Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

ผ่าตัดเพิ่มความสูง ทางลัดสู่ความสำเร็จหรือเจ็บปวด




ค้นในเนต แล้วไปพบบทความนี้ น่าสนใจ ( ซึ่งทางเวบนั้นได้นำมาจาก เวบผู้จัดการ แล้วผมก็นำมา อีกต่อหนึ่ง .. )

ก็ถือว่า เป็นตัวอย่างในแง่ร้าย ของการผ่าตัดยืดความสูง ... ถึงแม้ว่า มีโอกาสน้อย ที่เกิดภาวะแทรกซ้อนแบบนี้ ก็ตาม ...


//www.siam-handicrafts.com/Webboard/question.asp?QID=108


ผ่าตัดเพิ่มความสูง ทางลัดสู่ความสำเร็จหรือเจ็บปวด


นับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ข่าวคราวการผ่าตัดแปลงโฉมของสาวจีน ออกมาแบบไม่ขาดสาย บางคนทำศัลยกรรมตั้งแต่หัวจรดเท้า เช่นเดียวกับก่วนอิง สาวใจถึงชาวกว่างโจว (กวางโจว) ที่ผ่านการทำศัลยกรรมความงามมาแล้วถึง 21 รายการ ล่าสุดสาวคนนี้ได้ทำ “ศัลยกรรมผ่าตัดเพิ่มความสูง” ที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นด่านที่ยากที่สุดด่านหนึ่ง

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่วนอิง ซึ่งสูง 1.62 เมตร ลงทุนขึ้นเตียงให้หมอศัลยกรรม ‘ตัดกระดูก’ เพิ่มความสูง หลังการผ่าตัดนาน 2 ชั่วโมงเสร็จสิ้นลง เธอได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่โรงพยาบาลว่า ‘ตอนนี้ขาฉันทั้งแสบทั้งปวดไปทั่ว ที่แย่กว่านั้นคือช่วงนี้ต้องนอนอยู่แต่บนเตียง เคลื่อนไหวไปไหนมาไหนไม่ได้’

ต่อข้อถามที่ว่า ความรู้สึกเมื่อต้องเข้าห้องผ่าตัดเป็นอย่างไร สาวก่วนสาธยายว่า นาทีที่ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด มองเห็นเครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ลางๆ และยังนางพยาบาลที่มารุมอยู่ข้างๆเตียงอีก ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับข้าศึกอย่างนั้นเลย ทั้งตื่นเต้นทั้งกลัว ยิ่งตอนที่นึกว่าหมอจะกรีดเนื้อแล้วหั่นกระดูกเราแล้ว ยิ่งใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

เธอเล่าว่า ระหว่างที่ผ่าตัดอยู่นั้น ถึงแม้จะชาเพราะฤทธิ์ยา แต่ช่วงที่หมอเปิดข้อต่อกระดูก รู้สึกปวดสะท้านไปทั่วร่างถึง 2 ครั้ง หลังผ่าตัดเสร็จ ถึงแม้จะมีเครื่องช่วยระงับอาการปวด แต่ขาก็ยังบวมปวดมาก เนื้อตัวก็ไม่สบาย

ผู้อำนวยการวัง หนึ่งในคณะแพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้ก่วนอิง กล่าวว่า การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี แต่เนื่องจากเลือดเสียที่เกิดบริเวณที่ตัดกระดูกยังออกมาไม่หมด ดังนั้น จึงต้องสอดท่อถ่ายเลือดเสีย รวมถึงสายปัสสาวะด้วย 3 วันหลังจากนั้นจึงจะเอาออกได้ และก่วนยังต้องรักษาตัวบนเตียงต่ออีก 7 วัน

แพทย์เสริมว่า หลังการผ่าตัด กระดูกจะค่อยๆ งอกออกมาใหม่ตามเหล็กที่ใส่เข้าไป โดยยืนยันว่า การผ่าตัดนี้จะทำให้เธอสูงขึ้นอีก 8 เซนติเมตร

ก่วนอิงต้องทำกายภาพบำบัดภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เช่น การยืนพิงกำแพง การเดินช้าๆ เพื่อช่วยให้กระดูกค่อยๆเติบโตขึ้น และต้องอยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลไปอีก 6 เดือน ทั้งนี้เธอจะไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เองตามปรกติ

นอกจากนี้ยังต้องบำรุงด้วยอาหารเสริม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตกเดือนละ 900 หยวน (ราว 4,500 บาท) ซึ่งไม่รวมค่าประกันการผ่าตัดอีก 80,000 หยวน (ราว 400,000 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายในประเทศไทย 500,000 – 800,000 บาท)

ไม่มีตัวเลขที่แน่นอนของผู้ที่ทำการผ่าตัดเพิ่มความสูงในแต่ละปี แต่ป้ายโฆษณาผ่าตัดเพิ่มความสูง สามารถพบเห็นทั่วไปในจีน โดยเฉพาะในเมืองกว่างโจว ขณะเดียวกัน ก็มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ต้องเสียใจจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด…

