Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

มา " ล้างมือ " กันเถอะ

มือเรา ต้องหยิบโน้นจับนี่ อยู่ตลอดเวลา ทำให้กลาย เป็นแหล่งสะสม ของความสกปรก เชื้อโรค เยอะแยะ

เรามา ล้างมือ ให้ถูกต้อง กันเถอะ ...


เอ .. แล้วที่ล้าง ๆ กัน อยู่ นั้นไม่ถูกหรือ ???

จริง ๆแล้วก็มีวิธีล้างมือให้สะอาด ทุกจุด ถ้าล้างธรรมดา ก็จะมีหลายตำแหน่งที่ไม่สะอาด ...

วิธีการล้างมือนี้ ก็จะคล้าย ๆ กับ ตอนที่ หมอล้างมือ ก่อนเข้าห้องผ่าตัด เลยนะครับ ... ไม่ยากหรอก ทำบ่อย ๆ ก็ชิน แล้ว มือ ก็จะได้สะอาด จริง ๆ

ได้รูปจาก เอกสารของ กระทรวงสาธารณสุข ลองดูนะครับ ...















เรื่องเกี่ยวเนื่อง ...

หน้ากากอนามัย วิธีการใส่ที่ถูกต้อง

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=19-06-2015&group=4&gblog=111




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2551   
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2563 14:52:28 น.   
Counter : 3738 Pageviews.  

ผ่าตัดเพิ่มความสูง ทางลัดสู่ความสำเร็จหรือเจ็บปวด




ค้นในเนต แล้วไปพบบทความนี้ น่าสนใจ ( ซึ่งทางเวบนั้นได้นำมาจาก เวบผู้จัดการ แล้วผมก็นำมา อีกต่อหนึ่ง .. )

ก็ถือว่า เป็นตัวอย่างในแง่ร้าย ของการผ่าตัดยืดความสูง ... ถึงแม้ว่า มีโอกาสน้อย ที่เกิดภาวะแทรกซ้อนแบบนี้ ก็ตาม ...


//www.siam-handicrafts.com/Webboard/question.asp?QID=108


ผ่าตัดเพิ่มความสูง ทางลัดสู่ความสำเร็จหรือเจ็บปวด


นับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ข่าวคราวการผ่าตัดแปลงโฉมของสาวจีน ออกมาแบบไม่ขาดสาย บางคนทำศัลยกรรมตั้งแต่หัวจรดเท้า เช่นเดียวกับก่วนอิง สาวใจถึงชาวกว่างโจว (กวางโจว) ที่ผ่านการทำศัลยกรรมความงามมาแล้วถึง 21 รายการ ล่าสุดสาวคนนี้ได้ทำ “ศัลยกรรมผ่าตัดเพิ่มความสูง” ที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นด่านที่ยากที่สุดด่านหนึ่ง

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่วนอิง ซึ่งสูง 1.62 เมตร ลงทุนขึ้นเตียงให้หมอศัลยกรรม ‘ตัดกระดูก’ เพิ่มความสูง หลังการผ่าตัดนาน 2 ชั่วโมงเสร็จสิ้นลง เธอได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่โรงพยาบาลว่า ‘ตอนนี้ขาฉันทั้งแสบทั้งปวดไปทั่ว ที่แย่กว่านั้นคือช่วงนี้ต้องนอนอยู่แต่บนเตียง เคลื่อนไหวไปไหนมาไหนไม่ได้’

ต่อข้อถามที่ว่า ความรู้สึกเมื่อต้องเข้าห้องผ่าตัดเป็นอย่างไร สาวก่วนสาธยายว่า นาทีที่ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด มองเห็นเครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ลางๆ และยังนางพยาบาลที่มารุมอยู่ข้างๆเตียงอีก ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับข้าศึกอย่างนั้นเลย ทั้งตื่นเต้นทั้งกลัว ยิ่งตอนที่นึกว่าหมอจะกรีดเนื้อแล้วหั่นกระดูกเราแล้ว ยิ่งใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

เธอเล่าว่า ระหว่างที่ผ่าตัดอยู่นั้น ถึงแม้จะชาเพราะฤทธิ์ยา แต่ช่วงที่หมอเปิดข้อต่อกระดูก รู้สึกปวดสะท้านไปทั่วร่างถึง 2 ครั้ง หลังผ่าตัดเสร็จ ถึงแม้จะมีเครื่องช่วยระงับอาการปวด แต่ขาก็ยังบวมปวดมาก เนื้อตัวก็ไม่สบาย

ผู้อำนวยการวัง หนึ่งในคณะแพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้ก่วนอิง กล่าวว่า การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี แต่เนื่องจากเลือดเสียที่เกิดบริเวณที่ตัดกระดูกยังออกมาไม่หมด ดังนั้น จึงต้องสอดท่อถ่ายเลือดเสีย รวมถึงสายปัสสาวะด้วย 3 วันหลังจากนั้นจึงจะเอาออกได้ และก่วนยังต้องรักษาตัวบนเตียงต่ออีก 7 วัน

แพทย์เสริมว่า หลังการผ่าตัด กระดูกจะค่อยๆ งอกออกมาใหม่ตามเหล็กที่ใส่เข้าไป โดยยืนยันว่า การผ่าตัดนี้จะทำให้เธอสูงขึ้นอีก 8 เซนติเมตร

ก่วนอิงต้องทำกายภาพบำบัดภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เช่น การยืนพิงกำแพง การเดินช้าๆ เพื่อช่วยให้กระดูกค่อยๆเติบโตขึ้น และต้องอยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลไปอีก 6 เดือน ทั้งนี้เธอจะไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เองตามปรกติ

นอกจากนี้ยังต้องบำรุงด้วยอาหารเสริม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตกเดือนละ 900 หยวน (ราว 4,500 บาท) ซึ่งไม่รวมค่าประกันการผ่าตัดอีก 80,000 หยวน (ราว 400,000 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายในประเทศไทย 500,000 – 800,000 บาท)

ไม่มีตัวเลขที่แน่นอนของผู้ที่ทำการผ่าตัดเพิ่มความสูงในแต่ละปี แต่ป้ายโฆษณาผ่าตัดเพิ่มความสูง สามารถพบเห็นทั่วไปในจีน โดยเฉพาะในเมืองกว่างโจว ขณะเดียวกัน ก็มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ต้องเสียใจจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด…

