happy memories
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
4 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๖๔




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto








ศิลปิน ทนงศักดิ์ จันทร์เงิน


“วาดอาจไม่เหมือนนัก แต่แรงบันดาลใจสำคัญนัก”


“วาดอาจไม่เหมือนนัก แต่แรงบันดาลใจสำคัญนัก” เพราะเป็นแรงบันดาลใจอันเกิดจากความเศร้าโศกเสียใจที่ได้รับทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


รวมถึงแรงบันดาลใจอันเกิดจากความศรัทธา ในคำสอนของพระองค์ ผู้เป็นเจ้าของบทพระนิพนธ์เรื่อง “ชีวิตนี้สำคัญนัก” ซึ่งมีเนื้อหาส่วนหนึ่งที่หลายคนสามารถจดจำได้ขึ้นใจว่า


ชีวิตนี้น้อยนัก แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ
เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น
พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดีแล้วจงเลือกเถิด
เลือกให้ดีเถิด



ART EYE VIEW ขออนุญาตนำผลงานของศิลปินทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ ที่ถูกโพสต์ไว้ในโลกออนไลน์ ตามหน้าเพจ หรือ facebook ของแต่ละคน มารวมไว้ ณ พื้นที่แห่งนี้ เพื่อเป็นการร่วมไว้อาลัย





ศิลปิน แขก ช่างศิลป สามสิบ





ศิลปิน Sittichai Tangkatitom





ศิลปิน Punnarut Pun Chawbankrang





ศิลปิน Pvas Rd





ศิลปิน Colourpencilthailand Kik





ศิลปิน Thong-Yhod Yuttana Phongphasuk





ศิลปิน Tee Chingchai





ศิลปิน Dinhin Rakpong-Asoke





ศิลปิน Noppadon Sukpracha



พระรูปวาดและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th












“๑๒o ปีวชิราวุธ”


โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดงาน “๑๒o ปี วันพระบรมราชสมภพ” ระหว่างวันที่ ๗ - ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ที่โรงเรียนวชิราวุธฯ ระดมจัดกิจกรรมให้ความรู้และสันทนาการมากมาย อาทิ นิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ กิจกรรม “พาน้องเที่ยวพิพิธภัณฑ์แล้วแข่งขันตอบปัญหา” ต้อนรับนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน การเสวนาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิและกิจกรรมบำเพ็ญกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๗ ในพระบรมราชจักรีวงศ์ซึ่งทรงมีต่อประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชนคนไทย ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย






ในวาระ ๑๒o ปีวันพระบรมราชสมภพ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย จึงกำหนดจัดงาน “ ๑๒o ปี วันพระบรมราชสมภพ” ขึ้น โดยประกอบด้วยการบำเพ็ญกุศลน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมอุทิศถวาย การจัดนิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ การเสวนาทางวิชาการ


สาโรจน์ ลีสวรรค์ ผู้บังคับการโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย กล่าวถึงการจัดงาน “๑๒o ปี วันพระบรมราชสมภพ” ในครั้งนี้ว่า นอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่ชาววชิราวุธวิทยาลัยมีต่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อโรงเรียนอย่างหาที่สุดมิได้แล้ว ก็ยังมีเจตนารมณ์ที่จะเผยแพร่พระกิตติคุณของพระองค์ท่านที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้กอปรด้วยน้ำพระทัยอันบริสุทธิ์งดงาม พระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ ทั้งการปกครอง การดนตรีตลอดจนความสง่างามในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกในการปกครองระบอบประชาธิปไตย






สำหรับกิจกรรมในวาระการรำลึกถึงปีที่ ๑๒o วันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ดำเนินการให้มีนั้น แบ่งออกเป็นสองวัน โดยวันแรกคือวันพฤหัสบดีที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ มีกิจกรรมดังต่อไปนี้


๑) นิทรรศการ “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว : พระราชกรณียกิจและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกในระบอบประชาธิปไตย” จัดแสดงระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๗ ถึงวันศุก์ที่ ๘ พฤศจิกายน ที่ ตึกวชิรมงกุฎ


๒) กิจกรรรม “พาน้องเที่ยวพิพิธภัณฑ์แล้วแข่งขันตอบปัญหา” โดยนำน้อง ๆ ระดับประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ถนนราชดำเนิน เพื่อเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ประเทศไทยช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับมายังโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยเพื่อร่วมแข่งขันตอบปัญหาที่ห้องประชุมอัศวพาหุ ๑ ตึกอัศวพาหุ






ส่วนวันศุกร์ที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ได้จัดให้มีกิจกรรมทั้งในช่วงเช้าและบ่ายดังนี้

๑) พิธีบำเพ็ญกุศลน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

๒) เสวนาวิชาการเรื่อง “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว : พระราชกรณียกิจและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกในระบอบประชาธิปไตย” ณ หอประชุมวชิราวุธวิทยาลัย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมการเสวนาประกอบด้วยศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.พูนพิศ อมาตยกุล และศาสตราจารย์ ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์


ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการและฟังการเสวนาได้โดยสอบถามรายละเอียดได้ที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย โทร o๒-๖๖๙-๔๖๒๖-๙ ต่อ ๒๙๘ หรือทาง เว็บไซต์ vajiravudh.ac.th






ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยูหัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๗ ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงสืบสันตติวงศ์และทรงรับอเนกนิกรสโมสรสมมติครองมไหศวรรยราชสมบัติต่อจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงพระราชสมภพเมื่อวันพุธที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๓๖ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในระบอบประชาธิปไตย สำหรับวชิราวุธวิทยาลัยนั้น ทรงรับเป็นองค์บรมราชูปถัมภกโรงเรียนมาตั้งแต่สมัยยังเป็นโรงเรียนมหาดเล็กหลวงและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อัญเชิญพระนามเดิมของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวคือ “วชิราวุธ” มาเป็นนามโรงเรียนสืบตั้งแต่รัชสมัยของพระองค์ท่านเป็นต้นมา



ภาพและข้อมูลจากเวบ
stou.ac.th
manager.co.th
wikipedia.org













นิทรรศการภาพจิตรกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ "๘๖ พรรษา มหาราชา”


โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ ขอเชิญเข้าชมงานนิทรรศการศิลปะชุด “๘๖ พรรษา มหาราชา”ผลงานของ ศิลปินคลับหน้าพระลาน เพื่อแสดงความจงรักภักดี และ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรมมาโดยตลอดระยะเวลา ๖๖ปี


พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจด้วยพระราชหฤทัยที่มุ่งมั่น เสียสละ เพื่อให้ประชาชนและประเทศชาติ มีความมั่นคง อยู่ดีกินดี ซึ่งนับเป็นพระราชภาระอันยิ่งใหญ่ และด้วยน้ำพระราชหฤทัย ที่ทรงต้องการแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับพสกนิกรชาวไทย จึงทำให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอีกมากมายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง กลุ่มศิลปินคลับหน้าพระลานภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นพสกนิกรชาวไทยใต้ร่มพระบารมี โดยศิลปินทั้งหมดได้ถ่ายทอดความคิด อารมณ์ และความรู้สึก ออกมาเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ที่งดงามในเทคนิคเฉพาะตัวของศิลปินแต่ละท่านที่มีความหลากหลายและแตกต่างกัน






คุณนิธิ สถาปิตานนท์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (แบบร่วมสมัย) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานใน วันจันทร์ที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น. ณ บริเวณลานนิทรรศการ ชั้น ๓ ของโรงแรมฯ

นิทรรศการจัดขึ้นระหว่าง วันที่ ๑-๓o พฤศจิกายน ศกนี้ ตั้งแต่ เวลา o๙.oo – ๒๑.oo น. ณ บริเวณลานนิทรรศการ ชั้น ๓ ของโรงแรมฯ รายได้จากการจำหน่ายภาพบางส่วนสมทบทุน สมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

นิทรรศการ : ภาพจิตรกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ “๘๖ พรรษา มหาราชา”
ศิลปิน : ศิลปินคลับหน้าพระลาน
วันที่ : ๑-๓o พฤศจิกายน ๒๕๕๖
สถานที่ : บริเวณลานนิทรรศการ ชั้น ๓ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์โทร : o๒-๖๕๓-๙ooo ต่อ ๕o๒o-๑



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"นิทรรศการต้นธารสยาม-ลังกาวงศ์ ”


สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ มิวเซียมสยาม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมจัดนิทรรศการ “ต้นธารสยาม-ลังกาวงศ์ : ๒๖o ปี พระอุบาลี จาริกจารึกนามสยามวงศ์ในลังกา” เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ ๒๖o ปี แห่งการสถาปนาพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา


นิทรรศการ “ต้นธารสยาม-ลังกาวงศ์ : ๒๖o ปี พระอุบาลี จาริกจารึกนามสยามวงศ์ในลังกา” นำเสนอประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาระหว่างประเทศไทยและประเทศศรีลังกา สืบย้อนไปเมื่อ ๒๖o ปีก่อน เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาได้ส่งคณะสงฆ์นำโดย พระอุบาลีมหาเถระ เดินทางไปฟื้นฟูสมณวงศ์ในศรีลังกา ตามคำขอของพระเจ้าศรีวิชัยราชสิงห์ พระเจ้าแห่งกรุงลังกา เนื่องจากเห็นว่ากรุงศรีอยุธยามีพระพุทธศาสนามั่นคง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่พระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ได้ประดิษฐานในศรีลังกา ภายในนิทรรศการยังมีการแสดงภาพถ่ายจากศรีลังกาโดยกลุ่มช่างภาพ สห+ภาพ ที่สะท้อนความใกล้เคียงละม้ายเหมือนวิถีไทยในหลายๆ ด้าน ทั้งศาสนา ศิลปะ ประเพณี วิถีชีวิตประจำวัน ภูมิทัศน์


ร่วมรำลึกประวัติศาสตร์แห่งสายสัมพันธ์ของประเทศไทยและประเทศศรีลังกาที่ได้รับการผูกเชื่อมกันด้วยพระพุทธศาสนา ในนิทรรศการ “ต้นธารสยาม-ลังกาวงศ์ : ๒๖o ปี พระอุบาลี จาริกจารึกนามสยามวงศ์ในลังกา” ได้ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ตุลาคม - ๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ (ปิดวันจันทร์) เวลา ๑o.oo - ๑๘o.oo น. ณ มิวเซียมสยาม ชมฟรี!! สอบถาม โทร. 02-225-2777 ต่อ 400 หรือ



ภาพและข้อมูลจากเวบ
museumsiam.org












ประกวดศิลปิน “ดาวเด่นบัวหลวง ๑o๑”


เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนเข้าสู่การแข่งขันอย่างเต็มตัว กับอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ปลุกปั้นศิลปินคลื่นลูกใหม่สู่แวดวงศิลปะ สำหรับโครงการประกวดศิลปิน “ดาวเด่นบัวหลวง ๑o๑” จัดโดยมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นต้นมา เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างศิลปินหนุ่มสาวรุ่นใหม่ให้มีเวทีแสดงออกถึงความสามารถ ตลอดจนจุดประกายความตื่นตัวการสร้างสรรค์งานศิลปะของศิลปินรุ่นใหม่สู่สาธารณชน รวมทั้งมุ่งหวังให้ประชาชนได้เข้าใจ เข้าถึงและซาบซึ้งในคุณค่าของศิลปะซึ่งเป็นวิถีแห่งสุนทรียภาพที่สามารถสร้างความสุขในชีวิตประจำวัน


