~* ~* ~* ~* ~* ~* โตเกียวทาวเวอร์ แม่กับผมและพ่อในบางครั้งคราว ~* ~* ~* ~* ~* ~*





หนึ่งในหนังสือที่อ่านจากการเข้าร่วมโครงการ RRR (Rainy Read Rally) ค่ะ




โตเกียวทาวเวอร์ แม่กับผมและพ่อในบางครั้งคราว
ผู้เขียน ลิลี่ แฟรงกี้
แปลโดย ทิพย์วรรณ ยามาโมโตะ
สำนักพิมพ์ แพรวสำนักพิมพ์
จำนวนหน้า 306 หน้า
ราคา 210 บาท








เสียดายว่ารีวิวหนังสือเล่มนี้ไม่ทันก่อนวันแม่ แต่จะว่าไป..ถ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว อาจจะทำให้ใครหลายๆ คนจะพยายามทำให้ทุกวันเป็นวันแม่ก็ได้ค่ะ



เรื่องราวของแม่ลูกคู่หนึ่ง (และพ่อในบางคราว) ที่เติบโตมาด้วยกัน และจบด้วยน้ำตา (จะเรียกว่าจบด้วยน้ำตาก็ไม่ถูกนักหรอกค่ะ เพราะที่จริงแล้ว...น้ำตาไหลเป็นระยะๆ ขณะอ่านเลย ดังนั้น..ขอเตือนว่า..หากใครที่เป็นคน sensitive โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องแม่ไม่ควรอ่านหนังสือเล่มนี้ในที่สาธารณะค่ะเพราะคุณจะ "เสียกิริยา" ได้ (สำหรับเรา นอกจากหนังเรื่องคุณยายผมดีที่สุดในโลกแล้วก็มีหนังสือเล่มนี้หละค่ะ ที่ทำน้ำตาท่วมได้มากขนาดนี้))






เรื่องนี้เราดูหนังแล้วค่ะ แต่ขอบอกว่า เป็นอีกเรื่องที่แม้จะได้อ่านหนังสือหลังดูหนัง แต่กลับชอบหนังสือมากกว่าหนังมากค่ะ (ทั้งที่ตอนดูหนังก็ชอบแล้วนะคะ)


นอกจากรายละเอียดอันมากมาย ที่หนังไม่ได้กล่าวถึงแล้ว การดัดแปลงบางอย่างไปในหนัง มันเปลี่ยนอารมณ์ไปจากหนังสือเยอะเลย แล้วในหนังสือก็มีช็อตสะเทือนใจเยอะกว่าในหนังมาก-มากเลยค่ะ



เพราะงั้น..ท่านใดที่ดูหนังแล้ว ก็ยังอยากเชียร์ให้อ่านหนังสือนะคะ








"แม่" ในหนังสือเล่มนี้ เราคิดว่า..คงจะเหมือน "แม่" ของใครหลายๆ คนค่ะ


แม่ - คนที่ตัวเองจะดื่มน้ำประปาต้ม แต่สำหรับกระต่ายแล้ว แม่จะให้ดื่มน้ำแร่


แม่ - คนที่ไม่เคยซื้ออะไรให้ตัวเอง แต่ซื้อของใหม่ๆ ให้ลูกก่อนเสมอ


แม่ - คนที่ยินยอมเอาเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ควรเก็บไว้เลี้ยงตัวเองยามแก่ ให้ลูกคนหนึ่งเรียนให้จบแทน


ฯลฯ









การแปลมีตอนแปลกๆ อยู่บ้างค่ะ แต่ก็ไม่มากนัก

อย่างการใช้สรรพนามแก ระหว่างแม่กับลูกที่ยังเล็ก ทั้งที่อารมณ์เป็นประมาณเชิงถาม

"แก ชอบพ่อมั้ย" มันควรจะเป็น "ลูก ชอบพ่อมั้ย" มากกว่ามั้ย (แต่กับตอนอื่น อย่างที่คนอื่นสอนลูกให้สู้ที่ล้อเรื่องขาเทียมนี่เข้ากันนะคะ หรือตอนที่คุยกันตอนโตแล้วก็เข้า แต่ตอนถามตอนเด็กๆ นี่ มันอ่านแล้วแปลกๆ น่ะ)


หรืออย่างหน้า 161 บรรยายว่า

ช่วงหลังของการเดินทาง เราย้ายไปพักที่..(คือมันไปแค่ 6 วัน 4 คืน น่าจะใช้แค่ วันหลังๆ ของการเดินทางมากกว่า "ช่วงหลัง" หรือเปล่า?)









