~* ~* ~* ~* ~* ~* เด็กในกรง ด้วย "ใจ" เช่นนี้ จึงผ่านเรื่องราวเลวร้ายมาได้ ~* ~* ~* ~* ~* ~*





* * * สำหรับท่านใดที่เม้นท์บล็อกที่แล้ว (รีวิวกิจกรรมกรีนเนอรี่รีสอร์ท) เจ้าของบล็อกจะค่อยๆ ทยอยตอบคอมเม้นท์นะคะ * * *











อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว...รู้สึกเหมือนตอนอ่าน "ต้นส้มแสนรัก" เลยค่ะ






เด็กในกรง (They Cage the Animals at Night)
เขียนโดย : เจนนิงส์ ไมเคิล เบิร์ช
แปลโดย : ฤดูร้อน
สำนักพิมพ์/จัดจำหน่าย : แพรวสำนักพิมพ์
จำนวนหน้า: 349 หน้า
ราคาปก : 235 บาท











เรื่องย่อ



เด็กชายคนหนึ่งที่ถูกส่งไปอยู่ตามสถานรับดูแลเด็กต่างๆ ยามที่แม่อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ (อาทิ ป่วยอย่างหนัก) และเค้าต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่แตกต่างของสถานรับเลี้ยงในแต่ละที่ ค้นพบเพื่อนใหม่ๆ สร้างรูปแบบของการ "อยู่รอด" ให้กับตัวเอง และก่อรูป "ตัวตน" ของตนเองในระหว่างชีวิตเพียงไม่กี่ปีนี้










ความรู้สึกที่ได้อ่าน




เป็นหนังสืออีกเล่ม..ที่ตอนแรกไม่คิดว่าจะอ่าน เนื่องด้วยชื่อของหนังสือ "เด็กในกรง" ที่คิดว่า น่าจะเป็นเรื่องเศร้า แสนรันทด เจ็บปวดและโหดร้าย แต่จำได้เลาๆ เหมือนไปอ่านรีวิวของใครสักคน แล้วก็เลยรู้สึกว่า..หนังสือเล่มนี้น่าอ่านแฮะ




และพอได้อ่าน..ก็ปรากฏว่า ผิดไปจากที่คิดมากมาย (อีกแล้ว) ค่ะ
(เพราะฉะนั้น..นอกจากอย่างตัดสินหนังสือจากปกแล้ว ก็ไม่ควรตัดสินหนังสือจากชื่อหนังสือเช่นเราด้วยนะคะ )







ย้ำอีกทีว่า..อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว รู้สึกเหมือนอ่าน "ต้นส้มแสนรัก" เลยค่ะ




กล่าวคือ..มันเป็นการเล่าเรื่องผ่านสายตาของเด็กคนหนึ่ง เด็กที่พบเจอกับเรื่องที่สามารถทำให้เค้าเจ็บปวด ทำให้เค้ากลายเป็นคนเลวคนหนึ่งได้ แต่เค้ากลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น

นั่นเป็นเพราะเค้ามีสายตาและหัวใจที่ "พิเศษ" รวมทั้งการมองโลกในแง่ดี (ที่เรื่องดีๆ เพียงนิดน้อย ก็ทำให้เจ้าตัวมีพลังอันแข็งแกร่งที่จะต่อสู้กับเรื่องเลวร้ายต่างๆ ได้) ที่ทำให้ความโหดร้ายนั้น โดนกลั่นกรองและถูกเมินไปจากการมองอย่างพิเคราะห์ จนทำให้เจ้าตัวสามารถที่จะมีความสุขอยู่ในความทุกข์ที่รายล้อมอยู่ได้




การมีคนดีๆ เข้ามาในชีวิตอันเลวร้ายของเขา แม้เพียงหนึ่งคน แม้เพียงเสี้ยวเวลา ก็ทำให้ชีวิตของเขา มีกำลังใจที่จะเดินต่อ สู้ต่อ และมองไปข้างหน้า โดยไม่จมปลักอยู่กับอดีตอันย่ำแย่ และนั่นคือสิ่งสำคัญที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ "จับจิตจับใจ"






