Group Blog
### การขอสินไหมค่าขาดประโยชน์กรณีรถเราถูกชน ###


ถ้าใครเจอเหตุการณ์และอุบัติเหตุแบบนี้

ควรรู้ไว้นะจะได้ไม่เสียรุ้บริษัทประกัน!!

Cr: Facebook: Somchet J. Mhin

●●2 เดือนก่อน กำลังจะเลี้ยวรถเข้าบ้าน

 โดนชนตูด

 ต้อง...เสียเวลาซ่อมรถไปสี่สิบกว่าวัน

เพราะบริษัทประกันของคู่กรณี

มัวแต่จะประหยัดค่าอะไหล่

จึงเสียเวลาไปหาอะไหล่มือสอง

มาเปลี่ยนให้

แต่เด็กอู่กะเราซี้กัน

 เด็กอู่เลยตีกลับให้ใช้อะไหล่ใหม่

 ส่วนเราก็ไม่ได้ไปเร่งอะไร

 เพราะมีรถสำรองใช้อยู่แล้ว

 ยิ่งลากยาวซ่อมนานเท่าไหร่ 

 เดี่ยวจะสั่งสอนให้เข็ด

พอซ่อมเสร็จเลยเรียกเคลม

 "ค่าขาดประโยชน์" ไป 45 วัน

เรียกไปวันละพัน บวกกับค่าเสื่อมสถาพรถ

 เป็นห้าหมื่นกว่าบาท

 บริษัทประกันเงิบครับ

ต่อรองจะขอจ่ายแค่ 2 หมื่น

เลยแกล้งยื้อเล่นๆ เขาเลยให้มา 25,000

ขี้เกียจวุ่นวาย

 ได้มา 25,000 ก็ดีกว่าไม่ได้เลย

 จะได้เอาไปหล่อทองหลวงปู่

จากกรณีตัวอย่างนี้

จึงอยากจะบอกเพื่อนๆว่า

 ถ้าเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์

 และเราเป็นฝ่ายถูก

นอกจากคู่กรณีจะต้องซ่อมแซมรถเรา

ให้อยู่ในสภาพเดิมแล้ว

 เรายังสามารถเรียกสินไหม

ค่าขาดประโยชน์

จากการไม่ได้ใช้รถด้วยนะครับ

ส่วนวิธีขอก็ไม่ได้ยุ่งยาก

ยินดีให้คำปรึกษาครับ

และในทางกลับกัน หากเราไปชนเขา

คู่กรณีก็มีสิทธิ์เรียกสินไหม

ค่าขาดประโยชน์ด้วยเช่นกันนะครับ

ผมเชื่อว่าคนรู้เรื่องนี้กันน้อย

 บริษัทประกันเลยได้ประโยชน์ไป

 ที่ไม่ถูกเรียกร้องสินไหมในส่วนนี้

แต่สำหรับเพื่อนๆ ตอนนี้ก็รู้แล้วนะครับ

ต่อไปถ้ารถถูกชน

 ก็อย่าลืมไปเรียกค่าขาดประโยชน์

จากบริษัทประกันของคู่กรณีนะครับ

ผมเขียนเรื่องการขอสินไหม

ค่าขาดประโยชน์ กรณีรถเราถูกชน

 ปรากฏว่ามีคนสนใจกันมาก

 แชร์ไปแปดพันกว่า

แสดงว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้

จึงทำให้ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบ

และก็มีคนเขียนหลังไมค์มาถามเป็นร้อย

จนผมเริ่มตอบไม่ไหว

เลยขอตอบที่หน้าวอลล์เลยล่ะกัน

เอกสารที่ใช้ในการขอสินไหม

ค่าขาดประโยชน์ มี

1. สำเนาใบเคลม

2. สำเนาใบรับรถ(จากอู่ที่ซ่อมรถ

ซึ่งเขาจะต้องลงวันที่ว่ารับรถวันไหน)

3. สำเนาทะเบียนรถ

 (เพื่อเป็นการแสดงว่า ใครเป็นเจ้าของรถ

 ถ้ารถติดไฟแนนซ์

 ต้องมีสำเนาสัญญาไฟแนนซ์ด้วย)

4. สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ

5. ใบมอบอำนาจ (ถ้าไม่ได้ไปเอง)

6. ใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้น

ในระหว่างที่ไม่มีรถใช้

เช่น ค่าเช่ารถ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร

บอกว่าขึ้นแท๊กซี่เอา

7. จดหมายขอค่าขาดประโยชน์

 ดังตัวอย่างของผมดังนี้ครับ .....

