❤++++++❤ tuesdays with Morrie ซุปไก่ฉบับมรณานุสติ ❤++++++❤








(หาปกไทยไม่ได้ค่ะ)
วันอังคารแห่งความทรงจำกับครูมอร์รี (TUESDAY WITH MORRIE)
MITCH ALBOM / อมรรัตน์ โรเก้ :แปล
จำนวนหน้า 238 หน้า
ราคา 120 บาท





ได้หนังสือเล่มนี้จากโครงการ LIF ของ คุณคนขับช้า ค่ะ

อ่านแล้วก็คิดใคร่ครวญกับตัวเองไป

จริงๆ มนุษย์ทุกคนต้องตาย แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะตายวันไหน

ถ้าเรารู้แน่ๆ ว่าเราจะตายในเวลาอีกไม่นาน...เราคงเลือกที่จะอยู่กับคนที่เรารัก สร้างความทรงจำดีๆ กับทุกๆ คนที่เรารักร่วมกันก่อนจะตายจากกันไป

ทำในสิ่งที่ “เราอยากทำ” จริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่ “จำเป็นต้องทำ”



แต่ถึงแม้..อ่านแล้วจะคิดได้ แต่กลับยังทำไม่ได้






อ่านหนังสือเรื่องนี้จบแล้วคิดขึ้นมาได้หลายเรื่อง


๑. ความตายใกล้ชิดกับเรามากกว่าที่คิด (ยังหวั่นๆ อยู่ เพราะอาการของโรคเอแอลเอสนี่ อย่างเดินสะดุดบ่อยๆ เอย ตกบันไดเอยนี่ ข้าพเจ้าเป็นประจำนะเนี่ย เป็นด้วยหรือเปล่านี่ตรู )

๒. อยากเป็นครูอย่างครูมอร์รี่จัง อยากเป็นครูที่ดี ครูที่เป็นครูจริงๆ น่ะ

๓. เราเคยมีครูที่เป็นครูจริงๆ บ้างมั้ย? อืมม์...



จริงๆ แล้วหากอ่านหนังสือเรื่องนี้แบบเอารส เราว่ามันไม่ได้เป็นหนังสือที่อ่านแล้วชวนติดตามอะไรมากมายเลยนะ คือ วิธีการเขียนและวิธีการดำเนินเรื่องไม่ได้มีเสน่ห์ แต่เสน่ห์ของเรื่องนี้กลับไปอยู่ที่ “มันเป็นเรื่องจริงของครูคนหนึ่งจริงๆ”(ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง มันอาจไม่ได้ทำให้เราอินขนาดนี้ก็ได้ เพราะวิธีการเขียนมันมีทั้งเรียบเรื่อยเกินกับบิ๊วท์อารมณ์เกินน่ะ) กับ “ข้อคิดต่างๆ ที่แทรกอยู่ในหนังสือเล่มนี้” (ที่จะยกมาให้ดูต่อไป)




คำถามของครูมอร์รี่


❤ “เธอได้พบคนที่จะฝากหัวใจไว้หรือยัง” (คิดว่าพบแล้วนะ...หรือเปล่าฟระ?)

“เธอทำอะไรให้ชุมชนที่เธออาศัยอยู่บ้างหรือเปล่า?” (เอ่อ..ไม่ค่อยแฮะ ทำให้ชุมชนและคนอื่นมากกว่า )

“เธฮพอใจกับชีวิตไหม” (ไม่เลย ณ เวลานี้)

“เธอได้พยายามทำตัวเป็นมนษย์อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง” (อืมม์..พยายามอยู่ แต่ยังไม่เต็มที่กระมัง)






วิธีคิดเกี่ยวกับความตาย


❤ “คนกำลังจะตาย” อยู่ดีๆ ครูมอร์รี่ก็พูดขึ้นมา “ก็เป็นเพียงเรื่องหนึ่งที่น่าเศร้านะมิตช์ แต่คนที่มีชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุขนี่สิเป็นอีกเรื่องหนึ่ง...”



❤ “แล้วเราจะเตรียมตัวสำหรับความตายได้อย่างไรละครับ”

“ทำอย่างที่ชาวพุทธเขาทำกันสิ ในทุกๆ วันจะมีนกตัวน้อยๆ เกาะอยู่บนบ่าและคอยถามเธอว่า ‘ใช่วันนี้หรือเปล่า ฉันพร้อมแล้วหรือยัง นี่ฉันทำทุกอย่างที่จำเป็นต้องทำแล้วหรือ ฉันเป็นคนอย่างที่ฉันอยากจะเป็นแล้วหรือ’”



❤ “...เมื่อเธอรู้ว่าจะตายอย่างไร เธอก็จะรู้ว่าควรมีชีวิตอยู่อย่างไร”



❤ “การตายเป็นเรื่องธรรมชาติ...การที่เราทำราวกับว่าความตายเป็นเรื่องใหญ่โตก็เพราะเราไม่เห็นว่าตัวเราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ...”