อ่านแล้วฉุกใจคิดหลายอย่างค่ะ



เราทำดีกับแม่พอแล้วหรือยัง?



คนบางคนจะรู้สำนึกว่าตัวเองเลวได้เมื่อไหร่กัน?


(รู้ ณ ตอนที่ทำ แต่ก็ยังทำต่อไป เพราะไม่เข้มแข็งพอที่จะเลิกจากความเลวหรือเมื่อผ่านมาแล้ว และพบว่าความเลวนั้นได้ทำร้ายคนที่ตัวเองรักมากแค่ไหน ซึ่งนั่น...มันอาจสายเกินไปและไม่มีประโยชน์อะไรเลยก็ได้) จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าตัวเองเลวและกำลังทำร้ายคนที่รักอยู่ได้ "ทันเวลา" พอที่จะแก้ไขไม่ให้มันทำร้ายคนๆ นั้นต่อไป?





ตอนที่แม่ได้พระดีๆ ทำให้เราคิดว่า อาจจะเป็นเพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา แม่ได้เป็นผู้ให้ เป็นคนดีมาตลอดก็ได้ จึงไม่โดนคิดค่าตั้งชื่อแพงๆ ฝากโถอัฐิก็ไม่โดนคิดตังค์




บางครั้ง..

ความดีจะได้รับผลตอบแทน ก็อาจจะเมื่อสุดท้ายของชีวิตก็ได้นะ



















จบรีวิวหนังสือเล่มนี้ด้วยประโยคที่ชอบๆ อีกเช่นกัน






มีบางสิ่งที่ถึงแม้จะพยายามเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถเริ่มต้นได้...บางสิ่งเริ่มต้นขึ้นแต่ก็จบลงในทันทีบางครั้งก็ไม่ถูกแสงสาดส่อง แม้จะมีความสามารถสักแค่ไหน











ยายตายจากไปทั้งๆ ที่ผมยังไม่ทันทำอะไรเพื่อยายเลย ผมร้องไห้ ไม่ใช่เพราะเสียใจ ผมตกใจกับความจริงที่ว่า คนเราต้องตายและเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา ไม่ใช่ลาก่อนและไม่ใช่ขอบคุณ ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้












คนเรามักจะใช้สมาธิตอนดูถูกคนอื่นมากกว่าตอนชื่นชม











กระต่าย แม้จะว้าเหว่ก็ไม่ตาย











"...สัตว์มันพูดไม่ได้ มันบอกเราไม่ได้ ถ้าดูแลไม่ได้ก็อย่าเลี้ยงมันสิ!"

















สรุปแล้ว Highly Recommend ค่ะ อยากให้ได้อ่านกันนะคะ














ขอบคุณทุกท่านที่แวะมานะคะ

396356/4234/370










Create Date : 04 กันยายน 2552
Last Update : 4 กันยายน 2552 16:30:06 น. 32 comments
Counter : 1257 Pageviews.

 
ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ เคยดูที่เป็นซีรีย์ผ่านตามาบ้าง


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:11:29:07 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วอยากหาอ่านขึ้นมาทันทีค่ะ
แต่สงสัยคงต้อง "เสียกิริยา"แน่
เพราะขนาดตอนดูหนัง ยังน้ำมูกน้ำตาไหลย้อยไปหมดเลยค่ะ ..อิอิ


โดย: ละอองลม IP: 58.9.105.132 วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:12:17:54 น.  

 
ผมชอบประโยคนี้ของคุณสาวไกด์ครับ

"จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าตัวเองเลวและกำลังทำร้ายคนที่รักอยู่ได้ "ทันเวลา" พอที่จะแก้ไขไม่ให้มันทำร้ายคนๆ นั้นต่อไป?"

