Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

ภาวะสมองตาย : ระยะสุดท้ายของชีวิตที่จะต่อชีวิตผู้อื่นได้



ภาวะสมองตาย : ระยะสุดท้ายของชีวิตที่จะต่อชีวิตผู้อื่นได้


การตายในความหมายของบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่แพทย์สามารถบอกได้คือ การไม่หายใจ และหัวใจหยุดเต้นอย่างถาวร แต่ในข้อเท็จจริงทางการแพทย์ ส่วนที่ควบคุมการหายใจ และความรู้สึกตัวคือแกนสมอง (Brain stem) เมื่อแกนสมองถูกทำลายอย่างถาวร จะทำให้ไม่รู้สึกตัวและหยุดหายใจ (apneaic coma) ซึ่งในภาวะเช่นนี้เรียกว่าภาวะสมองตาย

ทางการแพทย์จะวินิจฉัยว่าผู้ที่อยู่ในสภาวะเช่นนี้คือ ผู้ตาย เนื่องจากการวินิจฉัยนี้เป็นตัดสินการสิ้นสภาพของบุคคล และในทางกฎหมายกำหนดว่าผู้วินิจฉัยการตายคือ แพทย์

แพทยสภาซึ่งเป็นองค์กรที่ควบคุมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม จึงต้องกำหนดแนวทางปฏิบัติในการวินิจฉัยที่เป็นมาตรฐานให้แพทย์ปฏิบัติได้ถู กต้องในปี 2532 แพทยสภาจึงมีประกาศเรื่องเกณฑ์การวินิจฉัยสมองตาย และได้ปรับปรุงเป็นประกาศฉบับที่ 2 ในปี 2538

ปัจจุบันได้ถูกกำหนดไว้ในข้อบังคับว่าด้วยการรักษาจริยธรรมของผู้ประกอบวิชา ชีพเวชกรรม ซึ่งอยู่ในระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้วางหลักเกณฑ์การวินิจฉัยตามหลักเกณฑ์สากลที่รัดกุมยิ่งได้แก่ การวินิจฉัยจะต้องประกอบด้วย องค์คณะของแพทย์ 3 คน และ รับรองโดยผู้อำนวยการโรงพยาบาล

เมื่อการวินิจฉัยครบองค์ประกอบดังกล่าวแล้ว ผู้ป่วยนั้นคือผู้ตาย เป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้ดูแลจะต้องแจ้งข้อเท็จจริงแก่ญาติถึงการวินิจฉัยสมอง ตายดังกล่าว และหากผู้ป่วยสมองตายนั้นไม่อยู่ในสภาวะติดเชื้อรุนแรง การทำงานของตับไต หัวใจยังดีอยู่ผู้ป่วยนั้นจะเป็นผู้อยู่ในข่ายที่จะบริจาคอวัยวะได้ ในขั้นต่อไปแพทย์จึงควรแนะนำแก่ญาติในการที่จะบริจาคอวัยวะและแนะนำให้พบกับ ผู้ประสานงานการปลูกถ่ายอวัยวะทำหน้าที่ประสานงานระหว่างญาติและศูนย์รับบริ จาคอวัยวะสภากาชาดไทยต่อไป

การดำเนินการปลูกถ่ายอวัยวะในประเทศไทย องค์กรที่ทำหน้าที่ประสานงา นให้เกิดมีการบริจาคอวัยวะจากผู้สมองตาย และผู้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ คือ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เท่านั้น ซึ่งการดำเนินการยึดหลักสากลของการประสานงานการปลูกถ่ายอวัยวะ กล่าวคือ จะไม่มีการจ่ายเงินตอบแทนแก่ญาติผู้บริจาค แต่จะมีการอำนวยความสะดวกในการจัดการศพ และเชิดชูคุณงามความดีของผู้บริจาคและครอบครัว

การจัดสรรอวัยวะโดยโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่มีความพร้อมตามเกณฑ์มาตรฐานที่จะปลูกถ่ายอวัยวะได้ จะได้รับจัดสรรอย่างเป็นธรรม ซึ่งมีกฎเกณฑ์มาตรฐานสากลที่รัดกุมอย่างยิ่ง ในฐานะที่ผู้เขียนได้มีโอกาสศึกษาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทศัลยศาสตร ์ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในระหว่าง ปี พ.ศ. 2530 – 2533 ซึ่งเป็นช่วงที่มีประกาศแพทยสภาเรื่องเกณฑ์การวินิจฉัยสมองตายเป็นครั้งแรกไ ด้เห็นตัวอย่างการดูแลผู้ป่วยสมองตาย และการประสานงานให้มีการบริจาคอวัยวะ

