happy memories
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
25 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๖๓




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto








พระบรมฉายาลักษณ์จากเวบ chaoprayanews.com


"คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ ๑๒o ปี ร.๗”


ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๗ โปรดด้านดนตรีสากลและดนตรีไทย ดังนั้น วันที่ ๘ พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทาน "ศาลาเฉลิมกรุง" ไว้ให้เป็นสถานบันเทิงของคนกรุงเทพฯ สถาบันพระปกเกล้าและศาลาเฉลิมกรุง จึงจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ๑๒o ปี พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗" ด้วยการจัดคอนเสิร์ต "ราตรีประดับดาว" เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงเป็นการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรี คีตศิลป์ ด้วยการเปิดศาลาเฉลิมกรุงจัดแสดงคอนเสิร์ตเป็นตัวอย่าง โดยได้รับเกียรติจาก บูรพา อารัมภีร์ รับหน้าที่พิธีกร เมื่อวันก่อน


นฤมล ล้อมทอง กรรมกรรมผู้จัดการศาลาเฉลิมกรุง เปิดเผยถึงคอนเสิร์ตราตรีประดับดาว ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๑o พศฤจิกายน เวลา ๑๔.oo น. ว่า จะอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๗ มาจัดแสดง ซึ่งถ่ายทอดบทเพลงโดย ๔ ศิลปินแห่งชาติและนักร้องเสียงคุณภาพนำโดย สุเทพ วงศ์กำแหง สวลี ผกาพันธุ์ จินตนา สุขสถิตย์ ผศ.ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ฯลฯ


"โดยเฉพาะ เพลงราตรีประดับดาว ที่พระราชนิพนธ์ทั้งเนื้อร้องและทำนองเพลง เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน เมื่อปี ๒๔๗๒ ต่อมาในปี ๒๔๗๔ เสด็จประพาสสัตหีบทางชลมารค ได้ทรงมีพระราชดำริที่จะพระราชนิพนธ์ทั้งเนื้อร้องและทำนองเพลงเป็นระลอกคลื่น จึงเป็นที่มาของบทเพลง "โหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง" ซึ่งนิยมนำมาแสดงเป็นเพลงโหมโรงจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีบทเพลงอมตะอันไพเราะอีกมากมาย อาทิ จูบเย้ยจันทร์ บุษบาเสี่ยงเทียน ยอยศพระลอ เป็นต้น" นฤมลกล่าว






ขณะเดียวกัน ผู้บริหารศาลาเฉลิมกรุง กล่าวอีกว่า ภายในงานยังจัดให้มีนิทรรศการ "ภาพนิ่งจากฟิล์ม รัชกาลที่ ๗" ซึ่งหาชมได้ยากยิ่ง จากสถาบันพระปกเกล้า พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า ที่บริเวณด้านหน้าศาลาเฉลิมกรุง


"พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใฝ่พระราชหฤทัยในการถ่ายภาพยนตร์และการถ่ายภาพนิ่งมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ขณะที่ยังคงดำรงพระยศเป็น สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกฯ เพื่อทรงบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ อยู่เสมอ และทรงได้รับเหรียญรางวัลพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหลายครั้งจากการส่งรูปถ่ายฝีพระหัตถ์เข้าร่วมประกวด นอกจากนี้ยังโปรดการทอดพระเนตรภาพยนตร์และสนพระทัยในกิจการความเคลื่อนไหวของวงการภาพยนตร์มาตั้งแต่ยังมิได้ขึ้นเสวยราชสมบัติ" ผู้บริหารคนเดิมให้รายละเอียด






ทั้งนี้ในงานแถลงข่าว ทางคณะผู้จัดงานได้จำลองการแสดงคอนเสิร์ตมาจากวันจริง มี ๒ วงดนตรีเข้าร่วมบรรเลงเพลงโหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง ได้แก่ วงดนตรีเฉลิมราชย์ ควบคุมวงโดย อ.วิรัช อยู่ถาวร และวงดนตรีไทยโรหิตาจล ควบคุมโดย อ.สุรพงษ์ โรหิตาจล พร้อมด้วย ๓ ศิลปินที่มาร่วมขับร้องเพลง นำโดยสองศิลปินแห่งชาติ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ขับร้องบทเพลง น้ำตาลใกล้มด และ จินตนา สุขสถิตย์ บทเพลงลาวเจริญศรี ส่วนอีกหนึ่งศิลปิน อุมาพร บัวพึ่ง ขับร้องเพลง รักบังใบ


สำหรับผู้สนใจคอนเสิร์ตราตรีประดับดาว เปิดจำหน่ายบัตรแล้วที่ศาลาเฉลิมกรุง และไทยทิคเก็ตเมเจอร์



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net













"โขนฉลอง ๑oo ปีเกิด ม.ร.ว.คึกฤทธิ์”


สถาบันคึกฤทธิ์ ภายใต้ มูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘o ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เตรียมจัดการแสดงโขนกลางแจ้งครั้งยิ่งใหญ่ โดยคณะโขนสถาบันคึกฤทธิ์ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน "พิเภกสวามิภักดิ์" เพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ ๑oo ปี วันคล้ายวันเกิด และเนื่องในโอกาสที่องค์การยูเนสโก ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ ศ.พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นบุคคลสำคัญของโลก ใน ๔ สาขา ได้แก่ ด้านการศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และสื่อสารมวลชน






ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล ประธานกรรมการสถาบันคึกฤทธิ์ กล่าวว่า การแสดงโขนกลางแจ้งครั้งใหญ่ของคณะโขนสถาบันคึกฤทธิ์ เดิมทีตั้งใจจัดขึ้นในปี ๒๕๕๔ แต่ในปีนั้นประเทศเกิดอุทกภัยใหญ่ จึงต้องทำการเลื่อนการแสดงมาจัดในปีนี้ โดยเลือกตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” ซึ่งเป็นเรื่องราวตอนที่ ทศกรรฐ์ลักพาตัวนางสีดา ผู้เป็นมเหสีของพระราม มาไว้ในกรุงลงกา พระรามและพระลักษณ์ได้ยกทัพวานรมาตั้งประชิดกรุงลงกา คืนหนึ่งทศกรรฐ์เกิดฝันประหลาด จึงเรียกพิเภก ซึ่งเป็นพระอนุชามาทำนาย พิเภกทำนายว่าฝันนั้นร้ายนัก ทศกรรฐ์จะสิ้นชีวิตจากการรบ ต้องแก้ไขโดยส่งนางสีดาคืนไปให้แก่พระรามจึงจะพ้นอันตราย ทศกรรฐ์ก็กริ้วโกรธ ถอดพิเภกออกเสียจากยศศักดิ์ ริบทรัพย์สมบัติ บุตรภรรยา แล้วให้ขับพิเภกเสียจากเมือง พิเภกซมซานไปถึงพลับพลาประทับของพระราม จึงขอเข้าไปสวามิภักดิ์กับฝ่ายพระราม ประธานกรรมการสถาบันคึกฤทธิ์ เผยต่อว่า นอกจากเนื้อหาของตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” จะมีความน่าสนใจแล้ว สิ่งที่น่าจะดึงดูดผู้ชมได้มากยิ่งขึ้นคือ ตอนดังกล่าวยังเป็นตอนที่ ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ได้ประพันธ์บทโขนขึ้นใหม่ จากการที่ได้ศึกษาค้นคว้าและตีความจากบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ในช่วงรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ โดยปรับแต่งบทพิเภกขึ้นใหม่ให้โดดเด่นและแหลมคมอย่างที่ควรจะเป็น





ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล



"เนื้อเรื่องหลัก ๆ จะเป็นการต่อสู้กันและการขัดกันระหว่างอธรรมฝ่ายหนึ่งและธรรมอีกฝ่ายหนึ่ง พิเภกเป็นคนกลาง แต่เป็นคนกลางซึ่งมีจิตใจดีมีศีลธรรม ขณะเดียวกันเป็นญาติสนิทกับทศกรรฐ์ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ความผูกพันกันทางสายโลหิตนั้น จะแรงพอที่จะทำให้คนที่มีศีลธรรมประจำใจอยู่ข้างฝ่ายอธรรมได้หรือไม่ และโขนตอนนี้ก็แสดงให้เห็นว่า...อยู่ไม่ได้เพราะหลักการก็ดี ธรรมก็ดีมี มีความสำคัญ มีพลังมากกว่าความผูกพันทางสายโลหิต และเมื่อพิเภกไปถึงพระราม ปัญหาก็เกิดขึ้นอีกว่า พิเภกจะเข้ากับพระรามได้หรือไม่ เพราะพระรามถือเป็นศัตรูกับยักษ์ พิเภกเป็นยักษ์ตนหนึ่ง จะมีข้อยกเว้นได้หรือ แต่พระรามก็ยอมให้พิเภกเข้าสวามิภักดิ์ แสดงให้เห็นว่าหลักการที่ต้องกันและความเป็นธรรมนั้น สามารถทำลายอุปสรรคและสิ่งกีดขวางระหว่างบุคคลอันเกิดจากเชื้อชาติ ฐานะหรือวงศ์ตระกูล ลงไปได้โดยสิ้นเชิง" ม.ร.ว.ปรีดียาธร แจง


ทั้งนี้ โขนกลางแจ้งตอน "พิเภกสวามิภักดิ์" จะจัดแสดงในวันศุกร์ที่ ๒๕ ตุลาคม เวลา ๑๗.oo น. ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ ๘o พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สาทร โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานทอดพระเนตรการแสดง ผู้สนในสอบถามบัตรชมการแสดงในรอบซ้อมใหญ่และรอบเสด็จฯ ได้ที่สถาบันคึกฤทธิ์ โทร.o๒-๒๘๖-๕๓๘๕-๖ เวลา ๑o.oo-๑๖.oo น. หยุดวันอาทิตย์และจันทร์



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net
manager.co.th













"จากวันวาน ... ถึงวันนี้”


คณะจิตรกรรมฯ ร่วมกับ ภาควิชาจิตรกรรม ภาควิชาภาพพิมพ์ ภาควิชาศิลปไทย ได้จัดทำโครงการเชิดชูเกียรติศิลปินและอาจารย์ผู้เกษียณอายุราชการ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยมีงานแสดงมุทิตาจิต และการจัดแสดงนิทรรศการ "จากวันวาน ... ถึงวันนี้" ระหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน





"อิสตรี" (Female)
ผลงานของ รศ.กัญญา เจริญศุภกุล



ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ คณะจิตรกรรมฯ มีอายุครบ ๗o ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาอาจารย์ซึ่งเป็นศิลปินรุ่นแล้วรุ่นเล่า ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในคณะจิตรกรรมฯ อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ตั้งแต่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี, อาจารย์สนั่น ศิลากรณ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์เขียน ยิ้มศิริ, ศาสตราจารย์เกียรติคุณชลูด นิ่มเสมอ, ศาสตราจารย์เกียรติคุณประหยัด พงษ์ดำ และอาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ที่ทยอยกันเกษียณอายุราชการ ซึ่งในปีนี้คณะจิตรกรรมฯ ได้มีคณาจารย์ที่ทำคุณประโยชน์ ทำชื่อเสียง และมีคุณูปการต่อคณะจิตรกรรมฯ ๔ ท่าน คือ ศาสตราจารย์พิษณุ ศุภนิมิตร ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง รองศาสตราจารย์กัญญา เจริญศุภกุล และศาสตราจารย์วิโชค มุกดามณี





“สวนสวรรค์ของโมเน่ต์” หมู่บ้านจิเวอร์นี ฝรั่งเศส ๒๕๕๕
ผลงานของ ศ.พิษณุ ศุภนิมิตร
“Monet’s Heavenly in Giverny Village”
Silkscreen (Watercolor – bassed)
๘o X ๕o.๕ ซม.



