★++++++★ทำไมเราถึงชอบอ่านหนังสือ★++++++★




สวัสดีค่ะ




วันนี้ไม่มีหนังสือมารีวิว แต่มาชวนคุยเรื่องหนังสือ
(จริงๆ เพิ่งอ่านไมรอนจบไปตั้งสองอาทิตย์มาแล้ว แต่กะว่าจะหาหนังสือของนักเขียนคนเดียวกันมาอ่านให้ครบเซตแล้วจะเขียนถึงทีเดียวค่ะ เพราะรู้สึกว่านักเขียนไทยคนนี้ "น่าสนใจ" ทีเดียว ส่วนหนังก็ได้ดูกระสือวาเลนไทน์กับมิวนิคไปค่ะ แต่ไม่รู้สึกว่าอยากเขียนถึงน่ะค่ะ)



มาทบทวนตัวเองค่ะว่า...เอ..ทำไมเราถึงกลายเป็นคนอ่านหนังสือไปได้น้อ?




จำได้ว่าก่อนเข้าปอหนึ่ง ตัวเองเคยเอาหนังสือของปอหนึ่งมานอนอ่าน (น่าจะประมาณมานะมานีน่ะแหละค่ะ) แล้วเพื่อนแม่มาหาที่บ้านยังถามแม่เลยว่า "นั่นเต้ยอ่านหนังสือออกแล้วเหรอ?"

แม่ก็ตอบไปว่า "อ่านยังไม่ได้หรอก สงสัยเปิดดูรูปไปงั้นแหละ"

(ตอนนั้นในใจเราก็คิดว่า เฮ้ย..เราอ่านได้แล้วนะ แต่ก็ไม่ได้ค้านอะไรไปเพราะเราเป็นเด็กไง ส่วนสาเหตุที่อ่านออกเนี่ยอาจเป็นเพราะตอนอนุบาลเราอยู่โรงเรียนแม่ แต่ไม่ค่อยได้เข้าเรียนหรอกค่ะ เพราะแม่เป็นครู ก็เลยมีอภิสิทธิ์นิดหน่อย ก็เลยเลือกที่จะเดินๆ เที่ยวๆ ตามห้องปอหนึ่งปอสองเวลาเขาสอนอ่านกอไก่ ขอไข่ ก็เลยเรียนแล้วก็อ่านออกเอาตอนนั้นหละมั้งนะ)



พอโตมาหน่อยแล้วอ่านหนังสือเรียนหมดแล้ว (คือเป็นคนที่พอก่อนเปิดเทอมมันต้องมีไปซื้อหนังสือเรียนมาใช่มั้ยคะ แล้วเราก็มักอ่านทั้งหมดจบก่อนเปิดเทอม) ก็เลยหาหนังสืออื่นอ่าน ตอนแรกก็อ่านหนังสือการ์ตูนเล่มละบาทบ้าง การ์ตูนอะไรต่ออะไรบ้าง แล้วก็เริ่มจับนิยายของแม่ อย่างพวกทมยันตี มาอ่าน (แต่ตอนนั้นไม่ค่อยชอบค่ะ มาชอบนิยายพวกนี้ตอนมอต้นได้ แล้วก็ซาไปตอนมอปลาย)


แต่พอปอสองได้อ่านเพชรพระอุมาของพ่อก็ติดหนึบเลย (เพิ่งจับตัวเองได้ไม่นานนี้เองค่ะ ว่าตัวเองเป็นคนชอบอ่านหนังสือแนวจินตนาการแฮะ ไม่ว่าจะเป็นแนวจินตนาการผจญภัยหรือแนวจินตนาการแบบเด็กๆ ก็เหอะ)


ตั้งแต่นั้นก็เลยกลายเป็นคนชอบอ่านหนังสือนับแต่นั้นมาค่ะ




นี่คือส่วนแรก




อีกส่วนหนึ่งคือ เราคิดว่าหนังสือมีข้อจำกัดในการเสพน้อยน่ะค่ะ


คือ พกไปแล้วจะเปิดอ่านที่ไหนก็ได้ อย่างถ้าจะดูหนังก็ต้องมีโรงหนัง ไม่ก็ทีวี เครื่องเล่นแผ่น ฯลฯ (สมัยยังไม่มีไอพอดน่ะนะคะ) ฟังเพลงก็ต้องมีเครื่องเล่นของมัน แต่หนังสือนี่ โดดๆ เดี่ยวๆ ก็อ่านได้ ขอให้มีแสงสว่างเท่านั้นเองน่ะค่ะเพราะงั้นถือว่าเป็นการพักผ่อนที่มีข้อจำกัดให้เราน้อยมากๆ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชอบศิลปะแขนงนี้เป็นพิเศษ






พูดถึงที่มาที่ไปกันแล้ว มาว่ากันถึงความสุขในการได้อ่านหนังสือกันบ้างนะคะ




ความสุขในการอ่านหนังสือของเราคือ เวลาที่ได้อ่านมันเกิดสมาธิน่ะค่ะ ไม่รับรู้ต่อสิ่งรอบข้าง เหมือนได้เข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งโดยสมบูรณ์จริงๆ (ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ความสุขที่เกิดขึ้น เกิดจาก "สมาธิ" ในการอ่าน หรือเกิดจากการสามารถ "หนี" จากโลกของความจริงได้ )



อีกอย่างหนึ่งคือ ความรู้ค่ะ เรามีความสุขเสมอเวลาได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากการอ่านหนังสือ แม้ว่าบางเรื่องก็เป็นความรู้ที่เอาไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ส่วนใหญ่เอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ก็ตามที



อ้อ..อีกประการ

หนังสือมีตัวตนให้เราเก็บได้ แล้วก็ไม่ค่อยเสื่อมสภาพไปง่ายๆ ด้วยค่ะ แม้จะต้องใช้พื้นที่เยอะพอควรในการเก็บ (เมื่อเทียบกับแผ่นหนังหรือเพลง จริงๆ ถ้าเป็นม้วนวีดีโอกับม้วนเทปเพลง จะเห็นชัดอย่างยิ่งว่า...หนังสือมีการรักษาสภาพได้ยาวนานกว่าน่ะนะคะ)





แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะ



ทำไมถึงชอบอ่านหนังสือ?


แล้วทำไม..ถึงไม่ชอบอ่านหนังสือ?

(โคตะระตีขลุมเลยเนาะ จะชอบอ่าน-ไม่ชอบอ่าน ก็ต้องตอบหมดเยย)




อ้อๆๆๆ เพิ่งนึกออก ถ้าพรุ่งนี้ไม่ขี้เกียจ ก็คงจะเอารีวิวงานพระนครคีรีเมืองเพชรบุรีมาให้ดูค่ะ (งานจบไปแล้วค่ะ แต่อาทิตย์ที่แล้ววุ่นๆ เลยไม่ได้มาอัพบล็อกให้ดู)




ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมกันนะคะ



Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2549 15:41:33 น. 114 comments
Counter : 4176 Pageviews.

 
ตอนเด็กคล้ายๆกัน
ก่อนเปิดเทอมจะอ่านหนังสือเรียนในกองที่โรงเรียนแจกมาก่อนไปเรียน

ความชอบอ่านหนังสือคงต้องยกความดีให้พ่อกับแม่ด้วย.. พ่อกับแม่ชอบอ่านหนังสือมากๆทั้งคู่

โตขึ้นมาก็ชอบอยู่ในห้องสมุด ( ถ้าไม่ไปเตร่ตามโรงหนัง)

ตอนนี้ก็อ่านหนังสือเรียนทุกวัน อาจจะท้อบ้างเพราะมันเยอะ แต่ไม่เบื่อนะ

หลายคนแนะนำให้อ่านอีบุ๊ค ก็ลองอ่านแล้วนะ ไม่ชอบนั่งอ่านหน้าคอมเลย เหมือนอ่านไฟล์ ไม่ใช่อ่านหนังสือ



โดย: keyzer วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:58:37 น.  

 
ผมอ่านหนังสือออกตั้งแต่ประมาณ 3 ขวบครับ

ส่วนหนึ่งต้องยกให้กับแม่ผมด้วย เพราะแม่ผมรักการอ่านมาก คือต้องอ่านหนังสือก่อนนอน ส่งผลมาถึงผมทุกวันนี้ที่ต้องอ่านหนังสือก่อนนอนทุกคืน


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:58:44 น.  

 
อ่านหนังสือตั้งแต่ยังอ่านหนังสือไม่ออก (จริงๆ )
ให้พี่ชายอ่านหนังสือการ์ตูนให้ฟัง แล้วเราก็ดูรูปอย่างมีความสุข

เวลาเรียนก็จะอ่านแบบเรียนวิชาที่เราชอบไปล่วงหน้า เช่นวิชาสังคม ภาษาไทย ถ้าอยู่ปอ 2 ก็จะอ่านของปอ3 ปอ 4 ล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว

จริงๆ ไม่ค่อยตั้งคำถามกับสิ่งที่เรารักนะ

ตอนนี้ถ้าจะให้ตอบ อ่านเพราะอยากอ่าน ไม่อ่านแล้วจะลงแดง
อ้อๆ อีกอย่างคือ การอ่านคืออาชีพน่ะ


โดย: grappa วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:01:47 น.  

 
ติดมาจากพ่ออ่ะค่ะ
พ่อจะชอบอ่านหนังสือ

วันหยุดอ่านนิยายไปเรื่องหนึ่ง
น้ำตาร่วงเลยค่ะ




...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:11:36 น.  

 
ติดอ่านหนังสือจริงๆ ก็คงเริ่มเป็นมอต้น เริ่มอ่านหนังสือแปลแนวสืบสวนของอกาธา อ่านแล้วชอบก็เลยหาซื้อเก็บสะสม แล้วก็ค่อยๆ เริ่มหางานเขียนของคนอื่นอ่านอีกก็เลยติด สักพักมาอ่านเรื่องของคุณพนมเทียน เรื่องรัตติกาลยอดรักก่อนเพราะว่าเนื้อเรื่องแปลกดี พออ่านเรื่องนี้จบก็ต่อด้วยเพชรพระอุมาเลย ปรากฏว่าชอบอีก ตั้งแต่นั้นมาล่ะคะเพชรพระอุมาสามภาคก็เลยเป็นต้นตำรับการอ่านหนังสือมาเรื่อยๆ ...

มาถึงตอนนี้ก็ยังอ่านอยู่และก็พยายามจะอ่านหนังสือให้ได้ทุกแนว ตอนนี้อ่านหนังสือเพราะว่าเวลาว่างมากขึ้น แล้วก็ประจักษ์แล้วว่าหนังสือคือเพื่อนแท้จริงๆ ค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:29:33 น.  

 
ชอบอ่านเพราะว่าเวลาอ่านมันได้คิดอะไรไปเรื่อยๆน่ะครับ...

แต่ถ้าเอาแบบชอบจริงๆ ก็หลังจากรหัสลับดาวินชีมา บ้าพวกนิยายสืบสวนแบบนี้ไปเลย

แปลกนะครับ รัฐบาลมักจะบอกว่าส่งเสริมการอ่าน แต่ก็ชอบทำให้นักเรียนมีแปต่งาน+การบ้านจนไม่มีเวลาไปอ่านหนังสือ

สงสัยหนังสือของเค้าคงจะเป็น text book น่ะครับ

ปล. ไม่ไดเข้ามาเยี่ยมซะนาน คือเนตที่บ้านมันรวนๆน่ะครับ หลุดทุกสิบนาที เลยเลิกเล่น เตรียมเอนท์ดีกว่า - -*


โดย: Admission Boy (nanoguy ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:34:49 น.  