ปลายปี 1998 ฟางเฟย บัณฑิตหมาดๆจากรั้วมหาวิทยาลัย เดินทางจากไกลจากเซินเจิ้น มาถึงปักกิ่ง เพื่อผ่าตัดเพิ่มความสูงเช่นกัน โดยได้จ่ายค่าผ่าตัดแก่โรงพยาบาลเป็นเงิน 1 หมื่นหยวน (50,000 บาท) หลังการผ่าตัดครั้งแรกผ่านไป 33 วัน ผลการวัดความยาวของขา เป็นที่น่ายินดีว่าขาของฟางเฟยยาวขึ้น 4.9 เซนติเมตร แต่ที่น่าเศร้าก็คือ ขาทั้งสองข้างมีลักษณะบิดเบี้ยวผิดปกติ โรงพยาบาลยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และผ่าตัดให้ฟางเฟยใหม่ช่วงกลางปี 1999 จนถึงปลายปี 2000 ฟางเฟยจึงได้สามารถออกจากโรงพยาบาล โดยใช้ไม้ช่วยพยุง

ต่อมาต้นปี 2001 ฟางเฟยได้ยื่นฟ้องโรงพยาบาลดังกล่าวต่อศาลเขตชังผิง นครปักกิ่ง เป็นเงิน 360,000 หยวน (ราว 1,800,000 บาท) ผลการพิสูจน์ของแผนกพิสูจน์งานทางวิทยาศาสตร์ของศาล ระบุว่า “น่องทั้งสองข้างของฟางเฟย มีความสั้นยาวไม่เท่ากัน โดยน่องข้างขวายาว 44 เซนติเมตร มีลักษณะเบี้ยวออกด้านนอก ส่วนน่องข้างซ้ายยาว 45 เซนติเมตร และมีลักษณะเอียงเข้าด้านใน จัดว่ามีความพิการในระดับ 8 ” สุดท้าย ฟางเฟยได้รับเงิน 74,000 หยวน (ราว 370,000 บาท) แต่ต้องกลายเป็นคนทุกพลภาพไปตลอดชีวิต

เมื่อปลายปีที่แล้ว เสี่ยวหลิน สาวเมืองกว่างโจว วัย 24 ปี ปัจจุบันสูง 1.58 เมตร แต่ต้องการเพิ่มความสูงให้ตนเองอีก 8 เซนติเมตร จึงตัดสินเข้ารับการผ่าตัดกระดูกในโรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในเขตไป๋หยุน

เสี่ยวหลินเล่าว่า ก่อนที่หมอจะลงมีด ได้พูดกับเธอว่า “การผ่าตัดยืดกระดูกแบบนี้ง่ายมาก และไม่ทำให้เจ็บปวดมากมายอะไร เมื่อออกจากโรงพยาบาลก็สามารถเดินได้ทันที หมอยังบอกอีกว่า 1 เดือน หลังการผ่าตัด เสี่ยวหลินจะสูงขึ้นทันที 8-10 เชนติเมตร และภายใน 3 เดือนก็จะหายเป็นปกติ ”

แต่เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง เสี่ยวหลินไม่สามารถขยับหัวเข่าได้ กระดูกขาถูกตัดเป็น 3 ท่อน และถูกตรึงด้วยตะปู 17 ตัว บาดแผลเกิดการอักเสบ บวม และมีเลือดไหล ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเดินได้หรือไม่ได้ แม้แต่ขยับนิดเดียวก็ยังไม่สามารถทำได้

หลังจากออกจากโรงพยาบาล 4-5 เดือน เธอนอนหลับได้แค่คืนละหนึ่งชั่วโมง ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่บาดแผลและที่กล้ามเนื้อ ทำให้เธอไม่สามารถหลับตาลงได้ เสี่ยวหลินกล่าวว่า เคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง เพราะต้องการหนีจากความทุกข์ทรมานเหล่านี้

สุดท้ายความหวังที่ตั้งไว้ว่าจะสูงขึ้น 8 เซนติเมตรก็ล้มเหลว เพราะไม่สามารถทนกับความเจ็บปวดต่อไปได้ แต่หมอก็บอกว่าความทรมานที่เธอได้รับ ใช่ว่าจะสูญเปล่า เพราะเธอจะสูงขึ้นอีก 6 เซนติเมตร

ปัจจุบันเสี่ยวหลินยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องมีคนคอยช่วยตลอดเวลา จินหมิงซิน อาจารย์แพทย์และหัวหน้าศูนย์กระดูกประจำมหาวิทยาลัยแพทย์ทหารหมายเลข 1 ของโรงพยาบาลหนันฟัง ในเมืองกว่างโจวกล่าวว่า แม้ว่าเคยผ่าตัดรักษาผู้ที่มีความผิดปกติของแขนขามาหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่ไม่เคยผ่าตัดเพื่อเพิ่มความสูงเลย

“ผมคิดว่าการผ่าตัดเพิ่มความสูง ต้องทำด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด เพราะโรคแทรกซ้อนของการผ่าตัดชนิดนี้ชนิดนี้มีมากทีเดียว”

มีคนไข้จำนวนมากที่ผ่าตัดล้มเหลวจากโรงพยาบาลอื่น แล้วมารักษาที่โรงพยาบาลหนันฟัง คุณหมอจิน เล่าว่า “พวกเราได้พบเห็นคนไข้ที่เกิดโรคแทรกซ้อนจำนวนมาก คาดว่าโอกาสที่อาจเกิดโรคแทรกซ้อนมีมากถึง 60-70% โรคแทรกซ้อนที่รุนแรงน้อยที่สุด ก็คือโรคเอ็นข้อเท้าหดตัว ลักษณะคล้ายกับเวลาที่เต้นบัลเลย์ แล้วจะเดินได้อย่างไร”

