happy memories
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 

เสพงานศิลป์ ๕๒




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto









"โชว์หุ่นครูไพบูลย์ บุตรขันเหมือนจริง ตั้ง 'บ้านคีตกวี”


สุริยะ บุตรขัน ทายาทครูไพบูลย์ บุตรขัน โชว์หุ่นขี้ผึ้งเหมือนจริงครูไพบูลย์ในท่านั่งเขียนหนังสือที่คืบหน้าไปกว่า50% ปีหน้าเตรียมจัดใหญ่พร้อมเปิด"บ้านคีตกวีลูกทุ่งไทย"


วันพุธที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๖ นี้ จะถึงวันครบรอบการจากไป ๓๑ ปีของ บรมครู ไพบูลย์ บุตรขัน นักแต่งเพลงที่มีผลงานอมตะฝากไว้ในวงการ อาทิ"โลกนี้คือละคร" “เบ้าหลอมดวงใจ" "มนต์รักลูกทุ่ง" "ฝนเดือนหก" “ค่าน้ำนม” ฯลฯ ซึ่งได้รับการขนานนามให้เป็น "อัจฉริยะนักแต่งเพลงอันดับหนึ่งของไทย"






สุริยะ บุตรขัน ทายาทบรมครูไพบูย์ บุตรขันให้สัมภาษณ์ทีมข่าวบันเทิง "คมชัดลึก" พร้อมพาดูหุ่นต้นแบบที่โรงหล่อ " ปฎมาพรเลิศ" ย่านกำแพงแสน จ.นครปฐม


" ตอนนี้การทำหุ่นครูไพบูลย์ บุตรขันคืบหน้าไปค่อนข้างมากแล้ว เหลือบางจุดที่ยังสรุปไม่ได้อาทิเรื่องของหน้าตาและอวัยวะบางส่วนเท่านั้น ซึ่งผมก็ได้เชิญครูสุรินทร์ ภาคศิริ กับครูสัญญา จุฬาพร ทั้งสองท่านเคยใกล้ชิดและทำงานร่วมกับครูไพบูลย์มา ก็มีจุดที่ต้องแก้ไข้คือเรื่องของบริเวณปากนิดหน่อยและมือที่ครูทั้งสองท่านบอกว่าให้ปั้นออกมาตามความเป็นจริงครับ"






ผู้สื่อข่าวถามว่าการทำหุ่นครั้งนี้จะนำไปตั้งที่ใดหลานคนเดียวของบรมครูลูกทุ่งไทยบอกว่า

" ตอนนี้ผมปรับปรุงบ้านหลังเก่าของครูไพบูลย์ที่บริเวณริมนํ้า ที่จังหวัดปทุมธานีมาตั้งแต่ปีที่แล้วตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เก็บอีกนิดหน่อย ตั้งใจว่าถ้าหุ่นครูเสร็จจะนำไปตั้งที่บ้านหลังนี้ และจะเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนรุ่นหลังหรือแฟนเพลงที่ชื่นชอบบทเพลงของครูได้มาท่องเที่ยว"


เมื่อถามถึงการทำบุญครบรอบวันเสียชีวิตของครูที่ตรงกับวันพุธที่ ๒๙ นี้จะมีการทำอะไรบ้างในปีนี้สุริยะบอกว่า

" ทุกๆปีผมจะทำบุญเลี้ยงพระเพลที่วัดสำแลจ.ปทุมธานีปีนี้ก็ยังคงจัดอยู่และด้วยการดำเนินการในส่วนของหุ่นและบ้านของครูคืบหน้าไปมาก ปีนี้ผมจึงเรียนเชิญครูบาอาจารย์และคนในวงการมาร่วมงานเพื่อที่จะได้ให้ทุกคนได้เยี่ยมชมบ้านครูไพบูลย์ และชมหุ่นขี้ผึ้งของครูด้วย ตอนแรกคิดว่าหุ่นจะเสร็จทันวันที่ ๒๙ สค. แต่ไม่ทันเพราะขั้นตอนการปั้นค่อนข้างจะพิถีพิถันมากนอกจากความเหมือนแล้ว รายละเอียดจะมากซึ่งวันทำบุญที่จะถึงนี้ผมจะนำมาให้ดูด้วย"






สำหรับหุ่นขี้ผุ้ง ครูไพบูลย์ บุตรขัน นั้น ได้เคยมีการปั้นไว้แล้ว ๑ หุ่นที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย นครปฐม ในท่ายืนถือแอคคอเดี้ยน ซึ่งปัจจุบันยังเปิดให้ชมกันอยู่ และก่อนหน้านั้น เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๔ สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่เวทีพระประแดงพลาซ่า ของคลื่นแซ่บแชนแนลเจ้าเก่าก็ได้จัดงาน รำลึกครูไพบูลย์ขึ้น เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๔ สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีศิลปินนักร้องที่มาร่วมถ่ายทอดเพลง อาทิ ศิลปินแห่งชาติ ผ่องศรี วรนุช กับ ชัยชนะ บุญนะโชติ ชินกร ไกรลาส และ นักร้องต้นฉบับเพลง”ฝนเดือนหก” รุ่งเพชร แหลมสิงห์ เทพ ทูลใจ จอมขวัญ กัลยา โดยมีหลานครู คือ สุริยะ บุตรขัน ไปร่วมขึ้นเวทีด้วย



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net













"ประกวดศิลปกรรม อมตะ อาร์ท อวอร์ด ครั้งที่ ๕”


การกลับมาของการประกวดศิลปกรรม “อมตะ อาร์ต อวอร์ด” ครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาเดินทางสร้างพันธมิตรทางศิลปะเป็นปีที่ ๕ ซึ่งปีนี้การประกวดศิลปกรรม“อมตะ อาร์ต อวอร์ด” ประจำปี ๒๕๕๖ เพื่อเป็นรากฐานในการสร้างพันธมิตรสายศิลปะ และเพิ่มความท้าทายสำหรับประลองฝีมือของศิลปิน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยในปีนี้ให้สอดคล้องกับ “อมตะคาสเซิ่ล” ที่กำลังจะเสร็จนั้น จึงได้มีการปรับรูปแบบการประกวดเป็นการจิตรกรรม และประติมากรรมต้นแบบโดยมีการกำหนดจุดสำหรับวางประติมากรรมที่ได้รับรางวัล ใน “อมตะคาสเซิ่ล” เพื่อศิลปินได้ออกแบบผลงานที่เหมาะสมกับพื้นที่ ที่กำหนดอีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์มูลนิธิและอมตะคาลเซิ่นอย่างต่อเนื่อง ให้คนทำงานศิลปะเห็นจุดหมายปลายทาง ของการทำงานด้านศิลปะของมูลนิธิอมตะในอนาคตต่อไป


ข้อกำหนด การประกวดศิลปกรรม “อมตะ อาร์ต อวอร์ด” ครั้งที่ ๕ มูลนิธิอมตะ จัดให้มีการประกวดโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ การประกวดศิลปกรรม “อมตะ อาร์ต อวอร์ด “ ครั้งที่ ๕ เปิดรับผลงานภายใต้หัวข้อ “ ......สุวรรณภูมิ.......”


