happy memories
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
14 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๕o




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





เพลงพระราชนิพนธ์ แสงเดือน









"“ศิลปกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ครั้งที่ ๑๘”


เนื่องในโอกาสมหามงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๖ สภากาชาดไทย ร่วมกับ คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ รองประธานกรรมการบริหารโรงแรมมณเฑียร และกลุ่มศิลปินอิสระ ๙๖ จัดงานแสดงนิทรรศการภาพวาด “ศิลปกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ครั้งที่ ๑๘ ขึ้น รายได้จากการจำหน่ายภาพนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทยเพื่อนำไปใช้บรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรคกำจัดภัย แก่พี่น้องประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน และผู้ตกทุกข์ได้ยากในสังคมทั่วประเทศ ตามภารกิจของสภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ ๑๔ สิงหาคม - วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑o.oo - ๒o.oo น. โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดา มาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานทรงเปิดงานในวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๖.๓o น. ณ ห้องโถงชั้นลอย โรงแรมมณเฑียร กรุงเทพฯ ถ.สุรวงศ์






คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ ประธานจัดงาน กล่าวว่า นิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จัดขึ้นเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการต่อปวงชนชาวไทย ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง ๑๘ ปี เป็นเกียรติประวัติแห่งความภาคภูมิใจในการร่วมแรงร่วมใจสมัครสมานสามัคคีของเหล่าศิลปินอิสระ ๙๖ อีกทั้ง ยังเป็นการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลผ่านภาพวาดจากศิลปิน ท่านที่ซื้อภาพวาดไป นอกจากจะได้ช่วยสนับสนุนศิลปินและได้ภาพสวย ๆ กลับไปแล้ว ยังได้ร่วมบำเพ็ญกุศลให้กับสภากาชาดไทยอีกด้วย






อาจารย์สมาน คลังจัตุรัส หัวหน้ากลุ่มศิลปินอิสระ ๙๖ เผยความรู้สึกว่า งานแสดงภาพวาดนิทรรศการศิลปกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครั้งที่ ๑๘ ถือเป็นครั้งยิ่งใหญ่ของคณะกรรมการจัดงาน เพราะมีศิลปินลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมงานมากกว่า ๘๗๔ ราย ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยจัดงานมา ทั้งศิลปินกิตติมศักดิ์ ศิลปินอาชีพ ศิลปินสมัครเล่น ศิลปินชาวต่างชาติ รวมถึงศิลปินที่มีความพิการจากศูนย์ศิลปาชีพบางไทรที่มารวมพลัง ซึ่งได้คัดเลือกเหลือเพียง ๔oo กว่าราย จำนวน ๕oo ภาพ ที่จะได้ร่วมแสดงผลงานในงานนี้ โดยภาพวาดที่จัดแสดงแบ่งเป็นภาพเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ภาพพระบรมวงศานุวงศ์ภาพวาดตามความถนัดของศิลปิน ทั้งภาพวิวทิวทัศน์ ภาพดอกไม้นานาชนิด ภาพสัตว์ต่างๆ รวมถึงภาพวิถีชีวิตของคนด้วย






ในนิทรรศการ “ศิลปกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ครั้งที่ ๑๘ กลุ่มศิลปินอิสระ ๙๖ ได้จัดให้มีกิจกรรม Work Shop สอนเทคนิคการเพ้นท์ภาพบนถุงผ้าด้วยตนเองด้วยเทคนิคต่าง ๆ ให้กับผู้สนใจ โดยศิลปินชื่อดัง อาทิ อาจารย์สมาน คลังจัตุรัส อาจารย์สุจิน ปานสมุทร อาจารย์นาวิน แสงรบ และอีกหลายท่านที่มีความชำนาญการวาดภาพในแต่ละด้านมาให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นค่าอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอนเท่านั้น ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๑๓.oo น. เป็นต้นไป






นิทรรศการศิลปกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครั้งที่ ๑๘ เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ระหว่างวันที่ ๑๔ สิงหาคม - วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑o.oo - ๒o.oo น. สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Work Shop ภายในงานเป็นหมู่คณะ สอบถามข้อมูลได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานจัดหารายได้ โทร. o๒-๒๕๖-๔๔๔o, o๒-๒๕๕-๙๙๑๑ หรือ //www.redcrossfundraising.org และที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมมณเฑียร โทร.o๒-๒๓๓-๗o๖o-๙



ภาพและข้อมูลจากเวบ
naewna.com
matichon.co.th












ผลงานของ สุวิทย์ ใจป้อม


"ภาพ ‘แม่ของแผ่นดิน’ อวดโลกออนไลน์”


เนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และ 'วันแม่แห่งชาติ' วันที่ ๑๒ สิงหาคม ปีนี้ กลุ่มศิลปินกว่า ๕oo ชีวิต ร่วมกันถวายพระพรพระองค์ท่าน โดยการร่วมกันวาดภาพพระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตามสไตล์ที่ตัวเองถนัด เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ


ผลงานของเหล่าศิลปินไม่ได้แขวนผนังให้ชม ณ หอศิลป์หรือแกลเลอรี่ใดดังเช่นหลายนิทรรศการ แต่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจที่ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของโลกใบนี้ สามารถคลิกเข้าไปชมทาง หน้าเพจ facebook ในนามกลุ่ม ‘สมาคมเขียนภาพคล้ายคน’ เริ่มตั้งแต่เช้าวันจันทร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๖