❤ “ตราบใดที่เรามีความรักให้แก่กันและสามารถจดจำความรู้สึกดีๆ ในยามที่เรารักกันได้ เราจะตายไปโดยประหนึ่งว่าเรายังมีชีวิตอยู่ ความรักที่เธอสร้างขึ้นรวมทั้งความทรงจำที่ดีเหล่านั้นจะคงอยู่ตลอดไป และเธอก็ยังอยู่ในหัวใจของคนทั้งหลายที่เธอรักและทะนุถนอมเมื่อครั้งที่เธอมีชีวิตอยู่”

“ความตายพรากได้เพียงแค่ชีวิต แต่ไม่อาจพรากความสัมพันธ์ไปได้”





ความคิด (บางส่วน) ของครูมอร์รี่


❤ “คนส่วนมากจะวนเวียนอยู่กับชีวิตที่หาแก่นสารอะไรไม่ได้ พวกเขาเหมือนกับคนครึ่งหลับครึ่งตื่น แม้ในขณะที่ยุ่งอยู่กับงานซึ่งตัวเองคิดว่าสำคัญ นี่เป็นเพราะว่าพวกเขาวิ่งไล่ตามในสิ่งที่ผิด หนทางที่จะหาความหมายให้ชีวิตก็คือการมอบความรักให้แก่ผู้อื่นอย่างหมดหัวใจ ทุ่มเทตนให้กับชุมชนที่ตนอาศัยอยู่และอุทิศตนเพื่อสรรค์สร้างบางสิ่งบางอย่างที่มีเป้าหมายและมีความหมายกับตัวเธอเอง”



❤…สิ่งที่คนส่วนมากต้องการนั่นคือต้องการให้มีใครสักคนสังเกตเห็นว่าเธอมีตัวตนอยู่ตรงนั้น



❤ “..ยิ่งเธออายุมากขึ้น เธอก็จะได้เรียนรู้มากขึ้น...อายุที่มากขึ้นไม่ได้หมายถึงความร่วงโรยที่มากขึ้นอย่างเดียว...มันยังหมายถึงความเจริญงอกงามอีกด้วย”



❤ครูมอร์รีเชื่อว่าคนเราทุกคนเป็นคนดีโดยกำเนิด และครูก็ทราบด้วยว่าคนเราจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร

“คนเราจะร้ายก็ต่อเมื่อถูกทำให้กลัว”



❤ “...ข้อบกพร่องที่สำคัญที่สุดของมนุษย์เราก็คือวิสัยทัศน์ที่คับแคบของเรานี่เอง เรามองไม่เห็นว่าตัวเราจะสามารถเป็นอะไรได้บ้าง เราควรทบทวนดูว่าเรามีศักยภาพอะไรบ้าง แล้วพยายามพัฒนาศักยภาพนั้นเพื่อทำให้ตัวเราเป็นทุกอย่างที่เราเป็นได้...”



❤ “จงให้อภัยตัวเองก่อนที่จะตายจากไป แล้วจงอภัยให้ผู้อื่น”



❤ ความรักคือการที่เธอใส่ใจต่อเรื่องราวในชีวิตของผู้อื่นเฉกเช่นเดียกับที่เธอเอาใส่ใจต่อเรื่องราวในชีวิตของเธอเอง





เรื่องเล่าถึงครูมอร์รี่


เมื่อปี 1979 มีการแข่งขันบาสเกตบอลมีสนามกีฬาแห่งมหาวิทยาลัยแบรนเดส์ ทีมของพวกเรากำลังเป็นฝ่ายนำ

กองเชียร์กำลังโห่ร้อง “พวกเราเป็นที่หนึ่ง! พวกเราเป็นที่หนึ่ง!”

ครูมอร์รี่นั่งอยู่ใกล้ กับกองเชียร์รู้สึกประหลาดใจกับเสียงเชียร์นั้น

มีอยู่ช่วงหนึ่งขณะที่ใครๆ กำลังโห่ร้อง “พวกเราเป็นที่หนึ่ง!” อยู่นั้น ครูก็ลุกขึ้นยืนและตะโกนว่า “แล้วที่สองมันไม่ดีอย่างไร”

พวกนักศึกษาพากันมองดูครูและหยุดโห่ร้อง

ครูนั่งลงและยิ้มปลาบปลื้มกับชัยชนะนั้น





คุณเคยมี ‘ครู’ จริงๆ สักคนไหม ครูที่เห็นคณเป็นสิ่งมีค่า แม้ยังไม่ได้เจียระไนเป็นอัญมณีก็ตาม

- นั่นสิ เราเคยมีมั้ยน้อ?