 
คุณแม่เป็นครูเหมือนกันค่ะ
เริ่มอ่านจริงๆ จังๆ คือหนังสือพิมพ์หัวเขียว
แบบว่าตัวมันโตๆ ไงคะ

แล้วอาชอบอ่านนิยายรัก เล่มละ 10 บาท เราก็อ่านด้วย แต่ไม่ยักกะใจแตกแฮะ หรือแตกแต่ไม่รู้ตัวก็ไม่รู้

ส่วนน้าก็อ่านหญิงไทย ขวัญเรือน แล้วก็มีการ์ตูน ก็อ่านมาเรื่อยๆ

บ้าเลือดจริงๆที่จำความได้คือ ม.1 เพราะเจอเพื่อนชอบอ่านเหมือนกัน แล้วก็ได้มางานสัปดาห์หนังสือเป็นครั้งแรก โห หมดเงินไปแปดร้อยซึ่งถือว่าเยอะมาก

แล้วก็เลยติดใจต้องไปงานหนังสือทุกปี

ช่วงปีที่ผ่านมาพอเริ่มทำงานทำให้การอ่านหนังสือลดลงไปอย่างน่าใจหาย

ช่วงนี้โหยหาหนังสือมากๆ เลยค่ะ

^^


โดย: I am just fine^^ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:51:47 น.  

 
อ่านหนังสือออกตอนไหนเหรอ .... นึกไม่ออกเลยแฮะ นานมาก นานจนลืม เหมือนไม่รู้ตัวว่า เราผูกเชือกรองเท้าเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ (เกี่ยวกันไหมเนี่ย)

แต่หนังสือที่ชอบอ่านประเภทแรกคือ นิทานพวกเจ้าหญิงเจ้าชายที่เล่มแข็ง ๆ การ์ตูนผีเล่มละบาท และขายหัวเราะ ซึ่งสมัยก่อนเล่มเบ้อเริ่มเทิ่มเลยแหละ

มาเริ่มอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นก็ตอนม.ต้น แล้วก็ติดหนับอ่านมาจนบัดนี้ (แต่ตอนนี้ไม่ค่อยอ่านแล้ว มันเรทเอ็กซ์เหลือเกิน )

มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือ ตอนเด็ก ๆ ยังฝันว่าจะเป็น บรรณารักษ์ห้องสมุด เลย ตอนนี้ก็ยังฝันอยู่ และคงเป็นได้แค่ฝัน



โดย: Masaomi IP: 210.213.12.200 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:01:03 น.  

 



คนไม่ชอบอ่านหนังสือมาแล้วจ้า.....

ไม่ดีเลยเนาะ...

ชอบดูหนังมากกว่าค่า

อีกอย่าง เป็นคนตีความไม่ค่อยเก่ง ถ้าเวลาอ่านแล้วไม่เข้าใจ จะกลับมาอ่านย้อนไปย้อนมา

ทำให้อ่านหนังสือที ใช้เวลานานมากกกกกเกินคนปรกติ

แต่หนังสือที่ชอบอ่านก็มีนะ เช่นการ์ตูนสืบสวน หรือการ์ตูนตลกอ่ะจ๊ะ



โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:02:08 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือ เพราะว่าได้อ่านการ์ตูนโดราเอมอนก่อน แล้วนึกว่าน่าจะมีคาถาหรือพวกของวิเศษพวกนี้อยู่จริงๆ ต่อมาก็อ่านเพราะว่านั่งรถเมล์ไปเรียนหนังสือไม่มีอะไรจะอ่าน (ไม่ชอบอ่านหนังสือเรียน) และก็เริ่มอ่านในสิ่งที่กำลังอยู่ในอารมณ์สนใจ เช่นปรัญชา ศาสนา เรื่องลี้ลับ นิยาย ท่องเที่ยว เป็นคนไม่มีแนวในการอ่าน อ่านได้หมด แต่ต้องอยู่ในอารมณ์แนวนั่น

เกลียดหนังสือประเภทผู้เขียนเขียนแบบสมองกลวง เช่นหนังสือเขียนจากคนดัง ดารา นักร้อง (บางคน), หนังสือประเภทเขียนคำหยาบ, และหนังสือประเภททำอย่างไรจะมีกิ๊ก 10 คน, และประเภทเขียนหนังสือแบบสัมภาษณ์ ประเภทหลังนี้แย่สุดเจอมา 2 เล่ม ซื้อมาแล้ว ไม่อ่านเลย เสียหัวสมอง เพราะพ่อเล่นก็อปคำต่อคำ ไม่มีการวิเคราะห์ ถ้าการเขียนมันง่ายขนาดนั่น เราไม่ต้องซื้อหนังสือมันมาอ่านก็ได้

อยากให้มีหน่วยงานควบคุม เพราะราคากระดาษเดี๋ยวนี้มันแพงมาก

บ่นไปไกลเลย ก็แค่อยากบอกว่าชอบอ่านหนังสือไม่มากหรือน้อยกว่าคนอื่นและอยากให้ประเทศไทยมีหนังสือขายหลากหลายที่เขียนจากใจคนเขียนจริงๆ ในราคาไม่แพง ครบถ้วนไหม


โดย: nuyo IP: 58.8.100.152 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:15:03 น.  

 
โห อ่านเยอะจริงๆ ขอคารวะเลย ตอนนี้กำลังอยากอ่านนาร์เนียอยู่ กำลังเก็บเงินซื้อฉบับภาษาอังกฤษ จริงๆแล้วได้ e-book มาแล้ว แต่ไม่อยากนั่งอ่านหน้าจอคอม ก็ต้องรอต่อไป อ่ะนะ ขอบคุณด้วยที่แวะไปเยี่ยม จริงๆแล้วอยากให้ตามไปอ่าน space มากกว่า เพราะแอบขี้เกียจ copy ข้อมูงจาก space ลง bloggang แต่ถ้ามีเวลาอาจจะทำ ...
ขอบคุณอีกครั้งจ้า


โดย: avada_kedavra วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:15:25 น.  

 
ยอมรับว่ามาตอบโดยยังไม่ได้อ่าน Blog ของพี่อ่ะครับ
แบบว่าเห็น Heading ก็ลุยมาตอบเลย
((ทำเวลาไปไหมเนี่ย ขออภัยนะคร้าบ))
Image hosting by Photobucket

ผมคิดว่า เรื่องการอ่าน บางทีก็เป็นเรื่องธรรมชาตินะครับ
สมัยผมเด็กๆ ก็จะเอาหนังสือมานั่งมองๆ ตลอด
แต่ต่างกับน้องสาวที่แทบจะไม่แตะเลย
โตมา ผมก็รักการอ่าน
ในขณะที่น้องสาว ไม่ค่อยอ่านอ่ะครับ


โดย: Marvellous Boy วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:18:24 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือ เพราะรุ้สึกว่าทำให้เกิดสมาธิได้จริงๆ ค่ะ
เคยติดนิยายอยุ่พักนึง สาเหตุแรกชอบชื่อนางเอกพระเอก ในนิยายนี่ชื่อจะเพราะๆ ทั้งนั้น...

ชอบอ่านหนังสือเวลาเดินทางคนเดียว เพราะไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้าเพราะคุยไปคุยมา ดั๊นนึกอยากจะรุ้เรืองส่วนตัวของเราไปซะง๊านค่ะ

โอ้โห...อ่านเพชรพระอุมาตั้งแต่อยุ่ ป.2 กรี๊ดๆๆๆ
สุดยอด




โดย: พลอยสีรุ้ง วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:25:46 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือเพราะว่าเป็นมรดกของพ่อมั้งคะ พ่ออ่านให้ฟังจนอ่านหนังสือคล่องไม่รู้ตัว พอโตมาก็มีหนังสือเป็นเพื่อนคู่คิดมาตลอด ด้วยความเป็นคนไม่ชอบปรึกษาใคร ก็เลยต้องหาข้อมูลใส่หัวไว้เยอะๆ


โดย: rebel วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:42:26 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือ เพราะหนังสือจะสามารถทำให้เราจินตนาการได้ และหนังสือจะบรรยายรายละเอียดได้ดีกว่าภาพยนตร์ + ละครค้าบ

ล่าสุดเสียน้ำตาให้กับ Andaman After 9 richters เศร้าสุดๆ ค้าบ


โดย: Mr.Tsunami วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:48:31 น.  

 
ดีใจจัง เหมือนได้เจอเพื่อนเลยค่ะ
อ่านหนังสือออกตั้งเเต่อนุบาล คงเพราะพี่เเถวๆบ้านที่เค้าโตกว่าชอบจับเรามาเล่นเป็นนักเรียนบ่อยๆ เอาหนังสือการ์ตูนมาเเบ่งให้อ่านด้วยเเล้วพ่อเเม่ยังชอบอ่านนิยายทั้งคู่ คนนึงเเนวกำลังภายใน+ผจญภัยอีกคนเเนวรักหวานเเหววค่ะ
ตอนเด็กๆอยากโตไวๆจะได้อ่านตอนต่อไปของมานีมานะมากๆ
พอตอนประถมไปเจอเปาบุ้นจิ้นในตู้หนังสือของคุณย่าค่ะ เลยชอบนิยายเเนวสอบสวนมากเลย
ช่วงมัธยมนี่สุขที่สุดพักกลางวันทีไรอยู่เเต่ในห้องสมุดไปตามหาเชอร์ลอคโฮมกับนิยายของอกาธา พอ่านเเนวนี้หมดเลยมาอ่านพวกวรรณกรรมเยาวชน อ่านนิทาน(รู้สึกย้อนวัยชอบกล)
ตอนนี้ถ้าวันไหนไม่ได้อ่านหนังสือหรือไม่ได้อ่านการ์ตูนนี่นอนไม่หลับเลยค่ะ อย่างกับติดยา


โดย: MikaRin วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:49:19 น.  

 
อ่านหนังสือออกประมาณช่วงอนุบาล 3 ค่ะ ป.1 ก็เริ่มอ่านหนังสือเล่มๆ ได้ เมื่อก่อนตอนเด็กๆ จะรอคุณพ่อมารับ และห้องสมุดเป็นจุดที่มองเห็นเวลาคุณพ่อมารับได้ชัดเจนที่สุด เพื่อนๆ มักจะกลับกันเร็ว ส่วนใหญ่ก็เลยเหลือแต่เราที่นั่งคอย เลยใช้เวลาอ่านหนังสือในห้องสมุดค่ะ กลายเป็นติด ต้องอ่านวันละ 1-2 เล่ม

ชอบอ่านเพราะได้ความรู้และความบันเทิงจากหนังสือเยอะ รวมทั้งคติสอนใจและข้อคิดต่างๆ และใช้เป็นเครื่องฆ่าเวลาได้เป็นอย่างดี เพราะไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับใครมากมาย

ตอนนี้ก็ยังชอบอ่านอยู่มากๆ ค่ะ แต่ด้วยความขี้เกียจ+ไม่ค่อยมีเวลา เลยเอามาเป็นข้ออ้างให้อ่านหนังสือน้อยลง แต่ไม่ได้ซื้อหนังสือน้อยลงเลย ให้ตายเถอะ โรบิ้น


โดย: เดอะ กั้ง วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:54:20 น.  

 
อ่านหนังสือตั้งแต่ยังอ่านหนังสือไม่ออกเหมือนกันค่ะ ที่บ้านเคยทำร้านกาแฟ จะรับไทยรัฐกับเดลินิวส์ไว้ให้ลูกค้าอ่าน เราที่ยังไม่ได้เรียนอนุบาลเลยจะต้องจองอ่านก่อนใครเพื่อน ใครมาอ่านก่อนไม่ได้นา

แล้วก็อ่านพวกหนังสือพิมพ์กับหนังสือเรียนมาเรื่อยๆ นั่นแหละค่ะ จำไม่ได้แล้วว่าบ้าอ่านนิยายตอนไหน อาจจะตอนที่เดลินิวส์ลงเพชรพระอุมาเป็นตอนๆ ก็ได้มั้ง สมัยประถมแม่ซื้อนิทานจากศึกษาภัณฑ์ให้อ่าน ส่วนเราก็ซื้อการ์ตูนอ่าน ช่วงมัธยมมีเหตุจำเป็นให้ที่บ้านต้องเอาเช็คชื่อเรามาเข้าบัญชีเป็นหลักหมื่น แล้วก็ใจดีไม่ถอนคืนไป นับแต่นั้นมาลูกสาวโมโจโจโจ้ก็ตะลุยซื้อหนังสืออย่างหน้ามืดตามัวมาจนบัดนี้ค่ะ


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:04:06 น.  