สมาคมเขียนภาพคล้ายคน ก่อตั้งขึ้นโดย ๓ ศิลปินภาพเหมือน ได้แก่ สุวิทย์ ใจป้อม,ดินหิน รักพงษ์อโศก และ ลาภ อําไพรัตน์


หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หนึ่งในบรรดาพวกเขาคือ ดินหิน รักพงษ์อโศก เคยได้ยินคำกล่าวของ ศาสตราจารย์พิเศษ อารี สุทธิพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ว่า ...ประเทศไทยยังไม่เคยมีสมาคมหรือชมรมการเขียนภาพเหมือนเกิดขึ้น


“ล่าสุด ผม(สุวิทย์)และและอาจารย์ทั้งสอง (ดินหินและลาภ) ได้เดินทาง ไปร่วมกิจกรรมวาดภาพที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย สมาคมจึงเกิดขึ้นอย่างเป็นเรื่องเป็นราวและคิดกันว่าควรจะเอาจริงเอาจังเสียที โดยสมาคมฯ ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๖ ปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เกือบจะ ๑,ooo คนแล้ว





ผลงานของ ลาภ อําไพรัตน์



จุดประสงค์หลักในการก่อตั้งของสมาคมฯ คือแลกเปลี่ยนความรู้ การเขียนภาพเหมือน ปัญหาการวาดที่ไม่เหมือนต้นแบบ แบ่งปัน ประสบการณ์ดี ๆ กับเพื่อนสมาชิกด้วยกัน ซึ่งจะช่วยต่อยอดทักษะฝีมือ ให้ก้าวไปข้างหน้า ฉะนั้นสมาคมฯ จึงอยากจะเชิญชวนเพื่อน ๆ มาร่วมกลุ่มกัน เพื่อทำให้มีเวทีสำหรับการแสดงผลงานในเรื่องการเขียนภาพเหมือนเพิ่มขึ้น"


บางท่านที่พอได้ยินชื่อสมาคมฯ แล้ว อาจจะรู้สึกสงสัยหรืออดอมยิ้มไม่ได้ ซึ่งที่มาของชื่อส่วนหนึ่งนอกจากเป็นการเล่นคำแล้ว ผู้ร่วมก่อตั้งต้องการจะให้กำลังใจศิลปินหลาย ๆ คนที่อาจจะยังไม่มีความมั่นใจในฝีมือการวาดภาพเหมือนของตนเอง


"บางคนอาจคิดว่า ตัวเองเขียนภาพไม่สวยไม่เหมือนจริง จึงไม่กล้าแสดงออกไม่กล้าโพสให้ผู้อื่นเห็น แต่พอมีเพจสมาคมฯ เกิดขึ้น ทำให้มีคนนำผลงานมาโพสเผยแพร่มากมาย





ผลงานของ ดินหิน รักพงษ์อโศก



และวันแม่ปีนี้ ทางทีมงานผู้ก่อตั้ง ได้มีความเห็นร่วมกันว่า อยากจะทำกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ผ่านกิจกรรมที่ง่ายที่สุด นั่นคือการเปิดโอกาสให้สมาชิกในสมาคมหรือผู้ที่สนใจร่วมกันวาดภาพ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แล้วนำมาโพสลงในเพจของสมาคมฯ เพื่อเป็นการร่วมกันถวายพระพรพระองค์ท่านในฐานะที่ทรงเป็น แม่ของแผ่นดิน และ เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาส ๘๑ พรรษา”


สุวิทย์ ใจป้อม หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง สมาคมเขียนภาพคล้ายกล่าวและแจ้งเพิ่มเติมว่า หน้าเพจของสมาคมฯ จะเปิดโอกาสให้ผู้สนใจคลิกเข้าไปชม ภาพพระสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ตั้งแต่ วันนี้ - ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ทาง เฟซบุคสมาคมเขียนภาพคล้ายคน



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th













"นิทรรศการศิลปะชุด “สานศิลป์ อิงธรรม ครั้งที่ ๑”


โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ ขอเชิญร่วมชมงานนิทรรศการศิลปะชุด “สานศิลป์ อิงธรรม ครั้งที่ ๑” ผลงานของ ศิลปินกลุ่มรสศิลป์ นำโดย วิษุวัติ พีสะระ ประธานกลุ่มฯ ระหว่าง วันที่ ๑ - ๓๑ สิงหาคม ศกนี้ ตั้งแต่ วลา o๙.oo – ๒๑.oo น. ณ บริเวณลานนิทรรศการ ชั้น ๓ ของโรงแรมฯ รายได้จากการจำหน่ายภาพบางส่วนสมทบทุน สมาคมรวมปัญญาคนพิการ โดย คุณชวน หลีกภัย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานใน วันอังคารที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.๒o น.






ศิลปินกลุ่มรสศิลป์ เป็นการรวมตัวของกลุ่มศิลปินทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่มีใจและจิตอาสาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในแนวทางและรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีจุดประสงค์ในการรวมกลุ่ม อาทิ เพื่อให้ความรูปงานศิลปะเสริมสร้างทักษะสำหรับผู้เริ่มฝึกฝนเรียนรู้ในเบื้องต้นและช่วยสร้างแรงบันดาใจในเยาวชนและผู้สนใจในงานศิลป์, สอนศิลปะให้แก่เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดานพร้อมแจกอุปกรณ์วาดภาพ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายร่วมทั้งประชาชนทั่วไปและผู้เกษียณ และ ฯลฯ เป็นต้น สานศิลป์ อิงธรรม ครั้งที่ ๑” เป็นผลงานชิ้นเอกกว่า ๔o ภาพ ที่มีจุดเด่นคือไม่ยึดติดกับรูปแบบ เนื้อหา เทคนิค และ สีสัน ขึ้นอยู่กับความถนัดของศิลปินแต่ละท่าน อาทิ สีน้ำ สีอะคริลิค สีน้ำมัน เป็นต้น สิ่งผลงานต่างเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงสัจธรรมในชีวิตว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเปลี่ยบแปลงไม่แน่นอน










