happy memories
Group Blog
 
<<
เมษายน 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
27 เมษายน 2556
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๓๔




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - ‪Yuhki Kuramoto‬










"ชมพิพิธภัณฑ์พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า"



“วังสระปทุม” นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า เป็นสถานที่สำคัญแห่งพระราชวงศ์และแห่งชาติ ด้วยเป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๙ ตราบจนเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ และได้เป็นที่ประทับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในเวลาต่อมา สมควรที่จะจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ แสดงพระราชกรณียกิจอันเป็นแบบอย่างอันดีงามแห่งการดำรงชีวิตที่อำนวยประโยชน์สุขแก่คนหมู่มาก






เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวังสระปทุมให้เป็นที่ประทับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงระลึกถึงพระราชปรารภแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงจัดการตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นสนองพระราชดำริ เพื่อเป็นแหล่งศึกษาพระราชกรณียกิจแห่งสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว และจัดกิจกรรมต่าง ๆ สืบสานแนวพระราชดำริสืบมาจนถึงปัจจุบัน






สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการเปิดพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ณ พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม ในวันพุธที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑


สถานที่ตั้งพิพิธภัณฑ์
วังสระปทุม เลขที่ ๑๙๕ ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐
โทรศัพท์ ๐๒-๒๕๒-๑๙๖๕-๗ โทรสาร ๐๒-๒๕๒-๑๙๖๐
ประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์อยู่ใกล้กับโรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพมหานคร
มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า บริหารจัดการ


รายละเอียดการเข้าชมพิพิธภัณฑ์
เปิดให้เข้าชมระหว่างวันจันทร์ที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ - วันเสาร์ที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ในวันจันทร์ - เสาร์ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ** ปิดระหว่างวันพุธที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ - วันอังคารที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ **
การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯ ควรทำการนัดหมายล่วงหน้า ติดต่อนัดหมายและขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒-๒๕๒-๑๙๖๕-๗
*กรุณาแต่งกายสุภาพ สตรีสวมกระโปรงหรือผ้าซิ่น ห้ามใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อไม่มีแขน






ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ ๑๕๐.๐๐ บาท
นักเรียน/นักศึกษา ๕๐.๐๐ บาท

การเดินทาง
ท่านสามารถเดินทางมาชมพิพิธภัณฑ์ได้สะดวกหลายทาง
- รถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีสยาม
- รถประจำทางสาย ๑๕, ๒๕, ๔๐, ๕๔, ๗๙, ๒๐๔, ๕๐๑ และ ๕๐๘
- รถยนต์ส่วนตัว จอดรถได้ที่อาคารจอดรถสยาม หรืออาคารจอดรถศูนย์การค้าสยามพารากอน
*หากท่านจอดรถที่อาคารจอดรถสยาม กรุณาแสดงบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์พร้อมบัตรจอดรถ ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์สยามเซ็นเตอร์/สยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์
*หากท่านจอดรถที่อาคารจอดรถศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุณาแสดงบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์พร้อมบัตรจอดรถ ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ชั้นจี (G) ฝั่งนอร์ท เยื้องร้านอาหารโทนี่ โรม่าส์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
*ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจอดรถเป็นเวลา ๔ ชั่วโมง


อ่านรายละเอียดพิพิธภัณฑ์ได้ที่นี่ค่ะ บล็อกพิพิธภัณฑ์พระพันวัสสาฯ


ภาพและข้อมูลจากเวบ
queensavang.org














จิตรกรรมฝาผนังล้านนา พระปรีชาใน 'องค์หริภาฯ'



จากความสนพระทัยและทรงประทับใจที่มีต่อผลงานจิตรกรรมฝาผนังล้านนา ตั้งแต่เมื่อครั้งเสด็จไปทรงศึกษาศิลปะล้านนาตามวัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เลือกทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อ "จิตรกรรมฝาผนังล้านนา เรื่อง "พระมหาชนก" บทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงหยิบยกเนื้อหาเรื่องคนเปรียบด้วยน้ำ ๗ จำพวก ภายใต้แนวพระดำริจิตรกรรมฝาผนังล้านนาแนวใหม่ อันเกิดจากการผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนาแบบดั้งเดิมกับการนำเสนอคุณค่าของศิลปะไทยร่วมสมัย


เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญามหาบัณฑิต สาขาศิลปไทย ภาควิชาศิลปไทย คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ บัณฑิตวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยศิลปากร เห็นสมควรร่วมกันถวายจัดนิทรรศการวิทยานิพนธ์ เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานที่ทรงศึกษาค้นคว้า ตลอดจนหลักธรรมจากบทพระราชนิพนธ์ให้กว้างขวาง และเป็นประโยชน์แก่วงวิชาการทางด้านศิลปะ ในการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ทรงเปิดนิทรรศการ โดยมี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เฝ้ารอรับเสด็จ พร้อมด้วยเหล่าคณาจารย์และบุคคลในแวดวงศิลป์เมืองไทย นำโดย สหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร ศ.คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ นายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร ผศ.ชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ศ.เกียรติคุณชลูด นิ่มเสมอ ศ.ปรีชา เถาทอง ผศ.วิเชษฎ์ สุวิสิทฐ์ อ.ปัญญา วิจินธนสาร อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อ.ปริญญา ตันติสุข อ.ถาวร โกอุดมวิทย์ รศ.พิษณุ ศุภนิมิตร เขมชาติ เทพไชย วีระยุทธ-จิตสิรินท์-ปาริชาติ ดิษยะศริน






ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรนิทรรศการซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ โซน ได้แก่ โครงการในพระดำริฯ ประกอบด้วย ๔ โครงการ คือ โครงการบูรณะวิหารปฏิบัติธรรม วัดธาราทิพย์ชัยประดิษฐ์ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์เวียงท่ากาน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ โครงการวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดหนองน้ำขุ่น อ.แกลง จ.ระยอง และ โครงการสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรมวิสุทธิ์มงคล (หลวงตาบัว ญาณสัมปันโน) ส่วนโซนที่สองจัดแสดงต้นแบบจิตรกรรมฝาผนังวัดธาราทิพย์ชัยประดิษฐ์ ที่ทรงตั้งพระทัยถวายเป็นพระราชกุศลแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทรงเลือกวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ในการทำวิทยานิพนธ์ ทั้งนี้ ก่อนเสด็จฯ กลับทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์รูปจานสีและพู่กันตัวเลข ๗o พระราชทานแก่คณะผู้จัดงาน ในโอกาสครบ ๗o ปี ของคณะจิตรกรรมฯ และ ของมหาวิทยาลัยศิลปากรอีกด้วย


สำหรับนิทรรศการจิตรกรรมฝาผนังล้านนาครั้งนี้ จัดแสดงตั้งแต่วันที่ ๒๒ เมษายน- ๒o พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่ หอศิลป์ พีเอสจี อาร์ต แกลเลอรี คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์



พระฉายาลักษณ์ ภาพและข้อมูลจากเวบ
royjaithai.com
komchadluek.net














“นิทรรศการสีน้ำของโกศล พิณกุล"



ภาพวาดเทคนิคสีน้ำ “ธรรมะจากบึงบัว” ขนาดความสูง ๑.๓๓ เมตร และ ยาว ๕ เมตร เป็นผลงานชิ้นไฮไลต์ที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกศล พิณกุล ครูและศิลปินสีน้ำวัย ๗o ปี จะนำออกแสดงให้ชมใน “ศิลปะกับกระดาษ” นิทรรศการแสดงเดี่ยว ครั้งที่ ๗ ของตนเอง ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ณ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


เป็นนิทรรศการที่ศิลปินกล่าวว่าตั้งใจจัดเป็นอย่างมาก เพราะอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของการแสดงเดี่ยวของตนเอง เพราะขณะนี้กำลังประสบกับปัญหาสุขภาพ เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมานานกว่า ๕ ปี และระยะ ๑ ปีที่ผ่านมา อาการค่อนข้างรุนแรงขึ้น ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากทำผลงานที่ท้าทายกับสุขภาพ จึงได้สร้างผลงานขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นภาพสีน้ำที่เขียนลงบนกระดาษแผ่นเดียว ไม่มีการต่อภาพ และให้ชื่อว่า “ธรรมะจากบึงบัว” เพราะเป็นภาพที่แสดงถึงชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่ทารกแรกเกิด เริ่มโต เติบโตเต็มที่ ชีวิตเบ่งบานและช่วงสุดท้ายที่ต้องร่วงโรยอันเป็นสัจธรรมที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ โดยภาพสามารถแบ่งออกเป็นภาพย่อย ๆ ได้ ๕ ภาพภาพละหนึ่งเมตร และในภาพจะมีภาพดอกบัวรวมกันทั้งหมด ๙ ดอก






“ผมใช้วันมงคลวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ เริ่มเขียนรูปและใช้เวลา ๓o วันก็เขียนเสร็จ นับเป็นภาพที่ตั้งใจและทำอย่างสุดกำลังของครูสีน้ำคนหนึ่งที่เกิดในแผ่นดินรัชกาลที่ ๙”


นอกจากภาพ ธรรมะจากบึงบัว นิทรรศการที่กำลังจะมีขึ้น ยังมีภาพสีน้ำที่แสดงถึงบรรยากาศ วิถีชีวิตชาวบ้านและชุมชนเก่าที่มีอายุมากกว่า ๑oo ปี อาทิ ตลาดเก้าห้อง จ.สุพรรณบุรี ตลาดร้อยปี จ.จันทบุรี ฯลฯ ร่วมจัดแสดง พร้อมกับภาพศิลปะที่สร้างสรรค์จากกระดาษในรูปแบบต่าง ๆ ให้มีมาให้ชมกว่า ๔o ภาพ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ชมงานได้เข้าถึง เข้าใจงานศิลปะ และสัมผัสถึงความงามที่มาจากความง่ายตามธรรมชาติ






และเพื่อเป็นการเผยแพร่ให้บุคคลภายนอกที่สนใจได้มีโอกาสเรียนรู้ เทคนิคและวิธีวาดภาพสีน้ำอย่างสนุกและเป็นการผ่อนคลายจากงานประจำ ผศ.โกศล ยังเปิดสอนการวาดภาพสีน้ำ แนะนำเทคนิคการใช้สีและการวาดอย่างถูกวิธี ในทุกวันเสาร์และอาทิตย์ตลอดช่วงเวลาของการจัดนิทรรศการ (วันที่ ๑๒ - ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๑o.oo - ๑๘.oo น.) โดยมีค่าลงทะเบียนท่านละ ๒oo บาท (รับจำนวนจำกัด) สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งสำหรับเรียนวาดภาพสีน้ำ ได้ที่ โทร. o๘-๙๗๖๑-๒๒๖๒


ส่งข่าวสารงานศิลปะร่วมสมัย มาได้ที่ ข่าว ART EYE VIEW เซกชัน Celeb Online //www.astvmanager.com และ M-Art eye view เซกชัน Lite ในหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ Email: thinksea@hotmail.com


ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th














ศิลปะคู่ขนาน "ละลานตา ไฟน์อาร์ต"



ภายในซอยสุขุมวิท ๓๑ ที่ "ละลานตา ไฟน์อาร์ต" มีการจัดแสดงนิทรรศการภาพเขียน Parallel ของศิลปินระดับแนวหน้าในวงการศิลปะ ๒ คน ประดับอยู่ที่ฝาผนังการแสดง คนแรกคือ ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (สถาปัตยกรรมร่วมสมัย) พ.ศ. ๒๕๔๑ และอลิซาเบธ รอมฮิลด์ ศิลปินชาวเดนมาร์ก ซึ่งเป็นที่รู้จักในไทยมากว่า ๒o ปี


