Group Blog
All Blog
<<< "ศีล ๒ อย่าง" >>>













"ศีล ๒ อย่าง"

"ศีล เป็นส่วนสำคัญ ถ้าศีลไม่มี

 จะไปสร้างความดีทุกอย่าง

 พระพุทธองค์ก็ไม่ทรงสรรเสริญ

คนทำทานสักแสนครั้ง

ถ้าไม่มีศีลแล้วก็ช่วยไม่ให้ตกนรกไม่ได้

ศีลนี้จะมีเท่าไรก็ตาม

 รวมลงในข้อใหญ่ก็มี ๒ อย่าง คือ

กาลศีล อย่างหนึ่ง

นิจจศีล อย่างหนึ่ง

คนที่รักษาได้บางกาล บางเวลา ไม่เสมอไป

 ก็เหมือนมืดบ้างแจ้งบ้าง

 จะเป็นศีล ๕, ศีล ๘, ศีล ๑๐ หรือศีล ๒๒๗ ก็ตาม

 เมื่อรักษาไว้ไม่ได้ตลอดชีวิตแล้ว ก็เป็นกาลศีลทั้งสิ้น

ส่วนนิจจศีล คือ สามารถปฏิบัติไปจนตาย

 โดยไม่ล้มความตั้งใจเลย จะเป็นศีลอะไรก็ตาม

 ก็ตั้งใจปฏิบัติไปจนตาย จนเผาไฟเลย

ไม่เลิก ไม่รื้อ ไม่ถอน นี่อย่างนี้ดีมาก

 แต่ไม่ว่าศีลอะไร ต่างกันโดยชื่อและอานิสงส์เท่านั้น"

พ่อท่านลี  ธัมมธโร

วัดอโศการาม






ขอบคุณที่มา fb. ไม้ขีดครับ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2562
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2562 9:28:09 น.
Counter : 104 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
<<< "วิธีละ วาง ความอยากสำหรับฆราวาส" >>>











“วิธีละ วาง ความอยากสำหรับฆราวาส”

ถาม: ในการละวางความอยากหรือการปฏิบัติ

เพื่อเป็นไปเพื่อการวางความอยากนั้นๆ

 สำหรับผู้ที่ยังเป็นฆราวาสอยู่ ต้องเป็นไปในลักษณะใด

 ถึงจะเป็นไปในทางซึ่งละความอยากเหล่านั้นได้จริงๆ

 เพราะว่าในชีวิตจริงของคนทั่วไปนั้น

ต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องทางโลกจนปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว

 เช่น เราไปทำงาน ต้องมีการพูดมีการจัดการ

 มีการกระทบกระทั่งหรือเอาชนะกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