ถามว่า..ทำไมถึงเหมือนกับต้นส้มแสนรัก (สำหรับความต่าง - ต้นส้มแสนรัก โหดร้ายกว่าในเรื่องของ "ชะตากรรม" ค่ะ) ก็คือ..ขณะความปวดร้าวและเลวร้ายนั้นดำเนินต่อไป ความอบอุ่นที่เหมือนแสงสว่างอันเรืองรองที่ปลายอุโมงค์ ก็ยังส่องสว่างเรื่อเรืองอยู่เรื่อยๆ และทำให้คนอ่านอด "ยิ้มทั้งน้ำตา" ไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

เรื่องดีๆ เล็ก-เล็ก ที่เกิดขึ้นกับเจนนิง ความกล้าหาญที่จะกระทำการบางอย่างของเจ้าตัว ซึ่งทำให้เกิดเรื่องราวที่ดีๆ ต่อมา ทำให้คนอ่านรู้สึกเหมือนได้ดื่มหยดน้ำเล็กๆ ท่ามกลางทะเลทรายอันแห้งผาก ที่แม้..มันจะไม่ได้อิ่มอร่อย แต่มันก็ชุ่มชื่นใจพอที่จะเดินทางต่อไปเช่นกัน





การดำเนินเรื่อง การผูกเรื่อง ปมต่างๆ ที่เข้ามาเป็นระยะๆ นั้น ค่อนข้างลงตัวและเหมาะเจาะ คนดี-ดีและเรื่องดี-ดี เข้ามาในเวลาอันสมควร ที่ทำให้เราเชื่อได้ว่า เพราะเหตุนั้น เจนนิงจึงยังมีกำลังใจที่จะก้าวต่อไปได้ มีความเข้มแข็งพอที่จะรักษา "ใจ" ดี-ดี ไว้กับตัวเอง ไม่ให้มันสูญสลายไปกับเรื่องราวที่เข้ามาทำร้ายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า (ซึ่ง..กี่คนกัน..ที่จะทำได้?)



สำนวนการแปล ค่อนข้างราบรื่นค่ะ มีสะดุดบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนัก









เชียร์ให้อ่าน สำหรับคนที่ชอบ "ต้นส้มแสนรัก" นะคะ และแน่นอน..ความเหมือนกันอีกประการของหนังสือสองเล่มนี้ก็คือ..มันทำให้คุณร้องไห้ได้มากกว่า 1 ครั้งค่ะ













ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ

340625/3968/335





Create Date : 07 พฤษภาคม 2552
Last Update : 7 พฤษภาคม 2552 12:42:32 น. 33 comments
Counter : 1399 Pageviews.

 
กลับมาแล้วๆ เป็นยังไงบ้างคะ?

อืมม์ TBH ไม่ค่อยสันทัดหนังสือแนวนี้เลยอ่ะ แต่เท่าที่อ่านรีวิว หนังสือเล่มนี้ให้แง่คิดที่ดีทีเดียวนะ คือ สอนให้เราต้องปฏิบัติต่อคนทุกคนรอบๆ ตัวให้ดีเสมอๆ กัน เพราะสิ่งดีๆ บางอย่างที่เรามองว่าธรรมดา อาจเป็นกำลังใจยิ่งใหญ่ที่คนบางคนกำลังต้องการอยู่ในขณะนั้นก็ได้


โดย: ThE BooK@HoLiC วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:45:04 น.  

 
ไปเที่ยวสนุกมั๊ยคะพี่

ง่า..จะบอกว่าอป.ยังไม่ได้อ่านต้นส้มแสนรักเลย เรื่องนี้เคยคิดจะหยิบไม่หยิบมาหลายรอบ สุดท้ายก็ไม่กล้าอ่านเพราะชื่อดูหดหู่โหดร้าย แต่อ่านรีวิวแล้วกลับตัวกลับใจคิดใหม่อีกรอบดีกว่า อิๆ เตรียมทิชชู่ไว้ซักกล่องตอนอ่าน

ปล.จำได้ว่าเคยอ่านเรื่องเด็กที่ถูกเรียกว่ามัน (a child called it? รึเปล่า) จิตตกไปหลายวันเลยค่ะ ฮืออ


โดย: อป (apple_cinnamon ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:05:28 น.  

