happy memories
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๒๑




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





‪Grace - Yukiyo Nakamura‬










"สายน้ำแห่งความเพียร"


ตลอดระยะเวลา ๖๕ ปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานอย่างหนักเพื่อให้ชาวไทยได้มีอยู่มี กิน โดยเฉพาะเรื่องการชลประทานที่ทรงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะตระหนักดีว่าน้ำคือสิ่งที่เลี้ยงชีวิตผู้คน จึงทำให้กว่า ๗o เปอร์เซ็นต์ของโครงการที่พระองค์ทรงดำริขึ้นเกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำ และทรงมีความเพียรพยายามพัฒนาและแก้ปัญหา ทั้งอยากเห็นคนไทยอยู่ในแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์และมีสุข เหตุนี้ทางสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้จัดนิทรรศการ ชุด "สายน้ำแห่งความเพียร" ขึ้น ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น ๑ อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และให้คนไทยได้ชมพระวิริยภาพของพระองค์ในคราวเดียวกัน


ในการเปิดงานนิทรรศการ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวว่า นิทรรศการครั้งนี้อยากให้คนไทยได้เข้ามาร่วมชมพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่ทรงทุ่มเทพระวรกายในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้พสกนิกร ของพระองค์ ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม" ในที่นี่หมายถึง การดูแลแผ่นดินไทยด้วยความรักและเมตตา ให้ร่มเย็นเป็นสุข อุดมสมบูรณ์ไปด้วย ๔ ธาตุหลัก คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ พระองค์เชื่อว่าหากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งอาจจะทำให้ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะน้ำที่ทรงบริหารจัดการตั้งแต่น้ำดีตลอดจนน้ำเสีย ที่เน้นย้ำให้นำมาบำบัดและกลับมาใช้ใหม่ เป็นแนวทางสำรองและประหยัดเพื่อเอาไว้ยามขาดแคลน


"เราจะสังเกตเห็นได้ว่า เมื่อพระองค์เสด็จฯ ไปที่ใด จะทรงถือแผนที่ ดินสอ และกล้องถ่ายภาพ เพื่อบันทึกสิ่งต่าง ๆ ที่พระองค์ทอดพระเนตรเห็น โดยจะทรงพยายามถามไถ่ ทุกบ้าน ทุกชุมชน เปรียบเหมือนทำประชาคม เพื่อให้รู้จักพื้นที่นั้น ๆ อย่างถี่ถ้วนลึกซึ้ง นำไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คน เพราะในการทำโครงการช่วยเหลือจะทรงคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่าง มาก การจดบันทึกจึงเป็นข้อมูลที่สำคัญในการต่อยอดโครงการของพระองค์" ดร.สุเมธกล่าว พร้อมกับย้ำว่า จากการจัดการพัฒนาระบบน้ำอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ผลที่ตามมาคือ ป่าไม้ สัตว์ป่า และธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ก่อเกิดโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากร อาทิ หญ้าแฝง ที่บางคนอาจมองว่าไม่มีประโยชน์ แต่ปัจจุบันกลับสร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่นได้มีกิน มีใช้ พื้นที่แห้งแล้งก็สามารถพยุงตัวเองขึ้นมาได้


"ความเพียรของพระองค์ที่ กล่าวมายังไม่ใช่ทั้งหมดที่ทรงทำ ยังมีอีกหลายแง่มุมที่ไม่สามารถเล่าได้หมด แต่สิ่งหนึ่งที่พระองค์หวัง คือ การที่เห็นคนไทยมุ่งทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และไม่ทุจริต ประกอบกับใช้ชีวิตอย่างพอเพียง พอประมาณ เพื่อให้วันข้างหน้ามีใช้ เมื่อมีใช้ก็มีสุข ตลอดจนรู้คุณแผ่นดิน สร้างความสามัคคีให้บ้านเมืองน่าอยู่ต่อไป เพราะถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องรับช่วงต่อจากพระองค์แล้ว โดยนำความเพียรที่ได้จากนิทรรศการครั้งนี้ไปปรับใช้กับการดำรงชีวิตในสังคม ต่อไป เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี" ดร.สุเมธตบท้าย






ภายในนิทรรศการ โดดเด่นด้วยมุมมองการบริหารจัดการน้ำที่ต้องใช้ความรู้ การทดลอง ค้นคว้า ผลักดันและขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ของพระองค์ แต่ละห้องจะปรากฏประโยคพระราชดำรัสที่อ่านแล้วหลายคนคงชื่นใจ รวมไปถึงการนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่น่าสนใจ ประกอบด้วย ๓ ส่วน ที่จะทำให้คนทุกวัยที่ได้สัมผัสกันอย่างเพลิดเพลิน และซาบซึ้งถึงความเหน็ดเหนื่อยของกษัตริย์ผู้ไม่เคยท้อ ได้แก่ ส่วนที่ ๑ น้ำคือชีวิต นำเสนอ ๔ ประเด็น ผ่านวีดิทัศน์ ทำให้เรารู้จักหลักความสำคัญของน้ำ คือ ต้องมีน้ำ น้ำเพื่อการบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อเพาะปลูก และสภาวะน้ำแล้งสาเหตุหนึ่งของความยากจน


ส่วนที่ ๒ หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จฯ เกือบทุกพื้นที่ของประเทศด้วยความเพียร จัดแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ทรงงาน เช่น แผนที่ กล้องถ่ายภาพ และดินสอ ตลอดจนความยากง่ายในการทรงงานโครงการต่างๆ และบอร์ดแผนที่ที่ใช้ระบบสแกนบาร์โค้ดจากไอแพด ซึ่งจะปรากฏข้อมูลโครงการหลวงในจังหวัดต่างๆ ที่พระองค์ทรงจัดสร้าง


