Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

แนวทางปฏิบัติ เกี่ยวกับโรคเอดส์ ... ของแพทย์ ... แต่ ประชาชน ก็ควรรู้



เมื่อสักสองอาทิตย์ก่อน คงพอทราบข่าวเรื่องการตรวจเลือดในนักศึกษาพยาบาล ฯ

มีการถกเถียงแสดงความเห็นกันหลากหลาย  เหมือนในกระทู้นี้ ..

"  นศ.พยาบาลติดเอดส์-ร้องถูกไล่ออก! มหา"ลัยโต้ หวั่นคนไข้ หวาดกลัว [ย้ายจาก : คลับพยาบาล] "


https://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L12575705/L12575705.html



แพทยสภา ได้มีข้อกำหนดแนวทางปฏิบัติของแพทย์ เกี่ยวกับเอดส์ โดยเฉพาะ ขั้นตอนวิธีการตรวจ การแจ้งผล ฯลฯ

ซึ่ง ผมคิดว่า ประชาชน ทั่วไป ก็ควรรู้ เพื่อป้องกันปัญหา และ รักษาสิทธิของตนเอง



ปล. สนใจอ่านทั้งหมด เป็น pdf  โหลดได้ที่ ..


https://www.mediafire.com/?smn59o7u66mnnbn












































..............................................

อุบัติเหตุเข็มตำ สารคัดหลั่ง ทางการแพทย์...ติดเชื้อมากน้อยแค่ไหน
ที่มา เฟส อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว

ตามตัวเลขสถิตินั้น อุบัติเหตุเข็มทิ่มตำอัตราการติดที่ 0.03% ส่วนสารคัดหลั่งติดที่เยื่อเมือกเช่นเยื่อบุตาอัตราการติดที่ 0.009% ปรับขึ้นลงได้ตามระยะของผู้ที่ติดเชื้อ และชนิดของเข็ม การปนเปื้อนเลือด ในแนวทางการรักษาโรคเอชไอวีประเทศไทยปี 2560 เขียนเรื่องนี้ไว้ชัดเจนมาก มีแนวทางที่เอาไปใช้ทางเวชปฏิบัติได้
วารสาร American Journal of Infection Control ตีพิมพ์บทความการศึกษาที่มหาวิทยาลัยแพทย์พิตต์สเบิร์ก สหรัฐอเมริกา ในการติดตามบุคลากรทางการแพทย์ที่ประสบอุบัติเหตุแบบนี้ว่ามีการติดเชื้อมากน้อยแค่ไหน ภายใต้มาตรการการป้องกันที่เข้มงวดกว่าอดีต

เป็นการเก็บข้อมูล 13 ปี มีการบาดเจ็บทั้งหมด 18,046 ครั้ง ถ้าคัดมาแต่รายที่เสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี 12,999 ราย ในกลุ่มนี้คัดเฉพาะกลุ่มที่แหล่งที่มาติดเชื้อ HIV มี 266 รายเพื่อนำมาวิเคราะห์ จากตัวเลขตรงนี้ขนาดมาตรการดีๆ ยังมีการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุมากกว่า 100 รายต่อปีเลยนะครับ
มากสุดก็โดนเข็มตำ 52% ส่วนบริเวณที่โดนตำมากที่สุดก็แน่นอน มือนั่นเอง 52% เช่นกัน และสิ่งปนเปื้อนที่ถูกปนเปื้อนมากสุดคือ เปื้อนเลือด 64%

มีการใช้ยาต้านไวรัสเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อเพียงแค่ 21% เท่านั้น ..ในขณะนั้นมีการแบ่งความเสี่ยงหลายอย่าง และยาต้านไม่ได้ดีเหมือนตอนนี้ ทำให้บางคนเลือกไม่รับยาก็ได้...พบอัตราการติดเชื้อ HIV เป็น 0% นี่คือติดตามขณะเจอเข็มตำว่าผลลบ ติดตามไปไม่มีผลบวกเลย
*** อย่าลืมคิดตัวแปรอีกอย่างด้วย คือ การรักษาจนกดไวรัสได้ มันมากขึ้น แพร่หลายมาก จึงทำให้ความเสี่ยงและอัตราการติดเชื้อที่น้อยอยู่แล้ว ก็จะลดลงไปด้วย เรียกว่ามี length time bias ร่วมด้วย***

การศึกษานี้มีอัตราการติดเชื้อต่ำกว่าก่อนหน้าตามข้อที่ว่า คือ มาตรการดีขึ้น ยาดีขึ้น คนที่ติดเชื้อลดลง คนติดเชื้อที่ได้รับการรักษาที่ดีมากขึ้น แต่ก็เป็นอันหนึ่งที่แสดงว่าอัตราการติดเชื้อจากอุบัติเหตุทางการแพทย์นั้นไม่มาก แต่อย่างไรเราก็ต้องระมัดระวังอยู่ดี เราคงไม่อยากให้เกิดกับเราและคนที่เรารัก
มาตรการการป้องกันและดูแลโรคติดเชื้อเอชไอวีปัจจุบันนั้นดีมากๆเลย อย่าละเลยและอย่าประมาท รวมทั้งอย่ากลัวจนเครียด สติและปัญญาจะทำให้เราอยู่รอดได้ครับ

wisdom = ปัญญา


https://www.facebook.com/medicine4layman/photos/a.1454742078175154.1073741829.1452805065035522/1852141498435208/?type=3&theater

..............................................


📍วันที่ 1 ธ.ค🔴วันเอดส์โลก🔴
🌎World AIDS DAY🌏
📌ทบทวนกันครับ🔹🔹PEP🔹🔹
💉💉💉💉💉💉💉💉💉💉💉💉💉
😟หมอๆ โดนเข็มตำ😰😥😭 ทำไงดี
📌Part-1👉🏻👉🏻👉🏻oPEP
🚩อ่านเพิ่มเติม👇👇👇
🇹🇭CPG -2017👉🏻https://goo.gl/scQfPd

📌Part-2👉🏻nPEP 🔜 Next week😊

#HIV #AIDs #PEP #oPEP
#WORLDAIDSDAY2017









อ่านเพิ่มเติม CPG -2017   https://goo.gl/scQfPd


.................................



เอดส์ ( AIDS)

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-03-2008&group=4&gblog=27

ข้อควรรู้ก่อนการตรวจโรคเอดส์

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-03-2008&group=4&gblog=26

แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับโรคเอดส์ ... ของแพทย์ ... แต่ ประชาชน ก็ควรรู้

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=09-09-2012&group=4&gblog=96

องค์กรที่ให้บริการปรึกษาและทำงานด้านเอดส์

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-03-2008&group=4&gblog=28







Create Date : 09 กันยายน 2555
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2560 21:11:21 น. 0 comments
Counter : 5697 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]