แนะนำให้อ่านสำหรับท่านใดที่อ่านๆ ข้างบนแล้ว “โดน” ค่ะ



ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ








ป.ล. เจ้าของบล็อกอ่านภาษาไทยที่ยืมจากคุณคนขับช้ามาแล้ว ก็จะอ่านเล่มภาษาอังกฤษที่ยืม (มาเป็นชาติแล้ว) จากคุณ unwell ค่ะ ถือเป็นการเริ่มต้นอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเล่มแรก (ที่ไม่ใช่ text) เป็นกำลังใจให้ด้วยนะค้า







Create Date : 20 ธันวาคม 2549
Last Update : 20 ธันวาคม 2549 13:55:47 น. 72 comments
Counter : 1923 Pageviews.

 
ขอให้อ่านได้จบอย่างที่ตั้งใจเน้อ
หวังว่าจะไม่พับโครงการซะกลางคัน...


โดย: ป้าตุ้มฯ IP: 124.121.106.95 วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:15:07:33 น.  

 
ส่วนเราตอนแรก ไม่มีห่วงอะไร สามารถตายได้ทุกเมื่อ แบบว่าไม่มีภาระหน่ะค่ะ
แต่ตอนนี้มีหกเหมียวมาอยู่ด้วยก้อเลยยังตายไม่ได้ ต้องเลี้ยงเค้าไปก่อน อิอิ


โดย: zMee วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:15:09:32 น.  

 
ชอบเล่มนี้ ขอเชียร์อีกเล่มของคนเขียนคนเดียวกันครับ มีฉบับภาษาไทยแล้ว กับ

คนห้าคนที่คุณพบบนสวรรค์ - 5 people you meet in heaven

ชอบมาก ชอบจริงๆ ที่พูดถึง connection ของคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในชีวิตเราโดยที่เราไม่ทันนึกถึง

ป.ล. ... ชอบประเด็นที่สองที่ยกตัวอย่างมาเหมือนกัน


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:15:11:37 น.  

 

^
^
^
ป้าตุ้มขา

จะพยายามค่ะ เหอๆ

หวังว่าจะอ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้ซะที (แต่ก็กลัวอยู่เหมือนกันนะนี่)

กลัวว่าถ้าอ่านได้แล้ว คราวนี้แหละ เสียทรัพย์กับหนังสือมากกว่าเดิมแน่ๆ



โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:15:17:09 น.  

 
ได้อ่านเป็นภาคภาษาอังกฤษค่ะ มองหาเล่มภาษาไทยอยู่เหมือนกัน
ตอนนั้นอยากอ่านมาก หาเล่มภาษาไทยไม่ได้ เลยต้องอ่านภาษาอังกฤษ
ชอบหนังสือเล่มนี้ค่ะ
และคำถาม ความคิดที่อยู่ในคำบอกเล่าต่างๆ
บางคนบอกว่าอ่านแล้วร้องไห้
แค่ซึ้งใจมากกว่าค่ะ
ครูที่เป็นครูจริงๆ เราคิดว่าแม่เรานะคะ
เราเคารพและนับถือในความเป็นครูทุกๆ คน
แต่ที่เราเลือกพูดถึงแม่ เพราะแม่เราเป็นครู
แล้วก็เห็นความทุ่มเทในการทำงานตลอดมา
ใครจะว่าแม่ทำไปทำไม เหนื่อยเปล่าๆ แม่ก็ยังทำ
วันหยุดก็มีเด็กมาขอความช่วยเหลือ
ลูกศิษย์เก่าๆ มาขอยืมเงิน ลูกศิษย์ปัจจุบันขอให้ช่วยสอนรำ
ผู้ปกครองบางคนมาขอให้ช่วยเคี่ยวเข็ญลูกให้หน่อย
แม่ก็ทำให้
เท่าที่เราได้สัมผัส
เราว่าคนเป็นครูทุกคนมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่มากๆ เลยนะคะ
^^


โดย: I am just fine^^ วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:15:33:54 น.  

 
เล่มนี้เคยอ่านและเคยซื้อให้พี่สาวคนหนึ่งที่นับถือ ค้นไปค้นมาในตู้ อ่า เหลือแต่ฉบับภาษาจีน ทั้งอังกฤษทั้งไทย หายไปหมด งง


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:16:17:18 น.  

 
นึกถึงครูที่โรงเรียนเก่าตอนม. ปลาย
แกนะโหดมาก พวกเราแอบตั้งฉายาให้แกด้วย แต่เพิ่งรู้เมื่อใกล้ๆ เรียนจบ ว่าแกก็ฟอร์มโหดไปงั้นแหละ จริงๆ แล้วใจดี น่ารักมากๆ ไม่น่าไปเฮี้ยวกะแกมากเลย

-- ว่าแล้วก็คิดถึง

=)


โดย: hunjang วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:16:19:38 น.  

