happy memories
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
9 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๔๔




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto









"สัมมนาประติมากรรมหล่อโลหะสำริด”


นิทรรศการในโครงการ “สัมมนาเชิงปฏิบัติการประติมากรรมหล่อโลหะสำริด” มีที่มาเนื่องจาก ประวัติศาสตร์การหล่อโลหะสำริดของบ้านเชียง มีให้เห็นมาตั้งแต่ ๔,ooo ปีมาแล้ว วัตถุสำริดที่ขุดพบได้แก่ ใบหอก หัวขวาน ลูกศร กำไลข้อมือข้อเท้า เป็นต้น

ซึ่งเทคนิคจะเป็นการหล่อโดยมีพิมพ์แบบประกบกันและแบบหลอมขี้ผึ้ง (Lost Wax) แม้ว่าต่อมา ๒,๗oo ปีได้มีการใช้เหล็กนำมาเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้และอาวุธแต่สำริดก็ยังเป็นที่นิยมใช้ทำเครื่องประดับเป็นส่วนใหญ่ โลหะสำริด (Bronze) หมายถึงโลหะผสมที่มีทองแดง (Cu) และดีบุก (Sn) เป็นส่วนผสมหลัก โดยมีดีบุกในปริมาณ ๑-๑๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปและอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับความต้องการที่จะใช้นอกเหนือจากเครื่องใช้เครื่องประดับ รูปทรงระฆัง ได้มีการใช้สำริดเป็นเนื้อวัสดุด้วยคุณสมบัติเนื้อแน่นและให้เสียงกังวานและด้วยคุณสมบัติของสำริดที่มีความมันวาวขัดขึ้นเงาเหมือนทองจึงนิยมหล่อพระพุทธรูปและผลงานศิลปะประติมากรรมในรูปแบบใหม่ ๆ เพราะสามารถสร้างสีบนผิวได้หลากหลายเช่น เหลือง ทอง แดง ฟ้า เขียว น้ำตาลและดำ เป็นต้น






ปัจจุบันการหล่อโลหะสำริดเพื่องานศิลปะมีความต้องการมากในกลุ่มผู้สร้างสรรค์ศิลปะ ด้วยคุณสมบัติที่พิเศษ แต่ด้วยเทคนิคที่ต้องใช้ความชำนาญและความรู้ที่สูง จึงทำให้ผู้ที่จะนำวัสดุสำริดมาหล่อในอุตสาหกรรมครอบครัวน้อยลง แต่หันไปหล่อโลหะทองเหลืองมากขึ้น ดังนั้นภาควิชาประติมากรรมจึงเห็นว่า การจัดทำโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการประติมากรรมหล่อโลหะสำริด เพื่อให้เกิดการรวบรวมองค์ความรู้เผยแพร่ให้แก่ผู้สร้างสรรค์ประติมากรรมและในกลุ่มช่างหล่อโลหะสำริดในภาคอุตสาหกรรมครอบครัว (SME) หันมาพัฒนา เพื่อให้ก้าวไปสู่แหล่งอุตสาหกรรมโลหะสำริด (Bronze) ที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคต่อไป






นิทรรศการประติมากรรมหล่อโลหะสำริด เป็นผลงานของผู้เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการประติมากรรมหล่อโลหะสำริด โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ มาจากคณาจารย์ และนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ประกอบด้วยผลงานประติมากรรมหล่อโลหะสำริด จำนวนประมาณ ๕o ชิ้นงาน นำมาจัดแสดงเพื่อให้นักศึกษาศิลปะ และผู้สนใจทั่วไป ณ PSG Art Gallery คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยไม่เสียค่าเข้าชม


พิธีเปิดในวันจันทร์ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.oo น. ประธานในพิธี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยชาญ ถาวรเวช (อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร) ณ PSG Art Gallery คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพมหานคร


“สัมมนาเชิงปฏิบัติการประติมากรรมหล่อโลหะสำริด”
วันที่ : ๘ – ๓o กรกฎาคม ๒๕๕๖
เวลา : ๑o.oo – ๑๘.oo น.
สถานที่ : PSG Art Gallery คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์
มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดเพิ่มเติมโทร : o๒-๒๒๑-๓๘๔๑
เว็บไซต์ : su.ac.th



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"การแสดงศิลปกรรมครั้งที่ ๑ ของศิษย์เก่าคณะจิตรกรรมฯ ศิลปากร”


คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
สมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอเชิญชม "การแสดงศิลปกรรม ครั้งที่ 1 ของศิษย์เก่าคณะจิตรกรรมฯ"

ระหว่างวันที่ ๓ - ๓๑ กรกฏาคม ๒๕๕๖ ( พิธีเปิด ๓ ก.ค. ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.oo น. )

ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพมหานคร



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคสำนักงานอธิการบดี ม.ศิลปากร













"Unwrapping Culture”


ในเดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม ๒๕๕๖ นี้ ๑oo ต้นสนแกลเลอรี่ร่วมกับบริษัทไรมอน แลนด์จำกัด (มหาชน) ภูมิใจเสนอศิลปะการแสดงสดร่วมสมัยโดย พิเชษฐ์ กลั่นชื่น ศิลปินสาขานาฏศิลป์ไทยสมัยใหม่ ที่มีพรสวรรค์และน่าจับตามองที่สุดในวงการศิลปะร่วมสมัยไทย ด้วยผลงาน Unwrapping Culture ที่พิเชษฐ์จะนำคนดูเข้าไปสู่ความลึกซึ้งของประเพณีที่ฝังรากลึกอยู่ในความเป็น “ไทย” และ “วัฒนธรรมไทย” ได้อย่างออกรส และเนียนพอที่เราจะไม่รู้สึกว่าเขากำลังวิพากษ์สังคม


พิเชษฐ์เป็นทั้งนักเต้น นักสร้างสรรค์ท่าทางการร่ายรำแบบสมัยใหม่ ที่ประยุกต์เอาจากทฤษฎีการร่ายรำแบบดั่งเดิม มาใช้ให้เกิดการนำเสนอที่ร่วมสมัย และสะกดคนดูให้คิดตามไปกับวิธีคิดที่ต้องยอมรับว่าเขามีเอกลักษณ์และความสามารถที่ไม่เหมือนใครจริง ๆ


