#### รีวิวหนังสือดวงใจในสายลม - เจ็บปวดแต่งดงาม ####



สวัสดีค่าาาาาาาา









ได้เวลารีวิวหนังสืออีกเล่มที่ได้ยินคนชมเยอะนะคะ กับเรื่องนี้ค่ะ





ดวงใจในสายลม

เขียนโดย กีรตี ชนา
สำนักพิมพ์ อรุณ
จำนวนหน้า 603 หน้า
ราคาปก 425 บาท




เรื่องย่อ


นีรา หญิงสาวผู้ใช้ชีวิตอยู่กับแม่และปาลีน้องชาย เนื่องด้วยพ่อแยกออกไปมีครอบครัวใหม่ เธอคบหาอยู่กับผไท ชายหนุ่มที่โดยฐานะแล้ว ดีกว่าเธอมาก และนั่นทำให้ครอบครัวของชายหนุ่มมีทีท่าที่จะไม่ยอมรับเธอนัก อย่างไรก็ตามสิ่งดังกล่าวไม่ได้ขัดขวางความรักและความตั้งใจที่จะสร้างครอบครัวด้วยกันระหว่างผไทและนีราเลยแม้แต่น้อย แม้ในวันที่ผไทต้องไปอยู่ถึงประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ทั้งคู่ก็ยังคงร้อยเกี่ยวกันไว้ด้วยจดหมายที่เขียนหากันอย่างสม่ำเสมอ จนวันหนึ่งเมื่อนีรามีโอกาสที่จะได้ไปพบกับผไทที่อเมริกา และผไทเองก็ตั้งใจที่จะเซอร์ไพรซ์คนรักของเขา แต่แล้ว...ก็เกิดเหตุอันไม่คาดฝันขึ้น





ความรู้สึกที่ได้อ่าน (มีสปอยล์นะคะ)


ร้องไห้มากร้องไห้มายยย


นิยายเรื่องนี้เราเลือกมาอ่าน เพราะเหมือนไปผ่านตาที่ไหนสักแห่งว่าคนชอบนิยายเรื่องนี้กันเยอะมากๆ เลยลองสั่งซื้อมาอ่านดูค่ะ

เป็นนิยายรักที่มีความละเมียดมาก แต่ก็เศร้ามากด้วยเช่นกันค่ะ 



คนอ่านเขียนได้อ่านได้อย่างไหลรื่นมาก สำนวนละเมียด มีความละเอียดอ่อนทางความรู้สึกของความรักอยู่เป็นระยะ เวลาอ่านนิยายเรื่องนี้เหมือนได้อยู่ริมแม่น้ำที่มีแม่น้ำไหลเอื่อย ให้ความเย็นชื่นใจน่ะค่ะ แต่ไปๆ มาๆ จู่ๆ ก็มีคลื่นน้ำมาซัดเราตกลงไปในแม่น้ำของน้ำตาซะงั้น ช็อตแรกก็แล้ว แล้วไปจบแบบนั้นอีก...กะให้จมลงถึงก้นพื้นกันเลยทีเดียว



ซึ่งความละเมียดนั้น นอกจากสำนวนการเขียนแล้ว เราว่าส่วนหนึ่งเพราะเวลาที่เกิดเรื่องราวนั้น...น่าจะเป็นในยุคที่ยังไม่มีสื่ออินเตอร์เนตที่ทำให้อะไรต่อมิอะไรรวดเร็วฉับไวเสียจนความเนิ่นช้าบางอย่างที่เคยสวยงามกลับกลายเป็นความน่าเบื่อหน่ายไปแล้วอย่างในสมัยนี้ เพราะตัวเอกทั้งคู่ ยังคงสื่อสารกันด้วยการเขียนจดหมายเป็นหลัก (ถ้าสมัยนี้ ก็คงเป็นวีดิโอคอลล์กันไปซะมากกว่า) ซึ่งนั่นทำให้คนอ่านได้ซึมซับความรู้สึกนึกคิดของตัวละครได้จากตัวอักษรได้อย่างเต็มที่




นอกจากนั้นการใช้โลเคชั่นต่างประเทศนั้น ไม่ใช่แค่เพราะผู้เขียนต้องการความแปลกใหม่ของสถานที่ แต่ยังมีการแทรกข้อคิด การดำเนินชีวิตในอีกซีกโลกหนึ่งให้คนอ่านได้เรียนรู้และพิจารณา ซึ่งคนเขียนเองก็ยังฉลาดที่จะไม่พูดแต่ข้อดีเท่านั้นด้วย ทำให้คนอ่านได้ข้อมูลทั้งดี-แย่ของการใช้ชีวิตที่นั่นด้วยค่ะ ซึ่งน้อยเรื่องมากนะคะที่จะเขียนในลักษณะนี้