 
อ่านแล้วนึกถึงครูภาษาไทยของเจ๊สมัยเด็กๆคนหนึ่งค่ะ
ก่อนจะเริ่มเรียน แกมักจะมีเรื่องราวต่างๆที่มันค่อนข้างเป็นปรัชญาสนุกๆเล่าให้ฟังเสมอ
ครูที่บอกกับเจ๊ว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่ง แต่ขอให้เราเอาสิ่งที่มีมาให้เกิดประโยชณ์กับตัวเอง
ที่หนึ่งในห้องอาจจะไม่ใช่ที่หนึ่งในชีวิตตัวเองค่ะ
คิดถึงครูจังค่ะ
ลป.เล่มนี้เจ๊มีเป็นภาษาอังกฤษ หนูอยากอ่านไหมคะ


โดย: นางกอแบกเป้ วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:16:54:53 น.  

 
ดี.อ่านจากคนอ่านหนังสืออีกต่อนึงแล้วกันน๊า


โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:16:55:08 น.  

 
แหะๆ ทำในสิ่งที่เราอยากทำ เป็นหลักคิดแรกๆ ที่ใช้เยยค่ะ (แต่ก็มีบางทีเหมือนกัน ที่ไม่ได้ตามนั้นเสมอไป)

เรื่องที่พักที่ปางอุ๋ง หนูว่าก็แล้วแต่คนชอบนะคะ ที่พักที่นั่น จะเหมาะสำหรับเอาไว้เป็นที่นอนเลยจริงๆ ถ้าเป็นส่วนบ้านชนเผ่า ก็จะหนาวนิดนึง เพราะว่ามันเป็นไม้ไผ่ซีก ลมเข้ามาได้
(แต่พวกหนูไปนอนบ้านชนเผ่าจริงๆ มาแล้วมั้งคะ เลยไม่ค่อยอะไรเท่าไร)

ส่วนที่พักอีกแถบจะดีกว่า เพราะผนังเป็นยิปซั่ม ก็จะอุ่นกว่านิดหน่อยค่ะ ที่พักก็จะเล็กๆ พอให้วางของและล้มตัวนอน ไม่มีห้องน้ำในตัว ไม่มีน้ำอุ่น ถ้าคนชอบความสะดวกสบายหน่อย ก็อาจไม่ประทับใจน่ะค่ะ


โดย: สายลมโชยเอื่อย วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:17:23:57 น.  

 
เป็นแฟนคนนึงของหนังสือเล่มนี้ค่ะ ไม่มีโอกาสได้อ่านภาษาไทย แต่ชอบข้อคิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้มากๆ โดยเฉพาะแนวคิดที่สอนให้คนยึดถือกับเรื่องทางจิตใจมากกว่าวัตถุ ยังคิดๆอยู่เลยว่าปีหน้าจะอัพบลอกเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ เพราะมันเคยเปลี่ยนชีวิตเรามาแล้ว เคยได้ดูหนังเรื่องนี้มั้ยคะ ดูแล้วไม่ชอบเลย ไมอินเท่าหนังสือ


โดย: nzmum วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:18:23:30 น.  

 
ว้าว พี่ไกด์ขยัน มากเลย

งี้ต้องโหวต ให้ซ้าหน่อย แว้ว ว ว

แต่ขอติดไว้ก่อนนะครับ

อ่านไม่ทัน หึหึ


โดย: Nutty Professor วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:18:39:38 น.  

 
เล่มนี้น่าสนใจมากค่ะพี่ไกด์

คิดถึงพี่ไกด์นะคะ

ปล.ที่อยู่พี่ไกด์เหมือนเดิมเปล่าคะ


โดย: yadegari วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:19:03:37 น.  

 
เรื่องนี้ได้ยินมาพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ ...แต่ก็ยังไม่ได้อ่านเลย
เพื่อนที่แนะนำให้อ่านก็บอกว่าน่าอ่านดี ..

แบบนี้เชื่อค่ะ บวกลงลิสต์ไปแล้วคะ


โดย: JewNid วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:19:07:37 น.  

 
ถ้าเคยอ่านภาคภาษาไทยมาแล้ว อ่านอีกครั้งในภาคภาษาอังกฤษ รับรองว่าอ่านได้อย่างรวดเร็วแน่นอนครับ

ได้เสียทรัพย์กับหนังสือเพิ่มขึ้นอีกแน่นอนครับ เตรียมตัวเตรียมใจ (และเตรียมสตางค์) ไว้ได้เลย...


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:19:29:26 น.  

 
ชอบจังเลยค่ะ อยากอ่านขึ้นมาทันที
ได้ข้อคิดเยอะแยะเชียวค่ะ ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดีดีนะคะ


โดย: Htervo วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:19:33:10 น.  

 
แวะมาเก็บเกี่ยวความรู้ครับ น่าสนใจมาก ความตายแท้ที่จริงคือสิ่งที่อยู่กับเราทุกลมหายใจ


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:19:34:23 น.  

 
เรื่องราวของครูน่าประทับใจเสมอ

แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่านเลย เดี๋ยวไปลองดูที่บล็อกคุณคนขับช้าบ้าง


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:21:11:44 น.  

