happy memories
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
6 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๑๗




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - ‪Yuhki Kuramoto‬









"๙๙ กษาปณ์แห่งองค์ราชัน"


ทุกครั้งที่มีวาระพิเศษต่างกรมธนารักษ์จะจัดสร้างเหรียญกษาปณ์เพื่อเป็นที่ ระลึกเนื่องในโอกาสนั่นๆ เสมอมา โดยเฉพาะวาระที่สำคัญ ต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีเหรียญกษาปณ์ออกมาให้คนไทยได้เก็บไว้เป็นระลึกมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อโอกาสครบ ๘o ปีกรมธนารักษ์ จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้จะรวบรวมเหรียญกษาปน์เฉลิมพระเกียรติมาจัดแสดง ผ่านงาน “๙๙ กษาปณ์แห่งองค์ราชัน คลังมรดกแห่งแผ่นดิน" ๘o ปี กรมธนารักษ์ ร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเปิดโต๊ะแถลงข่าวไปเมื่อวันก่อน ที่กรมธนารักษ์






นริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในปีมหามงคล ๒๕๕๕ นี้ กรมธนารักษ์ ได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “๙๙ กษาปณ์แห่งองค์ราชัน คลังมรดกแห่งแผ่นดิน" ๘o ปีกรมธนารักษ์ ขึ้น โดยจัดเป็นงานนิทรรศการเพื่อเผยแพร่พระปรีชาสามารถ พระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจที่ทรงสร้างรากฐาน ที่เข้มแข็งให้กับราษฎร ทรงได้มอบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นหนทางในการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้ กับประเทศ และวัตถุประสงค์ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ให้ประชาชนชาวไทยหันมาใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความคุ้มค่าและประหยัดงบประมาณแผ่นดินในการผลิตเหรียญใหม่






"ภายในงานได้จัดแสดงเหรียญกษาปณ์ในรัชกาลที่ ๙ ซึ่งเป็นสุดยอดกษาปณ์แห่งองค์ราชัน รวมทั้งสิ้น ๙๙ เหรียญ โดย ได้นำเทคโนโลยีมัลติมีเดียอันทันสมัยมาเป็นหลักในการจัดแสดงนิทรรศการซึ่ง ถือเป็นมิติใหม่ ซึ่งจุดเด่นภายในงานครั้งนี้ เป็นการนำเสนอห้องนิทรรศการในรูปแบบต่างๆ โดยได้แบ่งห้องนิทรรศการออกเป็น ๒ ห้อง คือ ห้องนิทรรศการที่ ๑ “พระคลังหลวง”และห้องนิทรรศการที่ ๒ จะมีทั้งหมดรวม ๖ โซน ได้แก่ โซนที่ ๑ ตลาดโบราณ โซนที่ ๒ ถุงแดง โซนที่ ๓ เหรียญบรรณาการ โซนที่ ๔ วิวัฒน์โรงกษาปณ์ โซนที่ ๕ ผลิตเหรียญกษาปณ์ และโซนที่ ๖ “๙๙ กษาปณ์แห่งองค์ราชัน” ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานที่จัดแสดงสุดยอด ๙๙ กษาปณ์แห่งองค์ราชัน ที่หาชมได้ยาก พร้อมกันนี้ ผู้ที่เข้าชมงานจะได้สัมผัสกลิ่นไอ และร่วมย้อนเวลาไปพบกับบรรยากาศที่เสมือนจริงตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ ถึงรัชกาลที่ ๕ พร้อมได้สัมผัสวิถีชีวิตและความเจริญรุ่งเรืองในแต่ละสมัยที่พัฒนามาจนถึง ปัจจุบันนี้" อธิบดีกรมธนารักษ์ ให้รายละเอียด






สำหรับงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๕ พฤศจิกายนนี้ ที่ห้องบอลลูม เอ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมยังได้อัญเชิญพระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติลอยองค์ มาให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมสักการะเพื่อขอพรในการดูแลพิทักษ์ทรัพย์สมบัติอีกด้วย


ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net
innnews.co.th
yimdai.com













"โขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด จองถนน"


พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ขึ้น เพื่อใช้เป็นมหรสพสำหรับพระนครแล้ว พระราชประสงค์ที่แฝงไว้อีกประการหนึ่ง คือ ใช้เป็นแบบอย่างของการประพฤติปฏิบัติ เป็นคติสอนใจ เช่น ความจงรักภักดีของข้าทหารที่มีแก่เจ้านายของตน เช่น หนุมาน หรือคุณธรรมความดีในสิ่งที่ถูกต้องที่พิเภกยึดมั่นประจำในใจของตน เป็นต้น


ด้วยเหตุนี้เอง สมเด็จพระบรมราชินีนาถ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการแสดงโขนพระราชทานขึ้นเป็นประจำทุกปีสืบมา และในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๘o พรรษา ในปีพุทธศักราชนี้ ทรงเลือกชุดจองถนน คณะกรรมการได้รับสนองพระมหากรุณาธิคุณน้อมรับพระราชดำริให้มาดำเนินการ






การแสดงโขนชุด จองถนน ในครั้งนี้ ดำเนินตามบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประกอบกับบทโขนที่ครูอาจารย์ในกรมศิลปากรได้เรียบเรียงไว้ นำมาสอดประสานปรับเปลี่ยนการดำเนินเรื่องให้เหมาะสมกับปัจจุบัน โดยจุดประสงค์ที่ยังอนุรักษ์ศิลปะการแสดงโขนหลวงไว้อย่างครบถ้วน ทั้งรูปแบบการบรรเลงขับร้อง และกระบวนท่ารำที่วิจิตรงดงามมาแต่อดีตที่ถ่ายทอดผ่านครูอาจารย์มาจนถึงปัจจุบัน สาธารณชนได้ประจักษ์แล้วว่าโขนที่จัดแสดงไปแล้วนั้น มีความพิเศษครบถ้วนในทุกมิติ ทั้งในแง่ตัวผู้แสดงชั้นครู เครื่องทางที่บรรจงทำตามแบบขนบประเพณี ฉาก เสียง สี และแสงอันวิจิตร