ส่วน ที่ ๓ บทพิสูจน์ความเพียรบริสุทธิ์ แสดงผลสำเร็จของโครงการหลวงที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ด้วยความตั้งใจมุ่งมั่นที่ทำเพื่อประชาชน ผนวกกับภาพของพระมหาชนกที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ที่สอนคติธรรมของความเพียร เพื่อเป็นแรงบันดาลใจว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องใช้ "ความเพียร" ของเราในการแก้ปัญหาของตัวเอง สังคม และของชาติ พร้อมเชิญให้ผู้เข้าชมบันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับจากความเพียรของในหลวง


นิทรรศการ ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักเรียนโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยที่มาร่วมการเปิด นิทรรศการเป็นอย่างมาก ตัวแทนนักเรียนได้เผยว่า สื่อที่นำมาใช้ถือว่ามีความทันสมัยและสอดรับกับเทคโนโลยีปัจจุบัน ทำให้เพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังได้รับทราบถึงความอดทนและความมุมานะของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และไม่คาดคิดว่าพระองค์จะเสด็จฯ แม้ถิ่นทุรกันดาร ถือเป็นกษัตริย์ที่ไม่ถือพระองค์ ให้ความรักและเมตตาต่อคนที่ยากไร้ นั่นคือสิ่งที่เราได้รับจากนิทรรศการชุด "สายน้ำแห่งความเพียร" ครั้งนี้


งานดังกล่าวจัดแสดงตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ ณ อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง และขอเชิญจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ ๕ ธันวาคม เวลา ๑๙.o๙ น. หน้าอาคารเดียวกันนี้.


ภาพและข้อมูลจากเวบ
mcot.net
thaipost.net
nitasrattanakosin.com









ควงกล้องท่องโลก' กับ 'สมเด็จพระเทพฯ'



เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ ด้านการถ่ายภาพของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จฯ ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ ในช่วงปี ๒๕๕๔ - ๒๕๕๕ จึงพระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์จำนวน ๑๘๑ องค์ นำมาจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ "ควงกล้องท่องโลก" จัดโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม






ในการนี้ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระราชทานแก่ ผู้ร่วมงาน โดยทรงคัดเลือกภาพถ่ายฝีพระหัตถ์มากกว่า ๑o องค์ เพื่อบรรยายความเป็นมาของภาพต่าง ๆ โดยก่อนจะทรงเริ่มการบรรยาย ได้มีพระราชดำรัสด้วยพระอารมณ์ขันว่า งานนี้ใช้ชื่อว่า ควงกล้องท่องโลก เพราะไม่ว่าจะไปไหนจะพกกล้องมีสายแขวนพะรุงพะรัง หรือถ้าไปงานหรูหรานิดหน่อยก็จะแอบไว้ในกระเป๋า เพราะไม่ถนัดที่จะใช้กล้องมือถือ






ก่อนทอดพระเนตรนิทรรศการ ทรงบรรยายถึงที่มาที่ไปของภาพถ่ายฝีพระหัตถ์อย่างทรงพระเกษมสำราญ โดยเฉพาะ ภาพรถเมล์ทุกคันบาดเจ็บสาหัส ที่ทรงฉายเมื่อครั้งเสด็จฯ ไปยังประเทศบังกลาเทศเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ ทรงบรรยายว่า "ภาพนี้ถ่ายขณะที่รถติดไม่เคลื่อนไปไหนเลย สังเกตเห็นรถประจำทางที่นั่นมีลักษณะแบบนี้กันทั้งนั้นเลย คือ เหมือนเข้าไปในสงครามอย่างหนัก แต่ถ้ามองแง่ดีก็มีผู้โดยสารเต็ม"






ส่วนภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่ทรงฉายภายในประเทศไทย ได้แก่ ภาพปู่เมธเฝ้าทรัพย์ ซึ่งเป็นภาพแปลงผักที่มีภาพของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ถูกนำมาปักไว้ โดยทรงบรรยายว่า "หลายๆ คนมักจะบอกว่าปู่โสมเฝ้าทรัพย์ แต่ไม่รู้ทำไมภาพนี้เป็นปู่เมธเฝ้าแปลงผัก ผักถือเป็นทรัพย์ได้เหมือนกัน เพราะเราอยากกินอะไรเราก็ทำเองตัดค่าใช้จ่ายได้มาก แล้วเราใช้อะไรปลูกผักก็แน่ใจได้ว่าปลอดสารพิษและมีพันธุ์ที่ดีที่เราต้องการ คุณปู่ก็เลยเฝ้าไป"






ภาพทิฟฟี่คุยกับเปิด แต่เปิดจะกินดอกชบา ที่ทรงฉายในวังสระปทุม เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ ทรงบรรยายว่า "พี่ทิฟฟี่สุนัขตัวแรกของวังกำลังสนใจเต่าเปิด น้ำหนัก ๑๕ กิโลกรัมแล้ว ตอนเอามา ๕ - ๖ กิโลกรัม นี่อยู่มา ๕ ปีแล้ว พี่ทิฟฟี่พยายามคุยด้วยแต่เปิดกินแต่ดอกชบา ชอบชบามาก" ภาพ “พระภูมิหลังน้ำท่วม” เป็นภาพศาลพระภูมิที่ จ.น่าน ซึ่งประสบอุทกภัยแต่ผ่านการฟื้นฟูแล้ว รับสั่งว่าตอนนี้จึงมีความคิดใหม่ ๆ ว่า ควรทำเป็นศาลพระภูมิไฮดรอลิกแบบลอยน้ำได้