เหตุใดการผ่าตัดชนิดนี้ จึงมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้มาก หมอจินอธิบายถึงวิธีการในการผ่าตัดว่า “ก่อนอื่นต้องผ่าตัดเปิดกระดูกหน้าแข้ง เพื่อเอาตะปูยาวแทงเข้าไปในถึงโพรงไขกระดูก หลังจากนั้นจึงเลื่อยกระดูกหน้าแข้งท่อนบนออกเป็นสองท่อน แล้วนำอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการยืดกระดูก กล้ามเนื้อ และเอ็น มาประกบติดกับขาของคนไข้ โดยการเจาะรูที่กระดูกเพื่อยึดอุปกรณ์กับขา หลังจากทำการผ่าตัดแล้ว 3-5 วัน กระดูกก็จะยืดขึ้นวันละประมาณ 1 มิลลิเมตรขึ้นกับสภาพร่างกายของคนไข้แต่ละคน เมื่อกระดูกยืดแล้วยังต้องผ่าตัดเอาตะปูออก”

เนื่องจากต้องแทงตะปูถึง 16 ตัวเข้าไปในกระดูกของคนไข้ หากไม่ระมัดระวังอาจก่อความเสียหายแก่หลอดเลือด กล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท ทำให้การไหลเวียนของโลหิตเกิดการขัดข้อง จนถึงเป็นอัมพาต และหากตะปูไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อที่ดี อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในไขกระดูก

นายแพทย์เหมาเสี่ยวหลิง หัวหน้าหน่วยงานด้านการกำกับดูแลเทคโนโลยีทางการแพทย์ของสมาคมแพทยศาสตร์แห่งมณฑลกว่างตงกล่าวว่า “โดยทั่วไป แพทย์จะไม่สนับสนุนให้ทำศัลยกรรมเพิ่มความสูง ในต่างประเทศก็เช่นเดียวกัน”

หญิงสาวที่มีความคิดเช่นเดียวกับก่วนอิง มีเป็นจำนวนไม่น้อย หญิงสาวที่ประสบเคราะห์กรรมอย่าง ฟางเฟยและเสี่ยวหลิน ก็ยังมีอีกเป็นจำนวนมาก พวกเธอต่างเชื่อว่าบุคลิกภาพที่ดี ย่อมนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการงาน หรือชีวิตคู่ในอนาคต ภาพเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จของสังคมที่เริ่มจะบูชาวัตถุมากกว่าคุณค่าทางจิตใจ ที่กำลังอุบัติขึ้นในแผ่นดินจีน


---------------------------------------------------------------------------
ข่าว และ ภาพบางส่วน จาก ; ผู้จัดการออนไลน์ 11 มิถุนายน 2547
ที่มา : //www.manager.co.th/China


ทำอย่างไร ถึงจะตัวสูง ???สูง ไม่สูง เกิดจากอะไร ??? //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-08-2008&group=4&gblog=56

ทำอย่างไร ถึงจะตัวสูง อาหารเสริมความสูง ? เวบดร่าม่าแอดดิก //drama-addict.com/?p=9106

นมเพิ่มความสูง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโคลอสตรุ้ม(Colostrum)เพิ่มความสูงได้ ไม่จริง! อย่าหลงเชื่อ! //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-08-2017&group=4&gblog=131

ผ่าตัดเพิ่มความสูงทางลัดสู่ความสำเร็จหรือเจ็บปวด //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-08-2008&group=4&gblog=58

ผ่าตัดยืดกระดูก ให้สูงขึ้น ดีจริงหรือ ??? //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-08-2008&group=4&gblog=57

สารพัด " นม " ที่ควรรู้ //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2008&group=4&gblog=65





 

Create Date : 26 สิงหาคม 2551   
Last Update : 29 สิงหาคม 2560 13:48:58 น.   
Counter : 24393 Pageviews.  

ผ่าตัดยืดกระดูก ให้สูงขึ้น ดีจริงหรือ ???




โชว์เทคนิคผ่าตัด "เพิ่มความสูง" ครั้งแรกในไทย


โชว์เทคนิคผ่าตัด "เพิ่มความสูง" ครั้งแรกในไทย
โดย MGR Online       
12 กันยายน 2549 16:43 น.
https://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000115441

        โรงพยาบาลเอกชนประสบความสำเร็จในการใช้นวัตกรรมใหม่ผ่าตัดเพิ่มความสูงได้เป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยใช้เทคนิคการยืดกระดูกของศัลยแพทย์ชาวรัสเซีย สนองความต้องการทั้งในกลุ่มผู้ที่ต้องการลดปมด้อยของตัวเอง กลุ่มนักกีฬา และกลุ่มความงาม แพทย์ระบุความสูงที่เพิ่มขึ้นต้องสัมพันธ์กับสัดส่วนของร่างกายด้วย เผยค่าใช้จ่ายใน 1 ซม. ต่อ 100,000 บาท บวกอุปกรณ์อีก 300,000 บาท

        นพ.พรเอนก ตาดทอง ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ คลินิกเพิ่มความสูงของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเปิดเผยถึงนวัตกรรมผ่าตัดเพิ่มความสูงว่า ทั่วโลกริเริ่มทำกันมาเมื่อ 50 ปีที่แล้ว โดยใช้เทคนิคการยืดกระดูกของศัลยแพทย์ชาวรัสเซีย ที่ค้นพบว่า เมื่อกระดูกถูกแยกจากกันอย่างถูกวิธี ร่างกายจะสามารถสร้างกระดูกใหม่ขึ้นมาตรงบริเวณช่องว่างได้ และกระดูกใหม่จะเหมือนกับกระดูกของคนไข้ทุกประการ

       นพ.พรเอนก กล่าวว่า โรงพยาบาลฯ เริ่มทำการผ่าตัดเพิ่มความสูงมาตั้งแต่ปี 1996 หรือ 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ที่ทำมี 4 ประเภท 1. กลุ่มที่ไม่พอใจความสูงของตนเอง คิดว่าเป็นปมด้อย 2. กลุ่มที่ต้องการความสูงไปใช้ในการทำงานหรือการศึกษา 3. กลุ่มนักกีฬา 4. กลุ่มความงาม

