Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

เพื่อชีวีมีสุข....นพ. สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์



หลักการ 20/80 เพื่อชีวีมีสุข

สิ่งที่เป็นยอดปราถนาของทุกคนก็คือ การมีสุขภาพกาย และใจที่ดี สิ่งนี้ไม่สามารถ หาซื้อหรือเกิดขึ้นเองได้ แต่จะต้องมีการสร้างขึ้นเองและด้วยตนเอง

การสร้างเสริมสุขภาพจึงได้ถูกกำหนดเป็นนโยบายที่สำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ท้องถิ่นหลาย ๆ แห่งที่เข้มแข็ง สามารถดำเนินการด้านนี้ได้อย่างดี แต่สำหรับในวงกว้างแล้ว ปัจจุบันความตระหนักรู้ของสังคมยังน้อย ตัวชี้วัดง่าย ๆ ที่จะสังเกตุเห็นคือ โรคหรือภาวะที่เป็นภัยต่อสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ได้แก่ โรคอ้วนซึ่งเป็นต้นตอของโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน นำไปสู่โรคที่มีผลต่ออวัยวะสำคัญคือ โรคหลอดเลือดสมองตีบตันหรือแตก โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย แม้ว่าส่วนน้อยอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นจากทำให้เกิดเอง หรืออีกนัยหนึ่งคือป้องกันไม่ให้เกิดได้

บทความนี้หวังว่าจะสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้อ่านได้ส่วนหนึ่ง สำหรับผู้เขียนเองในฐานะที่จะต้องให้คำแนะนำและดูแลรักษาผู้อื่น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตัวให้ได้เป็นแบบอย่าง นั่นคือ ต้องไม่อ้วน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลจิตใจตนเองให้ดี ฝึกจิตให้เข้มแข็งตามหลักพระพุทธศาสนา

หลักการเช่นนี้หลายท่านก็ทราบดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องการนำเสนอและหวังว่าจะเป็นประโยชน์ก็คือ กลวิธีที่จะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนี้ ผมขออนุญาตนำมาแลกเปลี่ยนจากประสบการณ์ที่ได้ปฏิบัติมา ในประเด็นหลัก 3 ประการดังนี้ครับ

1. อาหาร ต้องจำกัดการกินอาหารจำพวกแป้ง และน้ำตาลเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ให้แคลอรี่สูง โดยเฉพาะน้ำหวาน น้ำอัดลมต่าง ๆ ที่สามารถบริโภคอย่างง่ายดาย การดื่มเพียง 300 มิลลิลิตรก็เกือบเท่ากับแคลอรี่สำหรับอาหารที่ควรได้ 1 มื้อแล้ว การจะลดความอ้วนให้ได้ต้องไม่บริโภคน้ำหวานหรือน้ำอัดลมเลย

ของหวานที่สามารถบริโภคได้ควรเป็นผลไม้ซึ่งจะได้สารที่มีประโยชน์อื่น ๆ ด้วยได้แก่ วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร

สำหรับอาหารควรกินอาหารไทยที่จะมีแคลอรี่ต่ำ และมีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าอาหารของชาวตะวันตก ในเรื่องของพฤติกรรมการกินอาหารมีโรคหนึ่งที่เกี่ยวข้องคือ มะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งพบอุบัติการณ์มากในพวกที่กินอาหารแบบชาวตะวันตก สำหรับคนไทยเมื่อมีพฤติกรรมการกินอาหารเช่นชาวตะวันตก ก็จะพบอุบัติการณ์โรคนี้มากขึ้นเช่นกัน

2. อารมณ์ การมีจิตใจที่เคร่งเครียด มีผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติทำให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดมาก นอนไม่หลับทำให้ฮอร์โมนที่สำคัญของร่างกายหลั่งลดลง หลอดเลือดแดงหดรัดตัวทำให้ความดันโลหิตสูง การฝึกจิตตามแนวพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะฝึกแนวไหนก็มีประโยชน์ทั้งสิ้น

3. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายชนิดที่มีประโยชน์ทำให้สมรรถนะของหัวใจและกล้ามเนื้อแข็งแรงจ ะต้องเป็นแบบแอโรบิค คือการออกกำลังกายที่ใช้กำลังเบา หรือปานกลางแต่ต่อเนื่องได้แก่ วิ่ง ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค อย่างน้อยครั้งละ 20 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

