happy memories
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
8 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๕๙




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto









"ค่ายแชมเบอร์ออร์เคสตร้าเยาวชนอาเซียน”


วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย จัดค่ายแชมเบอร์ออร์เคสตร้าเยาวชนอาเซียนโดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจกรรมดนตรีคลาสสิคในเอเชียอาคเนย์ และเปิดโอกาสให้นักดนตรีรุ่นใหม่ได้ทำงานร่วมกับศิลปินระดับนานาชาติ


โดยโครงการนี้ได้คัดเลือกนักดนตรีที่มีอายุระหว่าง ๑๕ - ๒๖ ปี จากภูมิภาคอาเซียนทั้งไทย พม่า อินโดเนเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเวียดนาม กว่า ๒๘ ชีวิต ที่เล่นเครื่องดนตรีอาทิเช่น ไวโอลิน วิโอลา เชลโล ดับเบิ้ลเบส ฟลู้ท โอโบ บาสซูน เฟรนฮอร์น เข้าร่วมฝึกซ้อม รวมวงแชมเบอร์ออร์เคสตร้า The Southeast Asian Youth Chamber Orchestra (SEAYCO) โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อฝึกฝนดนตรีกันอย่างเข้มข้นกับวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ อาทิ Nicolás Pasquet วาทยกร, Martin Spangenberg นักคลาริเน็ต จาก the Hochschule für Musik FRANZ LISZT , Weimar พร้อมทั้งนักดนตรีวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra) ตั้งแต่วันที่ ๖-๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๕






ทั้งนี้ Nicolás Pasquet จะเป็นวาทยกรนำเยาวชนดังกล่าว ร่วมจัดแสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกให้ผู้ที่สนใจเข้ารับชมในวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๙.oo น. ณ หอแสดงดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยนำเสนอผลงานเพลงของ Mozart, Elgar และ Dvorak ได้แก่ Symphony No.29 in A major KV 201 และ Clarinet Concerto in A major KV 622 โดยมี Martin Spangenberg นักคลาริเน็ตชาวเยอรมัน เป็นโซโลอิสท์ สนใจสามารถเข้าชมคอนเสิร์ตได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ






เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่สนใจเข้ารับชมคอนเสิร์ต สถาบันเกอเต้จะจัดรถบัสออกเดินทางจากภัตตาคารจันทร์เพ็ญ ถนนพระราม ๔ (สถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินี ทางออก ๑) เวลา ๑๗.oo น. เสียค่าใช้จ่ายการเดินทางไปและกลับเพียง ๑oo บาท


นอกเหนือจากการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ แล้ว โครงการ SEAYCO 2012 จะได้ไปแสดงที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่าอีกด้วย


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ o๒-๘oo-๒๕๒๕ ต่อ ๑๕๖-๗, o๒-๒๘๗-o๙๔๒ ต่อ ๘o, ๘๒ หรือ เฟซบุคของวง



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"คอนเสิร์ตเพลงดังหนังลูกทุ่ง ครูสุรินทร์​ ภาคศิริ”


สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมรายการ ‘คอนเสิร์ตเพลงดังหนังไทย ครูสุรินทร์ ภาคศิริ’ รวบรวมเพลงเอกจากภาพยนตร์ ๑o เรื่องดังในอดีต อาทิ มนต์รักลูกทุ่ง, ชาติลำชี, มนต์รักจากใจ, บัวลำภู, มนต์รักแม่น้ำมูล, ลูกทุ่งเพลงสวรรค์, ครูบ้านนอก, ครูวิบาก โดย วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร นายสถาพร นิยมทอง อำนวยเพลง


ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญ บรรจบ เจริญพร, ศิรินทรา นิยากร, ปริศนา วงศ์ศิริ, สัญญา พรนารายณ์, ธงชัย ประสงค์สันติ และศิลปินกรมศิลปากร ปกรณ์ พรพิสุทธิ์, ดวงดาว เถาว์หิรัญ, กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ, นฤมน พลพุทธา พิธีกรรับเชิญ แดง เจดีย์, สัมพันธ์ พัทลุง






ร่วมจัดสนับสนุนกิจกรรมโดย มูลนิธิสโมสรมิตรภาพวัฒนธรรมสากล, สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย และนิตยสารทางอีศาน


คอนเสิร์ตจัดวันเสาร์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.oo น. ณ โรงละครแห่งชาติ
บัตรราคา ๑oo, ๘o, ๖o บาท
สอบถามรายละเอียดได้ที่ o๒-๒๒๔-๑๓๔๒











