happy memories
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
18 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๓๗




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - ‪Yuhki Kuramoto‬








พระฉายาลักษณ์จาก บล็อกคุณ snodgrass


"ศิลปินบรรเลงเพลงคลาสสิกสดุดีสมเด็จพระพี่นางฯ"


ดนตรีคลาสสิก ศิลปะฝั่งตะวันตกที่ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางในไทย เกิดจากพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่นอกจากจะมีความสนพระทัยแล้ว ยังทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนให้มีทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิก เพื่อให้เยาวชนที่สนใจได้พัฒนาฝีมือ ทักษะ และสามารถก้าวสู่เวทีนานาชาติได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทางคณะกรรมการทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จึงจัดแถลงข่าว "จัดแสดงดนตรีคลาสสิก" เพื่อน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติเป็นปีที่ ๙o ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย


จุมพจน์ เชื้อสาย เลขาธิการทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิก กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ได้ทรงพัฒนาวงการดนตรีคลาสสิกของไทยให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้พระปณิธาน "พัฒนาพรสวรรค์ สรรค์สร้างคีตกวี ผลิตนักดนตรีสู่สากล" โดยทรงเป็นองค์ประธานและทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ เรียกได้ว่าทรงเป็นแสงสว่างส่องนำทางให้เยาวชนไทยที่มีฝีมือก้าวสู่เวทีดนตรีคลาสสิกระดับนานาชาติ





พระฉายาลักษณ์จาก บล็อกคุณแอสไพริน



เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการดนตรีคลาสสิกของไทย รวมทั้งเป็นการสานต่อพระปณิธานทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิก จึงได้มีมติจัดโครงการการแสดงดนตรีคลาสสิก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติเป็นปีที่ ๙o โดยไฮไลต์การแสดงคือ การบรรเลงเปียโน เพลงโหมโรงที่แต่งขึ้นเพื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ โดยศิลปินชื่อดังที่กำลังถูกจับตามอง มร.คิมบอล กาลลาเกอร์ มือเปียโนชาวบอสตัน พร้อมเปิดการอบรม Master Class ด้านเปียโนให้แก่นักเรียนนักศึกษาที่สนใจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักดนตรีไทยด้านดนตรีคลาสสิกให้มีความสามารถเพิ่มขึ้น รวมทั้งเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ด้านดนตรีให้เยาวชนไทยและบุคคลทั่วไป





พระฉายาลักษณ์จากเวบ palungjit.com



นอกจากการจัดแสดงหลักแล้วยังมีการแสดง Piano Recital จาก มร.คิมบอล การนำเสนอความสามารถในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร เน้นการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้บรรเลงและผู้ฟังที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง และการแสดงของนักเรียนทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ นำโดย ศิโยน ดาวรัตนหงษ์ นักร้องเพลงคลาสสิกโอเปร่าแนวหน้าของเมืองไทย ที่ผ่านการแสดงใหญ่ๆ มาแล้วหลายเวที ทั้งผลงานด้านการแสดงอุปรากร และการแสดงละครไทยร่วมสมัย โดยภายในงานแถลงข่าวได้โชว์เสียงอันทรงพลังให้ได้ชม พร้อมเล่าถึงการเตรียมความพร้อมด้วยว่า


ความแปลกใหม่ของการแสดงครั้งนี้คือ การร้องโซปราโน ที่ถ่ายทอดอารมณ์ของผู้ร้องและเปียโน อาศัยการส่งอารมณ์เหมือนกับการเล่นละคร ซึ่งมีความแตกต่างจากการร้องโอเปร่า ดังนั้นจึงต้องฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อให้เส้นเสียงแข็งแรง และพยายามศึกษาเนื้อหาและอารมณ์ของบทกวีเยอรมัน และรู้สึกดีใจมากที่ได้ร่วมแสดงกับคิมบอล ที่โดดเด่นด้วยการเล่นที่มีชีวิตชีวา และมีความสามารถในการส่งพลังให้นักร้องได้เป็นอย่างดี





