Group Blog
All Blog
<<< "เกิด,แก่,เจ็บ,ตาย" >>>









"เกิด, แก่, เจ็บ, ตาย"


การตายนั้นก็เหมือนกับการแก้ผ้าขี้ริ้ว

โยนทิ้งออกไปจากร่างกายเท่านั้น

 จิตก็เหมือนกับตัวตน กายก็เหมือนกับเสื้อผ้า 

ไม่เห็นว่าเป็นการสลักสำคัญอะไรเลย

แต่เรานี่สิกลัวนักกลัวหนา

 พอเสื้อผ้าขาดนิด ขาดหน่อย

ก็รีบหาอะไรมาปะมาชุนเย็บให้ติดต่อกันใหม่

 ยิ่งปะมันก็ยิ่งหนา ยิ่งหนาก็ยิ่งอุ่น

 ยิ่งอุ่นก็ยิ่งคิด ยิ่งคิดก็ยิ่งหลง

ผลที่สุดไปไหนไม่รอด

การอยู่และการตายไม่สำคัญเท่ากับการทำประโยชน์

 เราเองต้องพิจารณาเช่นนั้น

นี่พอนึกถึงความตาย ก็กลัวเสียแล้ว

 ถึงร่างกายมันจะตายก็ยังอยากจะให้มันอยู่

 นี่เป็นเพราะอะไร? เพราะอวิชชา

ความไม่รู้เท่าความเป็นจริงในสังขาร

 หลงแล้ว คิดผิด ทั้งหมด

 อย่างนี้มันก็จะต้องตายไปตกนรกหมกไหม้

ไม่รู้จักผุดจักเกิด เราจะเป็นเช่นนั้นหรือ?

ได้พิจารณาเห็นร่างกาย... มีทั้งส่วนเที่ยงและไม่เที่ยง

 มีทั้งสุขและทุกข์ มีทั้งอัตตาและอนัตตา

เช่น ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นของเที่ยง

 เพระมันไม่เคยเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ธาตุดินไม่เคยกลายเป็นน้ำ

 ธาตุน้ำไม่เคยกลายเป็นลม

 ธาตุลมไม่เคยกลายเป็นไฟ

 มันเคยเป็นมาอย่างไร มันก็เป็นไปอยู่อย่างนั้น

 นี่เป็นส่วนที่เป็นอัตตาของเที่ยง

 ส่วนที่ไม่เที่ยงนั้น คือ ลักษณะอาการของมัน

ที่ไม่ใช่ตัวตนจริง

เราจงคิดดูให้ดีว่า โลกนี้ไม่ใช่ของเรา

 แล้วเราจะมานั่งเฝ้าโลกกันอยู่อย่างนี้นะหรือ?

 ไม่ช้าเราก็จะต้องจากมันไปแน่ๆ

 ดังนั้นเราจึงไม่ควรหลงติดอยู่

จิตของเราก็ไม่ต่างกับลูกฟุตบอลที่ถูกเขาย่ำยีบีฑา

 ประหัตประหารให้ได้รับความคับแค้นใจอยู่ทุกขณะ

 เราต้องการความสุขหรือความทุกข์?

 เราต้องการแต่ความสุข ไม่ต้องการความทุกข์

 แต่อะไรเล่าเป็นความสุขอันแท้จริงของตัวเรา?

เราคิดว่ากินนี่แหละ คงจะเป็นความสุข

เราก็พยายามไปหามาให้มันกิน

ครั้นกินๆ เข้ามากก็เกิดอึดอัดไม่สบายอีก

 เราคิดว่านอนนี่แหละ ต้องเป็นความสุข

เราก็นอน...นอน... วันยังค่ำ จนหลังมันแข็ง

ก็เกิดความไม่สบายอีก

 คราวนี้ก็คิดว่าเงินทองทรัพย์สมบัตินี่แหละ

คงเป็นความสุขแน่นอน

 เราก็พยายามไปหาเงินทองมาให้มันใช้เต็มที่

 แต่มันก็ไม่สุขอีก แล้วอะไรเล่า

 ที่เป็นความสุขอันแท้จริง?