ภาพและข้อมูลจากเวบ
ryt9.com
thaipr.net













"จากยอดดอย สู่ท้องทะเล" ”


เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๖ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดกิจกรรม ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์ ชุด “จากยอดดอย สู่ท้องทะเล” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเล็งเห็นและทรงให้ความสำคัญในการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ราษฎรมาอย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมครั้งนี้ ประกอบด้วย กิจกรรมหลัก ๆ ๓  ส่วน ได้แก่                               


๑. นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ร้อยนิทรรศยลรัตนโกสินทร์ ชุด “จากยอดดอย สู่ท้องทะเล”

๒. กิจกรรมเสวนาและฝึกอาชีพ

๓. การแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติจากมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง ตอน “มัจฉานุยุวบุตร”






นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์ ชุด “จากยอดดอย สู่ท้องทะเล” แสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า ๘๙๐ โครงการ อันเกิดจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วแผ่นดินไทย ในแต่ละครั้งพระองค์ทรงรับรู้ถึงความยากลำบากของราษฎร ทรงทราบรู้ถึงปัญหาต่าง ๆ อันเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการในพระราชดำริฯ มากมาย ทรงหวังว่าโครงการต่าง ๆ จะช่วยแก้ไขปัญหาของราษฎร และสร้างความอยู่ดีกินดียั่งยืนต่อไป


เนื้อหานิทรรศการ แบ่งออกเป็น ๕ ส่วน
โดยนำเสนอเรื่องราวที่ต่อเนื่องกันภายในโถงนิทรรศการหมุนเวียน ได้แก่


ส่วนที่ ๑ สานศิลป์แผ่นดินไทย

ชมกิจกรรมสาธิต การผลิตชิ้นงานศิลปหัตถกรรมต่างๆ ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อให้ผู้ชมได้ศึกษาอย่างใกล้ชิด โดยจัดให้มีการสาธิตทุกวัน และจะผลัดเปลี่ยนประเภทการสาธิตในทุกสัปดาห์ เพื่อให้เกิดความหลากหลายมากยิ่งขึ้น






ส่วนที่ ๒ ศาลาทรงงาน

การจำลองศาลาทรงงาน ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างเรียบง่าย ใช้วัสดุในพื้นที่ ปรับเปลี่ยนรูปแบบตามสภาพภูมิประเทศที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎร เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของราษฎรทั่วทุกภูมิภาค หลังจากทรงเยี่ยมราษฎรแล้วจึงเสด็จฯ มาประทับในศาลาทรงงาน มีพระราชดำรัสกับราษฎรในแต่ละท้องถิ่น เพื่อทรงรับทราบปัญหา และมอบหมายงานให้สมาชิกศิลปาชีพ โดยประทับทรงงานครั้งละ ๔- ๕ ชั่วโมง จนกว่างานจะแล้วเสร็จในวันนั้น ๆ เป็นโอกาสพิเศษที่ประชาชน ทั่วไปได้รับชม การจำลองศาลาทรงงานที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับจริง ต่อสายตาประชาชน






ส่วนที่ ๓  จากยอดดอย สู่ท้องทะเล

นำเสนอผลสำเร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า ๘๙๐ โครงการทั่วประเทศ ผ่านบอร์ดนิทรรศการ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยผ่านระบบ QR Code เพื่อให้ผู้ชมนิทรรศการได้มีส่วนร่วมในการชมนิทรรศการมากขึ้น






ส่วนที่ ๔  ดั่งน้ำทิพย์

พบกับโมเดลจำลอง และพระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถที่มีพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในด้านต่าง ๆ ทั้ง ๖ ด้านกว่า  ๘๙๐ โครงการ อันเป็นเรื่องราวร้อยเรียงความสำเร็จ “จากยอดดอย สู่ท้องทะเล"






ส่วนที่ ๕ น้ำพระทัยทรงเมตตา เหล่าประชาอยู่ร่มเย็น

นำเสนอสารคดีสั้นเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ชุด “น้ำพระทัยทรงเมตตา เหล่าประชาอยู่ร่มเย็น” โดยความยาวของสารคดี ๑๒ นาที นำเสนอเรื่องราวโครงการในพระราชดำริทั้ง ๖ ด้าน ผ่านเทคนิคการฉายบนจอพาโนรามาที่เสมือนรับชมในโรงภาพยนตร์



ภาพและข้อมูลจากเวบ
nitasrattanakosin.com













"ไปรษณีย์ไทยในงานแสตมป์โลก”


ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๕ ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน แสดงตราไปรษณียากรระดับโลก พ.ศ. ๒๕๕๖ (THAILAND 2013 WORLD STAMP EXHIBITION) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ ๒-๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ ชั้น ๕ พารากอนฮอลล์ โดยปีนี้ ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เนรมิตให้เป็นอาร์ตแกลลอรีสุดอลังการ เปิดมิติแห่งการเรียนรู้งานศิลป์ผ่านดวงแสตมป์ ภายใต้แนวคิด "ศิลปะและความสุข" (Art and happiness) ทั้งนี้ ยังคงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์การจัดงาน