ภายหลังจากทอดพระเนตรนิทรรศการเรียบร้อยแล้ว ยังทรงจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ "ควงกล้องท่องโลก" แก่ผู้ร่วมงานที่สนใจด้วย โดยรายได้ทั้งหมดจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย หากใครสนใจชมนิทรรศการสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ บริเวณชั้น ๙ ตั้งแต่วันนี้จนถึง ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เวลา ๑o.oo-๒๑.oo น. หยุดทุกวันจันทร์












ภาพและข้อมูลจาก
dailynews.co.th

komchadluek.net












“นิทรรศการศิลปะชุด “ดินแดนในอุดมคติ”


โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ ขอเชิญชมงานนิทรรศการศิลปะชุด “ดินแดนในอุดมคติ” ผลงานของ มร. หลี่หลีผิง ศิลปินจีน ระหว่างวันที่ ๗ - ๓๑ ธันวาคมศกนี้ ตั้งแต่ เวลา o๙.oo — ๒๑.oo น. ณ บริเวณลานนิทรรศการ ชั้น ๓ ของ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท รายได้จากการจำหน่ายภาพบางส่วนสมทบทุน โครงการสมศักดิ์เพื่อสมศักดิ์


มร. หลี่หลีผิง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาทัศนศิลป์ และการออกแบบ มหาวิทยาลัยบูรพา และ ด้วยสาเหตุนี้เองทำให้ผลงานชุด “ดินแดนในอุดมคติ” เป็นการผสมผสานงานจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยระหว่างไทยและจีน ซึ่งวงกลมทุกรูปที่ปรากฏในรูปภาพนั้นออกแบบตามลักษณะการวาดภาพ แบบมันดาราซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกัน และการพึ่งพาอาศัยกันของทุกสรรพสิ่งและจินตนาการของศิลปินที่มีต่อธรรมชาติว่า “ธรรมชาติเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และลึกลับเกินการคาดเดาของมนุษย์ แต่ก็เต็มไปด้วยความสุขและความมีชีวิตชีวา” ซึ่งการจัดแสดงผลงานในครั้งนี้ศิลปินหวังว่า จะเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและศิลปะระหว่างประเทศจีนและประเทศไทย


ดร.สมศักดิ์ ชลาชล ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ในวันศุกร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๗.๓o น. ณ บริเวณลานนิทรรศการ ชั้น ๓







ภาพและข้อมูลจากเวบ
ryt9.com
newswit.com













ชื่อผลงาน : "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร"
(ผลงานร่วมประมูล)
ศิลปิน : ชัยวุฒิ เทียมปาน
เทคนิค : สีน้ำมันบนผ้าใบ
ขนาด : ๘๔ x ๘o เซนติเมตร



"งานศิลป์อุ้มชีวิต”


ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินอาวุโส และศิลปินฝีมือเยี่ยม จำนวน ๓๘ คน ร่วมใจสร้างสรรค์ ผลงานศิลปะ ระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นสำหรับช่วยเหลือ 'ทารกคลอดก่อนกำหนด' ให้รอดชีวิตกลับไปอยู่กับพ่อแม่ และมีภาวะแทรกซ้อนให้น้อยที่สุด


ภาวะคลอดก่อนกำหนด (Prematurity) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทารกวัยแรกเกิดเสียชีวิตในขวบปีแรก บางรายเกิดภาวะแทรกซ้อน ตาบอด พิการ หรือมีสุขภาพอ่อนแอไม่แข็งแรง ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลบ่อยครั้ง สาเหตุสำคัญเกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจ และขาดการเตรียมพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในหลายประเทศ






สำหรับประเทศไทย 'ปัญหาภาวะคลอดก่อนกำหนด' ยังเพิ่มมากขึ้นทุกปี โรงพยาบาลศิริราชจึงร่วมกับโรงพยาบาลในเขตธนบุรี ริเริ่มหารือกันเพื่อให้มีการเชื่อมโยงการดูแลรักษาในรูปเครือข่าย ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อุดม คชินทร คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวและว่า ด้วยข้อจำกัดของประเทศไทยในเรื่องการขาดแคลนแพทย์และพยาบาลที่มีความชำนาญ อุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นสำหรับการช่วยให้ทารกรอดชีวิตและป้องกันแก้ไขความ พิการยังมีราคาแพง สถานพยาบาลของหลายจังหวัดภายในเครือข่ายแต่ละเขตภูมิภาคจำเป็นต้องใช้ ทรัพยากรที่จำเป็นเหล่านี้ร่วมกัน เป็นเหตุให้ 'ทารกไทยเสียชีวิต' มีมากกว่าเกินกว่าจำนวนเตียงในโรงพยาบาลจะรองรับได้





ชื่อผลงาน : ฝูงนกกระจาบ ในบึงบัว (ผลงานร่วมประมูล)
ศิลปิน : ทวี เกษางาม
เทคนิค : สีน้ำบนกระดาษ
ขนาด : ๙o x ๙o เซนติเมตร



เมื่อ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงทราบปัญหาเหล่านี้ จึงมีพระดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมบูรณาการระบบดูแลรักษาสตรี ตั้งครรภ์และทารกเกิดก่อนกำหนด และทรงรับ 'เครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวของเด็กและเยาวชนไทย' ไว้ในพระอุปถัมภ์ ทรงประทานตราสัญลักษณ์และพระนามย่อ ศร เป็นตราสัญลักษณ์ภายใต้ชื่อ โครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารก เพื่อครอบครัวของเด็กและเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตั้งแต่ปีพ.ศ.2549 เป็นต้น