พระฉายาลักษณ์จากเวบ thaioop.wordpress.com



"งานครั้งนี้นอกจากจัดเพื่อน้อมรำลึกแล้ว ยังจัดให้กับน้อง ๆ ผู้ที่สนใจอยากเป็นนักร้อง เพราะปัจจุบันในเมืองไทยเปิดสอนการร้องเพลงหลายรูปแบบ รวมถึงมีพื้นที่ให้ได้แสดงความสามารถมากมาย แต่สำหรับการร้องเพลงคลาสสิกนั้นต่างจากการขับร้องธรรมดา ที่ต้องอาศัยการฝึกซ้อมและกำลังอย่างมาก การดูแลคุณภาพเสียงจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ การฝึกฟังการร้องสดจากศิลปินมืออาชีพ เพราะในบรรยากาศการแสดงจริงจะมีคลื่นเสียงที่สร้างอรรถรสให้กับผู้ฟังได้ดีกว่า" ศิลปินทิ้งท้าย


ทั้งนี้ การแสดงดนตรีคลาสสิกเปิดให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปเข้าชมการแสดงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.๓o น. ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สอบถามข้อมูลได้ที่ o-๒๒๕๘-๗๓๕๑ หรือ o-๒๒๔๗-oo๑๓ ต่อ ๑๒o๘ (สวธ.).


ภาพและข้อมูลจากเวบ
ryt9.com













"Memoir of The Royal Weddings”


เนื่องในวโรกาสครบรอบ ๖๓ ปี พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วนวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๖ ทาง The Emporium Shopping Cpmplex จึงได้จัดงานนิทรรศการ "Memoir of The Royal Weddings" ซึ่งจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ ภาพบรรยากาศ พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และเสกสมรส รวมทั้งสิ่งของสำคัญและสิ่งของจำลองที่ใช้ในพระราชพิธี ในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ถึง ๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ นี้ ที่ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์


ภาพและข้อมูลจากเวบ
luckyyak.com













"จิตรกรรมของอาจารย์ชลูด”


นิทรรศการแสดงผลงานย้อนหลังของศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ศิลปินแห่งชาติและครูคนสำคัญผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะตลอดระยะเวลามากกว่า ๕o ปี จัดแสดงผลงานศิลปะตามช่วงเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น ผลงานชุดศิลปินชนบท ศิลปะจัดวาง และศิลปะแบบคอนเซปชวล อาร์ต (Conceptual art), ผลงานวาดเส้นชุดบทกวี, ลูกสาว, ชุดธรรมศิลป์ และผลงานชุดใหม่ “จิตรกรรมฝาผนัง”


ศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอศิลปินอาวุโสหนึ่งในศิษย์เอกคนสำคัญของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้มีบทบาทสำคัญในวงการศิลปะร่วมสมัยไทย ในฐานะศิลปินนักค้นคว้าทดลอง ศาสตราจารย์ชลูดได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีคุณค่า จนได้รับการยกย่องเป็นศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาจิตรกรรม ในปี พ.ศ. ๒๕o๒ และศิลปินแห่งชาติ สาขาประติมากรรม ในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ในฐานะครูผู้ยิ่งใหญ่ ศาสตราจารย์ชลูดได้สร้างศิลปินมากมายให้กับวงการศิลปะ และเป็นผู้บุกเบิกการเรียนการสอน ด้วยการจัดตั้งภาควิชาภาพพิมพ์ (พ.ศ. ๒๕o๘) และภาควิชาศิลปไทย (พ.ศ. ๒๕๑๙) ในคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นอกจากนี้ยังเป็นนักวิชาการศิลปะผู้สร้างสรรค์ตำราวิชาองค์ประกอบศิลป์ รวมไปถึงหนังสือ และบทความทางศิลปะที่เป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษามากมาย


แต่ทว่าสำหรับศาสตราจารย์ชลูดแล้ว ท่านกล่าวเสมอว่า ตนเป็นเพียง “ศิลปินชนบท” คนหนึ่งที่ยังคงสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเอาประสบการณ์เหล่านั้นไปถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ลูกหาในฐานะ “ครู” นิทรรศการครั้งนี้มิได้จัดขึ้นเพื่อยกย่องหรือเชิดชูเกียรติท่านเนื่องในวาระพิเศษใด หากทว่าต้องการนำเสนอและเผยแพร่ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าตลอดเส้นทางการสร้างสรรค์ที่ยาวนานกว่า ๖o ปี เพื่อให้ผู้ชมได้ซึมซับสุนทรียภาพ และเรียนรู้ผลงานศิลปะของศิลปินคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ศิลปะร่วมสมัยไทย


โดยแบ่งการจัดแสดงผลงานออกเป็น ๖ ชุดด้วยกัน คือ

ผลงานชุดจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเป็นผลงานชุดปัจจุบัน ที่ศาสตราจารย์ชลูดสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๕๓ - ๒๕๕๖ เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด และจินตนาการที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งสัมพันธ์ไปกับสภาวะแวดล้อมและสถานการณ์รอบตัว ผ่านรูปทรงหลักคือ ภาพผู้หญิงและเด็ก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความรู้สึกที่สะอาดบริสุทธิ์ อ่อนโยน ปรากฏอยู่ร่วมกับรูปทรงซึ่งมีที่มาจากสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรม โดยใช้เทคนิคที่เรียบง่ายอย่างการวาดเส้นด้วยหมึก และการระบายสีอะคริลิคลงบนกระดาษสา ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติ ผลงานทั้งหมดถูกจัดวางเรียงรายต่อเนื่องกันจนเต็มฝาผนัง เพื่อโอบล้อมผู้ชมให้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศของผลงานโดยรวม เป็นจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยที่มิได้บอกเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนา แต่ทว่ากำลังบอกเล่าเรื่องราวทางศิลปะจากประสบการณ์ชีวิตของศิลปิน


ผลงานชุดธรรมศิลป์ เป็นผลงานที่ศาสตราจารย์ชลูดสร้างขึ้นในช่วงประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓o - ๒๕๓๙ โดยมิได้มีเจตนาสื่อแสดงความหมายธรรมะในพุทธศาสนา แต่ถ่ายทอดออกมาจากสภาวะจิตใจที่มีธรรมะเป็นเครื่องกล่อมเกลา ด้วยรูปแบบผลงานที่เรียบง่าย รูปทรงอันสงบนิ่ง และสีสันที่นุ่มนวลสะอาดตา สะท้อนความบริสุทธิ์ของจิตใจที่สงบนิ่งและปล่อยวาง อันเป็นผลมาจากภาวะของสมาธิ ซึ่งเกิดขึ้นในขณะทำงาน และจากการศึกษาปฏิบัติธรรม


ผลงานวาดเส้น เป็นเทคนิคการสร้างสรรค์ที่ศาสตราจารย์ชลูดมีความชื่นชอบเป็นพิเศษ และได้สร้างสรรค์ผลงานด้วยเทคนิคนี้ไว้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเทคนิคที่เรียบง่าย แต่สามารถถ่ายทอดและแสดงออกซึ่งอารมณ์ความรู้สึกได้เป็นอย่างดี ผลงานวาดเส้นที่นำมาจัดแสดงมี ๔ ชุดด้วยกัน คือ ผลงานชุด “บทกวี” (พ.ศ. ๒๕๒๕ - ๒๕๒๖) ผลงานชุด“ลูกสาว” (พ.ศ. ๒๕๒๘) ผลงานชุด “ประติมากรรมในทิวทัศน์” (พ.ศ. ๒๕๕o) และผลงานชุด “วาดเส้นภาวนา” (พ.ศ. ๒๕๕๔)


ผลงานชุดประติมากรรมชนบท เกิดขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๒๕ ศาสตราจารย์ชลูดนำแรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตชนบทไทย มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีความก้าวหน้าล้ำสมัย ทั้งในด้านรูปแบบและลักษณะการแสดงออก ด้วยการหยิบจับวัตถุและวัสดุจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทั้งวัสดุจากธรรมชาติ และวัสดุสังเคราะห์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันมาเป็นสื่อในการแสดงออก เริ่มจากการนำวัสดุมาห้อยแขวนวางพาดบนตอไม้ พัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงการนำวัสดุมาห้อยแขวนบนร่างกายตนเอง เพื่อเป็นสื่อแสดงความคิด ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมในวิถีชีวิตชนบทไทย ซึ่งนับได้ว่าศาสตราจารย์ชลูดเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแนวทางการทำงานศิลปะเชิงความคิด (conceptual art) ในหน้าประวัติศาสตร์ศิลปะร่วมสมัยไทย


