happy memories
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
17 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๖๑




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto









"สมเด็จย่ากับพระราชศรัทธาแห่งธรรม”


เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๑ ตุลาคม ของทุกปี บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ชวนร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย รวมถึงร่วมแสดงมุทิตาจิตในโอกาสที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก มีพระชนมายุ ๑oo พรรษา ในงานนิทรรศการ "คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ ๑๗ ระหว่างวันที่ ๑๗-๒๓ ตุลาคม ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงานในวันจันทร์ที่ ๒๑ ตุลาคม เวลา ๑๗.oo น. ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น ๑ สยามดิสคัฟเวอรี่






นิทรรศการ "คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ ๑๗ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "พระราชศรัทธา" ภายในนิทรรศการสะท้อนให้เห็นถึงพระราชจริยาวัตรในทางพระศาสนาของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงเจริญศีล สมาธิ และทรงใฝ่ศึกษาพระธรรมอย่างลึกซึ้ง ทรงนำหลักธรรมทางศาสนามาเป็นแบบปฏิบัติในการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย บนพื้นฐานของความมีเหตุผลและการใช้ปัญญา ซึ่งเป็นแบบอย่างดีงามที่ผู้มีใจในการศึกษาและปฏิบัติธรรมทั้งปวงสามารถนำไปเป็นแนวทางสำหรับตนได้เสมือนทรงพระกรุณานำมาพระราชทานแก่คนทั่วไป โดยทรงปฏิบัติด้วยพระองค์เองเป็นแบบอย่าง






การส่งเสริมการศึกษาและปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนาตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีนั้น โปรดให้จัดขึ้นหลายรูปแบบ เช่น ให้มีปาฐกถาธรรมเป็นครั้งคราว, ให้มีการบรรยายธรรม ซึ่งเรียกว่า "รายการบริหารทางจิต" ทางสถานีวิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิต และการจัดพิมพ์หนังสือธรรมทางพระพุทธศาสนาสำหรับพระราชทานแก่ข้าราชการและประชาชนทั่วไป โดยในปีพุทธศักราช ๒๕o๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาราธนาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ตั้งแต่ครั้งยังทรงดำรงพระสมณศักดิ์ที่พระธรรมวราภรณ์ ทรงแสดงธรรมบรรยายและเรียบเรียงหนังสือขึ้นในหลายโอกาส






โดยภายในนิทรรศการแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ บอกเล่าถึงพระราชจริยวัตรและความสนพระราชหฤทัยในทางพระศาสนา รวมทั้งหลักปรัชญาของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยได้จำลองงานฝีพระหัตถ์, พระราชหัตถเลขา ตลอดจนหนังสือชุดรวมธรรมะที่ทรงมีพระราชปรารภให้จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเผยแพร่มาจัดแสดงพร้อมคำอธิบาย





พระพุทธรูปฝีพระหัตถ์



โซนที่ ๑ "พระราชศรัทธา" จัดแสดงหนังสือธรรมะในพระราชปรารภสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เช่น หนังสือ "ธรรมบรรยาย" ซึ่งได้ถอดเสียงจากการบรรยายธรรมทางวิทยุของสถานีวิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิต ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดรายการดังกล่าวขึ้นเป็นประจำทุกวันตลอดการทรงพระผนวชพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. ๒๔๙๙, หนังสือ "การบริหารทางจิต" อันเกิดขึ้นจากรายการบรรยายธรรมทางวิทยุในชื่อเดียวกันทางสถานีวิทยุ อ.ส.เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๑ โดยโปรดให้อาราธนาสมเด็จพระสังฆราช ตั้งแต่ครั้งยังทรงดำรงพระสมณศักดิ์ที่พระสาสนโสภณ ทรงดำเนินรายการทั้งสำหรับเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่น และผู้ใหญ่ ต่อมาเมื่อทรงดำเนินรายการมาครบปี จึงโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมคำบรรยายและจัดพิมพ์ขึ้นพระราชทานเป็นครั้งแรกในวันวิสาขบูชา พ.ศ. ๒๕๑๒





ฐานรองพระพุทธรูปฝีพระหัตถ์



โซนที่ ๒ "ศิลปะ...เหตุผล" จัดแสดงรูปถ่ายและแบบจำลองพระพุทธรูปเซรามิกฝีพระหัตถ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระพุทธรูปฝีพระหัตถ์นี้อาจมิใช่งดงามด้วยความวิจิตรพิสดารทางศิลปะ แต่งดงามด้วยพระพุทธลักษณะที่สงบนิ่งมั่นคง อันสะท้อนถึงพระราชหฤทัยอันสงบสันโดษ นอกจากนี้ยังมีภาพวาดฝีพระหัตถ์บนจานเซรามิก พระราชทานชื่อว่า "Navire Plastrem" (นาเวียล ป้าดแทรม) เป็นภาพกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่ง โดยที่ดาวแต่ละดวงแทนนักปราชญ์และนักเขียนบางคนที่โปรดหรือทรงนับถือ ทรงเขียนอักษรย่อชื่อนักปราชญ์และนักเขียนกลุ่มนี้ไว้ด้านหลังของจาน โดยมีคำว่า "ศิลปะ" และ "เหตุผล" ในภาษาฝรั่งเศสรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ทรงเขียนประโยคว่า "C′est avec ce navire que je vais voyager" (เซ ตะแว็ก เซอ นาเวียล เกอะ เชอ เว วัวยาดเช่ ) แปลความว่า "ฉันจะเดินทางด้วยเรือลำนี้"





ด้านหน้าจานเซรามิคฝีพระหัตถ์



สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงอาศัยงานอดิเรกเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติ เจริญพระสมาธิ ผลงานฝีพระหัตถ์ในส่วนนี้ สะท้อนถึงพระราชจริยวัตรและพระราชอัธยาศัยในพระศาสนา ปรัชญา และศิลปะ ทรงผสานองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ที่ทรงศึกษาและถ่ายทอดออกมาผ่านงานฝีพระหัตถ์อันเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความลุ่มลึก