ในการแสดงสดชุด Unwrapping Culture นี้ พิเชษฐ์ต้องการเปิดประเด็น เล่าเรื่องราว และวิพากษ์วิจารณ์สังคม และเหตุการณ์บางเหตุการณ์ในปัจจุบัน ผ่านการแสดงออก และการเคลื่อนไหวของร่างกาย ควบคู่ไปกับการจัดฉาก และแสง ซึ่งทุกอย่างนี้เกิดจากการควบคุมด้วยตัวของศิลปินเองทั้งหมดเพียงผู้เดียว


Unwrapping Culture เปิดให้เข้าชมทั้งหมด ๑๔ รอบ การแสดงรอบละประมาณ ๒ ชั่วโมง หากท่านใดสนใจกรุณาจองบัตรล่วงหน้าได้ที่ ๑oo ต้นสนแกลเลอรี่ lyla@100tonsongallery.com หรือ เบอร์โทรศัพท์ o๘๔-๓๘๘-๑๔๘๘ และ o๒-๖๘๔-๑๕๒๗ ราคาบัตร ๑,๕oo บาทสำหรับบุคคลทั่วไป และ ๘oo บาทสำหรับ นักเรียน นิสิต นักศึกษา


รายละเอียดรอบการแสดง

วันพฤหัสบดีที่ ๒o มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น.
วันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น.
วันเสาร์ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น.

วันศุกร์ที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น.
วันเสาร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น.
วันศุกร์ที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น.
วันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น.

วันศุกร์ที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น.
วันเสาร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น.
วันอาทิตย์ที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น.
วันศุกร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น.
วันเสาร์ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น.

วันศุกร์ที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น.
วันเสาร์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น.


Read More: //www.portfolios.net/events/unwrapping-culture#ixzz2YT3Z54cm



ภาพและข้อมูลจากเวบ
portfolios.net













"วาดเพลง บรรเลงสี”


ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับ คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร สมาคมการ์ตูนไทย และ สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก จัดเทศกาล ‘การ์ตูนหน้าพระลาน ครั้งที่ ๖ วาดเพลง บรรเลงสี วิถีไทย’ ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ณ หอศิลปะและการออกแบบ คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร วังท่าพระ



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุค Art Eye View













ศิลปกรรมสีน้ำ "บ้านริมแม่น้ำนครชัยศรี"


ขอเชิญชมนิทรรศการศิลปกรรมสีน้ำ "บ้านริมแม่น้ำนครชัยศรี" โดย "อาจารย์สุรพล แสนคำ" ระหว่างวันที่ ๑o - ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๖ ทุกวันจันทร์ – เสาร์ ตั้งแต่ เวลา o๙.oo – ๑๖.๓o น. / หยุดวันอาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ หอศิลป์บรมราชกุมารี อาคารศูนย์ปฏิบัติการทัศนศิลป์สิรินธร คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคคณะจิตรกรรมฯ ศิลปากร













"มีไอเดียเจ็บ ๆ ... อย่าเก็บไว้ในถ้ำ”


วันนี้ – ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ มิวเซียมสยาม ถ. สนามไชย กรุงเทพฯ ขอเชิญเยาวชนอายุ ๑๘ – ๒๕ ปี ร่วมส่งไอเดียเจ็บ ๆ เข้าประกวดในโครงการ “Young Muse Project ครั้งที่ ๔” ปฏิบัติการค้นหานักพิพิธภัณฑ์สายพันธุ์สยามรุ่นใหม่


ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการได้โดยส่งแนวคิดเพื่อจัดทำนิทรรศการในหัวข้อ “สยาม ๒o๒o” เห็นอะไร ในอนาคต โดยอธิบายที่มาของแนวคิดทำนิทรรศการว่าจะนำเสนอเรื่องสยามในอนาคตแบบไหน อย่างไร และต้องมีความเป็นมิวเซียมสยามด้วย


โดยสามารถนำเสนอแนวคิดไม่จำกัดรูปแบบ อาทิ ภาพ Perspective, คลิปวีดีโอ, งานโมเดล, ภาพประกอบบรรยาย, เรียงความ หรืออื่นๆ โดยส่งผลงานเป็นทีม ทีมละ ๓ คนต่อ ๑ ผลงาน โดยจะมีการคัดเลือก ๕ ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบตัดสินในเดือนกันยายน ๒๕๕๖


ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้เดินทางไปชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี, พิพิธภัณฑ์กิมจิ, Trick Eye Museum และสถานที่สำคัญต่างๆ ณ ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้กลับมาพัฒนาแนวคิดผลงานให้เป็นจริง ณ มิวเซียมสยาม ภายใต้งบประมาณ ๓oo,ooo บาท


ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. o-๒๒๒๕-๒๗๗๗ ต่อ ๔๑๑, ๕๑๑ หรือ //www.facebook.com/museumsiamfan และ //www.museumsiam.org



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุค Art Eye View













"สมาคมรถคลาสสิคจัด Classic Car Exposition”


“ซีคอน บางแค” รวมพลสุดยอดรถผู้นำไทย-รถหรูคลาสสิคในงาน “CLASSIC CAR EXPOSITION 2013”ไฮไลท์จัดแสดง รถพระที่นั่ง, รถประจำตำแหน่งผู้นำไทย, พาหนะหรูคนดังคันละ ๒o ล้าน ฯลฯ เอาใจชาวฝั่งธน และพื้นที่ใกล้เคียง


โดยศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค ร่วมกับ สมาคมรถคลาสสิค ประเทศไทย จัดงาน “Classic Car Exposition 2013” มหกรรมรถคลาสสิคยิ่งใหญ่แห่งปี และถือเป็นครั้งแรกในย่านฝั่งธน ท่ามกลางคอนเซปต์ “ที่สุดแห่งยนตรกรรมคลาสสิคของผู้นำ” ระดมสุดยอดรถคลาสสิคบุคคลสำคัญหลากหลายอาชีพของเมืองไทย อาทิ รถพระที่นั่ง, รถประจำตำแหน่งผู้นำ,พาหนะหรูคนดัง, รถประหยัดพลังงานที่ดัดแปลงเป็นทางเลือกใหม่ ฯลฯ และรถหรูหาดูยาก Retro Cars อายุมากกว่า ๒๕ ปี ราคาคันละ ๒o ล้านบาทขึ้นไป กว่า ๕o คัน พร้อมเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ระหว่างวันที่ ๔ - ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖ บริเวณลานกิจกรรม ชั้น ๑ ศูนย์สรรพสินค้า ซีคอน บางแค … เรียกว่าโดนใจ ถูกใจ คนรักรถกันจุงเบยยยย!!!