ผลงานวาดเส้นจากโรมและภาพพิมพ์นามธรรม ในช่วงเวลาที่เดินทางไปศึกษาเทคนิคภาพพิมพ์กลวิธีร่องลึก (intaglio) ที่ประเทศอิตาลี ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๙ - ๒๕o๑ และศึกษาเทคนิคภาพพิมพ์หิน (lithograph) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. ๒๕o๗ นั้น ศาสตราจารย์ชลูดได้เดินทางไปวาดภาพทิวทัศน์ตามสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี และกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผลงานที่ยังไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน นอกจากนี้ยังมีผลงานภาพพิมพ์นามธรรม ซึ่งมีเทคนิคที่น่าสนใจอีกจำนวนหนึ่งด้วย


ผลงานยุคแรก ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๙๘ - ๒๕o๕ ศาสตราจารย์ชลูดสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนภาพวิถีชีวิตชนบทไทย ด้วยเทคนิคภาพพิมพ์แบบแกะลายเส้น (engraving) โดยทดลองนำเมโซไนท์ (mesonite) หรือกระดาษอัดแข็งมาใช้แทนไม้เป็นคนแรกของไทย ต่อมาได้สร้างสรรค์ผลงานด้วยเทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้ (wood cut) ซึ่งมีทั้งภาพพิมพ์ขาวดำและภาพพิมพ์สี เป็นการค้นพบเทคนิคที่มีความกลมกลืนกับอารมณ์การแสดงออก ด้วยเรื่องราวและรูปทรงที่เรียบง่าย แสดงออกถึงความเป็นไทย นอกจากนี้ยังมีผลงานจิตรกรรมชุด “ชีวิตชนบทปิดทอง” (พ.ศ. ๒๔๙๙) ซึ่งศาสตราจารย์ชลูดได้ทดลองติดทองคำเปลวลงบนจิตรกรรมร่วมสมัยเป็นคนแรก นับเป็นก้าวสำคัญในการนำลักษณะของศิลปะไทยแบบประเพณีมาปรับใช้ เสนอภาพเรื่องราววิถีชีวิตไทย ทำให้เกิดลักษณะใหม่ของศิลปะร่วมสมัยที่แสดงลักษณะไทยได้อย่างลงตัว


ภัณฑารักษ์นิทรรศการ : คุณสุธี คุณาวิชยานนท์ , คุณปกรณ์ กล่อมเกลี้ยง
ผู้ช่วยภัณฑารักษ์นิทรรศการ : คุณกมลวรรณ จันทวร
ดำเนินงานโดย : ฝ่ายนิทรรศการ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร


นิทรรศการ : จิตรกรรมฝาผนังของอาจารย์ชลูด และผลงานย้อนหลัง
ศิลปิน : ชลูด นิ่มเสมอ
วันที่ : ๓๑ พฤษภาคม – ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น ๙
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร : o๒-๒๑๔-๖๖๓o – ๘ ต่อ ๕o๑
เว็บไซต์ : bacc.or.th , เฟซบุคหอศิลป์กรุงเทพฯ



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com
เฟซบุคหอศิลป์กรุงเทพฯ













"ประกวดศิลปะปูนปั้นครั้งที่ ๑๓”


นายประทีป เลี่ยวไพรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานการประกวดศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย (ครั้งที่ ๑๓) เพื่อเป็นการอนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาศิลปะปูนปั้น ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่สืบไป โดยมีศิลปิน ช่างพื้นบ้าน และนักศึกษาสนใจเข้าร่วมประกวดจำนวนมาก โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นที่วิทยาลัยเพาะช่างเมื่อวันที่ ๘ - ๑๒ พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งหมด จะนำไปจัดนิทรรศการระหว่างวันที่ ๑ - ๒๗ ต.ค. ๒๕๕๖ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (หอศิลป์) ต่อไป


ภาพและข้อมูลจากเวบ
prachachat.net












ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕


"คุณอยากให้ใครเป็น ศิลปินแห่งชาติ ?”


กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) ขอเชิญองค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา สมาคม-มูลนิธิ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะ ส่งข้อมูลประวัติและผลงานของศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานที่ทรงคุณค่าต่อศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ เพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๖


นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม แจ้งว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)ได้ออกประกาศ กำหนดการสรรหาและคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๖ ขึ้น ด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้สร้างสรรค์งานศิลปะอันทรงคุณค่า และเป็นการสนับสนุนให้ศิลปินได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน รวมทั้งอนุรักษ์ศิลปะแขนงต่างๆ ไว้ไม่ให้สูญหาย


โดยหลักเกณฑ์การคัดเลือก ตามกฎกระทรวง ที่ออกตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ กำหนดให้ศิลปินแห่งชาติ ต้องเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศิลปะใน ๓ สาขา ได้แก่ ๑. สาขาทัศนศิลป์ ๒. สาขาวรรณศิลป์ และ ๓.สาขาศิลปะการแสดง ซึ่งศิลปินแห่งชาติ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังนี้


มีผลงานทางด้านศิลปะที่สื่อให้เห็นถึงคุณค่าในความดี ความจริง ความงาม อารมณ์ และคุณค่าทางจิตวิญญาณ เป็นผลงานที่แสดงออกถึงแนวคิด สร้างพลังความรู้ และพัฒนาสติปัญญาแก่มนุษยชาติ ซึ่งเป็นผลงานที่ก่อให้ เกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ และส่งเสริมจินตนาการ และเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์ มีทักษะสูงส่ง มีกลวิธีเชิงสร้างสรรค์ไม่แสดงเจตนา หรือจงใจในการคัดลอกหรือเลียนแบบผลงานของผู้อื่นทั้งเปิดเผยและแอบแฝง


ทั้งนี้ สภาวัฒนธรรม องค์กรวิชาชีพ สถาบันการศึกษา สถาบันทางศิลปะ และเครือข่ายทาง วัฒนธรรมทั่วประเทศ สามารถเสนอรายชื่อและผลงานของบุคคลซึ่งสมควรหรือเหมาะสมเป็นศิลปินแห่งชาติ โดยให้หัวหน้าองค์กรหรือหน่วยงานเป็นผู้ลงนามเสนอรายชื่อและผลงานต่อ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมตามแบบเสนอข้อมูลประวัติและผลงาน ตามประกาศกำหนด ในส่วนของบุคคลทั่วไปให้เสนอผ่านศิลปินแห่งชาติ หรือองค์กรวิชาชีพ หรือเครือข่ายวัฒนธรรมทั่วประเทศได้


ศิลปินแห่งชาติที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ นอกจากจะได้รับพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นมงคลสูงสุดของชีวิตศิลปิน แล้วยังจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทน อาทิ เงินรายเดือนตลอดระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่ ค่ารักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือกรณีประสบสาธารณภัย ค่าของเยี่ยมในยามเจ็บป่วย เงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลศพ ค่าเครื่องเคารพศพตามประเพณีที่เหมาะสม และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตแล้ว เป็นต้น


องค์กรหรือหน่วยงาน หรือบุคคลที่มีความประสงค์จะส่งข้อมูลประวัติและผลงานของศิลปิน สามารถติดต่อขอรับรายละเอียดได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ทุกจังหวัดกรณีอยู่ในกรุงเทพมหานครติดต่อขอรับรายละเอียดได้ที่ กลุ่มส่งเสริมความเป็นเลิศทางศิลปวัฒนธรรม หออัครศิลปิน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เลขที่ ๑๔ ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ๑o๓๑o โทรศัพท์ o-๒๒๔๗-oo๑๓ ต่อ ๑๓๑๑ และโทรสาร o-๒๖๔๕-๒๙๗๕ ตามวัน เวลาราชการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th