 
ทันสถานการณ์จริงๆ

วันอังคารแห่งความทรงจำกับหม่อมอุ๋ย


โดย: KMS&หมาป่าสำราญ วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:21:54:34 น.  

 



ซุปไก่ฉบับมรณานุสติ?

แค่ชื่อก็น่าหม่ำ เอ้ย น่าดึงดูดแล้วนะคะ

แต่กว่าหนูจะได้อ่านเรื่องนี้

สงสัยจะอีกนานแน่ๆเลยอ่ะ แหะๆ



โดย: Kitsunegari วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:22:08:29 น.  

 
นึกถึงเรื่อง "โค้ช คาเตอร์" ตะหงิด ๆ

เอ เกี่ยวมั๊ยเนี่ย


โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:22:43:35 น.  

 
มีทำเป็นหนังด้วยนะคะ ของช่อง Hallmark (แสดงว่าคงมีแผ่นด้วย) ทั้งเรื่องนี้กับเรื่อง 5 People เลย

เอาใจช่วยให้อ่านอังกฤษได้สนุกค่ะ (จะได้ร่วมด้วยช่วยเสียทรัพย์ )


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:23:14:54 น.  

 
อ่านแล้วคงปลงชีวิตดีจัง เหมือนหนังสือธรรมะเลย


โดย: ปลายเทียน วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:23:21:01 น.  

 
มาช่วยเชียร์ให้อ่านภาษาอังกฤษ ได้จบเล่มนะครับ


โดย: poser IP: 58.9.19.111 วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:0:46:36 น.  

 
ไอ่หนังสือเล่มนี้เห็นในชมรม เคยว่าจะหยิบหลายทีแล้วครับ

แต่ครั้นพอหยิบมาได้ก็กลับรู้สึกว่า เราไม่อยากอ่านอะไรแนวนี้อีกแล้ว

แวะเข้ามาทักทายหลังจากไม่ได้เข้ามานาน


โดย: ShadowServant วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:0:46:51 น.  

 
“...เมื่อเธอรู้ว่าจะตายอย่างไร เธอก็จะรู้ว่าควรมีชีวิตอยู่อย่างไร” ผมชอบประโยคนี้ที่สุดเลยครับ

ตีสนิทกับความตายไว้ครับ เมื่อมันมาถึงจะได้ไม่ตกใจ หรือเมื่อเกิดเรื่องอะไรจะได้ปลงง่ายขึ้น

เล่มนี้ผมให้ลูกสาวอ่าน ผมพิมพ์ลง Blog โดยคาดหวังจะให้แนวคิดดีๆ ผ่านหัวเขาบ้าง

ดีใจที่หนังสือถูกใจคุณครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:7:11:38 น.  

 
เรื่องนี้ ยังไม่ได้อ่านค่ะ
แต่ดูหนังแล้ว หนังทำดีทีเดียวล่ะค่ะ

ตอนแรกก็ว่าว่างๆจะอ่านอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่เข้าโหมดเจ้าน้ำตา เลยยังไม่ได้อ่าน แหะๆ


โดย: piccy วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:8:09:29 น.  

 

สวัสดีค่ะ แวะมาส่งความสุขค่ะ เป็นหนังสือที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ


โดย: N_BEE810 วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:8:22:32 น.  

 
เราชอบเรื่องจัดงานศพให้ตัวเองก่อนตายจริงน่ะค่ะ แต่ในทางปฏิบัติคงทำยากเหมือนกัน

คนไทยขนาดพูดเรื่องความตาย ยังโดนจุ๊ปากว่าไม่เป็นมงคลเลย ทั้ง ๆ ที่ศาสนาเราก็บอกให้คิดถึงความตายทุกลมหายใจ

เอาใจช่วยให้อ่านเล่มอังกฤษจบไว ๆ นะคะพี่สาว


โดย: unwell วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:8:26:34 น.  

 
เคยชอบอ่านหนังสือแนวนี้เหมือนกันค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ซื้อหามาอ่านแล้ว รู้สึกว่าฝรั่งเค้าเขียนแนวจิตวิทยาสร้างกำลังใจหรือข้อคิดให้คนเก่งเหมือนกันนะคะ เคยอ่านที่คนเขียน who moved my cheese อะไรทำนองนี้อีกหลายเรื่อง แต่จำดีเทลไม่ค่อยได้มากค่ะ (ตอนนี้กำลังเบลอ)

ขอบคุณสำหรับเรื่องฟอนต์ค่ะ แต่เดี๋ยวเราจะเลิกเน็ตแล้วก็จะไม่ได้ใช้บล็อกอีกระยะนึงแล้วค่ะ (แต่ก็เพิ่งจะรู้ว่ามีการโหลดฟอนต์นี่ล่ะค่ะ ล้าสมัยทางเทคโนโลยีสุดๆ)

ปล. ชอบใจมากค่ะ เขียนรีวิวสรุปใจความสำคัญมาได้อย่างละเอียดและลื่นไหลทีเดียว ขอบคุณมากค่ะที่แนะนำหนังสือดีๆ แต่ตอนนี้อยากได้หนังสือทำยังไงถึงจะหลับง่าย (ฮา)


โดย: Fruit_tea วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:12:54:08 น.  