ปลายปี 1998 ฟางเฟย บัณฑิตหมาดๆจากรั้วมหาวิทยาลัย เดินทางจากไกลจากเซินเจิ้น มาถึงปักกิ่ง เพื่อผ่าตัดเพิ่มความสูงเช่นกัน โดยได้จ่ายค่าผ่าตัดแก่โรงพยาบาลเป็นเงิน 1 หมื่นหยวน (50,000 บาท) หลังการผ่าตัดครั้งแรกผ่านไป 33 วัน ผลการวัดความยาวของขา เป็นที่น่ายินดีว่าขาของฟางเฟยยาวขึ้น 4.9 เซนติเมตร แต่ที่น่าเศร้าก็คือ ขาทั้งสองข้างมีลักษณะบิดเบี้ยวผิดปกติ โรงพยาบาลยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และผ่าตัดให้ฟางเฟยใหม่ช่วงกลางปี 1999 จนถึงปลายปี 2000 ฟางเฟยจึงได้สามารถออกจากโรงพยาบาล โดยใช้ไม้ช่วยพยุง

ต่อมาต้นปี 2001 ฟางเฟยได้ยื่นฟ้องโรงพยาบาลดังกล่าวต่อศาลเขตชังผิง นครปักกิ่ง เป็นเงิน 360,000 หยวน (ราว 1,800,000 บาท) ผลการพิสูจน์ของแผนกพิสูจน์งานทางวิทยาศาสตร์ของศาล ระบุว่า “น่องทั้งสองข้างของฟางเฟย มีความสั้นยาวไม่เท่ากัน โดยน่องข้างขวายาว 44 เซนติเมตร มีลักษณะเบี้ยวออกด้านนอก ส่วนน่องข้างซ้ายยาว 45 เซนติเมตร และมีลักษณะเอียงเข้าด้านใน จัดว่ามีความพิการในระดับ 8 ” สุดท้าย ฟางเฟยได้รับเงิน 74,000 หยวน (ราว 370,000 บาท) แต่ต้องกลายเป็นคนทุกพลภาพไปตลอดชีวิต

เมื่อปลายปีที่แล้ว เสี่ยวหลิน สาวเมืองกว่างโจว วัย 24 ปี ปัจจุบันสูง 1.58 เมตร แต่ต้องการเพิ่มความสูงให้ตนเองอีก 8 เซนติเมตร จึงตัดสินเข้ารับการผ่าตัดกระดูกในโรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในเขตไป๋หยุน

เสี่ยวหลินเล่าว่า ก่อนที่หมอจะลงมีด ได้พูดกับเธอว่า “การผ่าตัดยืดกระดูกแบบนี้ง่ายมาก และไม่ทำให้เจ็บปวดมากมายอะไร เมื่อออกจากโรงพยาบาลก็สามารถเดินได้ทันที หมอยังบอกอีกว่า 1 เดือน หลังการผ่าตัด เสี่ยวหลินจะสูงขึ้นทันที 8-10 เชนติเมตร และภายใน 3 เดือนก็จะหายเป็นปกติ ”

แต่เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง เสี่ยวหลินไม่สามารถขยับหัวเข่าได้ กระดูกขาถูกตัดเป็น 3 ท่อน และถูกตรึงด้วยตะปู 17 ตัว บาดแผลเกิดการอักเสบ บวม และมีเลือดไหล ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเดินได้หรือไม่ได้ แม้แต่ขยับนิดเดียวก็ยังไม่สามารถทำได้

หลังจากออกจากโรงพยาบาล 4-5 เดือน เธอนอนหลับได้แค่คืนละหนึ่งชั่วโมง ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่บาดแผลและที่กล้ามเนื้อ ทำให้เธอไม่สามารถหลับตาลงได้ เสี่ยวหลินกล่าวว่า เคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง เพราะต้องการหนีจากความทุกข์ทรมานเหล่านี้

สุดท้ายความหวังที่ตั้งไว้ว่าจะสูงขึ้น 8 เซนติเมตรก็ล้มเหลว เพราะไม่สามารถทนกับความเจ็บปวดต่อไปได้ แต่หมอก็บอกว่าความทรมานที่เธอได้รับ ใช่ว่าจะสูญเปล่า เพราะเธอจะสูงขึ้นอีก 6 เซนติเมตร

ปัจจุบันเสี่ยวหลินยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องมีคนคอยช่วยตลอดเวลา จินหมิงซิน อาจารย์แพทย์และหัวหน้าศูนย์กระดูกประจำมหาวิทยาลัยแพทย์ทหารหมายเลข 1 ของโรงพยาบาลหนันฟัง ในเมืองกว่างโจวกล่าวว่า แม้ว่าเคยผ่าตัดรักษาผู้ที่มีความผิดปกติของแขนขามาหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่ไม่เคยผ่าตัดเพื่อเพิ่มความสูงเลย