ประเภทของผลงานมี ๒ ประเภท คือ

๑. ประเภทจิตรกรรม
๒. ประเภทประติมากรรมต้นแบบ


ข้อกำหนดการส่งผลงานประเภทจิตรกรรม
๑. ไม่จำกัดเทคนิค และกรรมวิธีการสร้างสรรค์
๒. จำกัดขนาดด้านกว้าง หรือด้านยาว ไม่เกิน ๒ เมตร รวมทั้งกรอบ


ข้อกำหนดการส่งผลงานประติมากรรม (ประติมากรรมต้นแบบ)

๑. ประติมากรรมต้นแบบควรเป็นวัสดุคงทนถาวร เช่น ทองเหลือง, เรซิ่น, ไม้ ฯลฯ เป็นต้น
๒. ขนาดไม่เกิน ๗o x ๗o x ๗o เซ็นติเมตร รวมฐานของประติมากรรม
๓. ต้นแบบดังกล่าวต้องสามารถขยายได้ขนาด ๗ x ๗ x ๗ เมตร รวมฐาน เป็นประติมากรรมกลางแจ้ง โดยใช้วัสดุถาวรตามที่ประติมากรกำหนด เพื่อติดตั้งที่ อมตะคาสเซิ่ล ได้
๔. สำหรับศิลปินที่ได้รับการคัดเลือก ๑o ชิ้น จะได้รับเงินรางวัลเบื้องต้น ๓o,ooo บาท และจะต้องนำเสนอประมาณการค่าใช้จ่ายในการทำงานสร้างสรรค์จริงรวมการดำเนินงานติดตั้งให้คณะกรรมการตัดสินพิจาณาในวันที่ต้องนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการคัดเลือกตัดสิน


เงื่อนไขการส่งผลงาน

๑. ผู้มีสิทธิส่งผลงานเข้าประกวดศิลปินสัญชาติไทยหรือเชื้อชาติไทย ไม่จำกัดอายุ อาชีพ ที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมด้วยความคิดของตนเอง และผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยประกวดหรือแสดงในการประกวดใด ๆ มาก่อน ศิลปินแต่ละท่านมีสิทธิ์ส่งผลงานได้ประเภทละไม่เกิน ๓ ชิ้น
๒. สำหรับผลงานประติมากรรม ต้องส่งผลงานประติมากรรมต้นแบบพร้อมแนวคิดและรายละเอียดประกอบ และหากผลงานที่ได้รับการคัดเลือก ทางมูลนิธิจะเชิญศิลปินเข้ามาชมพื้นที่จริงและนำเสนอผลงานประติมากรรมต้นแบบพร้อมรายละเอียดในการดำเนินการขยายแบบ กับกรรมการตัดสิน เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดสร้างจริง ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่ต้องทราบต่อไป
๓. การส่งผลงาน ศิลปินจะต้องส่งผลงานด้วยตนเอง หรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นนำมาส่งต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่รับสมัครตามศูนย์ที่ประกาศไว้ในระเบียบการประกวดและต้องกรอกรายละเอียดในแบบพิมพ์ตามข้อกำหนดของมูลนิธิคณะผู้ดำเนินการจะระวังรักษาศิลปกรรมทุกชิ้นที่ส่งเข้าประกวดอย่างดีที่สุด ยกเว้น ความเสียหายจากอุปัทวเหตุ หรือเหตุอันสุดวิสัย
๔. ผู้เข้าร่วมประกวดต้องกรอกรายละเอียด ในใบสมัครให้ครบถ้วนชัดเจน แนบมาพร้อมกับผลงานในวันส่งผลงาน
๕. ผู้สมัครต้องส่งผลงานจริง ระบุ ชื่อผลงาน ขนาด เทคนิค ปีที่สร้าง และแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน ส่งภายในระยะเวลาที่กำหนด
๖. คณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์ในการลดหรือเพิ่มรางวัลหนึ่งรางวัลใด ตามที่ประกาศไว้ในระเบียบ
๗. ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องไม่มีเรื่องราวเนื้อหาที่ละเมิดต่อศีลธรรม จริยธรรม
๘. ห้ามนำผลงานที่เคยส่งแล้วมาส่งซ้ำ และผลงานนั้นต้องไม่เคยได้รับรางวัลหรือจัดแสดง ณ ที่ใดมาก่อน
๙. กรรมสิทธิ์ งานศิลปกรรมทั้งสองประเภทที่ได้รับรางวัลจะตกเป็นสมบัติของมูลนิธิอมตะ
๑o. ผลงานทุกชิ้นที่ส่งเข้าประกวด ทางมูลนิธิอมตะ มีสิทธิ์ในการจัดพิมพ์เผยแพร่ผลงานลงในสูจิบัตร และเอกสารสิ่งพิมพ์ สารสนเทศสมัยใหม่ทุกชนิด รวมทั้งลิขสิทธิ์ในการทำซ้ำ ดัดแปลงผลงาน เพื่อเผยแพร่ผลงานของศิลปินดังกล่าวให้เป็นที่แพร่หลาย โดยทั้งนี้ทางมูลนิธิจะทำหนังสือเพื่อขอรับความยินยอมจากศิลปิน และในการผลิตผลงานเพื่อการจำหน่ายใด ๆ ในเชิงพาณิชย์ศิลปินยังคงได้รับค่าลิขสิทธิ์ในผลงานเป็นจำนวน ๔o % ของมูลค่าผลงานหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว
๑๑. ภายหลังจากการประกาศผลงรางวัล ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดที่ไม่ได้ผ่านการคัดเลือก ให้นำบัตรประชาชนมาขอรับผลงานคืนจากมูลนิธอมตะ ได้ที่ “อมตะคาสเซิ่ล” ในนิคมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี


การส่งผลงาน
กำหนดการส่งงานวันที่ ๔ - ๖ ตุลาคม ๒๕๕๖ ณ อมตะคาสเซิ่ล ในนิคมอุตสหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี


การตัดสินผลงาน
ประติมากรรม รอบแรก วันเสาร์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๖
จิตรกรรมและประติมากรรม รอบตัดสิน วันที่ ๒๖ - ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๖
ประกาศผลการตัดสิน วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๗ พร้อมจัดแสดงผลงาน “อมตะคาสเซิ่ล” ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี


คณะกรรมการตัดสิน
สาขาจิตรกรรม ประกอบด้วย

1. อาจารย์จุลทัศน์ พยาฆรานนท์ กรรมการ
2. ศาสตราจารย์อิทธิพล ตั้งโฉลก กรรมการ
3. ศาสตราจารย์วิโชค มุกดามณี กรรมการ
4. รองศาสตราจารย์รุ่ง ธีระพิจิตร กรรมการ
5. อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร กรรมการ
6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิกร คงคา กรรมการ
7. อาจารย์ชูศักดิ์ วิษณุคำรณ กรรมการ
8. นายธวัชชัย สมคง กรรมการ
9. อาจารย์วีรเดช พนมวัน ณ อยุธยา เลขานุการ


