~* ~* ~* ~* ~* ~* เดินสู่อิสรภาพ เพราะความงดงามบางอย่าง..เราต้อง "เดิน" จึงจะค้นพบ ~* ~* ~* ~* ~* ~*






ได้รับหนังสือเล่มนี้มาจาก คุณคนขับช้า


ซึ่งได้มอบให้มาหลังจากที่เราไปอ่านรีวิวแล้วบอกว่า อยากอ่าน และต้องหาซื้อมาแน่ๆ แต่กลายเป็นว่า คุณคนขับช้าเสนอส่งมาให้อ่านเลย เพราะอยากให้อ่าน


จนเวลาผ่านไปสักพัก คุณคนขับช้าก็หลังไมค์มาไถ่ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เราก็เลยตอบไปว่า ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ เนื่องจากตอนนั้นอ่านหนังสือเกี่ยวกับญี่ปุ่นอยู่ 8 เล่มอย่างบ้าคลั่ง แต่สัญญาว่าอ่านชุดญี่ปุ่นนี้จบแล้ว จะรีบอ่าน




เพิ่งอ่านจบเมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา แต่เพิ่งจะได้มารีวิวค่ะ












ผู้เขียน : ประมวล เพ็งจันทร์
สนพ. : สุขภาพใจ
จำนวนหน้า : 504 หน้า
ราคา : 300 บาท






หนังสือเริ่มต้นด้วยการเปิดที่มาที่ไปของการ "เดิน" ของอาจารย์ประมวลในครั้งนี้ว่าทำไมอาจารย์ถึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นอาจารย์และเลือกที่จะกลับบ้านที่เกาะสมุยด้วยวิธีการเดิน

การเล่าเรื่องทำตามลำดับเวลา เริ่มจากการฝึกตนให้เกิดความเคยชินและเตรียมความพร้อมให้กับร่างกายในการเดินเท้า ก่อนที่จะเริ่มเดินและเรียนรู้จักมนุษย์ตามรายทางระหว่างการเดิน


ซึ่งในช่วงต้นๆ นั้น บอกได้เลยว่า สำหรับบางคนอาจจะค่อนข้างน่าเบื่อไปสักนิด เพราะการดำเนินเรื่องค่อนข้างเนือย และไม่ได้มีเรื่องราวชักจูงใจให้อ่านมากนัก แต่ไม่อยากให้เลิกอ่านค่ะ เพราะถ้าคุณอ่านต่อไป ก็จะค้นพบว่า หนังสือเล่มนี้น่าอ่าน และควรค่าแก่การอ่านจริงๆ (หากจะมีข้อขัดใจอยู่บ้าง ก็เรื่องของการย้ำคิดย้ำเขียนในบางเรื่อง ที่พูดซ้ำอยู่นั่นแล้ว แต่ก็พอเข้าใจได้กับธรรมชาติของความเป็นครูน่ะนะคะ)





ความรู้เป็นสมบัติร่วมกันของมวลมนุษยชาติ ไม่ควรนำไปซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนกันด้วยเงินตรา แต่ควรสืบทอด มอบให้ต่อกันด้วยจิตคารวะ









สำหรับตัวเองแล้ว เคยผ่านตาการรีวิวหนังสือเล่มนี้มาหลายครั้ง เคยได้ยินการบอกเล่าถึงหนังสือเล่มนี้หลายหน ก็คิดว่า โดยคอนเซปต์ของเรื่อง (เดินเท้าจากเชียงใหม่สู่เกาะสมุย) ก็น่าสนใจแล้ว แต่หนังสือเล่มนี้มีมากกว่านั้นก็คือ มีเรื่องราวของการปฏิบัติตนตามแนวพุทธศาสนิกชน มีการสอดแทรกแนวคิดในเชิงพุทธศาสนาเข้ามาด้วย


ซึ่งยอมรับว่าค่อนข้างแปลกใจอยู่ไม่น้อย เนื่องด้วยเท่าที่ผ่านตา ไม่ค่อยมีใครพูดถึงประเด็นนี้สำหรับหนังสือเล่มนี้มาก่อน และถ้าถามว่า สำหรับคนที่ชอบไปในแนวทางนี้แล้ว คงยิ่งอ่านหนังสือเล่มนี้ได้อย่าง "อิน" มากขึ้น แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบเรื่องนี้ ก็ไม่เป็นไรค่ะ


คิดว่า..ต่อให้คุณคนอ่านเลือกที่จะไม่กินส่วนประกอบบางอย่างของอาหารจานนี้ (ซึ่งอาจจะทำให้ได้รับสารอาหารที่ผู้ทำต้องการให้ไม่ครบถ้วนนัก) แต่ก็จะได้รับความอร่อยและความอิ่มได้อย่างเพียงพอ





อากาศที่สูดหายใจเข้าไปก็คือชีวิต การหายใจเข้า-ออกได้เป็นจังหวะประสานให้โลกภายนอกและชีวิตตัวตนภายในรวมกันเป็นหนึ่งเดียว หากไม่มีอากาศก็ย่อมไม่มีชีวิต หากอากาศไม่บริสุทธิ์ ชีวิตย่อมเศร้าหมอง โลกที่สะอาดบริสุทธิ์ ก็ย่อมหมายถึงชีวิตที่ผ่องใสบริสุทธิ์ การทำโลกให้สกปรกก็ย่อมเท่ากับทำชีวิตให้มีมลทิน