ทั้งสองคนนำภาพวาดกว่า ๒๓ ชิ้น มาจัดแสดงให้ผู้ชมได้มองเห็นทรรศนะที่มีความแตกต่างอย่างสุดขั้วของ ๒ ศิลปิน เสมือนคู่ขนานที่ไม่อาจมาบรรจบกันได้ แต่สุดท้ายก็นำมารวมกันได้ อาจารย์สุเมธเล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน เน้นสีสันฉูดฉาดสะดุดตา วาดภาพเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมที่ต้องตีความจากรูปวาด ขณะที่ภาพของอลิซาเบธเป็นรูปหน้าสตรีหลากหลายอารมณ์


"ผลงานของผมคนส่วนใหญ่จะวิจารณ์ว่าแรง ไม่เหมือนใคร มีรูปแบบและสีสันร้อนแรง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น ผมวาดมาตั้งแต่เด็กแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หยุดเขียน"






สิ่งที่อาจารย์สุเมธต้องการสื่อผ่านผลงานเป็นกุศโลบายให้ลองหยุดมองสิ่งที่อยู่รอบตัวในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ปล่อยผ่านไป


"ผลงานของผมดูแล้วต้องสะกดจิต เห็นแล้วต้องหยุด เอ๊ะ..! นี่อะไร เพราะมันไม่ธรรมดา เพราะงานของผมทำให้มองสิ่งธรรมดาให้ไม่ธรรมดา เหมือนการสะกดจิตให้มองสิ่งแวดล้อมประจำวันเปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้เราหยุดคิด พิจารณาว่าสิ่งนี้คืออะไร ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความคิดใหม่ ๆ ไม่ซ้ำซากจำเจ เกิดการตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว"


จึงเป็นความลงตัวอย่างยิ่ง เมื่อ ๒ ผลงานที่แตกต่างแนวทางคนละไอเดียของศิลปิน แต่สามารถนำผลงานศิลปะสองอารมณ์ที่ดูแล้วไม่น่าจะอยู่ที่เดียวกันได้มาอยู่ที่เดียวกันได้ แน่นอนว่าผู้ที่ได้เข้าชมแกลเลอรี่แห่งนี้ นอกจากจะได้ชมความงามของศิลปะแล้ว แต่หากจะมองให้ลึกลงไปกว่านั้น สิ่งที่ได้คือการหยุดคิด ว่าอันที่จริงแล้วคนเราไม่จำเป็นต้องเดินแนวทางเดียวกัน เพียงแต่เรายอมที่จะอยู่ร่วมกับแนวทางของคนอื่นบ้าง


ละลานตา ไฟน์อาร์ต เปิดให้ชมงานตั้งแต่ ๓o มีนาคม - ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ และผู้สนใจผลงานชิ้นไหนสามารถเลือกติดมือไปประดับฝาผนังบ้าน แต่ละชิ้นราคาหลักแสนบาทขึ้นไป



ภาพและข้อมูลจากเวบ
prachachat.net














"ดอกไม้แด่ดวงใจ” (Bloom for the Heart)



โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ร่วมกับ กลุ่มศิลปิน สเปคตรัม (SPECTRUM) นำโดย บุญทรง คลอสเนอร์ ผู้หญิงหลากสี ที่รู้จักดีในนามอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านงานเพ้นท์กระเบื้อง พร้อมด้วยเพื่อนร่วมอุดมการณ์ผู้รักในงานศิลปะ อาทิ สาโรจน์ ปาละกวงษ์ ณ อยุธยา, นฤมล บูรณะพิมพ์, พลอ.ตรี ประอรณี ถนัตพจนามาตย์ และ อาจารย์ ธนิตย์ ด้วงดำรงค์ ร่วมกันจัดแสดงภาพวาดสีน้ำรูปดอกไม้ จำนวนกว่า ๔o รูป ผลงานที่ภาคภูมิใจที่สุด เพื่อหารายได้สมทบทุน โครงการผ่าตัดหัวใจเด็กนอกเวลาราชการ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ หนึ่งหัวใจที่ร่วมแบ่งปันจะนำความสุขสู่อีกหลายร้อยหัวใจที่รอคอยความช่วยเหลือ … ร่วมชมผลงาน “ดอกไม้แด่ดวงใจ” ได้ตั้งแต่ วันที่ ๒๘ มีนาคม – ๓o เมษายนนี้ ณ บริเวณล็อบบี้ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทร. o-๒๒๑๖-๓๗oo ต่อ ๒o๖๔๒-๔๖



ภาพและข้อมูลจากเวบ
pprincesshotel.wordpress.com













"กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์”


เมื่อ เวลา ๑๔.oo น.วันที่ ๒๒ เม.ย. นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลงข่าวการจัดงานนิทรรศการ “กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕


นายอมร กล่าวว่า กทม.กำหนดจัดงานนิทรรศการ “กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์” ขึ้นระหว่างวันที่ ๕-๙ พ.ค. ๕๖ ระหว่างเวลา ๑๗.oo–๒๒.oo น. ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา โดยจะแสดงผลงานของ กทม.ในการน้อมนำแนวพระราชดำริมาดำเนินการในโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ให้กรุงเทพฯเป็นเมืองสวรรค์ เพื่อสนองพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับนิทรรศการ “กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์” แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน


ส่วนที่ ๑ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ ๑-๙ ซึ่งออกแบบเป็นซุ้มแบบไทย ภายในประกอบด้วย สารคดีเฉลิมพระเกียรติ “การณ์บางกอก” นิทรรศการ“มหาราชธานี งดงามอดีตกาลสู่ปัจจุบันสมัย” และนิทรรศการ “มหานครแห่งความงดงาม ศิลปวัฒนธรรมเรืองรุ่ง” และส่วนที่ ๒ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ กรุงเทพมหานครตอบสนองพระราชดำรัสฯ “กรุงเทพฯเมืองสวรรค์” ซึ่งออกแบบเป็นอาคารทันสมัย ภายในประกอบด้วย โซนนิทรรศการ “มหานครแห่งความมีระบบแบบบูรณาการ” โซนนิทรรศการ “มหานครแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจมหาชน” โซนนิทรรศการ “มหานครรื่นรมย์ อุดมขจีบนวิถีชุมชน” โซนนิทรรศการ “มหานครแห่งชีวิตสะดวก สมบูรณ์และพูนสุข” โซนนิทรรศการ “กรุงเทพอมรพิมานบริหารมหานคร” โซนนิทรรศการ “วิสัยทัศน์กรุงเทพมหานคร ๒๕๗๕ แนวทางการบริหารนครา ระยะ ๒o ปี” และโซน “นโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร”


นายอมร กล่าวต่อว่า ภายในงานได้จัดให้มีโซน “One King One Heart” เปิดให้ประชาชนได้ร่วมเขียนไปรษณียบัตร และลงนามถวายพระพรแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อธิษฐานจิตถวายพระพรแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ให้ทรงพระเจริญด้วยพระพลานามัยสมบูรณ์ทรงพระเกษมสำราญยิ่งยืนนาน โดยมีของที่ระลึกมอบแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมวันละประมาณ ๒,ooo ชิ้น นอกจากนี้ภายในงานยังได้จัดให้มีกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มากมายตลอดทั้ง ๕ วัน ได้แก่ การแสดงถนนศิลปะ (Street Theater) เป็นการรวบรวมศิลปะการแสดงทั้งเป็นศิลปะร่วมสมัยจากการแสดงของเด็ก เยาวชน และนักแสดงอาชีพ รวมถึงการแสดงศิลปะของไทยและแนวนานาชาติ รวมถึงการแสดงการขับร้องเพลงจากศิลปินนักร้อง วัยรุ่นยอดนิยมจากค่ายเพลงดัง อีกมากมาย ทั้งนี้บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้เปิดตัวแสตมป์ชุด “กรุงเทพฯเมืองสวรรค์” เพื่อนำมาจัดจำหน่ายภายในงาน เพื่อนักสะสมและผู้สนใจ พร้อมทั้งนำตู้ผลิตแสตมป์ให้ประชาชนได้ร่วมถ่ายภาพตัวเองลงบนตราไปรษณียากรซึ่งสามารถนำไปใช้ได้จริงมาบริการด้วย



ภาพและข้อมูลจากเวบ
dailynews.co.th














"ภาพสะท้อนชีวิต ของนิวัฒน์ ชูทวน”



ชีวิตเรียบง่ายในวิถีชนบทตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้ นิวัฒน์ ชูทวน ศิลปินรุ่นใหม่ซึ่งได้รับรางวัลมากมายระดับประเทศอย่างจิตรกรรมบัวหลวง และพู่กันทอง สร้างสรรค์จิตรกรรมในชุด "ภาพสะท้อนของชีวิต" เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของความเป็นไทยและเอกลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาและจิตวิญญาณชนบท ที่ถูกกลั่นกรองผ่านช่วงเวลาได้ถูกสะสมอยู่ในรูปทรง พื้นผิวของสถาปัตยกรรม ข้าวของเครื่องใช้ และวัฒนธรรมประเพณี รวมไปถึงอุปนิสัย ความเป็นอยู่บนวิถีแห่งความพอเพียง ความเรียบง่าย น้ำใจไมตรี และขนบธรรมเนียมต่าง ๆ


นิวัฒน์ ชูทวน จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ ๒ และระดับปริญญาโท จากคณะจิตกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นิวัฒน์ได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวและกลุ่ม ทั้งยังเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับประเทศ และได้รับรางวัลมากมาย อาทิ การประกวดจิตรกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ รางวัลยอดเยี่ยม “พู่กันทอง” การประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ได้รับรางวัลที่ ๑ เหรียญทองในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และรางวัลที่ ๓ เหรียญทองแดง ถึง ๓ ครั้งในปี พ.ศ.๒๕๕๒, ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๕ ปัจจุบัน นิวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ประจำ คณะศิลปะกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์-การออกแบบผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี






"เนื้อหาของงานชุดนี้พูดถึงความเรียบง่ายของวิถีชีวิตชนทบทที่ผมได้สัมผัสมา โดยพื้นเพผมเป็นคนภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็เลยอยากจะหยิบเรื่องใกล้ตัวมาทำงาน เป็นเรื่องที่เราสัมผัสผูกพันมาตั้งแต่เด็กคือหมู่บ้านชาวประมงมานำเสนอ ใช้ข้อมูลจากที่เคยเห็นมาเอง จากหนังสือ จากสถานที่จริง ที่ผมออกไปค้นคว้าข้อมูลรูปแบบบ้านที่สื่อออกไปเป็นหมู่บ้านชาวประมงดั้งเดิมที่หาดูได้ยาก มาบวกกับจินตนาการสร้างเป็นผลงานศิลปะขึ้นมา โดยนำภาพของบ้านมาจัดวางในรูปแบบที่ไม่เน้นความสมจริง แต่ให้ความสำคัญกับการจัดวางตามองค์ประกอบทางศิลปะเพื่อให้เกิดความงาม"