โครงการ “ดาวเด่นบัวหลวง ๑o๑” ครั้งที่ ๖ ได้รับความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษาที่ได้คัดเลือกและส่งนักศึกษาดีเด่นเข้าร่วมโครงการแข่งขันวาดภาพสดในรูปแบบเรียลิตี้โชว์เป็นเวลา ๙ วัน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๕-๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และตัดสินผลงานในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ นี้ และได้มีการจัดงานแถลงข่าวโครงการประกวดอย่างเป็นทางการโดย โดยมี คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ และประธานโครงการฯ พร้อมด้วยศิลปินแห่งชาติ ศ.ปรีชา เถาทอง, อ.ถวัลย์ ดัชนี, อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ร่วมพูดคุยและให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าแข่งขันทั้ง ๕๒ คน ที่เป็นตัวแทนนักศึกษาจาก ๒๔ สถาบัน ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อเร็ว ๆ นี้





ศ.ปรีชา เถาทอง ร่วมชื่นชมผลงาน



นอกจากนี้ ภายในงานแถลงข่าวยังมีศิลปินรุ่นพี่ที่ได้รับรางวัลในปีก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น อนีส นาคเสวี ศิลปินดาวเด่นบัวหลวงความคิดสร้างสรรค์ ปี ๒๕๕๑, จุฑารัตน์ พัชรศิรศักดิ์ ศิลปินดาวเด่นบัวหลวงยอดเยี่ยม ปี ๒๕๕๒ และประเสริฐ ยอดแก้ว ศิลปินดาวเด่นบัวหลวงยอดเยี่ยม ปี ๒๕๕๓ และ กิตติศักดิ์ เทพเกาะ ศิลปินดาวเด่นบัวหลวงยอดเยี่ยม ปี ๒๕๕๕ มาร่วมสะบัดปลายพู่กันโชว์ฝีมือการวาดลวดลายลงบนเสื้อยืด เพื่อเป็นของรางวัลสำหรับผู้ที่ร่วมโหวตคะแนนให้กับผู้เข้าแข่งขันด้วย


คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ และประธานโครงการฯ กล่าวว่า โครงการดาวเด่นบัวหลวง ๑o๑ ที่นอกจากจะเป็นเวทีในการสร้างสรรค์ให้กับศิลปินรุ่นใหม่แล้ว ยังทำให้นักศึกษาได้รู้จักสังคมนอกห้องเรียน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ในรูปแบบของการเวิร์กช็อป ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการฝึกฝนของนักศึกษาศิลปะทั้งหลาย ดังนั้น นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกคนจะได้ประสบการณ์ที่มีคุณค่ายิ่งจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศที่ได้เข้ามาให้ความรู้ในโครงการนี้


“ที่ผ่านมา การจัดประกวดโครงการดาวเด่นบัวหลวง ๑o๑ ผลิตศิลปินดวงใหม่สู่วงการศิลปะมาเป็นจำนวน ๕ รุ่นแล้ว ผู้ได้รับรางวัลแต่ละคนล้วนได้รับโอกาสที่ดีในวงการศิลปะ ทั้งเคยได้รับรางวัลศิลปกรรมระดับชาติ ตลอดจนได้รับโอกาสให้ไปร่วมแสดงผลงานศิลปะที่ต่างประเทศ ดังนั้น จึงถือเป็นความโชคดีของทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาแข่งขันในทุก ๆ ปี ที่จะได้มีโอกาสมาสัมผัสและได้รับฟังความรู้ต่างๆ จากศิลปินทั้งหลายที่มาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ ให้ตลอดระยะเวลา ๙ วัน สำหรับคอนเซ็ปต์ของงานปีนี้ คือ ไวท์แคนวาส (White Canvas) ซึ่งหมายถึงดาวเด่นดวงใหม่กำลังจะมาสร้างผลงานศิลปะให้เกิดขึ้น เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมวัฒนธรรมในการชื่นชมงานศิลป์และการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมที่มีคุณค่าสู่สังคมต่อไป” ประธานโครงการฯ กล่าว





นิสิต-นักศึกษา ผู้เข้าประกวดดาวเด่นบัวหลวง ๑o๑ ครั้งที่ ๖ ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย



อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ กล่าวเสริมว่า เป้าหมายของโครงการประกวดฯ ต้องการฝึกฝนให้ทุกคนเป็นศิลปินอาชีพ เช่นเดียวกับตนที่ได้แรงบันดาลใจในการเป็นศิลปินอาชีพมาจากศิลปินอาชีพที่ประสบความสำเร็จและยิ่งใหญ่ อย่าง ถวัลย์ ดัชนี ที่สามารถยกสถานะของคนวาดรูปให้มีความทัดเทียมกับทุกอาชีพในประเทศไทย

