาวนาอยู่ทุกอารมณ์ ทุกลมหายใจ เราล้มตัวลงพักผ่อนขณะมองดูลมหายใจไปตัวก็หายไปค่ะ ตอนนั้นเราตกใจแล้วหลุดออกมา
เราก็ถามรุ่นพี่นะคะ   ท่านบอกว่าคราวหน้าให้ดูย้อนตรงๆไปเลย  แต่ใจเราบอกว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำไม่ได้แน่นอน  ก็ละไปแต่รักษา ศีล สวดมนต์เอาค่ะ

วันหนึ่ง  เราหลับเห็นแสงสว่างมากๆตั้งอยู่รอบข้างกว้างไพศาลพูดไม่ถูก เราก็มอง มันพูดยากมากแต่เหมือนเราพิจารณาแสงนั้นแล้วมันทวนย้อน  (อธิบายไม่ถูกจริงๆค่ะ)  ตื่นมาก็อิ่มมาก ทุกอย่างกระจ่างไปหมด เบา สบาย

หลังจากนั้นเราได้งานก็เลยละภาวนาไปเยอะ แต่ก็ยังรักษาศีลอยู่

ต่อมาก็ยังมีอีกช่วงหนึ่งเรามีเรื่องในชีวิตให้คิดไม่ตก รู้สึกเหมือนมีอะไรปั่นอยู่กลางอกแล้วดีดออก ปั่นๆแล้วดีดออก นอนก็ปั่นๆอยู่ทั้งคืนนอนไม่ได้เลย จนกระทั่งมันปิ๊ง! เหมือนตัดเรื่องนั้นขาดเห็นต้นเหตุ-การแก้ไข-การวาง (ตอนนั้นก็น้อมมาพิจารณาแหล่ะค่ะ)  อะไรบางอย่างถึงจะยอมลงให้แล้วจะรู้สึกปลง ปล่อย

จนเมื่อเร็วๆ นี้ที่ทำงานพาเราไปวัดค่ะเพื่อบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ท้ายกระบวนการเขาก็ให้ขึ้นนั่งสมาธิเราก็นั่งข้างๆพัดลมเหล็กๆค่ะ    เราไม่ได้นั่งเอาจริงเอาจังเลยนะคะ ก็สักแต่นั่งตามลมไปแต่กลับรู้สึกว่าร่างกายใจหายทุกอย่างนิ่ง ตอนแรกได้ยินเสียงพัดลมแล้วเสียงพัดลมก็หายไป ดับนิ่งสนิท ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเราก็ตกใจหลุดออกมา...แบบวู้บ...ทีนี้ร่างกายเราสั่นแบบควบคุมไม่ได้เลย นั่งสะท้านจนเราไปขอให้หลวงพี่เล่าธรรมะให้ฟังถึงคลายลง

ขออนุญาตสอบถามค่ะว่า เราควรทำอย่างไรต่อไปดี ตอนนี้ตัวเราเค้าไม่เอาแล้ว...กลัว...แหยงๆ...ไม่แตะเลย  รักษาศีลยังรักษาอยู่  แต่พอจะนั่งเหมือนเขาร้องว่าไม่เอาๆกลัว อยากให้ทราบว่ามันทรมานจริงๆค่ะเคยปฏิบัติได้แต่ปฏิบัติไม่ได้กลัวอะไรก็ไม่รู้

เราอยากปฏิบัติต่อมากๆ...เราควรไปหาพระอาจารย์สักคนไหมคะเพื่อขอแนวทาง

https://pantip.com/topic/37070740

5

     ผู้ปฏิบัติธรรม, ปฏิบัติกรรมฐาน, นั่งสมาธิ, ภาวนา ฯลฯ  ทำถูกกันทุกคน  ไม่มีอะไรผิดทางเลย  แต่ขาดนิดเดียว  คือ วิธีปฏิบัติเพื่อให้ก้าวต่อไปๆ   วิธีก็อย่างที่แนะนำไปทุกๆหัวข้อแล้ว  ก็คือ ให้กำหนดตามสภาพของมัน    ที่หูไม่ได้ยินเสียง  เห็นแสงสว่าง  นั่นนี่   เป็นอาการเริ่มแรกของสมาธิทั้งนั้น   

    ข้อสังเกตอีกอย่าง  คือ ผู้ปฏิบัติเริ่มเจริญสมาธิภาวนา หรือจะเรียกชื่ออะไรแล้วแต่  ฝึกทำแบบมีเครื่องมือไม่ครบ   เช่น  คนใช้พุทโธ  ก็พุทโธๆๆๆๆๆ ไปอย่างเดียว.  คนดูลมเข้าออกๆๆๆๆๆอย่างเดียว.   วิธีปฏิบัติใดๆที่แนะนำกันให้ว่าไปอย่างเดียวๆนั้น  ซึ่งขาดวิธีตามสภาวธรรมที่ปรากฏแก่ตนไป  พูดให้เห็นภาพว่ามีเครื่องมือไม่ครบที่จะปฏิบัติแบบนี้   