 
เครียดไหมคะ


โดย: กระปุกกลิ้ง วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:14:55:43 น.  

 
เข้ามาดูครับ


โดย: the author วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:17:39:47 น.  

 
รู้จักหนังสือเล่มนี้ตอนไปค้างบ้านเพื่อน กลับมาก็พยายามหามาอ่านให้ได้ เป็นเล่มหนึ่งที่ประทับใจค่ะ ^ ^


โดย: bookmark IP: 203.113.77.68 วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:18:56:31 น.  

 
โครงการดีจังเลยครับ
อยากอ่านมั่ง
แต่...ไม่มีหนังสือไปแจมให้แลกด้วยนี่สิ


โดย: Commencer วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:19:21:11 น.  

 
โค๊ช คาเตอร์ คือชื่อหนังครับ

คนคนนี้เขาไม่ได้เป็นแค่โค๊ช เขาเป็นครูด้วยครับ

ครูผู้มีจิตวิญญาณแห่งครู


โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:20:15:21 น.  

 
อุ๊บ เพิ่งเห็นจากบล็อกเก่าค่ะ ใช่แล้วค่ะ แหะๆจะยกเลิกเน็ตแล้วค่ะ เพราะจะไม่อยู่ง่ะ ไว้เดี๋ยวอะไรเข้าที่เข้าทางแล้วก็จะออนไลน์ค่ะ ยังไงๆต้องใช้เน็ตหลายอย่างอยู่แล้วค่ะ ฮืออออ

งั้นขออวยพรคุณสาวไกด์ล่วงหน้าเลยนะคะ เอ๊ะ นี่อวยพรไปยังหว่าชักสับสน สุขสันต์วันคริสต์มาสและปีใหม่นะคะ ขอให้ชีวิตการงานประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เป็นที่รักของคนรอบข้าง สุขภาพแข็งแรง มีความสุขมากๆนะคะ

พอเห็นรีวิวหนังสือหรือหนังอะไรอย่างนี้จากบล็อกเพื่อนๆกันแล้วทำให้รู้สึกน่าสนใจอยากกลับไปอ่านหรือดูอีกเหมือนกันนะคะ


โดย: Fruit_tea วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:20:26:30 น.  

 



มาทักทายก่อนนอนจ้า
หนาวแล้ว รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
มีความสุขมาก ๆน่ะค่ะ



โดย: icebridy วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:22:49:07 น.  

 
ไม่ค่อยชอบหนังสือแนวนี้อ่ะค่ะ อ่านจากที่ยกๆ มานั่นเราว่าเราอ่านแขนกลคนแปรธาตุยังได้อะไรลึกซึ้งกว่านี้เลย

ขอให้จขบ.ทำสำเร็จตามโครงการนะคะ แล้วก็เลิกสะกดจิตตัวเองว่าไม่สามารถอ่านหนังสือภาษาอังกฤษซะที อย่างนาร์เนียนี่น่ะ หนังสือเด็กนะคะ ต้องอ่านได้อยู่แล้วล่ะ


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:1:44:04 น.  

 
โบว์อ่านเล่มไทยก็โอเคค่ะ
ถ้าให้ไปอ่านเล่มอังกฤษ
ไม่รู้จะไปจบปีไหน
เอาใจช่วยเจ้าของบล็อคค่า

...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:7:14:41 น.  

 
Merry Christmas&Happy New Year!!


โดย: hayashimali วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:7:15:43 น.  

 
วันนี้วันศุกร์
เอากระปุกมาใส่กระเป๋า
คุณสาวไกด์ค่ะ


โดย: หอมกร วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:7:42:27 น.  

 
มาสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ...มีความสุขมากๆนะครับ


โดย: suthan (ราม-ไทย-จีน ) วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:7:44:00 น.  

 
มาแก้ข่าวๆๆๆๆ
จะติ่มซำ หรือไม่ซำ เดี๊ยนหม่ำได้หมดคร่า...

-- ขอให้อาหย่อย ... สู้ตายนะเออ

=)


โดย: hunjang วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:8:05:55 น.  

 
happy friday ka


โดย: zMee วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:11:06:22 น.  