สาขาประติมากรรม ประกอบด้วย

๑. ศาสตราจารย์ กิตติคุณ กำจร สุนพงษ์ศรี กรรมการ
๒. ศาสตรเมธีนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน กรรมการ
๓. อาจารย์ชิน ประสงค์ กรรมการ
๔. อาจารย์ศราวุธ ดวงจำปา กรรมการ
๕. อาจารย์ชูศักดิ์ วิษณุคำรณ กรรมการ
๖. นายวิวัฒน์ กรมดิษฐ์ กรรมการ
๗. อาจารย์วีรเดช พนมวัน ณ อยุธยา เลขานุการ


การตัดสินของคณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินถือว่าเป็นที่สุด จะอุทธรณ์มิได้


เงินรางวัล
เงินรางวัลสาขาจิตรกรรม พร้อมเหรียญรางวัล ทอง เงิน นาค (ตามลำดับ )
รางวัลที่ ๑ จำนวน ๑ รางวัล เป็นเงิน ๓oo,ooo บาท
รางวัลที่ ๒ จำนวน ๒ รางวัล เป็นเงิน ๒oo,ooo บาท
รางวัลที่ ๓ จำนวน ๓ รางวัล เป็นเงิน ๑oo,ooo บาท
เงินรางวัลสาขาประติมากรรม (ประติมากรรมต้นแบบ)
รางวัลดีเด่น จำนวน ๑o รางวัล รางวัลละ ๓o,ooo บาท

โดยผู้ได้รับรางวัลดีเด่นจากผลงานประติมากรรมต้นแบบจะต้องนำเสนอรายละเอียดต่าง ๆ ในการทำงานสร้างสรรค์จริง อาทิ วัสดุ กลวิธี (TECHNIQUE) ฯลฯ ต่อคณะกรรมการคัดเลือกตัดสิน เพื่อพิจารณาประกอบเพื่อให้สามารถสร้างได้จริง ติดตั้ง ณ สถานที่จริง
รางวัลชนะเลิศ จำนวน ๓ รางวัล รางวัลละ ๒oo,ooo บาท (เงินรางวัลดังกล่าวนี้ผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องถูกหักภาษี เพื่อนำส่งให้กับกรมสรรพากร ตามประมวลกฎหมายรัษฎากรด้วย )
Tel. o๘๘-๙๘๑-๓๘o๙
E-mail: amataart@gmail.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุค













"งานศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๕๙”


ยังคงเป็นที่จับตามองเหมือนทุกปีที่ผ่านมา สำหรับ "การประกาศผลการตัดสินผลงานศิลปกรรมแห่งชาติ" ที่ดำเนินมาเป็นถึงครั้งที่ ๕๙ แล้ว หากเป็นคนในวงการศิลปะคงทราบกันดีว่า การจัดแสดงศิลปะแห่งชาติเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ โดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ยาวนานมาเป็นเวลา ๖๔ ปี จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ศิลปินได้มีโอกาสแข่งขันกันอย่างสร้างสรรค์ และให้ผลงานศิลปกรรมมีระดับสูงถึงขั้นมาตรฐานทัดเทียมกับนานาชาติ ตลอดจนให้ประชาชนทั่วไปได้มีความรู้ความเข้าใจ และมีโอกาสชื่นชมความงดงามของศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยมากขึ้น


โดยปีนี้ผลการประกวดแบ่งเป็น ๔ ประเภท ได้แก่ ประเภทจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และสื่อประสม ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าทุกประเภทไม่มีผู้ใดได้รับรางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ ๑ เหรียญทองเลย โดยผลการตัดสินมีดังนี้ ประเภทจิตรกรรม รางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ ๒ เหรียญเงิน "ระนาบแสงริมน้ำ หมายเลข ๒" ของบุญศรี เจริญยิ่ง และผลงาน "ดุนยา (โลกปัจจุบัน) อาคีเราะฮฺ (ปรโลก)" ของยามีล๊ะ หะยี และรางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ ๓ เหรียญทองแดง ได้แก่ ผลงาน "ทุกข์กรรมวาดเส้น" ของกิตติศักดิ์ เทพเกาะ, ผลงาน "อาเนาะ อาเญาะฮ" ของคีต์ตา อิสรั่น, ผลงาน "ปลายทางชีวิต" ของประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์ และผลงาน "ก่อรูป (๑)" ของสุพร แก้วดา


ประเภทประติมากรรม รางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ ๒ เหรียญเงิน ผลงาน "ขยอก สเตนเลส" ของอริยะ กิตติเจริญวิวัฒน์ และรางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ ๓ เหรียญทองแดง ผลงาน "ทวิภาวะ" ของเทิดทูน คำมงคุณ


ประเภทภาพพิมพ์ รางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ ๒ เหรียญเงิน ได้แก่ ผลงาน "Debris oftime" ของจักรี คงแก้ว และผลงาน "สาระ สัจ ความจริง หมายเลข ๒o" ของบุญมี แสงขำ และรางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ ๓ เหรียญทองแดง ผลงาน "ร่อง-รอย-ยิ้ม (ครอบครัวตาเยะ) หมายเลข ๑" ของอนีส นาคเสวี


สุดท้าย ประเภทสื่อประสม รางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ ๒ เหรียญเงิน ผลงาน "โครงสร้างของความทรงจำ" ของธิดารัตน์ ชุ่มจังหรีด และรางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ ๓ เหรียญทองแดง ผลงาน "Ceremonial Rhapsody" ของวรัญญู ช่างประดิษฐ์ และผลงาน "วัฏจักรวิถี หมายเลข ๑" ของหทัยรัตน์ รอดแก้ว


สำหรับ ประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์ เจ้าของผลงาน "ปลายทางชีวิต" ประเภทจิตรกรรมที่คว้ารางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ ๓ เหรียญทองแดง ได้กล่าวว่า เคยส่งผลงานเข้ามาประกวดและคว้าทั้งรางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ ๑ เหรียญทอง และอันดับ ๒ เหรียญเงินมาแล้ว ถึงแม้ครั้งนี้ได้เพียงเหรียญทองแดงก็ไม่รู้สึกเสียดายหรือเสียใจ เนื่องจากเป็นการได้ต่อยอดและพัฒนาตนเองไปเรื่อย ๆ เพราะปัจจุบันเป็นอาจารย์ศิลปะ จึงอยากนำเอาประสบการณ์ในการประกวดไปถ่ายทอดให้นักเรียนนักศึกษาได้ทราบ และจุดประกายความคิดด้วย


ผลงานที่เคยได้รับรางวัลที่ผ่านมาส่วนใหญ่สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด "สัจธรรมของชีวิต" ชี้ให้เห็นความไม่เที่ยงของกาย โดยความผลงาน "ปลายทางชีวิต" ปรับเปลี่ยนจากภาพนามธรรมเป็นรูปธรรมมากขึ้น ใช้ชายแก่ชราเป็นสัญญะ และมีองค์ประกอบเพิ่ม อย่างดอกบัวแห้งและอีกา ที่จะช่วยส่งอารมณ์ให้ภาพ สะท้อนสัจธรรมชีวิตที่เป็นความจริง หากทุกคนเข้าใจจะทำให้ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข ไม่ประมาท และไม่ลุ่มหลงกับกิเลสจนเกินไป