หลายท่านมักจะอ้างว่าไม่มีเวลา แต่ขอให้ท่านพิจารณาดูตามกฎ 20/80 ที่เป็นกฎธรรมชาติของทุกสิ่งในโลกนี้ ที่กล่าวว่าผลงานหรือผลผลิตใด ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยร้อยละ 20 ตัวอย่างเช่น

ทรัพยากรในโลกนี้ร้อยละ 80 ถูกใช้ไปโดยประชากรในประเทศร่ำรวยที่มีเพียงร้อยละ 20

ความร่ำรวยของโลกร้อยละ 80 อยู่ในกลุ่มประชากรร้อยละ 20

เงินฝากในธนาคารร้อยละ 80 จะมีอยู่ในกลุ่มคนเพียงร้อยละ 20

เช่นเดียวกับวิถีชีวิตของเรา เสียเวลาไปกับสิ่งที่จะเกิดผลต่อเราน้อยเป็นจำนวนมาก ขณะที่เวลาเพียงน้อยนิดสำหรับการออกกำลังกายครั้งละ 2 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 3 ครั้ง รวมเป็น 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ คิดเป็นเวลาที่ใช้ไปเพียงร้อยละ 4 เท่านั้น แต่มีผลต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก

ท่านที่เล่นกีฬาเป็นประจำ ก่อนการเล่นกีฬานั้น ๆ ก็ควรจะ วิ่งต่อเนื่องอย่างน้อย 20 นาที หรือ 1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ให้วิ่งต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง

ในระหว่างการเล่นกีฬาร่างกายจะมีสารแห่งความสุขเกิดขึ้นคือ Endorphine จะทำให้จิตใจสบาย นอกจากนี้ในระหว่างการวิ่งหรือว่ายน้ำต่อเนื่องสามารถฝึกสมาธิไปพร้อมกันได้ ด้วย เรียกว่าได้ฝึกทั้งกายและใจไปพร้อมกันทีเดียว



นอกจาก 3 ประการ หรือ 3 อ.ข้างต้นแล้ว 3 อ.ที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่

อนามัย คือ มีสุขอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดี

อโรคยา คือห่างโรคภัย โดยการตรวจร่างกายประจำปี ในวัยเกิน 30 ปี ควรตรวจเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ในสตรีควรตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจเต้านมด้วยตนเอง

และสุดท้าย

อบายมุข คือห่างไกลจากยาเสพติด เหล้า บุหรี่ การพนัน

หากปฏิบัติได้เช่นี้แล้วท่านจะห่างไกลจากโรคร้อยละ 80 ที่ป้องกันได้ครับ ช่วยกันดูแลสุขภาพตนเองให้ดีนะครับ เพื่อจะได้มีกำลังที่พร้อมในการช่วยครอบครัว สังคม และประเทศชาติได้อย่างมีคุณภาพ

ฝากคำขวัญว่า “ประเทศชาติจะเข้มแข็งถ้าประชาชนแข็งแรง”

ด้วยความปรารถนาดีจาก
นพ. สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์
ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา



--------------------------------------------------------------------------------
--:: แพทย์ .. ::-- ..เพื่อนคนแรก ...
และอาจเป็นเพื่อนคนสุดท้ายของมนุษย์ ...
ช่วยกันดูแลพวกเขาหน่อยเถอะครับ ....

ส่งโดย: 716:16







Create Date : 14 มิถุนายน 2551
Last Update : 14 มิถุนายน 2551 19:24:09 น. 3 comments
Counter : 1493 Pageviews.  

 
เข้ามาอ่านบทความดีๆค่ะ


โดย: Toon16 วันที่: 14 มิถุนายน 2551 เวลา:20:40:40 น.  

 
มาเก็บข้อมูลดีๆเพราะอยากมีชีวีมีสุข ขอบคุณค่ะคุณหมอสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์จะนำไปใช้ค่ะ


โดย: lifelove วันที่: 14 มิถุนายน 2551 เวลา:21:13:06 น.  

 
สวัสดีครับ ได้ข้อมูลที่จะใช้ในการดำรงชีวิต ที่บางครั้งอาจละเลยไป หรือไม่ได้ระวังครับ ขอบพระคุณครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 14 มิถุนายน 2551 เวลา:22:46:20 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]