วันที่ 18 กันยายน 2558

เรื่อง ขอเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์

จากการใช้รถระหว่างซ่อม

เรียน แผนกสินไหมทดแทน

บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน)

เอกสารแนบ

1. สำเนาใบเคลม

2. สำเนาใบรับรถ

3. สำเนาทะเบียนรถ

4. สำเนาบัตรประชาชน

ข้าพเจ้า นายxxxxx xxxxxxxx 

 เป็นเจ้าของรถยนต์

 โตโยโต้ รุ่นแคมรี่

หมายเลขทะเบียน xx xxxx กทม.

ถูกรถเทรลเลอร์ยี่ห้อ ISUZU

ของบริษัท อาร์ อาร์ เอสทรานสปอร์ต จำกัด

หมายทะเบียน 70-8725 ฉะเชิงเทรา

เลขกรรมธรรม์ 5720425055 ชนท้าย

ที่ปากซอยรามอินทรา 45

  เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2558

จากเหตุการณ์ดังกล่าว

 ทำให้รถของข้าพเจ้ามีความเสียหายดังนี้

1. กันชนหลังบุบและฉีก

2. ฝาปิดท้ายบุบบี้

3. บังโคลนหลังซ้ายขวาบุบ

4. แผงท้ายบุบ

5. ไฟท้ายซ้ายขวาแตก

6. ไฟทับทิมซ้ายขวาแตก

7. ท่อไอเสียแตก

ข้าพเจ้าได้จึงได้นำรถยนต์เข้าซ่อม

ที่ อู่ของบริษัท

พีแอนด์ดับบลิว ออโต้เซ็นเตอร์

 ซึ่งเป็นอู่ในเครือของ

 สินมั่นคงประกันภัย

ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2558

ซ่อมเสร็จ วันที่ 11 กันยายน 2558 

 ใช้ระยะเวลาซ่อม 46 วัน

ข้าพเจ้าทำงานเป็นผู้บริหาร

บริษัท xxxxxxxxxxxx จำกัด

โดยปกติจะต้องใช้รถยนต์

สำหรับติดต่อลูกค้า

ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑลทุกวัน

 ประมาณ 100-200 กม./วัน

ในระหว่างที่นำรถเข้าซ่อมนั้น

 ข้าพเจ้าต้องใช้บริการรถแท็กซี่

ในการเดินทางแทน

และมีความไม่สะดวก

ในการเดินทางอย่างมาก

ดังนั้น จึงขอเรียกสินไหมดังต่อไปนี้

1. ค่าขาดผลประโยชน์จ

ากการใช้รถ 1,000 บาทต่อวัน

เป็นระยะเวลา 46 วัน รวม 46,000 บาท

2. ค่าเสื่อมสภาพรถจากอุบัติเหตุ 10,000 บาท

รวมทั้งสิ้น 56,000 บาท

 (ห้าหมื่นหกพันบาทถ้วน)

ทั้งนี้ได้แนบตัวอย่าง

อัตราค่าเช่ารถโตโยต้าแคมรี่

มาเพื่อประกอบการพิจารณา

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ

(นายxxxxxx xxxxxxxx)

หมายเหตุ : ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตครับ

หวังว่าเพื่อนๆคงจะได้ประโยชน์นะครับ

ขอบคุณที่มา  .

 Cr: Facebook: Somchet J. Mhin




Create Date : 16 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 24 ธันวาคม 2559 17:39:22 น.
Counter : 738 Pageviews.

2 comment
### 10 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์ ###



















10 เรื่อง “ต้อง” รู้เกี่ยวกับประกันภัย

.................


1. กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จะมีผลทันที

ที่ผู้เอาประกันชำระเบี้ยประกันภัยให้ กับบริษัท

(รวมไปถึงนายหน้าผู้เอาประกันด้วย)