       สำหรับหลักการผ่าตัดเพิ่มความสูงนั้น ต้องเข้าใจถึงสัดส่วนของร่างกาย และต้องสัมพันธ์กับสัดส่วนของผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูงด้วย อีกทั้งต้องใช้เวลาที่จะใส่เครื่องยึดตรึงกระดูก (Ilizarov) หรือ อิลิซารอฟ ตรึงอยู่ที่ขา เป็นระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 1 เดือน ต่อความยาวกระดูก 1 เซนติเมตร และเครื่องดังกล่าวยังสามารถรับน้ำหนักตัวได้ มีความคงทนแข็งแรง คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยมีอุปกรณ์ช่วยพยุงขา ส่วนผลข้างเคียงจะทำไม่ได้กับผู้ที่มีโรคประจำตัว ส่วนค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเพิ่มความสูง 1 เซนติเมตร ต่อ 100,000 บาท บวกอุปกรณ์อีก 300,000 บาท

       ด้านนายวีรยุทธ วงศ์อมรชัย ผู้เข้ารับการผ่าตัดเพิ่มความสูง กล่าวว่า ขณะนี้ตนมีความสูงเพิ่มขึ้นจากเดิม 5 เซนติเมตร การผ่าตัดเพิ่มความสูง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเข้าสังคมที่เกี่ยวกับสายงานการส่งออก-นำเข้า ซึ่งถือว่าบุคลิกภาพเป็นสิ่งสำคัญ

https://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000115441
https://health.campus-star.com/general/1496.html
..........................................................

เชื่อว่า หลาย ๆ คน คงได้เคยได้ยินข่าวนี้ .. แล้วก็อาจมีความรู้สึกว่า อยากจะไปทำ เพื่อให้สูงขึ้น

ก่อนที่จะตัดสินใจแบบนั้น ลองมาดูข้อมูล กันซะหน่อย ดีกว่านะครับ ...

การผ่าตัดยืดกระดูก นี้ เป็นวิธีใหม่ ????

ไม่ได้เป็นวิธีใหม่ เพราะ เมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว มีศัลยแพทย์ชาวรัสเซีย Gavriil A. Ilizarov ได้คิดค้นเครื่องมือ วิธีผ่าตัดแบบนี้ขึ้น




การผ่าตัดยืดกระดูกแบบนี้ ในประเทศไทย เป็นครั้งแรก  ???

มีการผ่าตัดแบบนี้ ในคณะแพทย์ต่าง ๆ ของประเทศไทย (และ รพ.เอกชน บางแห่ง ) มานานกว่า ๑๐ ปี โดยสามารถทำได้ หลายตำแหน่ง เช่น กระดูก นิ้วมือ แขน ต้นขา หน้าแข้ง กระดูกหน้า กระดูกกราม เป็นต้น

เพียงแต่ เป็นการผ่าตัด เพื่อรักษาความผิดปกติ รักษาโรค เช่น กระดูกไม่ติดกันแต่กำเนิด โรคทางพันธุกรรมที่ทำให้กระดูกผิดรูป หรือกระดูกแขนขา สั้นกว่าปกติ เนื้องอกกระดูก กระดูกหัก แล้ว กระดูกไม่ติดกัน หรือ ติดผิดรูป หรือ กระดูกหักแล้วติดเชื้อ ทำให้กระดูกไม่ติดกัน เป็นต้น




การผ่าตัดไม่มีผลข้างเคียง ???


การผ่าตัด ทุกอย่าง มีความเสี่ยง มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน (ผลข้างเคียง) ทั้งจากการให้ยาระงับความรู้สึก (ยาชา ยาสลบ) และการผ่าตัดเอง ..

คิดง่าย ๆ ขนาดกินยา ยังมีผลข้างเคียงเลยครับ ..





ปัจจุบัน ได้มีการนำวิธีนี้ มาใช้เพื่อ เพิ่มความสูง (เพื่อความสวยงาม) แต่ ไม่แนะนำ เนื่องจาก

1. การยืดกระดูก จะมีลวดยึดที่กระดูก ผ่านผิวหนัง เมื่อยืดกระดูก ก็จะทำให้เกิด รอยแผลเป็นที่บริเวณขา บางคนเป็นแผลนูน (คีรอยด์) แผลมีสีคล้ำ ยิ่งทำให้ ขา ดูไม่สวย




2. ก่อนที่จะเริ่มยืด ต้องตัดกระดูกปกติให้ขาดออกจากกัน รอประมาณ ๒ – ๔ อาทิตย์ แล้วค่อยๆ ยืดออก ถ้ายืดเร็วไป กระดูกไม่งอก หรือ กระดูกที่งอกใหม่ ไม่แข็งแรง แต่ ถ้ายืดช้า กระดูกอาจเริ่มแข็งตัว ทำให้ยืดไม่ออก

ต้องหมุนปรับอุปกรณ์ให้ยืดวันละ ๑ มิลลิเมตร ( ปรับครั้งละ ๐.๒๕ มิลลิเมตร ทุก ๖ ชม. ทำวันละ ๔ ครั้ง ) ทำทุกวันจนกว่าจะได้ความยาวที่ต้องการ ซึ่งต้องมีการตรวจเป็นระยะว่า กระดูกยืดออกมาดีหรือไม่ ถ้าดี ก็ทำต่อ ถ้าไม่ดี ก็อาจต้องหยุด หรือ ปรับให้ยืดน้อยลง

ถ้าจะให้ปลอดภัย ไม่ควรยืดกระดูกเกิน 5 เซนติเมตร หรือ ไม่ควรเกิน 10% ของ ความยาวกระดูกท่อนนั้น


3. ขั้นตอนทั้งหมดต้องใช้เวลาหลายเดือน เพื่อให้กระดูกค่อยๆยืดและรอให้เยื่อกระดูกที่ยืดออกสมานกันจนแข็งแรง ซึ่งจะต้องมีอุปกรณ์ดามไว้ จนกว่ากระดูกจะติดสนิท ..