ความสุขที่แท้จริงนั้น ต้องเกิดจากบุญกุศล

 คือ ความสงบที่เกิดขึ้นในจิตใจ

 ใจที่พ้นจากโทษความดิ้นรน

ไม่มีกระสับกระส่ายเดือดร้อนกระวนกระวาย

 ถ้าใครมานั่งหลงติดโลกว่า มันเป็นของวิเศษวิโสอยู่

นั่นไม่ใช่นิสัยของบัณฑิต

ผู้ใฝ่ใจในธรรมของพระพุทธเจ้า

เพราะฉะนั้น เราจงตั้งอกตั้งใจประกอบบุญกุศล

 เพื่อจะให้เป็นทางที่พ้นไปจากโลกนี้

 นั่นแหละจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง

การทำสมาธิภาวนาเปรียบเหมือน

เรามาขัดสีข้าวเปลือกในยุ้งให้เป็นข้าวสาร

จิตของเราเปรียบด้วยเมล็ดข้าว

นิวรณ์ทั้ง ๕ เปรียบเหมือนกับเปลือกที่หุ้มเมล็ดข้าวอยู่

เราต้องกะเทาะเปลือกนอกนี้ออกจากเมล็ดข้าวเสียก่อน

แล้วขัดสีคราบที่ไม่สะอาดออกอีกชั้นหนึ่ง

เราก็จะได้ขาวสารที่บริสุทธิ์.

 ท่านพ่อลี ธมฺมธโร

.............................

พระธรรมเทศนา





ขอบคุณที่มา fb. ไม้ขีดครับ
ขอบคุณเจ้าของบภาพค่ะ




Create Date : 20 มิถุนายน 2561
Last Update : 20 มิถุนายน 2561 8:50:33 น.
Counter : 47 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
<<< "ทุกข์ที่ไหน ดับทุกข์ที่นั่น" >>>










"ทุกข์ที่ไหน ดับทุกข์ที่นั่น"

"ท่านทั้งหลายควรจะเข้าใจความข้อนี้

เพราะเป็นวิธีที่ลัดสั้นที่สุด จริงที่สุด

 และมีประโยชน์มากที่สุด

มีความทุกข์ที่ไหนต้องดับความทุกข์ที่นั่น

 เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำได้เป็นสิ่งที่กระทำได้

เพราะพระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสไว้ว่า...

"ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ :

 สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

 สิ่งนั้นทั้งปวงก็มีความดับเป็นธรรมดา"

ถ้าวัฏฏสงสารมีการเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

 วัฏฏสงสารก็ต้องมีความดับเป็นธรรมดา

 เราอย่าได้ไปแยกออกจากกันเลย

 มันเกิดที่ไหนมันต้องดับที่นั่น

 มันขึ้นทางไหนมันต้องลงทางนั้น

ตัวอย่างเราก็เห็นได้ชัดแล้ว

ว่ามันเกิดขึ้นมาจาก"อวิชชา

" ฉะนั้น เราต้องดับลงที่"อวิชชา"

ขึ้นทางไหนต้องลงทางนั้น หมายความว่า

ความทุกข์เกิดขึ้นตรงไหนต้องดับที่ตรงนั้น

 อย่ามัวไปหาที่ดับที่อื่นเลย

ดังนั้น ต้องหาความดับทุกข์ที่ตัวความทุกข์

 เช่นเดียวกับที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสว่า...

โลกนี้ก็ดี เหตุให้เกิดโลกก็ดี

 ความดับสนิทแห่งโลกก็ดี

หนทางให้ถึงความดับสนิทแห่งโลก

 ตถาคตบัญญัติไว้..