อ่านเรื่องนี้แล้วก็คิดหลายอย่าง ถ้าเราเป็นนีรา และเราเลือกได้...เราจะทำแบบเธอไหม ในครั้งที่สองของชีวิต (ไฮไลท์สปอยล์) กับการที่ต้องจากคนรักคนแรกโดยไม่ทันตั้งตัว และความรักอย่างเต็มเปี่ยมที่ยังมีให้เขา กับการจากคนรักคนที่สอง ทั้งที่รู้ว่าการตัดสินใจนั้น มีโอกาสเสี่ยงที่จะต้องสูญเสียอีกครั้ง และใจต้องเจ็บปวดจากการจากตายกับคนที่ตัวเองรักอีกครั้ง...เป็นเรา...เราจะยอมเจ็บปวดอีกครั้งไหม (หมดสปอยล์)



รวมทั้ง จากเป็นกับจากตาย...อันไหนมันเศร้ากว่ากันนะ

สำหรับเรา เราเคยจากเป็นกับคนรัก จากตายกับป๊า...มันเจ็บปวดต่างกัน แต่อย่างไรสำหรับเราแล้ว จากตายเจ็บปวดน้อยกว่า ถึงใครบางคนจะเคยบอกว่า ที่จริงจากเป็นน่าจะเจ็บน้อยกว่านะ เพราะอย่างไร คนที่เรารักก็ยังอยู่บนโลกนี้ ได้รู้ว่าเขามีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง 


แต่...ไม่รู้สิคะ

เราอาจจะรักตัวเองมากไปมั้ง การจากเป็น นั่นคือ เขาจากเราเพราะความรักที่มีให้เรามันหมดแล้ว สำหรับเราแล้ว...มันเจ็บปวดกว่าการจากตาย โดยที่ต่างฝ่ายต่างยังรักกันอยู่นะ เพราะอย่างน้อย...ความรักที่มีระหว่างกันมันยังอยู่น่ะ อืมม์...



นอกจากนั้นเราว่าความมีเสน่ห์อีกอย่างของนิยายเรื่องนี้คือ มีการสอดแทรกความเป็นจริงของชีวิต ข้อคิดที่หากคนอ่านคิดตาม พิจารณาตามแล้ว...ก็น่าจะทำให้ตัวเองเติบโตขึ้นด้วยนะคะ


หรือแม้กระทั่งจุดเปลี่ยนที่ทำให้นางเอกยอมรับ...ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่ทำให้เราไม่คิดไปได้ว่า นางเอกเปลี่ยนใจง่ายเกินไป แต่เรื่องที่อีกฝ่ายทำให้นั้น ไม่แปลกใจหรอกที่จะทำให้นีราใจอ่อน เป็นเราเราก็ใจอ่อนนะ





นอกจากนั้นนิยายเรื่องนี้ โลเคชั่นหลักๆ นอกจากในไทยแล้ว ก็คือที่ประเทศอเมริการค่ะ ทำให้อ่านแล้วอยากไปอเมริกาฝั่งที่เป็นโลเคชั่นในเรื่องเลย อยากไปตามรอย อยากเห็นทุ่งป๊อปปี้ที่บรรยายไว้ในนี้อ้ะว่าจะสวยงามขนาดนั้นไหม (ดูจากหน้าปกเอาค่ะ ตรงกับที่บรรยายในนิยายเลยแหละ) 



สรุปแล้วเป็นนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่อ่านได้รื่นและลื่น งดงามละเมียด และสะเทือนใจค่ะ เป็นอีกเล่มที่คอนิยายไทยไม่ควรพลาดนะคะ



สำหรับความผิดพลาดการพิสูจน์อักษร เท่าที่เห็นมีจุดเดียวนะคะคือที่หน้า 536 ซึ่งเครื่องหมายคำพูดปิดหายไปค่ะ นอกนั้นไม่มีเลย ซึ่งถือว่าอยู่ในมาตรฐานที่ดีค่ะสำหรับหนังสือที่หนาขนาดนี้ 555




ปิดท้ายด้วยข้อความที่ชอบๆ จากหนังสือเล่มนี้นะคะ




"วันที่พ่อพาแม่หนีนั้น คุณตารู้สึกระแวงอยู่แล้วจึงให้คนไปเฝ้าที่สถานีรถเมล์และสถานีรถไฟ คุณตาเป็นพ่อค้าที่มีอิทธิพลมาก รู้จักตำรวจที่เฝ้าด่านทางหลวง รถยนต์ผ่านก็เรียกตรวจได้ทุกคัน แม่กับพ่อจึงหนีโดยเดินตามทางรถไฟตอนเช้ามืด เราไม่ไปที่สถานีเพราะกลัวคนเห็น แต่หลบออกมาไกลแล้วเดินมุ่งหน้าไปสถานีถัดไป ซึ่งห่างออกไปถึงห้าสิบกิโล เพื่อไปขึ้นรถไฟอีกขบวนหนึ่งซึ่งมาจากจังหวัดอื่น เดินตั้งแต่เช้าจนมืดเลยนะลูก เดินนับไม้หมอนทางรถไฟ วันนั้นแม่รู้ว่าชีวิตของแม่ แม่ให้กับคนคนนี้คนเดียว เราเสียสละทุกสิ่งเพื่อคนที่เรารักและมั่นใจว่าเขาก็รักเราเท่าเทียมกัน