อืม... ผมก็หวังว่าจะหยุดได้ทันเวลาเหมือนกันนะครับ ตอนนี้กำลังพยายามอยู่

555++ โชคดีไปอ่านเจอจากบล็อคคุณวินนะเนี่ยว่าคุณสาวไกด์จะอัพวันนี้อีกบล็อค เลยรีบมาเลย (เทียบความขยันกับผมแล้วห่างกันล้านปีแสง)


โดย: แฟนผมฯ IP: 142.103.23.32, 202.134.119.218 วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:12:44:51 น.  

 
อ่านบล็อกจบรู้สึกเหมือนโดนด่ายังไงไม่รู้ !


รักแม่นะแต่ไม่ค่อยแสดงออกอะครับ ต่อไปจะแสดงออกมากๆกว่านี้ ก่อนที่มันจะสายเกินไป


โดย: poser IP: 58.9.16.242 วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:12:52:18 น.  

 
ตามมาอ่านรีวิวที่บล็อกอีกรอบ

ต้องหามาอ่านแน่ ๆ คุณสาวไกด์ไฮเรคคอมเมนด์ขนาดนี้ :)


โดย: แม่ไก่ IP: 118.174.94.51 วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:13:14:45 น.  

 
ดูซีรีย์ไปแระแต่ยังไม่ได้อ่าน

นึกถึงเจ้ามาคุงตอนกวนตรีนแล้วอยากโดดถีบทุกที
แต่หลังๆ เรียกน้ำตาตรูซะง้านนน

=)


โดย: hunjang วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:13:22:08 น.  

 
อยากได้จังค่ะ ยังไม่เคยอ่านเลย หนังสือเล่มนี้เค้ามีบริการสั่งทางออนไลน์มั้ยคะ พอจะมีเว็บแนะนำมั้ยเอ่ย คุณสาวไกด์เราเคยหนังสือออนไลน์ของเว็บ เว็บหนึ่งแต่หนั่งสือมาถึงช้ามากเลย เฮ้อ บางครั้งอยากได้หนังสือที่เราอยากอ่านแต่ก็หายากเหลือเกิน


โดย: I Love Sticky Rice วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:13:34:52 น.  

 
อ่านข้ามๆ
เก็บไว้เผื่อจะหามาอ่านบ้าง
คราวนี้รีวิวสั้นๆ นะคะ
อิอิ

ตอนนี้อ่าน ไหม อยู่แหละ
อ่านแล้วรู้สึกว่า
หนังสือบางไปหรือเปล่า
แล้วก็รู้สึกว่า
ชอบจังหวะในหนังสือจัง
แล้วก็เริ่มมีอะไรแปลกๆ จริงๆ ด้วย

ยังอ่านไม่จบ
แต่ก็คิดว่าไม่น่าแปลกใจที่คุณงามพรรณจะยกให้เป็นหนังสือในดวงใจ
^^


โดย: am^^ (I am just fine^^ ) วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:14:08:35 น.  

 
เห็นหัวข้อตอนแรกนึกว่าไปเที่ยวโตเกียวทาวเวอร์มาครับ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:14:29:21 น.  

 
+ อืม ... ตอนเป็นหนัง พี่ชอบตรงที่อารมณ์มันดู จริง ไม่ฟูมฟายเกินงาม และไม่มีการหลุดกิริยาเว่อร์ๆ แบบที่เห็นได้บ่อยๆ ในหนังญี่ปุ่นทั่วไปอ่ะครับ (ขนาดหนังระดับรางวัลอย่าง Departures พระเอกก็ยังหลุดกิริยาการ์ตูนออกมาในบางครั้ง)

+ สำหรับตัวพี่เอง พอดีไม่มีปมกับแม่ ก็เลยจะซึ้งกับหนังที่มีประเด็นเกี่ยวกับพ่อมากกว่า ถ้าเรื่องไหนทำได้ถึงก็จะเกิดอาการ "ตายไปเลย" (อย่างเช่นเรื่อง Billy Elliot เป็นต้น) ... แต่กับเรื่องนี้ ก็ทำให้ฉุกใจคิดเหมือนกับนะครับ ว่าตอนเด็กๆ พี่ก็เคยเผลอ "ทำร้าย" คุณแม่(ทางความรู้สึก) อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะวิธีการพูดและน้ำเสียง ... ซึ่งพอถึงทุกวันนี้ก็จะต้องพยายามควบคุมไม่ให้อารมณ์พวกนี้มันหลุดออกมา เพราะถึงแม้แม่จะบ่น ท่านก็บ่นเพราะเป็นห่วง มองเห็นเราเหมือนเด็กอายุ 12 ขวบที่ยังไม่โตซะทีในสายตาของท่านอ่ะครับผม