เฉลี่ยถ้ายืดกระดูก ๑ ซม. จะใช้เวลา ๑ เดือน .. เมื่อได้ความยาวที่ต้องการแล้ว ก็จะต้อง รออีก ๓ - ๖ เดือน เพื่อให้กระดูกที่สร้างใหม่นี้ แข็งแรง ใกล้เคียงกับ กระดูกปกติ จึงผ่าตัดเอาอุปกรณ์ออก

คำนวณง่าย ๆ ถ้าต้องการยืดกระดุกให้ยาวขึ้น ๕ ซม. ก็จะมีระยะเวลาประมาณ ๕๐ วัน รวมกับ ระยะเวลาที่รอให้กระดูกแข็งแรงอีก ๑๕๐ วัน หรือ อาจต้องรอ ๓ – ๖ เดือน รวมเวลาทั้งหมด ก็ประมาณ ๕ – ๘ เดือน

4. ความยาวของกระดูก ยืดได้จำกัด ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง เช่น ถ้ายืดตำแหน่งกระดูกหน้าแข้ง ยืดได้ประมาณ กระดูกต้นขา ประมาณ แต่ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน

ตำแหน่งกระดูกหน้าแข้ง การผ่าตัดง่ายกว่า ภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า แต่ความยาวที่จะยืดได้ ก็น้อยกว่า

ตำแหน่งกระดูกต้นขา การผ่าตัดยากกว่า ภาวะแทรกซ้อนมากกว่า แต่ความยาวที่จะยืดได้ ก็มากกว่า

5. ภาวะแทรกซ้อน อื่น ๆ เช่น
การติดเชื้อ
ข้อยึด เนื่องจากการผ่าตัดยืดกระดูก ตัวกระดูกยืดได้มากจริง แต่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นไม่ได้มีความสามารถยืดยาวได้เหมือนกระดูก
กระดูกผิดรูป
กระดูกไม่ติด หรือ กระดูกติด แต่กระดูกไม่แข็งแรง


ก็ถือว่า เป็น ข้อมูล อีกด้าน ที่นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจว่า จะเลือกวิธีการผ่าตัดเพิ่มความสูงนี้หรือไม่ .. คุ้มหรือเปล่าที่จะทำ


แถม ..

การยืดกระดูกเพื่อเพิ่มความยาว
https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=935

"หมอกระดูก" เตือนผ่าตัดยืดกระดูก เพิ่มความสูงเสี่ยงอัมพาต
https://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9540000016688

การผ่าตัดเพื่อเพิ่มความสูง (สูงเพิ่ม 5 ซม. หรือ ความเสี่ยง)
https://www.dek-d.com/board/view/1510851/

ผ่าตัดกระดูกเพิ่ม “ความสูง” ดีจริงหรือ
https://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000115900

ผ่าตัดเพิ่มความสูง ดีจริงหรือเสี่ยง?
https://www.srisangworn.go.th/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=664

สาวอยากสูงทนทรมานผ่าตัดยืดกระดูก (สำเร็จด้วยนะ)
https://www.gotoknow.org/posts/266281


.................................

ทำอย่างไร ถึงจะตัวสูง ???สูง ไม่สูง เกิดจากอะไร ??? https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-08-2008&group=4&gblog=56

ทำอย่างไร ถึงจะตัวสูง อาหารเสริมความสูง ? เวบดร่าม่าแอดดิก https://drama-addict.com/?p=9106

นมเพิ่มความสูง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโคลอสตรุ้ม(Colostrum)เพิ่มความสูงได้ ไม่จริง! อย่าหลงเชื่อ! https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-08-2017&group=4&gblog=131

ผ่าตัดเพิ่มความสูงทางลัดสู่ความสำเร็จหรือเจ็บปวด https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-08-2008&group=4&gblog=58

ผ่าตัดยืดกระดูก ให้สูงขึ้น ดีจริงหรือ ??? https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-08-2008&group=4&gblog=57

สารพัด " นม " ที่ควรรู้ https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2008&group=4&gblog=65





 

Create Date : 26 สิงหาคม 2551   
Last Update : 3 มกราคม 2561 14:09:49 น.   
Counter : 38433 Pageviews.  

ทำอย่างไร ถึงจะตัวสูง ??? สูง ไม่สูง เกิดจากอะไร ???





ทำอย่างไร ถึงจะตัวสูง ??? สูง ไม่สูงเกิดจากอะไร ???

แนะนำ เวบ https://www.kidgrowth.net/ ซึ่งมีเนื้อหา ความรู้ เกี่ยวกับ ความสูง โดยเฉพาะในเด็ก มีข้อมูล ครบถ้วน เป็นภาษาไทย แถมมี กราฟความสูง และ น้ำหนัก ของเด็กไทย ให้ดู แถม ถ้าสงสัยยังสอบถามได้อีกด้วยนะครับ ...


ปัจจัยสำคัญที่ควบคุมความสูง

๑. พันธุกรรม (ยีน)พ่อแม่ปู่ย่าตายายสูง ลูกก็มักจะสูงด้วย

๒. ฮอร์โมน

๓. โภชนาการสารอาหารที่สร้างเสริมกระดูก จึงมีสำคัญต่อความสูง

สารอาหารสำคัญคือ โปรตีนแคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส วิตามินดี และ เกลือแร่อื่น ๆ

๔. การออกกำลังกาย

๕. โรคหรือความเจ็บป่วยเรื้อรังเช่น โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ โรคทาลัสซีเมีย

๖. ยา หรือ ฮอร์โมนบางชนิด เช่นยาสเตียรอยด์

เนื้อหาในเวบ https://www.kidgrowth.net/

พัฒนาการของหนูตอนอยู่ในครรภ์

เริ่มตั้งไข่จนเป็นวัยรุ่น

สังเกตดูเมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่น

การคำนวณความสูง

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต

ภาวะตัวเตี้ย/การวินิจฉัย

ปัญหาการเจริญเติบโต

สาเหตุทีทำให้เด็กตัวเตี้ย

ปัญหาทางจิตใจและอารมณ์

เด็กตัวเตี้ยกับการเล่นกีฬา

สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรปฏิบัติ

ฮอร์โมนการเจริญเติบโต

การรักษาด้วยฮอร์โมน

ขนาดและการบริหารฮอร์โมน

การเก็บฮอร์โมนเจริญเติบโต

การฉีดฮอร์โมนเจริญเติบโต






................................


เครื่องมือเบื้องต้นในการประเมินภาวะตัวเตี้ย



กราฟมาตรฐานการเจริญเติบโต (GrowthCurve) คืออะไร?
https://www.kidgrowth.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=538640361


.....................................




.......................................