 





โดย: marinesnow วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:13:49 น.  

 
สงสัยต้องให้เรียกพี่จริงๆ แล้วล่ะม้าง เพราะยุคเราน่ะ เดินงานหนังสือที จ่ายไปแค่ห้าร้อยกว่าบาทก็หอบกลับบ้านไม่ไหวแล้วค่ะ พะรุงพะรังจะตกรถตายเอา อ้อ ตอนนั้นยังจัดอยู่ข้างกระทรวงศึกษาอยู่เลย

อ้อ แล้วก็ที่อ่านก่อนเข้าอนุบาลน่ะ ไม่แน่ใจนะคะว่าอ่านออก จำได้ว่าเปิดๆ กางๆ อ่านๆ แต่จำไม่ได้หรอกว่าอ่านอะไรไปบ้าง แต่ตอนป.หนึ่งนี่อ่านออกแน่ๆ ค่ะ

มานี
มานีมีตา

อา
อามีตา

กา
กามีตา


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:17:00 น.  

 
เหมือนพี่เต้ยหายไปนาน แหะๆ คิดถึงค่ะ


ตอนเด็กๆ บ้าอ่านหนังสือ เพราะแข่งกับเพื่อนว่า ในสมุดยืมของห้องสมุดใครจะเต็มก่อนกัน อิอิ

แต่เสียดาย ที่บ้านเกิดมีร้านหนังสือน้อยเหลือเกิน บางเล่มก็ต้องสั่งให้เขาเอามาขาย เรียกว่าทรมานพอทน


ตอนนี้หนังสือที่บ้าน น่าจะพอเป็นห้องสมุดย่อมๆ แล้วอ้ะค่ะ อิอิ



โดย: มรกตนาคสวาท วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:06:44 น.  

 
มานีมานะนี่ถือเป็นแนวซีรี่ส์เรื่องแรกที่อ่านเลย ได้มาจะอ่านก่อนเลยพอเรียนจะเหมือนเรารู้มากกว่าเพื่อนคนอื่น

ต่อมาก็อ่านหนังสือพระของพ่อ(เริ่มฝักใฝ่ด้านอาถรรพ์ ตำนานลี้ลับ)
พอช่วงมอต้นนี่อ่านเป็นบ้าเป็นหลังอ่านทุกประเภททุกแนวเพราะอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดด้วย
แล้วก็เริ่มแผ่วลงช่วงมอปลายเพราะเริ่มหันมาอ่านการ์ตูนแทนทีนี้เลยติดการ์ตูนแทนยาวนานจนป่านนี้
พวกนิยายที่ยังอ่านอยู่นี่ต้องเป็นแนวแฟนตาซีเท่านั้น หรือไม่ก็ดังมากมากจนไม่มีไม่ได้แล้วเรา ---->> เป็นพวกชอบตามกระแสนิดนิด


โดย: meri วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:30:23 น.  

 
แอร์เริ่มอ่านหนังสือ ก็ตอนม.ต้นมั้งค่ะ

จริง ๆ อ่านพวก ขายหัวเราะ ตั้งแต่ประถมแล้ว ต้องซื้อทุกครั้งที่มันออกเล่มใหม่ แรก ๆ ก็อ่านแต่การ์ตูนช่อง ๆ หลัง ๆ เริ่มอ่านที่เป็นเนื้อหายาว ๆ ในเล่ม

หลังจากนั้นเริ่มหยิบหนังสืออ่านนอกเวลาทั้งของตัวเองและพี่ชายมาอ่าน อ่ะค่ะ จนกลายเป็นคนอ่านหนังสือเร็ว

แล้วก็ติดการอ่าน ตั้งแต่ช่วงนั้นเป็นต้นมา ตะก่อนนี้ ไม่ชอบซื้อหนังสือเพราะคิดว่าตัวเองเบื่อง่าย แต่หลัง ๆ คิดว่าซื้อมาเก็บไว้ดีกว่า เอาตังค์ไปทำอย่างอื่น เวลาที่เราว่าง ๆ เราจะได้พักผ่อนได้

ตอนนี้ติดหนังสือ ของ คุณดังตฤณค่ะ อ่านไม่จบซักที ขนาดว่าตั้งใจแล้วนะนั่น


โดย: loveme_loveu วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:47:58 น.  

 
ยังมีอีกเล่มวางอยู่ที่เดิมเกือบเดือนแล้ว ว่าจะอ่าน แต่พอเปิดหน้าแรกแล้วขี้เกียจอ่านต่อทุกทีเลย


โดย: ปลายเทียน วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:20:33:33 น.  

 
เราเป็นคนชอบหนังสือเดินทางท่องเที่ยวอย่างเช่น



เป็นคนหนังสือท่องเที่ยวที่ชอบหนังสือเล่มนี้เพราะเป็นคนที่เป็นอ่านคำนำมาก คำนำจะบอกถึงองค์รวมได้เป็นอย่างดี

"ปรารมภ์แห่ง...วันหนึ่ง...วันนั้น...แล้ววันหนึ่งผมต้องจำใจกดชัตเตอร์กล้องบันทึกภาพความว่างเปล่าของพื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่ง (ก่อนหน้านี้เพียงห้าเดือน) ยังเคยเป็นที่ตั้งของหอหลวงอันงามสง่าดังกล่าว แต่บัดนี้ได้ถูกรัฐบาลเผด็จการทหารของพม่า(สลอร์ก)ทุบทำลายอย่างขุดรากถอนโคน......เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน ความคิดก็เปลี่ยน...

ต่อไปเป็นคำที่เขียนไว้หลังปกของคุณธีรภาพ โลหิตกุล

'ในฐานะคนทำสารคดี อันเป็นแขนงหนึ่งของวิชาชีพสื่อมวลชน ผมพึ่งยึดถือภารกิจรวมการรายงานข้อเท็จจริงสู่มวลชนเป็นสรณะ แต่ในฐานะปุถุชนอาการเยี่ยงเด็กได้ขนมหรือคนอกหัก ย่อมเป็นตัวแทนแห่งวิสามัญสำนึกที่พึงบังเกิด....หากเพียงต้องการสื่อวิสามัญสำนึกบางประการของคนทำสารคดีไปสู่ผู้อ่านบ้างเท่านั้น กับอีกเหตุผลหนึ่งคือ เพื่อการเรียนรู้และเก็บรับบทเรียนจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในรูปของเอกสารเก่า รูปภาพเก่า ที่ทำให้เราสำเหนียกอยู่เสมอว่า..ประวัติศาสตร์ไม่เคยทำร้ายใครนอกจากคนที่ไม่เคยจดจำรำลึกบทเรียนจากอดีต'




โดย: อุ้มสี วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:20:43:11 น.  

 
แวะ มา ขอน้ำสักแก้ว


โดย: ชายคา วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:20:44:25 น.  

 
แก้คำที่เขียนให้งงในบรรทัดที่ 2 จริงๆ ต้องเขียนว่า

"เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือตรงคำนำมาก ซึ่งคำนำนั้นจะบอกถึงองค์รวมของหนังสือได้เป็นอย่างดี"


โดย: อุ้มสี วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:20:48:07 น.  

 
มาต่อจากในบล็อก

ใครหลาย ๆ คนพูดกับผมว่า 'มึงอ่านเพชรพระอุมาวันละสามเล่มได้ไงว่ะ'

ผมก็งงว่าเฮ้ยมันยากตรงไหนว่ะ ก็อ่าน ๆ ไปแป๊บ ๆ มันก็จบเล่มแล้ว พอจบเล่มก็อ่านต่อดิ

ใครคนนั้นถามต่อว่า ไม่ลายตาหรอ อ่านแบบนี้ ผมก็งงอีกครั้งว่าทำไมต้องลายตาอ่ะ ไม่เคยอ่านหนังสือแล้วลายตาอ่ะ

ก็พึ่งมานึกออกเมื่อเจอคนเยอะ ๆ ที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือเท่าใด ก็พึ่งรู้อ่อ คนเราไม่เท่ากันจริง ๆ บางทีแค่นาร์เนียที่ผมอ่านสองชั่วโมงจบ มันใช้เวลาเป็นอาทิตย์ คล้ายกับว่าสมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัวประมาณนั้น

เดี๋ยวไปขยายอัพบล็อกพรุ่งนี้ดีกว่าครับ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:02:53 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือมาก เป็นนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ส่วนใหญ่อ่านหนังสือแปล พวกวรรณกรรมเพื่อเยาวชน

หนังสือแปล เล่มโปรดในดวงใจคือ คุณพ่อขายาว Daddy Long leg


โดย: Sirinut (Sirinut ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:18:39 น.  

 
นาไม่ค่อยได้อ่านหนังสือหรอกค่ะ
นาอ่านทีไร หลับทุกที อย่างนั่งรถบางคนชอบอ่าน แต่นาชอบหลับอ่ะ หลับง่าย 55

หนังสือที่ชอบอ่านก็มีบ้าง ส่วนมากจะเป็นแนวประวัติศาตร์ ท่องเที่ยว หรือไม่ก้อแนวสืบสวน
นวนิยาย นาอ่านน้อยมากค่ะ

นาชอบประวัติศาสตร์กับสังคม ... แล้วไมนาเรียนสายวิทย์เนี่ย เง็งกะตัวเอง


โดย: BBwindy วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:35:31 น.  

 
แบมชอบอ่านนิยายค่ะ พี่ไกด์

เรื่องร้าน ถ้าร้านปิด ก็ดีสำหรับแม่ค่ะ พี่ไกด์ แกจะได้พัก แบมจะได้พาเที่ยวด้วยไงคะ

คิดถึงพี่ไกด์นะคะ



โดย: yadegari วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:52:43 น.  

 
สิ่งที่จุนึกถึงเวลาเหนื่อยๆ คือ หนังสือดีๆ สักเล่ม เปลใต้ร่มไม้

แต่นานมากค่ะ กว่าจะมีโอกาสอย่างนั้น


โดย: กระจ้อน วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:09:35 น.  

 
อ่านหนังสือจินตนาการมันบรรเจิด อิอิ

ลป. พี่ก. หายช็อกยัง กร้ากกกกกกก

=)


โดย: hunjang วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:54:21 น.  

 
จะบอกว่า รู้สึกว่าตัวเองทำช่วงเวลาตอนเป็นเด็กหายไปค่ะ จำไม่ได้เลย(สงสัยจะเหมือน taken) จำได้แค่ว่าเข้าร.ร.ตั้งแต่อายุสองขวบห้าเดือน (ที่จำได้เพราะแม่บอกหรอกหนา) เพราะพ่อกับแม่เป็นครูทั้งคู่ ไม่มีเวลาดูแลค่ะ ---และที่ร.ร.นี้ทำให้เราจับดินสอผิดๆมาจนบัดนี้ก็แก้ไม่หาย อ้าว แต่ลายมือสวยนะ

เป็นคนชอบอ่านหนังสือ
แต่เป็นคนไม่ค่อยมีเหตุผลค่ะ ก็ได้อ่านแล้วก็มีความสุขกับมัน อยู่กับมันได้ทั้งวัน

ชอบอ่านวรรณกรรมเยาวชน และเรื่องสั้น และก็อยากเป็นนักเขียนเรื่องแนวนี้ด้วย แต่ก็ไม่ค่อยได้ลงมือทำซักที ยิ่งมาทำงานประจำ ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ หมดแรงก่อนทุกที เอ แล้วทำไมมีเวลามานั่งเล่นบล็อคหว่า


โดย: quin toki วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:56:27 น.  