ในยุคเริ่มต้น นิวัฒน์ ชูทวน ได้รับแรงบันดาลในจาก อาจารย์ดำรง วงศ์อุปราช ศิลปินแห่งชาติ เป็นต้นแบบของการเขียนภาพ เขาได้ค้นพบเทคนิควิธีการสร้างพื้นผิวหลังคามุงจาก โดยการนำเอาหญ้าแห้งมาลากให้เกิดร่องรอยในขณะที่สียังหมาด ซึ่งถือเป็นเทคนิคเฉพาะตัวอย่างแท้จริง ทำให้งานของนิวัฒน์มีความเป็นเอกลักษณ์และสวยงามอย่างเรียบง่าย







นอกเหนือจากรูปแบบของบ้านเรือนไทยภาคใต้ที่หยิบยกมานำเสนอ ศิลปินยังบอกเล่าถึงกิจวัตรของคนที่อาศัยอยู่ในบ้านและชุมชนนั้น โดยนำเสนอผ่านภาพของชวัสดุข้าวของเครื่องใช้หลายชนิดที่จัดวางหรือห้อยแขวนอยู่กับฝาผนังหรือเพดาน บางภาพมีกรงนกเขา สะท้อนภาพของวิถีชีวิตอันเรียบง่าย แม้จะมุ่งนำเสนอวิถีชีวิตของ "คน" ผ่านรูปแบบของบ้านเรือน แต่ในผลงานชุดนี้กลับไม่มีภาพของ "คน" ปรากฎอยู่เลย ซึ่งเป็นความตั้งใจของศิลปินที่ไม่ต้องการให้ภาพ "คน" เข้าไปกำหนดกรอบการรับรู้ ตีความ และจินตนาการของผู้ชมงาน


"ถ้าดูในรูปจะเห็นว่าไม่มีภาพคนเลย ผมเจตนาไม่ต้องการใส่คนเข้าไปในภาพ แต่ถ้าดูดีๆ จะให้ความรู้สึกเหมือนว่ามีคนอยู่ โดยลักษณะการวางข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ตามจุดต่าง ๆ มีการใช้งานอยู่ มีเครื่องมือประกอบอาชีพ มีสิ่งที่บ่งบอกวัฒนธรรมบางอย่าง อย่างการมีกรงนกอยู่ในบ้าน หรือภาพของประตู หน้าต่างที่เปิดอยู่ เป็นการสื่อว่าบ้านหลังนี้คนอยู่โดยไม่ต้องใส่ตัวละครเข้าไป ผมมองว่าถ้ามีภาพของคนอยู่จะเป็นการเล่าเรื่องมากเกินไป ไปจำกัดจินตนาการคนดู อยากให้คนที่มาดูภาพแล้วคิดต่อไปได้ว่า คนในบ้านอาจจะออกไปทำงาน หรืออาจจะพักผ่อนอยู่ในบ้านก็ได้"






"อยากให้มาชมงานชุดนี้ เพราะผมนำเสนอทั้งในแง่ของคุณค่าทางศิลปะ ส่วนเนื้อหา เรื่องราวหรือเจตนาอีกส่วนหนึ่งของผมคือต้องการสื่อถึงสังคม วิถีชีวิตชนบทสมัยก่อนที่อยู่ร่วมกันเป็นหมู่บ้านโดยไม่ต้องมีรั้้วเหมือนปัจจุบัน คนเมื่อก่อนคิดว่ารั้วที่ดีที่สุดคือเพื่อนบ้าน เพราะเพื่อนบ้านสามารถดูแลบ้านเราเวลาเราไม่อยู่ ผมจึงทำงานชุดนี้ขึ้นมาเพื่อสื่อถึงความสงบ สามัคคี ความเอื้อเฟื้อของคนชนบทซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น และความเป็นไทยที่ปัจจุบันหาดูได้ยากขึ้นทุกที" ศิลปินสรุป


นิทรรศการจิตรกรรม “ภาพสะท้อนของชีวิต”โดย นิวัฒน์ ชูทวน ณ แกลลอรี่ ๓๖ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ จี (ถนนสีลม) จนถึง ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๖ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๑o.oo - ๑๙.oo น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-๒๒๓๘-๑๙๙๑ หรือ อีเมล์: H3616-CO1@accor.com หรือติดตามในเฟซบุ๊ค เฟซบุคโรงแรมพูลแมน



ภาพและข้อมูลจากเวบ
bangkokbiznews.com














"อารยธรรมสุวรรณภูมิ”



สุวรรณภูมิ มีความหมายถึง ดินแดนหรือแผ่นดินแห่งทอง ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของพ่อค้าอีกทั้งนักเดินทางจากดินแดนต่าง ๆ ทั่วโลก เมื่อประมาณนับพันปีล่วงมา โดยปรากฏชื่ออยู่ในแผนที่การเดินเรือของพ่อค้าชาวตะวันตกคัมภีร์และหนังสือชาดกที่สำคัญของอินเดียหลายเรื่องว่าเป็นดินแดนที่พ่อค้าชาวต่างชาตินิยมเดินทางเพื่อมาค้าขายเพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย









ทั้งนี้สันนิษฐานว่า สุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันเป็นพื้นที่ของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านคือ เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม ในปัจจุบันโดยเหตุที่ทำให้แผ่นดินสุวรรณภูมิเป็นที่หมายปองของพ่อค้าต่างชาตินั้น ก็เนื่องมาจากเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ได้แก่เครื่องเทศต่างๆตลอดจนแร่ธาตุอันมีค่า เช่น ทองคำ ประกอบทั้งการมีทำเลที่ตั้งอันเหมาะสม ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างโลกตะวันตกและโลกตะวันออกจึงทำให้ดินแดนสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางทางการค้าและความรุ่งเรืองทางศิลปะและวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคโบราณจวบจนปัจจุบันกาล









ก่อนที่อาเซียนจะเปิดในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ผืนแผ่นดินประเพณีและวัฒนธรรมในรอบๆบ้านเมืองของเรามีลักษณะที่มีความไกล้เคียงกัน หรือจะเรียกได้ว่าเหมือนกันก็ได้ด้วยการรับและสืบทอดประเพณีรวมทั้งความเชื่อต่างๆมาจากบรรพชน การสร้างสรรค์ผลงานและเดินทางได้เห็นวัฒนธรรมที่ล้ำค่าที่บรรพบุรุษได้สร้างเอาใว้ จากภาพวาดหลายร้อยชิ้นที่มีการวาดต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา ๓ ปี และคัดเลือกผลงานคุณภาพมาจัดแสดงเพียง ๕o ชิ้น ผลงานมีทั้งเทคนิคสีน้ำมัน สีน้ำ และดินสอชาร์โคลบนกระดาษ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความงดงามของศิลปวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่นับตั้งแต่เริ่มมีผืนแผ่นดินที่เรียกว่า อารยธรรมสุวรรณภูมิ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน










นิทรรศการ : “อารยธรรมสุวรรณภูมิ” (Suvarnabhumi Civilization)
ศิลปิน : ศุภวัตร ทองละมุล (Supawat Thonglamul)
ลักษณะงาน : วาดเส้น จำนวน ๕o ภาพ
ระยะเวลาที่จัดแสดง : ๓ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖
พิธีเปิดนิทรรศการ : วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น.
ห้องนิทรรศการ : ห้องนิทรรศการชั้น ๑ ห้อง ๓ - ๔



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com
jamjureeartgallery.blogspot.com














"นิทรรศการภาพเขียน ภัทรรุตม์ สายะเสวี”



นิทรรศการภาพเขียน "ภัทรุตม์ สายยะเสวี ศิลปินอาวุโส ผู้ผ่านการทำงานอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังให้กับกรมศิลปากรตลอดอายุราชการ ก่อนที่จะทุ่มเทชีวิตอิสระให้กับงานศิลปะที่รัก โดยอาศัยสังคมชุมชนบ้านหนองบัว อ.ท่าวังผา จ.น่าน ซึ่งเคยทำการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังที่วัดหนองบัว เป็นแรงบันดาลใจสร้างสรรค์งานศิลปะชุดนี้


ผลงานรูปแบบและสีสันใหม่ของ ภัทรุตม์ มีกลิ่นอายของศิลปะสกุลช่างเมืองน่านปะปนความน่ารักของผู้คนที่รู้สึกถึงความซื่อ ใส บริสุทธิ์ มีสีสันสดใสผสานกับความเรียบง่ายและรูปลักษณ์เก่าของจิตรกรรมฝาผนัง มีความฝันที่ผสานประสบการณ์ในหน้าที่การงานตลอดจนถึงธรรมชาติ สังคมสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันของท่าน


ผลงานของภัทรุตม์ จะเปิดให้ชม ณ หอศิลป์ริมน่าน ระหว่างวันที่ ๓o มีนาคม - ๓o เมษายน ๒๕๕๖ (ปิดวันพุธ) ท่านที่สนใจสอบถามรายะเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.o๘-๑๙๘๙-๒๙๑๒



ภาพและข้อมูลจากเวบ
ภาพจาก ryt9.com
เฟซบุคหอศิลป์ริมน่าน














"ตลาดริมน้ำกลางเมือง”



ศูนย์การค้าริเวอร์ เรียนเชิญทุกท่านร่วมงานตลาดริมน้ำกลางเมือง ภายใต้ธีม "River City Floating Market" ต้อนรับกระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแนวใหม่ อีกทั้งปรับพื้นที่ลานกิจกรรมอวดโฉมตลาดริมน้ำกลางเมืองเพื่อคนรุ่นใหม่ จำลองบรรยากาศตลาดริมน้ำที่เคยรุ่งเรืองในอดีตให้กลับมีความคึกคักอีกครั้ง โดยฝีมือการจัดวางและไอเดียการตกแต่งร้านโชว์ห่วยแบบย้อนอดีตของ “ร้านอดีตปู่แดง ๒๔๘๒” ภายในงานจะได้พบกับศิลปะและหัตถกรรมไทยมากมาย อาทิ ของเล่นโบราณ น้ำจรวด ผักผลไม้สด ขนมไทยนานาชนิด ไม้ประดับ เครื่องจักสาน พร้อมเลือกซื้อเลือกซมผลิตภัณฑ์ชุมชนริมน้ำอีกมากมาย และสนุกสนานกับเครื่องปั่นผลไม้พลังคน นวัตกรรมใหม่จากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ระหว่างวันที่ ๓-๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ ริเวอร์ซิตี้ แกรนด์ฮอลล์ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ สอบถามเพิ่มเติมโทร o๒-๒๓๗-oo๗๗ ต่อ ๖๑๘



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














“คิดได้ไง?! – The Sketch”



หอศิลป์ตาดูไทยยานยนตร์ ร่วมกับภาควิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และกลุ่มเดอวาฟเสนอ “คิดได้ไง?! – The Sketch” นิทรรศการแสดงต้นตอความคิดของศิลปิน : กฤช งามสม, สุวิทย์ มาประจวบ และประเสริฐ ยอดแก้ว


หลายครั้งหลายคราวที่เราเกิดความพึงใจต่อผลงานศิลปะที่ถูกติดตั้งในหอศิลป์ ผลงานเหล่านี้เป็นดั่งประจักษ์พยานที่บ่งบอกถึงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน และคงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าผลผลิตทางปัญญาจะเจิดจรัสต่อสายตาผู้ชม ความสำเร็จ ณ เบื้องหน้านี้ทำให้เรา “กลุ่มเดอวาฟ” นักศึกษาปริญญาโท ภาควิชาทฤษฎีศิลป์ รุ่น ๖ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เกิดความสงสัยถึงกระบวนการคิดและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของศิลปิน เป็นเหตุให้กลุ่มเดอวาฟ สนใจที่จะค้นหาที่มา ที่เป็น ที่ไปของผลงานศิลปะ และนำเสนอออกมาในรูปของนิทรรศการชื่อ “คิดได้ไง?! – The Sketch”