หนังสือเล่มนี้ทำให้เราได้ค้นพบความงดงามของมนุษย์ ซึ่งเราหลายคนอาจจะไม่คิดว่ามันจะยังหลงเหลืออยู่ได้อีกในโลกที่กลายเป็นสังคมที่บูชาคนรวยมากกว่าคนดี สังคมที่เงินคือปัจจัยหลักของการดำเนินชีวิตไปแล้ว


หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณน่าจะมองโลกที่ดูเหมือนเลวร้ายขึ้นทุกวันนี้ ด้วยสายตาและความรู้สึกที่ดีขึ้น ได้รับรู้ว่า..ท่ามกลางโลกอันแห้งผากนี้ ยังมีดอกไม้เล็กๆ งดงามซุกซ่อนอยู่เสมอ เพียงแต่..เราจะมีเวลาและสายตาได้ค้นพบและมองเห็นมันหรือเปล่า





มนุษย์อาจเบียดเบียนทำลายกันเมื่อมีการต่อสู้แข่งขันกัน
มนุษย์อาจเมินเฉยไม่ใส่ใจในชะตากรรมของเพื่อนมนุษย์ เมื่อเขารู้สึกว่ามนุษย์ผู้อื่นไม่เหมือนเขา มีอะไรแตกต่างจากเขา
แต่มนุษย์จะไม่ยอมให้เพื่อนมนุษย์อดตายต่อหน้าเขา










ชอบวิธีการถ่ายทอดเรื่องราวของอาจารย์ประมวล ที่เมื่อเจอกับคนที่ปฏิบัติตัวไม่ดีต่ออาจารย์ อาจารย์กลับไม่ยอมที่จะเอ่ยชื่อ หรือบอกอะไรที่ทำให้รู้ว่า เขาหรือเธอคนนั้นหรือสถานที่นั้นๆ คือที่ไหนอย่างไร ขณะที่สำหรับคนดีๆ ที่ได้กระทำสิ่งดีๆ ต่ออาจารย์นั้น อาจารย์กลับเอ่ยชื่อนามสกุลให้จารึกไว้ในหนังสืออย่างรู้ซึ้งถึงบุญคุณหรือความดีที่กระทำให้ต่อกัน (จะมีหลุดๆ ไปบ้างก็บางคน ซึ่งก็พอเข้าใจได้ว่า บางทีก็มีหลงลืมที่จะไถ่ถามกันบ้าง)


และการที่อาจารย์ได้บอกเล่าทั้งคนดี (ที่บันทึกชื่อไว้เห็นชัด) และคนที่กลัวที่จะทำความดี (ที่ไม่ยอมเอ่ยชื่อให้คนอ่านรู้) ทำให้หนังสือเล่มนี้มีความสมบูรณ์ที่จะไม่ทำให้คนโรแมนติกทั้งหลาย ฝันเพ้อว่าโลกช่างแสนดีเต็มไปหมด (จนอาจไม่ยอมรับรู้ว่า โลกก็มีความโหดร้ายอยู่ไม่น้อย) หรือสำหรับคนมองโลกในแง่ร้าย ก็ไม่น่ามองข้ามคนดีๆ จำนวนมาก (กว่าคนร้ายๆ ที่ปรากฏในเรื่อง) ที่น่าจะทำให้เขาเหล่านั้นมองโลกในแง่ดีได้มากขึ้น...กระมัง


ซึ่งการที่อาจารย์พบคนดีๆ มากกว่าคนไม่ดีนั้น ส่วนหนึ่งเราเชื่อว่า ก็ด้วยความเป็นคนดีของอาจารย์ด้วยค่ะ (เราเชื่อมั่นในประโยคที่ว่า คนดีผีคุ้มนะ) เพราะถ้าอาจารย์ไม่เป็นคนดี เราก็ไม่คิดว่า อาจารย์จะมีโอกาสได้เจอคนดีในระหว่างรายทางได้มากมายขนาดนี้เลย





สำหรับเรื่องราวของความดีงามที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้นั้น บทที่ประทับใจเราที่สุดคือบทของสามี+ภรรยาซาเล้งค่ะ อ่านแล้วอดน้ำตาไหลด้วยความปลาบปลื้มใจไม่ได้จริงๆ อ่านแล้วเต็มตื้นมากๆ บรรยายไม่ถูกกันเลย (ใครที่อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว แลกเปลี่ยนกันหน่อยค่ะว่าประทับใจใครเป็นพิเศษบ้างหรือเปล่า)




ข้อติดข้องใจ (ตัวข้าพเจ้าเอง) เล็กน้อย นอกจากเรื่องของการย้ำซ้ำในบางเรื่องแล้ว ก็คงจะมีในส่วนของการพูดถึง ฐีติ ภูติ ที่ทำไมถึงสามารถพิมพ์ได้โดยตัวฐ.ฐานไม่มีหยักๆ ข้างล่างได้หนอ (ใครก็ได้ช่วยอธิบายที) / การที่อาจารย์ได้ตอบคนบางคนว่า กินวันละมื้อ แต่มีอยู่วันหนึ่งอาจารย์กินมากกว่าหนึ่งมื้อ (ตอนที่กินที่สถานีรถไฟเขาสวนทุเรียน แล้วต่อด้วยการกินก๊วยจั๊บ ทั้งที่ปกติถ้ากินแล้วอาจารย์จะปฏิเสธไม่กินอีก) - ที่ติดข้องใจอยู่ก็มีเพียงแค่นี้ค่ะ