+ ไว้ฤกษ์งามยามดี พี่จะไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านบ้างจ้า ดูซิว่าจะซึ้งกว่าหนังสักขนาดไหนอ่ะครับผม


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:14:52:53 น.  

 
ยังไม่เคยทั้งดูหนังหรืออ่านหนังสือค่ะ

แต่ส่วนใหญ่พบว่าชอบหนังสือมากกว่าหนังเช่นกัน (สำหรับเรื่องที่เอาไปทำเป็นหนัง)


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:15:11:17 น.  

 
เพิ่งอ่านได้ครึ่งเล่มค่ะ เคยดูซีรี่ย์แต่ดูไม่กี่ตอนเอง ชอบมาก ๆ อีกเล่มหนึ่งค่ะ


โดย: อิมาอิซัง วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:16:02:19 น.  

 
หนังสือน่าอ่านจังค่ะ...เมื่อวานสาวทำส้มตำผลไม้กินด้วย พอใช้ได้ พี่เคยทานไหมค่ะ


โดย: sawkitty วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:16:02:53 น.  

 
ตอนดูหนังเศร้ามากอะ
เศร้าแบบค่อยๆ จมลงไปกับบรรยากาศในเรื่อง


โดย: แพนด้ามหาภัย IP: 121.4.64.220 วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:16:03:01 น.  

 
เดี๋ยวจะลองไปซื้อมาอ่าน คาดว่าต่อมแตกแน่เลยค่ะ


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:18:08:23 น.  

 
เรื่องนี้เพิ่งอ่านจบไปค่ะคุณสาวไกด์
ไปยืนที่ห้องสมุดมา ไปคืนมาเมื่อสองวันก่อนนี้เอง

เรื่องนี้ว่าจะเขียนถึง .. แต่แฮะๆ ช่วงนี้
กำลังมีเรื่องไม่เข้าใจกับแม่อยู่เลยเขียนยังไม่ค่อยออก
เลยค่ะ..


แต่เรื่องนี้เราชอบนะคะ อ่านหนังสือแล้วเราว่า
อ่านแล้วมันอิน .. เราว่าความรักระหว่าง
แม่และลูกเค้าแบบผูกพันกันดีอ่ะคะ
แต่ก็มีบางตอนจริงๆ ที่สรรพนามเค้าจะแอบหลุด
ทำให้อารมณ์ของเราเปลี่ยนไปเหมือนกันค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:18:46:09 น.  

 
ผมดูคุณยายผมดีที่สุดในโลกแล้วไม่ร้องอะครับ แหะๆ


โดย: kirofsky วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:20:59:29 น.  

 
ประทับใจเรื่องคุณยายผมดีที่สุดในโลก ฉะน๊านเราไม่ควรอ่านเรื่องนี้เหมือนกาน
ด้วยงานของที่บ้านอ่านะ ช่วงออกพรรษาเป็นหน้างาน จึงไม่ค่อยมีโอกาสเที่ยวไกล ๆ อ่ะจ๊ะ อยากไปกันใจจะขาด แต่ต้องทำงานอ่านะ
สุขสันต์วันหยุดจ้า


โดย: คุณย่า วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:21:36:12 น.  

 
ซีรี่ย์นักแสดงก็แสดงเยี่ยมค่ะ แต่ดูไม่ต่อเนื่อง ส่วนที่เป็นหนังยิ่งไม่เคยเห็นหน้าคนแสดงค่ะ

เห็นซีรี่ย์ก่อนมาอ่านหนังสือค่ะ อ่านไปหน้าพระเอกกับแม่ก็ลอยมา คุณแม่แสดงเก่งมากค่ะ


โดย: อิมาอิซัง วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:21:58:37 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

บอกกับตัวเองว่าต้องไปหามาอ่านให้ได้จ๊ะ
ขอบคุณที่นำมาฝากนะคะ
หลับฝันดีจ้า


โดย: อุ้มสี วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:23:11:59 น.  