 
เคยอ่านเล่มนี้เมื่อหลายปีก่อนค่ะ หนังสือไม่อยู่กับตัวแล้วด้วย...แต่จำได้ว่าเคยเล่าคร่าว ๆ ลงในกระทู้ใดกระทู้หนึ่ง ในห้องสมุดพันทิพ ยังคิดจะหยิบมารีวิวลงบล็อก แต่มองหาหนังสือไม่เจอแล้ว ชอบและประทับใจเหมือนกันค่ะ
แต่ไม่หดหู่เหมือนอะไชลด์คอลอิทหรอกนะคะ ท่วงทำนองเดียวกันแต่ไม่เหมือนกันค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:34:44 น.  

 
รีวิวมาน่าอ่านมากๆเลยค่ะ


โดย: ณ มน วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:58:37 น.  

 
ปกติจะไม่ค่อยได้อ่านแนวนี้ แต่คุ้น ๆ เหมือนเคยอ่าน "ต้นส้มแสนรัก" ตอนนี้ก็จำเรื่องไม่ได้ แต่จำได้ว่าขณะอ่านก็ตามเรื่องไปนะคะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:08:32 น.  

 
ู^
^
ทีแรกนึกว่า A child called it ซึ่งไม่ได้อ่านทั้งเล่ม อ่านแค่เรื่องย่อกับบางบท ก็ทนไม่ไหว ห่อเหี่ยวไปหลายวัน

คนดีๆ ทำให้จิตใจมีความหวัง โอ.. ไม่ใช่น้ำหยดน้อยในทะเลทรายแน่ๆ


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:12:10 น.  

 
ตกลงว่าไม่เศร้าใช่มั้ยคะ จะได้ไปหาอ่าน แหะๆ


โดย: พจมารร้าย วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:06:38 น.  

 
เป็นอีกเรื่องที่ขอเก็บไว้คิดดูก่อนค่ะว่าจะได้อ่านมั้ย เพราะตอนนี้ดองไว้เยอะมาก ๆ เลยค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:07:41 น.  

 
อยากมีเวลาอ่านหนังสืออื่นนอกจาก Text book บ้างจางเล๊ยยย


โดย: โสมรัศมี วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:18:13 น.  

 
เฮือก เรื่องเศร้าแบบชีวิตจริงนี่ไม่อยากอ่านเลยอะ

ปล. ต้นส้มแสนรักจำได้ว่ามีและเคยอ่าน แต่จำเนื้อเรื่องไม่ได้เลยแฮะ -_-"


โดย: ทินา IP: 129.11.120.41 วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:27:11 น.  

 

Comment Hi5 Glitter


แวะมาทักทายกัน มีความสุขมากมายในวันหยุดที่จะมาถึงนะคะ
พรุ่งนี้วันวิสาขบูชาโลกจ้า ครูเต้ย



โดย: หอมกร วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:58:47 น.  

 
เป็นไงมั่งเซี่ยงไฮ้ ^^


โดย: หมี IP: 125.25.136.193 วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:11:01 น.  

 
แวะมาบอกสาวไกด์ว่า jujastar กลับมาแล้ว มาชวนไปเที่ยวเยอรมันด้วยกันค่ะ อิ อิ


โดย: Jujastar วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:13:18 น.  

 
+ แง้ๆ แม้แต่ต้นส้มฯ พี่ก็ยังไม่ได้อ่านอ่ะน่อ ... แต่เท่าที่อ่านรายละเอียดที่ครูเต้ยรีวิวมา พี่ว่าเรื่องนี้ถูกจริตพี่เลยล่ะครับ ถ้าอ่านคงซึ้งตามไปด้วยแน่นอน

+ พี่ชอบที่แบบ มีความหวังท่ามกลางความโหดร้าย อ่ะครับ (ยกเว้นบางอารมณ์ที่มันต้องบีบคั้นให้ถึงที่สุด อย่างหนังเรื่อง Nobody knows แบบนั้นน่ะ ดูแล้วจิตตกไปเป็นอาทิตย์ๆ เช่นกัน)

+ โอ้! ได้ไปทำงานถึงเซี่ยงไฮ้ ช่างน่าอิจฉาจริงๆ คงจะได้ดูรูปแหล่มๆ เร็วๆ นี้มังครับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:40:13 น.  