ด้านหลังจานเซรามิคฝีพระหัตถ์



โซนที่ ๓ "ปัญญา+ความรู้ที่ถูกต้องก็ทำไปในทางที่ถูก" จัดแสดงหนังสือชุด "รวมธรรมะ" โดยพระราชปรารภสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พร้อมทั้งพระราชหัตถเลขาและเอกสารเกี่ยวเนื่องในการผลิตหนังสือชุดดังกล่าว หนังสือชุดนี้ประกอบไปด้วย หัวข้อธรรมในพระพุทธศาสนาพร้อมคำอธิบายที่กระชับได้ใจความ เรียบเรียงด้วยภาษาที่เรียบง่ายเป็นที่เข้าใจได้สำหรับบุคคลทั่วไป ทั้งนี้ในปีพุทธศักราช ๒๕๑๔ ทรงมีพระราชปรารภว่าควรมีหนังสือแนะแนวคำสั่งสอนในศาสนาอิสลาม สำหรับพระราชทานแก่ประชาชนในภาคใต้ผู้นับถือศาสนาอิสลามและสำหรับผู้ประสงค์จะทราบทั่วไป จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์หนังสือ "ศาสนาอิสลามสอนอะไร" ขึ้นอีกด้วย





หนังสือรวมชุดธรรมะ



จากพระราชบันทึกข้อพระราชดำริเรื่องปัญญา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีพระราชดำริว่าปัญญาเป็นเรื่องสำคัญในการศึกษาและปฏิบัติธรรมตามหลักพระศาสนา เพราะปัญญาอาจเป็นตัวหนุนให้คนทำดีหรือชั่วได้ ด้วยแนวทางพระราชดำริดังกล่าว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำหนังสือชุด "รวมธรรมะ" ขึ้น ด้วยพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานแนวทางการดำเนินชีวิตที่สงบเรียบง่ายสำหรับบุคคลทั่วไป โดยใช้หลักศาสนาเป็นแบบปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างสงบและประสบความเจริญ



ภาพและข้อมูลจากเวบ
matichon.co.th













"พระองค์หญิงอทิตยาทรฯ ทรงร่วมออกแบบเสื้อช่วยน้ำท่วม”


ตามที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงเคยเสด็จเป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดวัง ต.บางระกำ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ ๖ พ.ย. ๒๕๕๔ ตามกำหนดการสถานที่จัดงานต้องจัดภายในวัด แต่เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมจึงเปลี่ยนสถานที่จัดงาน เป็นที่ว่าการ อ.นครหลวง และหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนั้นทำให้วัดวังได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก






พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ จะเสด็จเป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดวัง ในวันที่ ๒o ต.ค. ๒๕๕๖ จึงมีพระประสงค์ที่จะช่วยเหลือบูรณปฏิสังขรณ์วัดวังจากเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างหนักในปี ๒๕๕๔ โดยโปรดให้จัดทำเสื้อยืดและถุงผ้าพิมพ์ลาย ทรงออกแบบร่วมกับ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติปี ๒๕๔๔ ในลาย “ช้างนพสุบรรณ” ซึ่งมีความหมายว่า ช้างหนึ่งมีนามกุญชร รูปทรงบวรสมบูรณ์ศุภลักษณา, เท้าสี่อีกหางงวงงา องคชาติคชาก็จรดลงดินด้วยกัน, ชื่อนพสุบรรณสรรพสรร เก้าสิ่งสำคัญทั้งเก้าจรดดินดูงาม, เป็นช้างมงคลฤนาม ศัตรูเข็ดขาม ก็พ่ายทุกทิศอัปรา นพแปลว่า เก้า และสุบรรณในที่นี้ หมายถึงช้าง จึงหมายรวมว่า ช้างซึ่งมีเก้ามงคลในตัวคือ มีเท้าสี่เท้า งาสองข้าง งวงหนึ่งงวง หางหนึ่งหาง และองคชาติอีกหนึ่ง รวมเป็นเก้าอย่าง ซึ่งมีความยาวจรดดินถือเป็นสิ่งหาได้ยากและเป็นมงคล






สำหรับเสื้อยืดและถุงผ้าพิมพ์ลายนำออกจำหน่ายแก่ผู้มีจิตศรัทธา เสื้อยืดสีขาวและสีดำ ราคาตัวละ ๓๙๙ บาท มีขนาด เอสเอส, เอส, เอ็ม, แอล, เอ็กซ์แอล และถุงผ้า สีดำและสีขาว ราคา ๓๕o บาท เพี่อนำรายได้เข้าร่วมทำบุญในงานถวายผ้าพระกฐิน และสมทบทุนบูรณปฏิสังขรณ์วัด สร้างหอสวดมนต์ และกุฏิสงฆ์ มีจำหน่ายที่ร้าน “ชบาทิพย์” โทร o๒-๔๔๑-๕o๙o ต่อ ๑๖o๙ ,สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร o๓๕-๓๓๖๕๕๔ ต่อ ๒๒, ร้าน “ถักร้อยสร้อยรัก” รพ.จุฬาภรณ์ โทร o๒-๒๕๖-๖๑o๘, o๒-๕๗๖-๖๑๒๗ ,พิพิธภัณฑ์บ้านดำ อ.เมือง จ.เชียงราย โทร o๕๓-๗o๕-๘๓๔, o๕๓-๗๗๖-๓๓๓ ,วัดวัง โทร o๙๑-๙๙๔-๗๗๑๔, พระตำหนักจักรีบงกช โทร o๒-๕๙๘-๖๔oo ต่อ ๖o๗๑ หรือ บัญชี “วัดวัง” ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขา ตลาดหัวรอ จ.พระนครศรีอยุธยา เลขที่บัญชี ๒๖๕-o-๑๕๘๒๑-๒



ภาพและข้อมูลจากเวบ
dailynews.co.th













"โขนศิลปาชีพ ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์”


ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงรับสั่งให้มีการจัดแสดงโขนขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์ “โขน” วิจิตรนาฏศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบไป ดังนั้นในปี ๒๕๕๖ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้เลือกบทเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “โมกขศักดิ์” มาจัดแสดงขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังส่งเสริมให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย ด้วยการเปิดโอกาสให้เข้าร่วมการคัดเลือกเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ เพื่อร่วมแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ






ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแสดงโขนตอนโมกขศักดิ์ เปิดเผยว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมประจำชาติโดยเฉพาะการแสดงโขน ซึ่งเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย ทรงโปรดเกล้าให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขน-ละคร รวมทั้งศิลปะการแต่งหน้าสำหรับการแสดงนาฏกรรมแบบประเพณี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕o เพื่อใช้สำหรับการแสดงพระราชทาน และเป็นการฟื้นฟูงานช่างฝีมือหลากหลายสาขา อาทิ ช่างทำหัวโขน ช่างปักสะดึงกรึงไหม และช่างเงินช่างทอง รวมทั้งการแต่งหน้าแบบโบราณ






ที่ผ่านมามูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้จัดการแสดงโขน รามเกียรติ์ ชุด “พรหมมาศ” เมื่อปี ๒๕๕๒ ชุด “นางลอย” ในปี ๒๕๕๓ ชุด “ศึกมัยราพณ์” ปี ๒๕๕๔ และ ๒๕๕๕ ชุด “จองถนน” ซึ่งทุกครั้งที่จัดแสดงได้รับผลตอบรับจากผู้ชมดีเกินคาด พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มรอบการแสดง ดังนั้นในปี ๒๕๕๖ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้เลือกบทเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “โมกขศักดิ์” มาจัดแสดงขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยจะจัดแสดงยาวนานที่สุดเท่าที่เคยจัดมา เพื่อให้มีจำนวนรอบเพียงพอต่อความต้องการของผู้ชม”






ด้าน “ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี” รองประธานคณะกรรมการอำนวยการและผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวเสริมว่า “…เริ่มมีการคัดเลือกนักแสดงรุ่นใหม่เมื่อ ๔ ปีที่แล้ว มีผู้สมัครคัดเลือกเพียง ๓o คน ในปีแรก ในปีนี้มีนักแสดงรุ่นใหม่ให้ความสนใจมาร่วมคัดเลือกกว่า ๕oo คน และคณะกรรมการคัดเลือกตัวพระ นาง ยักษ์ ลิง เหลือเพียงจำนวน ๒o คน ครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักแสดงรุ่นใหม่ไม่ใช่แค่แสดงเฉพาะในรอบนิสิต นักศึกษา เท่านั้น แต่จะให้แสดงเป็นตัวเอกในรอบประชาชน รอบเสด็จพระราชดำเนินด้วย ซึ่งเป็นพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่แรกที่ทรงรับสั่งว่าอยากให้เด็ก ๆ เหล่านี้มีความภาคภูมิใจว่าการเรียนนาฏศิลป์นั้นเขาจะเป็นผู้สืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติ นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากครู อาจารย์ ศิลปินแห่งชาติและผู้เชี่ยวชาญพิเศษอีกด้วย”






“อ.ประเมษฐ์ บุณยะชัย” ผู้กำกับการแสดง เปิดเผยว่า “…การแสดงโขนชุดนี้ค่อนข้างมีความสำคัญ ซึ่งตอนสมัยเป็นนักเรียนคงได้ศึกษามาบ้างปัจจุบันหายไปแล้ว เพราะไม่อยู่ในระบบการศึกษา ซึ่งในบทนี้สอดแทรกคุณธรรมหลายเรื่อง เช่น ธรรมะย่อมชนะอธรรม การเสียสละเพื่อส่วนรวม ซึ่งการที่เลือกตอนนี้มาจัดแสดงนอกจากสอดแทรกเรื่องคุณธรรมแล้วยังประกอบไปด้วยฉากสำคัญหลายฉากที่ใช้เทคนิคการแสดงสมัยใหม่เข้าผสมผสาน เพื่อให้การแสดงตื่นเต้นเร้าใจยิ่งขึ้น เช่น ฉากลับหอกโมกขศักดิ์ เป็นฉากสำคัญฉากหนึ่ง มีการสร้างโรงพิธีขึ้นใหม่ ฉากวิมานพระพรหมาธิบดี ฉากหยุดรถพระอาทิตย์ ซึ่งจะมีพระอาทิตย์ทรงรถเหาะมากลางอากาศและใช้เทคนิคพิเศษทำให้เกิดแสงในตัวพระอาทิตย์”






การแสดงโขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “โมกขศักดิ์” กำหนดจัดแสดง ระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายน ถึงวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือwww.thaiticketmajor.com บัตรราคา ๔๒o, ๖๒o, ๘๒o, ๑,o๒o และ ๑,๕๒o บาท รอบนักเรียน นักศึกษา บัตรราคา ๑๒o บาท (หยุดการแสดงทุกวันจันทร์) รายละเอียดเพิ่มเติม //www.khonperformance.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
banmuang.co.th
logosociety.blogspot.com
เฟซบุค Khon-Performance













"จัดแสดงวิพิธทัศนา 'วันขาบมงคล' ครั้งที่ ๒๓”


สภากาชาดไทย ร่วมกับ โรงเรียนนาฏศิลป์ขาบมงคล โดยบุตรีทั้ง ๔ ของพลโท หม่อมหลวงขาบ กุญชร ประกอบด้วย อาจารย์เทียมแข อาจารย์พิมพ์แข อาจารย์พัชรา และ ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา จัดแสดงวิพิธทัศนา “วันขาบมงคล” ครั้งที่ ๒๓ ในวันอาทิตย์ที่ ๒o ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๕.oo น. ณ โรงละครแห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อร่วมรำลึกถึงการจากไปของ พลโท หม่อมหลวงขาบ กุญชร ผู้เห็นคุณค่าในการอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทย และริเริ่มจัดตั้งวงดนตรีไทยของกรมประชาสัมพันธ์ในอดีต อีกทั้งเพื่อร่วมปลูกฝังเยาวชนไทยให้เห็นคุณค่าของศิลปะการแสดงนาฏศิลป์ไทย ที่สื่อถึงวัฒนธรรม ที่งดงามประจำชาติ รวมทั้งสนับสนุนให้เยาวชนใช้เวลาว่างทำกิจกรรมเพื่อการกุศล โดยมอบรายได้จากการจัดงาน เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย






โดยในการแสดงครั้งนี้ นักเรียนโรงเรียนนาฏศิลป์ขาบมงคลทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันได้จัดให้มี การแสดงชุดพิเศษ เพื่อต้อนรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ชื่อชุด “ระบำอาเซียน” ร่วมด้วย การแสดงละคร “อิเหนา” แต่งกายแบบชวา ตอน “อิเหนาสองนาง” โดยศิลปินรับเชิญ อาทิ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ ศิลปินแห่งชาติ อาจารย์ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร อาจารย์พัชรา กุญชร ณ อยุธยา อาจารย์วันทนีย์ ม่วงบุญ ผู้ทรงคุณวุฒิทางนาฏศิลป์ไทย และการแสดงต่างๆ ประกอบด้วย รำถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, บรรเลงดนตรีไทย เพลงพระราชนิพนธ์ ใกล้รุ่ง-เพลงแขกต่อยหม้อ (เถา), ฟ้อนมาลัย, ละครนอก เรื่องสุวรรณหงส์-ชมถ้ำเพชรพลอย และระบำกรับ เป็นต้น






ผู้ชื่นชอบการแสดงนาฏศิลป์และดนตรีไทย ร่วมรับชม โดยติดต่อซื้อบัตรในราคา ๓oo บาท ๕oo บาท และ ๑,ooo บาท ได้ที่โรงเรียนนาฏศิลป์ขาบมงคล โทรศัพท์ o๒-๙๓๙-๒๔๑๗ โรงละครแห่งชาติ โทรศัพท์ o๒-๒๒๔-๑๓๔๒ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย โทร.o๒-๒๕๖-๔๔๔o, o๒-๒๕๕-๙๙๑๑



ภาพและข้อมูลจากเวบ
naewna.com
redcrossfundraising.org












พระพุทธรูปปางนาคปรก โดย ปัญญา คำเคน


"นิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๑๓”


วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ร่วมกับ กรมศิลปากร สมาคมประติมากรไทย และบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) จัด “นิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๑๓” รวบรวมผลงานชิ้นเอกที่ชนะการประกวดแต่ละประเภทกว่า ๙๖ ชิ้น รวมถึงผลงานของศิลปินแห่งชาติ อาทิ ดร.ชำเรือง วิเชียรเขตต์ ศิลปินแห่งชาติ, อ.นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติ,รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ และ อ.สุดสาคร ชายเสม ผู้เชี่ยวชาญงานศิลปะไทย มาจัดแสดงให้ผู้ที่ชื่นชอบศิลปะแขนงนี้ได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิด งานนี้ได้รับเกียรติจาก มนูญ มุกข์ประดิษฐ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ประทีป เลี่ยวไพรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน), อ.มงคล ไชยวงศ์ผู้อำนวยการวิทยาลัยเพาะช่าง และ ชัยรัตน์ กิตติธร ผู้ช่วยรองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บมจ.ทีพีไอ โพลีน ร่วมกันตัดริบบิ้นเปิดนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ เมื่อวันศุกร์ที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๖





พระพุทธรูปประจำสนง.ปปช. โดย รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ





โดยผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๑๓ ได้แก่

ประเภทที่ ๑ การปั้นปูนสด หัวข้อ “มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์”
รางวัลชนะเลิศ สมพงษ์ สงคลิ้ง
รองชนะเลิศอันดับ ๑ ภานุมาศ ขวัญเนตร และ รังสิมันต์ อินทร์ใจเอื้อ
รองชนะเลิศอันดับ ๒ สมเจต อินฉิม, ธีระพงษ์ โพธิสาร และ ภาณุพงศ์ สว่าง

ประเภทที่ ๒ การปั้นปูนสำเร็จรูป ทีพีไอ หัวข้อ “พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๒ ละครนอก”
รางวัลชนะเลิศ ธาดา แก้วสมนึก
รองชนะเลิศอันดับ ๑ พุทธชาติ กองเมือง, มงคล ฤาชัยราม
รองชนะเลิศอันดับ ๒ อำนาจ พรหมประโคน, เอกลักษณ์ มิตรรัน, อนิรุตต์ แสงอรุณ

ประเภทที่ ๓ ผลงานสำเร็จรูป เรื่อง “ครอบครัวอบอุ่น”
รางวัลชนะเลิศ มงคล ฤาชัยราม
รองชนะเลิศอันดับ ๑ ธีระพงษ์ โพธิสาร, สาโรจน์ บุญประเสริฐ
รองชนะเลิศอันดับ ๒ ธาดา แก้วสมนึก, สมเจต อินฉิม, จันทร์จ้าว มูลจรัส
รางวัลชมเชย สุนทร ใจบุญ,ทศพล พันธุ์สำลี,วรภัทร โสภาใจ,เอกลักษณ์ มิตรรัน

ประเภทเยาวชน การปั้นปูนสำเร็จรูป ทีพีไอ หัวข้อเรื่อง “การเล่นของไทย”
รางวัลชนะเลิศ ภาณุพัฒน์ วิบูลรุ่งเรือง
รองชนะเลิศอันดับ ๑ ศักดา ปะกะตา, กาซอ ควรอนุสร
รองชนะเลิศอันดับ ๒ สุภาวดี อาษา, สุรชัย เมธายอด, คำดี ประดับหยก
รางวัลชมเชย รังสรรค์ เทศนวน,วรุฒ วรรณแก้ว,ชาตินิยม สถิรสกุลพงศ์


ผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการได้ทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์-อังคาร) ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ ๓o ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๙.oo-๑๖.oo น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถ.เจ้าฟ้า กรุงเทพฯ





ประธานในพิธีเดินชมผลงานนิทรรศการปูนปั้น




อ. พนม พรกุล รองอธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์, ผศ.สุรชัย ชมชื่นจิตร์
อ.นนทิวรรธน์ จันทนะผลิน นายกสมาคมประติมากรไทย





ภาณุพัฒน์ วิบูลรุ่งเรือง ชนะเลิศระดับเยาวชนกับผลงาน "วัวเทียมเกวียน"