เนื่อเรื่องย่อเริ่มตั้งแต่ พระรามปรึกษาการศึก หลังจากที่พาพลวานรจากเมืองขีดขิน และเมืองชมพู ยกกองทัพมาตั้งทัพตรงข้ามกับกรุงลงกา พระรามปรึกษาหาวิธีที่จะข้ามไปยังกรุงลงกา ข้าทหารทั้งหลายต่างทูลอาสาต่างๆ กันไป แต่เมื่อพญาวานรชมภูวราช ทูลแนะนำว่าควรจะถมถนนข้ามไปกรุงลงกา เพื่อให้ปรากฏเป็นเกียรติยศสืบไปชั่วกาลนาน พระรามทรงเห็นชอบ โดยให้สุครีพ เป็นผู้กำกับคอยคุมหนุมาน และนิลพัทรับอาสาผลัดกันเป็นฝ่ายขนหินมาถม แต่เนื่องจากทั้งหนุมาน และนิลพัทหมางใจขุ่นเคืองกัน แต่ครั้งที่หนุมานเคยไปสะกดท้าวมหาชมพูให้มาเฝ้าพระราม ซึ่งเป็นการกระทำที่หักหน้านิลพัท นิลพัทจึงผูกใจเจ็บกับหนุมานตลอดมา






ในการจองถนนครั้งนี้นิลพัท คิดการแก้แค้น เมื่อฝ่ายตนรับอาสาเป็นผู้ขนหินมาถมถนนก่อน นิลพัทขนหินมามากมาย หนุมานให้นิลพัทโยนหินลงมาทีละสองก้อน แต่นิลพัทท้าทายว่าเมื่อขนมาเท่าใดหนุมานจะต้องรับหินให้ได้ ในที่สุดหนุมานก็รับไว้ได้ ครั้งถึงคราวที่หนุมานขนมาบ้าง หนุมานเนรมิตกาย ขนหินมาเต็มทั้งตัวโดยผูกไว้กับขนรอบกาย นิลพัทก็เกี่ยงให้โยนมาทีละก้อน ถ้าโยนมากรับไม่ไหวจะใช้เท้ารับ ในที่สุดนิลพัทใช้เท้าช่วยรับจึงเกิดการวิวาทต่อสู้กันขึ้น สุครีพเข้าห้ามปราม เมื่อพระรามได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครม จึงให้พระลักษณ์เสด็จออกมาดู พระลักษณ์ทราบเรื่องจึงพาทั้งสองพญาวานรเข้าเฝ้า พระรามได้พิจารณาโทษ เห็นว่าทั้ง ๒ ฝ่ายก็ล้วนแต่เรืองฤทธานิภาพ เปียบเสมือนเสือ ๒ ตัว ไม่สมควรที่จะให้อยู่ถ้ำเดียวกัน พระรามจึงให้นิลพัท กลับไปช่วยท้าวมหาชมพูดูแลเมืองขีดขิน และมีหน้าที่ส่งเสบียงเลี้ยงกองทัพ






ส่วนหนุมานนั้นให้ดำเนินการถมถนนข้ามไปกรุงลงกาแต่เพียงผู้เดียวให้สำเร็จ หนุมานจึงดำเนินการ แต่ในขณะที่ถมหินทำถนนนั้น ทศกัณฐ์ทราบข่าวจึงใช้ให้นางสุพรรณมัจฉา ธิดาซึ่งเกิดจากนางปลา พาบริวารไปทำลายการจองถนน เมื่อหนุมานเห็นมีเหตุการณ์ผิดปกติ จึงดำน้ำลงไปสำรวจ พบนางสุพรรณมัจฉา ในที่สุดหนุมานได้นางเป็นชายา และขอให้นางพาบริวารปลาไปขนก้อนหินมาถมไว้ดังเดิม การถมถนนข้ามไปกรุงลงกาจึงสำเร็จลงได้






พระอินทร์ใช้ให้พระมาตุลี นำเวชยันตราชรถมาถวายพระราม พระรามทรงรถพาพลวานรข้ามไปยังกรุงลงกาได้สำเร็จ และเป็นพระเกียรติยศยิ่งใหญ่ ปรากฏเป็นถนนพระรามข้ามไปทำศึกกับกรุงลงกาของทศกัณฐ์ พระรามทำศึกต่อสู้กับฝ่ายกรุงลงกาที่นำพระญาติวงศ์ และราชสัมพันธมิตรออกรบ แต่ก็พ่ายแพ้ในการศึกที่ทศกัณฐ์ออกรบเป็นครั้งแรกนี้ ทศกัณฐ์ประเดิมศึกพาพระโอรสที่เกิดจากนางสนมทั้ง ๑o ตน พร้อมกับสิบขุน ออกรบด้วย ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันเป็นสามารถ ในการศึกครั้งนี้สิบขุนสิบรถถูกฆ่าตายหมด ทศกัณฐ์แผลงศรบันดาลเป็นไฟไหม้กองทัพพระราม พระรามแผลงศรเป็นน้ำดับไฟได้ ศรพระรามปักอุระทศกัณฐ์ ทศกัณฐ์แก้ไขได้ ประจวบกับเป็นเวลาใกล้ค่ำพระอาทิตย์อัสดง ทั้งสองฝ่ายจึงหยุดหย่าทัพตามจารีตกระบวนศึกที่มีมา






มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขอเชิญชมการแสดงโขน ชุด จองถนน ตั้งแต่วันที่ ๑ – ๓o พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา ๔oo ๖oo ๘oo ๑,ooo และ ๑,๕oo บาท พิเศษ ๑oo บาท สำหรับนักเรียน นักศึกษา ซื้อบัตรได้ที่ Thai Ticket Major ทุกสาขา โทร o๒-๒๖๒-๓๔๕๖






