Group Blog
All Blog
<<< "ภัยของการมาเกิด" >>>










“ภัยของการมาเกิด”

การตรัสรู้นี้ก็แปลว่า การได้ค้นพบเรื่องต่างๆ

ที่เกี่ยวข้องกับจิตใจของพวกเรา

เกี่ยวข้องกับจิตใจของพระองค์เอง

 พระองค์เองทรงได้ค้นพบเรื่องราวต่างๆ

ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมจึงได้เป็นอย่างนั้น

ถึงได้เป็นอย่างนี้

ทำไมถึงต้องมาเกิดมาแก่มาเจ็บมาตาย

 พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้ค้นพบว่า

การที่เรายังต้องกลับมาเกิดมาแก่ มาเจ็บมาตาย

อย่างที่เราเป็นอยู่ขณะนี้ ก็เพราะว่า

เรามีผู้ที่คอยส่งให้เรามาเกิดนั่นเอง

 ผู้ที่ส่งให้เรามาเกิดนี้ก็คือความอยากต่างๆ

ที่เรายังมีอยู่ในใจของพวกเรา

เราต้องการอะไร พวกเรามีความอยากเหมือนกัน

 มีความอยากเหมือนกันสามประการคือ

 อยากร่ำอยากรวย อยากเป็นใหญ่อยากเป็นโต

 อยากไม่สูญเสียสิ่งที่เราได้มาแล้ว

พอได้ทรัพย์สมบัติก็ไม่อยากจะสูญเสียมัน

พอได้เป็นใหญ่เป็นโตก็ไม่อยากจะสูญเสียมัน

นี่คือความอยากได้และความอยาก

นี่คือความอยากได้และความอยากไม่ได้

 อยากได้อยากเป็น อยากได้เงินทอง

 อยากได้ลาภยศสรรเสริญสุข

 พอได้มาแล้วก็ไม่อยากให้สูญเสียสิ่งเหล่านี้ที่ได้มาไป

 เราก็อยากจะหาความสุขจากทางตาหูจมูกลิ้นกายกัน

 อยากดูอยากฟังอยากลิ้มรสอยากดมกลิ่น

อยากดูหนังฟังเพลง ดื่มเครื่องดื่มชนิดต่างๆ

อยากรับประทานอาหาร

รับประทานขนมนมเนยชนิดต่างๆ

 เพราะเวลาที่เราได้กระทำสิ่งเหล่านี้

มันทำให้เรามีความสุขกัน เราเลยต้องมีร่างกาย

เพราะถ้าเรามีความอยากเหล่านี้แล้วไม่มีร่างกาย

เราก็จะไม่สามารถหาสิ่งที่เราอยากได้

เช่น คนตายนี้จะไปหาลาภยศสรรเสริญก็ไม่ได้

จะไปหารูปเสียงกลิ่นรส จะไปดูหนังฟังเพลง

จะไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ไปทำอะไรต่างๆ

เหมือนคนที่มีชีวิตอยู่นี้ก็ทำไม่ได้

ดังนั้น เวลาที่เราเสียร่างกายไป

เราจึงต้องไปหาร่างกายอันใหม่กัน ไปเกิดใหม่กัน

 เหมือนกับสมัยนี้เราใช้มือถือกัน

เป็นเหมือนกับชีวิตจิตใจส่วนหนึ่งของจิตชีวิตจิตใจ

 ถ้ามือถือมันเสียหรือหายไปในวันนี้เราจะทำยังไง

รับรองได้ว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้หรือบ่ายนี้

จะต้องไปหาเครื่องใหม่มาใช้ทันที

 เพราะว่าถ้าเราไม่มีมันแล้วเรารู้สึกว่าเราขาดอะไรไป

ชีวิตเราไม่สมบูรณ์เสียแล้ว เพราะเรามีความอยาก

ที่จะใช้โทรศัพท์มือถือนี้เป็นเครื่องมือ

หาความสุขให้กับเรา

 ความสุขที่ได้จากการติดต่อกับคนที่เรารัก

พอคิดถึงคนที่เรารัก เรามีมือถือเราก็กดเบอร์เขา

 พอเขารับสายได้ยินเสียงของเขา

เราก็เกิดความสุขขึ้นมา

 แต่ถ้าเราสูญเสียโทรศัพท์มือถือไป

เราก็ไม่สามารถติดต่อกับคนที่เรารักได้

ดังนั้น พอมือถือหายไปรับรองได้

เดี๋ยวรีบไปหาซื้อมือถือเครื่องใหม่ทันที

 เพราะอยากจะติดต่อกับคนที่เรารักคนที่เราชอบ

 เพราะเราได้รับความสุขจากการที่เราได้ติดต่อกับเขา

 เพราะเรายังอยากจะติดต่อกับเขาเราจึงต้องมีมือถือ

 แต่ถ้าเราไม่อยากจะติดต่อกับใครไม่อยากจะใช้มือถือ

 ถ้ามือถือเสียไปหรือหายไปเราก็ไม่เดือดร้อนอะไร

เราก็ไม่ต้องไปซื้อมือถือเครื่องใหม่

 กลายเป็นภาระซะอีกมีมือถือ

 ต้องคอยรักษาต้องคอยชาร์จแบต

 เวลาเสียก็ต้องเอาไปซ่อม ถ้าเราไม่ต้องใช้มือถือ

ก็ไม่ต้องมีมือถือก็ได้ ไม่ต้องไปซื้อมือถือก็ได้

ฉันใด ร่างกายของเรานี้ก็เป็นเหมือนมือถือ

 ที่ใจของเราใช้เป็นเครื่องมือในการตอบสนอง

ความต้องการความอยากต่างๆ

 ใจของพวกเราทุกคนอยากได้ลาภยศสรรเสริญ

 อยากได้ความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายกัน

 เราจึงต้องมีร่างกาย แล้วพอมีร่างกายแล้ว

เราก็ต้องพยายามรักษาร่างกายนี้

ให้อยู่ไปให้ได้นานที่สุด ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง

ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย เพราะเวลาที่ร่างกายเจ็บไข้ได้ป่วย