 
ส่งน้องคอมไปซ่อมมาค่ะ เลยไม่ได้เข้ามาดูซะนานเลย 555

ขอเอาใจช่วยพี่เต้ยให้อ่านหนังสือเล่มนี้จบนะคะ หนังสือภาษาอังกฤษกะเปิ้ลมะค่อยถูกกันอ่ะ เคยซื้อมาอ่านแต่อ่านไม่จบสักเล่ม แล้วปกติก็เป็นคนชอบอ่านนิยายอ่ะคะ ส่วนหนังสือที่อ่านอยู่ตอนนี้ก็เรื่องซายากะสาวน้อยนักสือ กับคู่มือมนุษย์ของท่านพุทธทาสค่ะ (เล่มหลังนี้อ่านมาจะครบปีแล้วยังไม่จบเลยค่ะ อ่านได้ครั้งละสองสามหน้าก็ง่วงแล้ว 555)


โดย: เปิ้ลกั๊บ IP: 203.118.112.68 วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:16:42:55 น.  

 
Merry Christmas And Happy New Year2007 มีความสุขมากๆๆนะคะคิดสิ่งใด ขอให้ สมดังปรารถนาค่ะ


ขอบคุณภาพจากพี่ beautyswan มากค่ะ


โดย: ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:17:48:05 น.  

 
ชอบหนังสือเล่มนี้มากค่ะ
อ่านจบก็เอาไปให้แม่อ่านด้วย มันเศร้าและมีพลังแบบบอกไม่ถูก

ปล.วันจันทร์จะส่งหนังสือบันได13ขั้นให้นะคะ เพิ่งหายไข้เลยไม่ได้ออกไปไหน



โดย: keyzer วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:17:54:30 น.  

 
เล่มนี้เคยอ่านนานแล้วค่ะ จำเนื้อเรื่องไม่ได้ทั้งหมด รู้แต่ตอนอ่านจบน้ำตาซึม ฮา ชอบค่ะ ประทับใจ และได้ข้อคิดมาหลายอย่าง...แต่ก็ยังทำไม่ได้เช่นกันค่ะ ฮา ^^"

ป.ล. ภาษาอังกฤษเรื่องนี้อ่านไม่ยากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ


โดย: tintin (nyx ) วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:18:10:01 น.  

 
Merry christmas ค่ะ


โดย: Candydolls วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:19:17:27 น.  

 


เจอกันวันอาทิตย์เด้อ อย่าลืม อิอิ



โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:19:52:55 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ จะคริสต์มาสแล้วเนอะ อากาศเย็นดีจัง มีความสุข อิอิ

ปล. ดีใจที่สุดท้ายก็เข้าบล็อคเปี๊ยกได้นะคะ แหะๆ


โดย: อุรัสยา วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:20:06:27 น.  

 


โดย: nakwan6 วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:20:28:05 น.  

 

“...เมื่อเธอรู้ว่าจะตายอย่างไร เธอก็จะรู้ว่าควรมีชีวิตอยู่อย่างไร”

^
^

ข้างบนนี้โดนใจมากครับ

สำหรับตัวเอง อาจจะไม่ใช่ครูที่ดีนัก แต่มั่นใจว่าไม่ใช่ครูที่แย่ครับ


โดย: วลีวิไล วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:21:19:32 น.  

 
ดีค่า
อ๋า เล่มนี้น่าอ่านมั่กๆ
สอบเสร็จแล้ว ปอยจะตะลุยอ่านโลดแล้ว
((หลังจากไม่ได้อ่านหนังสือพวกนี้มานานแสนนาน))


โดย: คุโรซากิ วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:0:05:56 น.  

 
ผมชอบหนังสือเล่มนี้ครับพี่
ผมมีแต่ฉบับภาษาอังกฤษ
อ๊ะ
ไม่มีแล้วสิ
ให้กับคนที่ปัจจุบันเป็นอดีตไปแล้ว
T____T"


โดย: Marvellous Boy วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:0:53:50 น.  

 


โดย: ทาสบอย วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:8:48:21 น.  

 
สวัสดียามสาย ๆ
สบายดีมั้ยค่ะ


โดย: nakwan6 วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:9:31:15 น.  

 
มาแปะบอกแว้วหนนุง แต่สงสัยไม่ติด


พรุ่งนี้มีจับฉลาก งบร้อยนุงเด้อ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:11:43:15 น.  

 



โดย: โสมรัศมี วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:12:29:33 น.  

 
คือเราคิดว่าความเข้าใจขึวิตมันไม่สามารถได้มาด้วยการฟังใครบอกน่ะคะ่ ต้องเห็นเองเข้าใจเอง ที่อ่านจะช่วยก็ได้ก็แค่ อ้อ เป็นอย่างนี้เอง เข้าใจเร็วขึ้น

แล้วในขณะที่นิยายหรือหนังมันยังจำลองสถานการณ์จริงมาให้ดูไงคะ


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ IP: 58.9.14.182 วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:18:45:15 น.  

 



โดย: ลุงแมว วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:19:46:19 น.  