ในร่างกายอันยาวประมาณวาหนึ่งนี้

 พร้อมทั้งสัญญาและใจ

ถ้าเราจะพูดกันให้ง่ายๆ อย่างวัตถุ

 เราก็จงดู"ความไม่มี" ว่ามันอยู่ที่"ความมี"

คือวัตถุอย่างหนึ่งตั้งอยู่ เราพูดว่ามี"ความมี"

แล้ว"ความไม่มี"อยู่ที่ตรงไหน

 ความไม่มีมันก็ซ้อนกันอยู่ที่วัตถุนั้นเอง

อยู่ที่ความมีของวัตถุนั่นเอง

 ลองเอาความมีของวัตถุนั้นออกไป

ก็จะพบความไม่มีของวัตถุนั้นอยู่ตรงที่เดียวกัน

เพราะฉะนั้น มีความทุกข์ที่ไหน

 ก็มีความดับทุกข์อยู่ที่นั่น

 เราต้องหา"ความดับทุกข์"ที่"ความทุกข์"เสมอไป...

เช่นเดียวกับที่จะต้องหาจุดที่เย็นที่สุด

ที่กลางเตาหลอม

 หาความเย็นที่สุดจากความร้อนที่สุด

 เย็นที่สุดนั้นมันอยู่ที่ร้อนที่สุด

จงหาความดับที่ความเดือด

ถ้าวัฏฏสงสารเป็นความเดือด

 นิพพานก็ต้องเป็นความดับ

 และหาได้ที่ความเดือด

แต่ท่านทั้งหลายไม่เคยนึกเสียด้วยซ้ำไป

 อย่าว่าแต่จะรู้หรือจะกระทำเลย

 แม้แต่นึกก็ยังไม่เคยนึก ทำให้เป็นคนโง่

 เหมือนกับคนโง่ชนิดหนึ่งซึ่งว่าโดยที่แท้แล้ว

เพชรมีอยู่ที่หน้าผากของตัว แต่ไม่เคยทราบ

 ไม่เคยคลำหาเพชรแท้ๆ มีอยู่แล้วที่หน้าผากของตัว

 มีอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่เคยทราบและไม่เคยคลำหา

 นี่แหละ! คือคนที่โง่

ที่ไปหานิพพานที่อื่นจากวัฏฏสงสาร"

พุทธทาสภิกขุ

........................

๒ มิถุนายน ๒๕๑๑
ที่มา : ธรรมบรรยาย เรื่อง "ในวัฏฏสงสารมีนิพพาน"

จากหนังสือ "มองด้านใน" ชุดที่ ๒







ขอบคุณที่มา fb. ไม้ขีดครับ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 19 มิถุนายน 2561
Last Update : 19 มิถุนายน 2561 9:07:39 น.
Counter : 44 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
<<< "ของขลังแบบพระพุทธเจ้า" >>>









"ของขลัง"