ภาพและข้อมูลจาก
นสพ.คม ชัด ลึก ๔ ต.ค. ๒๕๕๖
e-shann.com













"Say Fong Civilization มรดกประวัติศาสตร์แบบอาณานิคม ”


ขอเชิญรับฟังบรรยายสาธารณะ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ เรื่อง "SAY FONG CIVILIZATION" มรดกประวัติศาสตร์แบบอาณานิคม ในวันพุธที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ lek-prapai.org เรื่อง “Say Fong Civilization มรดกประวัติศาสตร์แบบอาณานิคม” โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ


เข้าใจกันมาโดยตลอดว่า เมืองทรายฟอง” เป็นเมืองเก่าสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ซึ่งมีอโรคยศาลซึ่งกล่าวกันว่า “เป็นพระราชอำนาจของกษัตริย์ชัยวรมันที่ ๗ แห่งอาณาจักขอมซึ่งอยู่เหนือสุดในดินแดนภาคพื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” จนแม้แม้การแบ่งช่วงเวลาทางประวตัิศาสตร์ของชาติลาวก็ยังเรียกช่วงนี้ว่า “อารยธรรมทรายฟอง” แต่หากจะมีการนำเสนอสมมติฐานจากการตรวจสอบหลักฐานทางโบราณคดีและตรวจสอบข้อมูลใหม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาของการค้นพบหลักฐานต่างๆ จากยุคอารยธรรมทรายฟองที่เจ้าอาณานิคมฝรั่งเศสบันทึกไว้ และพบว่า “การสร้างอารยธรรมทรายฟอง” เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประวัติศาสตร์แบบยุคอาณานิคม” ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด


ฟังการบรรยายประกอบหลักฐานจากการสำรวจเพื่อเสนอว่า “ทรายฟอง” เป็นส่วนหนึ่งของบ้านเมืองสองฝั่งโขงในยุคที่ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมเขมรและทวารวดี และเป็นส่วนหนึ่งของรัฐศรีโคตรบูรที่สัมพันธ์กับบ้านเมืองในเขตที่ราบลุ่มน้ำงึมในเขตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในปัจจุบัน


เริ่มเวลา ๑๓.๓๐ น. - ๑๖.๐๐ น. รับผู้ฟังบรรยายครั้งล่ะไม่เกืน ๒๐ ท่าน ติดต่อสำรองที่นั่ง ได้ที่มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘, ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ หรือทาง เฟซบุคมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ 
หรือรับชมถ่ายทอดสดได้ทาง lek-prapai.org



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคมูลนิธิเล็ก-ประไพ-วิริยะพันธุ์













ประกวดภาพถ่าย "หนึ่งร้อยภาพมหัศจรรย์เมืองชล”


จังหวัดชลบุรี โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี จัดโครงการประกวดภาพถ่ายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี ในหัวข้อ “100 MIRACLE FAME OF CHONBURI…หนึ่งร้อยภาพมหัศจรรย์เมืองชล” ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า ๑๕o,ooo บาท


โดยสามารถส่งภาพถ่ายสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีในมุมมองที่สวยงามแปลกตา หรือยังไม่เป็นรู้จักแพร่หลาย รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความมหัศจรรย์ ที่จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดชลบุรีได้ พร้อมกับบรรยายถึงแรงบันดาลใจหรือความประทับใจเพื่อสะท้อนความหมายของหัวข้อการประกวด


การประกวดแบ่งเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ ภาพถ่ายจากกล้องดิจิตอลหรือฟิล์ม ความละเอียดไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านพิกเซล และกลุ่มที่ชอบสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ ด้วยการโพสต์รูปถ่ายจากกล้องดิจิตอล ฟิล์ม หรือโทรศัพท์มือถือลงเฟสบุ๊ค ทั้งนี้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะทำการคัดเลือกให้เหลือเพียง ๑oo ภาพ เพื่อนำมา จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำในกรุงเทพมหานคร เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖


ผู้ชนะเลิศรางวัลประเภทภาพถ่ายทั่วไปจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า ๕o,ooo บาท รองชนะเลิศอันดับ ๑ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า ๓o,ooo บาท รองชนะเลิศอันดับ ๒ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า ๒o,ooo บาท และรางวัลชมเชย จำนวน ๑o รางวัล รางวัลละ ๒,ooo บาท ส่วนประเภทสังคมออนไลน์ ผู้รับรางวัลขวัญใจสื่อโซเชียลมีเดีย จะได้รับเงินรางวัล ๑o,ooo บาท และรางวัลชมเชย จำนวน ๑o รางวัล รางวัลละ ๑,ooo บาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษที่ตัดสินในวันจัดนิทรรศการ ได้แก่ รางวัลภาพประทับใจสื่อมวลชน และรางวัลภาพประทับใจมหาชน ได้รับเงินรางวัลละ ๕,ooo บาท