 
ถามย้อนไกลแฮะ จำไม่ค่อยได้อ่ะ

นึกไม่ค่อยออกหรอกค่ะว่าเริ่มอ่านเพราะอะไร แต่เดาว่าคงเพราะอยู่คนเดียว ไม่รู้จะทำอะไร เลยอ่านโน่นอ่านนี่ไปเรื่อย ๆ มั้ง ตอนเด็ก ถ้าไม่วาดรูป ก็อ่านหนังสือน่ะ

พอโตหน่อย ช่วงพักเที่ยงก็บ้าเล่นบาสกับเพื่อน แต่ก็มีแว่บไปห้องสมุดเป็นบางช่วง ทั้งที่เพื่อนไม่ได้ไปด้วย ก็จะไปยืมต่อเนื่องจนใกล้สอบ ถึงหยุดไป

ตอนมหาลัยนี่สวรรค์เลย ปากซอยเป็นร้านดอกหญ้า เข้าไปแวะก่อนกลับทุกวัน ซื้อแทบทุกเล่มที่เป็นแนวที่อ่าน (สืบสวน+เรื่องแปลที่ไม่ซีเรียสเกิน) ไม่นับช่วงที่ขลุกในห้องสมุดด้วย

...ตอนนี้มาย้อนนึกดูแล้วก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมถึงอ่านเป็นล่ำเป็นสันได้ ทั้งที่รอบตัว (บ้าน+เพื่อน) ไม่มีใครเป็นหนอนหนังสือเลย


ตอบคำถามจากที่บล็อก
อาเซนธาเรียยังเทียบกับบารามอสไม่ได้ค่ะ เดินเรื่องอืดกว่าเยอะเลย แต่เป็นแนวรักฉากแฟนตาซีเหมือนกัน เพียงแต่บารามอสเขียนได้ดูเป็นแฟนตาซีกว่า


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:46:19 น.  

 
ลืมบอกว่าจะรออ่านรีวิว ไมรอน นะคะ (หาคนอ่านเรื่องนี้ไม่ค่อยเจอเล้ย)

ตามหางานของนักเขียนคนนี้มาอ่านทุกเรื่องเหมือนกันเลยค่ะ แต่ไม่อยากหยิบจนหมด กะว่ามีงานใหม่ออกมา 'ตุน' ก่อนค่อยอ่านของเก่า ... ตอนนี้ก็มี เดอะสตอรี่เทลเลอร์กับอันเซลม่าที่รอให้อ่านอยู่
ส่วน พณฯท่านแห่งกาลเวลา เจอแต่เล่มเยิน ๆ ราคาเต็ม ...ไม่อยากควักตังค์เลยอ่ะ


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:51:53 น.  

 
ชอบอ่านมาตั้งแต่เด็กๆค่ะพี่ไกด์

คิดว่าเป็นเพราะการปลูกฝังจากคุณพ่อด้วย

คือภาพที่เราเห็นจนชินตาตั้งแต่เด็กๆก็คือภาพคุณพ่ออ่านหนังสือตอนก่อนนอน... เวลาถาม คุณพ่อจะยิ้มแล้วบอก... พ่อสอบเรื่องนี้พรุ่งนี้ล่ะ...(แต่ในมือถือ หนังสือ Fiction ภาษาอังกฤษ หรือ ไม่ก็นิยายกำลังภายในค่ะ)

คุณพ่อจะชอบพาไปร้านหนังสือ แล้วให้โควต้า เอ้า วันนี้เลือกได้คนละ 4 เล่มนะ เราก็เลือกๆๆๆเรื่องที่สนใจอยากอ่านไป เสร็จแล้วคุณพ่อก็จะมาดูๆ ไม่เคยบอกว่า เฮ้ย ทำไมอ่านเรื่องนี้ล่ะ แต่จะแบบมียื่นอีกเล่ม 2 เล่มมาให้ แล้วก็บอกว่า อ่านจบแล้วลองอ่านเล่มนี้ดูนะ... พ่อว่าสนุกดี...

พอโตมาถึงรู้ว่าเรื่องที่คุณพ่อเลือกให้มันก็พัฒนาความคิดของเราไปตามวัยน่ะค่ะ

ส่วนตัวชอบอ่านเรื่องสอบสวนและแฟนตาซี คงเป็นเพราะชอบจินตนาการ...
เคยได้ยินคำๆนึงที่ว่า การอ่านหนังสือที่จริงแล้วมันคือ Read between the line เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

แต่หนังสือแนวอื่นๆก็ชอบด้วย และชอบเข้าร้านหนังสือ อืม คิดว่าหนังสือก็เป็นเพื่อนที่ดี อยู่กับเราได้ในทุกๆอารมณ์นะค่ะ

เดือนมี.ค.กลับบ้านแค่ 2 อาทิตย์ค่ะ อยากอยู่ให้ถึงงานหนังสือ แต่ไม่รู้จะเลื่อนตั๋วได้มั้ย เฮ้อออออ


โดย: ที่ได้พบกับเธอ นั่นคือโชคชะตา วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:1:25:05 น.  

 
เอาหนังสืออีกเล่มมาแนะนำ เล่มนี้เป็นปกเก่าค่ะ
บอกแล้วว่าเราชอบหนังสือเกี่ยวกับเที่ยวๆ เกี่ยวกับการโบกรถแบบอ่านเสร้จแล้วก็เกิดอาการอยากโบกรถแล้วเราก็ไปโบกรถจริงๆ เพราะหนังสือเล่มนี้





โดย: อุ้มสี วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:10:05:51 น.  

 
โอ้โห สาวไกด์อ่านเพชรพระอุมาตั้งแต่ป.2 เลยหรอ ถ้าเป็นเราตอนป.2 นะ อย่าว่าแต่อ่านเพชรพระอุมาเลย อ่านกอ ไก่ ยังไม่ทัน ฮอ นก ฮูกก็คงหลับไปแล้ว

กำลังจะบอกว่า เราไม่ได้รักการอ่านมาตั้งแต่เด็กหรอก ตอนเด็กเน้นเล่นมากกว่าเรียน 555 จนมาประมาณ ป.4 โรงเรียนมีงานสัปดาห์หนังสือประจำปี จะมีบูธของสำนักพิมพ์มาจำหน่ายหนังสือให้ในราคาถูก ตอนนั้นแหละ ที่รู้จักประหยัดค่าขนมไว้ซื้อหนังสือเอง เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆเลยแหละที่เราได้อ่านหนังสือเล่มแรกที่เราซื้อมาเองน่ะ หลังจากนั้นก็เลยชอบอ่านไปโดยปริยาย ว่างๆก็เข้าห้องสมุด อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า


โดย: W i n t e r b e r r y วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:01:01 น.  

 
เรามีลายละเอียดไว้ในBlog อุ้มตรงหน้า "หนังสือเล่มโปรด" ด้วยล่ะคุณไกด์สาวฯ ล่าสุด"หนังสือเล่มข้างบน" น่ะเปลี่ยนแต่ปกเ
นื้อหาเหมือนเดิม


โดย: อุ้มสี วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:09:38 น.  

 
จะมักง่ายไปมั๊ยหนอ
แต่ที่พี่สาวไกด์พูดมาเนี่ย
เหมือนผมหมดทุกข้อเลยอะครับ

ปล.ถ้าชอบแฟนตาซีเนี่ย รีบๆมาสู่ขอมีดสั้นไปลองเสพเลยครับ


โดย: เซียวเปียกลี้ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:14:00 น.  

 
อ่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่จำไม่ได้เหมือนกันค่ะ ที่บ้านชอบอ่านหนังสือกันทั้งบ้าน
อ่านได้แทบทุกประเภทค่ะ แต่ไม่ชอบพวกสืบสวน กะ ผี

นิยายที่อ่านเล่มแรกนี่ ตอนประถม3หรือ4 เรื่องสี่แผ่นดินค่ะ ชอบนิยายพีเรียตค่ะ


โดย: ธูปหอมเทียนสว่าง วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:15:17 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณนะคะที่เข้าไปเจิมคนแรกเลยอ่ะ
ไม่โกรธกันนะ ที่ไม่ได้เข้ามาทักทายด้วยบ่อยๆ
ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันค่ะ แต่ก่อนชอบอ่านนิยาย แต่เดี๋ยวนี้ กลายเป็นมาอ่านแต่หนังสือสัตว์เลี้ยงอ่ะค่ะ เจ้าของบ้านรักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: jayjayกะน้องถ้วยฟู วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:28:18 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือน่ะค่ะ
จะพกหนังสือติดกระเป๋าไว้ตลอด
ถ้ามีเวลาว่างสักนิด
หรือก่อนนอนต้องหยิบมาอ่านตลอด
ชอบเพราะอะไรเหรอค่ะ
อืม....คงสร้างความสุข ความเพลิดเพลินน่ะค่ะ ยิ่งถ้าหนังสือเล่มไหน ที่เราอ่านแล้วถูกใจ ทำให้เราคล้อยตาม มีอารมรณ์ร่วมไปกับที่เขาเขียนได้ ช่วงเวลานั้นจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขค่ะ เหมือนให้เรามีอีกโลกนึงที่เรากำลังโลดแล่นอยู่ นอกเหนือจากชีวิต ปกติที่เราต้องตื่นเช้ามาทำงาน กับกลับบ้านอยู่ทุกวี่วัน หนังสือก็คือเพื่อนด้วยค่ะ


โดย: ลูกเห็บยักษ์ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:31:49 น.  

 
เออ..อีกอย่างค่ะ
หนังสือที่อ่านเสร็จแล้ว
ทุกเล่มรักเหมือนลูกเลยค่ะ
(ทั้งๆที่ลูกยังไม่มี5555)
ใครมายืมจะหวงมาก ถ้าใครยืมไป ต้องย้ำ ว่าห้ามยับ ห้ามพับ ห้ามขาด ห้ามหาย และต้องเอามาคืนเร็วๆ ด้วย
และจะมีที่คั่นหนังสือ ให้เพื่อนที่ยืมหนังสือ พร้อมย้ำอีกรอบ ว่าห้ามพับน่ะ ให้ใช้ที่คั่นหนังสือ 555 โรคจิตมาก
จ้างเขาต่อตู้เก็บ ให้มันขนาดพอดีกะพ๊อคเก็ตบุ๊คด้วย ว่างๆ วันหยุดนั่งปัดฝุ่นหนังสือ เห็นชั้นหนังสือ คล้ายๆ ได้บรรยากาศ ของร้านหนังสือเลย


โดย: ลูกเห็บยักษ์ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:41:32 น.  

 
เมื่อคืนไม่ได้อ่านหนังสือ
แต่ได้ดูหนัง
ก็เลยเอามาเล่าให้ฟัง
แต่ถ้าอยากดูหนังก็อย่าเพิ่งไปอ่านนะคะ ^^



โดย: I am just fine^^ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:51:20 น.  

 
แตกประเด็นไว้ในบล็อกแล้วครับ (ความจริงประเด็นก็ไม่ค่อยแตกเท่าไรนะครับ)

แวะไปเที่ยวชมละกันนะครับ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:19:35 น.  