เป็นหนังสือที่อ่านแล้วน่าจะสะเทือนอารมณ์ด้วย "ความรู้สึกดีๆ" แต่สำหรับเรา ไม่ถึงขนาดสร้างความปีติให้เกิดขึ้นเหมือนตอนอ่านชวนม่วนชื่นนะคะ






อ่านแล้วทำให้อยากลองเดินแบบนี้สักครั้ง หากแต่การยังยึดมั่นว่า ตัวเองเป็นผู้หญิงและน่าจะสุ่มเสี่ยงต่ออันตรายได้มากกว่านั้นก็เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวไม่ให้กล้าก้าวย่างอยู่ไม่น้อย


อ่านแล้วเกิดคำถามขึ้นมาว่า





ห รื อ ม นุ ษ ย์ เ ร า ค ว ร เ ดิ น เ ช่ น นี้ กั น อ ย่ า ง น้ อ ย ค น ล ะ ค รั้ ง ?










การเดินกลับบ้านยากกว่าการเดินออกจากบ้าน













ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาหากันค่ะ

347956/3996/340







ป.ล. เจ้าของหนังสือต้องการให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเดินทางค่ะ ท่านใดประสงค์จะอ่านต่อจากสาวไกด์ฯ แจ้งความประสงค์ได้เลยนะคะ



Create Date : 25 พฤษภาคม 2552
Last Update : 25 พฤษภาคม 2552 8:14:25 น. 55 comments
Counter : 1858 Pageviews.

 
ขอเล่าให้อย่างนี้ละกันครับ

ตอนแรกอาจารย์ไม่ได้กะเขียนขายอะไรครับ คือหวังเพียงแค่เป็นปูมแล้วจัดพิมพ์เพื่อมอบให้แก่บุคคลที่เคยช่วยเหลือท่านยามท่านเดิน และลูกศิษย์ลูกหาไม่กี่คน ผมเคยไปเยี่ยมท่านที่วัดอุโมงค์ ยังเคยแอบอ่านต้นฉบับเขียนด้วยลายมือที่แขวนอยู่บนฝาผนังไว้

ไม่น่าแปลกใจที่อ่านในหลายครั้งแ้ล้วรู้สึกเนือยเพราะในครั้งแรกอาจารย์ไม่ได้ต้องการสื่อให้คนส่วนใหญ่อ่าน เพียงแต่เหมือนเขียนเป็นลักษณะบันทึกซึ่งสอดแทรกด้วยความคิดทางพุทธศาสนา และปรัชญา ที่ท่านสันทัดและกำลังหาคำตอบ

โดยส่วนตัว ผมได้ฟังจากปากท่านมาก่อนหลายเรื่อง จึงสนุกกับการ 'ฟัง' มากกว่า 'อ่าน' เช่นกัน


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:55:02 น.  

 
โหย เดินทั้งวันแต่กินข้าววันละมื้อ


โดย: kirofsky วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:45:51 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

เดินสู่อิสรภาพแหล่มมากค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:57:07 น.  

 
"หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณน่าจะมองโลกที่ดูเหมือนเลวร้ายขึ้นทุกวันนี้ ด้วยสายตาและความรู้สึกที่ดีขึ้น" ประโยคนี้ทำให้อป.อยากอ่านขึ้นมาเลยค่ะพี่

ไว้ทลายกองดองที่บ้านได้แล้วจะขออ่านต่อนะคะ(กว่าจะถึงตอนนั้นหนังสือเล่มนี้ก็คงเดินทางไปทั่วประเทศแล้ว สมกับคอนเซ็ปจริงๆ^^)


โดย: อป (apple_cinnamon ) วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:10:52 น.  

 
น่านับถือในแนวความคิดของอาจารย์ประมวลจังนะคะ เดินจากเชียงใหม่สู่เกาะสมุย โห แค่คิดก็เหนื่อยแล้วค่ะ

ปล.ช่วงที่หยิงอันกลับไทยน่ะตรงไปเชียงรายเลยค่ะ ไม่ได้แวะแอ่วกรุงเต๊บเลยจ๊ะ ไว้คราวจะแวะไปหาเน้อ


โดย: sailamon วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:16:25 น.  

 
ณ มนมาตอบคำถามเรื่องที่ตั้งร้านอาหารก่อนนะคะ
ก็อปข้อความของน้องในบลอคมาบอกค่า



"มันอยู่ตรงซอยนานานั่นแหล่ะค่ะ... ปกตินานามันจะสุขุมวิทซอยสามใช่ไหมคะ อันนี้ ถ้าลงจากสถานีรถไฟฟ้านานาแล้วเดินขึ้นไปทางเลขซอยนานา ซอยจะอยู่ถึงก่อนซอนนานาหนึ่งซอยค่ะ... ซอยมันจะเล็กๆแคบๆ ซกมกๆหน่อยนะคะ เดินเข้าไปทำใจนิดนึง มองเข้าไปจะเห็นเซเว่นน่ะค่ะ ตัวร้านอัล ฮุสเซ็นจะอยู่ตรรงข้ามกับเซเว่น ส่วนเนเฟอร์ติตีจะอยู่ถัดเข้าไปข้างในอีกค่ะ..."