"แม่รู้จักพ่อของนีไม่ถึงปี แล้วแม่ก็มอบชีวิตที่เหลือให้กับเขา แต่ลูกเห็นไหม ไม่มีอะไรที่แน่นอนเลย สิ่งที่ดีที่สุดที่พ่อของนีให้กับแม่ก็คือลูกทั้งสี่คนของแม่ ส่วนความรักความผูกพันที่แม่มีกับเขานั้นมันตายไปนานแล้ว ตายไปตั้งแต่วันที่แม่รู้ว่าเขามีผู้หญิงอื่น เหมือนกับเขาได้ฆ่าแม่ด้วยความไม่ซื่อสัตย์ของเขา แล้วก็ฆ่าแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"นีจำไว้นะลูก ว่าเมื่อลูกรักใคร ลูกต้องใช้เวลาดูเขาให้รู้จักเขาจริงๆ ทั้งด้านดีและด้านไม่ดีของเขา คนเรารักใครมักจะมองเห็นแต่สิ่งดีงาม เราจะพยายามไม่คิดถึงข้อบกพร่องจนลืมส่วนที่ไม่ดีของเขา ให้เวลากับความรักนะลูก โอกาสที่จะอยู่กับเขาอย่างมีความสุขจนตายจากกันมันจะมากกว่ารีบร้อนหาความสุขจากความรักที่เราไม่น่ใจแล้วก็ต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเหมือนกันแม่"






ส่วนหัวใจของผู้หญิงที่ให้ไตกับอนิต้านั้นถูกส่งไปที่โรงพยาบาลในวอชิงตัน ดี. ซี. เพราะมีผู้ป่วยที่อยู่ในระยะสุดท้ายของโรครอการผ่าตัดอยู่ที่นั่น ผมได้ยินเรื่องราวจากน้านงแล้วเกิดความรู้สึกที่ดีกับครอบครัวของผู้ตาย และความรู้สึกดีๆ กับผู้ที่โชคดีได้มีชีวิตจากการอุทิศของคนที่ไม่เคยรู้จักกันเลย ผมอยากให้เมืองไทยทำแบบนี้บ้าง เพราะการอุทิศอวัยวะผ่านกองทะเบียนขับขี่รถยนต์จะเป็นการอุทิศโดยตรงที่สุด เพราะอุบัติเหตุของบ้านเรานั้นเกิดขึ้นมากโดยการขับรถยนต์...





ผู้สูงวัยถอนใจยาว ช่วงเวลาที่ผ่านมาของชีวิตสอนให้นางรู้ว่าไม่มีอะไรที่แน่นอนเลย แต่นางก็รู้เช่นกันว่า ความรักนั้นอยู่ที่จังหวะชีวิตและโชคชะตาของแต่ละคนอีกด้วย นางเห็นใจในความรักของบุตรสาว และปลาบปลื้มความรักที่ผไทมีให้หล่อน หากแต่ว่าอนาคตคือสิ่งที่ไม่แน่นอนที่สุด

"ไปเถอะลูก ไปหาเขา จะแต่งหรือไม่แต่งก็เป็นเรื่องที่เขากับนีต้องช่วยกันคิด แม่อยากจะบอกนีว่าคิดให้ไกล แต่แม่ก็จะไม่บอกอย่างนั้น เพราะแม่เองคิดว่า ถ้าเรามีความสุขก็น่าจะตักตวงมันให้เต็มที่ วันข้างหน้าเราไม่เห็น ถ้าเรารอที่จะมีความสุขในวันข้างหน้า แต่ละเลยที่จะเก็บเกี่ยวความสุขวันนี้ วันที่เรามองเห็นความสุข วันที่เรามีชีวิต มีเวลาอยู่กับมัน วันข้างหน้าอาจจะมาไม่ถึง และเราก็จะเสียดายและเสียใจ"





"คนเราถ้ารักกันมาก ในความคิดของพี่ ถ้ารักมากเหมือนกับที่พี่รักนีราและนีรารักพี่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ชีวิตหรือร่างกายจะต้องจากกัน ความรักที่อยู่ในใจของเรา อยู่ในวิญญาณความสำนึกของเรา มันก็จะไม่สูญหาย ความรักของคนสองคนที่เกิดจากความรู้สึกร่วมกัน มันหลอมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ไม่มีอะไรแยกได้หรอก สำหรับคนอื่นพี่ไม่รู้ แต่สำหรับพี่ พี่คิดอย่างนั้น"





"เราต้องเอาใจช่วยเขาให้เขาแข็งแรง ให้เขามีชีวิตต่อไป ความตายเป็นเรื่องธรรมดานะไมร่า ทุกคนก็ต้องตายทั้งนั้น ไม่ช้าก็เร็ว แต่ถ้าเรากลัวว่าเราจะต้องเสียใจที่เขาตายแล้วเราได้รู้จักเขา แม่ว่าถ้าเราคิดอย่างนั้น เราจะไม่เข้มแข็ง..."