 เพื่อให้ผลงานนั้นๆดีกว่ากัน

และสร้างกำไรไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด เป็นต้น

 บางทีเราก็ไม่อยากทำ ไม่อยากกระทบกับใคร

 ก็กลายเป็นคนที่ไม่เข้าพวกไป โดนด่าบ้าง

 จนส่งผลให้ทำงานลำบากเป็นต้น

 เพราะจะช่างมันและปล่อยไปเฉยๆก็เป็นไปไม่ได้

 ขอพระอาจารย์ช่วยชี้แนะ

ตามสภาพความเป็นจริงด้วยครับ

 ว่าถ้าจะละความอยากเหล่านี้ได้หมดจริงๆ

ต้องไปเป็นนักบวชเท่านั้นหรือปล่าครับ

พระอาจารย์: อ๋อ ยังไม่ต้องหรอก

 เริ่มต้นเราก็เปลี่ยนงานก่อนก็ได้

 อย่าไปทำงานที่เกี่ยวข้องกับคนนั้นคนนี้มาก

 ทำงานอิสระดู เดี๋ยวนี้มีงานอิสระหลายรูปแบบ

 ออนไลน์ขายเครื่องสำอาง ขายประกัน

อันนี้เราก็ไม่ต้องไปยุ่งกับใคร

 ขอให้เราเข้าใจก่อนว่า

 การทำงานเพื่ออะไร ความจริงการทำงาน

ก็เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเท่านั้นเอง

อย่าไปตั้งเป้าอยู่ที่ความร่ำรวย

 เพราะความร่ำรวยไม่ได้เป็นวิธีดับความทุกข์

สร้างความสุขที่แท้จริง ถ้าต้องการดับความทุกข์

สร้างความสุขที่แท้จริง ต้องมาปฏิบัติธรรม

 การจะปฏิบัติธรรมก็ต้องละความอยากต่างๆ

 เราก็ต้องละความอยากที่เราละได้ในเบื้องต้นก่อน

 ก็คือ ละความอยากร่ำอยากรวย

 อยากเป็นใหญ่เป็นโต

 ด้วยการเปลี่ยนงาน มาทำงานอิสระ

 ทำงานเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องก็พอ

อย่างในหลวง (รัชกาลที่ ๙)

 ทรงสอนเศรษฐกิจพอเพียง

 ให้ทำมาหากินพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

 เราก็จะไม่ต้องไปวุ่นวายกับคนนั้นคนนี้

 เราก็จะตัดความอยากเด่นอยากดัง

 อยากร่ำอยากรวย อยากอะไรได้

 แล้วพอเราทำอย่างนี้ได้ เราก็จะมีเวลา

ที่จะมาสร้างธรรมะให้มากขึ้นได้

 แล้วเดี๋ยวต่อไปเราก็จะมีกำลังไปบวชได้เอง.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๒









ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 06 มกราคม 2562
Last Update : 6 มกราคม 2562 9:23:51 น.
Counter : 74 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
<<< "วิธีปฏิบัติเวลาใจคิดไม่ดี" >>>










“วิธีปฏิบัติเวลาใจคิดไม่ดี”