นิทรรศการที่จะพาคุณซอกแซกถึงเบื้องลึกเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานของสามศิลปินร่วมสมัยมากความสามารถ ได้แก่ กฤช งามสม ศิลปินผู้มีชื่อเสียงในการสร้างงานศิลปะสื่อผสมจากวัสดุที่น่าสนใจพร้อมกลไกประกอบเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม สุวิทย์ มาประจวบ ศิลปินผู้สร้างผลงานโดยนำแรงบันดาลใจมาจากสิ่งของเหลือใช้ที่คนทั่วไปมองว่าเป็นเพียงเศษขยะจนเกิดเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และประเสริฐ ยอดแก้ว ศิลปินดาวรุ่งพุ่งแรงที่สร้างผลงานสะท้อนความเชื่อของผู้คนผ่านทางวัสดุใหม่ ๆ ที่ถูกนำมาแทนความหมายของสิ่งต่างๆ อย่างลึกซึ้ง ทั้งสามล้วนเคยแสดงผลงานทั้งในและต่างประเทศมาแล้วมากมาย การจัดแสดง “ความคิด” ของศิลปินรุ่นใหม่กลุ่มนี้จะต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังเสาะแสวงหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้ไม่น้อย


“คิดได้ไง?! – The Sketch” นำเสนอแบบร่างในรูปแบบที่แตกต่างของ ๓ ศิลปิน ๓ สไตล์ เช่น กฤช งามสม ถ่ายทอดความคิดเกี่ยวกับกลไกต่าง ๆ ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สุวิทย์ มาประจวบ คิดค้นผลงานจากสำเพ็ง คลองถม และร้านของเล่น สิ่งของเหล่านี้คือแบบร่างที่อยู่ในหัวก่อนจะถ่ายทอดสู่รูปหุ่น ๓ มิติ ส่วนประเสริฐ ยอดแก้ว ที่เป็นคนชอบคิดชอบเขียน แม้แบบร่างของเขาจะอยู่ในกระดาษแต่ลายเส้นนั้นสวยงามและทรงพลังไม่แพ้ผลงานจริง


นิทรรศการแสดงต้นตอความคิดของศิลปิน “คิดได้ไง?! – The Sketch” เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ ๓o เมษายน – ๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ (จันทร์ – เสาร์ เวลา ๑o.oo – ๒o.oo น.) ณ หอศิลป์ตาดูไทยยานยนตร์ ชั้น ๒ อาคารไทยยานยนตร์ สุขุมวิทซอย ๘๗ แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ (ลงรถไฟฟ้า BTS สถานีอ่อนนุช เดินมาอีก ๓ ซอย)


โดยมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันอังคารที่ ๓o เมษายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.oo น.


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “กลุ่มเดอวาฟ ”
โทรศัพท์ : o๘๕-๙๓๖-๕๙๒๕
อีเมลล์ : puy_si-gum@hotmail.com
เฟซบุค TheSketchexhibition


ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














"จิตวิญญาณ สนามหลวง”



“สนามหลวง” ชื่อนี้คงไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จัก โดยเฉพาะคนไทยที่อายุ ๒o ปีขึ้นไป จะรู้จักกันเป็นอย่างดีถึงบรรยากาศเดิมๆของสนามหลวง แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ๆยิ่งรุ่นหลัง ๆด้วยแล้ว หลายหลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยถึงบรรยากาศเดิม ๆ แท้ ๆ


ซึ่งปัจจุบัน เราจะไม่สามารถกลับไปสัมผัสชีวิตเหล่านั้นได้อีกแล้ว เพราะการล้อมรั้วปิดกั้นพื้นที่ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย วิถีชีวิตที่มีมาช้านานในพื้นที่ สนามหลวง เหล่านี้แหละที่เป็นมนต์ขลังหรือเสน่ห์ ดึงดูดให้ข้าพเจ้ารู้สึก สะเทือนใจ อย่างมากและอดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพวิถีชีวิตเหล่านั้นเก็บไว้ เหมือนข้าพเจ้ามีลางสังหรณ์ในใจลึกๆ ที่รู้ว่า ต่อไปจะไม่มีวิถีชีวิตแบบนี้ในพื้นที่สนามหลวงให้ได้เห็นอีก


ตั้งแต่ ๒o ปีที่แล้ว ภาพทุกภาพถูกบันทึกไว้อย่างเป็นธรรมชาติอย่างที่สุด ด้วยฟิล์มขาว-ดำ เป็นภาพที่ข้าพเจ้าบันทึกมาจากสภาวะจิตที่ละเอียดกับปัจจุบันขณะ แทบไม่ผ่านกระบวนการความคิดใดๆให้เผลอปรุงแต่งในขณะบันทึกภาพ ภาพที่ได้จึงปราศจากกำแพงที่ขวางกั้นระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันเอง






วิถีชีวิตที่ข้าพเจ้าได้เคยบันทึกไว้นี้จึงอาจจะเป็นสิ่งมีค่าสำหรับการบันทึกภาพแห่งยุคสมัย หรือจะเป็นเพียงแค่เศษฝุ่นผงแห่งอดีตที่กำลังถูกลมแห่งยุคโลกาภิวัฒน์ปัจจุบัน “พัด” ให้เลือนหายตายไปจากความทรงจำของผู้คน…ว่าสนามหลวงในอดีตนั้น มีจิตวิญญาณเช่นไร…
เชิดวุฒิ สกลยา