 
เดินทางตลอด น่าอิจฉาจัง

ว่าแต่ได้หนังสือหรือยังอะ สภาพโอเคไหม อ่านสนุกรึเปล่า


โดย: ทินา IP: 129.11.120.41 วันที่: 8 พฤษภาคม 2552 เวลา:2:46:47 น.  

 
"ต้นส้มแสนรัก" นี่แม่ผมแนะนำให้อ่านตั้งนานแล้วครับ แต่ไม่ได้อ่านซะที เลยได้อ่านแต่ชุด "บ้านเลกในป่าใหญ่" นะครับ เมื่อนานแสนนานมาแล้ว -*-


โดย: Mc'Murphy IP: 125.24.13.195 วันที่: 8 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:52:26 น.  

 
แวะมาทักทายก่อนบล็อกปิดค่า

หนังสือดูให้ข้อคิดที่ดี น่าอ่านนะคะ

ดูแลสุขภาพมีความสุขมากๆ นะคะ


โดย: arcoiris วันที่: 8 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:37:22 น.  

 
คิดเหมือนคนอื่นๆข้างบนที่ว่าแว้บแรกที่เห็นชื่อเรื่องกับอ่านเรื่องย่อแล้วทำให้นึกถึงหนังสือเรื่อง A Child Called It เลยค่ะ คือเมื่อสองปีก่อนมีเพื่อนชาวออสเตรเลียเอาหนังสือเรื่องนี้ (A Child Called It)มาให้เราอ่านน่ะค่ะ เค้าเอามาให้สามเล่มเลย โดยมี A Child Called It เป็นเล่มแรก แล้วเล่มที่สองกับสามคือ The Lost Boy, A Man Named Dave ตามลำดับ แต่เราอ่านเล่มแรกไปได้ไม่กี่หน้าเองค่ะ คือมันทนไม่ไหว แบบว่าหดหู่จัง ในโลกนี้มีคนที่เป็นแม่ทำกับลูกได้ขนาดนั้นเลยเหรอนี่ เราไม่ค่อยถนัดอ่านแนวหนักๆหดหู่ๆแบบนี้เท่าไหร่ เลยปิดหนังสือไป

จะว่าเราเชยไหมคะ คือเรายังไม่เคยอ่านเรื่องต้นส้มแสนรักเลยค่ะ คือทั้งๆที่รู้จักหนังสือเรื่องนี้มานานมากๆแล้วเหมือนกันนะ และรู้จักกิตติศัพท์และชื่อเสียงของหนังสือเรื่องนี้ด้วย แต่ทำไมเวลาไปร้านหนังสือถึงแค่หยิบๆจับๆมาดูแต่ไม่เคยตัดสินใจซื้อก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ปกติเราเป็นคนชอบอ่านวรรณกรรมเยาวชนนะคะเนี่ย ยังไงซักวันนึงว่าจะพยายามลองหามาอ่านดูให้ได้ จะได้เข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงกลายเป็นหนังสือในดวงใจของใครหลายๆคน :-)


โดย: ~ Cerulean Blue ~ วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:6:37:50 น.  

 
หนังสือน่าอ่านจังเลยค่ะ
ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดีๆ ให้นะคะ



โดย: ดาวไร้ตะวัน วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:28:02 น.  

 
มาชวนไปดูสวนสนุกที่ญี่ปุ่นค่ะ

ต้องจดชื่อเรื่องนี้ไว้อีกเรื่องแล้วอ้อ..รวมต้นส้มแสนรักด้วย เหมือนจะเคยอ่านเมื่อนานมาแล้วแต่เรื่องเป็นไงลืมแล้วค่ะ อิๆ


โดย: Maekapomkha วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:19:06 น.  

 
ถ้าพี่สาวไกด์ใจซื่อจะอ่าน "โกบี" ล่ะก็ ส่งสัญญาณมาได้เลยค่ะ TBH จะจัดการให้ทันที

ปล. เซี่ยงไฮ้อากาศเย็นไหมคะพี่?