ภาพและข้อมูลจาก
musicthai.patakorn.com
khonperformance.com
thaiticketmajor.com
phuketneophoto.com













"ล้านนา ผ่านสายตาศิลปิน"


นิทรรศการภาพถ่าย ‘The Travelling Soul’ ตามหาจิตวิญญาณล้านนา โดย ชำนิ ทิพย์มณี ศิลปินแนวหน้าของเมืองไทย โดยภายในนิทรรศการครั้งนี้ได้จัดแสดงภาพถ่ายสี และขาว ดำ จำนวน ๕๓ ภาพ ซึ่งเป็นภาพที่บันทึกประสบการณ์ส่วนตัวของศิลปิน จากการท่องเที่ยวเมืองเหนือเป็นระยะเวลากว่าทศวรรษ ประกอบไปด้วยภาพผู้คน สถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย ทุกภาพล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความงดงามอ่อนช้อยของวัฒนธรรมล้านนาแบบดั้งเดิม ที่กำลังเลือนหายไป


ในนิทรรศการ "The Travelling Soul' ชำนิ ทิพย์มณี พาเราท่องไปในดินแดนที่เคยเป็นอาณาจักรล้านนาในภาคเหนือของประเทศไทย ผ่านภาพถ่ายที่ดลใจให้เราหยิบยกประเด็นทางสังคมอันหลากหลายมาครุ่นคิด ตั้งแต่พระพุทธศาสนาความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณ การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของค่านิยม นอกจากนี้ทุกภาพสะท้อนให้เห็น ถึงการแสวงหาทางจิตวิญญาณของศิลปินท่านหนึ่งผนวกกับความพยายามของเขาที่จะเก็บภาพชีวิตและเรื่องราวอันมีค่า ในขณะที่ทุกสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว


ชำนิ ทิพย์มณี ศิลปินช่างภาพชั้นนำของประเทศไทย ค้นพบความหลงไหลในการถ่ายภาพแต่เยาว์วัย
เมื่อเขาได้แอบมองบิดา ถ่ายภาพในบริเวณบ้านเกิดของตน ในจังหวัดสงขลาในวัยหนุ่ม ชำนิ ตัดสินใจออกเดินทางไปยังยุโรปเพื่อเปิดโลกทัศน์พร้อมกับ ผึกปรือฝีมือ ในการถ่ายภาพและกลับมาเริ่มทำงานเป็นช่างภาพอิสระ ก่อนที่จะเปิด สตูดิโอ ชินิอาย ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ และต่อมาได้ขยายกิจการไปยังประเทศเวียดนาม จนถึงวันนี้ ชำนิ ทิพย์มณี นับเป็นหนึ่งในบุคคล ที่ชาววงการโฆษณายอมรับนับถือเป็นที่สุด แต่ถึงกระนั้น ทุกครั้งที่มีโอกาส ชำนิ ทิพย์มณี ยังเลือกทงเดินของการเป็นศิลปินผู้ที่เดินทางไปพร้อมกับกล้องถ่ายภาพ เพื่อบันทึกเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมมนุษย์ ประเด็นทางสังคมในยุคปัจจุบัน ซึ่งทุกสิ่งแปรปรวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ


นิทรรศการจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๒๕ สิงหาคม – ๙ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ เชียงใหม่ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ tamarindvillage.com


ภาพและข้อมูลจาก
doocm.com
compasscm.com














"SPACE + TIME = STORY"


สรรพสิ่งใดใดในโลกนี้ล้วนดำรงอยู่ในมิติ ๒ ลักษณะ หนึ่งคือมิติแห่งพื้นที่ (Space) ทั้งสาม คือ กว้าง ยาว ลึก และสองคือมิติที่สี่ นั่นคือมิติแห่งเวลา (Time) สรรพสิ่งล้วนดำรงอยู่ในพื้นที่และเคลื่อนคล้อยไปตามกาลเวลา ก่อเกิดปฏิสัมพันธ์ต่อกันเป็นเรื่องราว (Story) ต่าง ๆ ไปตามรายทางแห่งประวัติศาสตร์


มนุษย์บันทึกและสร้างสรรค์เนื้อหาผสานกับความต้องการทางสุนทรียะเป็นสิ่ง ที่เรียกว่า “งานศิลปะ” และงานศิลปะนี้ล้วนดำรงอยู่ในกฎแห่งพื้นที่และเวลา นั่นเปรียบเสมือนดั่งภาชนะแห่งเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งเรื่องราวในเนื้อหาของตัวงานศิลปะเอง และเรื่องราวอันเป็นเบื้องหลังแห่งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ของศิลปิน ซึ่งส่งต่อแก่ผู้คนรุ่นหลังสรรสร้างเรื่องราวอันเป็นแรงพลังงานบันดาลใจสืบ ต่อเนื่องกันไปในมิติแห่งพื้นที่และเวลาเช่นกัน






“SPACE + TIME = STORY” นิทรรศการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของหอศิลป์ “ศุภโชค ดิ อาร์ต เซนเตอร์” (Subhashok The Arts Centre หรือ S.A.C.) นำเสนอผลงานศิลปะชิ้นสำคัญในช่วงชีวิตการทำงานศิลปะของศิลปินแต่ละท่าน ไม่ว่าจะเป็นงานในช่วงอดีตหรืองานยุคปัจจุบันล้วนเป็นเครื่องสะท้อนถึงที่มา ที่ไป ความเป็นเหตุเป็นผล อารมณ์ แรงบันดาลใจ รวมถึงแนวความคิดของศิลปินที่มีต่อศิลปะ ที่ผ่านมาชิ้นงานศิลปะบอกเล่าเนื้อหาที่สมบูรณ์ด้วยตัวของมันเอง แต่เบื้องหลังของความงามตรงหน้านั้นกลับแสดงตัวตนที่มากกว่า หากได้รับรู้ถึงจิตวิญญาณแท้จริงที่ศิลปินต้องการจะสื่อ ผ่านคำบอกเล่าเรื่องราวในจุดเริ่มของการสร้างสรรค์ บางชิ้นมีอายุเก่าแก่ บางชิ้นยิ่งใหญ่ บางชิ้นงดงาม แต่ทุกชิ้นล้วนมีคุณค่าทางจิตใจ เป็นแรงบันดาลใจอันทรงพลังที่ส่งผลต่อความเป็นไปของชีวิตและงานศิลปะ โดยไร้ซึ่งบรรทัดฐานการตัดสินคุณค่าจากบุคคลอื่น