“ผมคิดว่าการผ่าตัดเพิ่มความสูง ต้องทำด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด เพราะโรคแทรกซ้อนของการผ่าตัดชนิดนี้ชนิดนี้มีมากทีเดียว”

มีคนไข้จำนวนมากที่ผ่าตัดล้มเหลวจากโรงพยาบาลอื่น แล้วมารักษาที่โรงพยาบาลหนันฟัง คุณหมอจิน เล่าว่า “พวกเราได้พบเห็นคนไข้ที่เกิดโรคแทรกซ้อนจำนวนมาก คาดว่าโอกาสที่อาจเกิดโรคแทรกซ้อนมีมากถึง 60-70% โรคแทรกซ้อนที่รุนแรงน้อยที่สุด ก็คือโรคเอ็นข้อเท้าหดตัว ลักษณะคล้ายกับเวลาที่เต้นบัลเลย์ แล้วจะเดินได้อย่างไร”

เหตุใดการผ่าตัดชนิดนี้ จึงมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้มาก หมอจินอธิบายถึงวิธีการในการผ่าตัดว่า “ก่อนอื่นต้องผ่าตัดเปิดกระดูกหน้าแข้ง เพื่อเอาตะปูยาวแทงเข้าไปในถึงโพรงไขกระดูก หลังจากนั้นจึงเลื่อยกระดูกหน้าแข้งท่อนบนออกเป็นสองท่อน แล้วนำอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการยืดกระดูก กล้ามเนื้อ และเอ็น มาประกบติดกับขาของคนไข้ โดยการเจาะรูที่กระดูกเพื่อยึดอุปกรณ์กับขา หลังจากทำการผ่าตัดแล้ว 3-5 วัน กระดูกก็จะยืดขึ้นวันละประมาณ 1 มิลลิเมตรขึ้นกับสภาพร่างกายของคนไข้แต่ละคน เมื่อกระดูกยืดแล้วยังต้องผ่าตัดเอาตะปูออก”

เนื่องจากต้องแทงตะปูถึง 16 ตัวเข้าไปในกระดูกของคนไข้ หากไม่ระมัดระวังอาจก่อความเสียหายแก่หลอดเลือด กล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท ทำให้การไหลเวียนของโลหิตเกิดการขัดข้อง จนถึงเป็นอัมพาต และหากตะปูไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อที่ดี อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในไขกระดูก

นายแพทย์เหมาเสี่ยวหลิง หัวหน้าหน่วยงานด้านการกำกับดูแลเทคโนโลยีทางการแพทย์ของสมาคมแพทยศาสตร์แห่งมณฑลกว่างตงกล่าวว่า “โดยทั่วไป แพทย์จะไม่สนับสนุนให้ทำศัลยกรรมเพิ่มความสูง ในต่างประเทศก็เช่นเดียวกัน”

หญิงสาวที่มีความคิดเช่นเดียวกับก่วนอิง มีเป็นจำนวนไม่น้อย หญิงสาวที่ประสบเคราะห์กรรมอย่าง ฟางเฟยและเสี่ยวหลิน ก็ยังมีอีกเป็นจำนวนมาก พวกเธอต่างเชื่อว่าบุคลิกภาพที่ดี ย่อมนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการงาน หรือชีวิตคู่ในอนาคต ภาพเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จของสังคมที่เริ่มจะบูชาวัตถุมากกว่าคุณค่าทางจิตใจ ที่กำลังอุบัติขึ้นในแผ่นดินจีน


---------------------------------------------------------------------------
ข่าว และ ภาพบางส่วน จาก ; ผู้จัดการออนไลน์ 11 มิถุนายน 2547
ที่มา : //www.manager.co.th/China


ทำอย่างไร ถึงจะตัวสูง ???สูง ไม่สูง เกิดจากอะไร ??? //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-08-2008&group=4&gblog=56

ทำอย่างไร ถึงจะตัวสูง อาหารเสริมความสูง ? เวบดร่าม่าแอดดิก //drama-addict.com/?p=9106

นมเพิ่มความสูง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโคลอสตรุ้ม(Colostrum)เพิ่มความสูงได้ ไม่จริง! อย่าหลงเชื่อ! //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-08-2017&group=4&gblog=131

ผ่าตัดเพิ่มความสูงทางลัดสู่ความสำเร็จหรือเจ็บปวด //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-08-2008&group=4&gblog=58

ผ่าตัดยืดกระดูก ให้สูงขึ้น ดีจริงหรือ ??? //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-08-2008&group=4&gblog=57

สารพัด " นม " ที่ควรรู้ //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2008&group=4&gblog=65





Create Date : 26 สิงหาคม 2551
Last Update : 29 สิงหาคม 2560 13:48:58 น. 2 comments
Counter : 23436 Pageviews.  

 
น่ากลัวจัง


โดย: beautystone วันที่: 26 สิงหาคม 2551 เวลา:22:36:29 น.  

 
อ่านไปสยองไปค่ะ T_T


โดย: kisekimeru วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:13:55:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]