(โคว้ทนี้สปอยล์ค่ะ)

"จริงๆ นะพี่โรส แม่เคยบอกนีว่า ไม่มีอะไรหรือใครที่จะอยู่กับเราไปตลอดกาล คนเราถ้ามีความรักและมีคนรัก ไม่ว่าจะได้แต่งงานกันหรือเปล่า คนเราก็จะต้องจากกับคนที่เรารัก ไม่จากเป็นก็จากตาย อย่างผไทกับนีรักกันมาก เขายังจากไปเลย"

"แต่ใช่ว่าเขาจะอยากจากนีไปนะ"

"สิ่งที่ำให้นีรู้สึกเหมือนหมดกำลังใจที่จะอยู่ต่อไปก็คือ นีไม่มีโอกาสจะใช้ชีวิตกับเขา ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขาจริงๆ อย่างที่เราตั้งใจกันไว้ ชีวิตน่ะมันไม่แฟร์พี่โรส"

"ไม่มีอะไรแฟร์ในโลกนี้หรอกนีรา อยู่ที่เราเอง ว่าเราจะยอมรับและต่อสู้กับชีวิตได้อย่างไร"






โคว้ทนี้สปอยล์นะคะ


"เลวร้ายหรือ สิ่งเลวร้ายที่สุดของคุณก็คงจะเป็นความร่ำรวย" มิสซิสบราวน์หัวเราะ "ถ้านีราเป็นคนดีและรักคุณขึ้นมา ฉันคิดว่าความร่ำรวยของคุณนี่แหละจะเป็นรั้วสูงใหญ่ที่สุดที่จะกั้นคุณทั้งสอง ผู้หญิงที่รักศักดิ์ศรีและต่อสู้ด้วยตัวเองนั้น จะมีความสุขกับการสร้างชีวิตกับผู้ชายที่อยู่ในฐานะเดียวกันซึ่งรักกันจริงๆ มากกว่ารับรักของคนร่ำรวยชนิดที่เธอไม่ต้องทำงานอะไรอีกเลย"

...

"ถ้าคุณจะชนะใจผู้หญิง...จำที่ฉันพูดไว้นะพระพาย...คุณจะชนะใจเธอด้วยเงินไม่ได้ แม้ว่าคุณจะมีเงินมากมายจนไม่มีวันที่คุณจะจะหมดสิ้นเงิน ความมั่นคงของความรักที่มีรากฐานจากเงินน่ะมันไม่มั่นคงจริงในหัวใจหรอกนะ บางคนวันที่ตายจากกันยังไม่แน่ใจเลยว่าคู่ครองของตัวรักกันเพราะความรักที่แท้จริงหรือเปล่า"






"พี่ว่าสมองมันมีหัวใจของมันเอง และหัวใจก็มีสมองของตัวเองนะปาล ที่คนเราต้องทนทุกข์ทรมานก็เพราะสองสิ่งนี่มันมีชีวิต และต่อสู้กันเองเพื่อที่จะเป็นผู้ชนะ"

...

"แต่ไม่ว่าส่วนไหนจะชนะ ผู้แพ้ที่แท้จริงก็คือเจ้าของร่างที่ไอ้สองส่วนมันสิงสถิตอยู่นี่แหละ ถ้าคนเรามีแต่สมองหรือมีแต่หัวใจ เราคงไม่ต้องเจ็บปวดนะพี่นี"

...

"คนที่เขามีความสุขจริงๆ คงจะเป็นคนที่แก้ปัญหาของหัวใจด้วยสมองได้ และแก้ปัญหาสมองด้วยหัวใจได้ และเขาก็เป็นผู้ชนะ"






โคว้ทนี้สปอยล์ค่ะ


คุณพระพายเธอบอกว่า ในความสุขและความรื่นรมย์ที่ผ่านมาและผ่านไปในชีวิต เป็นความจริงที่ว่า ความงดงามแห่งความรู้สึกนั้นจะอยู่ในใจของเราเสมอ

เธอต้องการให้ความสุขและความรื่นรมย์กับชีวิตของพี่ให้มากที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ วันเวลาช่างมีค่ามากสำหรับใช้เวลานั้นกับคนที่เรารัก ทั้งผไทและคุณพระพายทำให้พี่ตระหนักว่า ชีวิตนั้นมีความหมายเมื่อเรารู้ค่าของกาลเวลา ไม่มีใครรู้เลยว่า วันพรุ่งนี้คนที่เรารักมากๆ จะยังมีลมหายใจ มีชีวิตอยู่กับเราหรือเปล่าแม้กระทั่งตัวเราเอง เราก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร

พี่พูดกับคุณพระพายว่า ชีวิตของคนเรานั้นมันสั้นเหลือเกิน เธอค้านพี่ว่า ชีวิตของคนเราทุกคนไม่สั้นจนเกินไป ระยะเวลาของชีวิตนั้นนานพอสำหรับคนที่รู้จักรัก รู้จักให้ แต่ชีวิตคนเรายาวนานมากสำหรับคนที่ไม่รู้จักความรักที่แท้จริง น้อยคนเหลือเกินที่จะมี 'ชีวิต' เต็มเปี่ยมพร้อมที่จะตายในวันสิ้นลม คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักค่าของชีวิต และ 'ตาย' แล้วนานเป็นปีๆ เป็นสิบๆ ปีก่อนวันสิ้นลมเสียอีก





ปฏิทินธรรม





วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2562

1. ทำบุญตักบาตร ณ วัดพุทธบูชา (กิจกรรมจัดทุกวันเสาร์แรกของเดือน)




วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2562 (ปกติกิจกรรมจัดทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน แต่เดือนมกราคม จะจัดวันปีใหม่)

1.ทำบุญกับพระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
ณ มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ถ.จรัญสนิทวงศ์ซอย 37
เวลา 06.30-10.30 น. 