ทำให้เมื่อมาปฏิบัติงานเป็นประสาทศัลยแพทย์ได้มีโอกาสดูแลผู้ป่วยสมองตาย ประมาณ 50 ราย ทุกรายผู้เขียนจะดำเนินการตรวจวินิจฉัยตามประกาศของแพทยสภา ในจำนวนนี้ 40 ราย สามารถดำเนินการให้มีการบริจาคอวัยวะได้ ในส่วนที่ไม่เกิดการบริจาคนั้นญาติของผุ้ป่วยไม่มีรายใดที่มีข้อสงสัยในการว ินิจฉัยและกระบวนการรักษา เพียงแต่ญาติมีความเห็นไม่เป็นเอกฉันท์ในการที่จะบริจาคอวัยวะ ในแต่ละรายของการบริจาคอวัยวะนั้นผู้เขียนสังเกตุว่าได้เกิดความปิติในผลบุญ ที่ทุกฝ่ายร่วมกันทำทั้งทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล และญาติของผู้บริจาค บ่อยครั้งที่ได้ยินคำขอบคุณจากญาติที่ทางทีมผู้ให้การรักษาได้ให้โอกาสแก่เข าในการสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่นั้นแทนที่จะเกิดแต่ความสูญเสียและเศร้าโศกต่ อการจากไปของผู้ป่วย

สุดท้ายนี้จากประสบการณ์ที่ดีจากการดูแลผู้ป่วยสมองตายและเปิดโอกาสให้ญาติไ ด้บริจาคอวัยวะซึ่งเป็นทานบารมีที่ยิ่งใหญ่ ที่สามารถช่วยชีวิตคนอื่นต่อไปโดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3 คน จึงขอเชิญชวนบุคลากรทางการแพทย์ได้ให้โอกาสแก่ผู้ป่วยสมองตายและญาติด้วยการ ดูแล และให้การวินิจฉัยตามเกณฑ์ที่แพทยสภากำหนด และขอเชิญชวนทุกท่านร่วมแสดงความจำนงในการบริจาคอวัยวะได้ที่ ศูนย์รับบริจาค อวัยวะสภากาชาดไทย โทร. 1666 หรือ 02-2564045-6

นายแพทย์สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์
ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา

« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: วันนี้ เวลา 1:35am by 716:16 »
--:: แพทย์ .. ::-- ..เพื่อนคนแรก ...
และอาจเป็นเพื่อนคนสุดท้ายของมนุษย์ ...
ช่วยกันดูแลพวกเขาหน่อยเถอะครับ ....
ส่งโดย: 716:16


Create Date : 17 กรกฎาคม 2551
Last Update : 17 กรกฎาคม 2551 12:57:07 น. 5 comments
Counter : 2069 Pageviews.  

 


โดย: yosita_yoyo วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:54:24 น.  

 
ให้ความรู้ดีนะคะ
ได้บุญด้วยนะเนี้ยะ


โดย: ขำกลิ้งลิงกับหมอ(รักษาสัตว์) (patra_vet ) วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:03:47 น.  

 
อ่านแล้วรู้สึกเห็นด้วยจริงๆค่ะ ตรงที่ว่า"ได้ให้โอกาสแก่เขาในการสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่..แทนที่จะมีแต่ความเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของผู้ป่วย....
น่าจะบอกต่อๆกันไปนะคะ..ได้บุญค่ะ


โดย: VICT วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:26:08 น.  

 
ผ่านเข้ามาก็เลยถือโอกาสแอดไว้ค่ะ เผื่อมีข้อสงสัยอะไร แต่ส่วนมากวงการก็จะมีเพื่อนเป็นแพทย์หลายคนค่ะ เป็นพยาบาลก็มาก เพราะว่า เรียนจบมาทางสายวิทย์ แต่เราเอ็นกะเค๊าไม่ติด วาสนาเลยไม่ได้ถือเข็มฉีดยา ...ได้ความรู้ดีค่ะ เรื่องการบริจาคอวัยวะ กะลังตัดสินใจค่ะ เพิ่งไปบริจาคเลือดมาค่ะ


โดย: NathalieNoelle วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:39:45 น.  

 

รวบรวมบทความเกี่ยวกับเรื่องสมอง ..


โรคเส้นเลือดสมองตีบ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-03-2008&group=4&gblog=21


อัมพาตเป็นแล้วรักษาหายหรือไม่

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-05-2008&group=4&gblog=39


โรคหลอดเลือดสมองที่รักษาได้ด้วยการผ่าตัด

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=11-05-2008&group=4&gblog=37


การดูแลผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว ป้องกันแผลกดทับ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=01-07-2008&group=4&gblog=51


โรคอัลไซเมอร์ ( Alzheimer’s disease )

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=12-06-2008&group=4&gblog=46


ภาวะสมองตาย : ระยะสุดท้ายของชีวิตที่จะต่อชีวิตผู้อื่นได้

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=17-07-2008&group=4&gblog=53







โดย: หมอหมู วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:26:50 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]