    ว่าไปอย่างเดียว  ต้องใช้กับสิ่งที่เป็นรูปธรรม  เช่น กสิณ หรือสิ่งที่อยู่กับที่ข้างนอก   ยกตัวอย่าง ฝึกสมาธิโดยใช้  กสิณดิน   ท่านให้บริกรรมภาวนา อย่างเดียว ปฐวี กสิณังๆๆๆ   เรื่อยไปอย่างเดียวแบบนี้ได้  

    ทีนี้  ผู้ที่ใช้สิ่งที่เคลื่อนไหว  เช่น ลมหายใจเข้าออก (ซึ่งมันเนื่องอยู่กับชีวิตจิตใจ)  แล้วบริกรรมพุทโธ ธัมโม สังโฆ ไปอย่างเดียว, ดูลมเข้าลมออกอย่างเดียว  ซึ่งต่างจากการใช้วัตถุภายนอก เช่น กสิณ เป็นต้น ครั้นเราว่าย้ำๆอย่างเดียวอย่างนั้นถึงระดับหนึ่งจิตพอสงบๆ  สภาวธรรมหลากหลายปรากฏให้เห็น   ตอนนี้ปัญหาเกิด  ดังตัวอย่างที่นำมาบอกไว้ชัด   

    ผู้ใช้ พอง-ยุบ เป็นอารมณ์  ก็เช่นกัน  หากแนะนำกันและกันให้ว่าพองยุบๆๆๆๆ อารมณ์เดียวอย่างเดียว   ก็ไม่ต่างกับผู้ใช้วิธีอื่นๆซึ่งว่าย้ำอย่างเดียว เกิดสภาวะแล้วไปไม่ถูกเช่นกัน   เริ่มต้นต้องฝึกใช้เครื่องมือให้ครบ คือว่า สภาวะใดเกิดก็ต้องกำหนดรู้ตามที่มันเป็น  สรุปเข้าใน กาย เวทนา จิต ธรรม  

    ตัวอย่างที่ยกมาทั้งเพ  เริ่มต้นยังไม่มีปัญหา   แต่ว่าไปถึงระดับหนึ่ง  สภาวะปรากฏ เช่น ตัวหาย  มือหาย  ลมหายใจหาย  ตกใจ  กลัว  เห็นนั่นนี่   ได้ยินเสียงนี่ๆนั่นๆ เกิดอาการอย่างนั้นอย่างนี้ ตัวโยก ตัวเอียง  ไปไม่ถูกแก้ปัญหา (แก้อารมณ์)  ไม่เป็น  เพราะถูกแนะนำให้ว่าไปอย่างเดียวด้วยประการฉะนี้แล.     

   227ตัวอย่างกสิณ ซึ่งใช้วัตถุภายนอก ตย.ล่าง ใช้ลมหายใจเข้าออก (อานาปานะ) ซึ่งเนื่องกับชีวิตจิตใจปัญหาเยอะ
 

      สติทำกิจสำคัญทั้งในสมถะ และในวิปัสสนา   ในสมถะ  นิยมให้เลือกกำหนดอารมณ์บางอย่าง  ในบรรดาอารมณ์ที่สรรแล้ว  ซึ่งจะเป็นอุบายช่วยให้จิตใจสงบแน่วแน่ได้ง่าย   ส่วนในวิปัสสนาใช้อารมณ์ได้ทุกอย่างไม่จำกัด   สุดแต่อะไรปรากฏขึ้นให้พิจารณา และอะไรก็ตามที่จะให้เห็นความจริง  สรุปลงได้ทั้งหมดใน  กาย  เวทนา จิต ธรรม หรือ ในามและรูป

 

227 ตัวอย่างดังกล่าวแล้ว  เขาใช้อานาปาน-สติ  (ลมเข้าลมออก)  ว่าไปอย่างเดียว จะใช้พุทโธ หรือดูลมเฉยๆก็ตาม  เมื่อทำถึงระดับหนึ่งคือจิตเริ่มๆจะสงบ  สภาวะหลากหลายก็ปรากฏตามธรรมดาของมัน  ทีนี้ไปไม่ถูกล่ะ

 


Create Date : 13 พฤษภาคม 2564
Last Update : 1 ธันวาคม 2566 10:54:07 น. 0 comments
Counter : 1563 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space