หรือเวลาที่ร่างกายแก่ชรามันจะเป็นปัญหากับเรา

 เราจะไม่สามารถใช้ร่างกายหาความสุขได้

 เหมือนกับเวลาถ้ามือถือมันเสียมันชำรุด

มันก็เป็นเหมือนเวลาที่ร่างกายเราเจ็บไข้ได้ป่วย

ต้องเอาเข้าซ่อมก่อน ถ้าเป็นร่างกาย

ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลไปซ่อมไปรักษาให้หาย

 ถ้าเป็นมือถือก็ส่งไปที่ร้านให้เขาซ่อมให้

เหมือนกันเลยร่างกายของเรากับโทรศัพท์มือถือนี้

 เรายังผูกพันกับมันอยู่เพราะเราต้องใช้มัน

เป็นเครื่องมือในการหาความสุขต่างๆให้กับเรา

 เพราะเรายังอยากหาความสุขในรูปแบบนี้อยู่นั่นเอง

 เรายังอยากหาความสุข

จากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะต่างๆ

อยากดูหนังอยากฟังเพลง

 อยากไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

 อยากไปดูมหรสพบันเทิง

 อยากไปลิ้มรสของอาหารของเครื่องดื่มต่างๆ

อยากดื่มอยากรับประทานกันตลอดเวลา

 เราจึงต้องมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

 เราจึงไม่อยากให้ร่างกายมันแก่มันเจ็บมันตาย

นี่คือความอยาก ตัวที่ทำให้เรานี้ต้องมาเกิดกันอยู่เรื่อยๆ

 เพราะ เวลาที่เราไม่มีร่างกายนี้

เราไม่สามารถหาความสุขได้

 เราก็ต้องหาความสุขจากบุญจากบาปที่เราทำเท่านั้น

 เวลาที่เราร่างกายไม่มี เราเลือกไม่ได้

ว่าจะหาความสุขหรือหาความทุกข์

เพราะบุญกับบาปนี้มันจะเป็นตัวเลือกให้กับเรา

 ถ้าเราทำบาปเวลาที่เราไม่มีร่างกาย

เราก็จะฝันแต่เรื่องที่ทำให้เรามีแต่ความทุกข์ตลอดเวลา

 แต่ถ้าเราทำบุญเวลาเราตายไป

เวลาที่เราไม่มีร่างกายช่วงที่เรารอไปรับร่างกายใหม่

 ช่วงนั้นเราก็จะมีบุญมาให้ความสุขกับเรา

แต่เราต้องกลับมาเกิดใหม่ เพราะเรายังมีความอยาก

แต่พอเราได้ร่างกายเราก็จะได้ใช้ร่างกายนี้

ไปหาความสุขใหม่เหมือนกับเราได้มือถือเครื่องใหม่

 เราก็จะได้ติดต่อกับเพื่อนติดต่อกับคนที่เรารู้จัก

ติดต่อกับคนที่เราอยากจะติดต่อด้วยได้ต่อไป

 แต่ถ้าเราเห็นว่าความสุขที่เราได้จากการมีร่างกายนี้

มันมีโทษตามมา คือมันมีส่วนที่ไม่ดีตามมา

ส่วนที่ไม่ดีของการมีร่างกายคืออะไร

ก็คือความทุกข์ที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาร่างกาย

 พวกเราทุกคนนี้ต้องทุกข์

กับการคอยเลี้ยงดูร่างกายของเรา

 ต้องคอยหาอาหารมาให้มันดื่ม

หาอาหารมาให้มารับประทาน

หาน้ำดื่มหาเสื้อผ้าที่อยู่อาศัย หายารักษาโรค