นิทรรศการ "จากวันวาน ... ถึงวันนี้" จะเปิดการแสดงระหว่างวันที่ : ๒๔ ตุลาคม – ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ณ PSG Art Gallery คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ และเชิญร่วมเปิดงานนิทรรศการวันพฤหัสบดีที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.oo น. โดย ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย (ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์) เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ





"We Marriage"
ผลงานของ ศ.วิโชค มุกดามณี
เทคนิค Mixed Media ขนาด Dimension variable



ที่มาของการจัดนิทรรศการฯ

“ครูและอาจารย์” ในคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีบทบาทสำคัญในการสอน ถ่ายทอดวิชาความรู้ และอบรมจริยธรรม แต่ให้ความสำคัญมิได้จำกัดเพียงการสอนในชั้นเรียนตามรายวิชาต่าง ๆ เท่านั้น การดำรงตนเป็นศิลปินที่ทำงานศิลปะและการนำผลงานออกแสดงในนิทรรศการต่าง ๆ ถือได้ว่าเป็นอีกบทบาทสำคัญในการเป็นตัวอย่างการเป็นศิลปินและผู้นำศิลปะแนวทางใหม่





"วัฏฏะแห่งชีวิต" (The Circle of Life)
ผลงานของ ศ.วิโชค มุกดามณี
เทคนิค Installation ขนาด Dimension variable



ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ คณะจิตรกรรมฯ มีอายุครบ ๗o ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาอาจารย์ซึ่งเป็นศิลปินรุ่นแล้วรุ่นเล่า ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในคณะจิตรกรรมฯ อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ตั้งแต่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี, อาจารย์สนั่น ศิลากรณ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์เขียน ยิ้มศิริ, ศาสตราจารย์เกียรติคุณชลูด นิ่มเสมอ, ศาสตราจารย์เกียรติคุณประหยัด พงษ์ดำ และอาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ที่ทยอยกันเกษียณอายุราชการ ซึ่งในปีนี้คณะจิตรกรรมฯ ได้มีคณาจารย์ที่ทำคุณประโยชน์ ทำชื่อเสียงและมีคุณูปการต่อคณะจิตรกรรมฯ ๔ ท่าน คือ

๑. ศาสตราจารย์พิษณุ ศุภนิมิตร
๒. ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง
๓. รองศาสตราจารย์กัญญา เจริญศุภกุล
๔. ศาสตราจารย์วิโชค มุกดามณี





"แสงสุวรรณภูมิ" ๒๕๓๔ (บุโรพุทโธ อินโดนีเซีย)
ผลงานของ ศ.ปรีชา เถาทอง
สีอะคริลิกบนกระดาษ ๓๘ X ๕o ซม.



ทั้ง ๔ ท่านจะเกษียณอายุราชการ คณะจิตรกรรมฯ ร่วมกับ ภาควิชาจิตรกรรม ภาควิชาภาพพิมพ์ ภาควิชาศิลปไทย ได้จัดทำโครงการ เชิดชูเกียรติศิลปินและอาจารย์ผู้เกษียณอายุราชการ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ โดย มีงานแสดงมุทิตาจิต และการจัดแสดงนิทรรศการฯ ในระหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ดังกล่าว





"แสงสุวรรณภูมิ" ๒๕๕๖ (วัดราชบพิธ)
ผลงานของ ศ.ปรีชา เถาทอง
สีอะคริลิกบนผ้าใบ ๑๔o X ๑๗o ซม.






"อิสตรี" (Female)
ผลงานของ รศ.กัญญา เจริญศุภกุล






"อิสตรี" (Female)
ผลงานของ รศ.กัญญา เจริญศุภกุล






“สะพานข้ามสายน้ำแห่งนิยายเก็นจิ” (เมืองอุจิ เกียวโต ญี่ปุ่น) ๒๕๕๕
ผลงานของ ศ.พิษณุ ศุภนิมิตร
“ Silkscreen (Watercolor – bassed) ขนาด ๔๑.๕ X ๕๕ ซม.






"แสงสุวรรณภูมิ" ๒๕๓๔ (บุโรพุทโธ อินโดนีเซีย)
ผลงานของ ศ.ปรีชา เถาทอง
สีอะคริลิกบนกระดาษ ๓๘ X ๕o ซม.






"แสงสุวรรณภูมิ" พ.ย. ๒๕๕๒
(แสงยามเช้า หอไตรวัดพระสิงห์ เชียงใหม่)
ผลงานของ ศ.ปรีชา เถาทอง
สีอะคริลิกบนกระดาษ ๓๘ X ๕o ซม.






"สัญญาณสิ่งแวดล้อม" (Signal in Environment)
ผลงานของ ศ.วิโชค มุกดามณี
เทคนิค Mixed Media ขนาด ๒oo X ๑๕o ซม.






"สัญญาณสิ่งแวดล้อม" (Signal in Environment)
ผลงานของ ศ.วิโชค มุกดามณี
เทคนิค Mixed Media ขนาด ๒oo X ๑๕o ซม.




ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคนิทรรศการ













"Destination Chiang Rai ”


ศิลปินรุ่นใหญ่ สมยศ หาญอนันทสุข ร่วมกับ ขัวศิลปะ เชียงราย หรือ ArtBridgeChiangRai (ABCR) นำผลงานศิลปะประเภท ภาพเขียนสีน้ำมัน ภาพเขียนสีน้ำ ภาพลายเส้น ภาพถ่าย วีดีโอ ศิลปะสื่อผสม และผลงานออกแบบของศิลปินรวม ๔ ชาติ คือ ไทย - เยอรมัน - อิตาลี - บัลกาเรีย (ซึ่งเป็นศิลปินหญิง และชายรวม ๑๑ คน ตั้งแต่วัย ๓o ต้น ๆ ไปจนถึงวัย ๗o ปี โดยศิลปินต่างชาติทั้งหมดใช้ชีวิตหรือเคยใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ส่วนศิลปินไทยเป็นศิลปินที่เคยที่ใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดต่างๆในประเทศไทย)


มาจัดแสดงร่วมกันใน นิทรรศการ Destination Chiang Rai เพราะว่าศิลปินเหล่านี้ต่างก็ใช้ชีวิตอยู่ที่ต่าง ๆ กัน และมุ่งนำผลงานมาจัดแสดงร่วมกันที่ ขัวศิลปะ ของเชียงราย ได้แก่


Eberhard Fichter (เอเบอร์ฮาด ฟิกเต้อร์) ศิลปินชาวเยอรมัน วัย ๗o ปี ทำงานลายเส้นและภาพถ่ายและเป็นนักสะสมงานศิลปะ ในนิทรรศการครั้งนี้ศิลปินจะมีผลงานภาพถ่ายมาร่วมแสดง เป็นผลงานภาพถ่ายชุด Bunker ที่ริมหาด นอร์มังดี ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งสร้างขึ้นในสมัย สงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ทางสงคราม ที่ยังเก็บไว้ให้คนในยุค ต่อๆไปได้เห็นกัน


สมยศ หาญอนันทสุข วัย ๖๓ ปี เดิมทีเป็นคนกรุงเทพฯ หลังจากจบอนุปริญญาที่ ม.ศิลปากร แล้วได้รับทุนการศึกษาจาก รัฐบาลเยอรมันไปเรียนต่อที่เมืองมิวนิค และใช้ชีวิตทำงานศิลปะอยู่ที่นั่นจนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลาร่วม ๔๒ ปี ครั้งนี้เขาจะนำภาพเขียนสีน้ำมัน มาร่วมแสดงในนิทรรศการ


อุดม อุดมศรีอนันต์ วัย ๕๗ ปี เป็นศิลปินที่ได้รับรางวัลต่างๆมากมายและ่มีชื่อเสียงทางด้านออกแบบของประเทศไทย เป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท Planet 2001 จบปริญญาตรีจากคณะจิตรกรรม ม.ศิลปากร ครั้งนี้จะนำภาพเขียนและงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์มาร่วมแสดงในนิทรรศการ


ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ วัย ๕๔ ปี เป็นชาวปัตตานี จบปริญญาตรีจากคณะจิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตทำงานศิลปะอยู่กรุงเทพฯนานนับสิบปี ปัจจุบันมาตั้งรกรากอยู่ที่เชียงใหม่ ไทวิจิต เป็นที่รู้จักกันในวงการศิลปะ ในฐานะของจิตกร นักตกแต่ง ออกแบบ และนักเขียนภาพประกอบหนังสือในนิตยสารต่าง ๆ ในนิทรรศการครั้งนี้เขาจะมีผลงานจิตรกรรมของเขามาให้ชม


Antonello Bulgini (อันโตเนลโล่ บุลจีนี่) เสียชีวิตอย่างกระทันหันไปเมื่อสองปีที่ผ่านมาในขณะที่เขาเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาในกรุงโรม อิตาลี่ ด้วยวัย ๕o ปี เขาเป็นชาวอิตาลีทางตอนใต้ เคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองมิวนิค และจบการศึกษาทางศิลปะที่สถาบันศิลปะของเมืองมิวนิค หลังจากที่อยู่มิวนิคได้ ๘ ปีก็อพยพไปใช้ชีวิตทำงานศิลปะอยู่ที่กรุงโรม แล้วเสียชีวิตที่นั่น ในนิทรรศการครั้งนี้จะมีภาพเขียนสีน้ำมันบนกระดาษของเขามาจัดแสดงให้ชม


Valio Tchenkov (วาลิโอ เช็งคอฟ) วัย ๔๗ ปี เป็นศิลปินชาวบัลกาเรีย จบการศึกษาที่สถาบันศิลปะของเมืองมิวนิค แล้วใช้ชีวิตทำงานศิลปะอยู่ที่นั่นจนทุกวันนี้ ผลงานของเขามีหลายรูปแบบ ในนิทรรศการครั้งนี้จะมีงาน วีดีโอและภาพเขียนสีน้ำมันบนกระดาษมาร่วมแสดง


Sybille Rath (ซีบิลเล่อ ราท) ศิลปินหญิงชาวเยอรมันวัย ๔๓ ปี จบการศึกษาที่สถาบันศิลปะของเมืองมิวนิค เกิดและใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองมิวนิค ทำงานศิลปะทั้งประเภทภาพเขียนและประติมากรรม แต่ในนิทรรศการครั้งนี้จะนำภาพเขียนมาแสดง


พรเทพ ชิดพง วัย ๓๗ ปี เกิดที่สุพรรณบุรี ปัจจุบันใช้ชีวิตทำงานศิลปะอยู่ที่อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นศิลปินอิสสระที่ไม่เคยศึกษาจากสถาบันใด ๆ ในนิทรรศการจะมีงานศิลปะที่สร้างด้วยสีสเปรย์ สีน้ำและลายเส้น มาร่วมแสดง


โคม ศิลปินวัย ๓๖ ปี เป็นชาวนครศรีธรรมราช จบการศึกษาศิลปกรรมจากคณะวิจิตรศิลป ม.เชียงใหม่ แล้วไปใช้ชีวิตทำงานศิลปะและออกแบบเสื้ออยู่กรุงเทพฯ จะมีผลงานสีน้ำมาร่วมแสดงในนิทรรศการ