ผู้สนใจสามารถโหลดใบสมัคร กติกา และติดตามรายละเอียดได้ทาง เฟซบุค 100MiracleFameOfChonburi สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. o๘๔-๑๒o-๓๖o๙ หรือ miraclefame@gmail.com เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๖ และจะประกาศผลรางวัลในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th













“เส้น – สี แห่งธรรมชาติ” (Color of Nature)


ธรรมชาติมีความลึกลับ มหัศจรรย์ มีสรรพสิ่งที่งดงามมหาศาลหาที่สุดมิได้ สิ่งเหล่านี้คือความบันดาลใจในการทำงานศิลปะ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความประทับใจต่อแง่มุมและมุมมองที่มีความหลากหลาย โดยถ่ายทอดแนวทางสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการของเส้น สี แสงและผีแปรงด้วยอารมณ์ความรู้สึกกับสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงฤดูกาล เวลา การเคลื่อนไหว บรรยากาศ ให้เป็นผลงานจิตรกรรมที่มีชีวิตชีวา สร้างสรรค์ออกมาเป็นชุดนามธรรมในธรรมชาติ


บทกวีแห่งโชคชะตา

มนุษย์เดินผ่านร่มเงาของความทุกข์ สุข สมหวัง เหงา รัก เศร้า ตามท่วงทำนองจังหวะของชีวิต การก้าวเดินในแต่ละช่วงเวลาของมนุษย์ล้วนเผชิญไปกับอุปสรรคน้อยใหญ่ อันเป็นสาระของชีวิตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สติสัมปชัญญะที่มีในกายใจมนุษย์เท่านั้นที่เป็นดั่งพาหนะนำพาจิตพ้นไกลหายวิตก ในขณะมี่การขับเคลื่อนไป ของชีวิต ด้วยอารมณ์คงเกิดได้เพียงเรื่องเศร้าหมอง ที่กัดกร่อนใจมนุษย์ชายหญิงให้วิโยคโศกร้าง ตามวาระแห่งการกระทำ จิตรกรรมชุดนี้ ดั่งมโนภาพสะท้อนความจริงแท้ การเปรียบเปรยอุปมาอุปไมโดยอาศัยรูปลักษณะสัญลักษณ์ วิธีการจิตรกรรม เป็นตัวสื่อสารเรื่องราวนัยยะความหมานิทรรศการ


นิทรรศการ : “เส้น – สี แห่งธรรมชาติ” (Color of Nature)
ศิลปิน : ณัฐสุธี เตชะวิริยะทวีสิน (Nutsuree Techawiriyataweesin)
ลักษณะงาน : จิตรกรรม
ระยะเวลาที่จัดแสดง : ๑๗ ตุลาคม – ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
พิธีเปิดนิทรรศการ : วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.๓o น.
ห้องนิทรรศการ : ห้องนิทรรศการชั้น ๒
ติดต่อศิลปิน : o๘๗-๕๑๖-๗๓๖๓



ภาพและข้อมูลจากเวบ
chamchuriartgallery.blogspot.com













"ชีวิตช้า ๆ ณ ปอดของคนกรุง”


เรามักมองข้ามสิ่งใกล้ตัว ด้วยรู้สึกว่าคุ้นเคยดีจนบางครั้ง (อาจ) ไม่เห็นคุณค่า...เหมือนอย่างที่หลายคน (เริ่ม) ลืมเลือนแหล่งเรียนรู้ทั้งด้านนิเวศวิทยาและเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น "ปอดของคนกรุง" อย่าง "บางกระเจ้า" จ.สมุทรปราการ เพียงไม่กี่นาทีจากแผ่นดินใหญ่ ภายในเกาะกลางเมืองหน้าตาละม้าย "กระเพาะหมู" ซึ่งอัดแน่นไปด้วยสีเขียวและความชุ่มชื้นกำลังแต่งตัวรอรับการมาเยือนของผู้ชื่นชอบชีวิตช้า ๆ กลมกลืนไปกับวิถีชาวบ้านอันเรียบง่ายชนิดไม่ต้องง้อ "ไวไฟ" ก็มีความสุขไม่ยาก...


และสิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหัวใจของการเดินทางท่องเที่ยวให้ได้อรรถรสที่สุดเห็นจะเป็นการใช้แรงเท้าปั่นจักรยานพาตัวเข้าไปสัมผัสเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานที่ให้ความสำคัญการท่องเที่ยวลักษณะนี้มาก ๆ ก็หนีไม่พ้นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ล่าสุดจัดทริป "ปั่นจักรยาน เที่ยวบางกระเจ้า" หนึ่งในโครงการ "เลดี้...เจอร์นี่ โก กรีน" ชวนสาววัยทำงานพร้อมเพื่อนๆ ที่มีหัวใจสีเขียวไปท่องเที่ยวแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ค่อย ๆ ซึมซับความงดงามของกระเพาะหมูแบบไม่รีบร้อน






เช้าตรู่ก่อนแดดแรงจะเลียผิวให้เสียอารมณ์ คาราวานจักรยานกลุ่มใหญ่นัดรวมพลกันที่ "บ้านธูปสมุนไพร" แล้วปั่นลัดเลาะไปตามทางคอนกรีตยกพื้นสำหรับสองล้อและสองเท้า นอกจากอากาศจะสดชื่นแล้ววิถีชุมชนบางน้ำผึ้งตลอดสองข้างทางยังโอบล้อมไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด เป็นโรงงานผลิตออกซิเจนชั้นดีของคนที่นี่แล้วเผื่อแผ่ไปสู่ชาวเมืองหลวง ชีวิตช้า ๆ ของชาวชุมชนมีมาตั้งแต่สมัย ร.๔-ร.๕ สังเกตได้จากเรือนไทยสภาพเดิมๆ ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางความร่มรื่น ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ "เรือนไทยครูมะลิ" ผลผลิตทางวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนานร่วม ๑oo ปี โดย ครูมะลิ พูนสวัสดิ์ ข้าราชการวัยเกษียณ ที่ตอนนี้อายุ ๗๒ ปี เล่าว่า เรือนหลังนี้เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่สมัยคุณยายทวดซึ่งมีชีวิตอยู่ถึง ๕ แผ่นดิน เมื่อลูกหลานแต่งงานก็จะยกเรือนหรือที่ดินให้ไปเป็นทุนเริ่มชีวิตใหม่


ปัจจุบันเรือนไทยฝาลูกปะกนไร้ตะปูยึดหลังนี้ไม่มีคนอยู่อาศัยแล้วเพราะลูกหลานแยกตัวไปปลูกบ้านใหม่ จึงปรับเป็นเรือนรับแขกและแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงเรือนพักแบบโฮมสเตย์สำหรับใครที่อยากใช้ชีวิตเรียบง่าย พอเพียง โดยมีกิจกรรมไทย ๆ ที่น่าสนใจไว้ให้เรียนรู้ อาทิ การตัดพวงมะโหตร ตีกลองยาว การแปรรูปฟักข้าว หรือชวนตักบาตรตอนเช้า






"เราพยายามฟื้นฟูของเดิมให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ บ่อยครั้งที่มีนักศึกษา นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาพัก และทำวิจัยวิถีชุมชนเชิงอนุรักษ์ กลายเป็นองค์ความรู้ใหม่ของชาวบ้าน ซึ่งทุกวันนี้แม้ว่าชุมชนจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากวิถีเกษตรมาเป็นโฮมสเตย์ มีเรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องแต่ส่วนใหญ่ยังคงยึดวิถีพอเพียง ปลูกผักผลไม้ไว้กินเอง เหลือกินก็นำไปขายที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง หรือทำให้มีรายได้เลี้ยงตัวในยุคที่มีการแข่งขัน" ประธานโฮมสเตย์วิสาหกิจชุมชนบางน้ำผึ้ง เล่าถึงการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยแต่ยังคงวิถีอนุรักษ์ให้ฟัง


อีกวิถีไทยที่เปรียบเสมือนกาวชั้นดีช่วยยึดให้คนในชุมชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันคือ ความใกล้ชิดระหว่างบ้านและวัด อย่าง "วัดโปรดเกศเชษฐาราม" พระอารามหลวงชั้นตรี วัดพุทธไทยเพียงวัดเดียวในย่านพระประแดง เพราะวัดอื่น ๆ มักเป็นวัดพุทธรามัญ วัดนี้พระยาเพชรพิไชย (เกตุ) ได้สร้างขึ้นในสมัย ร.๒ ราวปี ๒๓๖๕ นอกจากจะมีพระประธานปางมารวิชัยหล่อด้วยโลหะ ยังมีพระพุทธไสยาสน์หรือพระนอนที่มีพระพักตร์งดงาม ว่ากันว่าเป็นต้นแบบพระนอนของวัดโพธิ์และองค์อื่นๆ ในยุครัตนโกสินทร์