ชื่อผลงาน : สดชื่นหมายเลข ๒
ศิลปิน : สุชาติ วงษ์ทอง
เทคนิค : สีน้ำบนกระดาษ
ขนาด ๕๓ x ๓๕ เซนติเมตร
ราคา ๘o,ooo บาท



เนื่องจากปีนี้เป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘o พรรษา (๑๒ ส.ค. ๒๕๕๕) และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ ครบ ๕ รอบ (๒๘ ก.ค. ๒๕๕๕) และทั้งสองพระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อสตรีตั้งครรภ์ มารดาและทารก มาตลอดระยะเวลาที่ได้ทรงงาน คณะกรรมการอำนวยการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ ถือเป็นปีมิ่งมงคลแห่งการช่วยเหลือทารกแรกเกิดก่อนกำหนดในทุกมิติให้มีความ ครบถ้วนสมบูรณ์ จึงได้จัดกิจกรรม นิทรรศการศิลปกรรม 'โครงการช่วยเหลือทารกเกิดก่อนกำหนด' เพื่อเทิดพระเกียรติและจัดหาทุนทรัพย์ซื้อเครื่องมือแพทย์ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์งานศิลปะ ๓ ส่วน





ชื่อผลงาน : ชำระกิเลส (ผลงานร่วมประมูล)
ศิลปิน : สุวัฒน์ชัย ทับทิม
เทคนิค : สีอะคริลิคบนผ้าใบ
ขนาด : ๑๕o x ๑๘o เซนติเมตร



ส่วนที่ ๑ เป็นผลงาน ๒๔ ผลงาน ของศิลปิน ๑๕ คน สร้างสรรค์งานศิลปะภายหลังจากที่ไปรับฟังการบรรยายเรื่อง ช่วงชีวิตหนึ่งของทารกเกิดก่อนกำหนด และมีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสกับชีวิตจริงของทารกในไอซียูทารกแรกเกิดของโรง พยาบาลศิริราช


ส่วนที่ ๒ เป็นผลงานศิลปะของศิลปินแห่งชาติ ศาสตรเมธีนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ประติมากรรมหล่อเนื้อพอร์ซเลนสีขาว ขนาดฐานหน้าตัก ๙ นิ้ว ในชื่อ พ่อของแผ่นดิน สร้างสรรค์เพื่อให้ผู้มีจิตกุศลร่วมบริจาคในราคาผลงานละ ๑๒,๙๙๙ บาท จัดทำทั้งหมด ๙๙๙ ผลงาน สำหรับผู้ที่สั่งจองเท่านั้น สามารถสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ถึง ๓o เมษายน ๒๕๕๖ ณ ศิริราชมูลนิธิ และร้าน ณ ศิริราช ภายในโรงพยาบาลศิริราช





ชื่อผลงาน : สายใยแห่งรัก
ศิลปิน : ธง อุดมผล
เทคนิค : ลายเส้นสื่อผสม
ขนาด ๘o x ๖o เซนติเมตร
ราคา ๕๙,ooo บาท



ศาสตรเมธีนนทิ วรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติ และผู้แทนเหล่าศิลปิน กล่าวถึงแนวคิดการสร้างสรรค์ประติมากรรมอันทรงคุณค่าดังกล่าวไว้ว่า 'พ่อ' หรือ 'รูปประติมากรรมองค์ใหญ่' หมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในขณะที่ 'ประติมากรรมเด็กนั่งตัก' หมายถึงปวงชนชาวไทย ความหมายโดยรวมคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตาคุณและพระมหากรุณาธิคุณ ทรงมีจุดมุ่งหมายหลักในการดูแลปวงชนชาวไทยด้วยพระทัยที่ทรงเปี่ยมด้วยความ รัก ความเมตตา ทรงเอื้ออาทรให้พสกนิกรของพระองค์อยู่ดี กินดี มีความสุข สงบ โดยทั่วกัน





ชื่อผลงาน : Bloom no.2
เทคนิค : สีน้ำบนกระดาษ
ขนาด : ๓๕ x ๕๓ เซนติเมตร
ศิลปิน : สมโภชน์ สิงห์ทอง
ราคา : ๔o,ooo บาท



ส่วนที่ ๓ เป็นผลงานศิลปกรรมของ ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินอาวุโส ศิลปินชั้นเยี่ยม และ ศิลปินระดับแนวหน้าของประเทศ จำนวน ๓๒ คนผู้ได้รับเกียรติประวัติและมีประวัติแสดงผลงานมากมาย ได้มอบผลงานส่วนตัวให้กับโครงการฯ จำนวน ๓๓ ผลงาน เพื่อนำไปประมูลในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๖ ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี เช่น ผลงานสีอะคริลิคบนผ้าใบ ชื่อ ลูกสาวกับต้นกระทุ่ม ของ ชลูด นิ่มเสมอ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) พ.ศ. ๒๕๔๑ ผลงานเทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบ ชื่อผลงาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระสาทิสลักษณ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ เขียนโดย ชัยวุฒิ เทียมปาน ศิลปมหาบัณฑิต สาขาจิตรกรรม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร





ชื่อผลงาน : หัวใจของแม่ ๑
ขนาด : ๖๔ x ๕๘ x ๕๙ เซนติเมตร
เทคนิค : ไฟเบอร์กลาส
ศิลปิน : ลูกปลิว จันทร์พุดซา
ราคา : ๑oo,ooo บาท