“เวทีดาวเด่นจะทำให้รู้ว่าศิลปินอาชีพคิดอะไร แล้วถ้าการจัดประกวดทุกครั้งสามารถสร้างศิลปินอาชีพให้เกิดขึ้นได้ทุก ๆ ปี วงการศิลปะคงจะเติบโตและกว้างขวางมากขึ้น แต่การเป็นศิลปินต้องมีความตั้งใจเป็นอันดับแรก จากนั้นต้องทำงานให้ดีที่สุด มีสังคมดี มีวิสัยทัศน์ และรู้จักเรียนรู้ผู้อื่น มีวิธีการบริหารจัดการชีวิตตัวเองให้ดี เพราะทุกคนสามารถเขียนรูปได้เก่งเหมือนกัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกัน คือ ความฉลาดทางอารมณ์ การนำเสนอผลงานของตัวเองให้เป็น รวมทั้งกระบวนการจัดการในการจัดแสดงรูปที่เป็นระบบและมีการวางแผนเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในที่สุด”

สำหรับโครงการดาวเด่นบังหลวง ๑o๑ ครั้งที่ ๖ ได้คัดเลือกนักศึกษาที่กำลังศึกษาแขนงศิลปะในระดับปริญญาตรี ๒ ปีสุดท้ายเข้าร่วมแข่งขันคณะละ ๒ คน โดยตลอดระยะเวลา ๙ วันในการแข่งขันผู้ร่วมประกวดจะได้รับความรู้จากหัวข้อการบรรยายและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เหล่าวิทยากรจะมาให้ความรู้ทั้งในเชิงเทคนิค กระบวนการสร้างสรรค์ ตลอดจนเสริมสร้างองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ล้วนมีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าแข่งขันอย่างยิ่ง





รุ่นพี่รังสรรค์เสื้อสวยไว้เป็นรางวัลให้ผู้ร่วมโหวต



ตลอดการแข่งขัน ๙ วัน มีกติกาสำคัญ คือ นักศึกษาจะต้องสร้างสรรค์ผลงานและใช้ชีวิตอยู่ในหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เท่านั้น โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่าน //www.kapook.com ซึ่งผู้ชมทั่วไปสามารถมีส่วนในการร่วมโหวตผลงานที่ชื่นชมได้ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว พร้อมสิทธิลุ้นรางวัลจากโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ ๕-๑๓ พฤศจิกายน หรือตามติดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ //www.facebook/Bualuang101 หรือไป follow อินสตาแกรม (IG) กับ Bualuang101 กันได้ โดยจะประกาศผลการตัดสินในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน นี้ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ผู้ชนะรางวัลศิลปินดาวเด่นจิตรกรรมบัวหลวง แบ่งออกเป็น รางวัลยอดเยี่ยม จะได้รับเงินทุนการศึกษา ๑oo,ooo บาท พร้อมโล่เกียรติยศ, รางวัลความคิดสร้างสรรค์ จะได้รับเงินทุนการศึกษา ๗o,ooo บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และรางวัลดีเด่น จะได้รับเงินทุนการศึกษา ๓o,ooo บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ทั้งนี้ ที่สุดของผลงานที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นรางวัลยอดเยี่ยมในปีนี้จะได้รับการกลั่นกรองผ่านสายตาจากคณะกรรมการ ซึ่งมีทั้งศิลปินแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้ตัดสินพิจารณารางวัล ประกอบด้วย จุลทัศน์ พยาฆรานนท์ ประธานกรรมการ, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช,ถวัลย์ ดัชนี, ศ.กำจร สุนพงษ์ศรี, ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, ศ.ปรีชา เถาทอง, อาจารย์ธงชัย รักปทุม, อ.นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน, อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ศ.วิโชค มุกดามณี, อ.ปัญญา วิจินธนสาร, และอภิชาต รมยะรูป ฯลฯ เป็นต้น





คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช



ภาพและข้อมูลจากเวบ
naewna.com













"เสน่ห์วัฒนธรรมจีน”


มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย โดยศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร สถาบันขงจื่อแห่ง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย จะจัดโครงการบรรยายพิเศษเรื่อง ‘เสน่ห์วัฒนธรรมจีน’ ในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา o๘.oo – ๑๖.๓o0 น. ณ ห้องนิทรรศการศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธรสถาบันขงจื่อแห่ง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความรู้ในเรื่องของภาษาและวัฒนธรรมจีน มีหัวข้อน่าสนใจดังนี้ ๑. วรรณกรรมจีนในประเทศไทย – นิยายจีนและวัฒนธรรมจีนแบบดั้งเดิม ๒. การดื่มชาและการดำรงชีวิต – วัฒนธรรมการดื่มชาของจีน ๓. มุมมองวัฒนธรรมการสอนเครื่องดนตรีพื้นบ้านของจีน – วัฒนธรรมเครื่องดนตรีกู่เจิง ๔. จิตรกรรมจีนและการเขียนพู่กัน – เขียนพู่กันจีนจากหัวใจ


ทั้งนี้ ศูนย์จีนฯ จึงขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมตามวันและเวลาดังกล่าว พร้อมกันนี้ ศูนย์จีนฯจะสนับสนุนค่าที่พัก ๑ คืนในคืนวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน สำหรับผู้ที่พักอาศัยอยู่นอกพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยสามารถส่งแบบตอบรับโครงการได้ที่ อีเมล์ 422134524@qq.com และ 859625274@qq.com ภายในวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. o-๕๓๙๑-๗o๙๒, o-๕๓๙๑-๗o๙๖-๙๗



ภาพและข้อมูลจากเวบ
region3.prd.go.th
chiangraifocus.com













"นิทรรศการศิลปกรรม "นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต" ครั้งที่ ๒๕”


กลุ่มบริษัท โตชิบา ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ กรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยศิลปากร ขอเชิญชวนท่านเข้าร่วมชม นิทรรศการศิลปกรรม "นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต" ครั้งที่ ๒๕ ประจำปี ๒๕๕๖ ซึ่งมีผลงานศิลปะที่รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดในแต่ละระดับ และผลงานที่ถูกคัดเลือกมาร่วมจัดแสดงกว่า ๒oo ผลงาน


และได้อัญเชิญภาพวาดฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานให้ในพิธีเปิดนิทรรศการในช่วง ๑๒ ปีที่ผ่านมา และผลงานศิลปินรับเชิญจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาร่วมจัดแสดง


ระหว่างวันที่ ๖ - ๓o พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ (หยุดทุกวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ณ ห้องนิทรรศการ ๑ - ๔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า



















ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุค art eye view













"นิทรรศการ Artist บนสายเส้นสี”


ริเวอร์ซิตี้ ขอเชิญชมนิทรรศการของกลุ่มศิลปินอิสระ ในชุด “ Artist บนสายเส้นสี” ณ พื้นที่ศิลปะ ชั้น ๒ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ ระหว่างวันที่ ๒ – ๓o พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๑o.oo – ๒o.oo น.

นิทรรศการ “ Artit บนสายเส้นสี” เป็นการรวมตัวของผู้สร้างงานศิลปะร่วมสมัย ซึ่งมีแนวทางที่แตกต่างกันในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ต่างคนต่างสไตล์ มีรูปแบบและเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาร่วมกันนำเสนอและถ่ายทอดผลงานลงบนผืนผ้าใบ ในแนวเรียลลิสติก จิตรกรรมสื่อผสม นามธรรมและโรแมนติกร่วมสมัย โดย สุชาติ ตั้งศิลป์โอฬาร, พิชิต โกกะพันธุ์, จิณณะ โกมลวราชัย, พิชัย โชติบัณฑ์, สุวิทย์ เชยชม, วสันต์ นิยมสมาน และคุณวิษุวัต พีสะระ พร้อมด้วยศิลปินรับเชิญ วัฒนา งามรังสิมา, วิเชียร วงศ์ศุภลักษณ์ ธรรมนูญ เรืองสวัสดิ์


การจัดแสดงผลงานในครั้งนี้ ศิลปินมุ่งที่จะปลดเปลื้องพันธนาการจากจิตใจของศิลปิน และผู้นิยมชื่นชอบในงานศิลปะ เปิดโอกาสให้ศิลปินแสดงความสามารถ แนวคิดและเทคนิคในการสร้างงานอย่างอิสระ และส่งเสริมศิลปินรุ่นใหม่ให้ได้มีโอกาสสร้างสรรค์งานให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นแหล่งวิชาการให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจศิลปะ


ขอเชิญผู้สนใจและเพื่อนศิลปิน พบปะพูดคุยกับศิลปินเจ้าของผลงานได้ทุกวัน ตามวันและเวลาข้างต้น สอบถามโทร o๑-๒๓๗-oo๗๗ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : เฟซบุค RiverCity



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thailandexhibition.com













"กิโมโนกับงานออกแบบสมัยใหม่สไตล์ประชานิยม”


ในช่วงต้นศตวรรษที่ ๒o ระหว่างปี ๒๔๖๓ – ๒๔๘๓ หญิงสาววัยรุ่นญี่ปุ่นระดับกลางเริ่มมองหาแฟชั่นเสื้อผ้าแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่กิโมโนในแบบเดิมๆ หรือในแบบอนุรักษ์นิยมที่ใช้กันอยู่ พวกเธอต้องการสิ่งที่ดูสดใสอยู่ในกระแส ต้องดูมีความเป็นเป็นผู้หญิงหวานที่น่าหลงไหล แต่ต้องเป็นราคาที่พวกเธอสามารถจ่ายได้ และคำตอบนี้คือ ผ้าไมเซน เป็นผ้าไหมหรือผ้าสังเคราะห์ที่มีลวดลายสีสันสดและมีการออกแบบสมัยใหม่ที่ชัดเจนได้ออกมาสู่ท้องตลาด แฟชั่น และสิ่งนี้คือคำตอบของคำว่า “ทันสมัย”ซึ่ง เป็นที่น่าพอใจและราคาไม่แพงที่จะสวมใส่ในช่วงหนึ่งฤดูกาลของแฟชั่นในญี่ปุ่น


โยะชิโกะ วาดะ เป็นหญิงที่มีพรสวรรค์มากมาย เธอเป็นทั้งศิลปิน นักเขียน ภัณฑารักษ์นิทรรศการ นักวิจัยสิ่งทอ และผู้ผลิตภาพยนตร์ และยังเป็นผู้ที่อธิบายในเรื่องราวของความเป็นมาและการปฏิบัติแบบยั่งยืนในเรื่องของแฟชั่นและการผลิตสิ่งทอ ในโอกาสนี้ เธอจะเป็นผู้ที่จุดประกายในหัวข้อที่ยังไม่เคยได้ถูกแสดงในที่นี้ สมาคมผ้าไทยจึงขอเชิญชวนสมาชิกและผู้ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังการบรรยายและนำเสนอของเธอ ซึ่งเป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาดในครั้งนี้


สถานที่ : สยามสมาคม ชั้น ๔ (๑๓๑ ซอยอโศก ถนนสุขุมวิท)
เวลา : ๑o.oo น.
สำหรับสมาชิก : ๑oo บาท บุคคลทั่วไป: ๒oo บาท
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือทำการจองได้ที่อีเมล bkk.tts@gmail.com
สมาคมผ้าไทยมีความประสงค์ที่จะขอขอบคุณสยามสมาคม สำหรับความเอื้อเฟื้อและความช่วยเหลือการบรรยายในครั้งนี้



ภาพและข้อมูลจากเวบ
mthai.com













"NOISE MARKET ตลาดน๊อยซ์"


Museum Siam และ Panda Records ชวนเที่ยวงาน "NOISE MARKET ตลาดน๊อยซ์"


พบกับ สินค้าทำมือน่ารัก ๆ งานศิลปะ ผลงานเพลงนอกกระแส workshop สร้างแรงบันดาลใจ และการแสดงดนตรีแบบเปิดหมวกจากศิลปินอิสระหน้าใหม่ เช่น Turn me on, Pluto Planet, ยศ เพลินจิตร และวงอื่น ๆ อีกมากมาย


เข้าร่วมงานฟรี !