ถาม: กราบเรียนถามค่ะ

ถ้าเรารู้ว่าใจเราไม่ดีจะปฏิบัติอย่างไรคะ

พระอาจารย์: ก็หยุดมันได้ไง เปลี่ยนมันได้

ทำให้มันเป็นใจดี ใจดีไม่ดีก็เริ่มต้นที่ความคิดดีไม่ดีนี่เอง

ถ้าคิดไม่ดีมันก็จะทำให้ใจเราไม่ดี

ฉะนั้นเวลาที่เราคิดไม่ดีเราก็หยุดมัน

 เช่นคิดจะไปทำร้ายใคร คิดจะไปด่าใคร

เราก็หยุดมัน ถ้าเราสั่งให้มันหยุด มันดื้อมันไม่ยอมหยุด

 เราก็ต้องใช้พุทโธ ใช้สติมาช่วย ท่องพุทโธๆไป

 เวลาโกรธใคร เวลาอยากจะไปทำร้ายใคร

 ไปด่าใคร ไปกลั่นแกล้งใคร เราก็พุทโธๆๆไป

จนกว่ามันจะหยุดคิดถึงเรื่องราวเหล่านี้

ถ้ามันยังไม่หยุดก็พุทโธไปเรื่อยๆ

รับรองได้ว่าถ้าเราไม่หยุดพุทโธเดี๋ยวมันต้องหยุดเอง

พอมันหยุดแล้วมันก็หายไป เราก็ลืมไป

เรื่องที่เราจะไปด่าใครไปว่าใคร ไปทุบตีใครก็จะหายไป

 เราก็จะไม่เป็นคนไม่ดีไป

ใจของเราก็จะกลายเป็นใจที่ดีไป

 เพราะเราไม่ได้ไปทำร้ายใคร

 ต้องใช้สติหยุดความคิดที่ไม่ดี

เพราะฉะนั้นก่อนที่ความคิดไม่ดีจะเกิดขึ้น

 เราต้องมาหัดฝึกสติก่อน ฝึกพุทโธก่อน

 ถ้าเราไม่ฝึกท่องพุทโธไว้ พอถึงเวลาจะท่อง

 มันท่องไม่ออก เวลามันโกรธ

ใครมันจะคิดแต่เรื่องโกรธเขาอย่างเดียว

 จะให้มันคิดพุทโธมันไม่ยอมมา

 แต่ถ้าเราคอยฝึกพุทโธๆอยู่เรื่อยๆ

พอมันจะไปคิดทางโกรธปั๊บ

 เราก็ดึงกลับมาคิดอยู่กับพุทโธๆได้

ดังนั้นอย่าไปรอทำตอนที่โกรธ มันไม่ทันการ

 เหมือนนักมวยน่ะ ก่อนจะขึ้นเวทีนี้ต้องซ้อมชกก่อน

 ไม่ซ้อมชกเดี๋ยวจะไปซ้อมบนเวที

ก็ถูกเขาน็อคเท่านั้นแหละ

 อย่างนักเรียน อย่ามาดูหนังสือตอนวันก่อนจะสอบ

 ถ้าดูก่อนวันสอบหรือดูวันที่สอบนี่

 มันไม่ทันแล้ว ต้องเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าก่อน

 ต้องทำการบ้าน ต้องดูหนังสือบ่อยๆ

ถ้าเป็นนักมวยก็ต้องหมั่นซ้อมอยู่เรื่อยๆ

 ถ้าเป็นนักปฏิบัติก็ต้องหมั่นภาวนาพุทโธๆไปเรื่อยๆ

 ให้มันชำนาญให้มันชิน พอถึงเวลาจะใช้มัน ก็ใช้มันได้.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..........................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๑









ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 28 ธันวาคม 2561
Last Update : 28 ธันวาคม 2561 19:40:40 น.
Counter : 59 Pageviews.

0 comment
<<< "การตัดชาติภพ" >>>










“การตัดชาติภพ”

คือ การรวมความรู้ให้สั้นเข้า

ต้องยกสถานที่ตั้งของจิตให้ปักแน่นอยู่ภายในร่างกาย

 โดยไม่ยึดถืออาการกิริยาใดๆ ภายนอกเลย

 ปล่อยวางทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เป็นไปโดยสภาพธรรม

 อันมีการเกิดดับและเสื่อมสลายไปตามธรรมดา

กระทำดีก็ไม่ให้ จิตวิ่งแล่นออกไปสู่ความดี

ต้องให้ผลของความดีแล่นเข้ามาอยู่ในจิต

ดึงทุกสิ่งทุกอย่าง ให้มันหลบซ่อนเข้ามา

อยู่ภายในดวงจิตของเรา

ไม่ปล่อยให้จิตแผ่ซ่านออกไปยินดียินร้าย

กับผลของการกระทำ และวัตถุภายนอก

 เหมือนกับผลมะตูมที่มันเก็บ ลำต้น กิ่งก้าน

 และดอกใบของมัน ไว้ให้รวมคุดอยู่ภายในผลแห่งเดียว

เมื่อตัดเชื้อภายนอกที่จะประสานต่อเชื่อม

 กับเชื้อภายในของมันแล้ว มันก็จะไม่ขยายกิ่งก้าน

ให้แตกออกเป็นผลมะตูมอีกต่อไป.

หลวงพ่อลี ธัมธโร







ขอบคุณที่มา fb. ไม่ขีดครับ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 24 ธันวาคม 2561
Last Update : 24 ธันวาคม 2561 6:58:05 น.
Counter : 79 Pageviews.