ถ้าเวลาไหนที่เราไม่สามารถหาสิ่งเหล่านี้

ได้มันก็เกิดปัญหาขึ้นมาได้

เวลาที่เราอยู่ในยุคอดอยากขาดแคลน

 ลองไปดูประเทศที่เขาอดอยากขาดแคลนกัน

 ในประเทศแอฟริกา คนนี้ผอมมีแต่หนังหุ้มกระดูก

นี่ก็คือโทษหรือภัยของการที่มันเกิด

ถ้ามาเกิดอยู่ในยุคที่อดอยาก ข้าวยากหมากแพง

 ของแพงของหายาก ก็จะอยู่กันแบบทรมานกัน

 หรือไปอยู่ในประเทศที่มีสงครามกลางเมืองกัน

 มีการเข่นฆ่าฟันกัน การมีร่างกายนี้

แทนที่จะมีความสุขก็กลับกลายเป็นมีความทุกข์กัน

 เราเห็นภาพข่าวในทางภาพที่เขาถ่ายมาที่เขา

ฉายให้เราดูในข่าวสารต่างๆ

มีการเข่นฆ่ากันด้วยอาวุธต่างๆ

นี่คือโทษของการมีร่างกาย ก็คือจะต้องมาทุกข์

กับภัยอันตรายต่างๆที่จะมากระทบกับร่างกาย

 และถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่

ในประเทศที่ไม่มีภัยเหล่านี้ก็ตาม

มันก็มีภัยในตัวของมันอยู่

เช่น เราอยู่ในประเทศไทยที่ปลอดภัยจากสงคราม

ปลอดภัยจากการอดอยากขาดแคลน

 แต่เราก็ยังมีภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ

 มีเชื้อโรคต่างๆมาเผยแพร่

 มาคอยเข่นฆ่าทำให้คนตายกันอยู่เรื่อยๆ

ภัยจากเชื้อโรคบางทีก็ภัยจากทางธรรมชาติ

 ภัยจากน้ำท่วม ตอนนี้ก็มีภัยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

 เห็นไหม เนี่ยหยุดเจ็ดวันนี้เขาว่าต้องมีคนตาย

อย่างน้อยเป็นพันขึ้นไปแล้ว

อันนี้ก็เป็นภัยที่เกิดจากการมาเกิดกันมามีร่างกายกัน

 เวลาเราเดินทางนี้เราไม่มั่นใจกันใช่ไหม

ว่าจะไปถึงไปตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า

 ไม่รู้ว่าจะไปจอดที่ไหนกลางทาง

 ไม่รู้ว่าจะไปนอนข้างถนนตรงไหนหรือเปล่า

 อันนี้ก็เป็นภัยโทษที่เกิดจากการมาเกิด

หรือว่าถ้าเราไม่เดินทาง

 เราอยู่บ้านเราปลอดภัยจากภัยทางรถยนต์

 เราอยู่ที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม

แต่มันก็มีภัยในตัวของร่างกายอยู่

ที่มันติดมาอยู่ก็คือ ความแก่ความเจ็บความตาย

ที่ตามมาอีก พอเราแก่เราเจ็บนี้

เราจะไม่สามารถที่จะหาความสุขต่างๆได้

เราก็จะมีแต่ความทุกข์หงุดหงิดใจ

ถ้าทุกข์มากก็จะซึมเศร้า

ซึมเศร้ามากๆก็อาจจะฆ่าตัวตาย

เมื่อเช้านี้ก็ได้มีโอกาสได้คุยกับนายทหารคนหนึ่ง

ที่เขาเกษียณราชการ ก็ถามเขาว่า

เวลาเกษียณได้บำนาญเท่าไหร่ เขาก็บอกว่า

ตอนนี้ได้ ๓๐,๐๐๐ เขาบอกว่าระยะแรกๆ

 ๓๐,๐๐๐ ก็พอแต่พอผ่านไป ๑๐ ปี ๒๐ ปี

เงินมันจะหดลงๆ ข้าวของก็จะแพงขึ้น