ดูรายละเอียดพระที่มารับบาตรและแผนที่ได้ที่
https://www.watpa.com/board_detail.asp?board_id=3447



2. งานไถ่ชีวิตโคกระบือ ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพฯhttps://web.facebook.com/bogboon/photos/a.614964165213890.1073741836.335629013147408/540852169291757/






วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562

1. ตักบาตรพระกรรมฐาน 
ณ ปราสาทจตุรมุข วัดสังฆทาน นนทบุรี (กิจกรรมทุกวันเสาร์ที่สองของเดือน)



วันอาทิตย์ที่ 10 และ 24 มีนาคม 2562 (กิจกรรมจัดทุกๆ วันอาทิตย์ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน)

1. ทำบุญ ฟังธรรม จากครูบาอาจารย์พระป่าสายกัมมฐาน ณ ศาลาลุงชิน แจ้งวัฒนะ 14
กิจกรรมจะเริ่มจากการถวายภัตตาหารร่วมกันเวลา ๘:oo น. สำหรับท่านที่สนใจนำอาหารมาร่วมทำบุญ แนะนำให้มาก่อนเวลาเพื่อจัดเตรียมอาหารใส่ภาชนะ ซึ่งจะเริ่มลำเลียงถาดอาหารเพื่อเตรียมประเคนเวลาประมาณ ๗:๔๕ น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
https://www.facebook.com/SalaLungChin?fref=ts



วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2562

1. ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระป่า 9 วัด เสาร์ที่ 3 ของทุกเดือน

ณ บ้านลานเสียงธรรม 

เลขที่ 7/44 หมู่4 ซอยนาคนิวาส 40 แขวงเขตลาดพร้าว กทม





วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2562 (จัดทุกอาทิตย์ที่สามของเดือน)
1. ตักบาตร พระกัมมัฏฐาน และ ฟังพระธรรมเทศนา เวลา 7.00 น.
ณ ชมรมกลุ่มพุทธธรรมลานทอง หมู่บ้านลานทอง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ดูรายละเอียดได้ที่ลิงก์นี้



วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2562 

1. ทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารโดยพระเถระวัดป่ากรรมฐาน (กิจกรรมทุกเสาร์ที่ 4 ของเดือน)

เมตตารับบาตรโดย
เวลา ๐๗.๐๐-๑๐.๐๐ น. ณ ศาลาปันมี มูลนิธิบ้านอารีย์



วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 23-24 มีนาคม 2562 (ทุกเสาร์และอาทิตย์สุดท้ายของเดือน)

1. งานบุญประจำเดือน (ทุกเสาร์และอาทิตย์สุดท้ายของเดือน) ทำบุญบำรุงรักษาสวนแสงธรรม และถวายปัจจัยร่วมสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ณ วัดป่าบ้านตาด

ณ สวนแสงธรรม พุทธมณฑล สาย 3 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร











ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

1469696+6940918=8410614/14004/1803




ประกาศ

ท่านใดประสงค์จะโหวต โหวตได้นะคะ แต่เจ้าของบล็อกนี้จะไม่ได้โหวตกลับให้ทุกคนที่โหวตค่ะ จะโหวตเฉพาะบล็อกที่เราอยากโหวตให้เท่านั้นนะคะ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาเองว่าจะโหวตให้บล็อกนี้หรือไม่ค่ะ



Create Date : 04 มีนาคม 2562
Last Update : 4 มีนาคม 2562 8:48:28 น. 25 comments
Counter : 598 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณจารุพิชญ์, คุณกะว่าก๋า, คุณThe Kop Civil, คุณตะลีกีปัส, คุณJinnyTent, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณSai Eeuu, คุณhaiku, คุณSweet_pills, คุณkae+aoe, คุณJim-793009, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณmariabamboo, คุณซองขาวเบอร์ 9, คุณเริงฤดีนะ, คุณtoor36, คุณชีริว, คุณruennara


 
คุณเต้ยบอกว่าอ่านแล้วร้องไห้มากมาย แสดงว่าเค้าถ่ายทอดออกมาดีมากๆ เลยนะคะ

ปล.มีคนแรก เมื่อกี้ยังไปชิมอาหารอยู่เลย อิอิ


โดย: kae+aoe วันที่: 4 มีนาคม 2562 เวลา:8:53:15 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สาวไกด์ใจซื่อ Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
ขอบคุณพี่เต้ยที่แวะไปหานะคะหนูอีเวนท์ตลอดเลยปั่นเงินค่าประกันรถใกล้อีกแล้วอยากแกล้งตายจังเลย555++คุณกีรติเขาเขียนหนังสือดีนะคะ หนูเคยอ่านข้างหลังภาพแล้วร้องไห้ตามเลย


โดย: จารุพิชญ์ วันที่: 4 มีนาคม 2562 เวลา:9:21:36 น.  