 
อรุณสวัสดิ์วันหยุดค่ะ หาไม่ยากเลยร้านขายของที่ระลึก ไว้พี่มาคงได้ติดมือกลบบ้านค่ะ มีความสุขกับวันหยุดนะค่ะ


โดย: sawkitty วันที่: 5 กันยายน 2552 เวลา:6:38:11 น.  

 
ยังไม่ได้อ่านและดูหนังเลยครับ

แบบว่ากำลังขยาดกับการอ่านหนังสือเล่มหนาๆ กับไม่ได้ดูหนังดีวีดีมานานละ ช่วงนี้ดูแต่ในโรงกับติดซีรี่ย์อยู่อ่ะครับ

แต่พี่แนะนำมาซะขนาดนี้เดี๋ยวต้องหาทั้งหนังและหนังสือมาอ่านดูซะแล้ว



ปล. รับทราบครับผม เดี๋ยวจะไปซื้อหามาเก็บตามที่แนะนำมาเลยนะครับ


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 5 กันยายน 2552 เวลา:12:42:03 น.  

 
เรื่องนี้เคยดูตอนนึงที่เป็นซีรีย์ แต่ก็ไม่มีเวลาได้ดู พอเห็นเป็นหนังสือก็กรี๊ด ๆ ว่าอยากอ่านมากมาย แต่ก็ไม่ได้ซื้อมาอ่านซะงั้น ทั้ง ๆ ที่พี่ชายซึ่งดูเวอร์ชันหนังมาแล้วก็แนะนำว่าให้อ่าน

ปล.ช่ายแล้วค่ะ ไปปราณมาเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ ยังไม่ได้รีวิวเลย เหอๆ


โดย: :D keigo :D วันที่: 5 กันยายน 2552 เวลา:13:31:37 น.  

 
เรื่องนี้มีเป็นหนังด้วยเหรอคะ ชื่อหนังชื่อเดียวกับหนังสือหรือเปล่า หลังๆมานี้ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารหนังเลยค่ะ

หนังสือก็น่าอ่านดีค่ะ เห็นคนเขียนชื่อลิลี่ แฟรงกี้ แสดงว่าต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษใช่ไหมคะ (แต่เหตุการณ์เกิดในญี่ปุ่น?) ถ้าเจอจะลองซื้อมาอ่านดู แต่อ่านไปคงสะท้อนใจไปแน่ๆเลย ไม่รู้คุณสาวไกด์จำแท็กเข้าใจตัวเองที่เราเขียนได้ไหม เรารักแม่และสนิทกับแม่นะคะ อย่างเราอาจจะไม่จัดว่าเป็นลูกที่ไม่ดีหรืออกตัญญู หรืออะไรแย่ๆขนาดนั้น แต่คือก็มีหลายครั้งที่เราทำตามความคาดหวังของแม่ไม่ได้น่ะค่ะ คือทำได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้ามากกว่านั้นเราก็ทำไม่ได้ เลยทำให้แม่เสียใจบ้าง อีกทั้งมีหลายครั้งที่ออกแนวกบฎนิดๆ แต่เราว่าของแบบนี้ถ้าจะให้ดีน่าจะพบกันครึ่งทางและต่างฝ่ายต่างฝ่ายต่าง สร้างความเข้าใจต่อกันและกันน่าจะดีกว่าใช่มั้ยคะ คือรักมันก็สำคัญ แต่คือเราก็ไม่ควรจะรักหรือทำอะไรเพื่อคนรักมากจนสูญเสียความเป็นตัวของตัว เองใช่ไหมคะ


โดย: ~ Cerulean Blue ~ วันที่: 5 กันยายน 2552 เวลา:20:56:58 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่สาวไกด์ฯ