วันทนีย์ ศิริพัฒนานันทกูร ศิลปินหญิงไทยที่ไปจบการศึกษาศิลปะด้านสื่อผสมที่เมือง เบรเม่น เยอรมนี หลังจากจบการศึกษาปริญญาตรีที่คณะจิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร ปัจจุบันกลับมาเป็นอาจารย์สอนศิลปะที่ ม.ศิลปากร นิทรรศการครั้งนี้เธอจะนำผลงานสื่อผสมมาร่วมแสดง


พิชยะ คุณวัฒน์ วัย ๓๒ ปี จบการศึกษาศิลปะจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปัจจุบันใช้ชีวิตทำงานศิลปะอยู่กรุงเทพฯ จะมีภาพเขียนของเขามาร่วมแสดงในนิทรรศการครั้งนี้


นิทรรศการ Destination Chiang Rai เปิดนิทรรศการ วันเสาร์ที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๑๗.oo น โดยมี โรล์ฟ ซูลเซ่อร์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธี


จากนั้นนิทรรศการจะเปิดให้ชมไปจนถึง ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ทุกวัน เวลา ๑o.oo - ๑๙.oo น.(ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม) ณ ขัวศิลปะ เชียงราย เลขที่ ๕๕๑ หมู่ ๑ ถ.พหลโยธิน ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย (ก่อนถึงแยกสนามบิน แม่ฟ้าหลวง ติดกับวัดขัวแคร่ )โทร. o๕๓-๑๖๖๖๒๓ และ o๘๘-๔๑๘-๕๔๓๑


ขัวศิลปะ เป็นหอศิลปะที่ก่อตั้งขึ้นโดยการร่วมแรงกันของศิลปินชาวเชียงรายกว่าร้อยคน ซึ่งมาร่วมกันลงทุน และหาทุนก่อสร้างอาคารเพื่อจะได้มีที่จัดนิทรรศการและจัดกิจกรรมทางศิลปะให้กับศิลปินชาวเชียงราย และในบางโอกาสก็จะมีนิทรรศการเชิญศิลปินจากที่อื่น ๆ เข้ามาจัดนิทรรศการเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน และเชื่อมโยงดั่งชื่อ ขัวศิลปะ ซึ่งเป็นภาษาทางเหนือ แปลว่า สะพานศิลปะ





สมยศ หาญอนันทสุข



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th













"สื่อสารเรื่องราวภาษาศิลป์เอกลักษณ์ของชาวพื้นเมืองออสเตรเลียในเขตเมือง”


สื่อสารเรื่องราวภาษาศิลป์เอกลักษณ์ของชาวพื้นเมืองออสเตรเลียในเขตเมือง ณ หอศิลปวิทยนิทรรศน์ สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงงานวันที่ ๕-๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖


พิธีเปิดนิทรรศการ วันอังคารที่ ๕ พฤศจิกายน เวลา ๑๘.๑๕-๒o.๓o น.


สถานทูตออสเตรเลีย กรุงเทพฯ ร่วมกับหอศิลปวิทยนิทรรศน์ สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภูมิใจเสนอนิทรรศการ “Message Stick: Indigenous Identity in Urban Australia” หรือ “สื่อสารเรื่องราวภาษาศิลป์: เอกลักษณ์ของชาวพื้นเมืองออสเตรเลียในเขตเมือง”


นิทรรศการจัดแสดงผลงานภาพวาดและภาพถ่ายจำนวน ๒๑ ชิ้น ที่สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวพื้นเมืองออสเตรเลียที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองจำนวน ๑๑ คน ในระยะเวลา ๒๕ ปีที่ผ่านมา ผลงานทั้งหมดคัดเลือกมาจากคอลเลคชั่นอาร์ตแบงค์ (Artbank) ของรัฐบาลออสเตรเลีย


นิทรรศการ Message Stick เน้นแสดงให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวา พลัง และการสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ของศิลปินและชุมชนพื้นเมือง โดยพาผู้ชมออกจากรูปแบบงานศิลปะพื้นเมืองร่วมสมัยของดินแดนทะเลทรายทางตะวันตกซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ไปสู่ประสบการณ์ชีวิตส่วนตัวในสังคมเมืองใหญ่ของออสเตรเลีย






ผลงานภาพอันโดดเด่นบอกเล่าเรื่องราวของชนอะบอริจิ้นและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรส รวมถึงวัฒนธรรมของพวกเขา สะท้อนให้เห็นคุณูปการมากมายที่ชุมชนนี้สร้างให้แก่สังคมออสเตรเลียในปัจจุบัน ผลงานเหล่านี้นำเสนอทัศนะสดใหม่ของเอกลักษณ์ความเป็นพื้นเมืองร่วมสมัย รวมทั้งเปิดมุมมองให้ผู้ชมได้คิดต่างถึงความหมายของการเป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยในเขตเมืองของออสเตรเลียในปัจจุบันนี้


ศิลปินที่เข้าร่วมนำเสนอผลงาน ได้แก่ เอียน อับบลิว อับดุลลา, บรู๊ค แอนดรูว์, ริชาร์ด เบลล์, โรเบิร์ต แคมเบลล์ จูเนียร์, จูลี่ ดาวริ่ง, อดัม ฮิวล์, ดานี่ เมลเลอร์, คริสเตียน ทอมสัน, รีโก้ เรนนี้, ดาร์เรน ซิเวส และเอช เจ เวดจ์


นิทรรศการนี้จัดขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลียและอาร์ตแบงค์ โดยได้เดินทางไปจัดแสดงในนิวแคลิโดเนียและประเทศในทวีปแอฟริกา เช่น แอฟริกาใต้ ซิมบัคเว และเคนย่า เมื่อสองปีที่ผ่านมา และในขณะนี้กำลังจัดแสดงในประเทศต่าง ๆ แถบเอเชีย



ภาพและข้อมูลจากเวบ
fineart-magazine.com













"นิทรรศการภาพถ่ายขาว-ดำ แนว Street Photography "NO[W]HERE MAN”


นิทรรศการภาพถ่าย ขาว-ดำ แนว Street Photography ครั้งแรกของพิธีกรสาว "ผ้าป่าน" สิริมา ไชยปรีชาวิทย์ (StrawberryCheesecake) ซึ่งภาพชุดนี้ คือภาพที่บันทึกช่วงเวลาที่ผ้าป่านได้เดินทางท่องเที่ยวในมหานครนิวยอร์ก มองเมืองนิวยอร์กแบบ ขาว-ดำ ผ่านสายตาของเธอคนนี้ได้ที่


Maya's Secret Gallery เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ ๑๑ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ พิธีเปิดนิทรรศการในวันพฤหัสบดีที่ ๑o ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น.