นิทรรศการโดย ๓o ศิลปินทรงคุณค่าของเมืองไทย ได้แก่

เฟื้อ หริพิทักษ์
สวัสดิ์ ตันติสุข
ชลูด นิ่มเสมอ
อังคาร กัลยาณพงศ์
ถวัลย์ ดัชนี
ทวี รัชนีกร
กมล ทัศนาญชลี
ประเทือง เอมเจริญ
จ่าง แซ่ตั้ง
จักรพันธุ์ โปษยกฤต
ปรีชา เถาทอง
รศ.เข็มรัตน์ กองสุข
เกียรติคุณ อิทธิพล ตั้งโฉลก
เดชา วรชุน
เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ
ปริญญา ตันติสุข
เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
ปัญญา วิจินธนสาร
พิษณุ ศุภนิมิตร
มณเฑียร บุญมา
วราวุธ ชูแสงทอง
ประทีป คชบัว
พิชิต ตั้งเจริญ
สุรเดช แก้วท่าไม้
จิราธร จิรประวัติ
เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล
จิตต์สิงห์ สมบุญ
ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี
ไพโรจน์ วังบอน
ชลิต นาคพะวัน


ร่วมชื่นชม ๕o ผลงานศิลปะหาชมยากจาก ๓o ศิลปินทรงคุณค่าของเมืองไทย พร้อมเปิดตัวพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะแห่งใหม่ใจกลางกรุง จัดแสดงระหว่างวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ – ๒o มกราคม ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา ๑o.oo – ๑๘.oo น. (เว้นวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)






พิธีเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๘.oo น.
และเวลา ๑๗.oo น. ร่วมฟังเสวนาพูดคุย “ศิลปิน ผู้ให้ หรือ ผู้รับ”
โดย ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง, อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และคุณศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี
สถานที่ : ศุภโชค ดิ อาร์ต เซนเตอร์ (Subhashok The Arts Centre หรือ S.A.C. )
ซอยสุขุมวิท ๓๙ (แดงอุดม) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ






การเดินทางสามารถมาได้หลายเส้นทาง
- รถโดยสารส่วนบุคคล วิ่งเส้นถนนสุขุมวิทเข้าซอยสุขุมวิท ๓๑ หรือ ๓๙ ฝั่งตรงข้ามดิ เอ็มโพเรียม หรือมาทางถนนเพชรบุรีเข้าตรงแยกพร้อมพงษ์ (มีบริการที่จอดรถ)

ระบบขนส่งสาธารณะ
- รถไฟฟ้ามหานคร (BTS) ลงสถานีพร้อมพงษ์ ลงทางออกที่ ๕ (ซอยสุขุมวิท ๓๕)
 - รถโดยสารประจำทางสาย ๒, ๒๕, ๕o๑, ๕o๘, ๕๑๑, ๕๑๓, ๓๘, ๔o และ ๔๘
- เรือด่วนคลองแสนแสบ ลงที่ท่าอิตันไทย แล้วต่อมอเตอร์ไซค์
(ทุกเส้นทางสามารถต่อรถมอเตอร์ไซค์ บอกที่หมายหอศิลป์ S.A.C. หรือโครงการรวีวรรณ)

สถานที่สำคัญใกล้เคียง : Raveevan Suite , 39 Boulevard

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศุภโชค ดิ อาร์ต เซนเตอร์

โทร : o๒-๖๖๒-o๒๙๙, o๘o–๙oo–๘๘๕๔, o๘๖–๘๙๑– ๑๘๙๓, o๘๙–๖๙๔–๕๓๘๙

E-mail:info@sacbangkok.com
www.facebook.com/sacbangkok
www.sacbangkok.com


ภาพและข้อมูลจาก
artbangkok.com













"สื่อศิลปะจากใจของประเทือง เอมเจริญ"


กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และหอศิลป์เอมเจริญ จัดการแสดงนิทรรศการ “สื่อศิลปะจากใจของประเทือง เอมเจริญ” ในวันเสาร์ที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๑๔.oo น. ณ อาคารสามเหลี่ยม (อาคารนิทรรศการหมุนเวียน)


หอศิลป์เอมเจริญ จ.กาญจนบุรี นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ ๒๙ กันยายน – ๓o พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๙.oo – ๑๗.oo น. ทุกวัน (หยุดอังคารและพุธ)

ติดต่อสอบถาม: o๘๖-๘๑๓-๙๖๑๖


ภาพจากเวบ fineart-magazine.com














"Jean Claude Chambre" นิทรรศการแห่งตัวตน



“Jean Claude Chambre” นิทรรศการแห่งตัวตน โดย ศิลปิน ชอง โคลด แฌมแบร์ ชาวฝรั่งเศส Fine Art – Season 2012 : Couleurs Asie – Provence นิทรรศการภาพวาดสีน้ำมัน บอกเล่าเรื่องราวจากจากหัวใจและสายตาของศิลปินผ่านฝีแปรงและปลายภู่กันในแบบ สไตล์อิมเพรสชั่นนิส ที่มีสีสดใสและหลากหลาย ซึ่งบรรยายถึงความสวยงามของประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งภาพวาดที่แสดงถึงการเดินทางของศิลปินและผ่านประสบการณ์ในทวีปเอเชีย ใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง





Jean Claude Chambre เกิดเมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๒ จบการศึกษาด้านศิลปะ จากวิทยาลัย หลุยส์ แอมบลาร์ดในเมืองวาเลนซ์ (โดรม) และได้ศึกษาต่อทางด้านศิลปะกับศิลปินผู้มีทักษะสูง ณ โรงเรียนศิลปะ L’lle aux peintres ในเมืองลา เฟอเต้ มิลเลียน ณ กรุงปารีส หลังจากนั้นได้ทำการศึกษาค้นคว้าและทดลองทำงานศิลปะในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเขียนสีบนกระจก,แกะไม้, สีน้ำ, สีชอล์ค, และอื่นๆ จนสุดท้ายเขาเลือกที่ทำงานด้านวาดภาพสีน้ำมันบนผ้าใบ






บรรพบุรุษของเขามาจากเมืองโพรวองซ์ ซึ่งเป็นบ้านของศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ เช่น แวนโกะห์, เซซาน, มาทีสส์, งานศิลปะของเขาจึงมีบรรยากาศของสีสัน อาทิเช่น สีเหลือง , น้ำเงิน, และสีแดงเป็นหลัก


ในงานจิตรกรรมของ Jean Claude Chambre ยังเชื้อเชิญให้คุณได้สัมผัสถึงความรู้สึกและประสบการณ์ที่เขามีต่อบ้านเกิด และสถานที่ที่เขาได้เดินทางท่องเที่ยวในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเขายังได้เข้าร่วมในการแสดงผลงานนิทรรศการศิลปะอีกหลายที่เช่น ที่ Abu Dhabi และ กรุงเทพฯ






ผลงานนิทรรศการส่วนตัว ได้แก่ที่ ฝรั่งเศส, เลบานอน, ออสเตรเลีย, ไทย, สวิตเซอร์แลนด์, อินเดีย, สวีเดน, อเมริกา, นอร์เวย์ และ เวียดนาม


นิทรรศการ : นิทรรศการแห่งตัวตน “Jean Claude Chambre”

วันที่ : ๖ ธันวาคม ๒๕๕๕ - ๖ มกราคม ๒๕๕๖

สถานที่ : เดอะพิคเจอร์แกลเลอรี
ติดต่อโทร : o๒-๖๖๒-๘๓๕๙, o๘๖-๓๓๙-๑๒๘๑

อีเมลล์ : art@thepikturegallery.com

เว็บไซต์ : //www.thepikturegallery.com


ภาพและข้อมูลจาก
artbangkok.com














"DYoungster 7th Exhibition"


ภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มีแนวคิดในการสนับสนุนให้นักออกแบบรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาจากภาควิชาฯ ได้มีโอกาสในการนำเสนอผลงานการออกแบบของตนสู่สถาบันในรูปแบบนิทรรศการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาของบัณฑิตที่จบจากภาควิชาฯอย่างต่อเนื่อง


โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ และในปีการศึกษา ๒๕๕๕ นี้ ภาควิชาฯ ได้คัดเลือกนักออกแบบรุ่นใหม่จากนักศึกษาที่สำเร็จในปีการศึกษา ๒๕๕๓ จำนวนทั้งสิ้น ๙ คน ที่มีผลงานโดดเด่นและน่าสนใจ มาจัดแสดงนิทรรศการ DYoungster ครั้งที่ ๗ ในชื่อ “เล่น?” ซึ่งจะจัดแสดงในระหว่างวันที่ ๑ พฤศจิกายน ถึง ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต


พิธีเปิดงานนิทรรศการในวันเสาร์ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.oo น. ณ หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ชั้น ๒ อาคารหอสมุดสุรัตน์ฯ โดยคุณนนทวัฒน์ เจริญชาศรี (Creative Director นิตยสาร Wallpaper และ Design Director แห่ง Ductstore the design guru) เป็นประธานเปิดงาน


ภาพและข้อมูลจาก
artbangkok.com














“นิทรรศการศิลปะ กลุ่มจปภ. ๓๖ It’s not too late”


กลุ่ม “จปภ. ๓๖” ขอเชิญร่วมงานวันเปิดงานแสดงนิทรรศการศิลปะของกลุ่มจปภ. ๓๖ กลุ่มจปภ. ๓๖ เป็นกลุ่มคนทำงานศิลปะที่จบจากคณะจิตรกรรมฯ ม.ศิลปากรปีการศึกษา ๒๕๒๖ ได้กลับมารวมตัวกันเพื่อสานต่อความฝัน ในแนวทางศิลปะเมื่อครั้งวัยเยาว์ในอดีตหลายคนเคยสร้างชื่อเสียงและแสดงผลงาน ในแลต่างประเทศ หลายคนยังทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง เมื่อกลับมารวมตัวกัน ได้มีแนวความคิดต้องการสร้างงานศิลปะและจัดแสดงนิทรรศการศิลปะเป็นกลุ่ม เพื่อเผยแพร่งานศิลปะสู่สาธารณชน


วันเปิดนิทรรศการ “It’s not too late” ของกลุ่มจปภ. ๓๖ ในวันศุกร์ที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๗.oo น. ณ หอศิลป์กรุงไทย สาขาเยาวราช


นิทรรศการ : ศิลปะของกลุ่มจปภ. ๓๖ “It’s not too late”

ศิลปิน : จำนวนศิลปิน ๑๖ ท่าน ศิลปินรับเชิญ ๓ ท่าน
รศ.วิชัย สิทธิรัตน์, รศ.กัญญาเจริญศุภกุล, ผศ.รุ่ง ธีระพิจิตร

วันที่ : ๒ – ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

สถานที่ : หอศิลป์กรุงไทยสาขาเยาวราช

ติดต่อโทร : o-๒๒o๘-๘๕๘๒ , o-๒๒o๘-๘๖๘o






ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














“หยิน”


นิทรรศการ “หยิน” YIN by Kenro Izu ชื่อนิทรรศการใหม่ครั้งนี้เป็นถ้อยคำอันเรียบง่าย “หยิน” 陰 พลังด้านนุ่มนวลของธรรมชาติ พลังแห่งหยินซึ่งหลอมรวมอยู่ในผลงานภาพถ่ายของเคนโระ อิสึ 井津 建郎 นักถ่ายภาพนิ่งแบบ “Still life” มือฉมังที่สุดคนหนึ่งของโลก