 
โหวตครับคุณเต้ย

นิยายผมไม่ค่อยได้อ่าน
แต่พออ่านรีวิวในบล็อกคุณเต้ย
รู้สึกตามเลยว่าพล็อตนี้เศร้า
ความเศร้ามันมีความงดงามซ่อนอยู่
นักเขียนเก่งๆ
จึงสามารถดึงความเศร้ามาเขียนเป็นความงามทางภาษาได้

การหมดรักเจ็บปวดกว่าการจากตาย
ตรงนี้ใครที่มีประสบการณ์ตรง
ผมว่ารู้สึกคล้อยตามได้ไม่ยากเลย
เหมือนที่คุณเต้ยเขียนไว้ว่า
ถ้าตาย ก็ตายจากกันไป
แต่หมดรัก คือ ยังรู้ว่าอยู่ที่ไหนสักแห่ง
แต่ไม่สามารถกลับไปรักกันได้อีกแล้ว
ตรงนี้เจ็บจริงๆ

"ฉันคิดว่าความร่ำรวยของคุณนี่แหละ
จะเป็นรั้วสูงใหญ่ที่สุดที่จะกั้นคุณทั้งสอง"

ประโยคนี้ภาษาสวยมากครับ

และประโยคนี้ก็โดนใจ

"ชีวิตของคนเราทุกคนไม่สั้นจนเกินไป
ระยะเวลาของชีวิตนั้นนานพอสำหรับคนที่รู้จักรัก รู้จักให้
แต่ชีวิตคนเรายาวนานมาก
สำหรับคนที่ไม่รู้จักความรักที่แท้จริง
น้อยคนเหลือเกินที่จะมี 'ชีวิต' เต็มเปี่ยม
พร้อมที่จะตายในวันสิ้นลม
คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักค่าของชีวิต
และ 'ตาย' แล้วนานเป็นปีๆ เป็นสิบๆ ปี
ก่อนวันสิ้นลมเสียอีก




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 มีนาคม 2562 เวลา:10:25:55 น.  

 
น่าอ่านมากเลยครับ ของผู้เขียนเคยอ่านแต่ ทางสายที่สาม กับ บ่วงบรรจถรณ์ สองเรื่องเองครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 มีนาคม 2562 เวลา:10:39:21 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วเศร้าตามเลยครับ
ถ้าได้อ่านหนังสือจริง ๆ คงจะร้องไห้แน่นอน


โดย: The Kop Civil วันที่: 4 มีนาคม 2562 เวลา:10:54:02 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

ไม่อ่านนวนิยายมานานมากจนจำไม่ได้แล้วว่าเล่มสุดท้ายที่เคยอ่านคือเรื่องอะไร

ถ้าเรื่องที่อ่านมีเค้าโครงบางช่วงบางตอน
เหมือนประสบการณ์จริงของผู้อ่านเมื่อใด
ผู้อ่านก็มักจะกระโดดลงไปสิงที่ตัวละครนั้นทันที
ทำให้ซาบซึ้งกินใจทุกบททุกตอน...แบบนั้นใช่รึไม่คะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 4 มีนาคม 2562 เวลา:12:50:12 น.  

 
อยากจะกรี๊ดดัง ๆ
เล่มนี้พี่มี ๆ แล้วยังไม่อ่าน
ซื้อเพราะร้านหน้ังสือนายอินทร์
เอามาลดราคา 50% อดใจไม่ได้
เลยสอยมาเก็บไว้ก่อน

ป่านนี้ยังไม่ได้อ่าน
ตอนนี้ก็อยู่ที่เพื่อน ๆ ยืมไปอ่านค่ะ
อ่านรีวิวคุณเต้ยแล้ว ความรู้สึกสองอย่างตีกัน

อยากอ่านและไม่ชอบอารมณ์กระชากหัวใจอ่ะ 5555
กลัวอ่านแล้วก็ไม่อยากเสียน้ำตาเหมือนคุณเต้ยอ่ะ

เวลาอ่านหนังสือ พี่อินง่าย
ถ้าอ่านติดนะ แล้วจะอ่อนไหวกับตัวละครมากเลย
คล้าย ๆ อารมณ์ศิลปินว่างั้นเถอะ 5555

รอเพื่อนคืนมา ไว้จะลองเอามาเปิด ๆ ชิมลางดูค่ะ

ส่วนที่คุณเต้ยพูดที่บ้าน
จริงค่ะ พี่ไม่ค่อยไปทานร้านอาหารหลากหลาย
ถ้าออกไปทานก็จะร้านเดิม ๆ
ซึ่งมีไม่กี่ร้านละแวกร้านพี่
ไม่ก็ในห้าง กินแล้วก็ทำเวลาเข้าร้านต่อ
ไม่อยากออกอีกเหตุผลคือ
หาที่จอดรถหน้าร้านตัวเองยาก
บางทีไปข้างนอกมา วนรถหลายรอบ
กว่าจะมีที่จอดรถอ่ะ


โดย: JinnyTent วันที่: 4 มีนาคม 2562 เวลา:14:22:04 น.  