ธาดา แก้วสมนึก ชนะเลิศประเภทการปั้นปูนสำเร็จรูป ทีพีไอ กับผลงาน "มนต์เสน่หา ชาละวัน"




สมพงษ์ สงคลิ้ง ชนะเลิศประเภทปูนปั้นสด กับผลาน "กัณฑ์กุมาร"




มงคล ฤาชัยราม ชนะเลิศประเภทผลงานสำเร็จรูป กับผลงาน "วิถีแห่งความสุข



ภาพและข้อมูลจากเวบ
naewna.com













"ชื่นชมนานาศิลปาชีพไทย ครั้งที่ ๕”


ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา พร้อมสืบสานศิลปะไทย จัดงาน “ชื่นชมนานาศิลปาชีพไทย ครั้งที่ ๕ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ” เชิดชูเกียรติงานหัตถศิลป์เอกของไทย ที่รวบรวมผลงานศิลปะและหัตถกรรมจากการรังสรรค์ จากฝีมือเหล่าคณาจารย์และนักเรียนศิลปาชีพฯ รวมกว่า ๕oo ชิ้น จาก ๒o แผนก นำมาจัดนิทรรศการเพื่อแสดงและจัดจำหน่าย โดยรายได้ส่วนหนึ่งทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยเสด็จพระราชกุศลเพื่อบำรุงโครงการศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ






โอกาสนี้ ฯพณฯ ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี และในฐานะรองประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ที่จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น ๒ ศูนย์การค้าสยามพารากอน


รองประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวถึงที่มาของการจัดงานว่า เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญ และริเริ่มดำเนินงานด้านการจัดฝึกอบรมงานศิลปาชีพขึ้น และงานนี้ได้จัดมา ๗ ปีต่อเนื่อง ซึ่งนอกเหนือจากการอนุรักษ์และรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของศิลปกรรมไทยอันทรงคุณค่าแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ชื่นชมและสนับสนุนผลงาน ก่อให้เกิดรายได้ในการดำรงชีวิตและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรมของผู้ประดิษฐ์ สัมฤทธิผลตามแนววัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ฯ ที่มุ่งการสร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อที่จะได้ไปพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานศิลปาชีพให้มีเอกลักษณ์เด่นที่ไม่เหมือนใครต่อ ๆ ไปในอนาคต” นายธานินทร์กล่าว






นิทรรศการครั้งนี้ ได้รวบรวมผลงานชิ้นเอกจาก โครงการประกวดผลิตภัณฑ์หัตถกรรมสร้างสรรค์ จากวัสดุเหลือใช้ ประจำปี ๒๕๕๖ ซึ่งได้แนวคิดจากการนำวัสดุเหลือใช้ในแผนกต่างๆ ภายในศูนย์ศิลปาชีพมาสร้างสรรค์ ดัดแปลงให้เกิดประโยชน์สูงสุด สุดยอดชิ้นงานอันทรงคุณค่าจาก ๒o แผนกของศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร อาทิ แผนกช่างประดิษฐ์หัวโขน, แผนกเครื่องหนัง, แผนกช่างเครื่องเรือนหวาย, แผนกช่างเครื่องเรือนไม้, แผนกช่างประติมากรรม, แผนกช่างเป่าแก้ว, แผนกช่างบ้านทรงไทย, แผนกช่างปั้นตุ๊กตาชาววัง, แผนกช่างสานผักตบชวา, แผนกช่างเขียนภาพลายไทย, แผนกช่างวาดสีน้ำมัน เป็นต้น






ผลงานชิ้นไฮไลต์ อาทิ โคมไฟดินโบนไชน่า โคมไฟลายปลาแกะนูนดีไซน์แปลกตา ที่นำเอาดินโบนไชน่า ซึ่งเป็นเนื้อดินธรรมชาติ มาสร้างสรรค์ควบคู่กับเทคนิคพิเศษที่ทำให้เกิดคุณสมบัติโปร่งแสง และอาศัยความเชี่ยวชาญในการขึ้นโครงรูป การปั้น รวมถึงความพิถีพิถันการแกะลวดลาย จากนั้นนำมาเผาในความร้อนสูง จนออกมาเป็นผลงานที่สะท้อนถึงความงดงามในแบบสกุลช่างศิลปาชีพ ผลงานชิ้นนี้รังสรรค์โดย อาจารย์วิเวก อรุณรัตน์ กรรมการบริหารศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ และอาจารย์ที่ปรึกษาแผนกช่างเคลือบดินเผา และต่อด้วยชิ้นงาน






นอกจากนี้ แผนกช่างบ้านทรงไทยขอเอาใจคนรักบ้านด้วยผลงานชุด วิถีไทย โมเดลบ้านจำลองที่ประกอบด้วย ๓ ชิ้นงาน นำเสนอผ่านแนวคิดของ อาจารย์สุราษฎร์ จิตร์ละมัย อาจารย์ศิลปาชีพและหัวหน้าแผนก ที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนไทยในปัจจุบัน ที่มีแต่ความเร่งรีบและวุ่นวาย ต่างคนต่างอยู่จนลืมนึกถึงพื้นฐานการดำรงชีพแบบวิถีไทย นั่นคือการอยู่ร่วมกันแบบครอบครัว ที่เต็มไปด้วยความรัก ความเอื้อเฟื้อ และความสามัคคี สะท้อนผ่านผลงานการประดิษฐ์แบบจำลองจากกระดาษแข็ง และไม้สักทอง


หรือแผนกช่างเครื่องเรือนหวายของ อาจารย์วัชรากร พันชน อาจารย์หัวหน้าแผนก ผู้อุทิศตนให้กับงานศิลป์มาอย่างยาวนานอีกท่าน ก็ขอนำเสนอผลงาน ชุดเก้าอี้อเนกประสงค์ดนตรีโบราณ ชิ้นงานศิลปหัตถกรรมที่มีรูปทรงอ่อนช้อยแบบไทย ผนวกกับวัสดุที่เหลือใช้เป็นมิตรกับธรรมชาติ สีสันสะดุดตาที่เป็นเอกลักษณ์ของแผนก มุ่งเน้นคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ แข็งแรง และสวยงาม