อันนี้น้องอลิซเป็นคนมาเฉลยค่ะเพราะณ มน ก็จำไม่ได้แหะแหะ



โดย: ณ มน วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:22:56 น.  

 
จขบ. อ่านหนังสือหลากหลายแนวดีจังค่ะ

ตอนนี้หนังสือแนวสืบสวนแปลที่ซื้อมาตอนงานหนังสือ ยังอ่านไม่หมดเลยค่ะ ค้างอีกหลายเล่มเลย

นิยายนี่อ่านแล้วเพลินค่ะ ชอบจินตนาการหน้าพระเอกนางเอกอยู่เรื่อย แต่ตะขิตะขวงใจนิดๆ ว่ากว่า 80% ที่อ่านพระเอกหรืิอไม่ก็นางเอกมีอันจะกินทั้งนั้นเลยค่ะ แบบชีวิตไม่ค่อยลำบากเท่าไหร่ อาจแล้วก็รู้สึกมันเพ้อฝันพิกล


โดย: oanotai วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:27:13 น.  

 
เค้าชอบเล่มนี้เมี้ยว


โดย: แพนด้ามหาภัย (แพนด้ามหาภัย ) วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:47:10 น.  

 
ถึงคุณสาวไกด์ใจซื่อฮะ..

ร้านเนเฟอร์ติติ.. ร้านดูอลังการสวยแต่ไม่ค่อยโดนอ่ะ
แนะนำอีกร้านดีกว่าชื่อร้าน Al Hussain ฮะ
อยู่่ถัดๆ กันไป 2 ร้านเอง ซอยเดียวกันนั่นน่ะ
ว่าแต่มันอยู่ซอยอะไรอ่ะ... สุขุมเท่าไหร่กันน่ะพี่น้อง
ไม่เคยจำเร้ย.. นัดเจอชาวบ้านระหว่างทางแล้วเดินตามเค้ามาตลอด
ไว้ไปถามให้ใหม่ละกันฺฺฮะ...
อ่อ.. แต่ที่ Al Hussain มันอร่อยกว่าเพราะคิดว่ามันเป็นอาหารอินเดียอ่ะ
รสชาติมันจี๊ดจ๊าดถูกปากคนไทยมากกว่ามั้งฮะ
ไว้แร้วจะมาส่งข่าวอีกทีฮะ :)



โดย: U l t r a m a r i n e . · •✿ กิมู่ ไมนู่ กุ๊กกู กุ๊กกู ยับบาดั๊บบาดู้ (heart_of_andaman )



เอามาแปะเป็นข้อมูลให้ ตัวเองค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:48:41 น.  

 
เล่มนี้ซื้อมานานมากแล้วค่ะ ตั้งแต่ออกใหม่ๆ เพราะอ่านบทสัมภาษณ์อาจารย์ใน a day แล้วชอบมากกกก แต่จนป่านนี้ยังไม่ได้อ่านเลย
แหะๆ- -"


โดย: BoOKend วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:00:38 น.  

 
ไม่เคยอ่านหนังสือแนวนี้เลยค่ะ อยากลองอ่านดูบ้าง แต่ 504 หน้า ผึ้งขอเคลียร์ตัวเองให้ว่างก่อนดีก่า แล้วผึ้งค่อยมาบอกคุณไกด์ได้มั้ยคะ??


โดย: Sweety PB วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:06:52 น.  

 
"อากาศที่สูดหายใจเข้าไปก็คือชีวิต การหายใจเข้า-ออกได้เป็นจังหวะประสานให้โลกภายนอกและชีวิตตัวตนภายในรวมกันเป็นหนึ่งเดียว"

^
คนเขียนสอดแทรกธรรมะในเนื้อหาได้เป็นธรรมชาติมากเลยค่ะพี่ อ่านสบายๆ ไม่รู้สึกว่าหนักเกินไปนะ

ว่าแต่ TBH ยังไม่เคยอ่านเล่มนี้เลยแฮะ


โดย: ThE BooK@HoLiC วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:38:54 น.  

 
เห็นความหนาแล้วท้ออะ

หนังสือแนวๆนี้ขออ่านแค่รีวิว ก็แล้วกันครับ

ขอแค่บางประโยค บางบรรทัดมาใส่หัวใจก็พอ

อิอิ สรุปความได้ว่าขี้เกียจนั่นแหละหนา


โดย: poser IP: 58.9.20.140 วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:21:09 น.  

 
ขอเวลา TBH หน่อยนะพี่

กองหนังสือและกอง DVD ที่ดองได้ที่แล้วยังค้าง stock อีกเพียบเลย เง้อ


โดย: ThE BooK@HoLiC วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:30:28 น.  

 
อ่านแล้วรู้สึกว่าถ้าผมทำแบบนี้บ้าง (เดินทั้งวัน กินมื้อเดียว) มีหวังพุงยุบแน่นอน

หรือไม่ก็หิวตายก่อน (ซึ่งน่าจะเป็นแบบนี้มากกว่า)

เดี๋ยวรอให้หนังสือเล่มนี้เดินทางไปเยอะๆก่อนแล้วกันครับ กองดองที่บ้านยังอยู่อีกตรึมเลย


โดย: แฟนผมฯ IP: 202.134.119.218 วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:57:33 น.  