คิดถึงมากมายแต่ภารกิจช่วงนี้วุ่นวายเหลือประมาณ

บล็อกก็ทิ้งจนร้างหยากไย่ขึ้น

ได้ดูหนังเรื่องนี้ที่ช่อง ITV แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนชื่อสถานีแล้ว โอ๋ก็จำชื่อมะเก่งซะด้วย ก็เลยไปซื้อหนังสือมา คิดว่าจะอ่านก็มะได้อ่านซะที ช่วงนี้ก็ยุ่งเหลือกำลัง จะช้าหรือเร็วก็คงจะได้อ่านแน่ ๆ

โอ๋ได้บทเรียนอย่างแรงกับเรื่องนี้มาแล้ว

ประสบการณ์ตรงหน่ะค่ะ ตอนนั้นจำได้ว่าเรียน ม.3 ลูกพี่ลูกน้องของคุณปู่มาอาศัยอยู่ด้วยเปรียบไปท่านก็เสมือนคุณย่าอีกคนเพราะเป็นคนเลี้ยงคุณพ่อโอ๋มา

ช่วงนั้นท่านมานอนด้วยกันกับโอ๋ เมื่อคนแก่กับเด็กมาเจอกันก็เป็นเรื่อง ทะเลาะกันอย่างหนัก ถึงขนาดที่ท่านพูดว่าจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว

ท่านกลับไปได้สองอาทิตย์ก็เสียชีวิต กลายเป็นตราบาปติดตัว รู้สึกผิดที่พูดไม่รู้จักคิด ไม่รู้จักระงับโทสะ งี่เง่าชะมัด เสียใจเมื่อสายหน่ะค่ะ

ทีนี้กับคุณย่าแท้ๆ(คุณแม่ของพ่อ) ก็เลยทำทุกอย่างเพื่อท่าน วันที่ท่านจากไป ไม่เคยคิดว่าจะร้องไห้สะอึกสะอื้นขนาดนี้ได้เลย เพราะเมื่อเราทำดีกับท่าน ผลที่ได้รับกลับมามันมากมายอย่างคาดไม่ถึง

ตั้งใจไว้เลยค่ะว่าญาติผู้ใหญ่ที่เหลืออยู่ในบ้าน จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพราะไม่อยากมานั่งเสียใจเมื่อสาย

เอ่อ คือว่าเป็นคนลำดับคำพูดและประโยคไม่เก่ง บางทีอ่านแล้วอาจจะงง ๆ หน่อยนะค่ะ



โดย: oa (rosebay ) วันที่: 5 กันยายน 2552 เวลา:21:28:19 น.  

 
ได้ดูหนังเรื่องนี้ก่อนอ่านหนังสือ แบบว่าอย่างชอบ แล้วก็ทำให้ตระหนักถึงบุพการีจริงๆ

พอได้มาอ่าน ก็คิดว่าหนังสือเดินเรื่องบางอย่างก็ต่างจากหนัง แต่ก็ได้อารมณ์ความตระหนักเหมือนกัน

อีกอย่าง รู้สึกถึงความจริงใจของเจ้าของเรื่องมากๆค่ะ


โดย: cottonbook วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:0:19:08 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสาวไกด์ สบายดีน้าาาา
แวะมาทักทายค่ะ



โดย: I Love Sticky Rice วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:6:34:56 น.  

 
อ้า ไม่กล้าอ่านค่ะ เพราะปกติจะงอแงง่ายอยู่แล้วอ่ะค่ะ


โดย: Too Optimistic วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:15:35:50 น.  

 
สวัสดีจ้า...ทักทายยามเย็นจ้า

ปล.. 2 สาวเพิ่งลงทริปสวนผึ้งเสร็จ สด ๆ ร้อน ๆ เลยจ้า แวะไปหาด้วยน๊า


โดย: ลูกกีวี่ วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:16:17:55 น.  

 
เป็นอีกเรื่องที่อยู่ในลิสต์รอหยิบมาอ่านค่ะ ดองมานานเหลือเกินแล้ว


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:11:37:04 น.  

 
Ciao, ยังไม่เคยดูหนัง อ่านแต่หนังสือ อ่านแล้วน้ำตาซึมเหมือนกัน



โดย: settembre วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:17:27:23 น.  

 
อยากดู


โดย: 113215 IP: 180.183.82.152 วันที่: 18 ธันวาคม 2552 เวลา:12:06:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
4 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.