โดย: ThE BooK@HoLiC วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:47:42 น.  

 
อืมมมม น่าจะเป็นหนังสือแนวเครียด ๆ อ่านแล้วรันทดเล็กน้อยแฮะ - -"

ปล. เคโกะไม่กล้าพักรีสอร์ทยอดฮิตของห้อง BP หรอกค่ะ เดี๋ยวกินแกลบ อิอิ


โดย: :D keigo :D วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:44:15 น.  

 
ยังไม่ได้อ่านเลย ต้นส้มแสนรัก (หลังเขามาก - พอๆกับที่ยังไม่ได้ดู Forrest Gump)

เพิ่งอ่าน เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน ของมุราคามิไปครับ (เพิ่งจะได้อ่านงานเขา) ขอปวารณาตนเป็นแฟนหนังสือเขาสืบไป...


โดย: ืnanoguy IP: 125.24.162.151 วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:00:33 น.  

 
เชียร์ให้อ่าน สำหรับคนที่ชอบ "ต้นส้มแสนรัก" นะคะ และแน่นอน..ความเหมือนกันอีกประการของหนังสือสองเล่มนี้ก็คือ..มันทำให้คุณ ร้องไห้ได้มากกว่า 1 ครั้งค่ะ

ยั่วกันอย่างนี้ สงสัยต้องขวนขวายหามาอ่านเสียแล้ว


โดย: คนขับช้า วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:04:57 น.  

 
เคยอ่านต้นส้มแสนรักตอนอยู่มหาลัยปี 2 (นานจนน้ำตาจะไหล) จำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้วครับ

ได้ข่าวว่าไปเซี่ยงไฮ้มา สนุกมั๊ยครับ


โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:36:30 น.  

 
งั้นถ้าแวะไปดูพระบฏที่เพชรบุรี ถ้าเขาให้ถ่ายรูปได้ ถ่ายรูปแล้วมาเล่าให้ฟังในบล็อกหน่อยค่ะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:06:15 น.  

 
เป็นหนังสือที่น่าสนใจ

แต่ทว่า ไม่เคยอ่านต้นส้มแสนรักอะ

เลยนึกถึงอารมณ์อย่างนั้น

ไม่ถูก


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:09:19 น.  

 
เห็นหนังสือเล่มนี้มานานแล้วค่ะ แต่ก็ไม่กล้าอ่าน

เพราะชื่อหนังสือนี้แหละ


โดย: ปณาลี วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:56:43 น.  

 
เอาดอกไม้มาฝากนะคะ สดชื่นตลอดวันเลยนะคะ ^^
[ กดเบาๆนะจ๊ะ ]
[ กดเบาๆนะจ๊ะ ]



โดย: ดาวไร้ตะวัน วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:3:28:02 น.  

 

Comment Hi5 Glitter


แวะมาทักทายกันในวันสีชมพูจ้า กลับมาประจำการแล้ว
ไปเวียนเทียนวันวิสาขบูชามา เอาบุญมาฝากนะคะครูเต้ย



โดย: หอมกร วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:55:01 น.  

 
ยังไม่อยากเสียน้ำตาช่วงนี้อ่ะ ....
ขอผ่านก่อนละกัน...


โดย: นัทธ์ วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:48:36 น.  

 
ยังไม่ได้ซื้อ เพราะเห็นปกแล้วคิดว่าเป็นแนวชีวิตรันทดเหมือนกันค่ะ
(แนวนี้จะหยิบมาอ่านไม่บ่อย เลยยังเหลือหลายเล่ม)
แต่ถ้าเป็นแนวต้นส้มแสนรัก นี่น่าอ่านมากค่ะ


โดย: โปรดทำให้ฉันหยุดหัวเราะ วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:21:11 น.  

 
โอ...เล่มนี้อ่านแล้วชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆ พอๆกับต้นส้มแสนรักเชียวล่ะ คือร้องให้ตลอดเลยง่ะ (ป้าชอบ)
กะว่าจะเอาไว้ให้ลูกอ่านง่ะ
ใครยังไม่ได้อ่าน ลองดูในบัดดล


โดย: ป้าเราะ IP: 124.122.6.146 วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:22:05:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
7 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.