 
รับน้องรถไฟแรก ๆ ไปมันก็สนุกดีละครับ

พอถึงสักนครสวรรค์ก็หมดแรง อยากนอนแล้ว และถ้ายิ่งอากาศร้อนด้วยแล้ว บอกคำเดียว

นรกมีจริง


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:38:02 น.  

 
อีกนิด ไปถึงจังหวัดพิษณุโลกบ้านผมไม่มีใครไปรอรับแน่นอน เพราะว่าเด็ก มช. บ้านผมกำลังจัดงานแฉล้มกันครับ

ตอนรถไฟไปถึงอาจจะกำลังบูมปิดงานก็เป็ฯได้


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:41:12 น.  

 
เป็นเรื่องจริงค่ะ...ขอบคุณที่ท้วงขึ้นมาค่ะ ผึ้งลืมเขียนแต่ตอนนี้แก้ไขเรียบร้อยแล้วจ้า


โดย: Sweety PB วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:01:40 น.  

 
อาจารย์เดินด้วยใจ ด้วยใจและสติพาร่างกายไปถึงจุดหมาย ถ้าเดินด้วยกายเป็นหลัก คงไม่มีหนังสือเล่มนี้

เราประทับใจคู่สามีภรรยาซาเล้งเหมือนกัน อาจารย์บรรยายจนเราเห็นภาพ และก็เห็นด้วยกับอย่างยิ่งในประเด็นการกระจายเสียงและให้ชื่อคนทำดี ส่วนคนที่ยังไม่ทำ ไม่ต้องออกชื่อให้เกิดประโยชน์อันใด ไม่ทำวันนี้-ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตเขาจะไม่ทำ ฉะนั้นการกล่าวถึงว่าที่ยังไม่ดี ก็มีในโลก ก็เป็นการเตือนใจให้รับความจริงของโลกได้อีกทางหนึ่งด้วย แต่เราก็เชื่อนะว่ามันจะมีสักวันที่เขาจะทำดีหรืออย่างน้อยคิดจะทำดี หรือเราจะมองแง่ดีไปก็ไม่รู้

ต่างกันตรงที่เราอ่านแบบติดหนึบไม่กิน ไม่หลับ ไม่นอน (อย่างกับอ่านนิยายขายดี) จนประมาณ 3/4 ของเล่ม ชักเริ่มเหนื่อย ทำตัวเป็นพวกรู้มาก ชินหู กับสิ่งที่อาจารย์บอกแล้วบอกอีก เลยข้ามไปหลายหน้า ไปอ่านตอนท้ายๆ ก่อนจะกลับมาอ่านหน้าที่ข้ามไปใหม่

มีเรื่องประทับใจนิดหน่อยกับหนังสือเล่มนี้ คนอื่นอาจไม่ประทับใจแต่เรารู้สึกดีล่ะ คือ ปกติถ้าพบใครแสดงออกว่ากำลังหาหนังสือเล่มไหน เราจะเสนอหน้าเสนอตัวตอบถ้ารู้ (แต่ก็มีอคติเหมือนกัน ถ้าไม่ถูกใจหนังสือเล่มที่เขาหา - -") แล้วในงานหนังสือคราวก่อนๆ มีคนตามหาเล่มนี้ เธอได้ยินเสียงโฆษณาแต่หาบูทไม่เจอ (อาจจะหัวตื้อไปกับเสียงโฆษณาก็ได้ ตะโกนแข่งกันเหลือเกิน) พอดีเธออยู่ในระยะที่เสนอหน้าได้ 55+ ก็เลยบอกพิกัดบูทไป ไม่รู้ทำไม แค่นี่เอง แต่ชื่นใจเป็นที่สุด



โดย: อออ IP: 202.176.89.115 วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:20:13 น.  

 
ที่ิพิษณุโลกนั่นก็เป็นทีมงานของสโมสรนักศึกษาครับ คือเขาก็จะกระจายกันไปตามจังหวัดที่จอด เพื่อแจกข่าวแจกน้ำครับ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:52:00 น.  

 
ตามมา catfight ชิงป๋าเด็ปป์กับสาวไกด์ต่อ

เรื่องผู้ชายไม่มีคำว่าพี่น้องค่ะ 555 ;P


โดย: ทินา IP: 129.11.120.41 วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:52:17 น.  

 
ไม่เคยอ่าน แต่ชักอยากอ่านแล้วสิคะพี่เต้ย
ติดใจประโยคท้ายจริงๆ
"การเดินกลับบ้านยากกว่าการเดนออกจากบ้าน" มี๊


โดย: BeCoffee วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:16:53 น.  

 
ช่วงนี้ไม่ได้รีวิวหนังสือเลย คงเป็นที่โล่งใจเป็นแน่ เพราะรีวิวทีไร ไม่ได้มีสาระอะไรเล้ย อิอิ

อ่านหนังสือได้หลายแนวดีนะคะ เรามักจะอ่านอยู่เฉพาะแนวที่เราชอบค่ะ


โดย: ดวงตาสวรรค์ IP: 125.25.109.16 วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:25:58 น.  