ทั้งนี้นายจรัญ ผู้พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักสื่อสารการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท ซีคอน บางแค จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มในเรื่องของสันทนาการภายในครอบครัว และตอบโจทย์ความเป็นศูนย์สรรพสินค้าที่ครบครัน ทันสมัย เป็นเสมือนบ้านหลังที่สอง และส่วนหนึ่งของชุมชน โดยล่าสุด ได้ร่วมกับสมาคมรถคลาสสิค ประเทศไทย จัดงาน “Classic Car Exposition 2013” ภายใต้แนวคิด “ที่สุดแห่งยนตรกรรมคลาสสิคของผู้นำ” ระหว่างวันที่ ๔ - ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ ลานกิจกรรม ชั้น ๑ ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค เพื่อให้ประชาชนย่านฝั่งธนบุรี หรือกรุงเทพฯฝั่งตะวันตก ได้ร่วมสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับประสบการณ์สุดพิเศษอย่างเต็มที่ โดยระดมรถคลาสสิคหลากยุคหลายสมัยของผู้นำในสาขาอาชีพต่าง ๆ ของประเทศไทยจัดแสดง ถือเป็นครั้งแรกของการรวมตัวรถคลาสสิคหาดูยากที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในย่านฝั่งธน






สำหรับรถคลาสสิคของผู้นำไทยที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ประกอบด้วย อาทิ Austin A Sheerline ปี ค.ศ. ๑๙๔๗ รถพระที่นั่งสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ ของคุณประพนธ์ เตชะวิภาค Bentley Hooper Saloon Empress ปี ๑๙๕๒ รถประจำตำแหน่ง จอมพล ป.พิบูลสงคราม ของคุณบุญฤทธิ์ จุลละทรัพย์ Bentley Convertible ปี ๑๙๘๒ รถในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ของคุณสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง Checker 8 Doors รถประจำตำแหน่ง จอมพลประภาส จารุเสถียร ของคุณเจษฎา เทคนิค มิวเซียม Mercedes Benz 190SL รถพลอากาศเอกทวี จุลละทรัพย์ ของคุณบุญฤทธิ์ จุลละทรัพย์ Mercedes Benz 300SL รถของคุณสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง Mercedes Benz 170V รถของคุณโชติหิรัญ เปี่ยมสมบูรณ์ และ Mercedes Benz W111 รถของ คุณเคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับ รถยนต์ Ford Fossil Fuel รถใช้พลังงานฟืนหรือถ่านหินของคุณเจษฎา เทคนิค และรถหรูที่เป็น Retro Cars อายุตั้งแต่ ๒๕ ปีขึ้นไป มีมูลค่าคันละกว่า ๒o ล้านบาท จำนวนกว่า ๕o คัน มารวมไว้ในงานนี้



ภาพและข้อมูลจากเวบ
edtguide.com
thanonline.com












"ไทใหญ่ : มรดกร่วมล้านนา”


นิทรรศการศิลปะ “ไทใหญ่ : มรดกร่วมล้านนา” เป็นโครงการชนบทศึกษาของคณาจารย์และนักศึกษาระดับปริญญาโทของสาขาวิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยี่พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และศิลปินรับเชิญร่วมสร้างสรรค์ศิลปะ ด้วยการลงพื้นที่จริงของชุมชนชาวไทใหญ่ เพื่อศึกษาด้านสถาปัตยกรรมพื้นบ้านที่วัดม่วยต่อ วัดต่อแพ ศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่น และเรียนรู้ศึกษาข้อมูลจากบุคคล ปราชญ์ท้องถิ่น เพื่อการเข้าถึงธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ภูมิทัศน์ที่สวยงาม และวัฒนธรรมประเพณีในพื้นที่อำเภอขุนยวม, อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อนำแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ศิลปะในรูปแบบต่าง ๆ ของสื่อศิลปะร่วมสมัย เช่น งานวาดเส้น ภาพถ่าย จิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม ศิลปะจัดวางและวีดีโอ


โครงการนิทรรศการชนบทศึกษาดังกล่าว นอกจากเปิดโอกาสให้ศิลปินนำเสนอผลงานศิลปะที่รับแรงบันดาลใจจากชนบทแล้ว ยังเป็นการเข้าถึงวิถีชีวิตชนบทตลอดจนการจัดการ เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมต่อสาธารณะในส่วนภูมิภาค ด้วยการร่วมงานกับหอศิลป์ริมน่าน จังหวัดน่าน ซึ่งทางสถาบันศึกษาถือเป็นการแสวงหาประสบการณ์ และเป็นภารกิจหน้าที่ส่วนหนึ่งของศิลปินและนักศึกษาด้วย


หอศิลป์ริมน่านจึงถือว่านิทรรศการนี้คงจะงดงามและแทรกกลมกลื่นกับศิลปกรรมของเมืองน่านที่อบอวลด้วยศิลปะในอดีต ที่แฝงด้วยศิลปะแบบอย่างไทยใหญ่ พม่า และเจริญงอกงามด้วยศิลปกรรมร่วมสมัยของไทยเป็นอย่างดี ซึ่งคงจะเป็นนิทรรศการที่เหมาะสมกับพื้นที่เป็นอย่างดี