วันเสาร์ที่ ๙ - วันอาทิตย์ที่ ๑o พฤศจิกายน ๒๕๕๖ บ่ายสองถึงสี่ทุ่ม ที่ มิวเซียมสยาม อัฒจันทร์กลางแจ้งบนสนามหญ้า กว้าง สวย ชิลล์


รณรงค์ให้เดินทางมาโดยเรือ รถสาธารณะ ปั่นจักรยาน (มีที่จอดจักรยาน)
การเดินทางทางเรือ : ท่าราชินี ท่าเตียน
รถโดยสารประจำทาง : ๓, ๖, ๙, ๑๒, ๓๒, ๔๔, ๔๗, ๕๓, ๘๒, ๕๒๔


สอบถาม โทร. o๘๗-๕๙๒-๔๙๑๖ หรือ o๒-๒๒๕-๒๗๗๗ ต่อ ๔๑๔, ๔๑๕5


รายละเอียดเพิ่มเติมเฟซบุค noisemarketfest,museumsiam.org

แผนที่มิวเซียมสยาม ow.ly



ภาพและข้อมูลจากเวบ
กระทู้พันทิป













"Oh My God”


“คุณพระช่วย” เรามักได้ยินคำอุทานนี้ จากผู้อาวุโส รุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย อย่างเผลอตัว พลั้งปากออกมาตามความเคยชิน หรือไม่ก็เป็นคำอ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลคุณพระคุณเจ้าช่วยเหลือให้ได้สมปรารถนา


แต่เราก็ไม่รู้ว่าที่พูดขอออกมานั้นช่วยเราได้จริง หรือเป็นคำที่เสริมการตกใจ และปลอบใจตัวเองในขณะเดียวกัน จนเกิดเป็นความเชื่อทางวัฒนธรรมสืบเนื่องกันมาช้านาน ในความเป็นจริง คำว่าคุณพระช่วยนี้หมายถึง “คุณพระธรรม” คำสอน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (จากท่านพุทธทาส ภิกขุ) ทรงตรัสสอนให้รู้ธรรมะในการใช้ชีวิต มีสติ ไม่ประมาทในทุกขณะจิตดำรง เราจะขอให้ท่านช่วย เราก็ต้องช่วยตัวเองโดยเรียนรู้ธรรมะ เพื่อนำมาใช้ในชีวิต คุณพระท่าช่วยเราแบบนี้ มันสะท้อนให้เห็นถึงจิตใต้สำนึกของคนที่มีความอ่อนแอ กลัว ขาดการไตร่ตรอง แสวงหาการอ้อนวอน รอความหวัง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นผลผลิตของการกระทบในสิ่งแวดล้อม – สังคม- ความเป็นอยู่ของคน ณ ขณะนั้น






ปัจจัยเบื้องต้นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์หนีไม่พ้น อาหาร ,เสื้อผ้า ,ที่อยู่อาศัย ,ยารักษาโรค + เงิน ถ้าสิ่งเหล่านี้ถูกจัดสรรให้เข้ากับคนในสังคมอย่างเท่าเทียม โลกนี้ก็คงจะอยู่ดีมีความสุขไร้ซึ่งปัญหาใดๆ กลับกันกับโลกปัจจุบัน ความเหลื่อมล้ำอย่างต่อเนื่องในสังคม ค่าครองชีพสูง ผลผลิตมีราคาต่ำ ต้องทำงานเพื่อได้มาซึ่งเงินที่ไม่ค่อยจะพอใช้จับจ่ายในชีวิตอย่างดิ้นรน ในสภาวะจำยอม โหยหาอารมณ์อิสระ ผลกระทบต่างๆนานา ปัจจัยในการดำรงชีพไม่สมดุลกับชีวิตมนุษย์ จนเกิดปัญหาทั้งภายในสังคมและภายในจิตใจ






สภาวะจิตใจที่อยากเป็นอิสระจากการงาน อาชีพที่กระทำโดยสถานะจำยอม อิสระจากคนที่ปิดกั้นการทำมาหากินจากผู้มีอำนาจอิทธิพล อิสระจากแรงกดดันของสิ่งแวดล้อม โดนบังคับให้อยู่ในกรอบ อิสระจากกะลาภายในจิตใจ บรรจุความกลัว ,ไม่กล้า ,ความมืดมนภายใน เป็นสิ่งที่คนจำนวนมากต้องการ จะก้าวให้พ้นสิ่งเหล่านี้ โดยหวังดำเนินชีวิตเชื่อมโยงกับสิ่งที่รัก สอดคล้องภายในตัวเองอย่างมีอิสระ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้สร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ โดยพิจารณาจากสภาวะการณ์ของคน ณ ปัจจุบัน และความรู้สึกของตัวตน สร้างสรรค์ในรูปแบบเชิงสัญลักษณ์ + วิถีมนุษย์+กาลเวลาในวัฒนธรรมแบบไทย เพื่อจุดประกายความกล้าที่จะละความกลัวอย่างมีสติ สู่อิสระภาพภายในจิตใจให้เกิดสิ่งที่ดีงาม เสนอมุมมองส่วนตัวที่มีต่อสังคมผ่านผลงานศิลปะ หวังแค่ความบันเทิงใจ สร้างความสุขเล็กๆต่อเติมรอยยิ้มกำลังใจในความหวังบนโลกใบนี้






พิธีเปิดนิทรรศการวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน เวลา ๑๘.๓o น.