"การส่งประกวดเป็นการฝึกฝนและท้าทายกับความสามารถของตัวเราเอง เป็นการได้นำงานไปสู่สาธารณชน ให้คนได้เห็นและศึกษา ที่กำลังฝึกฝนจะได้ค้นพบตัวเองและเทคนิคใหม่ ๆ อีกทั้งในฐานะอาจารย์ เหมือนได้เป็นต้นแบบให้ลูกศิษย์ได้เห็นว่า อาจารย์ก็ไม่ได้หยุดที่ฝึกฝนและลองสิ่งใหม่เช่นกัน" ประดิษฐ์เผย


ขณะที่ศิลปินหน้าใหม่อย่าง ธิดารัตน์ ชุ่มจังหรีด กับผลงาน "โครงสร้างของความทรงจำ" ที่คว้ารางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ ๒ เหรียญเงิน ประเภทสื่อประสม หยิบเอาความรู้สึกคิดถึงบ้านมาบอกเล่าผ่านเทคนิคกระบวนการดัดลวดให้เป็นรูปทรง ให้เกิดการระลึกถึงและตระหนักถึงสิ่งที่เลือนหายไปแล้ว และให้ผู้ชมตีความถึงต้นแบบวัสดุเหล่านั้นผ่านประสบการณ์ของแต่ละคน โดยครั้งนี้เลือกเอาโครงสร้างสิ่งของเครื่องใช้ภาพในบ้านหลังเก่าที่ต่างจังหวัดมาถ่ายทอด ตลอดจนเป็นแสดงถึงความคิดถึงอดีต และเป็นผลงานที่ตั้งใจทำอย่างมาก


ศิลปินยังกล่าวต่อด้วยว่า "การหยิบเรื่องใกล้ตัวมาสร้างผลงานถือเป็นสิ่งสำคัญกับศิลปินรุ่นใหม่ที่ต้องการจะก้าวสู่เวทีประกวด เพราะการบอกเล่าเรื่องใกล้ตัวจะทำให้เราถ่ายทอดออกมาได้ดีกว่าการหยิบเอาเรื่องไกลตัวมาพูด เพราะประสบการณ์ยังน้อย แต่ขณะเดียวกันเราเองก็ต้องค้นคว้าหาความรู้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะนำมาเป็นแรงบันดาลใจสร้างผลงานต่อไป"


ผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งหมดจะมีการจัดแสดงภายในนิทรรศการ "การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๕๙" ร่วมด้วย "การแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์ ครั้งที่ ๓o" ตั้งแต่วันที่ ๔ - ๒๗ กันยายน ๒๕๕๖

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเรือเอกหม่อมหลวงอัศนี ปราโมช องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในการเปิดนิทรรศการ ในวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.๓o น. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ และโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ไปจัดแสดงเป็นสิริมงคล รวมทั้งผลงานศิลปกรรมที่ได้รับการคัดเลือกร่วมแสดงอีก ๗๖ ชิ้น.


หลังจากนี้แล้วจะมีการนำผลงานไปสัญจรในส่วนภูมิภาค ณ สถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ดังนี้

- ณ หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี
- ณ หอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จังหวัดปัตตานี
- ณ หอศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา
- สำนักวัฒนธรรม หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
- ณ หอศิลปจำปาศรี (สถาบันวิจัยศิลปวัฒนธรรมอีสาน) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
- ณ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
- ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.net
เฟซบุคหอศิลป์ ม.ศิลปากร













"ประกวด ผลงานจิตรกรรม นานมี ไฟน์ อาร์ต อะวอร์ด ครั้งที่ ๘”


ขอเชิญประชาชนทั่วไปและผู้ที่ใจรักด้านศิลปะ ร่วมประกวด ผลงานจิตรกรรม " นานมี ไฟน์ อาร์ต อะวอร์ด ครั้งที่ ๘" ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อ " สีสันเมืองไทย " ซึ่ง บริษัท นานมี จำกัด และ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรมจัดขึ้น เพื่อเปิดกว้างให้ศิลปินมือสมัครเล่นและมืออาชีพได้สร้างสรรค์ผลงานและถ่ายทอดมุมมองของประเทศไทยซึ่งมีสีสันตามความคิดและจินตนาการ เพื่อให้คนไทยได้ร่วมรับรู้ และร่วมกันรักษาสีสันเมืองไทยให้คงอยู่ตลอดไป โดยมี คณาจารย์ด้านศิลปะชั้นนำของไทย อาทิ อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร,รองศาสตราจารย์ทินกร กาษรสุวรรณ, รองศาสตราจารย์พิเชษฐ์ เปียร์กลิ่น, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยวุฒิ ร่วมฤดีกูล, อาจารย์ศักชัย อุทธิโท, อาจารย์สมพร แต้มประสิทธิ์ และ อาจารย์วีรเดช พนมวัน ณ อยุธยา เป็นกรรมการตัดสิน


สำหรับผลงานที่เข้าประกวดกำหนดให้ใช้สีน้ำ สีน้ำมัน หรือสีอะคริลิก สนใจ ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ - ๒๕ ตุลาคมนี้ ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซท์ nanmee.com


ส่งผลงานด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ (ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ) โดยส่งมาที่ บริษัท นานมี จำกัด เลขที่ ๑๔๖ ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ ๑o๕oo โทร. o๒-๖๔๘-๘ooo หรือ nanmee.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
nanmee.com
thailandexhibition.com













"นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยLabyrinth of My Mind”


ซอกแซกงานศิลป์กลับมาบอกเล่าความเคลื่อนไหวในแวดวงศิลปวัฒนธรรมอีกครั้ง นิทรรศการศิลปกรรม อาร์ตแคมป์ ผลงานทั้งหมดยังคงแสดงต่อเนื่องจากนี้ถึง ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป ถนนเจ้าฟ้า สนามหลวง


Labyrinth of My Mind นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยผลงานของ กมล ตามสีวัน ศิลปินรุ่นใหม่ที่สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นด้วยการใช้เส้น ฝีแปรงที่มีเอกลักษณ์ นิทรรศการครั้งนี้ศิลปินถ่ายทอดเรื่องราวภายในจิตใจของมนุษย์ที่มีหลากหลายมิติ แสดงถึง ๑๕ กันยายน ๒๕๕๖ ณ ก้อยอาร์ตแกลเลอรี่


อีกความเคลื่อนไหวในพื้นที่ศิลปะหอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิทรรศการ Sound Reffllection of Urban Life ของ ฉันทวุฒิ สุวรรณหงษ์ ศิลปินสร้างสรรค์ศิลปะเชิงนามธรรมโดยผลงานทั้งหมดเตรียมเผยแพร่ในวันที่ ๒๗ สิงหาคม ต่อเนื่องถึง ๙ กันยายน ๒๕๕๖


นิทรรศการศิลปะสิ่งทอ Textile Emotion คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครนำเสนอผลงานศิลปะที่เกิดจากจินตนาการ ผสมผสานกับสภาพแวดล้อมในสังคมที่พบเห็นสร้างสรรค์จากสิ่งทอหลายรูปแบบ ฯลฯ แสดงต่อเนื่องถึง ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ ที่ริเวอร์ซิตี้อาร์ตโซน ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้...สัปดาห์หน้ามีความเคลื่อนไหวที่ไหน อย่างไร กลับมาติดตามซอกแซกงานศิลป์กันได้อีกครั้งที่นี่ที่เดิม.