 
แม่เล่าให้ฟังว่าเราอ่านหนังสือพิมพ์ตั้งแต่อนุบาล 2 คงจะไม่รู้เรื่องหรอก แค่อ่านออกเสียงแบบเด็กหัดอ่านน่ะค่ะ

แต่ที่ตัวเองจำได้ก็คือตอนประถมที่นอกไปจากมานี มานะแล้ว เราได้อ่านหนังสือนอกเวลาของชั้นมัธยมของพี่สาวหลายเรื่องมากๆ ที่จำได้แม่นเลยก็เรื่องฉันอยู่นี่ ศัตรูที่รัก อ่านแล้วก็ร้องไห้อยู่ทุกครั้ง แล้วก็ยังได้อ่านหนังสือที่เกินความเข้าใจของเด็กประถมอีกหลายเรื่อง เช่นเวลา นิยายซีไรท์ของคุณชาติ กอบจิตติ โลกียชน(Tortilla Flat)

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ชอบเรื่องลึกลับสืบสวนมี 2 เล่มค่ะ เล่มแรกคือ7 สหายนักสืบ ของEnid Blytonที่อ่านตอน ป.4 ส่วนเล่มที่ 2 คือ สี่อาชญากร ของAgatha Christie ที่อ่านตอนม.1 ทำให้หลังจากนั้นเลยกลายเป็นคนอ่านหนังสืออยู่แนวเดียวไปซะนี่ มีคั่นด้วยนิยายจีนเป็นระยะๆค่ะ

เริ่มไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งแรกตอน ม.2 หลังจากนั้นก็ไปทุกปีจนกลายเป็นปีละ 2 ครั้ง และใช้เงินเก็บตัวเองซื้อทุกครั้ง (เพราะพ่อแม่จะได้ไม่ว่าไงคะ ไม่ว่าเราจะซื้อแพงแค่ไหนก็ตาม ) จนครั้งหลังๆนี่เริ่มรู้สึกว่า เราหมดเงินกับค่าหนังสือมากไปรึเปล่านะ

ยังไม่ได้ตอบคุณสาวไกด์เลยว่าทำไมถึงชอบอ่านหนังสือ คำตอบของเราเหมือนกับที่คุณทราย เจริญปุระเขียนไว้ในหนังสือรักคนอ่าน (เป็นรวมบทความจากคอลัมน์ในมติชนค่ะ) จำประโยคเต็มๆไม่ได้ จึงขอไม่เขียนละกันนะคะ แต่เนื้อหาก็คล้ายๆกับที่คุณสาวไกด์บอก ประมาณว่าโลกส่วนตัวน่ะค่ะ


โดย: azzurrini วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:26:34 น.  

 
อ่านหนังสือตั้งแต่ยังอ่านหนังสือไม่ออก เหมือนพี่กรัปปาอ่ะค่ะ
คือ เดินถือหนังสือไปให้คนอื่นอ่านให้ฟังรอบนึง แล้วหลังจากนั้น
เราก็อ่าน (หรือท่อง) ได้ถูกต้องเป๊ะ ... ไม่ใช่อ่านที่ละประโยคด้วยนะคะ
อ่านเป็นเรื่องเลยน่ะ

ก่อนเปิดเทอม พอได้หนังสือเรียนมา ก็จะอ่านเล่มที่เราชอบๆ
เช่น พวกวรรณคดี น่ะค่ะ แล้วพาลอ่านไปถึงหนังสือเรียนของน้องชายด้วย

ที่บ้านมีหนังสือเยอะ เพราะพ่อชอบอ่าน เราก็ไปขุดออกมาอ่านจนหมดตู้
โตขึ้นมาก็ซื้อเอง เงินค่าขนมหมดไปกะหนังสือเยอะเลยค่ะ

ชอบอ่านหนังสือนะคะ มันเหมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกนึง
เวลาสติแตก ก็ได้หนังสือที่แหล่ะค่ะ ช่วยรวบรวมสติกับมา
บางทีอ่านหนังสือเพลินจนไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย
ใครเรียกก็ไม่ได้ยินก็บ่อยอ่ะ

แต่เป็นคนที่ตีความในหนังสือไม่เก่งน่ะค่ะ ต้องอ่านสองรอบน่ะค่ะ
รอบแรกอ่านเพื่อเสพความสำราญ
รอบที่สองอ่านเพื่อเสพความหมาย
แต่ส่วนใหญ่จะอ่านได้แค่รอบเดียวอ่ะ
เพราะ หนังสือที่รอให้อ่านยังกองอยู่อีกเป็นภูเขาเลยค่า


โดย: ยัยบี๋ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:35:43 น.  

 
เริ่มชอบตั้งแต่ ป.4 มั้งคะ
แบบว่าง ๆ ก็เข้าห้องสมุดทุกวันเลย จนซิสเตอร์ที่เป็นบรรณารักษ์เบื่อหน้า อิอิ

อ่านแหลกตั้งแต่นั้น แต่หนังสือที่จับแรก ๆ จะเป็นพวกวรรณกรรมแปล พวกเรื่องของเด็กผู้หญิงอะค่ะ แบบห้าใบเถา แล้วก็หนังสือของคุณวาวแพร น่ารักมาก

อ่านบ้านเล็กในป่าใหญ่ตอนป.5 แบบปกแข็ง ๆ ชอบมากเลย แต่มาซื้อเก็บอันที่ปกเป็นสีสด ๆ ทำไมรู้สึกความสนุกแบบเมื่อวานหายไปไหนไม่รู้

ส่วนทำไมถึงชอบอ่าน คงเพราะอ่านแล้วมีความสุขค่ะ อิอิ แต่แม่ของหนูหนึ่งชอบบ่นว่า คนอ่านหนังสือเป็นคนขี้เกียจอะ นั่ง ๆ นอนไม่ทำอะไร ฮุ ๆ ไม่เดือดร้อน (หนูไม่ได้เป็นยังงั้นน๊า )


โดย: NuenG (blue_diamond ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:21:55 น.  

 



อยากอวยพรให้ก็ไม่รู้ว่าเนื่องในวันอะไรดี เอาเป็นว่าสุขสันต์วันนี้ก็แล้วกัน นะคะ




โดย: marinesnow วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:40:17 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือเพราะมันเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้ตัวเอง แล้วก็ทำให้จิตเราสงบและนิ่งเร็วดีค่ะ เวลาอ่านหนังสือแล้วเข้าถึงระดับขณิกสมาธิเลย แล้วเวลาเราอ่านหนังสือเนี่ย มันจะได้ไม่ต้องไปทะเลาะกับใครด้วยค่ะ เป็นพวกชอบความสงบอ่ะฮับ


โดย: Kitsunegari วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:40:19 น.  

 
ลืมถามพี่สาวไกด์ อิอิ
เคยอ่านสามเกลอตะลุยญี่ปุ่นไหมคะ เห็นเพื่อนแม่เค้าบอกว่าดี


โดย: NuenG (blue_diamond ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:33:09 น.  

 



จ๊ะเอ๋
หนี่ฯนิสัยไม่ดีคะ
จะชอบอ่านเฉพาะ น/ส
ที่หนี่ฯช๊อบชอบเท่านั้นคะ


คิดถึงนะคะ




โดย: หนี่หนีหนี้ (แพรวขวัญ ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:46:44 น.  

 
แง กดส่งแล้วมันเน็ตหลุดพอดี
พิมพ์มาตั้งยาว แงๆๆๆ


ไว้หนูไปตอบในบล็อกดีกว่า เศร้า


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:47:28 น.  

 
เมื่อกี้เข้าไปตอบยาวๆ ในอีกบล็อกนึง มาเล่าให้คุณสาวไกด์ฟังอีกรอบนึงก็ได้ค่ะ

ตอนเด็กๆ เราเห็นพ่อเราชอบอ่านหนังสือและเป็นสมาชิกแมกกาซีนหลายอย่าง เราก็เลยได้อ่านไปด้วย จนวันนึงเราก็เจอความชอบในแบบของตัวเอง เราทั้งส่งไปเล่นเกม เขียนเรื่องไปลง และสมัครสมาชิกหนังสือ

ช่วงมหา'ลัยจะเป็นช่วงที่เราค้นหาและเข้าไปในโลกหนังสือมากขึ้น ถึงแม้เพื่อนฝูงที่สนิทใกล้ชิดจะไม่มีใครมีความสนใจแบบนี้เลย แต่เราไม่เคยเหงา เพราะมันเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้ และเราก็รู้สึกว่ามีหนังสือเป็นเพื่อนตลอดเวลา

วันนึง เราได้พบผู้คนที่ชอบอ่านหนังสือ เขาแนะนำ พูดคุยอะไรมากมาย ที่ทำให้เรายิ่งหลงรักโลกของการอ่านหนังสือมากขึ้นไปอีก

ปัจจุบัน เราเน้นอ่านเฉพาะสิ่งที่เราสนใจมากๆ อาจจะแคบไปหน่อย แต่เราก็มีความสุขดี

เราคิดคล้ายๆ กับคุณสาวไกด์นะ ที่การอ่านหนังสือทำให้เรามีความสุข เพราะขณะที่อ่านมันทำให้เรามีสมาธิ และอยู่ในโลกส่วนตัวอย่างแท้จริงน่ะค่ะ


โดย: foneko (fonkoon ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:14:01 น.  

 
...เพรชพระอุมา ตอน ป. 2 เลยหรือ พี่สาวไกด์ นับถือ

ตอนเด็ก เป็นเด็กนิ่งๆ อยู่เงียบๆ ชอบอ่านป้าวข้างทางเวลาไปไหนมาไหน
ประถมอ่านการ์ตูน คำสาปฟาห์โร
มัธยมต้นอ่านเรื่องสั้น งานของ อ.จตุพล คุณวินทร์ เลียววาริน
มัธยมปลายอ่านพี่โน้ต อุดม และทุกๆอย่างที่ไม่ใช่หนังสือเรียน...

สามก๊กกับเพรชพระอุมา ต้องอ่านให้ได้ในชีวิตนี้ก่อนตาย...

ชอบเรื่องราวที่เกี่ยวเป็นนามธรรม จินตนาการ ปาฏิหารย์ต่างๆ
เวลาอ่านหนังสือ...เหมือนเรามีโลกของตัวเองดี
พี่ว่ามั๊ยว่าคนไทยอ่านหนังสือเยอะขึ้น...ถือเป็นเรื่องที่ดีเนอะ..


โดย: แผล (J'aime l'amour... ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:35:29 น.  

 
เป็นคนติดหนังสือค่ะ

หนังสืออะไรก็ได้

หนังสือเรียนก็ได้

ต้องอ่านก่อนนอน ไม่งั้นนอนไม่หลับ

เริ่มติดหนังสือตั้งแต่เด็กๆ ไม่เคยได้ของขวัญอะไร นอกจากหนังสือๆๆๆ เท่านั้น

เล่มโปรดตอนเด็กๆ ก็คือ หนังสือชุดวิทยาศาสตร์อ่านสนุก อ่านจนเปื่อยเลย


โดย: ลูกหมูยอ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:53:13 น.  

 

จอมแก่นจะชอบอ่านหนังสือ การ์ตูน เป็นที่หนึ่งเลยอะจ้า


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:15:09 น.  

 

แล้วก่าร์ตูนที่อ่านนี้เป็นแนวใหนอะจ้า..

จอมแก่น ชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น แบบ ฟาร์โร
ซิตตี้ฮันเตอร์ แล้วต่อมาน้องซื้อการ์ตูน มหาสนุก มาให้อ่านดุ
ก้ตลกดี อะจ้า อย่างเรื่อง หนูหิน เนี่ย อ่านรู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่ง..


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:54:57 น.  

 

โอ..บูดา.. ทามมั้ยชอบอ่านเหมือนกันเลย จอมแก่น ชอบหมดเลย แล้วก็ เรื่อง ..อาราเร่..จะชอบอ่านมาก
อ่านไปนั่งหัวเราะ ขำกลิ้งำปเลยอะจ้า
แล้วยังมีอีกหลายเรื่องเลยที่อ่านมาแล้วแต่จำชื่อไม่ได้..
แต่การ์ตูนแนวอื่นก้อ่านนะจ้า..ถ้าแบบเนี่ยต้องนั่ง
คุยกันเรื่องการ์ตูน ได้ทั้งวันแน่ๆๆเลยอะจ้า..