ภาวะเตี้ย การป้องกันและแก้ไข

https://www.doctor.or.th/article/detail/1205

นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 348 เมษายน 2008

https://www.doctor.or.th/clinic/detail/6988

วารสารคลินิก เล่มที่: 279 : มีนาคม 2008

นักเขียนหมอชาวบ้าน: ศ.นพ.พัฒน์มหาโชคเลิศวัฒนา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล




..................................................




จากกระทู้ห้องสวนลุม https://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L8517942/L8517942.html#1

Yoko Height ใส่แล้วทำให้ส่วนสูงเพิ่มขึ้นจริงหรือเปล่าครับพอดีสนใจอยู่อ่ะครับ ไม่แน่ใจว่ามันจะ work จริงหรือเปล่า

https://www.yoko-thailand.com/index.php?step=page1

ถ้าเคยลองดูตามเว็บต่างประเทศก็มีมาตอบเหมือนกัน บางคนบอกเพิ่มจริงซึ่งผมดูแล้วก็ไม่น่าใช่หน้าม้า แต่บางคนก็บอกไม่เห็นเพิ่มเลย

ผมเลยอยากรบกวนผู้รู้ผู้ที่เคยใช้ หรือคุณหมอที่เชี่ยวชาญมาให้ความรู้หน่อยครับ

ขอบคุณครับ

จากคุณ : ฺBlizzing

เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52

ความคิดเห็นที่ 1

ไม่จริงครับ ....

"สิ่งที่อยู่บริเวณกระดูกสันหลังทั้ง 24 ชิ้น นี้คือกระดูกอ่อน (CartilaginousPads) ที่เรียกว่า Disks และเนื่องจาก Disksเป็นกระดูกอ่อนที่ยังไม่ถูกปิดดังนั้นมันสามารถที่จะถูกทำให้หนาขึ้นได้จากการกระตุ้นของ Growth Hormone (ที่ได้มาจากใช้ YOKO) ดังนั้น ความหนาของ Disksที่เพิ่มขึ้น "

........ ที่เขา “อ้าง”ว่า Disk [ Disc ] เป็นกระดูกอ่อนนั้นก็ถูกครับแต่ว่า เป็นกระดูกอ่อนที่บางมาก ๆ ส่วนใหญ่จะเป็น หมอนรองกระดูก(ลักษณะคล้ายเจลลี่) และ เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน(พังผืด) ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับความสูง เลย แล้วก็ไม่มีการทำให้เพิ่มขึ้น มีแต่บางลงตามธรรมชาติ

....... ที่อ้าง ๆ การวิจัยอะไรก็แค่ใช้คำ เท่านั้นเอง ไม่ได้มีการอ้างอิงผลงานวิจัยที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือเลยแม้แต่นิดเดียว ...

ลองแวะไปอ่านในเวบนี้ ก็ได้ครับ

https://www.thaispine.com/intervertebral_disc.htm

มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมซึ่งอ้างข้อมูลเดียวกันกับ YOKO เลยเปลี่ยนแค่ชื่อสินค้า เท่านั้นเอง .. เล่นกันง่าย ๆ ไม่รู้ว่าใครลอกใคร แต่สรุปก็คือ มั่วทั้งคู่ ...

https://masnie.siam2web.com/?cid=579349



ลองเข้าไปอ่านในเวบดร่าม่าแอดดิกได้ทั้งความรู้ และ ความฮา ..

https://drama-addict.com/?p=9106

โดย: หมอหมู วันที่: 6 มีนาคม2553 เวลา:11:45:53 น.


..........................................





เครดิตภาพ อย.ไม่รับรองผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มความสูง
จากข้อมูลในอินเทอร์เน็ตที่มีการกล่าวอ้างว่ามีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยเพิ่มความสูงได้นั้นไม่เป็นความจริง เพราะยังไม่มีงานวิจัยใดที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือยืนยัน
https://oryor.com/oryor2015/print-detail.php?cat=44&id=1360


..................................



#อยากให้ลูกสูงสมใจ มาแก้ปัญหาอย่างถูกต้องกันดีกว่า

Utai Sukviwatsirikul   ๑๒ มิย.๖๐

ข้อมูลตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบัน พบว่ากระดูกของมนุษย์ เพศชาย จะหยุดสูงที่อายุเฉลี่ย 16 ปี และเพศหญิง หยุดสูงที่อายุเฉลี่ย 14 ปี โดยปัจจัยความสูงของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับ พันธุกรรม การออกกำลังกาย และการนอนหลับ แต่ต้องอยู่ในช่วงวัยที่กระดูกกำลังพัฒนา และยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่า สามารถเพิ่มความสูงได้ หลังจากกระดูกหยุดพัฒนาแล้ว

1. ทำความเข้าใจก่อนว่า #ส่วนสูงขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์
ส่วนสูงขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ จะสูงเท่าไหร่นั้นมียีนส์หลายยีนส์ที่ส่งผลด้วย เพราะฉะนั้นใช่ว่าถ้าทั้งพ่อทั้งแม่เตี้ยแล้วลูกจะไม่สูง และก็ใช่ว่าถ้าทั้งพ่อทั้งแม่สูงจะทำให้ลูกของคุณสูงโตเป็นยักษ์เช่นกัน #คำแนะนำต่อไปนี้ช่วยให้ลูกคุณสูงได้สมใจครับ

2. #โภชนาการที่ดีมีส่วนทำให้ลูกของคุณสูงขึ้นได้ ควรมั่นใจว่าอาหารที่คุณเตรียมให้ลูกนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์และจำเป็นสำหรับเด็ก ทั้งเกลือแร่ วิตามิน โปรตีน คาโบไฮเดรต และ ไขมัน ที่สำคัญ คือ อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอ แคลเซียมที่เป็นสารอาหารที่ทำให้กระดูกแข็งแรงก็สำคัญมาก โดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาให้ข้อมูลว่า เด็กอายุ 1-3 ปีควรได้รับแคลเซียม 700 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนเด็กอายุ 4-8 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน และเมื่ออายุ 9-18 ปีควรได้รับแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน

#ไปต้องไปหลงเชื่อโคตรนมยี่ห้อไหน เลือกที่มีคุณภาพเหมาะสม ดื่มสม่ำเสมอ ดีกว่าเย๊อะ