ภายในงานจะมีการนำเสนอคอลเลคชั่นแสตมป์ที่เกี่ยวกับงานศิลปะอันเป็นมรดกโลก ท่ามกลางบรรยากาศของศิลปะแขนงต่างๆ ที่มาร่วมเติมสีสัน ในส่วนของตราไปรษณียากร นอกจากโชว์แสตมป์ที่ติดอันดับหายากที่สุดในโลกแล้ว ยังได้จัดแสดงผลงานการประกวดแสตมป์จากนักสะสมทั่วโลกกว่า ๒,๕oo แผง และเอาใจนักสะสมแสตมป์ด้วยร้านจำหน่ายแสตมป์กว่า ๑oo ร้าน ที่มีแสตมป์ให้เลือกหลากหลายแบบ ตลอดจนเป็นโอกาสครบ ๑๓o ปี กิจการไปรษณีย์และแสตมป์ดวงแรกของไทย ยังมีนิทรรศการบอกเล่าความเป็นมาของไปรษณีย์ไทยและแสตมป์ไทย รวมไปถึงนิทรรศการและการออกร้านของการไปรษณีย์อาเซียน






ตลอดจนไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ การจัดแสดงภาพฝีพระหัตถ์ที่แสดงถึงพระราชอัจฉริยภาพด้านงานศิลปะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พร้อมทั้งพระราชทานสิ่งสะสมส่วนพระองค์มาร่วมจัดแสดงด้วย


ก่อนจะไปพบกับงานจริงที่จะเดือนขึ้นเร็ว ๆ นี้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เมธิน ลียากาศ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด ตราไปรษณียากร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งเล่าถึงความสำคัญของแสตมป์ไทย ในสมัยรัชกาลที่ ๕ แสตมป์มีบทบาทสำคัญในด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากในปีพระองค์เสด็จฯ ไปดูกิจการไปรษณีย์ที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย และเล็งเห็นว่าหากประเทศไทยมีกิจการไปรษณีย์ ก็จะทำให้การค้าเจริญรุ่งเรือง ส่งผลให้ตั้งแต่ครั้งนั้นประเทศไทยเจริญไปด้วยการค้าและการติดต่ออย่างมาก แสตมป์ที่ถูกผลิตออกมาเป็นชุดแรก พิมพ์จากประเทศอังกฤษ เทคนิคภาพแกะลายเส้น หรือเปรียบได้กับภาพพิมพ์ไม้ของญี่ปุ่น ซึ่งในสมัยนั้นมีเพียงวิธีเดียว






แต่การสะสมแสตมป์ได้เริ่มขึ้นเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๕ ทรงครองราชย์ครบ ๔o ปี จึงได้จัดทำแสตมป์พระบรมสาทิสลักษณ์ ๔ ชุด โดยมีชุดที่โดเด่นที่สุดคือ ภาพพระบรมรูปทรงม้า ที่สั่งจัดทำขึ้นมา ๒ ชุดคือ แสตมป์ใช้ทั่วไปและแสตมป์ที่ระลึก และในรัชสมัยต่อ ๆ ก็เริ่มมีการจัดทำแสตมป์ในวาระโอกาสต่าง ๆ ขึ้นตามลำดับ เช่น แสตมป์ชุดวันชาติ แสตมป์ชุดเฉลิมฉลองในวาระสำคัญของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ แสตมป์ชุดการครบรอบของหน่วยงานราชการสำคัญต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งแต่ละชุดก็จะมีลักษณะพิเศษแตกต่างกันไป เหตุนี้เองจึงทำให้ผู้คนหันมาสะสมแสตมป์กันอย่างแพร่หลาย เพราะแสตมป์ไม่ได้เป็นเพียงตราไปรษณียากรต่อไป แต่ยังเป็นของที่ระลึกในโอกาสต่าง ๆ ของชาติไทยอีกด้วย






เมธินเล่าต่ออีกว่า ในปี ๒๕o๕ คนเริ่มกระแสการสะสมแสตมป์เริ่มมีมากขึ้น เห็นได้จากในปีเดียวกัน ไปรษณีย์ได้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมตราไปรษณียากรขึ้น เพื่อให้ผู้ที่รักแสตมป์เข้ามาสมัครเป็นสมาชิก โดยมีผู้สมัครมากถึง ๒,ooo คน เป็นการเปิดช่องทางการรับรู้ของนักสะสม ซึ่งเมื่อครั้งนั้นหนึ่งสมาชิกคนสำคัญคือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ และปัจจุบันแสตมป์ที่สะสมไว้ส่วนพระองค์ ได้ตกทอดมายังพระธิดาองค์ปัจจุบัน จึงเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าดวงแสตมป์ไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของการสื่อสารขั้นพื้นฐานเท่านั้น หากรู้จักสะสมเอาไว้ก็เหมือนกับการออมทรัพย์ ยิ่งนานวันก็จะยิ่งมีคุณค่ามากขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงพยายามรณรงค์ให้รู้จักคุณค่าความเรื่องราวของเมืองไทยผ่านดวงแสตมป์






“ยุคการสื่อสารที่มีช่องทางหลากหลาย แสตมป์ถูกใช้น้อยลง แต่ตัวแทนของแสตมป์ในยุคนี้คือนักสะสม ที่ยังมีความเหนียวแน่น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จึงเห็นความสำคัญ และเน้นการพัฒนารูปแบบแสตมป์มากขึ้น เพื่อให้ผู้คนได้เลือกสะสมมากขึ้น ตลอดจนเป็นงานอดิเรกที่มีสารประโยชน์ กล่าวได้ว่าการสะสมแสตมป์จะทำให้เป็นคนละเอียดถี่ถ้วน รู้จักการทะนุถนอม และมีความรู้เพิ่มพูนจากภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละยุค” เมธินปิดท้าย


ปัจจุบันประเทศไทยจัดทำแสตมป์ออกมาทั้งหมด ๑,oo๘ ชุด สามารถเข้าชมได้ในงานแสตมป์โลก ๒o๑๓ และหากต้องการรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ไทย ดวงแสตมป์เป็นสื่ออีกช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย.