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:52:35 น.  

 
ผมรำพันเกี่ยวกับการอ่านหนังสือของผมไว้ที่นี่ครับ เป็นเรื่องที่ผมเขียนเป็นชิ้นเป็นอันครั้งแรกเลย ถ้ามีเวลาก็ลองแวะไปอ่านดูนะครับ

เพิ่งไปดูมิวนิคมาเหมือนกัน ผมชอบครับ ที่ชอบมากก็คงจะเป็นบทสนทนากับมุมกล้องที่มีลูกเล่นดี เป็นหนังเรื่องที่ดีสุดในรอบหลายเรื่องหลังของสปีลเบิร์กสำหรับผมเลย

ผมว่าหนังกับหนังสือนี่คล้ายๆ กันตรงที่เวลาดูหรืออ่าน เหมือนกันว่าเราหลุดไปอีกโลกหนึ่งที่ไม่ใช้โลกปัจจุบันที่เราอยู่ ซึ่งมันมีเรื่องวุ่นวายมากมาย สองอย่างนี้เป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดของผมเลย


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:34:28 น.  

 
จำไม่ได้ว่าอ่านหนังสือเล่มแรกในชีวิตคืออะไร จำได้ลาง ๆ คือพยายามอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ แต่อ่านไม่ออก ยายกับแม่ที่นั่งใกล้ๆ หัวเราะ

แต่ภาษาอังกฤษจำได้ครับ ว่าหนังสือเรียน English is fun มีเรื่องสั้นตอนหนึ่งที่เด็กผู้หญิงอยู่ในบ้านคนเดียวแล้วมีเสียงร้องประหลาด ๆ ทำให้เธอกลัวมาก ไป ๆ มาๆ เป็นน้องชายเธอแอบอยู่ใต้เตียง ที่จำได้แม่นเพราะเป็นเรื่องสั้นภาษาอังกฤษเรื่องแรกในชีวิตที่อ่านออก ฮะฮะ


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:11:01 น.  

 
มาส่งข่าวครับ ตอนนี้ผมอยู่ บ้าน 2 หลังนี้นะครับ
เขียนทุกวันครับ แต่อาจจะสลับกันเขียน


บ้านนี้ดูมีอายุหน่อย
//nu152th.diaryclub.com/


บ้านหลังนี้ เขียนมา 3 ปีแล้วครับ เป็นบ้านหลังเก่า
ที่สุด (อาจจะมีเด็ก ๆ เยอะไปบ้าง ^_^)
//diary.yenta4.com/diary.php?nu152

ปล. ยังไม่มีโครงการกลับบล๊อกแก๊งค์นะครับ
ร้องเพลงรอ กันไปก่อนนะครับ รักแล้วรอหน่อย

Image Hosted by ImageShack.us


โดย: ไอดินและกลิ่นฝน IP: 58.10.20.248 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:37:08 น.  

 
อ่านฤทธิ์มีดสั้นจบเมื่อไหร่
จขบ ต้องติดนิยายจีนแน่ๆ

=)


โดย: hunjang วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:59:05 น.  

 
เอ ไมรอนที่ว่า ใช่ไมอรน โบลิทาร์หรือเปล่าคะ? ใช่ เห็นว่าในเซ็ทมี7เล่ม(ถ้าจำไม่ผิดนะคะ)

ข้าพเจ้าชอบอ่านงานของฮาร์ลาน โคเบนเนี่ยล่ะค่ะ...(หมายถึงหนังสือในแนวนี้นะคะ)

เริ่มอ่นหนังสือตอนไหนจำไม่ค่อยได้ แต่เวลาเห็นหนังสือแล้วมันเหมือนจะลงแดงซะให้ได้
ตอนเด็กๆ ไม่ค่อยใส่ของเล่นอะไรเท่าไหร่ เพิ่งมานึกๆ ดูว่า เออแฮะ ไม่มีของเล่น แต่มีหนังสือ...ทุกวันนี้ก็นอนอยู่บนกองหนังสือหุ หุ
ชอบผู้ชาย ก็ชอบผู้ชายที่อ่านหนังสือ(อันนี้คนรักเก่าเป็นคนตั้งข้อสังเกต) แต่คนรักเก่าของข้าพเจ้าไม่ค่อยอ่านหนังสือนะคะ


โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:16:09 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือนะครับ แต่ไม่ชอบอ่านไรที่ยาวมากๆ อ่านแบบเรื่องสั้น หรือเรื่องที่เล่มไม่หนานัก พออ่านจบไหว เพราะสมาธิไม่มากเท่าไหร่ครับ


โดย: joblovenuk วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:2:22:52 น.  

 
แม่ขึ้นเครื่องไม่ได้คะ พี่ไกด์ แม่ผ่าตัดสะโพกมาค่ะ ตอนนี้ก็เลยเที่ยวใกล้ๆๆบ้านไปก่อนค่ะ

คิดถึงพี่ไกด์นะคะ


โดย: yadegari วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:3:02:55 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าคับ :)

ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน .. อ่านทีต้องอ่านให้จบ .. ไม่งั้นมันขาดตอนน :)


โดย: eZii วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:7:39:59 น.  

 
เริ่มแรกจากหนังสือภาพเด็ก มาเป็นการ์ตูน มาเป็นนิยาย แล้วก็สารคดี ตอนนี้อ่านได้หมดแล้วแต่อารมณ์ ทำไมถึงชอบหรือ คงเหตุผลเดียวกันตรงที่ได้สมาธิ(เวลาอารมณ์ปกติ) กับเป็นการหนีอย่างหนึ่ง เวลาเซ็งโลก


โดย: แมวปิลาร์ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:9:26:15 น.  

 
แวะมาอีกรอบค่า พี่สาวไกด์ฯ มาบอกว่าตอนนี้พยายามอ่านหนังสือให้มากขึ้นแล้วค่ะ เพราะเหมือนที่พี่สาวไกด์ว่า ถ้าซื้อมาแล้วไม่อ่าน หนังสือมันจะน้อยใจเอา เพื่อนอีกคนก็ว่า คนมีหนังสือแต่ไม่อ่าน ก็เหมือนคนไม่รู้หนังสือ (ฉึก....เสียงหัวใจโดนเสียบ)

ตอนนี้ก็หาเวลาอ่านก่อนนอน (แต่วิธีนี้...ส่วนใหญ่ได้ 3 บรรทัดหลับ เพราะเหนื่อย เอิ๊กๆ ) แล้วก็พกเล่มเล็กๆ ที่ไม่หนักมากไปไหนมาไหนด้วย เวลารอรถหรือว่างๆ ก็เอามานั่งเปิดอ่าน (แต่หนังสือจะเยินเล็กน้อย) ช่วงวันหยุด 3 วัน ไปเที่ยวก็อ่านจบไป 2 เล่มค่ะ ตอนนี้กำลังอ่านหนังสือเรื่อง รอยย่ำที่นำเราไป ของคุณบินหลา อยู่ พี่อ่านหรือยังคะ?

ส่วนนาร์เนีย ยังหาซื้อไม่จบ กะว่าได้ครบชุดเมื่อไหร่แล้วจะอ่านรวดเดียว เพราะเป็นคนไม่ชอบอ่านแบบขาดตอนน่ะค่ะ

วันก่อนผ่านแผงหนังสือ ลด 50 % ได้มาอีกหลายเล่มเลย
ว่างๆ กะจะเอามาปูนอน เผื่อมันจะซึมเข้าทางผิวหนัง จะได้อ่านได้เร็วขึ้น


โดย: เดอะ กั้ง วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:9:52:28 น.  

 
คุณสาวไกด์ฯ
เราได้หนังสือ
หญิงเดี่ยวห้าสมัยซ้อนมาแล้วแหละ

อ่านไปได้ไม่กี่หน้า
ตลกจังเลย
ไว้จะมาเล่าให้ฟัง
อย่าลืมรีบไปดูหนังได้แล้ว ^^


โดย: I am just fine^^ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:04:15 น.  

 
ไม่ค่อยชอบอ่านหรอก แต่อ่านไปเรื่อยได้ไม่เบื่ออ่ะ


โดย: ตอกะจอ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:20:00 น.  

 
เห็นเค้าจัดบูธอยู่บนรถไฟฟ้าน่ะค่ะพี่ เมื่อวันเสาร์เห็นอยู่ที่จตุจักร ไม่รู้ตอนนี้ย้ายไปหรือยัง แต่คิดว่าน่าจะยังอยู่นะคะ

จะบอกว่า ชอบดื่มกาแฟมากขึ้นก็เพราะ เรื่อง "กาแฟและชา หมาและแมว" เหมือนกันค่ะ 1 ในเล่มโปรดเลย วันก่อนเห็นเรื่อง Genderism บนแผง ไปเปิดๆ ดูก็น่าอ่านดี แต่แรงว่าเรื่องกาแฟฯ เยอะอยู่เหมือนกัน ว่าด้วยมุมมองทางเพศและสังคม เห็นมีคนรีวิวว่าอ่านยาก เพราะเป็นการมองคนละมุมกับที่คนส่วนใหญ่มอง แต่กุ้งชอบมุมมองคุณโตมรนะคะ ดูแล้วมองรอบด้านดี บางอย่างก็คิดคล้ายๆ กันเลย

ชอบอ่านงานคุณบินหลาเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่ได้อ่านเรื่องสั้นของเขา ส่วนใหญ่จะอ่านแต่ที่เป็นบันทึกการเดินทางมากกว่า อ่านเรื่องแรก คือ "หลังอาน" ทำเอากุ้งอยากปั่นจักรยานเที่ยวเลยเชียว (จริงๆ คือคุณบินหลาบอกว่าลดไปได้หลายสิบโลเพราะปั่นจักรยานทางไกล เลยจะเอาอย่าง )

เกินมา 3 โลเองค่ะ ไม่มากหรอก ถ้าสัก 10 กว่าโลแบบกุ้ง คงมีแรงบันดาลใจมากขึ้น

มาบล็อกนี้ทีไรตอบยาวทุกที


โดย: เดอะ กั้ง วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:55:38 น.  

 

สวัสดีจ้าทำอะไรอยู่เอ่ย...รักษาสุขภาพด้วยนะ



ลืมบอกคุณไกด์ฯ ได้หนังสือโตเกียวไม่มีขามาอ่านแล้วนะคะ...ชอบหลายตอนเลย แต่ยังมีอีกตั้งหลายเล่มที่ไม่ได้หา...ไว้คราวหน้าอีกคะ


โดย: marinesnow วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:37:38 น.  

 




แวะมาทักทายจ้า...

กินกาแฟเย็น กับมามาผัดไข่ด้วยกันมั๊ยยยยย



โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:41:46 น.  

 
ดีจ้าพี่สาวไกด์ บีจีใหม่น่ารัก สดใสจังเลยค่ะ ปกติพี่สาวไกด์ใช้เวลาอ่านหนังสือ/เล่มนานมั้ยคะ


โดย: Kitsunegari วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:54:48 น.  

 




สวัสดีตอนบ่ายแก่ๆๆของ อุดรธานี จ้า


ไม่มีคำคำใดในหล้าโลก
ที่ซับโศกได้เท่าคำว่า"คิดถึง"
ไม่มีคำคำใดที่หวานซึ้ง
เท่าคำซึ่งฝากไว้"ห่วงใยกัน"

ไม่มีคำคำใดแทนใจนี้
มากกว่าคำคำที่"ยังคงมั่น"
ไม่มีคำคำใดมาแทนกัน
เท่ากับความผูกพันแห่ง" มิตรภาพ"


** มีความสุขมากๆๆในวันนี้นะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:55:07 น.  

 
แวะมาทักทายคุณสาวไกด์ค่ะๆ


โดย: ทูน่าค่ะ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:39:59 น.  