“มีแต่ของขลังเต็มแหละเดี๋ยวนี้

อย่างนี้ละสิ่งแทรกซึมแทรกซึมเข้าศาสนา

แทรกซึมเข้าอย่างนี้แหละ

องค์ศาสนาจริง ๆ จะไม่ปรากฏนะเวลานี้

 มีแต่สิ่งแทรกซึมซ่องสุมเข้าไปในวงศาสนา

 มีแต่ของปลอม ๆ แทรกเข้าไป ๆ

 เต็มหมดบ้านหมดเมือง

ชาวพุทธเรา ไปไหนยื่นของขลังให้กัน

ไอ้ขลังภายในที่จะปฏิบัติตัวให้ดีนี้ไม่ยอมสนใจเลย

 องค์ศาสนาจริง ๆ ไม่เอา ไปหาเกาที่ไม่คัน

สู้หมาขี้เรื้อนไม่ได้ หมาขี้เรื้อนมันเกาถูกที่คันนะ

 มันคันตรงไหนมันเกาตรงนั้นถูก

 อันนี้เกาดะไปเลย ถลอกปอกเปิกไม่หายาใส่

แต่เกาเรื่อย นี่ซิน่าทุเรศนะ

การปฏิบัติตัวให้ดีเพื่อความร่มเย็นแก่ตนเอง

และครอบครัวตลอดสังคมทั่ว ๆ ไปนี้ไม่ยอมสนใจทำ

 องค์ศาสนาแท้อยู่ตรงนี้ไม่สนใจ

มีแต่ของขลังเต็มบ้านเต็มเมือง

เดี๋ยวนี้ ไม่ทราบขลังอะไรก็ไม่รู้เราก็แปลไม่ออก

ให้ขลังในเจ้าของซิ ตั้งใจปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี

นั่นละขลังอยู่ตรงนั้น ความชั่วกลัวขลังแบบนี้

แต่ขลังแบบที่ว่าความชั่วไม่ได้กลัวนะ กิเลสหัวเราะ

เพราะเป็นทางของกิเลสเดิน...”

หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน

.................................

พระธรรมคำสอนโดย
พระธรรมวิสุทธิมงคล(หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) จ.อุดรธานี
(พ.ศ. ๒๔๕๖ - ๒๕๕๔)
ขลังแบบพระพุทธเจ้า
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๘






ขอบคุณที่มา fb.ธรรมะพระธุดงคกรรมฐาน
สายพระบูรพาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 17 มิถุนายน 2561
Last Update : 17 มิถุนายน 2561 8:51:49 น.
Counter : 52 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
<<< "รักษาสติให้เป็น" >>>








"รักษาสติให้เป็น"

“เหมือนวัวควาย ถ้าเราปล่อยมันตามวาระ

 มันก็ไปตามเรื่องของมัน

 แต่ถ้าเราผูกมัดมันไว้กับหลักแล้ว

มันก็หากินรอบหลักนั่นแหละ

 มันไม่สามารถวิ่งตามไปใจมันได้

 นี้เหมือนกันกับจิตใจของเรา

 ตัวเราต้องทำด้วยตัวเราเอง

 ครูบาอาจารย์มีแต่บอกทางเท่านั้น

 จะไปทำแทนกันไม่ได้

เหมือนความเจ็บความปวดนั่นแหละ

คิดซิ! เจ็บปวดตรงนี้ตรงนั้น

มีแต่ถามหาอาการเท่านั้น

ปวดหัวตัวร้อน ก็มีแต่ถามหาอาการเท่านั้น

 จะไปเจ็บปวดแทนกันไม่ได้ เหมือนกับการกินข้าว

 ถ้าเราไม่กินก็ไม่รู้จักรสชาติ ไม่รู้จักความอิ่ม

 นี่ก็เหมือนกัน นั่นก็อร่อย นี่ก็อร่อย

ถึงใครจะบอกอะไรเรา ถ้าเราไม่รับไม่กินก็เท่านั้น

 ไม่รู้เรื่องฉะนั้น การปฏิบัติครูบาอาจารย์

 เมื่อท่านบอกท่านเทศน์

 เราเองต้องลงมือประพฤติปฏิบัติ

เราต้องทำอย่างที่ท่านบอก

 เราถึงจะเห็นเป็นปัจจัตตัง

กำหนดสติพรึบ! ทันทีทันใด รักษาสติให้เป็น

 ถ้าถูกต้อง มันเป็นมหาสติมหาปัญญา

มันจะทันกันอยู่นั่นแหละ ถ้าปัญญาแก่กล้าเข้าไป

 ก็เปรียบเสมือนยามรักษาการ

 มีอะไรเกิดขึ้นมา ก็รู้เท่าทันไปหมด

พูดง่าย ๆ ว่า “เป็นยาม”

ถ้าถึงขั้นนั้นแล้ว ก็มียามรักษาความปลอดภัย...”