ภาพและข้อมูลจากเวบ
dailynews.co.th













"เทศกาลหนังขายยา ครั้งที่ ๒”


เชิญชมเทศกาลหนังขายยาครั้งที่ ๒ : Fire in the Blood และเวทีวิชาการ “การค้าเสรีกับการเข้าถึงยาของประชาชน” จะจัดในวันอาทิตย์ที่ ๑ กันยายนนี้ เวลา ๑o.oo - ๑๗.oo น. ณ ห้องประชุม ๗o๒ อาคาร ๘o ปีเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


“FIRE IN THE BLOOD” - Medicine, Monopoly and Malice หรือ “เพลิงในเลือด” - ยา การผูกขาด การปองร้าย เป็นภาพยนตร์เชิงสารคดีที่ชนะเลิศมาแล้วหลายรางวัล ไม่ว่าจะเป็น 2013 Doxa Feature Documentary Award ในงาน Doxa documentary Film Festival ที่แวนคูเวอร์ และรางวัล ๒o๑๓ Justice Matters Award ที่ Washington DC International Film Festival และยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grierson British Documentary Award ที่ประเทศอังกฤษ สาขา “ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม”


เป็นภาพยนตร์ซึ่งบอกเล่าถึงเส้นสนกลในที่บรรษัทยาข้ามชาติ และรัฐบาลชาติตะวันตก ร่วมมือกันสร้างเงื่อนไขทางการค้า ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงยารักษาโรคเอดส์ในราคาที่เป็นธรรมในทวีปแอฟริกา รวมทั้งประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ทั่วโลก หลังจากปี ๑๙๙๖ เป็นต้นไป สะท้อนเรื่องราวการต่อสู้ของผู้คนที่ไม่คิดที่จะยอมจำนนต่อการเอารัดเอาเปรียบและความอยุติธรรม และร่วมมือกันที่จะหยุด “ฆาตกรรมหมู่แห่งศตวรรษ” เพื่อช่วยชีวิตผู้ติดเชื้อเอชไวอีจำนวนนับไม่ถ้วนทั่วโลก


“FIRE IN THE BLOOD” กำกับโดย DYLAN MOHAN GRAY เทศกาลหนังขายยาครั้งที่ ๒ นี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมโหมโรงก่อนการฉลอง ๑๐๐ ปี วิชาชีพเภสัชกรรมและการศึกษาเภสัชศาสตร์ของไทย ในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ ที่จัดโดยมูลนิธิเภสัชศาสตร์เพื่อสังคม ร่วมกับภาคีเครือข่ายวิชาการ เครือข่ายผู้ป่วย และเครือข่ายผู้บริโภค เพื่อร่วมกันสร้างความเข้าใจในกลุ่มเภสัชกร นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์และประชาชนทั่วไปที่สนใจ


กำหนดการในงานเทศกาลหนังขายยาครั้งที่ ๒ นี้ เริ่มด้วย การชมนิทรรศการ จับจ่าย ชม ชิม อาหาร และผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ในงานออกร้าน กินเปลี่ยนโลก ต่อด้วยการดูหนัง และเสวนาวิชาการ รายละเอียดดังนี้

๑o.oo - ๑๓.oo น. - ร่วมชมนิทรรศการ ออกร้าน กินเปลี่ยนโลก กับ มูลนิธิชีววิถี มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, มูลนิธิสุขภาพไทย และเครือข่าย
๑๓.oo - ๑๓.๑๕ น. - รศ.ดร.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ - เกริ่นนำเข้าสู่ภาพยนตร์
๑๓.๑๕ - ๑๕.oo น. - ฉายหนังสารคดี Fire in the Blood (เพลิงในเลือด)
๑๕.oo - ๑๗.oo น. - เสวนาแลกเปลี่ยนท้ายหนัง “การค้าเสรีกับการเข้าถึงยาของประชาชน”

• เชื่อมโยงเหตุการณ์ในสารคดีกับสถานการณ์ในไทย โดย นิมิตร์ เทียนอุดม - ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์

• เชื่อมโยงการผลิตยาในไทย กับสถานการณ์ผลิตยาในโลก โดย ภญ.อัจฉรา เอกแสงศรี - ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม

• วิจารณ์หนังสารคดี Fire in the Blood โดย สุภาพ หริม - บรรณาธิการ Bioscope

• การเมืองระหว่างประเทศ ทุนนิยมโลกาภิวัตน์ครองโลก โดย อ.สุรัตน์ โหราชัยกุล - ผู้อำนวยการศูนย์อินเดียศึกษา รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ดำเนินรายการโดย กรรณิการ์ กิจติเวชกุล

งานนี้เข้าชมฟรี ผู้สนใจสามารถลงชื่อจองที่นั่งชมภาพยนตร์และฟังการเสวนาที่ docs.google.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th













"สะท้อนความทรงจำผ่านผิวผ้า”


ช่องทางการถ่ายทอดความทรงจำให้ผลิดอกออกผลมาเป็นรูปธรรม ถือว่าเป็นเรื่องของวิถีของแต่ละบุคคลถนัด และครั้งนี้ที่ "หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน" กำลังจัดแสดงนิทรรศการ "เมมโมนิกอส" หรือ "ศิลปะความทรงจำในสิ่งทอร่วมสมัย" ซึ่งได้รับเกียรติจากภัณฑารักษ์ชาวญี่ปุ่น โยชิโกะ อิวาโมโต้ วาดะ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอ และผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับ "ชิโบริ" ที่กลายเป็นตำนานและตำราสำหรับผู้สนใจด้านสิ่งทอทั่วโลกรวบรวมผลงานมาโชว์ในครั้งนี้


สำหรับนิทรรศการ โยชิโกะ อิวาโมโต้ วาดะ เล่าว่าได้คัดสรรและรวบรวมผลงานของศิลปินจำนวน ๒๙ คน จากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลกมาจัดแสดง โดยผลงานที่ศิลปินแต่ละคนนำมาแสดงล้วนแล้วแต่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่ส่งอิทธิพลต่อพวกเขาและเธอ อีกทั้งยังเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงไปถึงวัสดุที่บรรดาศิลปินเลือกใช้ รวมไปถึงกระบวนการผลิตผลงานของแต่ละคนอีกด้วย จึงนับว่าเป็น "นิทรรศการศิลปะที่สำรวจสิ่งทอร่วมสมัยในระดับโมเลกุล" เลยก็ว่าได้