ภายในวัดยังมีพระอุโบสถสถาปัตยกรรมแบบเก๋งจีน ไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันมีศิลปะปูนปั้นลายเครือเถาประดับเครื่องลายคราม ถือเป็นโบสถ์เป็นแห่งเดียวในประเทศที่รวมศิลปะ ๓ ชาติไว้ คือไทย จีน และฝรั่ง โดยเฉพาะศิลปะฝรั่งจะเด่นชัดอยู่ที่ซุ้มเรือนแก้วของพระประธานที่สร้างแบบฝรั่ง นอกจากนี้ยังมีซุ้มจระนำ ๓๕ ซุ้มอันหมายถึงพระพุทธองค์ตรัสรู้เมื่ออายุ ๓๕ พรรษา แต่ละซุ้มมีภาพวาดภิกษุณีประดับ มีเรื่องเล่าว่าในสมัย ร.๔ ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางพระพุทธศาสนาครั้งใหญ่ ทรงไม่โปรดภิกษุณีจึงมีการโบกปูนทับซุ้มไว้บาง ๆ ซึ่งภาพวาดเพิ่งถูกค้นพบเมื่อครั้งบูรณะพระอุโบสถเมื่อไม่นานมานี้






นอกจากนี้ ยังมีภาพจิตรกรรมต้นแบบ ๑ ใน ๕ ภาพของขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ได้รับพระราชทานมาติดตั้งไว้เหนือประตูทางเข้าพระอุโบสถ ในภาพเล่าเรื่องชาวตะวันตกในสยาม ซึ่งทำให้รู้ว่าเมืองพระประแดงหรือ "เมืองบาแดง" แต่เดิมมีแหลมชื่อ "นิวอาร์มสเตอร์ดัม" อยู่ และขรัวอินโข่งก็ถ่ายทอดหลักฐานนั้นอยู่ในภาพนี้เอง


เส้นทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตช้า ๆ ในดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นปอดของคนกรุงยังมีอีกมากให้ศึกษา ว่างเมื่อไรไปได้เมื่อนั้น...



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net













"เตรียมเช็คอินในงาน เทศกาลละครกรุงเทพครั้งที่ ๑๑”


กลับมาอีกครั้ง...การรวมตัวครั้งใหญ่ที่สุดของวงการละครไทย พฤศจิกายนนี้ เทศกาลละครกรุงเทพครั้งที่ ๑๑ โดย เครือข่ายละครกรุงเทพ ร่วมกับ ประชาคมบางลำพู , สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม, สำนักศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร และ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เสนอมหกรรมทางการแสดงที่ชาวกรุงเทพฯ ต่างตั้งตารอ กับเทศกาลที่ได้รวมเอากลุ่มละครของไทยเอาไว้ได้มากที่สุดในงานนี้เพียงงานเดียว เทศกาลละครที่จัดกันเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง (รวมระยะเวลา ๑๒ ปีติดต่อกัน)


สหราชอาณาจักรมีงานเทศกาลละคร ‘Edinburgh Festival Fringe’ ส่วนที่ฝรั่งเศสก็มีงานเทศกาล ‘Festival D’Avignon’ ซึ่งเป็นเทศกาลละครยิ่งใหญ่ที่สุดอันเป็นหมุดหมายในการเดินทางมาชมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สำหรับเมืองไทยของเราเองวัฒนธรรมการชมละครเริ่มขยายจากวงแคบๆ ขึ้นทีละน้อย และเทศกาลละครที่ใกล้เคียงเทศกาลละครในสองประเทศที่กล่าวเอาไว้มากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น ‘เทศกาลละครกรุงเทพ’ ซึ่งเริ่มต้นจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๔๕






และตลอด ๒ สุดสัปดาห์ภายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ นี้เตรียมชมกันให้อิ่มตาอิ่มใจไปกับผลงานจำนวนมากกว่าชุดการแสดง (จากเกือบ ๖o คณะละครทั้งที่เป็นคณะละครไทยอาชีพและมือสมัครเล่น รวมถึงการแสดงจากศิลปินรับเชิญจากต่างประเทศ) ครอบคลุมตั้งแต่นาฏศิลป์ตามประเพณีนิยม, ละครพื้นบ้าน, ละครเวที,ร่วมสมัย, ละครใบ้, นาฏลีลา, Physical Theatre, ละครร้อง, ละครแนวทดลอง, ละครสำหรับเด็กและครอบครัว, ละครเร่ ฯลฯ และกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ ซึ่งจะกระจายกันจัดให้ได้ชมและเข้าร่วม ณ สวนสันติไชยปราการ, ร้านอาหารและผับในย่านชุมชนบางลำภู, หอศิลปะวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, ไปจนถึงโรงละครอีกหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่เข้าร่วมภายในเทศกาลละครกรุงเทพฯ - มหกรรมทางการแสดงที่รุ่มรวยด้วยความหลากหลายที่สุดงานหนึ่งของไทย