สำหรับ โครงการนิทรรศการชนบทศึกษา“ ไทใหญ่ : มรดกร่วมล้านนา” จัดแสดง ณ หอศิลป์ริมน่าน ระหว่างวันที่ ๖ กรกฎาคม - ๒o สิงหาคม ๒๕๕๖ สอบถามรายละเอียดได้ที่ หอศิลป์ริมน่าน โทร.o๘-๑๙๘๙-๒๙๑๒ เปิดบริการเวลา o๙.oo - ๑๗.oo น. ปิดบริการเฉพาะวันพุธ



ภาพและข้อมูลจากเวบ
banmuang.co.th
hotsia.com













"ซิมโฟนีหมายเลข ๘ (Symphony of a Thousand) กุสตาฟ มาห์เล่อร์”


ซิมโฟนีหมายเลข ๘ (Symphony of a Thousand)
กุสตาฟ มาห์เล่อร์

ผลงานอลังการระดับสุดยอดของดนตรีคลาสสิค
ที่ใช้วงดุริยางค์ขนาดใหญ่และนักร้องจำนวนมหาศาล

โดยศิลปินจากสี่ทวีป – นักร้องมหาอุปรากรระดับโลก ร่วมกับนักร้องประสานเสียงกว่า 10 คณะ จากไทย สาธารณรัฐเขค จีน อินโดนีเซีย สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา ฯลฯ

บรรเลงโดย สยามฟิลฮาร์โมนิค สยามซินโฟนิเอตต้า
และวงดุริยางค์แห่งชาติ มาเลย์เซีย
วิลโมส โอลาห์ - หัวหน้าวง
อำนวยเพลงโดย สมเถา สุจริตกุล

เปิดแสดงรอบปฐมทัศน์แห่งประเทศไทย
วันพุธที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๒o.oo น.
ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (หอประชุมใหญ่)



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"เสวนาละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ”


ชุมนุมตระกูลจุฑาเทพครั้งยิ่งใหญ่ของวงการวรรณกรรมและละครโทรทัศน์ ในโอกาสครบรอบ ๓๓ ปีของคณะมนุษยศาสตร์และ ๕o ปีของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ขอเชิญร่วมฟังเสวนาเรื่อง "สุภาพบุรุษจุฑาเทพ: ความสำเร็จของละครโทรทัศน์ยุคสื่อไร้พรมแดน"


วันอังคารที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๓.oo - ๑๖.oo น.
ณ ห้องประชุม ๑o๒o๑ อาคาร ๑o ชั้น ๒

ฟังบรรยาย

สหบท ผสมผสาน หลากหลายในสุภาพบุรุษจุฑาเทพ
ธเนศ เวศร์ภาดา

เสวนา สุภาพบุรุษจุฑาเทพ: ความสำเร็จของละครโทรทัศน์ยุคสื่อไร้พรมแดน
ประดับเกียรติ ตุมประธาน บรรณาธิการสำนักพิมพ์ พิมพ์คำ
แพรณัฐ ผู้เขียนนวนิยาย ตอนคุณชายรณพีร์
ปราณประมูล ผู้เขียนบทตอนคุณชายพุฒิภัทร
สมจริง ศรีสุภาพ ผู้กำกับตอนคุณชายปวรรุจ
ฐนธัช กองทอง ผู้นำเสวนา

*ไม่เสียค่าลงทะเบียน



ภาพและข้อมูลจากเวบ
humanities.utcc.ac.th













"ไฉไลไปไหน”


ในแต่ละยุคสมัยมักมีมุมมองเรื่องความสวยของผู้หญิงแตกต่างกันไป ยิ่งต่างสังคมและวัฒนธรรมยิ่งเป็นเรื่องราวชวนฉงน จนมีคำถามผุดขึ้นเรื่อยมาว่ากว่าจะได้มาซึ่งความงามที่ถูกตาต้องใจหนุ่ม พวกเธอต้องผ่านกระบวนการอย่างไร แล้วความสวยต้องแลกมาด้วยความทรมานจริงหรือ???...โจทย์ท้าทายสติปัญญาที่ดูเหมือนจะยากยิ่งกว่าให้นั่งถอดสแควร์รูทนี้ กำลังเปิดเครื่องหมายปรัศนี ในนิทรรศการ "ไฉไลไปไหน?" ทุกความสวยมีที่มา ทุกความงามมีที่ไป ของเหล่าคนหัวใสภายใต้หลังคามิวเซียมสยามช่วยกันหยิบจับเหตุและผลมากล่าวอ้าง


นิทรรศการ เล่าถึงมาตรฐานความงามของผู้หญิงในแต่ละวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นสังคมแบบจารีตหรือสังคมสมัยใหม่ ใช่ว่าจะเป็นความสวยความงามที่ไร้เหตุผล หากพิจารณาให้ดีแล้วจะพบว่าความพยายามของผู้หญิงที่ทำทุกอย่างได้เพื่อความงามนั้นล้วนมีบริบททางสังคมที่แวดล้อมตัวเธอเป็นสิ่งกำหนดและให้คุณค่าความงามเหล่านั้นที่แตกต่างออกไป ไฉไลไปไหน? จึงมุ่งค้นหาปัจจัยที่เป็นต้นเหตุของมาตรฐานความงามเหล่านั้นว่ามีอะไรบ้าง และเราจะสามารถหลุดพ้นจากเงื้อมมือของผู้บงการความงามเหล่านี้ได้หรือไม่!