 
แวะมาอ่านหนังสือเดินทางที่พร้อมจะเดินทางครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:47:26 น.  

 
เป็นผู้หญิง คงเดินด้วยระยะทางไม่ไหวค่ะ เดินด้วยใจละกัน

เราว่าตราบใดที่เปิดใจกว้าง แค่เดินไปตลาดหรือคุยกับคนแถวบ้าน บางทีก็ได้อะไรดีๆ มาแล้วล่ะ


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:51:47 น.  

 


เดินสู่อิสรภาพ ชื่อหนังสือมีความหมายดีค่ะ


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:3:36:17 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


แวะมาทักทายกันแล้วค่ะ วันนี้ฝนตกใน กทม. จ้าครูเต้ย



โดย: หอมกร วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:57:13 น.  

 
แนวนี้แต่หนาขนาดนี้ คงบายก่อนค่ะ

ความเห็นส่วนตัว--ความรู้ควรให้กันด้วยจิตคารวะ เห็นด้วยค่ะ

หากเงินตราก็เป็นส่วนประกอบในการดำรงชีวิตเช่นกัน จึงน่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวกันมากกว่า


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:20:18 น.  

 
เคยได้ยินเรื่องการเดินของอาจารย์ ผมอยากอ่านบ้างไปหาหนังสือที่ไหนดี เพราะช่วงนี้ low seasonมีเวลาว่างเยอะ


โดย: sarankungking@hotmail.com IP: 117.47.241.241 วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:42:24 น.  

 
+ พี่ชอบคอนเซ็ปต์ของหนังสือเล่มนี้นะครับ (เพราะเห็นในท้องตลาดมากพักนึงแล้ว) ... เพราะพี่ติดใจไอเดียการ "เปิดตาออกผจญโลกกว้าง" ตั้งแต่ตอนที่ไปนอนพักห้อง Dorm กับชาวต่างชาติวัยรุ่นหลายๆ ชาติ แล้วเค้าก็เล่าประสบการณ์ให้ฟังอ่ะครับ ... ก็จริงๆ ไม่ต้องถึงกับเดินก็ได้ (ชีวิตคนส่วนใหญ่ก็คงไม่สมถะขนาดนั้น) แค่แบกเป้ แบ็คแพ็ค ออกท่องโลกกว้าง ผู้หญิงตัวคนเดียวหรือ 2 คน ก็น่าจะทำได้อ่ะครับผม

+ พี่อ่านรีวิวแล้ว พี่ชอบตรงที่บอกว่ามีการสอดแทรกแนวคิดทางพุทธศาสนาเข้ามาด้วย ... แล้วยิ่งอ่านเม้นต์ของจารย์ดอง (I will see U. ) แล้วยิ่งทำให้อินมากขึ้นไปอีกอ่ะครับ

+ ได้ข่าว (แว่วๆ จากเนื้อความในบล็อกนัท-คุง นานแล้ว) ว่าครูเต้ยเป็นสาวกกคุณนิ้วกลมอยู่ใช่มั้ยครับ? ... เพิ่งอ่านมาจากมติชนเมื่อเร็วๆ นี้ว่าคุณนิ้วกลมเพิ่งจะใช้การโบกรถร่วมกับเพื่อนๆ จากเบตงไปจนถึงแม่สายเลย คาดว่าเร็วๆ นี้น่าจะมีผลงานหนังสือเล่มนี้ออกมาให้ได้อ่านกัน ... ซึ่งคอนเซ็ปต์ก็อาจคล้ายๆ กับหนังสืออาจารย์ประมวลเล่มนี้ (มั้ง) ครับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:04:55 น.  

 
เราว่าเราเป็นคนหนึ่งเลยล่ะ ที่ทำแบบอาจารย์ไม่ได้
จริงๆ ทุกวันนี้ขอแค่เดินจากบ้านออกไปปากซอย
บางทียังขี้เกียจเลยนะ
สุดท้ายนั่งมอไซด์วินทู้กกกที


หรือว่าโดยในความหมายหนังสือเล่มนี้
ไม่ได้หมายถึงการเดินแบบเดินจริงๆ
แต่หมายถึงการเริ่มเดินทางเพื่อไปหาอิสระภาพหรือเป้าหมาย


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:12:29 น.  

 
...


+ ว่าจะซื้อมาอ่านหลายทีแล้วครับ ตอนงานหนังสือฯ ปีก่อนก็ "ว่าจะ" แล้ว
ถ้าไม่ติดว่ามันหนาหนัก เหะเหะ


+ ผมไม่เคยอ่านรีวิวที่ไหนเหมือนกัน แต่ตั้งแต่ที่รู้จักหนังสือเล่มนี้ (ทั้งที่ยังไม่ได้อ่าน)
ผมก็เห็นมันแต่ในแง่ที่มีการสอดแทรกคำสอนทางพุทธศาสนานะครับ



+ ที่พี่สงสัยเรื่องกินสองมื้อ ขอสะเหร่อทำตัว "วิพากษ์" ทั้งที่ยังไม่ได้เสพนิดนึง

ใช่เป็นเพราะว่ามีคนหยิบยื่นให้อีกหลังจากกินครั้งแรกไปป่ะครับ?

คือผมเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานอ่ะ ถ้าสามารถทำได้ (และจะพยายามทำอย่างสุดความสามารถ) ผมจะไม่ปฏิเสธน้ำใจของคนอื่นที่หยิบยื่นให้อย่างปรารถนาดีอ่ะครับ (มากน้อยไม่ว่ากัน และถ้าไม่ดีนี่ก็อีกเรื่อง อิอิ )



+ ท้ายนี้มาแจ้งว่า

เมื่อวันเสาร์ค่ำๆที่ผ่านมา ผมได้ดู It's a wonderful life แล้วครับ

ชอบมากๆเลยอ่ะพี่ ผลเกิดแต่เหตุจริงๆอ่า

สมกับที่พี่หยิบยกมาเป็นหนังที่ชอบที่สุดจริงๆครับ

แล้วไว้ว่างๆมาคุยถึงหนังเรื่องนี้กัน (ส่วนวันนี้เม้นท์เยอะแล้ว ขอแบ่งไปให้คนอื่นต่อแล้วจะได้กลับไปทำงาน อิอิ )




โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:59:26 น.  

 
TBH มาชวนพี่เต้ยไปเข้าโหมดระลึกชาติค่ะ

จิ้มไปที่ blog ของ TBH เลยนะ


โดย: ThE BooK@HoLiC วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:06:57 น.  

 
แปะช้าไม่เป็นไร เอาเด็ปป์มาก็พอ 555+

พวกเราจะไม่ทำอะไรนอกจาก catfight เป็นระยะใช่ไหม


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:32:36 น.  

 
...



+ ชอบที่หนังสื่อว่า ... ชีวิตคนเราทุกคนมันลงตัวดี และมหัศจรรย์ อ่ะครับ

ต่อให้เจอกับเรื่องทุกข์ยากอยู่ก็เหอะ

เพราะฉะนั้น แม้ พี่เต้ย อาจจะถูกใครทำร้ายจิตใจมาบ้าง มันก็ยังวิเศษอยู่ดี

ห้ามไปทำร้ายใครก่อนนะครับ

มีแซว





โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:50:48 น.  

 
ผึ้งอโหสิให้เค้าไปนานแล้วค่ะ แรก ๆ ก็ทำใจไม่ได้คิดแค้นเหมือนกันนะ แต่สุดท้ายก็เราเจ็บอยู่ฝ่ายเดียวเลยปลง ๆ ไปเยอะน่ะค่ะ
ว่าแต่ผลโหวตโรงแรมเป็นไงบ้างคะที่ไหนมากสุดคะ ใช่รร.ที่ 2ที่ผึ้งชอบอ๊ะป่าวน๊า???


โดย: Sweety PB วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:59:17 น.  

 
เอ่อ หลังกลางมิย. ...
"กว่าเจ๊จะว่าง หนูก็ไม่ว่างแย้ว"


พุทธบริษัท 4
ก็มีภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา อ่ะ

เล่มนี้เป็นหนังสือที่รอเวลาจะอ่านอยู่ ตอนไปอยู่แม่ฮ่องสอน ได้ดูผู้เขียนมาให้สัมภาษณ์ทางทีวีด้วย น่าประทับใจมาก (ปกติ อยู่ กทม เราไม่ค่อยดูทีวี อยู่นู่นไม่มีอะไรทำ เลยดูทีวี 55)


โดย: rebel IP: 125.24.146.99 วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:27:07 น.  

 
เห็นเล่มนี้แล้วอยากเดิน (เที่ยว) อีกแระ

-- ส่วนเรื่องกินยังไงก็ได้ แล้วแต่เสียงส่วนใหญ่

จัดไป !!!

=)


โดย: hunjang วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:38:15 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสาวไกด์ หนังสือดูเป็นเรื่องราวซึ้งๆ สอดแทรกข้อคิด น่าอ่านดีค่ะ

ป.ล. ที่ชอบโรงแรมสองเพราะอย่างที่คุณสาวไกด์ว่าเลยค่ะ อิ๊อิ๊ รู้ทัน
มันดูโรแม๊นซ์ดีค่ะ เหมาะกะไปกับคนรู้ใจ


โดย: arcoiris วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:04:18 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: i_nookae วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:5:51:31 น.  

 
ไม่ได้มาทักทายกันซะนาน
แต่ยังคิดถึงเหมือนเดิมนะคะ


โดย: ดาวไร้ตะวัน วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:21:13 น.  

 
แฮ่ม อย่าเพิ่งตั้งความหวังกับ TBH มากเลยค่ะพี่ เพราะ TBH ย้ายออกจากเยาวราชตั้งแต่ 10 ขวบ เลยค่อนข้างเลือนรางไปพอสมควร

พอกลับไปเยือน ปรากฏว่าหลายร้านที่คุ้นเคยก็หายไปแล้วอ่ะ

ว่าแต่ TBH ก็ save แผนที่ร้านอร่อยย่านเยาวราชเก็บไว้ในเครื่องด้วยนะ กะว่าจะหาเวลาว่างๆ ตามรอย พี่สาวไกด์ฯ ให้เวลา TBH เก็บข้อมูลก่อนนะ อิอิ


โดย: ThE BooK@HoLiC วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:47:36 น.  