3. ถ้าอยากให้ลูกสูง #เด็กๆต้องนอนหลับอย่างเพียงพอ เพราะเวลานอนหลับเป็นเวลาที่ #ฮอร์โมนการเจริญเติบโตทำงาน เด็กเล็กควรนอนหลับ 10 - 13 ชั่วโมงต่อคืน ที่สำคัญคือถ้าอยากให้ลูกสูง และมีสุขภาพที่ดีควรให้เขาเข้านอนเป็นเวลาและตื่นเป็นเวลา หรือนอนและตื่นเวลาเดียวกันในทุกๆ วันด้วยแม้แต่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์

4. #เด็กๆยิ่งออกกำลังกายยิ่งมีโอกาสสูง ควรมีเวลาออกกำลังกายประมาณ 60 นาทีต่อวัน การออกกำลังกายไม่ได้แค่ช่วยเรื่องส่วนสูงและการเจริญเติบโต แต่ยังช่วยป้องกันโรคอ้วนในเด็กด้วย ถ้ามีเวลาไม่มากนักก็ชวนลูกขยับแข้งขยับขานิดหน่อยก็ยังดี อาจชวนกันไปเดินเล่น พาสุนัขไปเดินเล่น ชวนลูกเดินไปซื้อของหน้าปากซอยด้วยกัน เป็นต้น

5. #ถ้าลูกของคุณมีความผิดปกติจริงๆ เช่น เตี้ยกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กวัยเดียวกันมากเกินไป #ควรไปหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่า เพราะอาจหมายถึงความผิดปกติของร่างกายหรือความผิดปกติทางการแพทย์ได้เช่นกันในบางกรณี อย่าได้ไปหลงเชื่ออาหารเสริมแหกตาใดๆเลยครับ เปลืองเงิน เสียเวลา เสียโอกาสที่ลูกจะสูงได้ตามศักยภาพของเค้า

#สุดท้าย

#ตัวสูงเท่าไรแต่ใจต่ำก้อไม่มีประโยชน์ เราได้เห็นตัวอย่างของการก่ออาชญกรรมหลายรายในวัยรุ่น ที่เกิดจากการไม่ได้รับการขัดเกลาที่ดีจากบิดามารดา

สิ่งที่ควรสนใจและสอนลูกมากที่สุดคือ ให้เขามั่นใจในตนเองไม่ว่ารูปร่างของเขาจะเป็นอย่างไรมากกว่า ลูกโตขึ้นไม่จำเป็นต้องนมโตด้วยการผ่าเสริมอึ๋ม ลูกอยากขาวโบ๊ะไม่จำเป็นต้องไปฉีด gluta ที่สำคัญคือ อย่าเน้นไปที่รูปลักษณ์หรือหวังแต่จะให้ลูกสูงปริ้ดแต่เพียงอย่างเดียว ควรเน้นให้ลูกคุณสูงขึ้นและแข็งแรงไปด้วยดีกว่า ที่ดีที่สุดคือปลูกฝังเค้าให้เป็นคนดีไม่ทำร้ายสังคม ไม่เอาเปรียบใคร โตขึ้นเป็นกำลังที่เข้มแข็งในการพัฒนาชาติไทยของเราให้เข้มแข็งขึ้น สำคัญกว่าความสูงมากมายเสียอีก

#เภสัชกรอุทัย #urx #utaisuk
https://www.facebook.com/utai.sukviwatsirikul/posts/1600011230030019?pnref=story


::::::::::::::::::::::::::::::::::

ทำอย่างไรถึงจะตัวสูง ??? สูง ไม่สูง เกิดจากอะไร ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-08-2008&group=4&gblog=56

ทำอย่างไรถึงจะตัวสูง อาหารเสริมความสูง ?เวบดร่าม่าแอดดิก

https://drama-addict.com/?p=9106

ผ่าตัดเพิ่มความสูงทางลัดสู่ความสำเร็จหรือเจ็บปวด

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-08-2008&group=4&gblog=58

ผ่าตัดยืดกระดูกให้สูงขึ้น ดีจริงหรือ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-08-2008&group=4&gblog=57

นมเพิ่มความสูงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโคลอสตรุ้ม (Colostrum)เพิ่มความสูงได้ ไม่จริง!อย่าหลงเชื่อ!

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-08-2017&group=4&gblog=131

สารพัด " นม" ที่ควรรู้

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2008&group=4&gblog=65

วิธีเลือกนมถั่วเหลืองให้ได้คุณค่าน่าดื่ม .. Cr. เครือข่ายคนไทยไร้พุง

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=30-01-2018&group=4&gblog=135

ยาเม็ดแคลเซียม

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=29-02-2008&group=4&gblog=19

กระดูกพรุนกระดูกโปร่งบาง

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=27-02-2008&group=4&gblog=15

การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก(BONE DENSITOMERY)

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=29-02-2008&group=4&gblog=16




 

Create Date : 26 สิงหาคม 2551   
Last Update : 30 มกราคม 2561 20:46:50 น.   
Counter : 94195 Pageviews.  

ภาวะสมองตาย : ระยะสุดท้ายของชีวิตที่จะต่อชีวิตผู้อื่นได้



ภาวะสมองตาย : ระยะสุดท้ายของชีวิตที่จะต่อชีวิตผู้อื่นได้


การตายในความหมายของบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่แพทย์สามารถบอกได้คือ การไม่หายใจ และหัวใจหยุดเต้นอย่างถาวร แต่ในข้อเท็จจริงทางการแพทย์ ส่วนที่ควบคุมการหายใจ และความรู้สึกตัวคือแกนสมอง (Brain stem) เมื่อแกนสมองถูกทำลายอย่างถาวร จะทำให้ไม่รู้สึกตัวและหยุดหายใจ (apneaic coma) ซึ่งในภาวะเช่นนี้เรียกว่าภาวะสมองตาย

ทางการแพทย์จะวินิจฉัยว่าผู้ที่อยู่ในสภาวะเช่นนี้คือ ผู้ตาย เนื่องจากการวินิจฉัยนี้เป็นตัดสินการสิ้นสภาพของบุคคล และในทางกฎหมายกำหนดว่าผู้วินิจฉัยการตายคือ แพทย์