เงินบำนาญจะไม่พอใช้ แล้วอายุก็จะมากขึ้นแก่ขึ้น

จะมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนมากขึ้น

พวกที่เป็นข้าราชการบำนาญบางคน

เขาฆ่าตัวตายกันก็เพราะว่าเงินทองไม่พอใช้

 แล้วก็มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน

 เขาก็เลยอยู่ไปก็มีแต่ความทุกข์มีแต่ความซึมเศร้า

มีแต่ปัญหา เพราะเงินทองไม่พอใช้

ที่จะมาเลี้ยงดูร่างกายให้อยู่อย่างปกติสุข

 ก็บางทีก็ฆ่าตัวตาย นี่คือภัยต่างๆ

ที่เกิดจากการมาเกิดกัน ถ้าเราคิดแบบนี้

ก็อาจจะไม่อยากจะมาเกิดกันก็ได้

ถ้าเราไม่อยากจะมาเกิดกัน เราโชคดี

เพราะเราได้มาเจอคนที่ไม่อยากจะมาเกิด

คือพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านเห็นภัย

ของการมาเกิดของการมีร่างกายว่า

 ในบั้นปลายของชีวิตนี้มันจะมีแต่ความทุกข์

มีแต่ความเศร้าโศกเสียใจ

 หรือแม้แต่ตอนอื่นก็มีความเศร้ามีความทุกข์

ให้เราได้สัมผัสอยู่เรื่อยๆ

บางทีเราก็ต้องสูญเสียคนนั้นคนนี้ไป

 บางทีเราก็ต้องสูญเสียสิ่งที่เรารักไป

 ต้องพลัดพรากจากสิ่งนั้นสิ่งนี้จากคนนั้นคนนี้ไป

 เวลาเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมา

มันก็จะทำให้เราเบื่อเหมือนกัน

 บางทีเราก็ไม่อยากจะอยู่กันเหมือนกัน

อันนี้แหละเป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับการมาเกิดกัน

 แล้วถ้าเราไม่อยากจะมาเกิด

ชาตินี้แหละเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของพวกเรา

 เพราะอะไร? เราได้มาเจอคนที่รู้จักวิธีหยุดการเกิดได้

 หยุดการที่เราจะต้องมาเจอกับภัยอันตรายต่างๆ

ของการมาเกิดได้ คือพระพุทธเจ้าของเรานี่แหละ

เป็นผู้ที่ค้นพบวิธีที่จะหยุดการมาเกิดได้

 และการไม่มาเกิดนี้ไม่ได้หมายความว่า

เราจะไม่มีความสุขนะ

 เราจะมีความสุขมากกว่าการมาเกิด

 เพราะว่าใจของเราก็ยังอยู่เหมือนเดิม

อยู่เหมือนกับตอนที่เรามีร่างกาย

ต่างตรงที่ว่าเราไม่ต้องมาเสี่ยงภัยอันตราย

กับร่างกายเท่านั้นเอง อยู่แบบปลอดภัย.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

........................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๑






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 07 กรกฎาคม 2561
Last Update : 7 กรกฎาคม 2561 19:11:13 น.
Counter : 172 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