"นิทรรศการนี้มีความหลากหลายของการแสดงออกทางศิลปะผ่านวิธีการต่าง ๆ ทั้งการย้อมสี การลงสี การทอ การเย็บ การพิมพ์ การแกะสลักด้วยเลเซอร์ การถ่ายเทความร้อน และการเคลือบโลหะในสูญญากาศลงบนผืนผ้า ศิลปินแต่ละท่านได้สะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว ความตระหนักรู้ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ค่านิยมทางวัฒนธรรม รวมไปถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของตัวเองอันเป็นลักษณะเฉพาะ ทว่าสิ่งหนึ่งที่ศิลปินเหล่านี้มีเหมือนกัน คือ ความกระหายใคร่รู้ที่มีต่อสิ่งทอและผืนผ้าในทุกแง่มุกทุกมิติ และความหลงใหลในความคิดที่ว่าผืนผ้านั้นได้เก็บรักษาไว้ซึ่งความทรงจำที่เกิดขึ้น" ภัณฑารักษ์ชาวญี่ปุ่น กล่าวถึง ผลงานที่นำมาจัดแสดง


อย่างศิลปินสาวชาวไทย หทัยรัตน์ มณีรัตน เจ้าของผลงาน "บันทึกจากวิถีชนบท ๒" เมื่อสนใจเทคนิคการทอผ้าเป็นพิเศษอยู่แล้ว เมื่อไปเจอกับเครื่องใช้ต่าง ๆ กระสวยทอผ้า ตะกรน เศษผ้า หรือผ้าถุง ถูกทิ้งร้างทำให้รู้สึกเสียดาย เพราะของใช้ทุกชิ้นล้วนมีประวัติศาสตร์ พอเลิกใช้ก็กลายเป็นของที่ตายแล้ว จึงหยิบของเหล่านั้นขึ้นมานำเสนอใหม่ในรูปแบบของ "สถูปเจดีย์" เพื่อเป็นที่ระลึกถึงและเป็นที่เก็บของถูกทิ้ง ส่วนศิลปินสาวชาวอิเหนา เรสตู รัตนา นิงทายาส เลือกหยิบเอาสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวอย่าง ผ้าบาติก มาปะทะกับความทรงจำในอดีตและความฝันโดยไม่ลืมใส่ความหมายให้กลายเป็นผลงานชื่อ "Merantai/Chaining #" โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ ภาพวาดแอนิเมชั่น และผ้าปูโต๊ะทำจากผ้าบาติกเว้นช่องว่างตรงกลางให้เป็นพื้นสีขาวเพื่อฉายภาพลงไปบนบริเวณดังกล่าว






ฝากอาร์ทติสหนุ่มเลือดไทยผู้มีความเชี่ยวชาญด้านผ้าถักเป็นพิเศษ อรรถพล สุจิรภิณโญกุล เลือกเอาความสนใจของตัวเองผนวกกับแรงบันดาลใจซึ่งได้จาก "กระหล่ำม่วงที่มีหิมะเกาะพราวไปทั้งหัว" มาพัฒนาผลงานจนได้เป็น "เบาะนั่ง" โดยใช้เทคนิคถักเชือกเป็นวงกลมด้วยฝ้ายและโพลีเอสเตอร์ตามความถนัด สร้างอารมณ์จนได้บรรยากาศภาพความทรงจำสมัยโบราณที่คุณยายนักถักนิตติ้ง ขณะที่ เอก ทองประเสิรฐ นำเสนอผลงานโดยภาพวิดีโอแฟชั่นโชว์ โดยเจ้าตัวได้รับแรงบันดาลใจมาจาก "เจ้าชายน้อย" สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเด็กในตัวของทุกๆ คน


หรือแม้แต่ "ความทรงจำบนซองชา" ของศิลปินสาวแนวฟิกเกอร์ราตีฟชาวสวิต มาสชา มิโอนิ ผู้ริเริ่มและร่วมก่อตั้งทีมศิลปะแห่งการสวมใส่ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ครั้งนี้เธอเลือกพลิกฟื้นซากถุงชาใช้แล้วถึง ๕,ooo ใบ ผ่านเทคนิกการเย็บติดกันด้วยมีเส้นไหมและผ้าไหมออแกนซ่า จนกลายเป็นชุดเดรสสุดชิคกับผลงาน "Rooibos Teabag Dress" ด้วยว่าต้องการปลุกความทรงจำในวันวานเมื่อครั้งที่เธอจิบชาทุก ๆ วัน ขณะฝังตัวอยู่ในประเทศแอฟริกาใต้...ถ้าอยากรู้ว่านานกี่ปีลองจิ้มเครื่องคิดเลขคำนวณดูได้






อีกหนึ่งผลงานของ เหวิน ยิน ฮวง ศิลปินสาวชาวไต้หวัน เธอหยิบความทรงจำสมัยเด็กๆ ในช่วงที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะสงครามมาบอกเล่าผ่าน "Military Coat และ Memory Clothes-1" เพื่อต้องการสื่อถึงเครื่องแบบทหารที่เจ้าตัวและพี่ชายเคยสวมใส่ โดยใช้เทคนิคการทอผ้าซึ่งเส้นพุ่งเป็นเส้นใยโลหะ ต่างจากสองศิลปินหนุ่มชาวฮ่องกง-จีน "กัวเซียง หยวน - คินโยะ เจียง" นำผลงาน "The Lute Tune-III" แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวความทรงจำที่เกี่ยวข้องความทันสมัย โดยศิลปินได้นำเอาเสื้อผ้ามาฝังทับด้วยโลหะผ่านขบวนการนำกระแสไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบนำตัวโลหะไปแปะบนผิวชิ้นงาน จากนั้นก็อัดโดยแรงดันมหาศาลทำให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน


ยังมีความทรงจำอีกหลากหลายรูปแบบให้ตามหาในนิทรรศการ "เมมโมนิกอส : ศิลปะความทรงจำในสิ่งทอร่วมสมัย" เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๖ - ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ บ้านหอศิลป์จิม ทอมป์สัน



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net













"ชีวิตในธรรมชาติ”


หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดลนำเสนอนิทรรศการ “ชีวิตในธรรมชาติ” ศิลปะภาพพิมพ์ภายใต้แนวความคิดเกี่ยวกับความงดงามแห่งธรรมชาติ และมนต์เสน่ห์ของทิวทัศน์อันร่มรื่นด้วยพืชผลต้นไม้


โดยสร้างสรรค์ผ่านทักษะกระบวนการภาพพิมพ์อันหลายหลากของ ๔ ศิลปินรุ่นใหม่ คือ ผลงานภาพพิมพ์เทคนิคผสมซึ่งซับซ้อนด้วยขั้นตอนมากมายของจิรวิทย์ เสริฐสิทธิ์ ผลงานภาพพิมพ์ตะแกรงไหมที่มีความคมชัดละเอียดอ่อนดุจภาพถ่ายของโจชัว แพร์รี่ ผลงานภาพพิมพ์แกะไม้สีน้ำมันบนผ้าใบที่สว่างสดใสของไชยยา วรรณเลิศ และผลงานภาพพิมพ์แกะไม้อันวิจิตรบรรจงของสุรศักดิ์ สอนเสนา