โดยรายได้ทั้งหมดจะบริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนหญิง ในโครงการวานีตา พลังหญิง สร้างสังคม และโครงการใต้ฟ้าเดียวกัน เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือกับสตรีและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบของ 3ชายแดนภาคใต้


Maya's Secret Gallery เปิดให้เข้าชมทุก วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา ๑๑.oo-๒o.๓o น.


การเดินทางสามารถมาได้หลายเส้นทาง

รถโดยสารส่วนบุคคล
-วิ่งเส้นถนนสีลมเข้าซอยสีลม ๑๙ อยู่ในโครงการบ้านสีลม ตรงข้าม Central Silom Tower
-มีบริการที่จอดรถในโครงการและ Valet parking


ระบบขนส่งสาธารณะ
- รถไฟฟ้ามหานคร (BTS) ลงสถานีสุรศักดิ์ หรือช่องนนทรี
- รถโดยสารประจําทางสาย ๗๗, ๑๕, ๕๑๔, ๑๑๕, ๑๖๓, ๑๖๔, ๑๗๗, ๕o๔, ๗๖, ๕๔๗
- เรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่าสาทร หรือท่าสี่พระยา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร o๒-๖๓๕-๒๒๘๘, o๘๔-๓๘๖-๗๒๗๒



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคนิทรรศการ













"ภาพถ่ายอินฟาเรด "แสงที่มองไม่เห็น”


ภาพและสีที่เรามองเห็นในธรรมชาติ คือสีในสเปคตรัมแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตามนุษย์สามารถมองเห็น แล้วภาพถ่ายของแสงที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า จะมีภาพและสีเป็นเช่นไร นิทรรศการ "แสงที่มองไม่เห็น – บียอนด์ วิซิเบิ้ล ไลท์" สามารถให้คำตอบแก่คุณได้






นิทรรศการแสงที่มองไม่เห็นภาพเหล่านี้คือสีของธรรมชาติภายใต้แสงอินฟราเรด หรือ IR ที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ที่จัดขึ้นในงานนิทรรศการ "แสงที่มองไม่เห็น – Beyond Visible Light" ของ ดร. ธนะวัฒน์ ลิขิตคีรีรัตน์ ศิลปินผู้เคยสร้างชื่อเสียงระดับโลกจากการชนะเลิศการประกวด Your Best Shot Photo Contest เมื่อปี ๒๕๕๔ จัดโดยนิตยสาร Popular Photography นิตยสารถ่ายภาพชื่อดังของอเมริกา






ในงานแสดงนิทรรศการนี้ยังมีการเสวนาในหัวข้อ "แสงที่มองไม่เห็น" ดร. ธนะวัฒน์ กล่าวว่า การแสดงนี้เป็นการโชว์ผลงานภาพถ่ายจากการใช้เทคนิคพิเศษในการถ่ายภาพสเปคตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น แสงเหนือม่วง หรือ Ultraviolet และแสงใต้แดง หรือ Infrared ภาพที่แสดงก็จะมีทั้งใน และต่างประเทศ ที่ได้จากการเดินทาง และประสบการณ์ของ ดร. ธนะวัฒน์ที่สั่งสมมานานกว่า ๑o ปี






นอกจากได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดจากนิตยสาร Popular Photography แล้ว ดร.ธนะวัฒน์ยังเคยชนะการประกวด ๑o ภาพเล่าเรื่อง Season 2 จัดโดยนิตยสาร National Geographic Thai Edition ในปี ๒๕๕๔ อีกรางวัลด้วย และก่อนหน้านี้ ดร. ธีระวัฒน์ มีงานแสดงภาพถ่ายที่ชื่อว่า Beneath จัดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แสดงภาพถ่ายใต้น้ำ ภายใต้ธีม "Marine Camouflage หรือ พรางทะเล" นำเสนอเรื่องราวอันน่าพิศวง แต่ในขณะเดียวกันก็สวยงามของแหล่งดำน้ำมหาสมุทรแถบอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งจะกลับมาจัดให้ได้ชมกันอีกครั้งเร็ว ๆ นี้ และยังมีงานแสดงในอนาคตที่จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม


นิทรรศการภาพถ่าย "Beyond Visible Light – แสงที่มองไม่เห็น" เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้ถึง ๓๑ ตุลาคม ณ พื้นที่ศิลปะ ชั้น ๒ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม o๒-๒๓๗-oo๗๗



























ภาพและข้อมูลจากเวบ
กระทู้ภาพที่ถ่ายด้วย “แสงที่มองไม่เห็น”













"Angel”


โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ จี โรงแรมแบบไลฟ์สไตล์และดีไซน์สมัยใหม่ บนถนนสีลม ภูมิใจเสนอนิทรรศการภาพถ่ายชุด ‘นางฟ้า’ โดย เชิดวุฒิ สกลยา ศิลปินนักถ่ายภาพชื่อดังระดับสากล ซึ่งได้รับรางวัลมากมายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ


อาทิ รางวัลเหรียญทองในการประกวด Asia Pacific Ad Fest 2007 รางวัลชนะเลิศ ในการประกวด 15th Cresta International Advertising Award 2007 รางวัลเหรียญเงินจากการประกวด London International Award 2008