เทศกาลละครกรุงเทพครั้งที่ ๑๑ จัดแสดงติดต่อกันตลอดระยะเวลา ๒ สัปดาห์ระหว่างวันที่ ๒-๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ ผู้สนใจจะเข้าชมงานสามารถตรวจสอบตารางการแสดงและข่าวสารของเทศกาลฯ ได้ทาง //www.bangkoktheatrenetwork.com และ Facebook : Bangkok Theatre Festival (มีทั้งการแสดงที่เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและการแสดงที่ต้องซื้อบัตรเพื่อเข้าชม)


















ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th
เฟซบุค Bangkok Theatre Festival













“จิตตกรรมเล่าเรื่องจิตตนคร”


ถือเป็นอีกหนึ่งหนังสือที่ควรเก็บรักษาสำหรับ “จิตตกรรมเล่าเรื่องจิตตนคร” เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ พระธีรโพธิ ภิกขุ หรือ อาจารย์ธีระพันธุ์ ลอไพบูลย์ ประธานชมรมธุลีไท ที่ได้อ่านหนังสือเรื่อง “จิตตนคร” บทพระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (สุวัฑฒนมหาเถระ) ที่ทรงนิพนธ์ไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ เพื่ออธิบายและขยายความพุทธวัจนะที่ว่า “พึงรู้ว่ากายนี้มีอุปมาแตกง่ายเปรียบด้วยหม้อดิน พึงกั้นจิตที่มีอุปมาด้วยนครที่มีป้อมปราการสร้างไว้ดีแล้ว พึงรบชนะมารด้วยใช้ปัญญาเป็นอาวุธ” ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ด้วยการนำเรื่องราวของ “จิต” และ “ธรรมะ” ในแง่มุมต่าง ๆ มาผูกเป็นเรื่องราวทำนองบุคลาธิษฐานคล้ายนิยายธรรมที่ลึกล้ำพิสดาร


เมื่อพระธีรโพธิ ภิกขุ อ่านเรื่อง “จิตตนคร” แล้วนั้น จึงเกิดแรงบันดาลใจในการคิดแปลงเนื้อหาธรรมในเรื่องจิตตนครออกมาเป็นภาพ เพื่อให้ผู้อ่านทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชนได้รับความรู้ ความซาบซึ้งในพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยอาศัยภาพเป็นสื่อ “จิตตกรรมเล่าเรื่องจิตตนคร” จึงถือกำเนิดขึ้นโดยการนอบน้อมต่อทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระอริยสงฆ์อย่างแท้จริง


“ผลงานในครั้งนี้แม้จะทำออกมาในรูปแบบของนิยายภาพ แต่อยากให้เรียกว่า “จิตตกรรม” มากกว่า เพื่อให้สอดคล้องกับคำว่า “จิตตนคร” ที่สมเด็จพระสังฆราชได้นิพนธ์เอาไว้ อีกทั้งยังเพื่อให้มีความหมายว่าเป็นการกระทำของจิต เพราะครั้งนี้ไม่ใช่การวาดรูปปกติ แต่เป็นการวาดรูปโดยใช้ภาวะจิตในการตีความบทธรรมคำสอนในเรื่องให้ออกมาเป็นภาพที่สื่อความหมายไม่ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับเดิม สำหรับบทใหญ่ใจความของพระนิพนธ์ในสมเด็จพระสังฆราชชิ้นนี้เป็นการอุปมา “กาย” ของมนุษย์ให้เป็นดั่งเมืองหนึ่งเมืองที่มีชื่อว่า “จิตตนคร” โดยมี “จิต” เป็นเจ้าเมือง อันมีบริวารคนสนิทอยู่ ๒ คน คนแรกเป็นฝ่ายสีขาวมีชื่อว่า “คู่บารมี” เป็นเหมือนกับที่ปรึกษาของเจ้าเมืองที่คอยห้ามปรามตักเตือนในสิ่งที่ไม่ดี และชี้แนะหนทางที่ถูกต้อง บริวารอีกคนมีชื่อว่า “สมุทัย (ต้นเหตุแห่งทุกข์)” ผู้อยู่ในด้านสีดำที่คอยสนับสนุนให้เจ้าเมืองทำตามกิเลสหรือความต้องการของตน ในเรื่องนี้สมุทัยไม่ได้ทำงานเพียงคนเดียว แต่ยังมีลูกน้องอยู่อีก ๓ คนที่คอยทำงานรับใช้เกื้อหนุนความต้องการของสมุทัยนั่น คือ โลโภ โมโห และโทโส พระนิพนธ์เรื่องนี้มีความเท่อยู่ในตัวเองสูงมาก เพราะนอกจากมีการนำหลักธรรมมาเปรียบให้เป็นตัวบุคคลแล้ว การดำเนินเรื่องยังเต็มไปด้วยการทับซ้อนของวิธีคิด รวมทั้งกิเลสต่าง ๆ ที่อยู่ในตัวเราอย่างมีเหตุมีผล ตรงนี้แหละที่ทำให้เรื่องสนุกน่าติดตาม และสิ่งสำคัญคือเนื้อหาของเรื่องที่เขียนขึ้นเมื่อปี ๒๕๑๓ ไม่ได้เชยลงแม้แต่น้อย” พระธีรโพธิกล่าว