ผลงานสีน้ำบนกระดาษ ชื่อ ฝูงนกกระจาบในบึงบัว ของ ทวี เกษางาม ศิลปินผู้ได้รับเลือกเป็น ๑ ใน ๘๔ ศิลปินไทยร่วมสมัยในโครงการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมพระประวัติ และภาพกรณียกิจ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อจัดพิมพ์เป็นที่ระลึกและจดหมายเหตุในโอกาสพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระ ศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ (๑ มี.ค. ๒๕๕๒)





ชื่อผลงาน : ห่มไออุ่นรักจากดวงใจแม่
ศิลปิน : สุวรรณี สารคณา
เทคนิค : สีน้ำมันบนผ้าใบ
ขนาด ๑๘o x ๑๔o เซนติเมตร,
ราคา ๑๒o,ooo บาท



ผลงานศิลปกรรมทั้ง ๓ ส่วน จัดแสดงให้ชมภายใต้ชื่องาน นิทรรศการศิลปกรรม 'โครงการช่วยเหลือทารกเกิดก่อนกำหนด' จำหน่ายให้แก่นักสะสมและผู้มีกุศลจิต เพื่อนำรายได้สมทบเข้า กองทุนทีปังกรนภัทรบุตร เพื่อดำเนินการและจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวของเด็กและเยาวชนไทยฯ ในลำดับต่อไป


นิทรรศการศิลปกรรม 'โครงการช่วยเหลือทารกเกิดก่อนกำหนด' จัดแสดงและจำหน่าย ณ ห้องนิทรรศการชั้น ๑ และชั้น ๒ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ถึงวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๕ จากนั้นจะนำไปจัดแสดงและจำหน่ายที่ ณ บริเวณชั้น ๑ ของโถงอาคาร ๑oo ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โรงพยาบาลศิริราช ระหว่างวันที่ ๒๘ มกราคม- ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖





ประติมากรรม 'พ่อของแผ่นดิน' ผลงานของศาสตรเมธีนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคกรุงเทพวันอาทิตย์
bangkokbiznews.com














"๑o๙ ปีชาตกาล ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี"


ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ทายาท ศิษยานุศิษย์

ร่วมกับสำนักการสังคีต กรมศิลปากร

เชิญชมการแสดงนาฏศิลป์ไทยชุดพิเศษ

ในโอกาสรำลึก

"๑o๙ ปีชาตกาล ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี"

ในวันอาทิตย์ที่ ๒๓ ธ.ค.นี้ ที่โรงละครแห่งชาติ

เพื่อเชิดชูเกียรตินาฏยาจารย์ ๕ แผ่นดิน

ผู้สืบสร้างทางรำไทย ศิลปินแห่งชาติ

สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย)

การแสดงมี ๒ รอบ คือ รอบ ๑o.oo น. และ ๑๔.oo น.



บัตรราคา (รอบละ) ๑,ooo, ๕oo, ๓oo, ๒oo และ ๑oo บาท

รายได้สมทบกองทุนท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี

เพื่อสืบสานงานนาฏศิลป์ไทย

และช่วยเหลือนาฏศิลปินอาวุโส

สำรองที่นั่งที่โรงละครแห่งชาติ โทร.o๒-๒๒๔-๑๓๔๒



ภาพและข้อมูลจาก บล็อกคุณ sirivinit













"นิทรรศการศิลปกรรม "นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต" ครั้งที่ ๒๔”



กลุ่มบริษัท โตชิบา ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยศิลปากร ขอเชิญชวนท่านที่สนใจผลงานศิลปะเข้าร่วมชมนิทรรศการศิลปกรรม "นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต" ครั้งที่ ๒๔ ประจำปี ๒๕๕๕ ซึ่งมีงานจิตรกรรม และประติมากรรม ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดศิลปกรรม "นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต" ครั้งที่ ๒๓ ประจำปี ๒๕๕๔ (เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมาจึงยังไม่ได้จัดแสดง)ได้ถูกนำมาจัดแสดงร่วมกับครั้งที่ ๒๔ ประจำปี ๒๕๕๕ รวมกว่า ๒๕o ชิ้น โดยผลงานทั้งหมดจะจัดแสดงระหว่าง วันที่ ๖ - ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๕ (หยุดทุกวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ณ ห้องเอนกประสงค์ และห้องนิทรรศการ ๑ - ๘ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ


















ข้อมูลจาก
เฟซบุคพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ













"36 Aniversary of Thai Art Department."


นิทรรศการศิลปครอบรอบ ๓๖ ปี ภาควิชาศิลปไทย คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

๘ ธ.ค. ๒๕๕๕ - ๑o ม.ค. ๒๕๕๖ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ

สอบถามรายละเอียด : o๒-๒๘๑-๕๓๖-๑
























ภาพและข้อมูลจาก
เฟซบุคคณะจิตรกรรมฯ ศิลปากร














นิทรรศการศิลปกรรม "เสือต้องเป็นเสือ""


โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ เชิญชมนิทรรศการศิลปกรรม " เสือต้องเป็นเสือ" ผลงานของสิปปวิชญ์ พลสิงห์ พบกับผลงานถ่ายทอดภาพเสือเจ้าป่า ว่าในความเป็นเสือ นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ความเป็นเสือยังต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเปล่งประกาย และถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานจิตรกรรมชั้นยอด นอกจากผลงานของสิปปวิชญ์แล้ว ยังมีการนำผลงานสะสมของเหล่าศิลปินชื่อดังของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น อ. เฉลิม นาคีรักษ์, ม.ล.ปุ่ม มาลากุล, อ.สวัสดิ์ ตันติสุข, อ.ประหยัด พงษ์ดำ, อ.ไสว วงษาพรหม ฯลฯ มาร่วมจัดแสดงเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติศิลปินรุ่นอาวุโสเหล่านี้ สนใจชมผลงานได้ที่ชั้น ๒๓ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ถ.พระราม ๑ รายได้จากการจำหน่ายภาพส่วนหนึ่งมอบให้กับสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี



ภาพและข้อมูลจาก
ryt9.com

ocac.go.th













"ภาพพิมพ์ Rim Nan"


นิทรรศการ “ภาพพิมพ์ Rim Nan” จัดแสดงผลงานภาพพิมพ์หลากหลายเทคนิค อาทิ ภาพพิมพ์โมโนพริ้นท์, ภาพพิมพ์แกะไม้ ภาพพิมพ์หิน และ ภาพพิมพ์โลหะ ซึ่งสร้างสรรค์โดยศิลปินรับเชิญและคณาจารย์จากรั้วศิลปากร






ด้วยแนวความคิดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานภาพพิมพ์นอกสถานที่ เพื่อเปิดมิติใหม่แห่งการทำงานภาพพิมพ์ซึ่งซับซ้อนด้วยเทคนิคกระบวนการ มากมายให้กลายเป็นผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นได้ง่ายนอกสตูดิโอ ผลงานภาพพิมพ์ทั้งหมดสร้างสรรค์ขึ้น ณ หอศิลป์ริมน่าน ตามโครงการศึกษาประวัติศาสตร์และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื่องในโอกาสครบรอบ ๔๕ ปี ภาควิชาภาพพิมพ์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร






พิธีเปิดนิทรรศการ วันศุกร์ที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๘.๓o น.
นิทรรศการ : ภาพพิมพ์ Rim Nan

ศิลปิน : คณาจารย์จากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และศิลปินรับเชิญอีกมากมาย

วันที่ : ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ – ๒๗ มกราคม 2556

สถานที่ : ARDEL Gallery of Modern Art

ติดต่อโทร : o๒-๔๒๒-๒o๙๒
แฟกซ์ : o๒-๔๒๒-๒o๙๑

อีเมล์ : ardelgallery@gmail.com
ardelworkshop@gmail.com















ภาพและข้อมูลจาก
artbangkok.com














"ความงามสู่สวรรค์"


นัมเบอร์วันแกลเลอรี่มีความยินดีนำเสนอนิทรรศการจิตรกรรม “ความงามสู่สวรรค์” โดย เอกชัย ลวดสูงเนิน นับกว่า ๓o ปี เอกชัย ลวดสูงเนิน ศิลปินจากขอนแก่น บนเส้นทางของศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมอิมเพรสชั่นนิสต์ที่มีชื่อ เสียงอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย






จากตัวผลงานได้อาศัยการเดินทางท่องโลกเป็นแรงบันดาลใจสร้างสรรค์งานศิลปะ จากภาพความงามของธรรมชาติ โดยถ่ายทอดความประทับใจที่มีต่อสถานที่ เวลา แสง สี บรรยากาศ ที่ต่างกันออกไป






ความงามสู่สวรรค์ ฟังดูคล้อยตามกับความหมาย ว่าหากจะได้ขึ้นสวรรค์นั้นจำเป็นต้องพบเจอสิ่งเรื่องสวยงามดังสุภาษิตอีสาน ถ้าอยากขึ้นสวรรค์ให้ถอดผ้าเข้าวัด ที่หมายถึง ถ้าอยากขึ้นสวรรค์ต้องสลัดทิ้งสิ่งห่อหุ้มจิตเดิมแท้ที่บริสุทธิของเรา สิ่งห่อหุ้มเหล่านั้นเปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มร่างกาย อันได้แก่รักโลภ โกรธ หลง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส แล้วเข้าวัดศึกษาพระธรรมปฏิบัติตนในกรอบของพระพุทธศาสนา นั้นคือทางไปสู่สวรรค์ชั้นนิพพาน ในแง่ของศาสนา ส่วนอีกทางหนึ่งในทรรศนะของศิลปิน คือทางสายแห่งความงามที่ละเอียดอ่อนของธรรมชาติและงานศิลปะจากกระบวนการ สร้างสรรค์ถึง กระบวนการเสพงานศิลปะในแนวทางของความริสุทธ์ โดยละทิ้งลาภยศอคติใดๆ จะนำมาซึ่งความอิ่มเอิบความเป็นทิพย์ในจิต ขัดเกลาให้ผู้คนเข้าถึงสภาวะปิติแห่งจิต ถือเป็นสวรรค์ชั้นหนึ่งก่อนจะถึงซึ่งพระนิพพาน






สำหรับผลงานจิตรกรรมชุดนี้ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นมา ในช่วงเวลาของการเดินทางไปในยุโรป จีน และ บ้านเกิดของศิลปินเองคือ อ.ภูเวียง จังหวัดขอนแก่นในช่วงปี ๒๕๕๔ - ๒๕๕๕ ซึ่งศิลปินได้บันทึกความงามจากความประทับใจตามเส้นทางที่ผ่านและพำนัก ตามแบบฉบับที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของศิลปิน เอกชัย ลวดสูงเนิน ผู้ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นศิลปินนักล่า ความงาม มือหนึ่งของเมืองไทยใน ไสตล์ อิมเพรสชั่นนิสม์