และเพื่อให้กระจ่างต่อข้อสังสัยยิ่งขึ้น สมชัย ส่งวัฒนา ประธานอนุกรรมการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ หรือ มิวเซียมสยาม อธิบายมุมมองความงามว่า นิทรรศการเป็นเพียงอาหารสมองและไม่ได้มุ่งเน้นเพื่อให้เปลี่ยนความคิด ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องบล็อกความงามเกิดขึ้นมาเป็นร้อย ๆ ปี เกิดการตีค่าต่างกัน อยากให้เชื่อเพียงว่ามีหลายมุมมองความงามที่ทำให้ฉุกคิดอะไรได้บ้าง อย่างเทรนด์เกาหลี คือตัวแทนความเพอร์เฟกท์แล้วต้องกลับมาเป็นความไม่เพอร์เฟกท์ หรืออาจจะกระโดดไปเป็นมุมมองใหม่ ๆ เช่น ผู้หญิงมีหน้าอก ๓๕ นิ้ว เอว ๒๕ นิ้ว แบบนี้อาจไม่เท่ก็ได้ อยู่ที่ระบบสังคมจะมีตัวกระตุ้นอะไรทำให้คนในสังคมอยากเป็น






พียงก้าวแรกสัมผัสอาจตกตะลึงกับรูปแบบการจัดองค์ความรู้ที่ดูจะผิดแผกจากความคุ้นเคย ภายใน ๑o โซนบนเนื้อที่ไม่มากไม่น้อยนี้ เนื้อหาบางมุมประหนึ่งโรงงามอุตสาหกรรมความงาม มีสายพานลำเลียงชิ้นส่วนมนุษย์ก่อนจะประกอบเป็นความงามที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งตำนานความงามตั้งแต่หัวจรดเท้าในบริบทต่างๆ อาทิ "สวยใสใส่จานปาก" สะท้อนวิถีของผู้หญิงเผ่ามูร์ซีในประเทศเอธิโอเปียที่ต่างนิยมระเบิดริมฝีปาก แล้วสอดแผ่นจานดินเผ่าขนาดใหญ่เป็นเครื่องประดับทำให้เนื้อบริเวณริมฝีปากแผ่กว้าง เป็นความงามตามแบบฉบับของชนเผ่า โดยมีความเชื่อว่าปากที่บานใหญ่คือความพร้อมสู่วัยเจริญพันธุ์ พวกเธอต้องทำงานบ้าน เลี้ยงลูก ปรนนิบัติสามี ใช้ชีวิตพร้อมประคองแผ่นดินเผาไม่ให้แตกหักคาปาก


หันมามองความงามในแบบสาวชาวเอเชีย กับ "แรงปรารถนาแห่งปลายเท้า" ที่มีค่านิยมเรื่องการรัดเท้าให้เล็กจนผิดรูปต่ำกว่า ๖ นิ้ว เริ่มจากการดัดและพับฝ่าเท้าจนหักจากนั้นใช้ผ้าดึงปลายเท้าเข้าหาส้นเท้าและมัดให้แน่น ซึ่งเท้างามในฝันของชาวจีนคลั่งไคล้ประกอบด้วยลักษณะ ๗ ประการ คือ เล็ก แคบ ตรง แหลม โค้ง อ่อนนุ่ม และมีกลิ่นหอม กลายเป็นค่านิยมภายใต้ความพิการที่จะติดตัวไปชั่วชีวิต และนั่นเอง (อาจ) เป็นความสวยในสายตาผู้ชายที่ช่วยปลุกความกำหนัดได้เทียบเท่าอวัยวะเพศ เป็นถึงขนาดนี้แล้วจะไม่ให้ชายชาวมังกรเห็นว่าเท้าเล็กไม่สวยได้อย่างไร






หรือจะเป็น "สวยแคร์สื่อ ไฉไลท้าทายชาติกำเนิด" ทำไม ขาว ผอม ตู้ม แล้วจึงสวย!! พิมพ์นิยมอย่างสาวตะวันตกเป็นไม้บรรทัดวัดความไฉไลของสาวไทย นางจึงยอมทุ่มทุน "โม" ให้ใกล้เคียงฝรั่งผู้มีอิทธิพลครอบงำทัศนคติสังคมไทยมานาน ผลิตภัณฑ์ความงามมากมายจึงวางขายเกลื่อน โดยมีสื่อโฆษณาคอยเย้ายวนโฉมตรูผู้ขาดความมั่นใจในรูปลักษณ์ ให้เกิดความรู้สึกอยากสวยอย่างเขา ส่วนความงามอื่นๆ ก็อย่าง คองาม "ระหง"ตามตำนาน, แฟชั่นรัดติ้ว เอวกิ่วแค่คืบ, "แน่นอก" แบบขอม "แน่นอก" แบบแขก, อ้อนแอ้นอย่างนางสีดา, ล่ำรักชาติ, เมื่อมะกันทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ ใช้ไฉไลเป็นอาวุธ และ เกาหลีฟีเวอร์ รักเธอนะยัยจมูกงอน


"จริง ๆ กระแสโลกเปลี่ยน อยู่ที่ใจเรา ถ้าไม่นิ่งพอก็ทรมาน แต่ถ้ามีเหตุผลชัดเจนว่าเราจะปรับตัวอย่างไร ความนิ่งคือความเท่อย่างหนึ่งที่ไม่ต้องตามใครก็ได้ ถามว่าคนดูจะได้อะไรกลับไป เป็นเรื่องพูดยาก แต่ละคนคิดต่าง แต่เชื่อว่าทุกคนต้องได้และได้ไม่เหมือนกันด้วย ท้ายที่สุดจะมีบทสรุปของบางอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่เชื่อขนมกินได้เลยคืออุตสาหกรรมความงามจะบูม จนอยากชวนให้ค้นหาต่อไปอีกว่า "ความงามแท้จริงแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอยู่ตรงไหน แล้วจะมีชีวิตอย่างไรกับความงามของตัวเอง" กูรูด้านแฟชั่นและความงาม ทิ้งปรัศนีรั้งท้าย....