ด้าน สุภชัย วีระภุชงค์ กรรมการมูลนิธิวีระภุชงค์ และเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐ ในฐานะผู้เล็งเห็นคุณค่าหนังสือ บอกว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เล็งเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของหนังสือชุด “จิตตกรรมเล่าเรื่องจิตตนคร” จึงได้ร่วมกับ มูลนิธิวีระภุชงค์ และสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐ จัดพิมพ์หนังสือดังกล่าวจำนวน ๑๕,๐๐๐ เล่ม ถวายให้กับสำนักเลขาธิการสมเด็จพระสังฆราช เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในงานฉลองพระชนมายุ ๑๐๐ ปี ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และน้อมถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราชในปีมหามงคล



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th













"เทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ๖”


สถาบันปรีดี พนมยงค์ มีความยินดีขอเชิญร่วมงาน ศิลปกับสังคม ครั้งที่ ๑๘ ศิลปะนานาพันธุ์ ๖ : ๔๐ ปี ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ตื่นตาตื่นใจกับการเขียนภาพสด ๔๐ ปี ๑๔ ตุลา โดย ศิลปินเพื่อประชาธิปไตยสมบูรณ์ พิทักษ์ ปิยะพงษ์ สุรพล ปัญญาวชิระ สมชาย วัชระสมบัติ ไมตรี หอมทอง

เวลา ๑๕.๐๐ น. ลงทะเบียน
• ชมภาพยนตร์เรื่อง “เงาประวัติศาสตร์” โดย ภาณุ อารี

• พิธีประกาศเชิดชูเกียรติและมอบรางวัลปีติศิลป์สันติภาพ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖

• การแสดงปาฐกถาศิลปกับสังคม ๒๕๕๖ เรื่อง “กรรมกรวรรณกรรม” โดย ศรีดาวเรือง

• ชมภาพยนตร์สั้นเรื่อง “ดุจดั่งจะคายคืน” / “มัทรี” โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร

• พิธีเปิดงานศิลปกับสังคม ครั้งที่ ๑๘ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖ เทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ๖ : ๔๐ ปี ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๒๐ ปี สายใยมิตรภาพ (เปิดใช้สถาบันอย่างไม่เป็นทางการ) การแสดงสด-ร่ายบทกวี

• ชมการแสดงสิ่งละอันพันละน้อย โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร บลูด้า-ต่อเวตาล่า แม่จำปา แสนพรม เบบี้ไมม์โชว์ บีฟลอร์เธียเตอร์ ฯลฯ

พิธีกร : ดุจดาว วัฒนปกรณ์ บุญใหญ่ เกรียงไกร ฟูเกษม
สินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย

กิจกรรมตลอดการจัดงาน
• ๒๕-๒๘ ก.ย. ๒๕๕๖ เขียนภาพสดโดย ศิลปินเพื่อประชาธิปไตยสมบูรณ์ ณ โถงนิทรรศการสถาบันปรีดี พนมยงค์

• ๒๙ ก.ย. ๒๕๕๖ เวลา ๑๕.๐๐ น. การแสดงละครเรื่อง “Fireflies in the garbage room” โดย คานธี วสุวิชย์กิต
• ๒๙ ก.ย.-๑ ต.ค. ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.๓๐ น. อ่านบทละคร ดนตรี ลีลา : ขุนทองเจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง โดย กลุ่มละครกุหลาบแดง

• ๕ ต.ค. ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.๐๐ น. การแสดง “สันติประชาธิปไตย” โดย สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล และกลุ่มศิลปินเพื่อสันติภาพ

• ๕-๖ ต.ค. ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.๓๐ น. แสดงละครเวทีเรื่อง “ผีแมวดำ” โดย กลุ่มพระจันทร์เสี้ยวการละคร (๖ ต.ค. เพิ่มรอบ ๑๔.๐๐ น.)