เชิดวุฒิ สกลยา กล่าวว่า “ในยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยีการถ่ายภาพเกิดขึ้น พวกเราชาวสยาม (ชาวไทย) ตั้งแต่ยุคโบราณมาจะอาศัยภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังตามวัดวาอารามในการถ่ายทอดเรื่องราวและจินตนาการตามความเชื่อในขณะนั้น เราจะเห็นได้ว่าในรูปจิตรกรรมฝาผนังเหล่านั้นจะบอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของบุคคลทุกชนชั้น รวมถึงเทวดา ‘นางฟ้า’ ที่สวมชฎาและเครื่องทรงปะปนกันอยู่ในภาพเขียนอย่างแยกกันไม่ออก มีทั้ง ‘นางฟ้า’ ที่ลอยอยู่คอยโปรยดอกไม้ให้พรแก่ผู้คน หรือ ’นางฟ้า’ที่จับกลุ่มกันร่ายรำอย่างอ่อนช้อยงดงาม






แต่ปัจจุบัน โอกาสที่จะได้พบ เหล่า ‘นางฟ้า’ ตามแบบที่เราเห็นในภาพเขียนนั้นยากเหลือเกิน นานๆจะได้เจอโดยบังเอิญสักครั้ง และในหลายๆครั้งที่ได้เจอนั้น มักเป็นเวลาพลบค่ำยามวิกาล หรือในสถานที่ที่ไม่คาดคิดว่าจะมี ‘นางฟ้า’ สิงสถิตย์อยู่






อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายังเชื่อว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ‘นางฟ้า’ ยังคงมีบทบาทที่จะยังคอยช่วยเหลือมนุษย์เราให้หายคลายจากทุกข์โศกที่ต้องเผชิญบนโลกใบนี้ เราจึงยังคงเห็น ‘นางฟ้า’ ในงานพิธีมงคลต่าง ๆ เช่น งานรําถวาย แก้บน สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ทั้งของชาวบ้านทั่วไป จนถึงพิธีบวงสรวงสําคัญ ๆ ของบ้านเมืองเรามักจะเห็น ‘นางฟ้า’มาชุมชุนร่ายรำอย่างสวยงามพร้อมเพรียง เพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคล อวยชัยให้พร ให้มนุษย์พ้นจากทุกข์ภัยและที่สำคัญคือ เพื่อให้คำอธิษฐานของผู้คน เป็นปาฏิหาริย์ บังเกิดผลเป็นจริงขึ้นมา






ข้าพเจ้ารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ที่ได้มีส่วนบันทึกอัตลักษณ์บางอย่างที่บรรพบุรุษในยุคโบราณของพวกเราได้ส่งผ่านและถ่ายทอดมาให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัส แม้ว่าจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวบางส่วนของอัตลักษณ์นั้นก็ตาม เหมือนพันธุกรรมหรือยีนส์ที่ถูกถ่ายทอดจากคนรุ่นก่อน เพื่อพวกเราจะได้ไม่ลืมอัตลักษณ์บางอย่างของความเป็นไทย” เชิดวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย






ภาพทุกภาพบรรจงถ่ายด้วยฟิล์มขาว-ดำ ของโกดัก ซึ่งล้างและอัดขยายภาพโดยคุณธวัชชัย พัฒนาภรณ์ บนกระดาษ Fiber-based papers ชึ่งหาได้ยากแล้วในปัจจุบัน เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตได้ทยอยปิดตัวลง จึงถือได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งซึ่งควรค่าแก่การเก็บสะสม






ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าชมนิทรรศการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และเชิญร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ จะจัดขึ้นวันจันทร์ที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น. โดยได้รับเกียรติจาก คุณบุญชัย เบญจรงคกุล เป็นประธานในพิธีเปิด






เกี่ยวกับศิลปิน

เชิดวุฒิ สกลยา ศิลปินช่างภาพ ปัจจุบันอายุ ๓๙ ปี ผู้ตกหลุมรักและหลงใหลในการถ่ายภาพตั้งแต่เรียน วิชาถ่ายภาพในภาคเรียนที่ ๒ ขณะศึกษาปริญญาตรีคณะศิลปกรรม สาขาทัศนศิลป์ ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ตั้งแต่นั้นเขาก็มีกล้องติดตัวตลอดเวลา จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา ๒o กว่าปีที่เขาคร่ำหวอดอยู่ในวงการถ่ายภาพ เชิดวุฒิมีโอกาสได้ร่วมงานกับนิตยสารที่มีชื่อเสียงระดับประเทศในการถ่ายภาพความงามและแฟชั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ เขาได้ร่วมงานกับบริษัทโฆษณาซึ่งส่งผลงานของเขา เข้าประกวดและได้รับรางวัลดังที่เป็นเกียรติประวัติ อาทิ รางวัลเหรียญทองในการประกวด Asia Pacific Ad Fest 2007 รางวัลชนะเลิศ ในการประกวด 15th Cresta International Advertising Award 2007 รางวัลเหรียญเงินจากการประกวด London International Award 2008






“ภาพถ่ายของเขาแสดงถึงเสี้ยวขณะหนึ่งของการสื่อสารระหว่างแบบกับผม ผ่านทางเลนส์กล้อง ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกขณะนั้นโดยมิได้ปรุงแต่งสิ่งใดเพิ่มเข้าไป เป็นการสื่อสารและหลอมรวมความรู้สึกเข้าด้วยกันโดยปราศจาการ เสแสร้ง กำแพงทางความคิด หรือการจัดฉาก เป็นสัญชาตญาณโดยแท้” เชิดวุฒิกล่าวและตบท้ายว่า ‘การถ่ายภาพคือชีวิตของผม’