นิทรรศการที่ไม่ว่าหญิงหรือชายควรมีโอกาสได้ชมนี้ จัดไปจนถึงวันที่ ๒๙ กันยายน ที่อาคารอเนกประสงค์ ภายในมิวเซียมสยาม สอบถามโทร.o-๒๒๒๕-๒๗๗๗



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net













"เทศกาลปล่อยแสง ตอน ๑o เต็ม ๑o ”


TCDC เปิดพื้นที่สนับสนุนและการันตีผลงานดีมีคุณภาพของบัณฑิตใหม่จากทุกสถาบัน ให้ร่วมอวดศักยภาพ “เต็มสิบ” เพื่อต่อยอดความสำเร็จให้เติบโตอย่างมืออาชีพใน เทศกาลปล่อยแสง ๑o ตอน ๑o เต็ม ๑o หนึ่งในกิจกรรมเด่นภายใต้โครงการ “Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์” เพื่อร่วมผลักดันเยาวชนของชาติให้ได้มีโอกาสค้นหาและพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ และเตรียมความพร้อมก่อนก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้าอย่างสร้างสรรค์ต่อไป


เทศกาลปล่อยแสง เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ “Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์” ซึ่งจัดขึ้นตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศด้วยการมุ่งพัฒนาไป สู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ภายใต้สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) จึงได้จัดงานเทศกาล “ปล่อยแสง คิด/ทำ/กิน ” ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสสำหรับทุกคนในการนำเสนอความคิดและ ผลงานสร้างสรรค์ที่สามารถผลิตเป็นชิ้นงานได้จริง และสร้างบรรยากาศแห่งการพบปะ แลกเปลี่ยนระหว่างเจ้าของผลงานและผู้ที่สนใจ อันจะนำไปสู่การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เพื่อการสร้างรายได้ต่อไป


เทศกาลปล่อยแสง ๑o ตอน ๑o เต็ม ๑o พร้อมเปิดพื้นที่ลานปล่อยแสงสำหรับนิสิต นักศึกษา ระดับปวช. ปวส. ปริญญาตรี และปริญญาโท ที่กำลังจะจบการศึกษาในปีการศึกษา ๒๕๕๕ (พ.ศ. ๒๕๕๖) โดยไม่จำกัดสาขาวิชาและสถาบัน เพียงเป็นเจ้าของผลงานจบการศึกษาที่เปี่ยมคิดสร้างสรรค์และพร้อมต่อยอดไปด้วยกันในโลกธุรกิจจริง ลานปล่อยแสงพร้อมเปิดพื้นที่ให้ผลงานของคุณได้ฉายแสงแห่งศักยภาพเพื่อเป็นก้าวแรกที่มั่นคง







ภาพและข้อมูลจากเวบ
matichon.co.th
contestwar.com













"Creative Fine Art 2013 : เศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรม”


กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม กำหนดจัดงาน “Creative Fine Arts 2013 : เศรษฐกิจ สร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรม” เพื่อแสดงผลงานการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากมรดกศิลปวัฒนธรรม การแสดงนิทรรศการ การสาธิต และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์จากทุนทางมรดกศิลปวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๒ กรกฏาคม ๒๕๕๖ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า


โครงการ “Creative Fine Arts 2013 : เศรษฐกิจ สร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรม” เป็น โครงการที่กรมศิลปากรดำเนินการเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนนำองค์ความรู้จากมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไปใช้ในการสร้างสรรค์ พัฒนา และต่อยอดผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมที่มีคุณภาพ หรือบริการอื่น ๆ ตามความเหมาะสมของเอกลักษณ์ในแต่ละชุมชน


การสร้างต้นแบบและต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์จากทุนทางมรดกศิลปวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งเป็นการรักษาองค์ความรู้ทางศิลปวัฒนธรรมที่กำลังจะสูญหายให้คงอยู่สืบไป โดยภายในงานจะมีการจัดนิทรรศการ การสาธิตผลิตภัณฑ์ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สืบทอด สร้างสรรค์ต่อยอดผลิตภัณฑ์จากมรดกทางศิลปวัฒนธรรม การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และของที่ระลึกของหน่วยงานในกรมศิลปากร ประกอบด้วย การส่งเสริมการสร้างผลิตภัณฑ์แก่ชุมชน ส่งเสริมชุมชนในการสร้างผลิตภัณฑ์จากมรดกศิลปวัฒนธรรม เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบทอดฝีมือช่าง ภูมิปัญญาที่กำลังจะสูญหายให้คงอยู่ ได้แก่ โครงการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบโบราณวัตถุ


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ชุด “ลวดลายสัญลักษณ์สัตว์มงคลล้านนา” โดยนำมาออกแบบเป็นลายกราฟฟิกทดลองวางตกแต่งผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น นาฬิกาข้อมือ สายรัดข้อมือ ปกสมุด เป็นต้น โครงการพัฒนาต้นแบบภาชนะดินเผาและประติมากรรมดินเผา บ้านสันเหมือง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน โครงการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์จากมรดกศิลปวัฒนธรรมเครื่องแก้วโบราณจากฐานความรู้โบราณคดี เช่น กำไลข้อมือ สร้อยคอ พวงกุญแจ โครงการสืบสานงานศิลป์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปินพื้นบ้าน จังหวัดชายแดนใต้ ผ้าปะลางิง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากทุนทางมรดกศิลปวัฒนธรรม อาทิ


โครงการผลิตของที่ระลึก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป นำงานศิลปะของ ศิลปินที่มีชื่อเสียงมาจัดทำผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก ชุด “Arts Collection from The National Gallery Bangkok, Thailand”

โครงการผลิตของที่ระลึก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์

โครงการจัดทำของที่ระลึกเครื่องประดับแหวนสมัยทวารวดี (พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ อู่ทอง)

โครงการจัดทำหุ่นจำลองและผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ โครงการจัดทำโปสการ์ดภาพถ่ายจดหมายเหตุ ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี

โครงการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์จากมรดกศิลปวัฒนธรรม : รังสรรค์งานศิลป์ สู่…ผลิตภัณฑ์เมืองกำแพงเพชร ได้แก่ โคมไฟ และของตกแต่งบ้าน

โครงการสร้างสรรค์ต้นแบบผลิตภัณฑ์จากทุนทางวัฒนธรรม “คิด ฟอร์ คิดส์” สร้างสรรค์เป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก “ของเล่น” อาทิ สร้างความเข้าใจองค์ประกอบสถาปัตยกรรมของเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์กับบล็อกไม้ ด้วยชุดตัวต่อไม้ วัดมหาธาตุ ชุดหมากรุกสังคโลก