• ๗ -๘ ต.ค. ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.๓๐ น. แสดงละครเวทีเรื่อง “โรโมรุส ออนเดอะร็อค” โดย คณะละครมรดกใหม่และกลุ่มละครกุหลาบแดง

• ๑๒ ต.ค. ๒๕๕๖ เวลา ๑๓.๓๐ น. รายการผลิบานในม่านควัน โดย สิทธิธรรม โรหิตะสุข / แนะนำหนังสือ “แผ่นดินเดียวกัน”/ เสวนาวรรณกรรม : แก้วหยดเดียว และ ขุนทองเจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง /อ่านบทกวีนำโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี และนักกวีกว่า ๒๐ คน / เวลา ๑๗.๐๐ น. มินิคอนเสิร์ต “ดนตรี กวี ภาพ” โดย สันติภาพ นาโค

• ๑๒-๑๔ ต.ค. ๒๕๕๖ เวลา ๒๐.๐๐ น. แสดงละครเวทีเรื่อง “ไต้ฝุ่น” โดย สาขาวิชาการละคร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกลุ่มบี-ฟลอร์ เธียร์เตอร์

นิทรรศการภาพศิลปะเปิดให้ชม ๒๘ กันยายน – ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖ มีการแสดงละครเวที เสวนาวรรณกรรม อ่านบทกวี ดนตรี ภาพยนตร์ ฯลฯ สำนักงานเลขานุการสถาบันปรีดี พนมยงค์ โทรศัพท์ ๐-๒๓๘๑-๓๘๖๐-๑



ภาพและข้อมูลจากเวบ
prachatai.com













""Young Programme 2013"”


ละลานตา ไฟน์อาร์ต มีความยินดีนำเสนอนิทรรศการภาพเขียนและสื่อผสมโดยศิลปินรุ่นใหม่ ๕ คน ที่มีเทคนิคและผลงานเป็นที่น่าจับตามอง ได้แก่ ศินิต แซ่เจี่ย, พิชญ์ แตงพันธ์, วิภูษณะ ศุภนคร, อรัญญา กุญชรวุฒิชัย และจิรัชยา พริบไหว


“Young Programme” เกิดขึ้นจากความคิดริเริ่มของละลานตา ไฟน์อาร์ตในการมองหาศิลปินรุ่นใหม่ในประเทศแถบเอเชียที่มีความสามารถและยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยโครงการนี้ดำริที่จะเปิดพื้นที่ให้ศิลปินเหล่านี้ได้แสดงผลงานเและแนวคิดใหม่ ๆ สู่สาธารณชน


นิทรรศการ “Young Prgramme 2013” จะจัดแสดงผลงาน ๒๒ ชิ้นในรูปแบบแตกต่างกัน อาทิเช่น


ศินิต แซ่เจียนำเสนองานจัดวาง และสื่อผสมจากการนำวัสดุใช้แล้ว เช่นเตาอบ ตะเกียง โคมไฟ

พิชญ์ แตงพันธ์ นำเสนอผลงานสีน้ำมันบนแผ่นทองเหลืองกัดกรดซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากข
องเล่นในวัยเยาว์

วิภูษณะ ศุภนคร นำเสนอผลงานเชิงนามธรรมชิ้นใหญ่ผ่านฝีแปรงอิสระ

อรัญญา กุญชรวุฒิชัย นำเสนอภาพเขียนแนวฟิเกอร์เรทีฟที่แสดงถึงความเชื่อมโยงของมนุษย์และสัตว์

จิรัชยา พริบไหว นำเสนอภาพวาดลายเส้นพลิ้วไหว ด้วยปากกาบนกระดาษ


นิทรรศการ “Young Programme 2013” จะจัดแสดงที่ละลานตา ไฟน์อาร์ต ตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน – ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๖


ละลานตา ไฟน์อาร์ต ตั้งอยู่ที่ ๒๔๕/๑๔ ถ. สุขุมวิทซอย ๓๑ คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ ๑o๑๑o
โทร o๒-๒o๔-o๕๘๓, o๒-๒๖o-๕๓๘๑ แฟกซ์ o๒-๒o๔-o๕๘๒
อีเมลล์ info@lalanta.com
เวลาทำการ วันอังคารถึงวันเสาร์ เวลา ๑o.oo น. ถึง ๑๙.oo น.











ภาพและข้อมูลจากเวบ
portfolios.net





บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 08 ตุลาคม 2556
Last Update : 8 ตุลาคม 2556 19:36:46 น. 0 comments
Counter : 1972 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.