นิทรรศการ : คุณพระช่วย (Oh My God!)
ศิลปิน : ธีรวัฒน์ นุชเจริญผล
วันที่ : ๑๓ – ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
สถานที่ : ห้องนิทรรศการชั้น ๑ ห้อง ๒ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ติดต่อศิลปิน : o๘๗-๘๑๗-๕๕๔๗



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"อวดรอยแปรง แสงจัดจ้าน”


ภาพเขียนสีน้ำ ที่มีสีสันฉูดฉาด ให้ความรู้สึกที่ดูชุ่มฉ่ำ และมีรอยแปรงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวกว่า ๕o ภาพ ผลงานของครูและศิลปินสีน้ำ บรรลุ วิริยาภรณ์ประภาสกำลังจะมีมาให้ชมกันอีกครั้ง


ผ่านนิทรรศการแสดงเดี่ยวสีน้ำครั้งที่ ๓ ชุด I,Me & Myself อันเป็นผลงานที่บรรลุต้องการถ่ายทอดเอกลักษณ์และเทคนิคเฉพาะตน นั่นคือ ใช้สีสันที่สดใส แสดงกำลังส่องสว่างของสีอย่างเต็มที่ ผสมกับรอยแปรงที่ระบายอย่างสนุก ประกอบกับการตัดกันของเส้นและการให้น้ำหนัก ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นสะดุดตา






บรรลุ เผยว่า “ หลังจากที่ห่างหายไม่ได้แสดงผลงานมานานกว่า ๔ ปี การแสดงผลงานครั้งนี้นับเป็นวาระสำคัญที่อยากถ่ายทอดเทคนิคของตนเองที่ได้รับการพัฒนามากขึ้นให้กับคนในวงการสีน้ำได้มีโอกาสมาพบปะกันและร่วมกันสร้างงานใหม่ ๆ ให้วงการสีน้ำต่อไป ”


บรรลุ วิริยาภรณ์ประภาส เป็นชาวลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง จ. อุทัยธานี เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๕o๘ เรียนจบ ปวช.ที่ วิทยาลัยอาชีวะจังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นเข้าศึกษาในระดับ ปวส. ที่เพาะช่าง ประมาณ พ.ศ. ๒๕๒๙ หลังจากที่เรียนจบ ได้ไปสอบเป็นครูกรมอาชีวะที่โรงเรียนสารพัดช่าง จังหวัดพิจิตร หนึ่งปีจากนั้นได้โอนย้ายตัวเองมาทำงานเป็นนายช่างศิลป์ ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พร้อมกับสมัครเรียนในระดับปริญญาตรีที่เพาะช่าง ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยกระทั่งเรียนจบปริญญาตรี ใน พ.ศ. ๒๕๓๒






จังหวะที่อาจารย์เพาะช่างเกษียณอายุข้าราชการกันเยอะ บรรลุจึงได้สอบบรรจุเป็นอาจารย์ที่นี่ ทำงานได้สามปี ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ จึงลาไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ทำให้ได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์ก้นกุฎิ ของศิลปินแห่งชาติ อารี สุทธิพันธ์ ได้รับการถ่ายทอดวิชาอย่างใกล้ชิด


ปัจจุบันบรรลุดำรงตำแหน่ง หัวหน้าสาขาจิตรกรรมวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์






นิทรรศการภาพเขียนสีน้ำ I,Me&Myself โดย บรรลุ วิริยาภรณ์ประภาส จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ ๑๔ - ๓o พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ณ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันจันทร์ - ศุกร์ เปิดให้เข้าชมเวลา ๑๑.oo น. - ๑๘.oo น. และวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา ๑๒.oo น. - ๑๘.oo น. โทร o๙๒-๓๑๘-๕๖๘๔ และ o๘๕-๑๑o-๖๗๙๔



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th













ประกวดภาพถ่าย “สืบศาสน์ สานศิลป์ ถิ่นอีสาน”


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี ร่วมกับ สมาพันธ์สมาคมการถ่ายภาพแห่งประเทศไทย นิตยสาร PHOTOTECH และ TRAVEL LINE จัดประกวดภาพถ่าย “สืบศาสน์ สานศิลป์ ถิ่นอีสาน” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัด อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ ชิงรางวัลพร้อมถ้วยเกียรติยศมูลค่ากว่า ๑๒๐,๐๐๐ บาท ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ระหว่างวันที่ ๙ กันยายน - ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๖


กิจกรรมประกวดภาพถ่าย “สืบศาสน์ สานศิลป์ ถิ่นอีสาน” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคอีสาน คือ อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว วัดวาอาราม วัฒนธรรม ประเพณีวิถีชีวิต โดยภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด จะต้องแสดงถึงเอกลักษณ์ ความสวยงามและทรงคุณค่า ของศิลปวัฒนธรรม และภาพลักษณ์ที่ดีของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งทำให้ผู้ได้ชมภาพถ่ายเกิดแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในภาพถ่าย โดยรางวัลชนะเลิศจะได้รับเงินสดพร้อมถ้วยเกียรติยศมูลค่า ๕๐,๐๐๐ บาท รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ บาท รองชนะเลิศอันดับสอง ๒๐,๐๐๐ บาท และรางวัลชมเชย ๕ รางวัลๆ ละ ๕,๐๐๐ บาท