ร่วมพบปะพูดคุยกับศิลปินได้ ในพิธีเปิดนิทรรศการ วันเสาร์ที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๘.oo น
นิทรรศการ : ความงามสู่สวรรค์

ศิลปิน : เอกชัย ลวดสูงเนิน

วันที่ : ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ – ๑๒ มกราคม ๒๕๕๖

สถานที่ : Number 1 Gallery

ติดต่อโทร : o๘๓-๔๔๕-๘๓๓๓, o๒-๖๓o-๓๓๘๑



ภาพและข้อมูลจาก
artbangkok.com














"ศิลปะบนจานสี"


พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA BANGKOK ขอเชิญชมนิทรรศการ นิทรรศการศิลปะกรรมเพื่อเด็กและเยาวชน “ศิลปะบนจานสี” โดย ศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทย


ศิลปินร่วมโครงการ อาทิ 
ประเทือง เอมเจริญ, ถาวร โกอุดมวิทย์, ช่วง มูลพินิจ, กมล ทัศนาญชลี, ญาณวิทย์ กุญแจทอง, ประหยัด พงษ์ดำ, ประทีป คชบัว, ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ, ทินกร กาษรสุวรรณ และระดับแนวหน้าของเมืองไทยอีกหลายท่าน


นิทรรศการ : ศิลปะบนจานสี

วันที่ : ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ถึง ๗ มกราคม ๒๕๕๕

สถานที่ : พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA BANGKOK

ติดต่อโทร : o๒-๙๕๓-๑oo๕-๗

โทรสาร : o๒-๙๕๓-๑oo๘

อีเมล์ : info@tcamoffice.com

เว็บไซต์ : //www.mocabangkok.com


ภาพและข้อมูลจาก
artbangkok.com














"MIMETIC SCENE"


นิทรรศการ MIMETIC SCENE นำเสนอผลงานจิตรกรรมแนวเหนือจริงผสมผสานกับจินตนาการและรูปแบบของภาพเขียน เสียดล้อ สร้างสรรค์โดย เกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์ ภายใต้แนวความคิดเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของผู้คนในสังคมปัจจุบันที่เจือปนไปด้วยความแปลกแยก ความสับสน และความไม่มั่นคงในจิตใจ เมื่อบริบทของความเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยนำมาซึ่งความหวั่นไหวในห้วงคิดอัน เปราะบาง และความไม่เข้าใจต่อวิถีชีวิตประจำวันที่ผิดแผกไปจากเดิม


นิทรรศการ : MIMETIC SCENE

ศิลปิน : เกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์

วันที่ : ๑๒ กุมภาพันธ์ – ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๖

สถานที่ : ดีโอบีหัวลำโพงแกลเลอรี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล
โทร : o๒-๔๒๒-๒o๙๒, o๘๖6-๘๙o-๒๗๖๒

แฟกซ์: o๒-๔๒๒-๒o๙๑

เว็บไซต์: //www.ardelgallery.com










ภาพและข้อมูลจาก
artbangkok.com














"ทัศน์ ทัศน์ ทัศน์"


สืบเนื่องจากสำนักบริหารงานศิลปวัฒนธรรม ได้จัดให้มีการแสดงนิทรรศการศิลปะของผู้บริหารและคณาจารย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้ชื่อนิทรรศการว่า “เส้นสายของผู้บริหาร : ศิลปะแห่งเหมันตฤดู ” โดยผู้บริหารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนิทรรศการ “ปฐมการณ์แห่งมานุษย์ ” โดย คณาจารย์สาขามนุษยศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาหลายครั้งแล้วนั้น และในปีนี้ ถือเป็นการสร้างความน่าสนใจยิ่งขึ้น จึงได้รวบรวมผลงานทั้งสองนิทรรศการเข้าด้วยกัน เป็นการสร้างแนวความคิดใหม่ภายใต้ชื่อ นิทรรศการ “ทัศน์ ทัศน์ ทัศน์” อันหมายถึง ทัศน์แรก คือ ทัศนศิลป์ของผู้บริหาร ทัศน์ที่สอง คือ ทัศนศิลปิน ส่วนทัศน์ที่สาม คือ ทัศนามหาวิทยาลัย


*ผศ.สุรชัย เอกพลากร ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ
ทัศนะ ทรรศนะ หรือทัศนา * หมายถึง การเห็น ความเห็น ไปจนถึงความคิดเห็น ซึ่งหมายถึงการเห็นตั้งแต่การรับรู้ด้วยทัศนะภายนอกไปจนถึงทัศนะภายในของแต่ละตัวตน จากหยาบไปจนถึงละเอียด จากผิวเผินไปจนลุ่มลึก


ทัศนศิลป์* เป็นการสร้างสรรค์ทางศิลปะรูปแบบหนึ่ง เป็นศาสตร์สาขาหนึ่งในอีกหลากหลายสาขา ซึ่งสามารถช่วยให้ความซาบซึ้งเกี่ยวกับคุณค่าของชีวิตของมนุษย์เรามีคำอธิบาย บางครั้งด้วยการอธิบาย บางครั้งด้วยการไม่อธิบาย และบางครั้งด้วยการตั้งคำถาม.....