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.net
dailynews.co.th













นิทรรศการ "จากฟ้า...มาสู่ดิน”


เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ธนาคารไทยพาณิชย์จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “จากฟ้า...มาสู่ดิน” นำเสนอพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เป็นประธานเปิดนิทรรศการ และนางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ให้การต้อนรับ ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่


นิทรรศการ “จากฟ้า...มาสู่ดิน” นำเสนอพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำและทรัพยากรธรรมชาติที่ก่อให้เกิดระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน ซึ่งหมายถึงตั้งแต่การทำให้เกิดฝนตกต้องตามฤดูกาล พื้นดินชุ่มชื้น พืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ พสกนิกรสามารถดำรงชีวิตและทำมาหากินได้อย่างเป็นปกติสุข คืนชีวิตสัตว์กลับสู่ป่าและท้องทะเล เช่น โครงการป่ารักน้ำ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการฟาร์มตัวอย่าง โครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ โครงการสมเด็จฯ อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล และโครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น นับเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ หรือจากฟ้ามาสู่ดิน รวมทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน และประชาชนทั่วไปน้อมนำแนวพระราชดำริมาปฏิบัติตาม และร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป


พร้อมนี้ธนาคารจะจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่เกี่ยวเนื่องกับงานนิทรรศการ คือ การทำผลิตภัณฑ์จากดอกบัว ซึ่งเป็นหนึ่งในดอกไม้ทรงโปรด จำนวน ๒ กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมพับดอกบัวหลากแบบ อาทิ พับดอกบัวเป็นตุ๊กตาและรูปสัตว์ต่าง ๆ ในวันเสาร์ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา o๙.๓o - ๑๒.oo น. และกิจกรรมทำขนมวาฟเฟิลและไอศกรีมจากดอกบัว ในวันเสาร์ที่ ๗ กันยายน ตั้งแต่เวลา o๙.๓o - ๑๒.oo น. โดยผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัดกิจกรรมละ ๓o คน ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่


นิทรรศการ “จากฟ้า...มาสู่ดิน” จัดแสดงถึงวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา o๙.๓o – ๑๗.oo น. (เว้นวันหยุดธนาคาร) ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ โดยมีการแจกกล้าไม้ไทยทรงคุณค่า อาทิ ต้นประดู่ ต้นทองอุไร ฟรีทุกวันศุกร์ตลอดเดือนสิงหาคมให้แก่ผู้เข้าร่วมชมงานที่ร่วมกิจกรรมกดไลค์หรือแชร์ภาพกับแฟนเพจพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย จำกัดวันศุกร์ละ ๑oo ต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ โทร. o๒-๕๔๔-๓๘๕๘







ภาพและข้อมูลจากเวบ
scb.co.th













"ศิลปาชีพไทย ก้องไกลทั่วโลก ”


“ศิลปาชีพไทย ก้องไกลทั่วโลก” เผยแพร่พระราชกรณียกิจในงานสืบสานงานฝีมือไทย ผ่านงานประกวดแกะสลัก ผักผลไม้ ครั้งที่ ๑๕


“เอกลักษณ์ชาติไทยไม่มีใครเสมอเหมือน” ถ้อยคำจาก “อ.เพ็ญพรรณ สิทธิไตรย์” ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ประณีตศิลป์ ขนานนามให้งาน “แกะสลัก” ของไทย ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความวิจิตรบรรจงและนับวันจะยิ่งมีการพัฒนารูปแบบของงานรวมถึงเทคนิคใหม่ ๆ จนเป็นที่น่าเผยแพร่และยกย่อง “โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฟอร์จูน” โดย อารยา อรุณานนท์ชัย กรรรมการผู้จัดการ จึงขอร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันสวยงามของไทย ด้วยการจัดประกวด “แกะสลักผัก ผลไม้ ผสานงานใบตอง ดอกไม้สด ขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ ๑๕” ในหัวข้อ “ศิลปาชีพไทย ก้องไกลทั่วโลก” ได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้ผู้ชนะเลิศ ซึ่งได้นำเสนอเทคนิคใหม่ ๆ รวมถึงตีโจทย์ตามหัวข้อแตกกระจุย ด้วยงานฝีมือและแนวคิดที่วิจิตรงดงาม ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑ สิหาคม ๒๕๕๖