นอกจากนี้ ยังมีผลงานหัตถศิลป์อีกมากมายที่ศูนย์ศิลปาชีพฯ จัดเตรียมมาให้ชื่นชมและจำหน่าย อาทิ นาฬิกาตั้งโต๊ะ “สุริยะประภา (ราหู)”, ภาพเขียนลายไทย “นวัตศิลป์”, โคมไฟบุษกร, โคมไฟปลาตะพัด, เก้าอี้บันได, ที่ใส่ซองจดหมายหัวโขน, ตุ๊กตาปั้นฤาษีดัดตน, ภาพประดับฝาผนังผ้าบาติก “นกยูง”, ภาพประดับฝาผนัง “เข่งปลาทู”, ภาพประดับฝาผนัง “โมเสส (รัชกาลที่ 5)”, กล่องอเนกประสงค์รูปทรงต่างๆ จากผักตบชวา, ฯลฯ


งาน "นิทรรศการชื่นชมนานาศิลปาชีพไทย ครั้งที่ ๕ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ” ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๘- ๒๗ ตุลาคม ศกนี้ ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น ๒ สยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0๒-๖๑o-๘ooo



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.netmatichon.co.th













เผยโฉมใหม่ 'อาคารไปรษณีย์กลาง'


อาคารไปรษณีย์กลาง อาคารสีเทาขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ย่านถนนเจริญกรุง ที่ก่อนหน้านี้มีสภาพทรุดโทรม เนื่องจากก่อสร้างมานานกว่า ๗o ปี มีการใช้งานมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จึงทำให้ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เล็งเห็นความสำคัญของอาคาร ได้จัดทำแผนงานปรับปรุงซ่อมแซมสภาพทั้งภายนอกและภายในอาคาร ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนแล้วเสร็จในปี ๒๕๕๖ พร้อมผลักดันให้เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางแห่งใหม่ของถนนเจริญกรุง โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไปรษณีย์ไทยได้จับมือกับมหาวิทยาลัยศิลปากร ประเดิมพื้นที่ด้วยการจัดนิทรรศการ รื่นรมย์ ชมงานศิลป์ (พีระศรี) พร้อมพูดคุยหัวข้อ "วันวาน วันนี้ ของไปรษณีย์กลาง" จากคณะผู้ดำเนินงานปรับปรุงอาคาร ณ โถงไปรษณีย์นฤมิต ชั้น ๑ อาคารไปรษณีย์กลาง กรุงเทพมหานคร









โดย อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยถึงที่มาของอาคารหลังใหม่ว่า การบรูณะอาคารกลางเกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจที่ต้องการใช้ทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์แก่คนไทยสูงสุด อาคารหลังนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันมีจิตวิญญาณของการไปรษณีย์และคนไปรษณีย์ ซึ่งการใช้งานในยุคแรกที่นี่เป็นศูนย์กลางเพียงแห่งเดียวในการรับฝากไปรษณีย์และโทรเลขทั้งในและต่างประเทศ ต่อมาในปี ๒๕๑๙ มีการจัดตั้ง "การสื่อสารแห่งประเทศไทย" (กสท.) และเข้ามาใช้พื้นที่อาคารทั้งหลัง ทำให้ต้องมีการเจาะอาคารเพื่อเชื่อมสายเคเบิลต่างๆ รวมถึงการวางท่อปรับอากาศขนาดใหญ่จำนวนมาก ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ภายหลังจึงเกิดการชำรุดทรุดโทรม ผนวกกับอาคารมีขนาดใหญ่ ทำให้ดูแลรักษาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น






"ปณท จึงได้เล็งเห็นว่าควรมีการปรับปรุงอาคาร โดยมีเป้าหมายเพื่อจะให้เป็นศูนย์กลางจัดประชุมทั้งระดับประเทศและนานาชาติ และจัดกิจกรรมต่างๆ โดยแบ่งตามประโยชน์ ได้แก่ ส่วนพื้นที่การส่งเสริมการเรียนรู้ พื้นที่การจัดประชุม จัดเลี้ยงรับรอง จัดนิทรรศการ และที่ทำการไปรษณีย์กลาง ยังคงเปิดให้บริการไปรษณีย์มาตรฐานทุกบริการ นอกจากนี้ยังได้เตรียมร่วมมือกับศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ปรับปรุงพื้นที่บางส่วนให้เป็นห้องสมุด พื้นที่ธุรกิจและบริการ SMEs และยังวางแผนจะจัดทำพิพิธภัณฑ์ภายในอาคารกลางให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับกิจการไปรษณีย์ไทย เพื่อยกระดับและให้ประชาชนทั่วไปศึกษาค้นคว้าอีกด้วย" อนุสราเผยแผนการพัฒนาอาคารในอนาคต






รูปโฉมใหม่ไม่ใช่แค่เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้อาคารหลังสำคัญนี้เท่านั้น ทว่าเป็นการปลุกเสน่ห์งานประติมากรรมประดับอาคารฝีมือของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้ที่ได้ออกแบบและควบคุมการปั้นผลงานประติมากรรมอันทรงคุณค่า ที่ประดับตกแต่งภายในและนอกตัวอาคารไปรษณีย์กลาง ในส่วนนี้ ผศ.ดร.ถาวร โกอุดมวิทย์ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เผยถึงความสวยงามของตึกแห่งนี้ว่า ก่อนอื่นต้องชื่นชมทางไปรษณีย์ไทย ที่มีความคิดวิสัยทัศน์ที่ดีในการปรับปรุงอาคารเก่าให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ โดยเฉพาะทางด้านศิลปะ เพราะผลงานที่นำมาประดับอาคารแห่งนี้ มีคุณค่าและเป็นการรวบรวมงานปูนปั้นชิ้นสำคัญของอาจารย์ศิลป์ไว้มากที่สุด ซึ่งเทียบกับที่มหาวิทยาลัยศิลปากรยังมีไม่มากเท่าที่นี่ คล้ายกับเป็นพิพิธภัณฑ์ของอาจารย์ ในคราวเดียวกันต้องขอยกย่องผู้ออกแบบอาคาร คือ จิตรเสน (หมิว) อภัยวงศ์ สถาปนิกไทย ที่ออกแบบอาคารสำคัญๆ ในกรุงเทพฯ ไว้มากมาย ทำให้อาคารแห่งนี้ที่มีอายุกว่า ๗o ปี แต่ยังรู้สึกถึงความทันสมัย ผสานกับการตกแต่งภายในแบบอิตาเลียน ยิ่งทำให้ลงตัวและสวยงามยิ่งขึ้น






"การมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม คู่กับงานปูนปั้นอันทรงคุณค่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะได้เห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประติมากรรมรูป "ครุฑยุดแตรงอน" ออกแบบโดยอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ประยุกต์จากรูปพระครุฑพ่าห์ ซึ่งเป็นตราแผ่นดินในสมัยรัชกาลที่ ๖ รวมกับแตรงอนที่เป็นตราสัญลักษณ์ของกรมไปรษณีย์โทรเลข ถือเป็นครุฑที่มีความทันสมัยที่สุดในโลก เนื่องจากอาจารย์ศิลป์ออกแบบโดยไม่ได้อิงบริบททางวัฒนธรรมเดิม สังเกตได้จากกายวิภาคที่เป็นสากลบวกกับความเรียบง่าย เป็นประติมากรรมครุฑที่วงการศิลปะพูกถึงกันมากที่สุด และต่อไปคาดว่าจะนำไปหล่อโลหะ เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษากันต่อไป และยังมีประตูเหล็กหล่อลาย ครุฑแตรงอน ๓ คู่ ที่เป็นดังมรดกชิ้นสำคัญของวงการประติมากรรมไว้ให้ชมเช่นกัน " ผศ.ดร.ถาวรกล่าวถึงสัญลักษณ์อันโดดเด่นของอาคาร






ขณะเดียวกัน นักเขียนสารคดีชื่อดัง ธีรภาพ โลหิตกุล ได้กล่าวถึงความสำคัญของอาคารไปรษณีย์ ที่เป็นเหมือนประจักษ์พยานด้านพหุวัฒนธรรมของสังคมไทย ว่า "อาคารไปรษณีย์กลางในแต่ละประเทศล้วนมีความสำคัญ และทำหน้าที่สะท้อนให้เห็นสังคม ประวัติศาสตร์ อาทิ สำนักงาน ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม สถาปัตยกรรมฝรั่งเศส สะท้อนประวัติศาสตร์ครั้งที่เคยตกเป็นอาณานิคม แต่สำหรับอาคารไปรษณีย์กลางไทย เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-คลาสสิก สะท้อนความเรียบง่าย เสริมพลังด้วย ครุฑ ๒ ตน สัญลักษณ์ที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศอินเดียและศาสนาฮินดู ที่นับถือครุฑเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บ่งบอกถึงความหลากหลายวัฒนธรรมของสังคมไทย”.







ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.net
zoomzogzag.com

กระทู้นิทรรศการ "รื่นรมย์ ชมงานศิลป์ (พีระศรี)"












"อักษรศิลป์นานาชาติ กรุงเทพฯ ”


คัดสรร ดีมาก และ สถาบันเกอเธ่ กรุงเทพฯ ขอเชิญผู้สนใจร่วมงานสัมนาวิชาการ 'อักขรศิลป์นานาชาติ กรุงเทพฯ' หรือ บิทส์ ๒o๑๓ ซึ่งครั้งนี้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๓ แล้ว ระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ณ คัดสรร ดีมาก (ทองหล่อ ซอย ๔) และ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร





Paul Barnes



งานสัมมนาวิชาการอักขรศิลป์นานาชาติ กรุงเทพฯ จัดขึ้นด้วยเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมการออกแบบของประเทศไทยให้มีบทบาทเทียบเคียงกับนานาชาติ โดยใช้งานประชุมทางวิชาการเป็นสื่อกลางให้นักออกแบบไทยได้สัมผัสกับงานสัมมนาวิชาการ และวิธีคิดที่หลากหลาย เกิดแรงบันดาลใจ ผลักดัน พัฒนา งานออกแบบ และ การจัดวางตัวอักษรของไทยให้เท่าเทียมกับมาตรฐานสากล รวมถึงการประยุกต์แนวคิดหรือรูปแบบ ขยายความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบและการจัดวางตัวอักษรไทยให้ก้าวทันกับสมัยนิยม





Jürgen Siebert



นอกจากนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับผู้ที่มีความสนใจในการออกแบบและจัดวางตัวอักษร ได้พบปะและแลกเปลี่ยนทัศนะ ความรู้ เพื่อความร่วมมือในการพัฒนาแบบตัวอักษรไทย สำหรับการออกแบบและการใช้ตัวอักษรเพื่อการสื่อสารอีกด้วย


ครั้งที่ ๓ นี้ ได้รับเกียรติจากนักออกแบบตัวอักษรชื่อดังระดับโลก รวมถึงนักออกแบบชาวไทยที่จะมาบรรยายถึงหัวใจและความสำคัญของการออกแบบตัวอักษร อาทิ

Paul Barnes ผู้ออกแบบฟอนต์ให้กับนิตยสาร Wallpaper

Jürgen Siebert ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านการตลาดของ Fontshop

Yongje Lee PhD นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการออกแบบตัวอักษรเกาหลี





Yongje Lee PhD



ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมเวิร์คช็อปและ สัมมนาวิชาการ บิทส์ ๒o๑๓ โดยซื้อบัตรเข้าร่วมงานล่วงหน้า ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อรับสิทธิพิเศษ ได้ทางอีเมลที่ cadsondemak@gmail.com หรือซื้อบัตรเข้าร่วมงานแบบปกติ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นต้นไป ได้ที่ bitsmmxiii.eventbrite.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ bitsmm.org หรือ facebook.com/bitsmmx



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th













"ภาพไม่เหมือน”


ยังมีเวลาให้ผู้สนใจไปชมจนถึง วันที่ ๒o ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ณ ห้องนิทรรศการชั้น ๑ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นหนึ่งนิทรรศการที่คุ้มค่าต่อการไปชมมากๆ จากแนวคิดของศิลปินที่เคยกล่าวว่า