"Spirit of Sanamluang จิตวิญญาณ สนามหลวง”


"สนามหลวง" ชื่อนี้คงไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จัก โดยเฉพาะคนไทยที่อายุ ๒o ปีขึ้นไป จะรู้จักกันเป็นอย่างดีถึงบรรยากาศเดิม ๆ ของสนามหลวง แต่สําหรับคนรุ่นใหม่ๆยิ่งรุ่นหลังๆด้วยแล้ว หลายหลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยถึงบรรยากาศเดิม ๆ แท้ ๆ ซึ่งปัจจุบัน เราจะไม่สามารถกลับไปสัมผัสชีวิตเหล่านั้นได้อีกแล้ว เพราะการล้อมรั้วปิดกั้นพื้นที่ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยวิถีชีวิตที่มีมาช้านานในพื้นที่สนามหลวง






เหล่านี้แหละที่เป็นมนต์ขลังหรือเสน่ห์ ดึงดูดให้ข้าพเจ้ารู้สึก สะเทือนใจ อย่างมากและอดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพวิถีชีวิตเหล่านั้นเก็บไว้ เหมือนข้าพเจ้ามีลางสังหรณ์ในใจลึก ๆ ที่รู้ว่า ต่อไปจะไม่มีวิถีชีวิตแบบนี้ในพื้นที่สนามหลวงให้ได้เห็นอีกตั้งแต่ ๒o ปีที่แล้ว ภาพทุกภาพถูกบันทึกไว้อย่างเป็นธรรมชาติอย่างที่สุด ด้วยฟิล์มขาว-ดํา เป็นภาพที่ข้าพเจ้าบันทึกมาจากสภาวะจิตที่ละเอียดกับปัจจุบันขณะ แทบไม่ผ่านกระบวนการความคิดใด ๆ ให้เผลอปรุงแต่งในขณะบันทึกภาพ ภาพที่ได้จึงปราศจากกําแพงที่ขวางกั้นระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันเอง







วิถีชีวิตที่ข้าพเจ้าได้เคยบันทึกไว้นี้จึงอาจจะเป็นสิ่งมีค่าสําหรับการบันทึกภาพแห่งยุคสมัย หรือจะเป็นเพียงแค่เศษฝุ่นผงแห่งอดีตที่กําลังถูกลมแห่งยุคโลกาภิวัฒน์ปัจจุบัน "พัด" ให้เลือนหายตายไปจากความทรงจําของผู้คน... ว่าสนามหลวงในอดีตนั้น มีจิตวิญญาณเช่นไร






ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ













""Emporium - Embassy of Peru: Nazca Lines Live The Legend Exhibition"”


สถานเอกอัครราชทูตเปรู ประจำประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม จัfนิทรรศการ "เอ็มโพเรี่ยม - เอ็มบาสซี ออฟ เปรู:นาซก้า ไลน์ ลีฟ เดอะ ลีเจนด์ เอ็กซิบิชั่น" (Emporium - Embassy of Peru: Nazca Lines Live The Legend Exhibition) ร่วมชมภาพถ่ายวัฒนธรรมนาซก้า และความลึกลับในแหล่งกำเนิดของลายเส้นนาซก้าที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีรูปร่างขนาดใหญ่ปรากฏเป็นรูปภาพต่าง ๆ ของภาพสัตว์ ต้นไม้ และลายเส้นรูปทรงเลขาคณิต ภายในงานจัดแสดงวีดีทัศน์และแบบจำลองของเซรามิคโบราณอีกด้วย โดยจะจัดแสดงให้ชมฟรีในระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น ๑ ดิ เอ็มโพเรี่ยม


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ฝ่ายการสื่อสารตลาดและประชาสัมพันธ์ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม

โทรศัพท์ 02-259-8345, 02-269-1000 # 1084 โทรสาร 02-260-0819



ภาพและข้อมูลจากเวบ
newswit.com













"ยูเนสโก ชวนส่งภาพถ่าย ร่วมฉลอง สัปดาห์ศิลปศึกษานานาชาติ ครั้งที่ ๒”


องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศให้สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม เป็นสัปดาห์เพื่อสร้างความตระหนักในความสำคัญและประโยชน์ของศิลปศึกษาต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความเข้าใจ ความสามัคคีในสังคม และสันติภาพ ยูเนสโก จึงจัดกิจกรรมเชิญชวนทุกท่านร่วมส่งภาพถ่ายภายใต้แนวคิด “ปลดปล่อยพลังแห่งศิลปะ - เปิดโลกการเรียนรู้ศิลปะในเอเชียและแปซิฟิค” เพื่อร่วมฉลอง สัปดาห์ศิลปศึกษานานาชาติครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๔ - ​๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖






ภาพถ่ายที่ร่วมส่งและได้รับคัดเลือกควรสื่อถึง “พลังแห่งศิลปะ” ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน โรงเรียนหรือในชุมชน รวมการถ่ายทอดทางศิลปะทุกแขนง อาทิ การเต้นรำ การแสดงละคร ภาพยนตร์ ดนตรีและทัศนศิลป์ ซึ่งภาพถ่ายเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค


โดยภาพถ่ายทั้งหมดที่ได้รับคัดเลือกจะได้จัดแสดงบนเว็บไซต์ศิลปศึกษาของสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพมหานคร และในสื่อ Social Media ต่างๆของยูเนสโก ตั้งแต่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป สามารถส่งภาพเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ ๒๕๕๖ ดูข้อมูลเพิ่มเติมและส่งภาพถ่ายมายังยูเนสโกได้ที่ unescobkk.org



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th













"เทศกาลภาพยนตร์สหภาพยุโรป ๒o๑๓”


คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยร่วมกับโรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟ จัดงานแถลงข่าวเตรียมความพร้อมรับ ''เทศกาลภาพยนตร์สหภาพยุโรป ๒o๑๓ (European Union Film Festival 2013)'' โดยคัดสรรภาพยนตร์คุณภาพเยี่ยม หาดูยาก ๑๘ เรื่องจาก ๑๕ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป อาทิ ลักเซมเบิร์ก, ฟินแลนด์, สาธารณรัฐเช็ก, โรมาเนีย, เดนมาร์ก, เนเธอร์แลนด์, โปรตุเกส, โปแลนด์ และอื่นอีกหลายประเทศ มาเปิดฉายให้ชมฟรี!!! พร้อมบทบรรยายอังกฤษทุกเรื่องทุกรอบ และบทบรรยายไทย ๕ เรื่องเด่น ให้ได้เต็มอิ่มตลอด ๒ เดือน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้ โดยเริ่มต้นเทศกาลฯ ที่โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, โรงภาพยนตร์เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ เซ็นทรัล ขอนแก่น และโรงภาพยนตร์เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ พรอมเมนาดา เชียงใหม่ งานนี้ยังควงแขน ๒ ผู้กำกับภาพยนตร์ ๒ สไตล์ ''คุณกอล์ฟ'' ปวีณ ภูริจิตปัญญา ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ''รัก ๗ ปีดี ๗ หน'' และ ''คุณอ๊องส์'' ต้องปอง จันทรางกูร ผู้กำกับภาพยนตร์อินดี้เรื่อง ''ปาดังเบซาร์'' และ ''คุณจ๋า'' ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ร่วมพูดคุยถึงความประทับใจและประสบการณ์ดีๆ ที่ได้รับจากภาพยนตร์ทางฝั่งยุโรปอีกด้วย