ภาพถ่ายแบบแพลตินัม-พัลลาเดียม นับเป็นงานฝีมือที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญอย่างสูง ซึ่งอิสึเป็นหนึ่งในน้อยคนนักที่ลงมือทำเอง และมีชื่อเสียงโดดเด่นในการใช้เทคนิคนี้มานานหลายทศวรรษ ภาพถ่ายของอิสึเป็นผลงานที่ทรงคุณค่า จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ หลายต่อหลายแห่ง รวมทั้งในคอลเลคชั่นสะสมส่วนตัวอีกเป็นจำนวนมาก


เคนโระ อิสึ (เกิดปี ๑๙๔๙) เป็นช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกาอิสึเข้าเรียนที่ Nihon University College of Art ในกรุงโตเกียว ระหว่างปี ๑๙๖๙ - ๑๙๗๒ หลังจากที่ย้ายไปพำนักในสหรัฐอเมริกาในปี ๑๙๗๒ อิสึทำงานเป็นผู้ช่วยช่างภาพในนิวยอร์กเป็นเวลาสองปี หลังจากนั้นก็ได้เปิดสตูดิโอของตัวเอง โดยมุ่งเน้นไปที่การถ่ายภาพแบบ Still life


นับตั้งแต่ปี ๑๙๗๙ นอกจากผลงานที่ทำขึ้นสำหรับขาย ซึ่งทำได้ดีแล้ว อิสึได้เริ่มต้นทุ่มเทให้กับการถ่ายภาพแนวศิลป์อย่างจริงจัง เขาเดินทางไปทั่วโลกเพื่อเก็บภาพรูปสลักหินศักดิ์สิทธิ์โบราณในสถานที่จริง ไม่ว่าจะเป็นอิยิปต์ ซีเรีย จอร์แดน อังกฤษ สก็อตแลนด์ เม็กซิโก ฝรั่งเศส และเกาะอิสเตอร์ (ชิลี)


ล่าสุด อิสึมุ่งความสนใจไปที่รูปที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาและศาสนาฮินดูในอินเดีย และดินแดนอุษาคเณย์ ได้แก่ กัมพูชา พม่า อินโดนีเซีย และเวียดนาม ภาพถ่ายรูปศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่เหล่านี้สะท้อนความงามอันล้ำลึก พร้อมกับความเสื่อมที่เป็นไปตามวิถีของธรรมชาติ


อิสึได้ก่อตั้งองค์กร Friends Without a Border (มิตรภาพไร้พรมแดน) เพื่อระดมทุนให้แก่โรงพยาบาลเด็กในกัมพูชา รายได้จากการจำหน่ายภาพและหนังสือ Light Over Ancient Angkor (แสงส่องเมืองพระนคร) จะนำไปบริจาคสมทบทุนในการนี้ อิสึได้รับรางวัล the 2007 Lucie Awards’ Visionary Photographer และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารภาพถ่าย Nueva Luz ของ En Foco


นิทรรศการ : “หยิน”
ศิลปิน : Kenro Izu

วันที่ : ๒๕ ตุลาคม – ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๕

สถานที่ : เซรินเดียแกลเลอรี

รายละเอียดเพิ่มเติมเว็บไซต์ : serindiagallery.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














"เทใจ ๐๑ เกี่ยวกับช้าง"


ขอเชิญทุกท่านร่วมงานเปิดนิทรรศการเทใจ ๐๑ เกี่ยวกับช้าง ปาร์ตี้เปิดงานเล็ก ๆของนิทรรศการเล็ก ๆ จากกลุ่มศิลปินเล็ก ๆ เพื่อหารายได้บริจาคให้พี่ช้างตัวใหญ่ ๆ


เชิญให้คุณมาร่วมเทใจกับเรา ๓๑ ผลงาน หลากหลายแนวทาง ตั้งแต่ศิลปินผมดำไปจนถึงผมขาว ได้รับเกียรติกล่าวเปิดงานโดย คุณโซไรดา ซาวาลา ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนช้าง


วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ๑๘.๓o - ๒๑.oo น.
สถานที่ : The sync ๑๑๑๑/๖๗ ซอย ๖ หมู่บ้านกลางเมือง แยกรัชดา-ลาดพร้าว (อยู่ระหว่างลาดพร้าวซอย ๒๓ กับ ๒๕) ถ.ลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑o๙oo

สอบถามโทร : o๒-๙๓๘-๒๕๑๗, o๒-๙๓๘-o๔๘๒


ภาพและข้อมูลจากเวบ
นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ๒๕ ต.ค. ๒๕๕๕
artbangkok.com














"จากตาเราสู่ใจเขา"


นิทรรศการภาพถ่ายเพื่อผู้พิการทางสายตา ในครั้งนี้เป็นการจัดครั้งแรกในประเทศไทย !! โดยกลุ่มช่างภาพอิสระ Escape ร่วมมือจากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และภาควิชาประติมากรรม คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร



การจัดครั้งนี้เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะการถ่ายภาพและประติมากรรมปูนปั้น นูนต่ำเข้าด้วยกัน เพื่อให้คนทั่วไปและผู้พิการทางสายตาได้รับรู้ประสบการณ์ในแบบเดียวกัน ร่วมกัน เป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดในด้านความสามารถในการรับรู้ของผู้พิการทางสายตา ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจกันของทุกคนในสังคมโดย ผ่านผลงาน ภาพถ่ายรวม ๖๔ ภาพ และปูนปั้นนูนต่ำจำนวน ๖๔ ชิ้นงาน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้


๑. ภาพฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ปั้นโดยศิลปินแห่งชาติ สาขาประติมากรรม อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผลิน


๒. ภาพถ่ายจากศิลปินแห่งชาติ อาจารย์ยรรยง โอฬาระชิน ปั้นโดยศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาประติมากรรม อาจารย์เข็มรัตน์ กองสุข