หลวงปู่ลี กุสลธโร

..........................

โอวาทธรรม
หลวงปู่ลี กุสลธโร
วัดเกษรศิลคุณธรรมเจดีย์ (วัดภูผาแดง)
ต.หนองอ้อ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี







ขอบคุณที่มา fb. ธรรมะพระธุดงคกรรมฐาน
สายพระบูรพาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 13 มิถุนายน 2561
Last Update : 13 มิถุนายน 2561 9:17:22 น.
Counter : 64 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
<<< "อำนาจวาสนา" >>>








"อำนาจวาสนา"


"อำนาจวาสนา... ไม่ให้นำมาแข่งขันกัน

 เพราะฉะนั้นจงพากันมีความยินดีในบุญในกุศล

ชาตินี้เราก็ขนาดนี้ ที่เราเป็นอยู่ขนาดนี้

เราจะได้ตำหนิตัวของเราว่าเรามีวาสนาน้อย

 บางทีอาจเรามีวาสนามากมาย

 แต่ก็เหมือนกันกับว่าเราเดินทางจวนจะถึงบ้านแล้ว

 แต่หนทางไปขรุขระเสียบ้าง

หนทางไม่สะดวกจวนจะถึงบ้านอย่างนั้นก็มี

 เช่นเราจวนจะพ้นจากทุกข์อยู่แล้ว

 แต่ก็เพราะกรรมชั่วมันก็มี กรรมดีเราก็ทำ

 เพราะคนเราย่อมมีความหลง

 ความเผอเรอเป็นธรรมดา

แม้จวนจะถึงเราก็ยังมีความทุกข์ความทรมานอยู่

ไม่เป็นเศรษฐีกุฎุมพี ไม่เป็นคนเฉลียวฉลาดก็ตาม

 แต่เมื่อพ้นจากระยะนี้ไปแล้ว

 เราอาจจะขึ้นสูงยิ่งกว่าภูเขาไปก็ได้

 นี่เป็นของสำคัญอย่างนี้ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้า

ท่านจึงไม่ให้ประมาทอำนาจวาสนาของกันและกัน

ไม่ให้นำมาแข่งขันกัน มีฝังอยู่ที่หัวใจ

 บางคนจะพ้นจากทุกข์อยู่แล้วในชาตินี้

ยังต้องเป็นคนตกระกำลำบากทุกข์ยากเข็ญใจ

ทุกสิ่งทุกประการอย่างนั้นก็มี

 แต่จะตำหนิว่าคนนั้นมีวาสนาถึงขนาดนั้น

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ส่วนที่เขาต่ำนั้น

ยังมีอยู่ภายในใจของเขาซึ่งเขาได้ทำไว้

 เขาต้องเสวยส่วนนั้นไปก่อน

 พอพ้นจากกรรมนั้นแล้วเขาก็ขึ้นสูงได้โดยรวดเร็ว

 เหมือนอย่างบุคคลที่พ้นจากปากหลุมปากบ่อแล้ว

ก็โผล่หน้าขึ้นสูงได้โดยรวดเร็ว

 ข้อนี้มีลักษณะเช่นนั้นเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรไม่ประมาทวาสนาของเรา

ว่าเกิดในบ้านนอก บ้านดอน

ใครไม่ได้เกิดในตุ่มในไหให้ทราบกันอย่างนี้

เกิดกับท้องของแม่ด้วยกันทั้งนั้น..."

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

.........................................

เทศน์ในงานทำบุญข้าวเปลือก ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๐๕
วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) จ.อุดรธานี
(พ.ศ. ๒๔๕๖ - ๒๕๕๔)






ขอบคุณที่มา fb.ธรรมะพระธุดงคกรรมฐาน
สายพระบูรพาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 12 มิถุนายน 2561
Last Update : 12 มิถุนายน 2561 9:46:45 น.
Counter : 48 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....