นิทรรศการศิลปะภาพถ่าย : “จิตวิญญาณ แห่ง สนามหลวง” (Spirit of Sanamluang)
ศิลปิน : นายเชิดวุฒิ สกลยา
วันที่ : ๒ – ๓o พฤษภาคม ๒๕๕๖
เวลา : o๙.oo – ๑๖.oo น.
สถานที่ : พิพิธภัณฑแห่งชาติ หอศิลป์เจ้าฟ้า
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หอศิลป์เจ้าฟ้าโทร : o๒-๒๘๑-๒๒๒๔, o๒-๒๘๒-o๖๓๗, o๒-๒๘๒-๒๖๓๙-๔o


ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














"Sorry!Life in progress”



เป็นกระบวนการระหว่างดำเนินการในโครงการศิลปะนิพนธ์ระดับปริญญาโท พบกับห้องทำงาน สิ่งของต่างๆในกิจวัตร และการทำงานประจำวัน ของบุษราพร ทองชัย


ศิลปินผู้ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานวาดเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ในนิทรรศการเดี่ยวทั้งสองครั้งที่ผ่านมาได้แก่ All about Her และ The Man Number 10, ได้รับรางวัล แบรนด์นิว ปี ๒oo๙ และเป็น ๑ ใน ๒๕ ศิลปินไทยร่วมแสดงงานที่ Singapore art museum









ภาพวาดที่เต็มไปด้วยความหดหู่ ก้าวร้าว รองเท้าผ้าใบคู่เก่า แก้วใส่แปรงสีฟัน กระปุกน้ำดื่ม เตียงนอน แล็ปท็อป สมุดโน๊ต ผ้าพันคอ อุปกรณ์ทำงานศิลปะ และการนอนกลางวัน ฯลฯ ‘นอกจากภาพวาดซึ่งถูกจัดวางไว้ในกรอบหรูหรา บนผนังสีขาวของห้องแสดงงานแล้ว คงไม่บ่อยครั้งนักที่เรา จะได้เห็นที่ทางหรือร่องรอยของวัตถุอื่น ๆ ในชีวิตของศิลปิน และถ้าหากภาพวาดเหล่านั้นถูกยกระดับในฐานะ ส่วนประกอบหนึ่งในชีวิตของเขา เหตุใดฟูกนอนและข้าวของพวกนี้จึงจะถูกคัดแยกออกจากห้องแสดงงาน กระทั่ง ถูกตัดขาดออกจากการเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่น่าสนใจในชีวิตของศิลปินด้วยเล่า..’












ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














" “อารยธรรม ๕,ooo ปี โบราณคดีบ้านเชียง””



สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ มิวเซียมสยาม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี จัดนิทรรศการ “อารยธรรม ๕,ooo ปี โบราณคดีบ้านเชียง” ภายใต้โครงการ Museum Family เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้อารยธรรมมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ผ่านโครงกระดูกมนุษย์โบราณจำลอง และภาชนะดินเผาลายเขียนสีในวัฒนธรรมบ้านเชียงจำลองขนาดเท่าของจริง ในวันศุกร์ที่ ๒๖ เมษายน - วันอาทิตย์ที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๑o.oo - ๑๘.oo น. ณ ลานคนกบแดง มิวเซียมสยาม ถ.สนามไชย พร้อมร่วมทดลองเขียนลวดลายเอกลักษณ์ของบ้านเชียงบนภาชนะดินเผาจำลอง กับกิจกรรม “ย้อนรอยจินตนาการ สร้างสรรค์ศิลปะบ้านเชียง” เฉพาะวันศุกร์ที่ ๒๖ - วันอาทิตย์ที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ (โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th














ศิลปะและวัฒนธรรมสองแผ่นดิน “ไทย – เวียดนาม”



333 Gallery เปิดตัวแกลเลอรี่ ณ อาคารเคแอนด์วาย ด้วยนิทรรศการ ศิลปะและวัฒนธรรมสองแผ่นดิน (The Impression from Thai-Vietnam)


พบกับผลงานของ ๑๒ ศิลปินไทย อาทิ ธีรศักดิ์ วงค์คำแน่น,ประทีป คชบัว,ธิราช รุ่งเรืองกนกกุล,ชูเกียรติศรีสุข,สมยศ คำแสง,สุวิทย์ ใจป้อม,ดิเรก กิ่งนอก,วรพงษ์ อรุณเรือง,ทัชช์ ชุณหะชา ฯลฯ และศิลปินรับเชิญ พรรณพิมล สุวรรณพงศ์, Mr. Binh,แคทลียา พันธ์โตดี,ชัชวาล วรรณโพธิ์ที่ถ่ายทอดความประทับใจที่มีต่อสองวัฒนธรรม ไทยและเวียดนาม


รวมถึงผลงานของศิลปินชาวจีน Prof. Xing Jianjian ที่นำมาจัดแสดงในเมืองไทยเป็นครั้งแรก และร่วมชื่นชมภาพพระสาทิสลักษณ์วาดด้วยเทคนิคเครยองขนาดใหญ่ วาดโดย สุวิทย์ ใจป้อม,ภาพวาดแนวเหนือจริงของ ประทีป คชบัว,ผลงานประติมากรรมพระบรมรูปทรงม้าจำลองโดย วัชระ ประยูรคำ และวัตถุโบราณ สมบัติส่วนตัวของเจ้าของแกลเลอรี่


เปิดนิทรรศการโดย เอกอัคราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย และรองอธิการบดีวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วันเสาร์ที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.oo น. ณ อาคารเคแอนด์วาย ชั้น ๑ เลขที่ ๑๖ ถนนสุรศักดิ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ โทร. o-๒๒๓๕-๒๗๖๓-๔







ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 27 เมษายน 2556
Last Update : 20 มิถุนายน 2556 19:08:01 น. 0 comments
Counter : 9759 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.