๓. ภาพถ่ายจากศิลปินแห่งชาติ อาจารย์วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ปั้นโดยศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาประติมากรรม อาจารย์เข็มรัตน์ กองสุข


๔. ภาพถ่ายจากศิลปินถ้วยรางวัลพระราชทาน ช่างภาพจากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และช่างภาพอิสระ Escape ปั้นโดยคณาจารย์และนักศึกษาจากภาควิชาประติมากรรม


รายได้จากการจัดโครงการมอบให้แก่มูลนิธิของคนตาบอดไทย มูลนิธิคอลฟีลด์เพื่อคนตาบอด ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และองค์กรการกุศลเพื่อคนตาบอดอื่น ๆ


นิทรรศการ : ภาพถ่ายเพื่อผู้พิการทางสายตา

วันที่ : ๑๒ -๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

สถานที่ : เทอร์มินัล ๒๑







ภาพและข้อมูลจาก
artbangkok.com














"ภาพศิลป์...จากใจหมอ...สู่ใจเด็ก"


มูลนิธิโรงพยาบาล บำรุงราษฎร์จัดนิทรรศการภาพวาดการกุศล “ภาพศิลป์...จากใจหมอ...สู่ใจเด็ก” ครั้งที่ 2ชมภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ครั้งแรกของโลกวาดโดยแพทย์ ๒o คน เพื่อช่วยผ่าตัดเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ด้วยการสนับสนุนของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดนิทรรศการภาพวาดการกุศล “ภาพศิลป์...จากใจหมอ...สู่ใจเด็ก ครั้งที่ ๒” วันที่ ๓o ตุลาคม ถึง ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลา ๙.oo – ๑๗.oo น. ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สุขุมวิท ๓


รายได้จากการบริจาคหรือประมูลเพื่อรับภาพวาดนำเข้ามูลนิธิโรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ เพื่อโครงการ “รักษ์ใจไทย” ผ่าตัดเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดผู้ยากไร้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นต้นมา ได้ช่วยเหลือผ่าตัดเด็กโรคหัวใจที่มีฐานะยากไร้จาก ๕o จังหวัด กว่า ๖๕o ราย ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดโดยเฉลี่ย ๕๕o,ooo บาทต่อราย


ชมภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่นับเป็นครั้งแรกของไทยและของโลกที่แพทย์ของโรง พยาบาลฯ ๒o คนจากหลากหลายสาขา อุทิศเวลาร่วมกันเพื่อวาดภาพสีน้ำมันขนาดใหญ่บนผ้าใบผืนเดียวกัน ขนาดกว้าง ๒.๕ เมตร สูง ๑.๕ เมตร โดยใช้เวลาวาดรวมกันทั้งสิ้น ๘o ชั่วโมง พร้อมชมภาพวาดฝีมือศิลป์ของคณะแพทย์และผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ที่มีจิตเมตตาและร่วมอุทิศแรงกายแรงใจในการวาดภาพเพื่อร่วมช่วย เหลือการผ่าตัดเด็กไทยที่ป่วยเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดผู้ด้อยโอกาสอีก กว่า ๒oo ภาพ โดยเงินบริจาคสามารถหักลดหย่อนภาษีได้


สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
โทร o๒-๖๖๗-๒๒๑๒
e-mail: pr@bumrungrad.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
bumrungrad.com













"An Art For An Art"
Joei Hubaut : Soiree Rose


ในช่วงบ่ายของวันที่อากาศยังติดลบ ๑๑ องศา หลังจากเสร็จสิ้นแซนด์วิชคู่โต กับกาแฟอุ่น ๆ มันคืออาหารมื้อรวบระหว่างเช้ากับกลางวัน

เดินไปตามเส้นทางที่คนเดินผ่านมาแล้ว และกำลังจะผ่านไป เท้า ๒ ข้าง ทำหน้าที่ของมันอย่างดีเยี่ยม เดินฝ่าลมหนาวเลาะเลี่ยง ไทม์สแควร์ ที่ที่คนเดินไปมาอย่างรีบเร่ง ลงต่ำไปยังที่ที่ปริมาณผู้คนทำงานคับคั่งน้อยกว่านั้น

ย่านเชลซี แมนฮัตตัน นิวยอร์ก ตึกแถวสีหม่นยืนวางตัวเรียงราย ที่ด้านหน้าประตูมีแผ่นป้ายเชิญชวนให้เข้าไปข้างในมันคือทำเลที่ตั้งของศูนย์รวมงานศิลปะย่อย ๆ


เดินเลี่ยงความวุ่นวายของนครที่ลืมตาตื่นตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทันทีที่เท้าก้าวพ้นธรณีประตู เหมือนโลกทั้งใบถูกฉายเคลือบไปด้วยสีชมพู


งาน Installation Art Performance ของศิลปินชื่อไม่คุ้นหู และไม่สามารถหาประวัติได้แม้แต่จะเข้าไปในเสิร์ชเอ็นจินชื่อดัง มันเป็นงานที่ผ่านมาจากความคิดของ Joei Hubaut สีชมพูถูกนำมาถักทอให้ลืมความรุนแรงของเฉดสีต่างๆ ที่รายรอบอยู่ภายนอก เตียงสีชมพู กระต่ายสีชมพู หมอนสีชมพู ร่มสีชมพู กีตาร์สีชมพู จักรยานสีชมพู รวมไปถึงตุ๊กตาสัตว์หลากหลายเผ่าพันธุ์ แน่นอน ทั้งหมดมีผิวกายเป็นสีชมพู


เราชอบเรียกอาณาจักรที่แผ่กระจายไปด้วยความสุขว่า โลกสีชมพู…และนี่เองกระมัง คือเขตแดนในจินตนาการของเขา


๔๕ นาทีโดยประมาณหลังจากนั้น ในขณะที่เท้ากำลังก้าวเดินออกมายังโลกสีอื่นภายนอก สวนทางกับใครอื่นๆ อีก ๒ - ๓ คนที่เดินสวนเข้าไปข้างใน