นิทรรศการ : “ชีวิตในธรรมชาติ”
ศิลปิน : จิรวิทย์ เสริฐสิทธิ์, โจชัว แพร์รี่, ไชยยา วรรณเลิศ และสุรศักดิ์ สอนเสนา
ภัณฑารักษ์ : สมพร รอดบุญ
วันที่ : ๑๗ กันยายน – ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : ดีโอบีหัวลำโพง แกลเลอรี่
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล โทร: o๒-๔๒๒-๒o๙๒, o๘๖-๘๙o-๒๗๖๒
แฟกซ์: o๒-๔๒๒-๒o๙๑
เว็บไซต์ : ardelgallery.com













ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com












"การเดินทาง”


ควันไฟเอื่อย ๆ จากใบไม้แห้ง มูลฝอยต่างๆที่ถูกสุม ลอยเข้ามาคละคลุ้งกับกลิ่นข้าวเหนียวสุกใหม่หอมจากหวดไม้ไผ่ ยามเย็นที่หมู่บ้านนั้นข้าพเจ้าได้วิ่งเล่นอย่างไร้ทุกข์ร้อน ในมือถือข้าวเหนียวอุ่น ๆ ที่ทาปาด ด้วยแจ่วบ่องฝีมือของแม่ เล่นไปกินไปจนมืดค่ำ…..






ในวัยนั้นข้าพเจ้าหอบหิ้วสื่อกกที่ร่วมกันทอกับแม่และยาย เดินทางนำไปแลกสินค้าอื่น ๆ กับต่างอำเภอ หนทางและสถานที่ เป็นดั่งภาพฝันชุมชนที่ใช้ตะเกียงน้ำมันให้แสงสว่าง ความเป็นอยู่แสนเรียบง่าย อิงแอบกับธรรมชาติอย่างแยกกันไม่ออก งานไร่ งานนา งานบุญประเพณีตามฤดูกาลที่สัมพันธ์กับการทำมาหากินในท้องถิ่น ฯลฯ แม้จะทุกข์ยากลำบาก แต่ทำไมจึงเปี่ยมสุขเช่นนี้หนอ ข้าพเจ้ารำพันยามเมื่อรำลึกถึงอดีตนั้นการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้เปรียบเสมือนการเดินทางกลับไปในความรื่นรมย์ในสิ่งนั้น






นิทรรศการ : การเดินทาง (Journey)
ศิลปิน : ประสิทธิ์ วิชายะ
ภัณฑารักษ์ : อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ คณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ม.ศิลปากร
วันที่ : ๑๖ สิงหาคม – ๒๕ กันยายน ๒๕๕๖
สถานที่ : หอศิลป์ตาดูไทยยานยนตร์ ชั้น ๒ โชว์รูมรถมิตซูบิชิ (ใช้ทางเข้าด้านข้างอาคาร ซอยสุขุมวิท ๘๗)



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"ทุกข์ สุข สติ”


ในการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์ หนีไม่พ้น คำว่า ความทุกข์ และความสุข ที่วนเวียนมาพบเราไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งเสมอ ความทุกข์และความสุขอยู่ที่ใจเรา เมื่อเราดำรงชีวิต อย่างมีสติ คือทุกข์ก็มีสติตั้งรับ ความทุกข์ก็จะอยู่กับเราไม่นานนัก


เวลาสุขก็ควรสุขอย่างมีสติ อย่าหลงระเริงกับความสุข เพราะถ้าเรามัวหลงอยู่กับความสุขโดยขาดสติ ความทุกข์ที่ใหญ่หลวงอาจจะตามมาโดยไม่รู้ตัว ผลงานชุดนี้ จึงต้องการสื่อถึง การมีสติในการใช้ชีวิต เพราะบางครั้งการขาดสติในบางเวลาอาจทำให้เกิดความทุกข์และการสูญเสียต่อตนเองและผู้อื่นได้ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงต้องการนำเสนอผลงานในรูปแบบจิตรกรรม เพื่อเตือนสติให้ผู้ชมผลงาน สามารถหยุดคิดและกลับไปใช้ชีวิตให้มีสติมากขึ้น


พิธีเปิดนิทรรศการในวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.oo น.


นิทรรศการ : “ทุกข์ สุข สติ” (Griefs Happiness Consciousness)
ศิลปิน : กัญจน์คชา คงคามี
วันที่ : ๑๔ -๒๙ กันยายน ๒๕๕๖
สถานที่ : ห้องนิทรรศการชั้น ๑ ห้อง ๑ – ๒ หอศิลป์จามจุรี
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อศิลปิน : o๘๖-๖๙๔-๖๑๗๕



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"เอสพลานาดอาร์ตเวริ์คช๊อพ คอร์สสำหรับคนรักศิลปะ”


เอสพลานาดอาร์ตแกลลอรี่เปิดเวทีสำหรับคนรักที่จะสร้างศิลป์ พร้อมรับสิทธิพิเศษ ร่วมจัดแสดงผลงานศิลปะในนิทรรศการ “ESPLANADE ART WORKSHOP SHOW”ครั้งที่ ๑ ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๖ (ค่าธรรมเนียมและจัดทำสูจิบัตรประมาณ ๑,ooo-๑,๕oo.-/แล้วแต่จำนวนผู้ร่วมแสดงผลงาน)


“บุคคลทั่วไป” เรียน ๑o ครั้ง ๆ ละ ๓ ชั่วโมง (รวม ๓o ชั่วโมง) ราคา ๔,๕oo พิเศษ ๓,๙oo เฉลี่ยชั่วโมงละ ๑๓o.- ( ไม่รวมอุปกรณ์ ) ผู้เรียนต้องจัดหาอุปกรณ์มาเองตามรายละเอียดที่จะแนบให้และมีจัดจำหน่าย เวลาเรียนเสาร์-อาทิตย์ รอบบ่าย--เวลา ๑๓.oo-๑๖.oo น. รอบค่ำ---เวลา ๑๗.oo-๒o.oo น. เรียนรู้เทคนิคการสร้างงานศิลปะกับศิลปินและครูผู้สอนศิลปะ ศิลปะเบื้องต้น วาดเส้นเบื้องต้น หุ่นนิ่ง สีน้ำ สีอะคริลิค หมึกจีน ปั้นดินต้ แบบ ฯลฯ พร้อมอบรม “อยู่อย่างศิลปินที่มีศิลปะกับเทคนิคการมีตัวตน และอัตลักษณ์เฉพาะส่วนตน”โดยสล่าวารินท์ ใจจรรย์ทึก


“ศิลปะเด็ก” ๔-๑๔ ปี (รวมอุปกรณ์ ) เรียน ๓o ชั่วโมง ราคา ๔,๕oo พิเศษ ๓,๙oo
เฉลี่ยชั่วโมงละ ๑๕o.- ( รวมอุปกรณ์ ) เวลาเรียนเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๑๓.oo-๑๖.oo น. และ ๑๗.oo-๒o.oo น.เสริมสร้างลักษณะนิสัยในศิลปะด้วยความสนุกกับครูผู้สอนศิลปะเด็ก สีไม้ สีชอล์ค สีโปสเตอร์ สีน้ำ งานประดิษฐ์ ตัดปะติดเป็นศิลป์ เพ้นท์ปกสมุดสุขใจ ปั้นดิญี่ปุ่นเป็นอะไร ๆ รวม ๑o ชิ้นงาน