โครงการผลิตของที่ระลึกพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช นำลวดลายต่างๆ บนหน้ากลองมโหระทึกมาใช้ในการออกแบบแหวน ต่างหู กระดุมข้อมือเสื้อ ผ้าเช็ดหน้า เนคไท การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากแหล่งมรดกศิลปวัฒนธรรม นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ได้แก่ โครงการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมชาติพันธุ์ในประเทศไทย ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก


ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมงาน “Creative Fine Arts 2013 : เศรษฐกิจ สร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรม” เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์จากทุนทางมรดกศิลปวัฒนธรรม และชมการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี จากสำนักการสังคีต ตั้งแต่วันที่ ๙ - ๑๒ กรกฏาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๑.๐๐ น. – ๒๑.๓๐ น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า



ภาพและข้อมูลจากเวบ
tomorrow.prd.go.th













"Frameless”


“Frameless” : อิสระในการคิด “ไม่ต้องเกริ่นไปไกล เราแค่กำลังจะทำสิ่งที่เราสร้างด้วยตัวเอง การคิดด้วยตัวเอง การแสดงออกด้วยตัวเอง รวมถึงการทำศิลปะที่เราอยากคิดและอยากจะทำด้วยเองโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ”


ทำทำไม? เพื่ออะไร? เหตุผล? เราตอบ เราสนองความต้องการตัวเองล้วนๆ เราทำเพราะเราอยาก ทำเพื่ออยาก เหตุผลเพราะอยาก เราไม่ต้องป่วยหรือไม่ต้องมีอาการทางจิต (ทุกข์-สุข) ใด ๆ เราก็สามารถสร้างงานได้โดยไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีข้ออ้าง มันอาจจะเป็นเหตุผลส่วนตัวมาก ๆ แต่เราคิดว่ามันคือความจริงโดยเรียบง่าย… ศิลปะไม่ได้สูงค่า ไม่ไกลตัว แต่อยู่รอบๆตัวเรา ไม่ใกล้ไม่ไกล แค่เพียงเปิดความคิดตัวเองให้เป็นอิสระ และทำมันด้วยใจจริง


วัสดุตั้งคำถาม บริบทตั้งตำถาม เราเองตั้งคำถาม สถานที่ตั้งคำถาม คนดูตั้งคำถาม อิสระในการคิด คือ คำตอบ


บทความ : จุฑารัตรน์ ขยันสลุง

Actually : ผมคิด ๆ อยู่เหมือนกัน ก่อนที่จะตัดสินใจลงมือเขียนบทความ

กลัวเขียนอะไรออกมาแล้วไม่เข้าหู ศิลปินเธอจะหาว่าผมเป็นคนป่วย ๆ ไปด้วยหรือไม่ แต่ก็นั่นแหละครับ พฤติกรรมเด่นอันเนื่องมาจากความเป็นโรคจิตอ่อน ๆ ของมวลมนุษยชาติ เห็นจะไม่พ้นเรื่องการแสดงออก “เราแต่งจิตให้เป็นเช่นไร บุคลิกภาพก็มักออกมาเช่นนั้น” ผมคนหนึ่งหล่ะที่ไม่รอด


สำหรับ Concept – Frameless ไร้กรอบไร้แบบแผน ศิลปินเลือกหยิบจับเอาบริบทรอบตัวมาพรีเซ้นท์, อินสตอลเลชั่นความเพ้อฝันของเธอกับวัสดุไร้ประโยชน์เข้าด้วยกัน ผสมพันธุ์รูปทรงมีนามและไร้นามไว้ในลักษณะ ๒ มิติ และ ๓ มิติ ตอบโจทย์ให้กับการแสดงเดี่ยวครั้งแรกด้วยพันธนาการทางความคิด ทดลองการก้าวเดินด้วยเศษขยะ แอคชั่นง่อยๆ ถ้อยคำง่าย ๆ หลายคำที่เธอพยายามอธิบายออกมาผมพอเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร บ่อยครั้งที่ความจริตแบบกว้าง ๆ ของบางผู้คน ก็กลับกลายเป็นความวิตถารของสังคมไปโดยปริยายในมุมนั้น…


กล่าวด้วยทางของผม Frameless มันก็ทำงานของมันบางอย่าง ด้านหนึ่งวิพากษ์สังคม ส่วนอีกไม่รู้กี่ด้าน มันก็จะถูกวิจารณ์ต่างๆ นานา ประเด็นมันขึ้นอยู่กับว่า เราพอใจจะโอเคกับมันในระดับไหนเท่านั้นเอง จะว่าไปแล้ว ผมเองเห็นว่าคอนเซ็ปที่เรากำลังกล่าวถึงอยู่นี้มันค่อนข้างอึดอัด ไร้ไอ้โน่นไอ้นั่นไอ้นี่ ชี้นี่ชี้นั่นด้วยความค้างคาใจ แต่…บทสรุปของความไม่สวยหรูที่ศิลปินจงใจรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อสนองอิสระทางความคิดของเธอ ท้ายที่สุดแล้วมันจะกลายเป็นการสมสู่ซึ่งกันระหว่างความพิการทางจริต หรือมันจะเป็นบางสิ่งบางอย่างที่คอยกระแนะกระแหนจะก้านของคนและศิลปิน


อันนี้ก็เรื่องของมัน…

งานเปิดนิทรรศการ : วันเสาร์ที่ ๒o กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น. เป็นต้นไป

นิทรรศการ : “Frameless”: อิสระในการคิด
ศิลปิน : แก้วตระการ จุลบล
วันที่ : ๒o กรกฎาคม - ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : หลังแรก Bar Restaurant Gallery (บ้านเลขที่1 ซอยมหรรณพ1 ถนนมหรรณพ เสาชิงช้า พระนคร กรุงเทพ)
ติดต่อโทร : o๘๑-๓o๖-๗oo๗, o๘o-๒o๒-๘o๖๒
Email : hlung-raak@hotmail.com , nymm_@hotmail.com
facebook : //www.facebook.com/hlungraakbarbangkok
website : //www.hlungraakbar.in.th/



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"เทศกาลศิลปวัฒนธรรมอาเซียน กรุงเทพฯ”