ย้อนไปในประวัติศาสตร์ขณะที่โลกเรายังไม่มีกล้องถ่ายรูป ภาษาเขียนก็แพร่หลายอยู่ในหมู่ผู้รู้เพียงไม่กี่ท่าน สังคมก็ได้อาศัยทัศนศิลป์นี้แหละเป็นสื่อถ่ายทอดให้เห็นภาพ แทนข้อเขียน แทนคำพูด แทนจินตนาการที่อธิบายได้ยาก แม้ทุกวันนี้ จะมีผู้รู้ภาษาเขียนมากขึ้น เราก็ยังคงต้องใช้ภาพในการช่วยอธิบายคำพูดและข้อเขียน ในหลาย ๆ โอกาส เพราะการเห็นด้วยตาตนเอง(ทั้งด้วยการมองออกไป และการมองเข้ามาในตน) ทำให้มนุษย์เราได้รับคำอธิบายที่ดีที่สุด เมื่อมนุษย์เราพัฒนาจนมีความรู้ ความเข้าใจมากขึ้น จากเพียงแค่ทัศนะก็หลอมรวมขึ้นเป็นทัศนคติ มนุษย์เราก็เริ่มมีคำถามมากขึ้นตามไปด้วย บางคำถามเมื่อยังไม่รู้คำอธิบายก็จะมุ่งมั่นค้นคว้าต่อไป และหากคำตอบยังไม่เป็นที่กระจ่าง การค้นคว้าก็จะยังคงดำรงอยู่ไม่เสื่อมคลาย


เมื่อทัศนะหรือการเห็น เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการใช้ชีวิต มนุษย์เราจึงมีการพัฒนา และใช้ประโยชน์ทั้งจากศาสตร์และสื่อที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นอย่างต่เนื่อง จนทำให้โลกแห่งการสื่อสารในปัจจุบันถูกพัฒนาจนเป็นโลกแห่งการใช้ภาพเป็นสื่อหลัก เนื่องจากภาพดึงดูดความสนใจ สื่อความรู้สึก และช่วยทำให้เข้าใจข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น






ความเข้าใจจาก"การเห็น" จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า และเนื่องจากพลังที่เกิดจากการ"เห็นถูก" หรือ"เห็นผิด"นั้นมหาศาล ดังนั้นบทบาทของทัศนศิลป์ ในฐานะของศาสตร์ซึ่งสามารถช่วยให้เข้าใจและเกิดความซาบซึ้งเกี่ยวกับคุณค่าของชีวิตของมนุษย์เรา จึงยิ่งเข้มข้นขึ้นด้วยการอธิบาย การไม่อธิบาย และการตั้งคำถาม เพื่อช่วยให้มนุษย์เราสะดุดถาม สะดุดคิด และเกิดการศึกษาขึ้นทั้งภายนอก และภายในตัวตน เพื่อที่จะได้พัฒนาไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด...อย่างมีทิศทางและสุนทรียะ


*ทัศนศิลป์ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒.หมายถึง ศิลปกรรมประเภทหนึ่งซึ่งแสดงออกด้วยลักษณะ ที่เป็นรูปภาพหรือรูปทรง รับรู้ได้ด้วยการเห็นและสัมผัสได้ด้วย การจับต้อง เช่น ภาพจิตรกรรม ภาพพิมพ์ งานประติมากรรม งานสถาปัตยกรรม ความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒.


สำนักบริหารงานศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ข่าวประชาสัมพันธ์

นิทรรศการ : "ทัศน์ ทัศน์ ทัศน์"
ลักษณะงาน : จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย
พิธีเปิดนิทรรศการ : วันที่ ๓o พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๖.00 น.
ระยะเวลาที่จัดแสดง : ๓ ธันวาคม ๒๕๕๕ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ห้องนิทรรศการ : นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรม
นิทรรศสถาน เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา o๙.oo – ๑๗.oo น.
ปิดให้บริการ เสาร์,อาทิตย์ และวันหยุดราชการ



ภาพและข้อมูลจากเวบ
jamjureeartgallery.blogspot.com














"เส้นและสี"


PSG Art Gallery คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มีความยินดีขอเรียนเชิญทุกท่านชมนิทรรศการศิลปกรรมผลงานวาดเส้น งานจิตรกรรม และงานจิตรกรรมสื่อผสม "เส้นและสี"
โดย แสงมณี แสงบุญ และ นวภูมินทร์ ชัยชมภู ระหว่างวันที่ 7 - 27 ธันวาคม 2555 เปิดให้ชมทุกวันจันทร์ – เสาร์ ตั้งแต่ เวลา ๑o.oo – ๑๘.oo น. / หยุดวันอาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ PSG Art Gallery คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพมหานคร









ที่มาของนิทรรศการ
“เส้นและสี” เป็นนิทรรศการศิลปะที่แสดงเรื่องราวซึ่งมีที่มาจากสภาวะจิตและพลังแห่งความศรัทธาของแสงมณี แสงบุญ และนวภูมินทร์ ชัยชมภู ศิลปินทั้งสองมีพื้นฐานการศึกษาและประกอบอาชีพที่แตกต่างกัน แสงมณี เป็นดีไซเนอร์มืออาชีพผู้มีผลงานสร้างสรรค์ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการของแฟชั่น ส่วนนวภูมินทร์เป็นทันตแพทย์ที่มีปริญญาทางด้านทัศนศิลป์ในระดับมหาบัณฑิตจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงแม้ว่าบุคคลทั้งสองจะมิได้เป็นศิลปินโดยอาชีพแต่ด้วยความรักในงานศิลปะ ประกอบกับพรสวรรค์และความสามารถของเขา จึงทำให้เป็นที่มาของผลงานในนิทรรศการครั้งนี้


ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมพร รอดบุญ ให้เกียรติเป็นภัณฑารักษ์ในการจัดนิทรรศการฯ












ภาพจากเวบ เฟซบุคเส้นและสี



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 16 ธันวาคม 2555
Last Update : 18 ธันวาคม 2555 9:25:02 น. 0 comments
Counter : 27288 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.