ผู้ที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวดสามารถส่งผลงานด้วยตัวเอง หรือทางไปรษณีย์ (วงเล็บมุมซองว่า ประกวดภาพถ่าย “สืบศาสน์ สานศิลป์ ถิ่นอีสาน”) โดยส่งมาที่ สำนักงานนิตยสาร PHOTOTECH เลขที่ ๑๔๐ ซ.อนามัย ถ.ศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ ๑๐๒๕๐ ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามรายละเอียด และกติการการส่งภาพเข้าประกวด เพิ่มเติมได้ที่ นิตยสาร PHOTOTECH โทร. ๐ ๒๗๒๑ ๔๔๑๗ ททท. สำนักงานอุดรธานี โทร. ๐ ๔๒๓๒ ๕๔๐๖-๗ หรือเว็บไซต์ //www.phototech-mag.com และอีเมล์; phototech_mag@yahoo.com







ภาพและข้อมูลจากเวบ
rpst.or.th
portfolios.net













"ประกวดภาพถ่าย หัวข้อ "Inspiring Thailand"”


ประกวดภาพถ่าย หัวข้อ "Inspiring Thailand" (๑๕/๑๑/๒o๑๓) รางวัลชนะเลิศภาพถ่ายของแต่ละประเภท ได้แก่ Culture, Attraction, Lifestyle จะได้รับเงินรางวัลคนละ ๑๕,ooo บาท พร้อม Hotel voucher จำนวน ๓ รางวัล รวมมูลค่ากว่า ๙o,ooo บาท


** หมายเหตุ ประเภทละ ๑ รางวัล *บุคคลที่มีสิทธิ์เข้ารับเลือก* คุณสมบัติผู้เข้าประกวด : ประชาชนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นนักภาพมืออาชีพ / นักภาพมือสมัครเล่น หรือบุคคลทั่วไปที่รักการท่องเที่ยว ไม่จำกัดเพศ อายุ การศึกษา หรือ สัญชาติ


อ่านรายละเอียดการสมัครได้ที่นี่ portfolios.net



ภาพและข้อมูลจากเวบ
portfolios.net
เฟซบุคชมรมประชาสัมพันธ์ มรภ.ศรีสะเกษ













"เทศการละครกรุงเทพ ครั้งที่ ๑๑”


เครือข่ายละครกรุงเทพ ร่วมกับ ประชาคมบางลำพู, สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม, สำนักศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร และ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ขอเสนอ -- มหกรรมทางการแสดงที่ชาวกรุงเทพฯ ต่างตั้งตารอ กับเทศกาลที่ได้รวมเอากลุ่มละครของไทยเอาไว้ได้มากที่สุดในงานนี้เพียงงานเดียว เทศกาลละครที่จัดกันเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง (รวมระยะเวลา ๑๒ ปีติดต่อกัน) -- ‘เทศกาลละครกรุงเทพครั้งที่ ๑๑’


สหราชอาณาจักรมีงานเทศกาลละคร ‘Edinburgh Festival Fringe’ ส่วนที่ฝรั่งเศสก็มีงานเทศกาล ‘Festival D’Avignon’ ซึ่งเป็นเทศกาลละครยิ่งใหญ่ที่สุดอันเป็นหมุดหมายในการเดินทางมาชมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สำหรับเมืองไทยของเราเองวัฒนธรรมการชมละครเริ่มขยายจากวงแคบ ๆ ขึ้นทีละน้อย และเทศกาลละครที่ใกล้เคียงเทศกาลละครในสองประเทศที่กล่าวเอาไว้มากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น ‘เทศกาลละครกรุงเทพ’ ซึ่งเริ่มต้นจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๔๕


และตลอด ๓ สุดสัปดาห์ภายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ นี้เตรียมชมกันให้อิ่มตาอิ่มใจไปกับผลงานจำนวนมากกว่าชุดการแสดง (จากเกือบ ๖o คณะละครทั้งที่เป็นคณะละครไทยอาชีพและมือสมัครเล่น รวมถึงการแสดงจากศิลปินรับเชิญจากต่างประเทศ) ครอบคลุมตั้งแต่นาฏศิลป์ตามประเพณีนิยม, ละครพื้นบ้าน, ละครเวที,ร่วมสมัย, ละครใบ้, นาฏลีลา, Physical Theatre, ละครร้อง, ละครแนวทดลอง, ละครสำหรับเด็กและครอบครัว, ละครเร่ ฯลฯ และกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ ซึ่งจะกระจายกันจัดให้ได้ชมและเข้าร่วม ณ สวนสันติไชยปราการ, ร้านอาหารและผับในย่านชุมชนบางลำภู, หอศิลปะวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, ไปจนถึงโรงละครอีกหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่เข้าร่วมภายในเทศกาลละครกรุงเทพฯ - มหกรรมทางการแสดงที่รุ่มรวยด้วยความหลากหลายที่สุดงานหนึ่งของไทย


เทศกาลละครกรุงเทพครั้งที่ ๑๑ จัดแสดงติดต่อกันตลอดระยะเวลา ๒ สัปดาห์ระหว่างวันที่ ๒-๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ ผู้สนใจจะเข้าชมงานสามารถตรวจสอบตารางการแสดงและข่าวสารของเทศกาลฯ ได้ทาง //www.bangkoktheatrenetwork.com และ Facebook : Bangkok Theatre Festival (มีทั้งการแสดงที่เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและการแสดงที่ต้องซื้อบัตรเพื่อเข้าชม)



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th












ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่นี่



ภาพและข้อมูลจากเวบ
nanmeebooks.com




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 04 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2556 22:26:31 น. 0 comments
Counter : 3586 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.