 
...



+ คุยต่อๆ

อย่างที่ Angel Second Class บอกอ่ะพี่

พระเอก โชคดีมากที่ได้เห็นโลกที่ไม่มีตัวเองอยู่

และ นัท-คุง ขอเสริมไปอีกว่า โชคดีมากๆด้วยที่หลังจากกลับมาโลกปกติแล้ว กรรมดี ส่งผลเป๊ะๆ

มันเลย Wonderful สุดๆ



+ คือผมมองว่าคนเราเห็นแต่ช่วงต้นจนถึงช่วงเงินหายของในหนังอ่ะครับ

เลยเซ็งชีวิตและจิตใจไปซะ
ถ้าแต่ละคนทนรอนานพอจะได้เห็นสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับตัวเอง (ตามแต่ที่ทำดีมา) เหมือนตอนจบของหนังบ้าง ก็คงดีมั่กๆไม่ใช่น้อยๆ

(แม้บางทีอาจจะต้องรอข้ามภพชาติก็ตาม )



+ ไว้จะตั้งใจหาดีวีดี Butterfly Effect ค้าบ

ขอบคุณที่แนะนำนะพี่









โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:27:29 น.  

 
อืม ชอบประโยคนี้จังเลยค่ะ

"การเดินกลับบ้านยากกว่าการเดินออกจากบ้าน"


โดย: piccy วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:45:58 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: Summer Flower วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:38:20 น.  

 
ชอบใจกับคำว่า หนังสือ เดินทาง

(แอบบ่นคนเดียว แต่ถ้าใครเอาหนังสือผมไปเดินทาง ผมคงงอน)


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:51:51 น.  

 
อืมมมมมมมม ท่าทางจะเครียดอีกล่ะ หุหุ

แต่ชอบคำว่า "หนังสือเดินทาง" จังค่ะ ^^


โดย: :D keigo :D วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:59:03 น.  

 
มารบกวนอีกรอบครับคุณเต้ย

ในบล็อก"เวียงจันทน์ทริป ไดอารี่ วันสุดท้าย"มีการบอกราคาโรงแรมผิดนะครับ

จาก7พันกว่า ที่ถูกคือ 3พันกว่าครับ แหะๆ


โดย: kirofsky วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:50:16 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: Sweety PB วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:10:37 น.  

 
น่าอ่านดีนะคะ สุเองก็ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน ตอนนี้เหลืออยู่หลายเล่มเลยที่ยังอ่านไม่จบ

ป.ล. โรงแรมที่มหาสารคามชื่อโรงแรมตักสิลาค่ะ แต่ในบริเวณเดียวกันเค้ามีทั้งส่วนตึกเก่าและตึกใหม่ ตอนนั้นสุไปพักตึกใหม่ซึ่งอยู่ด้านในค่ะ


โดย: นู๋สุ วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:05:58 น.  

 
คุณสาวไกด์ฯ คะยินดีมากๆที่แวะไปทักทายค่ะ,

อ่านหนังสือจบแล้วค่อยแวะมาคุยกันก็ได้นะคะ


โดย: run saya วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:28:20 น.  

 
หนังสือเดินทางไอเดียดีจังเลยค่ะ เข้ากับหนังสือเลย


โดย: Roseshadow วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:17:59 น.  

 
น่าสนใจมากๆ แต่ตอนนี้กองอยู่เยอะมาก ไม่มีเวลาอ่านเลย มาส่งเข้านอนนะคะ ฝันดีค่ะ


โดย: Aiko (Yushi ) วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:54:39 น.  

 
แวะเอาดอกไม้มาฝากค่ะ คิดถึงนะคะ

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]


โดย: ดาวไร้ตะวัน วันที่: 28 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:49:50 น.  

 
ปกติแอมชอบเดินอยู่แล้ว
อา่นจบแทบจะทำให้อยากทิ้งอะไรๆ ในชีิวิตออกไปให้หมดเลยค่ะ
ไม่คิดถึงขั้นจะออกเดินแบบนี้หรอกนะคะ
แค่รู้สึกว่าปัจจัยจำเป็นในชีวิตเรา
เอาเข้าจริงมีแค่ไม่กี่อย่าง แถมบางอย่างก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเราคนเดียว
แต่ขึ้นอยู่กับใจคนอื่นด้วยเหมือนกัน
ข้อสงสงสัยของพี่เต้ย
ตอบไม่ได้เหมือนกันค่ะ เรื่องหยักของ ฐ เดาว่าอาจจะเป็นรูปแบบฟอนท์หรือเปล่าคะ
แอมก็ไม่ได้สังเกต
ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ได้ติดใจ แต่รู้สึกว่า อาจารย์ทำให้การเดินแบบนี้ฟังดูง่ายมากเลยในตอนหลังๆ
ชอบคุณป้าคนแรกนั่นแหละค่ะ ที่ให้ก๋วยเตี๋ยวกินแบบพูนชาม
คือแบบเฮ้ย มีคนใจดีแบบนี้จริงๆ ด้วย ซาบซึ้ง
ปลาบปลื้มไปด้วย
อ่านแล้วใจมันเต็มๆ ดี
ชอบค่ะเล่มนี้
^^


โดย: I am just fine^^ วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:45:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
25 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.