มาตามหาความถนัดของคุณด้วยการฝึกฝนกับศิลปินด้วยเทคนิคต่างๆ แล้วคุณจะรู้ว่าการเรียนรู้ด้วยความสนุกสร้างให้เกิดงานและทักษะสู่ความเป็นศิลปิน เอสพลานาดอาร์ตแกลลอรี่พร้อมเป็นเวทีให้คนที่มีหัวใจรักในงานศิลป์ สอบถามรายละเอียดตารางเรียนได้ที่ได้ที่เบอร์โทร o๘๘-๘๖๑-๓๒๒o / ชำระค่าลงทะเบียนเวริค์ช๊อพคอร์ส ที่เอสพลานาดอาร์ตแกลลอรี่ ชั้น ๒ เอสพลานาดงามวงศ์วาน-แคราย



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุค












วสันต์ ผึ่งประเสริฐ


"นิทรรศการภาพถ่ายของ วสันต์​ ผึ่งประเสริฐ”


สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับวสันต์ ผึ่งประเสริฐ ช่างภาพชื่อดังของเมืองไทย จัดนิทรรศการภาพถ่ายพอร์ทเทรดของเหล่าเซเลบริตี้ ศิลปิน และดาราชื่อดังที่ถ่ายขึ้นมาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ และไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน ได้แก่ นิทรรศการภาพถ่ายชุด “Relations” โดยบุคคลในภาพทั้งหมดต่างมีความสำคัญและผูกพันกับวสันต์มาตลอดการทำงานในวงการแฟชั่น และ นิทรรศการภาพสามมิติ ชุด “Black & White” ซึ่งเป็นการ แสดงภาพที่ผู้ชมจะพบกับความตื่นตา และประทับใจกับความงดงามของภาพถ่ายกว่า ๓o ภาพ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ ๑o กันยายน ณ สยามเซ็นเตอร์






วสันต์ ผึ่งประเสริฐ กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจมาก เพราะมีความผูกพันกับสยามเซ็นเตอร์มานาน สยามเซ็นเตอร์เปรียบเสมือนเป็นผู้ริเริ่ม สร้างสรรค์ เป็นจุดกำเนิดของวัฒนธรรมใหม่ๆที่ยังคงมีอิทธิพลต่อเมืองไทย รวมถึงเป็นศูนย์กลางเจริญเติบโตของวงการแฟชั่นในปัจจุบัน จนถือเป็นวัฏจักรว่า สยามเซ็นเตอร์สามารถสร้างสรรค์และผลักดันก่อให้เกิดคนวงการแฟชั่นรุ่นใหม่ได้ตลอดเวลา”



ภาพและข้อมูลจากเวบ
naewna.com













"ละครสัตว์แห่งมนุษย์”


ละลานตา ไฟน์อาร์ต ต้อนรับการกลับมาครั้งที่ ๒ ของศิลปินหญิงชาวอเมริกัน "มิเชล ไมค์เซลล์" ในนิทรรศการชุดใหม่ที่มีชื่อว่า Circus หรือละครสัตว์ มิเชล ไมค์เซลล์ มีความโดดเด่นในการนำเสนอไอเดียผ่านคาแรคเตอร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ ซึ่งเป็นตัวละครที่เธอสร้างขึ้นมาให้มีความเป็นปัจเจก เนื้อหาของนิทรรศการแสดงถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่เธอมองเห็นผ่านประสบการณ์ชีวิต ทั้งด้านที่มีความแข็งแกร่ง ความกล้าหาญ ความสันโดษและโดดเดี่ยว ผลงานชุดใหม่ของ มิเชล ไมค์เซลล์ นำเสนอเทคนิคใหม่ที่ผสมผสานการปัด เช็ด ขูด และขัดผิวงาน เพื่อให้เกิดพื้นผิวต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในผลงานของเธอทุกชิ้น






เชล ไมค์เซลล์ มีความโดดเด่นในการนำเสนอไอเดียผ่านคาร์แรคเตอร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคน หรือสัตว์ ตัวละครที่เธอสร้างขึ้นมาให้มีความเป็นปัจเจก เนื้อหาของนิทรรศการแสดงถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่เธอมองเห็นผ่านประสบการณ์ชีวิต ทั้งด้านที่มีความแข่งแกร่ง ความกล้าหาญ ความสันโดษ และโดดเดี่ยว ผลงานชุดใหม่ของมิเชล ไมค์เซลล์ นำเสนอเทคนิคใหม่ที่ผสมผสานการปัด เช็ด ขูด และขัดผิวงาน เพื่อให้เกิดพื้นผิวต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในผลงานของเธอทุกชิ้น






นิทรรศการ Circus ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคำกล่าวนักเขียน และกวีนิพนธ์ชาวอเมริกันชื่อ ชาร์ลส์ บูเคาว์สกี ที่ว่า “ชีวิตมนุษย์ไม่ต่างอะไรจากละครสัตว์ เสมือนเป็นการแสดงฉากใหญ่ฉากหนึ่ง เราต่างหนีความตายกันไม่พ้น แต่สัจธรรมนี้ก็ไม่ทำให้มนุษยชาติรักกัน เราต่างคุกคามซึ่งกันและกัน จิตใจฟีบแบนไปด้วยสิ่งไม่เป็นสาระ ชีวิตเราถูกกลืนกินด้วยความว่างเปล่า” ถ้าโลกนี้คือละคร และนิทรรศการ Circus ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนละครแห่งมนุษย์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย คือสัจธรรมที่ไม่มีใครหนีพ้น


นิทรรศการจัดแสดงแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม – ๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ (วันอังคาร – เสาร์) เวลา ๑o.oo – ๑๙.oo น., สุขุมวิทซอย ๓๑, โทร o๒-๒o๔-o๕๘๔



ภาพและข้อมูลจากเวบ
ryt9.com
th.lifestyleasia.com













"นิทรรศการ Identity 3”


คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ขอเชิญผู้สนใจชมนิทรรศการผลงานสร้างสรรค์ โดยคณาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ๓ สาขาวิชา คือ สาขาวิชาการละคอน สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ และ สาขาวิชาออกแบบหัตถอุตสาหกรรม ระหว่างวันที่ ๒๗ ส.ค. - ๖ ก.ย. ๕๖ ณ หออัครศิลปิน ถ.เลียบคลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี


(พิธีเปิดวันที่ ๒๗ ส.ค. ๕๖ เวลา ๑๗.oo น.)


(๙.๓o - ๑๖.oo น. ปิดทุกวันจันทร์)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร : o๒-๖๙๖-๖๓o๕ , o๒-๖๙๖-๖๓๑๘



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thailandexhibition.com




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2556
0 comments
Last Update : 30 สิงหาคม 2556 9:35:56 น.
Counter : 4353 Pageviews.


haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.