ก้าวสู่ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ เปิดภาพอาเซียนในมิติชุมชนสังคมศิลปะและวัฒนธรรม “เปิดรับ—แบ่งปัน”

กรุงเทพมหานคร และ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงาน “เทศกาลศิลปวัฒนธรรมอาเซียน กรุงเทพฯ : BANGKOK ASEAN ART & CULTURE FESTIVAL (BAAF) เพื่อเปิดพื้นที่การรับรู้เรื่องประชาคมอาเซียนด้านสังคม วัฒนธรรม และสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในภาคประชาชน โดยมุ่งเน้นการสร้างทัศนคติการแบ่งปัน ร่วมคิดร่วมทำของประชาคมอาเซียน ภายใต้แนวคิด “เปิดรับและแบ่งปัน” (OPEN & SHARE) เพื่อเปิดรับความแตกต่างหลากหลายของวัฒนธรรม และแบ่งปันประสบการณ์และโอกาสในการสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมระหว่าง ๑o ประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นการสนับสนุนมิติอาเซียนในด้านประชาคม สังคม และวัฒนธรรม (ASCC) ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดประเทศต้อนรับประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ซึ่งจะเกิดขึ้นในปีพ.ศ. ๒๕๕๘


“เทศกาลศิลปวัฒนธรรมอาเซียน กรุงเทพฯ : BANGKOK ASEAN ART & CULTURE FESTIVAL (BAAF)” ประกอบไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลาตลอดปีพ.ศ. ๒๕๕๖ และ ๒๕๕๗


• ช่วงแรก มิ.ย. – ส.ค. ๒๕๕๖ กิจกรรมการเพิ่มพูนองค์ความรู้ อาทิ ปาฐกถา เสวนา ประชุม ฯลฯ เพื่อรวบรวมข้อมูลพื้นฐานจากบุคคลผู้เชี่ยวชาญ ปรับพื้นฐานความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยมีกลุ่มนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านอาเซียนและศิลปวัฒนธรรมให้เกียรติมาให้ข้อมูล อาทิ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ดร.อัมพร จิรัฐติกร คุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์ เป็นต้น


• ช่วงที่สอง ก.ย.- ต.ค. ๒๕๕๖ กิจกรรมเชิงปฏิบัติการด้านศิลปวัฒธรรมอาเซียน โดยหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมอาเซียน อาทิ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสวนาดนตรีอาเซียน ศิลปะการแสดงชุดมายายักษ์ โดย คณะละครอนัตตา และคณะละคร ๘ x ๘ เป็นต้น


• ช่วงที่สาม ต.ค. ๒๕๕๖ - มี.ค. ๒๕๕๗ นิทรรศการศิลปะและกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมอาเซียน อาทิ กิจกรรมวรรณกรรมอาเซียนโดย สศร. นิทรรศการศิลปะ SEA Conceptual – ความคิด/ขัดขืน และ SEA Media Arts โดยหอศิลปกรุงเทพฯ ร่วมกับ เจแปนฟาวน์เดชั่น รวมถึงนิทรรศการจากองค์กรร่วมจัด อาทิ สศร. คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร หอศิลป์ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เช่น หอศิลป์ตาดูไทยยานยนตร์ นำทองแกลลอรี่ และกลุ่มแกลลอรี่ สีลมแกลลอเรีย เป็นต้น


๑๓ - ๑๕ ธ.ค. ๒๕๕๖ ASEAN FILM NIGHTS ณ ลานด้านหน้าหอศิลปกรุงเทพฯ พบกับบรรยากาศการฉายหนังกลางแปลงที่สะท้อนวัฒนธรรมจากประเทศอาเซียน เพลิดเพลินไปกับ ASEAN Street Food การแสดงดนตรีร่วมสมัยจากนานาประเทศในอาเซียน ฯลฯ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมไฮไลท์ของเทศกาลที่เปิดโอกาสให้อาเซียนได้มาเปิดรับและแบ่งปันร่วมกัน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Bangkok ASEAN Art Culture Festival และ Email: baaf2013@gmail.com


หน่วยงาน องค์กร หรือบุคลลที่สนใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม สามารถติดต่อได้ที่โทร o๒-๒๑๔-๖๖๓๘ ต่อ ๕๑๙ (ติดต่อ คุณรอย, คุณจิน, คุณพาม) Email: baaf2013@gmail.com







ภาพและข้อมูลจากเวบ
bacc.or.th
เฟซบุค Apirak Kosayodhin













"นิทรรศการ Life of Terada Moke”


ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ร่วมกับ แจแปน ฟาวเดชัน ประเทศไทย Meets Project in Asia และ Terada Mokei เชิญชมนิทรรศการงานโมเดลกระดาษจากประเทศญี่ปุ่น "Life of Terada Mokei" ค้นหาความเป็นไปได้ของการสร้างแบบที่เกิดจากการย่อส่วนและการให้รายละเอียดของโมเดล (แบบจำลอง) ผ่านงานแสดงผลงานชุดสถาปัตยกรรมเมืองดังทั่วโลก อาทิ โตเกียว นิวยอร์ก อัมสเตอร์ดัม และผลงานชิ้นใหม่ล่าสุดในเวอร์ชั่น กรุงเทพมหานครฯ


นำเสนอสัญลักษณ์แทนความเป็นไทยเช่น รถตุ๊กตุ๊ก รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ร้านรถเข็นข้างทาง ผ่านสายตาของสถาปนิกชาวญี่ปุ่น


สนใจเข้าชม นิทรรศการ "Life of Terada Mokei" สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑o.๓o - ๒๑.oo น. (เว้นวันจันทร์) ณ โถงทางเข้า และห้องสมุดเฉพาะด้านการออกแบบ TCDC ชั้น ๖ ดิ เอ็มโพเรียม ช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ o๒-๖๖๔-๘๔๔๘ ต่อ ๒๑๓, ๒๑๔ และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ tcdc.or.th



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thailandexhibition.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดศิลปะค่ะ



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 09 กรกฎาคม 2556
Last Update : 9 กรกฎาคม 2556 10:02:33 น. 0 comments
Counter : 2101 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.