 
เคยได้ยินชื่อหนังสือนี้มานานแล้วเหมือนกัน คงต้องใช้เวลาค่อยๆละเลียดอ่านเอามากๆ

ตอนนี้กำลังอ่าน "สุขสุดท้ายที่ปลายทาง" อยู่ครับ
เป็นหนังสือที่พูดเกี่ยวกับความตายในทางพุทธและทางแพทย์

เป็นอีกเล่มที่น่าอ่านมากๆสำหรับทุกคนที่ต้องตายครับ


โดย: keano (jonykeano ) วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:21:58:18 น.  

 
แวะมา ล่วงหน้านะคะ เพราะว่าพรุ่งนี้ ต้องไปบ้านปู่แต่เช้า จะกลับมาอีกทีคงเป็นอาทิตย์หน้า ขอให้มีความสุข สนุกสนานกับเทศกาลนะคะ ได้ของขวัญเยอะ ๆ น้า



โดย: Capulet J. วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:22:43:22 น.  

 
ปอยค่อนข้างชอบอ่านแนวนี้ค่ะ ตั้งแต่ป๊าให้ยืมอ่านเรื่อง"ใครอาเนยแข็งของฉันไป" หลังจากนั้นปอยก็ตะลอนๆหาหนังสือแนวนี้อ่านค่ะ


โดย: คุโรซากิ IP: 125.24.44.71 วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:23:22:38 น.  

 
พาเจแปนมาสวัสดีคะ



Merry X'mas ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: yuki san วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:1:59:06 น.  

 
สุขสันต์วันคริสต์มาสค่ะ


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:5:02:35 น.  

 


มีความสุขในเทศกาล คริสต์มาส และปีใหม่ค่ะ

พุงมีซื้อหนังสือแนวนี้มาอ่านเหมือนกันค่ะ ไม่นานมานี้เอง ชือหนังสืออะไรน๊า อยุ่อย่างตาย ตายอย่างมีความหมาย หรือไงนี่หล่ะค่ะ จำชือหนังสือไม่ค่อยได้อีกเอ๊า อ่านแล้วก็ได้แง่คิดอีกมุมมองของความตาย และก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แหะ แหะ

มีหลายอย่างในหนังสือที่คิดว่าน่าจะทำได้ยากเช่นกันค่ะ แต่...ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ซะเลย

ข้อคิดของพุงที่ได้จากหนังสือ อยู่กับวันนี้ให้เหมือนเป็นวันสุดท้าย นาที วินาทีสุดท้ายของเรา

ทำในสิ่งที่อยากทำ ไม่ใช่ทำในสิ่งที่ต้องจำเป็นต้องทำ อิอิ อันนี้ใช่เล้ยค่ะ

แต่ ก็อย่างว่านะคะ บางอย่างสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ถ้าไม่ทำมั๊นก็ไม่ได้อีกนั่นหล่ะค่ะ...แหะ แหะ ครั้งทีสอง

อุ๋ยว่าจะเข้ามาส่งความสุข เม้าท์ซะยาวเล้ยเรา แว๊บ

อีกนิ๊ด ๆสุขภาพแข็งแรงด้วยนะคะ เพรี๊ยง


โดย: พลอยสีรุ้ง วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:8:16:26 น.  

 
สวัสดีค่ะ คือเราที่ต้องการขายหนังสืออ่ะค่ะ จำได้ป่าว พอดีเราไม่ได้มาดูบล๊อคตัวเองเลยอ่ะ ไม่นึกว่าจะมีคนสนใจ 55

เอาเป็นว่า มิเกเนโกะยังอยู่นะคะ แต่ว่าพิมพ์ตรงนี้มันผิดเรื่องไปป่าวเนี่ย ยังไงเราเมล์ไปแทนได้มั๊ยคะ หรือไม่ก็เมล์มาหาเราได้มั๊ยคะ จะได้รู้ว่าอ่านข้อความนี้แล้วอ่ะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

ป.ล. บล๊อคน่ารักดีค่ะ
pinkira_11@hotmail.com


โดย: PiNk EgO BoX วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:21:52:09 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ


โดย: คุณดอกไม้ กะ นายกาแฟ วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:10:05:25 น.  

 
เล่มนี้น้องซื้อให้เป็นของขวัญค่ะ เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ อ่านแล้วได้คิดค่ะ


โดย: Xinru (Twin dolphin ) วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:15:58:29 น.  

 
เล่มนี้ยังไม่มีเลย น่าสนใจแฮะ


โดย: bud วันที่: 25 มกราคม 2550 เวลา:4:36:57 น.  

 
เขียนดีจริงๆครับ

หนังสือเล่มนี้เป็นหนุงสือในดวงใจผมเลย

ผมขอ แอด บล็อคพี่เลยน่ะครับ

( ขอเรียกพี่ไว้ก่อน คงไม่ว่ากัน )


โดย: เด็กผู้ชายที่ไม่แตะบอลตอนกลางวัน (kanapo ) วันที่: 12 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:12:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
20 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.