ฯพณฯ เดวิด ลิปแมน เอกอัครราชทูต-หัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า ''สำหรับเทศกาลภาพยนตร์สหภาพยุโรปในปีนี้ เราได้นำภาพยนตร์กลับมาจัดฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง เนื่องจากเราเล็งเห็นว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสและเข้าถึงกลุ่มคอหนังได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราได้ขยายพื้นที่ไปจัดเทศกาลฯ ที่จังหวัดขอนแก่น จากเดิมที่เราจะจัดเทศกาลฯ เฉพาะที่กรุงเทพมหานครและเชียงใหม่เท่านั้น ซึ่งจุดเด่นของภาพยนตร์ในปีนี้ เราได้คัดเลือกภาพยนตร์ทั้งสิ้น ๑๘ เรื่องจาก ๑๕ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีความหลากหลายของเนื้อหา หลากหลายแนว ทั้งแนวดราม่า โรแมนติก ตลก และแนวแอ็กชั่น ล้วนแต่เป็นภาพยนตร์คุณภาพที่สะท้อนความเป็นตัวตนของสังคม วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของประเทศสมาชิกต่างๆ ผ่านตัวละครที่โลดแล่นอยู่บนแผ่นฟิล์ม และภาพยนตร์หลายประเทศที่เป็นภาพยนตร์หาดูยาก โดยภาพยนตร์ทุกเรื่องฉายเป็นภาษาประจำชาติพร้อมบทบรรยายอังกฤษ และพิเศษสำหรับภาพยนตร์จาก ๕ ประเทศ ได้แก่ ภาพยนตร์จากฝรั่งเศส เรื่อง Tom Boy, เนเธอร์แลนด์ เรื่อง Cool Kids Don't Cry, โปรตุเกส เรื่อง The Death of Carlos Gardel, โรมาเนีย เรื่อง Medal of Honor และสเปน เรื่อง Frozen Silence จะมีคำบรรยายภาษาไทยอีกด้วย''


''เทศกาลภาพยนตร์สหภาพยุโรป ๒o๑๓ (European Union Film Festival 2013)'' จัดโปรแกรมฉายเพื่อเอาใจคนรักหนังโดยเฉพาะให้ได้ชมภาพยนตร์คุณภาพกันแบบฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมบรรยายอังกฤษทุกเรื่องทุกรอบ และบทบรรยายไทย ๕ เรื่องเด่น ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้


โดยเริ่มต้นเทศกาลฯ ที่โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ โดยจะมีฉายทุกวัน วันละ ๑ เรื่อง รอบเวลา ๑๙.oo น. และในวันเสาร์-อาทิตย์จะเพิ่มฉายเป็น ๒ เรื่อง รอบเวลา ๑๔.oo น. และรอบเวลา ๑๙.oo น.,

โรงภาพยนตร์เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ เซ็นทรัล ขอนแก่น ระหว่างวันที่ ๑ - ๒ มิถุนายน ๒๕๕๖ โดยจะมีฉายเวลา ๑๔.oo น. เป็นต้นไป

โรงภาพยนตร์เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ พรอมเมนาดา เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๖ โดยจะมีฉายทุกวัน วันละ ๑ เรื่อง รอบเวลา ๑๙.oo น. และในวันเสาร์-อาทิตย์จะเพิ่มฉายเป็น ๒ เรื่อง รอบเวลา ๑๔.oo น. และรอบเวลา ๑๙.oo น.

สำหรับผู้สนใจร่วมชมภาพยนตร์ในเทศกาลนี้สามารถติดต่อรับบัตรชมภาพยนตร์ได้ที่บูธ ''เทศกาลภาพยนตร์สหภาพยุโรป ๒o๑๓ (European Union Film Festival 2013)'' ก่อนรอบฉายจริง ๓o นาที ทั้งนี้สามารถสอบถามรอบฉายภาพยนตร์หรือรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมที่ SF Call Center, sfcinemacity.com และ เฟซบุค European Union Delegation to Thailand


ภาพและข้อมูลจากเวบ
siamdara.com













"After the Black Tsunami”


นิทรรศการ : ภาพถ่ายขาวดำ เกี่ยวกับสินามิที่ประเทศญี่ปุ่น (After the Black Tsunami: Japan’s Year Zero)
ศิลปิน : เจมส์ วิทโลว์ เดลาโน (James Whitlow Delano)
วันที่ : 3 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2556
สถานที่ : Documentary Arts Asia
รายละเอียดเพิ่มเติม : 088-138-7470















ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 18 พฤษภาคม 2556
Last Update : 20 มิถุนายน 2556 19:06:58 น. 0 comments
Counter : 2624 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.