 
นิยายผมอ่านน้อยมากที่สุด
ส่วนใหญ่ถ้าอ่าน ก็อ่านเป็นนิยายแปลมากกว่าครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 มีนาคม 2562 เวลา:14:43:01 น.  

 
55555พี่เต้ย หนูปล่อยไก่เล้าใหญ่ ข้างหลังภาพ จับได้เลยว่าหนูไม่ชอบอ่านหนังสือ คริคริ แต่ซีรีส์หนูดูสู้ตายเลยนะ


โดย: จารุพิชญ์ วันที่: 4 มีนาคม 2562 เวลา:19:14:30 น.  

 
เดี๋ยวพี่ไปหาซื้อมาไว้บ้างดีกว่า

ของกีรตี ชนา พี่มีเรื่องฮานาเล ... แต่ยังอ่านไม่ถึงไหนเลย


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 4 มีนาคม 2562 เวลา:19:28:52 น.  

 
กำลังนึกว่า น้องเต้ยเอาเวลาไหนมานั่นอ่านนิยาย

หรือว่าติดตัวไปทุกที่ เช่นนั่งเครื่องบินแล้วอ่านไปด้วย ซึ่งถ้าเป็นป้าอิ๋ว นี่ หลับตลอดทางค่ะ ฮ่า


โดย: Sai Eeuu วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:0:07:01 น.  

 
พิมพ์ครั้งที่ 5 แสดงว่าเขียน
ได้เจ๋ง คนชอบอ่าน เลยพิมพ์
ได้หลายครั้ง.. เอ..คนเขียน
นี่คุ้น ๆ ชื่อ คนนี้เป็น ชญิง
ใช่เปล่าคุณเต้ย
...

หนังสือที่ใช้ตัวละครไม่กี่ตัวแสดงบุคคลิกจิตใจออกมา แล้วใช้สถานทีี่สวยประกอบเสริม
เข้าไปทำให้นึกอยากอ่าน

เมื่อก่อนผมก็อ่านแบบนี้ รัตนาวดี.. ทำให้นึกอยากไปตปท.
อีกคน คุณสุวรรณี เขียนจดหมาย จากอิตาลี่มั้ง เดิน
ทางไปกับน้าแพทก่อนเป็นซะมี
นอนในเต็นท์กับนอนในรถ
เที่ยวแบบคนตังค์น้อย..ทำเอา
ผมชอบอ่าน อยากไปนอนดูไร่
องุ่นที่อิตาลี่ 555


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:4:55:21 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:6:33:25 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณเต้ย

การสื่อสารด้วยจดหมายแบบสมัยก่อนมีเสน่ห์มากนะคะ
ได้เขียนทีละตัวอักษร
ต้องรอคอยกว่าจะได้รับ ไม่รวดเร็วเหมือนสมัยนี้

คุณกีรติ ชนา แว๊บแรกนึกถึงในนามนักจัดดอกไม้ค่ะ
"ดวงใจในสายลม" งดงาม ละเมียด ให้ข้อคิด
คุณเต้ยรีวิวได้น่าอ่านมาก
วันหนึ่งคุณเต้ยอาจไปชมทุ่งป๊อปปี้ ต๋าจะขอตามชมรูปสวยๆด้วยค่ะ

ขอบคุณคุณเต้ยสำหรับกำลังใจด้วยนะคะ




โดย: Sweet_pills วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:8:08:53 น.  

 
555 ทราบอยู่แล้วว่าคุณเต้ย
จำได้ เรื่องราวต่าง ๆ เพราะเคยเขียนลงไว้แล้ว แต่วันนี้ดึงตัวเพื่อนๆ ออกมา.ให้คนอ่านรู้ว่าวิชาสมาธิ มิได้คร่ำครึ คนที่ทำงานนานาประเภท ยังสนใจ
มาเรียน...งานหนักแต่แบ่งเวลาก็พอไหว..

ดีใจนะครับคุณเต้ยจำเรื่องราวที่ผมเขียนได้แสดงว่า ได้อ่านจริง


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:13:11:54 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับคุณเต้ย

ปกติผมไปเลือกตั้งทุกครั้ง
แต่ไม่เลือกใครเลยครับ
ไปใช้สิทธิ์อย่างเดียว

ครั้งนี้อาจจะลองเลือกกาตัวเลือกดูบ้าง
เพื่อสร้างความแตกต่างครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:13:31:36 น.  