ยินดีต้อนรับสู่โลกที่มีแต่สีชมพู งานศิลปะหลายชิ้นในนั้นพูดขึ้นมาพร้อม ๆ กัน


ทราบว่าพวกเขาจะได้ยินหรือเปล่า…หรือเราหูแว่วไปเอง


ข้อมูลท่องเที่ยว


ที่เรียกกันว่า “นิวยอร์ก” นั้นประกอบไปด้วย ๕ เขต (Borough) ได้แก่ เกาะ Manhattan รูปร่างผอมยาว, The Bronx, Queens, Brooklyn และเกาะ Staten Island แต่คำว่า “New York City” นั้นหมายถึงเกาะแมนฮัตตัน อันเป็นศูนย์กลางความเจริญ ซึ่งถูกเรียกสั้นๆ ว่า “The City” 


ถนนในแมนฮัตตัน ส่วนใหญ่ถูกตัดเป็นตารางสี่เหลี่ยมอย่างมีระเบียบ โดยเรียกถนนในแนวเหนือ-ใต้ ว่า Avenue เรียงลำดับจากขวามาซ้าย และเรียกถนนในแนวตะวันออก-ตะวันตก ว่า Street เรียงลำดับจากล่างขึ้นบน โดยมีถนน Fifth Avenue เป็นแกนกลาง เวลาเรียกจึงง่ายต่อความเข้าใจ เมื่อใช้คำว่า East หรือ West นำหน้าชื่อถนน ก็จะทราบทันทีว่าถนนเส้นเดียวกันนั้นอยู่ฝั่งไหน เหนือหรือใต้


แต่มีถนนอยู่เส้นหนึ่งที่ลากผ่านแมนฮัตตัน จากเหนือจรดใต้ในแนวเฉียงคือถนน Broadway (ซึ่งเป็นเส้นทางเดินป่าของชนพื้นเมืองมาแต่โบราณ จากปลายล่างคือย่าน โลเวอร์ แมนฮัตตัน ขึ้นเหนือไปจนถึงเมือง อัสบานี)


การที่ถนนตัดกันเป็นตารางอย่างเป็นระเบียบนี้ทำให้เดินเที่ยวง่าย ซึ่งหากเดินผิดไปหนึ่งบล็อค ก็จะรู้ตัวแล้ว


ภาพและข้อมูลจากเวบ
นสพ.ท่องเที่ยวเดินทาง คม ชัด ลึก ๓๑ ต.ค. - ๖ พ.ย. ๒๕๕๕
little-rabbits.net
maddogmax.wordpress.com















นิทรรศการภาพถ่ายกลางเมือง 'มัน ถ่าย มาก'


ครั้งแรกที่เทศกาลดนตรีซึ่งมีคนถ่ายภาพมากที่สุด จะมีนิทรรศการภาพถ่ายกลางเมือง เทศกาลดนตรีบิกเมาน์เทน มิวสิค เฟสติวัน จัดมาแล้ว ๓ ครั้ง มีผู้ชมโดยเฉลี่ยครั้งละ ๒o,ooo - 5o,ooo คน ดังนั้น ๓ ครั้งรวมกันมีผู้ชมกว่าแสน…ถ่ายภาพรวมกันเป็นหมื่น...ความประทับใจนับไม่ถ้วน…


เกเร (หน่วยงานในสังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่) จึงเกิดไอเดียอยากจัดนิทรรศการรวมภาพถ่าย โดยประกาศรับภาพถ่ายจากผู้ชมด้วย แต่ด้วยพื้นที่จำกัด จึงคัดมาเพียง ๙oo รูป แต่ก็มากเพียงพอที่จะทำให้หลายคนทั้งหายคิดถึง หวนคิดถึงความประทับใจที่ผ่านมา และคิดถึงการเตรียมตัวไป มันใหญ่มากครั้งนี้ (๘ - ๙ ธันวาคม ๒๕๕๕) อย่างคึกคักที่สุด


เนื้อหานิทรรศการ "มัน ถ่าย มาก"

นิทรรศการภาพถ่ายจาก Big Mountain Music Festival เทศกาลดนตรีที่มีคนถ่ายภาพมากที่สุด

ครั้งแรกกับการรวมหมู่ภาพถ่ายที่บันทึกความประทับใจของคนหลายหมื่นคนในเทศกาลดนตรีกลางเขา มาไว้กลางเมือง

คัดเลือกจากหลายพันรูปถ่าย ซึ่งสะสมความรู้สึก ความทรงจำ ความประทับใจจากมันใหญ่มากทั้ง ๓ ครั้งที่ผ่านไป ไม่ว่าจะเป็น รูปที่ทีมงานเบื้องหลังถ่าย, รูปที่ช่างภาพสมัครถ่ายและช่างภาพอาชีพถ่าย, รูปที่ผู้ชมถ่าย และอาจจะเป็นรูปที่คุณถ่ายรวมเป็น ๙oo รูป


"มัน ถ่าย มาก" ในรูปแบบการนำเสนอแบบรวมทุกพันธุ์ มันทุกเผ่า เร้าอารมณ์สู่มันใหญ่มาก ๔ วันที่ ๒ - ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ดูกันเต็ม ๆ ตั้งแต่ห้างเปิดยันห้างปิด ณ ลาน Eden โซน Atrium ชั้น ๓ Central Wolrd


พลาดไม่ได้! บัตร BMMF4 ราคาพิเศษและ BMMF4 Official Product เปิดจำหน่ายครั้งแรก ที่นี่ (เปิดนิทรรศการ ๕ พฤศจิกายน ๑๔.oo น.)


ภาพและข้อมูลจากเวบ
1.you2play.com












ภาพจากเวบ larndham.org



บีจีจาก 4shared.com ไลน์จากคุณญามี่


Free TextEditor





Create Date : 06 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2555 22:41:02 น. 0 comments
Counter : 9592 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.