ดังนั้นแม้การซื้อผ่านนายหน้า

ถ้ามีใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้อง

ก็จะปฏิเสธความ รับผิดชอบมิได้

2. ในกรณีที่รถคุณเสียหายอย่างสิ้นเชิง

ไม่สามารถซ่อมกลับคืนได้

บริษัทต้องจ่ายเงิน

ให้แก่ผู้เอาประกันเต็มทุนประกัน

และรถคันนั้นจะตกเป็นทรัพย์สิน

ของบริษัทประกันภัย

3. ค่าแอกเซ็ปต์ หรือค่าใช้จ่ายส่วนแรกนั้น

 ในกรณีไม่มีคู่กรณี

จะจ่ายเพียง 1,000 บาท เท่านั้น

แต่ถ้าคนอื่นขับไปทำให้เกิดความเสียหาย

ต้องจ่าย 6,000 บาท

4. ค่าอะไหล่ที่เกิดจากการซ่อม

 ผู้เอาประกันสามารถเรียกร้อง

เป็นเงินตามราคาประเมิน

เพื่อนำไปจัดหาเองได้ ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่า

จะได้อะไหล่แท้หรือไม่

5. หากภายในรถของคุณมีการติดตั้งอุปกรณ์

สำหรับระบบก๊าซ NGV หรือ LPG

เจ้าของรถมีหน้าที่ต้องแจ้งให้บริษัททราบ

เพราะหากเกิดเหตุ

และรถคันเอาประกันเป็นฝ่ายผิด

ความคุ้มครองที่จะได้รับ

จากการประกันอาจไม่สมบูรณ์

6. หากคุณขับรถชนกับรถคู่กรณี

ที่ไม่มีประกันภัย

และรถของท่านเป็น “ฝ่ายถูก”

คุณควรตรวจสอบไปที่

บริษัทประกันภัยว่า

ตามรายงานอุบัติเหตุนั้น

รถของคุณเป็นฝ่ายถูกจริงเหรอ

 ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์

7. การดูแลขนย้ายรถที่เสียหาย

เนื่องจากอุบัติเหตุ

เพื่อไปซ่อมที่อู่เป็นหน้าที่ ของบริษัท

แม้ว่าจะต้องย้ายรถ

ไปโรงพักหรือที่ใดก็ตาม

ตั้งแต่หลังเกิดเหตุจนกระทั่งซ่อม เสร็จ

บริษัทประกันภัยจะต้องรับภาระส่วนนี้

แต่ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าซ่อม

8. ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน

 และคุณไม่แน่ใจว่า

เป็นฝ่ายถูกหรือผิด

คุณไม่จำเป็นต้องเซ็นรับผิดในใบเครม

เพราะไม่ใช่กติกาหรือข้อกฏหมาย

แต่เป็นหน้าที่ที่บริษัท

ซึ่งคุณทำประกันจะไป ทำการตกลง

9. อย่าคิดหนีในกรณีที่ขับรถชนคน

ให้ช่วยเหลือคนเจ็บให้เต็มที่

 และถ่ายรูปหลักฐานที่เกิดเหตุไว้ต่อสู้คดี

เพราะศาลจะพิจารณาจากความมีน้ำใจ

ที่คุณช่วยเหลือผู้อื่น

บางทีโทษทางอาญา

อาจเหลือแค่การรอลงอาญา

และตกลงค่าเสียหายกันตามสมควร

แต่ถ้าคุณหนีจะติดคุกทันที

10. ประกันภัยจะไม่คุ้มครองความเสียหาย

ในขณะที่รถของคุณถูกลากจูง

หรือขับรถขณะที่

มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด

ไม่น้อยกว่า 150mg%

หรือขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่

 เว้นแต่ในกรณีที่ทำประกัน

ประเภทระบุชื่อคนขับ

 และความเสียหายนั้นเกิดขึ้น

ในขณะที่คนระบุชื่อเป็นผู้ขับขี่



ขอบคุณที่มา plug-innews.com










Create Date : 21 กรกฎาคม 2558
Last Update : 24 ธันวาคม 2559 17:42:58 น.
Counter : 476 Pageviews.

0 comment
### เผยความลับของปุ่มลัดใน วินโดวส์ ###















เผยความลับของปุ่มลัดในวินโดวส์

เพียงจิ้มคีย์บอร์ด

ก็ทำให้การทำงานของคุณเร็วขึ้น



ที่มา edtguide

ถ้าเกิดเมาส์ของเรามีปัญหา เราจะทำอย่างไร

วันนี้มีวิธีใช้คีย์บอร์ดสุดเจ๋งมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ

  ลองทำแล้ววิธีเหล่านี้ได้ผลเกินคาดจริงๆค่ะ 

 บางอย่าเราก็ไม่รู้

บางอย่างหลายคนอาจจะรู้แล้วบ้าง

แต่วิธีเหล่านี้มันสุดยอดมากๆ



1. ถ้าคุณต้องละจากหน้าจอสักแป๊บนึง

เพื่อไปทำอย่างอื่น

ให้กดปุ่มรูปวินโดวส์บนแป้นพิมพ์

แล้วกดปุ่ม L

ก็จะมาที่หน้าจอ Lock Screen

เท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลว่า

ใครจะมาแอบดูข้อมูลในคอม

ตอนที่คุณไม่อยู่ที่โต๊ะแล้วล่ะ



2. เวลาที่จะค้นหาไฟล์ในเครื่อง

คนทั่วไปจะเข้าไปที่

 My Computer ก่อนใช่ไหม

แต่มีวิธีที่ง่ายกว่านั้น

แค่กดปุ่มวินโดวส์ ตามด้วยปุ่ม E

ก็จะเปิด Windows Explorer

ขึ้นมาให้คุณค้นหาได้เลย



3. กำลังเล่นเกมอยู่มันส์ๆ

 เจ้านายมาพอดี แย่แล้ว ทำไงดี?

ไม่ต้องตกใจ แค่กดปุ่มวินโดวส์ และปุ่ม D

หน้าต่างทุกอย่างที่คุณเปิดอยู่จะซ่อนลงมา

แล้วเข้าสู่หน้าจอ Desktop ทันที



4. สลับหน้าต่างการทำงานโปรแกรมต่างๆ

 ที่กำลังเปิดเอาไว้ แบบ 3 มิติ แลดูไฮโซจริงๆ

เพียงกดปุ่มวินโดวส์แล้วตามด้วย TAB



5. บันทึกภาพหน้าจอ

การทำงานบนวินโดวส์

แต่ละขั้นตอนของคุณ

โดยกดปุ่มวินโดวส์ + R

แล้วพิมพ์ psr.exe ลงในช่องคำสั่ง

 ก็จะเปิดโปรแกรม

 Problem Steps Recorder

ขึ้นมาให้คุณบันทึกภาพหน้าจอได้ทันที



6. เวลาคีย์บอร์ดมีปัญหากดไม่ติด

 ปุ่มหาย ปุ่มพัง

ให้กดปุ่มวินโดวส์ + R

 แล้วพิมพ์คำสั่ง osk

จะปรากฏคีย์บอร์ดขึ้นบนจอ

(On-Screen Keyboard)



7. หากรูปภาพหรือตัวอักษรเล็ก

หรือใหญ่เกินไป

กดปุ่มวินโดวส์ พร้อมกับ + หรือ -

 จะช่วยซูมขยาย

หรือลดขนาดหน้าจอลง



8. สลับหน้าจอในโปรแกรมอย่างรวดเร็ว

เช่น เวลาเล่นอินเตอร์เน็ต

แล้วเปิดเว็บขึ้นมาหลายแท็บ

ในหน้าต่างเดียวกัน

 เมื่อกดปุ่ม Ctrl+Tab

ก็จะเลื่อนไปยังแท็บถัดไป

ในหน้าต่างเดียวกันนั้นได้

โดยไม่ต้องใช้เมาส์คลิก

และกด Ctrl+w

เพื่อปิดหน้าจอที่ใช้งานก่อนหน้า

โดยไม่ต้องเสียเวลา

เอาเมาส์ไปคลิกปุ่มกากบาท



9. กดปุ่ม Ctrl+Esc

 ก็จะเรียกเมนู Start ขึ้นมา



10. ปิดหน้าต่างที่ใช้งานอยู่

ด้วยปุ่ม Alt+Space+C

ถึงการเรียนรู้ปุ่มลัดพวกนี้

จะดูซับซ้อนไปสักหน่อย

แต่ถ้าใช้ไปสักระยะก็จะเริ่มชินเอง

 และมันจะช่วยให้คุณทำงานได้เร็วขึ้น

โดยไม่ต้องพึ่งเมาส์เลยล่ะ

อย่าเก็บเทคนิคพวกนี้ไว้คนเดียว

ช่วยคลิกแชร์ออกไปให้เพื่อนๆ

ได้เรียนรู้กันด้วยนะจ๊ะ



เพื่อนลองเอาไปปรับใช้

ในการทำงานดูนะคะ



ขอบคุณข้อมูลจาก : liekr.com


ขอบคุณที่มาจาก Z ประเด็นฮอต


ขอบคุณเจ้าของภาพทุกภาพ





Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 24 ธันวาคม 2559 17:46:44 น.
Counter : 438 Pageviews.

0 comment

BlogGang Popular Award#13



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....