โรงเรียนสอนภาษามาริสา กับรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ



โต้โผของงาน คุณอารยา เผยว่า เป็นความตั้งใจที่จะอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย โดยงานแกะสลักของไทย สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ความละเอียดลออ รวมถึงความโดดเด่นในงานฝีมือของชนชาติไทยให้เป็นที่ประจักษ์ จึงได้จัดงานประกวดติดต่อกันเป็นปีที่ ๑๕ แต่ละปีจะพบเทคนิคมากมาย จากกลุ่มโรงแรม, บุคคล รวมถึงกลุ่มนักศึกษา ซึ่งทุกท่านมีความรักในสิ่งเดียวกัน หลงใหลในวิชาแกะสลักของไทย จึงได้แลกเปลี่ยนวิชาความรู้ บ้างก็เก็บเป็นไอเดียใหม่ ๆ ไปใช้ในงานเพิ่มขึ้น ช่วงหลังจึงกลายเป็นงานใหญ่ที่นักแกะสลักทั่วประเทศให้ความสนใจ ถ่ายทอดและพัฒนาผลงานอย่างคาดไม่ถึง ทั้งการจับ พับจีบ คว้านลึก ตวัด กระพุ้ง ฯลฯ ทำให้ตัดสินยากขึ้นทุกปี แต่ทั้งนี้ก็นำมาซึ่งความภาคภูมิใจที่ลูกหลานไม่ลืมวิชา โดยแนวคิดของงงานประกวดปีนี้เนื่องมาจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของเกษตรกรราษฎรผู้ยากจน จึงมีพระราชดำริส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านให้เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้เพิ่ม และมีพระราชประสงค์ให้ผลิตภัณฑ์งานฝีมือมีชื่อเสียงไปถึงนานาชาติ จึงคิดว่างานแกะสลักผักผลไม้จะเป็นช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ รณรงค์ให้คนไทยและต่างชาติสนับสนุนผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพไทย”





ผลงานชนะเลิศประเภทสถาบันการศึกษา ได้แก่ ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ



ด้านการประกวด แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ผลการตัดสิน ดังนี้ กลุ่มโรงแรมหรือบุคคลทั่วไป รางวัลชนะเลิศ โรงแรมดุสิตธานี, รองชนะเลิศอันดับ ๑ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ, รองชนะเลิศอันอับ ๒ โรงแรมดิเอมมอรัล, ชมเชยอันดับ ๑ โรงแรมอิมพีเรียล ควีนปาร์ค, ชมเชยอันดับ ๒ โรงแรมโนโวเทล บางนา กลุ่มนักศึกษาและเยาวชน ผลการตัดสิน ชนะเลิศ ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพฯ,รองชนะเลิศอันดับ ๑ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม ,รองชนะเลิศอันดับ ๒ ม.มหาสารคาม, ชมเชยอันดับ ๑ ม.ขอนแก่น, ชมเชยอันดับ ๒ ราชภัฏเชียงใหม่, เสริมสร้างกำลังใจ ได้แก่ ราชภัฏราชสีมา และ ราชภัฏธนบุรี นอกจากนี้ยังได้จัดรางวัลพิเศษถ้วยพระราชทานฯ แด่ผลงานที่ฝีไม้ลายมือโดดเด่นที่สุด คือ โรงเรียนสอนภาษามาริสา





ท่านผู้หญิงภรณี  มหานนท์ ประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะกก.จัดงาน กก.ตัดสิน
ร่วมถ่ายภาพที่ระลึกผู้ชนะการประกวดแกะสลัก ผักผลไม้ในงานฯ






 อ.เพ็ญพรรณ สิทธิไตรย์ และ  อารยา อรุณานนท์ชัย กับผู้ชนะเลิศประเภทโรงแรม ฯ โรงแรมดุสิตธานี





ผลงานจากทีมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต





น้องหมา ทำจากส้มโอ





ผลงานแกะสลักจากฟักทอง



ภาพและข้อมูลจากเวบ
naewna.com













"ศิลป์แผ่นดิน ถิ่นแม่หลวง”


ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จัดงาน “ศิลป์แผ่นดิน...ถิ่นแม่หลวง” ในคอนเซ็ปต์ “พระมารดาแห่งผ้าไทย” ร่วมเทิดเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๖ พบกับ ผ้าไทยโบราณหายาก อันทรงคุณค่า อาทิ “ผ้าม่านกำมะลอ” หรือ“ม่านทองแผ่ลวด” ซึ่งเป็นผ้าม่านที่ใช้ประจำเรือพระที่นั่งเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ “ผ้าแพรวาโบราณ” อายุ ๑๐๐ ปี เป็นต้น ที่นำมาจัดแสดงท่ามกลางสวนคลาสสิคสไตล์ฝรั่งเศส พร้อมเลือกสรรสินค้าคุณภาพ ต้อนรับเทศกาลแห่งวันแม่ จาก โครงการและมูลนิธิต่างๆ ระหว่างวันที่ ๙-๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ บริเวณ แคสคาต้า ชั้นจี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค



ภาพและข้อมูลจากเวบ
ryt9.com













"สมเด็จพระนางเจ้า พระราชทานถ้วยรางวัลประกวดหัตถศิลป์บัวหลวง ครั้งที่ ๑”


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานถ้วยรางวัล สำหรับ ๒ ผู้ชนะเลิศโครงการประกวดหัตถศิลป์บัวหลวง ครั้งที่ ๑ จำนวน ๒ ถ้วย และให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย “ส.ก.” จารึกบนถ้วยรางวัล

สำหรับมอบเป็นรางวัลชนะเลิศโครงการประกวด ‘หัตถศิลป์บัวหลวง’ ครั้งที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๕ – ๒๕๕๖ งานสลักดุนภาชนะโลหะ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่ มูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ในฐานะผู้ริเริ่มและดำเนินการโครงการครั้งนี้ ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยด้านงานฝีมือช่างศิลป์ให้มีโอกาสในการสร้างสรรค์ “งานสลักดุนภาชนะโลหะ” ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าในรูปแบบหัตถศิลป์ เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยสืบไป


นายชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทางมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ได้รับพระราชทานถ้วยรางวัล ๒ ถ้วย จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย “ส.ก.” จารึกบนถ้วยรางวัล สำหรับมอบเป็นรางวัลชนะเลิศโครงการประกวดหัตถศิลป์บัวหลวง ครั้งที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๕-๒๕๕๖ “งานสลักดุนภาชนะโลหะ” ทั้งประเภทงานหัตถศิลป์ไทยแนวประเพณี และงานหัตถศิลป์ไทยแนวสร้างสรรค์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและสืบสานงานศิลปกรรมไทย อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ นับเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่ช่างฝีมือผู้สร้างสรรค์ผลงานชนะเลิศหัตถศิลป์บัวหลวงเพิ่มเติมจากเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น ๙oo,ooo บาท


มูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ในฐานะองค์กรที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยที่มุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมด้านการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง ในปี ๒๕๕๕-๒๕๕๖ นี้ ได้ริเริ่มจัดการประกวด ‘หัตถศิลป์บัวหลวง’ ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยคัดเลือกงานช่างประเภท งานสลักดุนภาชนะโลหะ เช่น ขัน โตก เตียบ ตะลุ่ม พาน คนโท กล่อง ฯลฯ ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมอนุรักษ์และสืบสานฝีมือช่างไทยให้อยู่คู่กับสังคมไทย และสนับสนุนให้ช่างศิลป์ไทยประเภทต่างๆ ได้แสดงฝีมือสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเปิดเป็นเวทีในการแสดงผลงานที่จะก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนางานฝีมือออกมาอย่างสม่ำเสมอก่อนที่จะสูญหายไปด้วยการแทนที่ของงานพาณิชย์ศิลป์


คณะกรรมการได้กำหนดให้แบ่งการประกวดเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ ประเภทหัตถศิลป์ไทยแนวประเพณี เป็นงานหัตถศิลป์ที่มีแบบอย่าง กระบวนการสร้างสรรค์ แนวความคิด เทคนิคและลวดลาย ที่ดำรงเอกลักษณ์แบบไทยประเพณี และ ประเภทหัตถศิลป์ไทยแนวสร้างสรรค์ เป็นงานหัตถศิลป์ที่มีกระบวนการสร้างสรรค์ แนวความคิด เทคนิค ลวดลาย เรื่องราวและเนื้อหาสาระที่มีการแสดงออกถึงความเป็นไทยอย่างอิสรเสรี ซึ่งงานที่ส่งเข้าประกวดทั้ง ๒ ประเภทต้องเป็นงานขึ้นรูปสลักดุน ขนาดความสูงไม่น้อยกว่า ๓o เซนติเมตร และไม่เกิน ๑๕o เซนติเมตร ทำจากโลหะต่างๆ เช่น ทองคำ เงิน ทองแดง หรือโลหะอื่นๆ อีกทั้งสามารถใช้วัสดุอื่นเป็นส่วนประกอบได้ไม่เกิน ๔o% ของชิ้นงาน กำหนดส่งผลงานเข้าประกวดในวันที่ ๑๕-๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา ๑o.oo-๑๕.๓o น. ณ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม กรุงเทพฯ และตัดสินผลงานวันที่ ๒๔-๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๖


ช่างศิลป์ที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทย สถานศึกษาและผู้ประกอบการ สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ทั้งเดี่ยวหรือกลุ่ม คนละหรือกลุ่มละไม่เกิน ๓ ชิ้น และต้องเป็นผลงานที่ไม่เคยส่งประกวดหรือจัดแสดง ณ ที่ใดมาก่อน ซึ่งรางวัลแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ๆ ละ ๓ รางวัล รวม ๖ รางวัล โดยรางวัลชนะเลิศ ได้รับถ้วยพระราชทาน พร้อมเงินรางวัล ๒ooo,ooo บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ เงินรางวัล ๑๕o,ooo บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ เงินรางวัล ๑oo,ooo บาท


ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร : o๒-๒๓o-๒๕๖o, o๒-๒๓o-๒๕๖๒
หรือทางเว็บไซต์ : //www.bangkokbank.com และ //www.queengallery.org



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"ไหมไทยราชินี คอนเสิร์ตครั้งใหม่ของ ดนู ฮันตระกูล”


แฟน ๆ 'ไอ้หนุ่มผมยาว' โปรดทราบ


หลังจากห่างเหินคอนเสิร์ตใหญ่ๆ มาหลายปี วันที่ ๑๕ สิงหาคม นี้ ดนู ฮันตระกูล นักประพันธ์และวาทยกรแนวหน้าของประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด (จิม ทอมป์สัน) จัดคอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติ “ไหมไทยราชินี” โดยศิลปินกว่าสามสิบชีวิต


อาจารย์ดนูบอกว่าไม่ได้จัดคอนเสิร์ตใหญ่มาหลายปีแล้ว เพราะต้องใช้องค์ประกอบหลายอย่าง มาถึงวันนี้มีความรู้สึกอยู่ในใจว่าพร้อมจริง ๆ


นั่นเป็นเหตุผลที่มาร่วมกับ "จิม ทอมป์สัน" เพื่อจัดงานดังกล่าว พร้อมเกริ่นนำถึงนักร้องบางคนที่จะมาร่วมแสดงในงาน ด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนให้อยากฟังว่า


สุรสีห์ อิทธิกุล ร้องเพลง ปราสาททราย เรือนแพ หยาดเพชร สองเพลงหลังเป็นเพลงสากลเก่า ซึ่งมีความงดงามในภาษาท่วงทำนอง แม้จะเคยฟังหลายหนแต่ความงามนั้นยังไม่ถ่ายทอดออกมาเสียทั้งหมด ส่วน "สุภัทรา อินทรภักดี" ขับขานเสียงหวาน ๆ ในเพลง ล่องแม่ปิง ของ จรัล มโนเพชร ดนูบอกว่าแฟนเพลงหลายคนได้ยินเสียงจะซี้ดซ้าดว่าใครกันหนอ