 
โอ้ รูปโพรไฟล์ โชว์หน้าเต็มจอเลย


โดย: rebel วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:47:53 น.  

 
ต้องกลับมาพูดเลียนแบบพี่แกร๊ป ว่าตัวจริงพี่ไกด์สวยกว่าในรูปค่ะ


โดย: rebel วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:21:36 น.  

 
หวัดดีค่ะสาวไกด์ ขอบคุณนะคะที่เข้าไปเยี่ยมที่บล็อค ถ้าถามว่าชอบอ่านหนังสือมั้ย ถือว่าไม่ค่อยชอบ แต่ชอบแค่บางประเภท งงมั้ยคะ เอาเป็นว่า ถ้าให้เลือกอ่านหนังสือกับดูหนัง (หรือดูทีวี) เลือกอย่างหลังค่ะ (เพราะหนังสือที่อ่านส่วนใหญ่จะไร้สาระน่ะค่ะ )


โดย: LittleLulu วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:34:41 น.  

 
กรี๊ดๆๆๆๆๆๆเห็นรุปพี่ไกด์แล้ว (ใช่หรือเปล่าคะ)

น่ารักกกกกก


โดย: yadegari วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:51:47 น.  

 
เป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันค่ะ

เค้าว่าการอ่านหนังสือก็เหมือนการเดินทาง

วันนี้จึงเดินทางมาทักทายค่ะ

ขอบคุณนะคะสำหรับคอมเม้นท์เรื่องสั้น


โดย: ดะรุ้กดะริก (ikka ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:20:25:46 น.  

 
มาเยี่ยมยามค่ำๆค่ะ


โดย: ธูปหอมเทียนสว่าง วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:20:30:42 น.  

 
อ๊าก บล็อกรูปโฉมใหม่ หวายๆ ใจกล้าเอาหน้าลงด้วย


โดย: ลูกสาวโมโจ โจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:20:38:52 น.  

 
อ่านหนังสือออกตอน 3 ขวบ (คุณปรีดาเข้าป.1 ตอน 4 ขวบ ไม่ได้เรียนอนุบาล) แต่แม่สอนอ่านหนังสือตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน จำได้ว่าตอนเรียนป.1 พอครูให้อ่านหนังสือ (มานะมานี) เสียงดังๆ พร้อมกัน เราจะหงุดหงิดมากว่าเพื่อนๆ อ่านกันช้าเหลือเกิน เราก็เลยแอบอ่านเร็วๆ เบาๆ ของเราไปคนเดียว แล้วก็ภูมิใจนักหนาว่าเราเก่งกว่าเพื่อน (มาคิดได้ตอนโตว่าความจริงที่เพื่อนๆ เขาอ่านช้านั่นไม่ได้หมายความว่าเขาอ่านไม่คล่องหรอก เพียงแต่ว่าเขามีความเป็น "กลุ่ม" อยู่สุงตะหาก คือพยายามรักษาจังหวะให้พร้อมๆ กับคนอื่นๆ ขณะที่เราชอบทำอะไรเป็นเอกเทศมากกว่า)

เหมือนกับคุณGrappa ตรงที่มีพี่เรียนอยู่ชั้นสูงกว่า เพราะฉะนั้นอยู่ป.1 เราก็จะอ่านหนังสือเรียนของ ป.2 แล้ว

ตอนเด็กๆ อาซื้อหนังสือของสำนักพิมพ์เม็ดทรายให้เป็นกะตั้ก ส่วนพี่ชายพี่สาวก็มีหนังสือของ ทวพ. เยอะแยะ (หนังสือเด่นของทวพ.ในอดีตก็อย่างเช่น นาร์เนีย, ด็อกเตอร์ดูลิตเติ้ล, 80 วันรอบโลก ฯลฯ) แล้วก็อ่านหนังสืออื่นๆ ตามพี่ๆ (แหม ก็มีพี่ๆ ตั้ง 6 คน แล้ววันๆ แต่ละคนก็ไม่ทำอะไรนอกจากอ่านหนังสือ แล้วจะให้เราไปทำกิจกรรมอะไรล่ะ นอกจากอ่านหนังสือตามอย่างพี่ๆ ก็เลยได้นิสัยรักการอ่านติดมา)


โดย: ปรีดา (Aka Prita ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:08:49 น.  

 
หนังสือเล่มไหนที่ผมอยากอ่านมากๆผมก็จะอ่านทีเดียวจบ
แต่บางเล่มนี่ อ่านแล้วก็วางค้างไว้อยู่นั่นแหละ ไม่จบซะที

สำหรับเรื่องข้อมูลของ ChiLin Nunnery ขออนุญาติมาแปะ link ไว้ที่นี่นะครับ บอกรายละเอียดเกี่ยวกับห้องต่างๆไว้พอสมควรครับ
//www.gohk.gov.hk/text/eng/welcome/wts_spots.html


โดย: ตงเหลงฉ่า วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:46:47 น.  

 
แว๊ก นึกว่า A Myron Bolitar Novel ซะอีก หุ หุคือเป็นระยะที่รอเล่มใหม่อกมาอีกให้ครบเว็ท เลยเอามาอ่านซ้ำ กะลังอิน นึกว่าเล่มเดียวกัน

ฝันดีค่า

อุ๊ยๆ ลืมแซว

บีจีน่าร๊ากกกก


โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:42:11 น.  

 
ชอบอ่านเพราะ อ่านหนังสือแล้วสนุกนะคะ

แบบ สนุกเงียบ เงียบ ดี ชอบ


โดย: ฉะฉาน วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:1:21:42 น.  

 
เข้ามาบอกพี่ไกด์ว่าเลื่อนตั๋วได้แล้ว เพราะงั้นก็จะได้ไปงานหนังสือค่ะ เฮ้ เฮ้ เฮ้
พี่ไกด์จะไปวันไหนคะ เผื่อได้เจอ

BG ใหม่สวยสว่างตาดีจังค่ะ

แต่ที่เด็ดสุดคือ รูป Profile น่ารักๆๆๆๆๆๆ


โดย: ที่ได้พบกับเธอ นั่นคือโชคชะตา วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:7:05:01 น.  

 
เอาลิงค์รวมโลโก้เก่าๆมาให้ค่า
//www.geocities.com/bloggang/blogganglogo.html


โดย: Robotoon IP: 82.71.86.14 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:9:45:03 น.  

 


เข้ามากรี๊ดกร๊าด บีจีใหม่

น่ารักดีค่ะ....

เช้านี้มาชวนทาน กาแฟเย็น กับขนมปังช็อคโกแลตจ้า



โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:10:09:12 น.  

 
เพราะต้องสอบค่า
>


โดย: Puklook IP: 158.108.25.49 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:31:19 น.  

 
เอาใหม่...รูปไม่ขึ้น...



โดย: Puklook IP: 158.108.25.49 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:33:35 น.  

 
ชอบอ่านเพราะอะไรน๊า..

อ่าหมดทุกรูปแบบที่มีให้อ่าน
..การ์ตูน..นวนิยาย..สารคดี..ข่าว..ออกแบบ..ฯลฯ

ตอนเด็กนี่ ชอบซุกมุมตู้หนังสือของพ่อมากๆรู้แต่ว่ามีความสุขที่ได้อ่านค่ะ


โดย: jingsija วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:06:55 น.  

 
อยากเห็นตัวจริงพี่ไกด์แล้วเนี่ย น่ารักกกก

ตอนนี้แบมก็ยังอ้วนกลมเหมือนเดิมค่ะ

อัพบล๊อกรูปที่ร้านแล้วค่ะพี่ไกด์

วันนี้ หนาวๆๆๆ

อย่าลืมรักษาสุขภาพนะคะ


โดย: yadegari วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:20:05:55 น.  

 
เอ เพิ่งเปลี่ยน bg ตอนที่เค้าปรับระบบรึเปล่าคะ
แหะๆ เพิ่งไปดู munich มาเมื่อคืน รอบสามทุ่ม หนังทำร้ายจิตใจจัง (ไม่รู้ว่าชอบรึเปล่า แต่หนังก็ทำได้ถึงในสิ่งที่ต้องการสื่อนะเราว่า) ดูจบก็คิด สงสารชาวปาเลสไตน์ค่ะ ไม่มีแผ่นดินจะอยู่
ในหนังพูดถึง HOME บ่อยครั้งอยู่เหมือนกัน สงสัยเฮียสปีลเบิร์กคงคิดถึงบ้านเนอะ

เป็นคนไทยที่มีประเทศเป็นของตัวเอง ก็ทำเพื่อประเทศบ้างเถอะค่ะ อย่าเอาแต่ส่วนตัวเข้าว่า (ขอเหน็บใครบางคนหน่อยเหอะ)


โดย: quin toki วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:06:43 น.  

 
จำได้ว่าตอนเด็กๆชอบอ่านการ์ตูนเล่มละบาทมากๆ บางวันวิ่งไปซื้อสองสามรอบเลยค่ะ ตอนนี้ก็ยังชอบการอ่านหนังสือ แต่ทำไมไม่ค่อยได้อ่านก็ไม่รู้


โดย: mommy45 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:11:40 น.  

 
ส่งยิ้มก่อนนอนจ้ะ


โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:3:28:06 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ จุชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ก็ชอบ แต่เวลามันน้อยลงนะคะ


โดย: กระจ้อน วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:8:45:00 น.  

 
ขอมาต่อที่บล็อคนี้แทนนะค่ะ บล็อคท่องเที่ยวมันดูไม่ค่อยเกี่ยวกันเท่าไร

มะเป็นไรหรอกค่ะเพราะชอบแบบเอาแต่ใจกับใจร้อนอยู่แล้ว (ประมาณ ตบจูบๆ เหอๆๆ) แต่คุณสาวไกด์ใจซื่อรู้ละเอียดจังนะค่ะ มี something กับหนุ่มที่นั่นรึเปล่าค่ะ หุหุหุ(ล้อเล่นนะค่ะ)


โดย: หมูย้อมสี วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:55:14 น.  

 
ไม่รู้เหมือนกันพอรู้สึกตัวอีกทีก็เข้าไปยืนในร้านหนังสือหน้าโรงเรียนทุกวันและก็จะได้หนังสือติดมือกลับบ้านทุกครั้งทุกวัน ไม่สนว่าจะมีตัค์กินหนมไหมอ่านทุกวันวันละเล่มซื้อทุกวันที่ไปโรงเรียนถึงจะต้องแอบแม่เอาหนังสือเข้าบ้านก็เถอะอ่านหนังสือทั้งวันไม่พูดกับใครจนแม่คิว่าเราเป็นเด็กขี้ยาไปแล้วถ้าไม่เห็นหนังสืออะไรต่อมิอะไรอยู่เต็มไปหมดในตู้


โดย: แตงไทย IP: 125.24.7.105 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:17:16 น.  

 
จะไปเดินงานหนังสือวันไหนคะ..
รอฟังบรรยากาศงานค่ะ


โดย: ธูปหอมเทียนสว่าง วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:8:11:52 น.  

 
เราชอบอ่านหนังสือตั้งเเต่เด็กเเล้วคะ
เวลาที่เราอ่านหนังสือส่วนใหญ่จะเป็นตอนที่เรารอคุณเเม่มารับหลังเลิกเรียนคะช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุขมากเลยคะ ตอนนี้เราชอบอ่านหนังสือของเเจ่มใสมากเลยนะค่ะ


โดย: หนิง IP: 58.9.94.65 วันที่: 11 เมษายน 2549 เวลา:9:55:26 น.  