แพทยสภาซึ่งเป็นองค์กรที่ควบคุมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม จึงต้องกำหนดแนวทางปฏิบัติในการวินิจฉัยที่เป็นมาตรฐานให้แพทย์ปฏิบัติได้ถู กต้องในปี 2532 แพทยสภาจึงมีประกาศเรื่องเกณฑ์การวินิจฉัยสมองตาย และได้ปรับปรุงเป็นประกาศฉบับที่ 2 ในปี 2538

ปัจจุบันได้ถูกกำหนดไว้ในข้อบังคับว่าด้วยการรักษาจริยธรรมของผู้ประกอบวิชา ชีพเวชกรรม ซึ่งอยู่ในระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้วางหลักเกณฑ์การวินิจฉัยตามหลักเกณฑ์สากลที่รัดกุมยิ่งได้แก่ การวินิจฉัยจะต้องประกอบด้วย องค์คณะของแพทย์ 3 คน และ รับรองโดยผู้อำนวยการโรงพยาบาล

เมื่อการวินิจฉัยครบองค์ประกอบดังกล่าวแล้ว ผู้ป่วยนั้นคือผู้ตาย เป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้ดูแลจะต้องแจ้งข้อเท็จจริงแก่ญาติถึงการวินิจฉัยสมอง ตายดังกล่าว และหากผู้ป่วยสมองตายนั้นไม่อยู่ในสภาวะติดเชื้อรุนแรง การทำงานของตับไต หัวใจยังดีอยู่ผู้ป่วยนั้นจะเป็นผู้อยู่ในข่ายที่จะบริจาคอวัยวะได้ ในขั้นต่อไปแพทย์จึงควรแนะนำแก่ญาติในการที่จะบริจาคอวัยวะและแนะนำให้พบกับ ผู้ประสานงานการปลูกถ่ายอวัยวะทำหน้าที่ประสานงานระหว่างญาติและศูนย์รับบริ จาคอวัยวะสภากาชาดไทยต่อไป

การดำเนินการปลูกถ่ายอวัยวะในประเทศไทย องค์กรที่ทำหน้าที่ประสานงา นให้เกิดมีการบริจาคอวัยวะจากผู้สมองตาย และผู้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ คือ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เท่านั้น ซึ่งการดำเนินการยึดหลักสากลของการประสานงานการปลูกถ่ายอวัยวะ กล่าวคือ จะไม่มีการจ่ายเงินตอบแทนแก่ญาติผู้บริจาค แต่จะมีการอำนวยความสะดวกในการจัดการศพ และเชิดชูคุณงามความดีของผู้บริจาคและครอบครัว

การจัดสรรอวัยวะโดยโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่มีความพร้อมตามเกณฑ์มาตรฐานที่จะปลูกถ่ายอวัยวะได้ จะได้รับจัดสรรอย่างเป็นธรรม ซึ่งมีกฎเกณฑ์มาตรฐานสากลที่รัดกุมอย่างยิ่ง ในฐานะที่ผู้เขียนได้มีโอกาสศึกษาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทศัลยศาสตร ์ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในระหว่าง ปี พ.ศ. 2530 – 2533 ซึ่งเป็นช่วงที่มีประกาศแพทยสภาเรื่องเกณฑ์การวินิจฉัยสมองตายเป็นครั้งแรกไ ด้เห็นตัวอย่างการดูแลผู้ป่วยสมองตาย และการประสานงานให้มีการบริจาคอวัยวะ

ทำให้เมื่อมาปฏิบัติงานเป็นประสาทศัลยแพทย์ได้มีโอกาสดูแลผู้ป่วยสมองตาย ประมาณ 50 ราย ทุกรายผู้เขียนจะดำเนินการตรวจวินิจฉัยตามประกาศของแพทยสภา ในจำนวนนี้ 40 ราย สามารถดำเนินการให้มีการบริจาคอวัยวะได้ ในส่วนที่ไม่เกิดการบริจาคนั้นญาติของผุ้ป่วยไม่มีรายใดที่มีข้อสงสัยในการว ินิจฉัยและกระบวนการรักษา เพียงแต่ญาติมีความเห็นไม่เป็นเอกฉันท์ในการที่จะบริจาคอวัยวะ ในแต่ละรายของการบริจาคอวัยวะนั้นผู้เขียนสังเกตุว่าได้เกิดความปิติในผลบุญ ที่ทุกฝ่ายร่วมกันทำทั้งทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล และญาติของผู้บริจาค บ่อยครั้งที่ได้ยินคำขอบคุณจากญาติที่ทางทีมผู้ให้การรักษาได้ให้โอกาสแก่เข าในการสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่นั้นแทนที่จะเกิดแต่ความสูญเสียและเศร้าโศกต่ อการจากไปของผู้ป่วย

สุดท้ายนี้จากประสบการณ์ที่ดีจากการดูแลผู้ป่วยสมองตายและเปิดโอกาสให้ญาติไ ด้บริจาคอวัยวะซึ่งเป็นทานบารมีที่ยิ่งใหญ่ ที่สามารถช่วยชีวิตคนอื่นต่อไปโดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3 คน จึงขอเชิญชวนบุคลากรทางการแพทย์ได้ให้โอกาสแก่ผู้ป่วยสมองตายและญาติด้วยการ ดูแล และให้การวินิจฉัยตามเกณฑ์ที่แพทยสภากำหนด และขอเชิญชวนทุกท่านร่วมแสดงความจำนงในการบริจาคอวัยวะได้ที่ ศูนย์รับบริจาค อวัยวะสภากาชาดไทย โทร. 1666 หรือ 02-2564045-6

นายแพทย์สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์
ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา

« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: วันนี้ เวลา 1:35am by 716:16 »
--:: แพทย์ .. ::-- ..เพื่อนคนแรก ...
และอาจเป็นเพื่อนคนสุดท้ายของมนุษย์ ...
ช่วยกันดูแลพวกเขาหน่อยเถอะครับ ....
ส่งโดย: 716:16




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2551   
Last Update : 17 กรกฎาคม 2551 12:57:07 น.   
Counter : 2153 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]