ยังมี สิริพงศ์ แพทย์วงษ์ นักร้องรุ่นเยาว์ ที่ดนูใช้คำว่า "พอร้องคำแรกพบว่ามันเป็นต้มยำชามอร่อยมาก เหมือนเป็นนักร้องลูกทุ่งมาไม่รู้กี่ชาติแล้ว ใครได้ฟังต้องหลงรัก"


คอนเสิร์ตคราวนี้ไม่มีเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ เหตุผลคือคนฟังจะงง ไม่สนุก จึงเลือกเพลงที่มีการบันทึกเสียงแล้วและคนชอบฟัง


"คอนเสิร์ตในบ้านเราเป็นโอกาสสร้างความสุขด้วยเสียงดนตรี ซึ่งหลากหลายกันไป เด็กชอบร็อกแอนด์โรล ผู้ใหญ่ชอบเพลงร้อง เพลงรัก เพลงหวาน คอนเสิร์ตคราวนี้สำหรับผู้ใหญ่ แต่มีเพลงตึงตัง สนุกสนาน"


คนวัยสามสิบอัพ (?) ที่ขัดใจว่าไม่มีเพลงไพเราะให้พวกเขาฟัง ต้องฟังเรื่องเล่าต่อไปนี้


"คราวที่เล่นคอนเสิร์ต “นิราศบางกอก” หลังจากนั้นสี่ห้าวันพบคนที่มาชมบอกว่า ขอบคุณมากที่เอาเพลงที่ไพเราะเหลือเกินมาเล่นให้ฟัง ตัวเขาเองอายุมากใกล้เกษียณ รู้สึกว่าแต่ละวัยที่ผ่านไป เหมือนชีวิตด้อยค่า ไม่ใช่เพราะไม่ได้ทำอะไร แต่เพราะโลกแวดล้อมที่คุ้นเคยตั้งแต่เด็กเป็นผู้ใหญ่ ค่อย ๆ เลือนหายไป เป็นโลกของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าหนัง ดนตรี ชีวิต ถนนหนทาง เหมือนไม่ใช่ที่ทางของเขาอีกต่อไป เมื่อไปชมการแสดงได้ยินเพลงที่เขาฟังเมื่อตอนเป็นสาว คนที่มาร้องเล่นก็พูดคุย บ่งบอกว่าโลกของเขายังเต็มเปี่ยมร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีอะไรขาดหายไป โลกของเขาไม่ได้หายไปไหน ถ้ามองหาก็จะเจอ ผมก็ขอบคุณเขาในใจ เพราะไม่เคยคิดแง่คิดตรงนี้ โดยเฉพาะนัยทางวัฒนธรรม"


สิ่งที่คาดหวังจากการแสดงในครั้งนี้ (อดีต) หนุ่มผมยาวบอกว่า


"คนฟังจะสนุก โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่คิดว่าไม่มีคนทำดนตรีให้ฟัง วันนั้นจะพบว่ามี อุตสาหกรรมเพลงปัจจุบันทำดนตรีให้เด็กฟัง ผู้ใหญ่ก็บอกเพลงอะไรฟังไม่ได้เลย ผู้ใหญ่เข้าใจผิดไปบ่นว่าเขา เขาไม่ได้ทำให้คุณฟัง ไม่ควรฟัง ไปเดือดร้อน ถ้าเข้าใจสักหน่อยก็ เมื่ออุตสาหกรรมไม่มีเพลงให้ผู้ใหญฟัง คนเหล่านี้ก็เหงา พอมีคนมาแสดง เขาก็จะชื่นใจ ฉ่ำใจ"


"อยากให้แฟนเพลงมาเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักแสดงกันบ้างแล้วกัน เพราะคนเล่นคนร้อง ก็อยากได้ยินเสียงตอบรับ มันจะได้มีกำลังใจทำงานต่อไป ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นผู้ให้แต่อย่างเดียว เราเป็นคนที่อ่อนแอมากเลย" (หัวเราะ)


คอนเสิร์ต “ไหมไทยราชินี” จัดแสดงวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.oo น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จองบัตรได้ที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือโทร.o๒-๒๖๒-๓๔๕๖ รายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และมูลนิธิส่งเสริมดนตรีสากลเยาวชน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net





เสพงานศิลป์อื่น ๆ ได้ที่บล็อกนี้อีกค่ะ
เสพงานศิลป์ ๔๙




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 14 สิงหาคม 2556
Last Update : 14 สิงหาคม 2556 10:18:47 น. 1 comments
Counter : 6646 Pageviews.

 
สวัสดีจ้า

ลากิจเกินกำหนดไปหลายวัน งานยังไม่เสร็จดี ขออนุญาตลาต่ออีกสักสองสามวัน อัพบล็อกเสพงานศิลป์บอกข่าวนิทรรศการก่อนงานจะวาย โดยเฉพาะงานที่จัดเนื่องในวันเฉลิมฯ บางงานจะหมดเขตวันนี้แล้ว ต้องขอบคุณเพื่อน ๆ มากที่แวะมาเยี่ยมเยียนทักทายและโหวตให้ในบล็อกที่แล้วนะคะ ไว้กลับมาเล่นบล็อกได้สบาย ๆ เมื่อไหร่ จะแวะไปหาเพื่อน ๆ จ้า


โดย: haiku วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:10:18:29 น.  

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.