1 comment
<<< "วิธีฝึก ๘ อย่างจะได้ไม่ทุกข์" >>>












วิธีฝึก 8 อย่าง จะได้ไม่ "ทุกข์"

1. ฝึกมองตัวเองให้เล็กเข้าไว้

 หมายความว่า จงเป็นคนตัวเล็ก อย่าเป็นคนตัวใหญ่

 จงเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ

เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา

อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวเองมากไป

2. ฝึกให้ตัวเองเป็นนักไม่สะสม

หมายความว่า การสะสมอะไรสักอย่างนั้นเป็นภาระ

 ไม่มีอะไรที่เราสะสมแล้วไม่เป็นภาระยกเว้นความดี

 นอกนั้นล้วนเป็นภาระทั้งหมดไม่มากก็น้อย

3. ฝึกให้ตนเองเป็นคนสบายๆ

 หมายความว่า อย่าไปบ้ากับความสมบูรณ์แบบ

เพราะความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริง

มีแต่คนโง่เท่านั้นที่มองว่า ความสมบูรณ์แบบมีจริง

4. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ

หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดีก็อย่าไปพูดมาก

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิด

 แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด

 เพราะการพูด หรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้น

 มีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำ และขุ่นมัว

5. ฝึกให้ตัวเองรู้ธรรมชาติว่า อะไรๆ ก็ผ่านไปเสมอ

 หมายความว่า เวลามีความสุข ก็ให้รู้ว่า

 เดี๋ยวความสุขมันก็ผ่านไป

 เวลามีความทุกข์ ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความทุกข์ก็ผ่านไป

 เวลามีสถานการณ์แย่ๆ เกิดขึ้น ก็ให้รู้ทันว่า

 เรื่องราวเหล่านี้ มันไม่ได้อยู่กับเราจนวันตาย

6. ฝึกให้ตัวเองเข้าใจเรื่อง ของการนินทา

 หมายความว่า เราเกิดมาก็ต้องรู้ตัวว่า

 เราต้องถูกนินทาแน่นอน ดังนั้น เมื่อถูกนินทาขอให้รู้ว่า

"เรามาถูกทางแล้ว" แปลว่า เรายังมีตัวตนอยู่บนโลก

 คนที่ชอบเต้นแร้งเต้นกา กับคำนินทาก็คือ

คนไม่รู้เท่าทันโลก แม้แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ยังนินทาลูก

 คนเป็นลูกก็ยังนินทาพ่อแม่ นับประสาอะไรกับคนอื่น

ถ้าเราห้ามตัวเองไม่ให้นินทาคนอื่นได้เมื่อไหร่

 ค่อยมาคิดว่า เราจะไม่ถูกนินทา

7. ฝึกให้ตัวเองพ้นไปจาก ความเป็นขี้ข้าของเงิน

 หมายความว่า เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่

 รถยนต์ใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน

นาฬิกาใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน

เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน

 การที่คนเราจะเลิกเป็นขี้ข้าเงินได้

 ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อน เมื่อรู้จักพอแล้ว

 ก็ไม่ต้องหาเงินมาก เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก

 ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรที่มากกว่าการหาเงิน

8. ฝึกให้ตัวเองเสียสละ และยอมเสียเปรียบ

 หมายความว่า การที่คนๆ หนึ่งยอมเสียเปรียบผู้อื่นบ้าง

 เป็นเรื่องจำเป็น ใครก็ตามที่บ้าความถูกต้อง

 บ้าเหตุบ้าผล ไม่ยอมเสียเปรียบอะไรเลย

 ไม่ช้า คนๆ นั้นก็จะเป็นบ้าสติแตก

 กลายเป็นคนที่ถูกทุกอย่างแต่ไม่มีความสุข

 เพราะต้องสู้รบกับคนรอบข้างเต็มไปหมด

เพื่อความถูกต้องที่ตนเองยึดมั่นถือมั่น.

โอวาทธรรมคำสอนพ่อแม่ครูบาอาจารย์
(สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ อมฺพรมหาเถร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆบริณายก
)
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ กรุงเทพมหานคร







ขอบคุณที่มา fb. ไม้ขีดครับ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 18 ธันวาคม 2561
Last Update : 18 ธันวาคม 2561 7:27:53 น.
Counter : 96 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