 
รักการอ่านเพราะสิ่งแวดล้อมทางบ้านน่ะค่ะ

ชอบพูดเล่นๆว่าตอนเป็นเด็กแม่ไม่มีตังค์ซื้อของเล่นให้ แม่อ่านอะไร ลูกก็อ่านอันนั้นแหละ โชคดีด้วยที่ผู้ใหญ่ทางบ้านรักการอ่านทุกคน

จำไม่ได้เหมือนกันว่าอ่านหนังสือออกตอนไหน จำได้แต่ว่าตอนก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล โดนแม่ทำโทษให้คัดคำศัพท์อะไรก็ไม่รูตั้งหน้านึง (แสดงว่าตอนนั้นต้องอ่านหนังสือออกแล้วแน่ๆ อิอิ)

หนังสือที่อ่านตอนแรกๆก็สตรีสารน่ะค่ะ ตาอ่าน แม่อ่าน แล้วลูกก็อ่านด้วย ก็เลยผูกพันกับสตรีสารมากๆเสมือนญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ตอนที่สตรีสารปิดเล่มเนี่ย ซึมไปเป็นเดือนเลยค่ะ


กลับมาเรื่อง TK Park ที่ถามไว้นะคะ ที่ใหม่นี่ สมาชิกเก่าก็ต้องถ่ายรูปทำบัตรใหม่ค่ะ ไม่แน่ใจว่าต้องจ่ายค่าสมาชิกหรือเปล่า ถ้าของเดิมยังไม่หมดอายุ ยังไงลองเช็คดูนะคะ

ส่วนบัตร 20 บาท นั่นเป็นบัตรผ่านค่ะ ตอนเข้า (ถ้ายังไม่มีบัตรสมาชิกรุ่นใหม่) ทุกคนต้องแลกเข้าไป โดยแสดงบัตรประชาชนและแจ้งเบอร์โทรศัพท์ค่ะ ส่วนเงิน 20 บาทเป็นเงินประกัน เราจะได้คืนตอนคืนบัตร pass card ค่ะ


โดย: ขบวนการเหมียวเหมียว วันที่: 6 มิถุนายน 2549 เวลา:14:12:35 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือเพราะแม่ปลูกฝังไว้อะครับ แม่เล่าว่าตอนผมอายุได้ 5 เดือน แม่ก็จะเอาหนังสือไปอ่านให้ฟังจนนอน ทุกคืน แล้วก็ชอบอ่านมาเรื่อย ๆ รู้สึกเวลาไปไหนต้องมีหนังสือ จะได้อ่านรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ขอให้มีติดไว้ก่อน ในบ้าน เมื่อก่อน พ่อจะชอบนั่งที่โต๊ะทำงาน ทำโน่นทำนี่ ทำให้เป็นภาพที่ติดตา ผมจึงชอบเขียนโน่นเขียนนี่ อ่านหนังสือเรียน อยู่เฉย ๆ ก็ไม่ได้ ต้องเขียนสรุป เขียนโน่นเขียนนี่ ทั้ง ๆ ที่บางทีก็อาจจะเสียเวลา แต่มันทำแล้วมีความสุขอะครับ...


โดย: ปีนป่าย... IP: 58.9.186.215 วันที่: 10 ตุลาคม 2549 เวลา:9:47:06 น.  

 
ทำไมชอบอ่านหนังสือ เพราะทำให้เรารู้อะไรเยอะขึ้น
ของฝากของพ่อแม่เวลาท่านไปตลาดคือ การ์ตูนเล่มละบาท เมื่อไหร่ได้เล่มละห้าบาทนี่ถือว่าสุดยอด
พอโตหน่อยก็เอาหนังสือของพ่อแม่มาอ่าน เจอเล่มของโบตั๋น ก่อนสายหมอกเลือน ชอบมากนักเขียนคนนี้ จินตนาการในหัวเพียบ เลยชอบอ่านหนังสือ อีกอย่างอ่านแล้วได้คิดตาม สนุกดี บางครั้งเลยไม่ชอบเวลาเอามาทำเป็นหนัง แล้วไม่ดีเท่า


โดย: คนขับช้า IP: 203.146.63.184 วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:1:05:16 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือประเภทเวทมนและโดราเอมอน


โดย: คนมีคาถาหนือธรรมชาติโปรดขื่อ IP: 124.157.166.40 วันที่: 14 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:07:34 น.  

 
ชอบอ่านนิยายที่พระเอก กะ นางเอกทะเลาะกันตอนเเรกๆเเล้วก็รักกันตอนสุดท้ายมากเลยค่ะ ช่วยเขียนเยอะๆเลยนะค่ะรับรองว่าจะอุดหนุนทุกเล่มเลยล่ะค่ะ


โดย: ออม IP: 125.25.71.117 วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:16:18:35 น.  

 
ชอบอ่านนิยายมากๆเลยค่ะช่วยเขียนนิยายสนุกๆออกมาให้อ่านเยอะๆเลยนะคะโดยเฉพาะเรื่องที่พระเอกกะนางเอกชอบทะเลาะกันน่ะชอบมากๆเยยค่ะโดนสุดๆติดตามมาตลอด เเละ อยากให้นิยายของ เเจ่มใส วางขายที่ซีเอ็ดบุ๊ค และก็ B2Sเยอะๆเลยค่ะเพราะอยู่ใกล้บ้านดีเเละก็ชอบไปเดินเลือกซื้อหนังสือนิยายอยู่บ่อยๆด้วยก็เลยอยากให้วางขายเเถวนั้นเยอะๆเพราะจะได้เลือกซื้อนิยายได้เยอะๆ หลายๆเรื่อง เเละที่สำคัญชอบอ่านนิยายที่เล่มเดียวจบเพราะไม่อยากซื้อหลายตอนเเละจะได้ซื้อหลายๆเรื่องอีกด้วย เเละสุดท้ายนี้ขอให้สำนักพิมพ์เเจ่มใสอยู่คู่เเผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน บ๊ายบาย xxx


โดย: พิ้งค์ IP: 125.25.71.117 วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:16:37:37 น.  

 
เธŠเธญเธšเธญเนˆเธฒเธ™เธ™เธดเธขเธฒเธขเธ—เธตเนˆเธžเธฃเธฐเน€เธญเธเธ™เธฒเธ‡เน€เธญเธเธ—เธฐเน€เธฅเธฒเธฐเธเธฑเธ™เธ•เธญเธ™เนเธฃเธเนเธฅเธฐเธกเธฒเธฃเธฑเธเธเธฑเธ™เนƒเธ™เธ•เธญเธ™เธˆเธšเนเธฅเธฐเธŠเธญเธšเธญเนˆเธฒเธ™เธ™เธดเธขเธฒเธขเน€เธเธตเนˆเธขเธงเธเธฑเธšเธ„เธงเธฒเธกเธฃเธฑเธเธ‚เธญเธ‡เธ—เธญเธกเธ”เธตเน‰


โดย: เธ‚เน‰เธฒเธงเธŸเน‰เธฒเธ‡ IP: 203.113.17.177 วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:10:12:47 น.  

 
ขออนุญาตสักนิดหนึ่งนะคะ คือ สมาชิกชมรมผู้สูงอายุวัดไร่ขิง(ซึ่งก็มีแต่ผู้สูงอายุเท่านั้นแหละค่ะ)ตั้งใจจะทอดผ้าป่าเพื่อซื้ออุปกรณ์ , ชั้นวางหนังสือ และซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดโรงเรียนวัดศาลาเขื่อน เพชรบุรี เพราะที่โรงเรียนนี้ ห้องสมุดมีชั้นวางหนังสือเก่าๆ และก็มีหนังสืออยู่เพียงแค่ไม่กี่เล่ม
ตอนนี้งบประมาณที่ตั้งใจจะช่วยเหลือห้องสมุดโรงเรียนก็เรี่ยไรจากบรรดาสมาชิกชมรมผู้สูงอายุและบอกบุญคนรู้จักบ้างซึ่งก็ไม่ได้มีมากมายเท่าไรนักแต่ก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน ปัญหามันมีอยู่ตรงที่หนังสือที่จะจัดหามาไว้ในห้องสมุดนี่ซิ ค่อนข้างแพงเหลือเกิน ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีจะบอกบุญใครก็เกรงใจจัง
ดิฉันในฐานะลูกๆ หลานของคณะสมาชิกชมรม อยากทำเจตนารมย์ของคุณพ่อ คุณป้า คุณอา ให้สมหวังและปลื้มปิติในบุญที่ท่านตั้งใจทำ เพราะท่านก็แก่มากแล้วเลยอยากจะหาวิธีการรวบรวมหนังสือไปร่วมทำบุญทอดผ้าป่ากับผู้สูงอายุของชมรม จึงอยากจะขอชวนทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหนก็ตามที่มีหนังสือที่อ่านแล้วอยู่ในสภาพดี จะทิ้งก็เสียดาย ถ้าจะชั่งกิโลขายก็คงจะได้ไม่กี่สตางค์ ส่งหนังสือมาบริจาคดีกว่าค่ะได้บุญทางปัญญาดี ทางไปรษณีย์นี่แหละดิฉันคิดว่าไม่น่าจะยุ่งยากหรือลำบากเท่าไรนัก
ถ้าทุกๆ คนที่ได้อ่านข้อความของดิฉัน ส่งหนังสือมาบริจาคให้กับโรงเรียนวัดศาลาเขื่อนคนละ 1 เล่ม (แค่คนละ 1 เล่มเท่านั้นค่ะ) จะเป็นหนังสือความรู้ประเภทไหนก็ได้ (แต่หนังสือธรรมะอยากบอกว่าตอนนี้มีมากเหลือจนจะกลายเป็นห้องสมุดของวัดไปแล้วค่ะ) ขอความกรุณาลำบากนิดหนึ่งนิดหนึ่งนะคะ ส่งหนังสือมารวบรวมไว้กับดิฉันเพื่อแพ็คให้เรียบร้อยแล้วรวมไปทอดผ้าป่ากับชมรมผู้สูงวัดไร่ขิงในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2552 เราน่าจะมีหนังสือมากเพียงพอที่จะมีไว้ในห้องสมุดเล็กๆ ให้เด็กๆ ป.1 - ป.6 ทั้งโรงเรียนได้อ่านกันซึ่งหมายถึงทุกๆ คนช่วยกันสร้างห้องสมุดร่วมกันนะคะ ร่วมสร้างห้องสมุดร่วมสร้างปัญญาให้กับเด็กๆ ใครอยากจะเซ็นชื่อว่าเป็นผู้บริจาคที่ปกในของหนังสือก็ได้ค่ะ เด็กๆ จะได้รู้ว่าใครคือผู้ใหญ่ใจดีคนนั้น
ดิฉันขอสัญญาว่าจะนำไปมอบให้กับทางโรงเรียนแน่นอนค่ะ
ส่งหนังสือมาบริจาคให้กับโรงเรียนโดยผ่านดิฉันรวบรวมไปส่งได้ที่
“ไข่มุก” เลขที่ 1125 ซ.75 ถ. จรัญสนิทวงศ์ บางพลัด กทม.10700
สอบถามได้ที่ phutthasuda.wani@hotmail.com ค่ะ ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆ คนค่ะหากต้องการบริจาคหนังสือแต่ไม่มั่นใจว่าเป็นการหลอกลวงหรือเปล่าดิฉันยินดีจะส่งจดหมายประทับตราจากทางโรงเรียนส่งไปให้ค่ะ



โดย: ไข่มุก IP: 58.9.159.14 วันที่: 6 มกราคม 2552 เวลา:10:58:55 น.  

 
มีความทรงจำกับเพชรพระอุมาเหมือนกันเลยค่ะ แต่เรื่องแรกของเราเป็นคู่กรรม ฟินเว่อร์ ร้องไห้ไปกับหนังสือเลย แง


โดย: BabyInk วันที่: 27 มิถุนายน 2557 เวลา:9:50:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
20 กุมภาพันธ์ 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.