‘ภาพไม่เหมือน’ มีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดเรื่อง ‘ความไม่เหมือน’ ในสองแง่มุม

มุมแรกคือแนวคิดที่ว่าผู้คนในโลกไม่มีใครเหมือนกัน ทั้งรูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ ความคิด ความชอบความถนัด แม้อาจจะมีความคล้ายคลึงกันในบางด้าน แต่ก็ไม่ทั้งหมด


มุมที่สองคือในแง่มุมศิลปะ โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าเมื่อจะวาดภาพคน (รวมทั้งภาพอื่นใดก็ตาม) น่าจะวาดให้เป็นมากกว่า ภาพเหมือน กล่าวคือควรคำนึงถึงความเหมาะสมในเรื่ององค์ประกอบศิลป์ และเน้นเรื่องอารมณ์หรือความมีชีวิตชีวาเป็นสำคัญ


หลังจากที่นิทรรศการได้เปิดแสดงมาแล้วระยะหนึ่ง วันนี้ศิลปินได้โพสต์ภาพไม่เหมือนของ Picasso , Van Gogh , Dali และ Warhol พร้อมด้วยข้อความบอกถึงความรู้สึกของตนเองว่า


“ประสบการณ์แสดงงานภาพวาดครั้งแรกในชีวิต รู้สึกเหมือนได้ปีนเขาลูกเล็ก ๆ ท่ามกลางขุนเขาที่สูงใหญ่ไพศาล แต่ก็ไปถึงยอดที่พอมองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นได้ ด้วยความระลึกถึงผู้ที่พยายามปีนเขาแห่งความฝันทั้งหลาย”



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุค arteyeviewnews













ภาพเขียนสีน้ำ "ภาพนี้เพื่อน้อง"


โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ร่วมกับ ๓ ศิลปินต่างวัยต่างประสบการณ์ ได้แก่ สันติ กิตติ มหาธรรม เป็นวิทยากรสีน้ำให้กับสถานศึกษาต่าง ๆ ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ รางวัลยอดเยี่ยม เอช เอช เค เพ้นติ้ง คอนเทส (HHK Painting Contest) ครั้งที่ ๑o รางวัลชมเชยประกวดวาดภาพ ศรีราชา เมืองน่าอยู่ เมืองน่าเที่ยว ครั้งที่ ๙ และ ครั้งที่ ๑๕ และ ร่วมแสดงนิทรรศการจิตรกรรมสีน้ำ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย






จีรวัสส์ ภู่ทอง เป็นศิลปินอิสระ สอนวาดเส้นและเขียนภาพสีน้ำ สร้างสรรค์ผลงานสีน้ำและแสดงผลงาน ให้ชมกันอย่างต่อเนื่อง อรุนี ไตรโรจน์ อดีตกรรมการมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ เริ่มวาดสีอะครีลิคตั้งแต่ปกลางปี ๒๕๕๓ ถนัดวาดบนเฟอร็นิเจอร์และเครื่องใช้ จากนั้นจึงวาดลงบนผืนผ้าใบสนใจวาดภาพสีน้ำเป็นพิเศษ ทั้งสามท่านนำภาพเขียนสีน้ำ กว่า ๒oo ชิ้น มาจัดนิทรรศการ ภายใต้หัวข้อ “ภาพนี้เพื่อน้อง” เพื่อหารายได้สมทบทุน โครงการผ่าตัดหัวใจเด็กนอกเวลาราชการ “มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ” ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ เชิญชมผลงานได้ตั้งแต่ วันที่ ๒๔ ตุลาคม – ๒๒ ธันวาคมนี้ ณ บริเวณล็อบบี้ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทร. o๒-๒๑๖-๓๗oo ต่อ ๒o๖๔๒-๔๖







ภาพและข้อมูลจากเวบ
pprincess.com













"วิมานบ้านนา"


หอศิลป์หลักเมือง จ.ขอนแก่น ภูมิใจเสนอ นิทรรศการ “วิมานบ้านนา″ เป็นผลงานจิตรกรรมโดย เพลิง วัตสาร ซึ่งแสดงวิถีชีวิตของชาวนาอีสานในแบบดั้งเดิม


แรงบันดาลใจจากการทำนาด้วยตนเองของศิลปิน คือการถ่ายทอดบรรยากาศที่ศิลปินได้สัมผัสมาในแต่ละฤดู มีทั้งความชุ่มชื้น ความร้อนแล้ง จนถึงลมหนาวอันเยือกเย็น ล้วนรู้สึกได้ถึงความสงบสุข เรียบง่าย และ นุ่มนวล ท่ามกลางวิถีธรรมชาติ จากการใช้เวลาสร้างสรรค์ผลงานใน ๑ ปี กับ ๓o ผลงาน


นิทรรศการ : วิมานบ้านนา
ศิลปิน : เพลิง วัตสาร
วันที่ : ๒๙ กันยายน – ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : หอศิลป์หลักเมือง จ.ขอนแก่น
ติดต่อโทร : o๘๗-๘๕๒-๒๑๕๓, o๘๙-๒๗๔-๖๓๖๙
รายละเอียดเพิ่มเติมเว็บไซต์ : เฟซบุค /LakmuangGallery










ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"ชีวิตสายน้ำ”

นิทรรศการ “ชีวิตสายน้ำ” โดย วรสันต์ สุภาพ

เริ่มจัดแสดงตั้งแต่วันพฤหับดีที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖ (มีพิธีเปิดนิทรรศการเวลา ๑๘.๓o น.)

จัดแสดงถึงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

ณ พีเพิ่ลแกลเลอรี่ ชั้น ๒ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (หอศิลปกรุงเทพฯ)

วันอังคาร-อาทิตย์ ๑o.oo น.-๒๑.oo น.

คุณภูมิชาย ล่ำซำ กรรมการที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ



ภาพและข้อมูลจากเวบ
fineart-magazine.com




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 17 ตุลาคม 2556
Last Update : 27 ตุลาคม 2556 10:54:19 น. 0 comments
Counter : 6526 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.