 
จากตายน่าจะดีกว่านะคะ
แม้จะรู้สึกเสียดายและโหยหา
แต่ก็เหลือความรู้สึกดีๆไว้หล่อเลี้ยงใจ

จากเป็นมักมีความรู้สึกแค้นพ่วงไปด้วย
หรือแม้จะด้วยเหตุผลที่จำเป็นต้องแยกกัน
ก็ต้องทนทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็น
ก่อนจะตายจริงอีกนานเท่าไรก็ไม่รู้

สิงคโปร์เป็นเมืองน่าอยู่ พี่ไปมา
สามครั้งแล้ว คงไม่ไปอีก



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:13:52:56 น.  

 
เล่มนี้พี่มีค่ะ น่าจะตีพิมพ์ครั้งแรก เดี๋ยวจะหาเวลากลับไปอ่านอีกรอบ
ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย เวลาจะช่วยเยียวยารักษาแผลใจได้ค่ะ
ลงชื่อไว้ก่อนนะคะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:17:18:33 น.  

 
สาวไกด์ใจซื่อ Book Blog


ส่งกำลังใจค่ะคุณเต๊ย


โดย: mariabamboo วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:19:50:23 น.  

 
อ่านแล้วเศร้านะคะ



โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:19:56:10 น.  

 
ดวงใจในสายลม

เขียนโดย กีรตี ชนา

เป็นนักเขียนที่ชื่นชอบมากๆค่ะ

น่าอ่านๆ
ต้องไปหามาอ่านบ้างศะแล้ว

ขอบคุณที่รีวิว มาฝากเป็นอาหารสมองค่ะ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:22:22:21 น.  

 
เคยคิดอยากแต่งนิยายอยู่เหมือนกัน แต่พออ่านรีวิวของคนที่อ่านนิยายจริงๆแล้ว นิยายไม่ได้แต่งง่ายเลยนะครับ
ยิ่งคุณเพื่อนสายไลท์โนเวลนี่เอานิยายวัยรุ่นที่ขายอีบุ๊คมาสับกันแหลกราญ พวกมิติตัวละครพังพินาศ หรือเดินเรื่องไม่สมเหตุสมผลนี่เละ!
ส่วนเรื่องนี้พี่เต้ยรีวิวไว้น่าอ่านมาก ท่าทางซาบซึ้งกินใจ (เสียดายเราไม่ใช่สายนี้)
คิดถึงสปอยล์สไตล์พี่เต้ย อเมริกาเรื่องนี้รัฐไหนครับ?


โดย: ชีริว วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:23:15:29 น.  

 
เราว่าจากกันแบบตายนี่ทำใจได้มากกว่าเพราะเรารู้ว่ายังไงก็ไม่กลับมาอีกแล้ว อยู่คนละโลกแล้วมันพอทำใจได้ แต่จากเป็นนี่ทำใจยากครับ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แถมต้องใช้เวลามากจริงๆ มันเจ็บปวดใจเหลือบรรยาย

มีที่นึงพิมพ์ผิดครับ อเมริการ

ถ้าเป็นสมัยนี้ไลน์หากันไปแล้ว ผมยังคิดถึงสมัยเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่ผมอยู่จีนเลย สมัยนั้นว่าการติดต่อสื่อสารดีแล้วนะ โทรศัพท์ทางไกลจากจีนมาไทยนาทีละ 5 บาท ถ้าไทยซื้อบัตรโทรต่างประเทศแล้วโทรไปทางจีนโทรได้ถูกกว่า รู้สึกจะแค่ 0.50 บาท/นาที สมัยนั้นถ้ามีเรื่องอะไรด่วนๆ จริงๆ ผมถึงจะโทร ถ้าไม่ด่วนมากจะโทรกลับ แล้วให้ที่บ้านโทรมาหาเราอีกที (เงินมันต้องเซฟๆ กันหน่อย) แต่เดี๋ยวนี้มีเน็ต วีดีโอคอลกันเลยจบ ไม่เปลืองด้วย

สมัยจดหมายนี่ไม่ต้องพูดเรื่องโทรศัพท์เลยครับ ต่อให้มี ค่าโทรก็ราคาแพงมากๆ เพราะสมัยก่อนขนาดโทรจากต่างจังหวัด (โทรศัพท์ทางไกล) ยังค่าโทรแสนแพงเลย

ผมไม่ค่อยได้อ่านนิยายเท่าไหร่ นิยายเศร้าด้วย แหะๆ ผมเคยอ่านนักสืบอยู่ช่วงนึงครับ (แมวสามสี)


จากบล็อกมันมีหูให้เปลี่ยน 2 แบบครับ พวกนี้ลูกเล่นมันเยอะซื้อสัก 3 ตัว ก็เอามาถ่ายรูป เล่นท่าทางกันได้สนุกแล้ว~


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 5 มีนาคม 2562 เวลา:23:16:46 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 มีนาคม 2562 เวลา:6:31:46 น.  

 
ลองเสิร์ชดู คุณกีรติ ชนา ชื่อเล่นว่าเหน่ง
ถ้าเหมือนกันก็น่าจะคนเดียวกันค่ะคุณเต้ย


โดย: Sweet_pills วันที่: 6 มีนาคม 2562 เวลา:9:09:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
มีนาคม 2562
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 มีนาคม 2562
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.