นิทรรศการ : นางฟ้า
ศิลปิน : เชิดวุฒิ สกลยา
วันที่ : ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ – ๓๑ มกราคม ๒๕๕๗
สถานที่ : แกลลอรี่ ชั้น ๓๖ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ จี (สีลม)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสนใจซื้อผลงาน โทร : o๒-๒๓๘-๑๙๙๑
อีเมล์ : pr@pullmanbangkokhotelG.com
เฟซบุ๊ค : //www.facebook.com/pullmanbangkokhotelG



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













“Different together” (เพราะต่างกัน…ไปด้วยกัน)


นิทรรศการ : “ Different together ” (เพราะต่างกัน…ไปด้วยกัน)

ศิลปิน : กลุ่ม Henry 25
ธันธวัช จิตทักษะ [Thantawat Jittaksa]
ชารีฟ ตอเล็บ [Sharif Toleb]
สิริภัทร มีวงษ์อุโฆษ [Siripat Mewongukote]
สุชน คุตไชยกุล [Suchon Khutchaikun]
กรวิวัฒน์ บุญศรี [Kornwiwat Boonsri]
กิตติศักดิ์ สุขสำราญ [Kittisak Suksamran]
กนกกร ล้ำเลิศ [Kanokkorn Lamler]
วิทูน กิตติภัทรางกูร [Witoon Kittipattarangkul]

ลักษณะงาน : จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่าย และสื่อประสม

ระยะเวลาที่จัดแสดง : ๑๑ – ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

พิธีเปิดนิทรรศการ : ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.๓o น.

ห้องนิทรรศการ : ห้องนิทรรศการชั้น ๒


แนวความคิด

นิทรรศการ “Different together (เพราะต่างกัน…ไปด้วยกัน)” คือ การกลับมาอีกครั้งของศิลปินกลุ่ม "Henry 25" ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ โดยในครั้งนี้เปรียบดั่ง "อัญมณีเเห่งกาลเวลา" อันเกิดขึ้นมาจากประสบการณ์ที่ล้วนเเตกต่างกันไป หลังจากที่ได้เเยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตนเอง ต่างก็ต้องพบเจอทั้งเรื่องดีเเละร้าย ต่างก็เฝ้ารอวันเวลาเพื่อที่จะกลับมาพบเจอ พูดคุย รับฟังเรื่องราวซึ่งกันเเละกันอีกครั้ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น แม้มันจะตกตะกอนไปอย่างช้า ๆ เเต่ทว่ายังคงสม่ำเสมอ ค่อย ๆ หลอมรวม และควบเเน่นอย่างเเนบสนิท อันสุดเเสนจะมีค่า น่าชื่นชม เเละกลมกล่อม ด้วยน้ำมือของวันเเละเวลา กระทั่งกลายมาเป็นผลงานศิลปะของเเต่ละคน และนั่นคือจุดร่วมเดียวกันที่แสดงว่ายังคงเดินบนเส้นทางสายศิลปกรรมต่อไป



ภาพและข้อมูลจากเวบ
chamchuriartgallery.blogspot.com













“I, Me & Myself”


นิทรรศการ : “I, Me & Myself”

ศิลปิน : บรรลุ วิริยาภรณ์ประภาส Banlu Wiriyapornprapas

ลักษณะงาน : จิตรกรรมสีน้ำ ( Watercolor Painting)

ระยะเวลาที่จัดแสดง : ๑๔-๓o พฤศจิกายน ๒๕๕๖

พิธีเปิดนิทรรศการ : วันจันทร์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.oo น.

คุณปัญญา นิรันดร์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ

ห้องนิทรรศการ : ห้องนิทรรศการชั้น ๑ ห้อง ๑

ติดต่อศิลปิน : o๘๗-๙๘๗-๘๖๘๘


แนวความคิด

“I, Me & Myself” เป็นนิทรรศการแสดงผลงานจิตกรรมสีน้ำเดี่ยวครั้งที่ ๓ ซึ่งศิลปินต้องการถ่ายทอดเอกลักษณ์และเทคนิคเฉพาะตน หลังจากที่ได้สร้างผลงานจิตกรรมสีน้ำมาอย่างต่อเนื่องกว่า ๒o ปี โดยแสดงคุณลักษณะของสีน้ำอย่างชัดเจน ใช้สีสันที่สดใส แสดงกำลังส่องสว่างของสีอย่างเต็มที่ผสมกับรอยแปรงที่ระบายอย่างสนุก ประกอบกับการตัดกันของเส้นและการให้น้ำหนัก ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นสะดุดตา นอกจากนี้ยังต้องการถ่ายทอดจินตนาการและประสบการณ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจสีน้ำ



ภาพและข้อมูลจากเวบ
chamchuriartgallery.blogspot.com













"นิทรรศการศิลปะของผู้ฝึกอบรมศิลปะบุคคลภายนอก รุ่นที่ ๓๔”


นิทรรศการศิลปะของผู้ฝึกอบรมศิลปะบุคคลภายนอก รุ่นที่ ๓๔ ปี ๒๕๕๖ จัดแสดงงานศิลปะราว ๒oo ชิ้น จาก ๗ สาขาวิชา คือ จิตรกรรมสีน้ำ จิตรกรรมสีอะครีลิค ภาพพิมพ์โลหะชิ้นเล็ก เครื่องเคลือบดินเผาแป้นหมุน ศิลปะไทย การเขียนลายน้ำทอง วาดเส้น และประติมากรรมขนาดเล็ก เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ถึง ๓๑ ตุลาคม (หยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์) ที่หอศิลป์วังหน้า ถ.ราชินี เขตพระนคร



ภาพและข้อมูลจากเวบ
นสพ.คม ชัด ลึก ๒๔ ต.ค. ๒๕๕๖
เฟซบุคโครงการ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 25 ตุลาคม 2556
Last Update : 25 ตุลาคม 2556 22:10:40 น. 0 comments
Counter : 5823 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.