Group Blog
All Blog
<<< "มะเขือยาวผัดกะปิ " >>>








" มะเขือยาวผัดกะปิ "

เครื่องปรุง มะเขือยาว กะปิ น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย

  ใบโหระพา พริกชี้ฟ้าแดง กระเทียม หมูสับ น้ำมันหอย

วิธีทำ มะเขือยาวหั่นแล้วต้มพอสุก

  ละลายกะปิพอควร ตั้งกะทะใส่น้ำมันเล็กน้อย

ใส่กระเทียมสับ ผัดพอหอม ใ

ส่หมูสับลงไปผัดรวมเติมน้ำมันหอยเล็กน้อย

  ใส่มะเขือยาว กะปิ น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทรายเล็กน้อย

 ผัดให้เข้ากันพอสุกใส่ใบโหระพา และพริกชี้ฟ้าแดง

เสร็จแล้วจ้า ง่ายๆเด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี ลองทำกันนะจ๊ะ





Create Date : 01 กันยายน 2561
Last Update : 1 กันยายน 2561 11:05:18 น.
Counter : 651 Pageviews.

1 comment
<<< "เส้นหมี่ผัดแบบโบราณ" >>>










เส้นหมี่ผัดแบบโบราณ

วันนี้เรามาลองทำหมี่ผัดสีสวยแบบโบราณกินกันนะ

 ไม่ยากอย่างที่คิดหรอก เราทำอะไรก็ทำให้มันง่ายๆ

 อย่าทำง่ายให้เป็นยาก ควรคิดเสมอว่า

ไม่มีอะไรที่จะเกินความสามารถของมนุษย์ไปได้หรอก

ก่อนอื่นเราก็นำเส้นหมี่ขาวที่ซื้อมาแบบแห้ง

นำมาแช่น้ำให้นิ่มก่อน

เมื่อนิ่มใช้ได้แล้วเราก็นำขึ้นมาตัดสักหน่อย

เพื่อลดความยาวของเส้นลงบ้าง

เพราะหากไม่ตัดขืนใจร้อนรับประทานเข้าไป

และเคี้ยวไม่ละเอียดอาจจะพันคอได้นะ

  (ยังไม่เคยมีปรากฎการณ์สักครั้งว่ากินเส้นหมี่แล้วพันคอ)

 กันไว้ก่อนน่ะ







จากนั้นเราก็มาเตรียมทำน้ำคลุกเส้นหมี่กัน

 เริ่มจากคั้นน้ำมะขามเปียกสักเล็กน้อย

  นำน้ำตาลปี๊บผสมลงไป ใส่เต้าเจี้ยวสักหน่อย

คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเติมน้ำสีแดง

ที่เขาใช้ใส่ในเย็นตาโฟลงไปผสมให้เข้ากัน




สับหัวหอมสักหัวไว้เจียว 

 หั่นเต้าหู้ขาวเป็นชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ก็ได้ตามชอบ

 บางคนเขาก็ใส่เต้าหู้เหลือง ก็ไม่ว่่ากันแล้วแต่ชอบ

ตอกไข่ไก่สักฟองไว้เจียว 

 ล้างถั่วงอก และใบกู๋ใช่ หั่นใบกู๋ใช่เป็นท่อนเตรียมไว้

เครื่องก็มีแค่นี้แหละ

บางคนเขาก็ใส่กุ้งแห้งป่นแต่เราไม่เคยใส่หรอก

เพราะแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

ตั้งกะทะให้ร้อนจัดแล้วเบาไฟลงหน่อย

ใส่น้ำมันลงไปละเลงให้ทั่วกะทะแล้วเทน้ำมันออกให้หมด

 ตีไข่ไก่แล้วนำลงทอด การทอดก็ให้เทไข่ให้ทั่วกะทะ

ไข่จะเป็นแผ่นบางๆ พอสุกก็ม้วนไข่

แล้วนำไปซอยเป็นชิ้นเก็บไว้โรยหน้า

  หากใช้กะทะก้นแบนราบจะดีกว่าใช้กะทะก้นลึก

ใส่น้ำมันลงกะทะเล็กน้อยไม่ต้องมาก

แค่พอทอดเต้าหู้ให้เหลืองสักนิด 

 แล้วใส่หัวหอมที่สับไว้ลงไปเจียวให้พอหอม

  ใส่น้ำเครื่องปรุงที่เราเตรียมไว้ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน

 จากนั้นก็ใส่เส้นหมี่ที่เตรียมไว้ลงไปผัด 

 ไม่ต้องเติมเครื่องอะไรอีกแล้ว ผัดให้แห้ง

 แล้วใส่ถั่วงอกและใบกู๋ใช่ลงไป

คลุกเคล้าให้เข้ากันเป็นอันเสร็จ

ตักใส่จานแล้วโรยหน้าด้วยไข่เจียวที่ซอยไว้

 เป็นอันเสร็จ สำหรับเรานั้น

เราชอบหอมที่เจียวไว้จนเหลือง (เจียวต่างหาก)

 โรยหน้าด้วยสักนิด หอมอร่อยขึ้นอีกเชียวละ

ลองทำกันนะไม่ยากเลยสักนิด

  แถมถูกตังอีกด้วย อิ่มไม่อ้วนเพราะเราไม่ใช้น้ำมันมาก

ใช้แค่นิดหน่อยก็พอแล้ว ไขมันจะได้ไม่ตกค้างในตัว







Create Date : 18 ธันวาคม 2560
Last Update : 18 ธันวาคม 2560 14:34:03 น.
Counter : 858 Pageviews.

0 comment
### อาหารเช้าแบบง่ายๆ "ไข่กะทะ" ###








อาหารเช้าแบบง่ายๆ

"ไข่กะทะ"

 

เครื่องปรุง  ไข่ไก่  ใส้กรอก  หมูสามชั้น

มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ ต้นหอม 

พริกไทย  ซีอิ๊วขาว เกลือ เนย พริกขี้หนู

ซอสมะเขือเทศ

วิธีทำ  ต่อยไข่แยกไข่แดงไข่ขาว

หมูสามชั้นหั่นบางๆชิ้นเล็กๆ

ใส้กรอกหั่นอย่างไรก็ได้ตามแต่ชอบ

ต้นหอมซอย หอมหัวใหญ่หั่นบางๆ

หรืออยากจะหั่นเต๋าก็ตามแต่ชอบ

มะเขือเทศหั่นบางๆตามรูป

พริกขี้หนูซอย ไม่ใส่ก็ได้ แต่ที่ใส่เพราะชอบ

ตั้งกะทะให้ร้อนนำหมูสามชั้นลงผัดใกล้สุก

ใส่หอมหัวใหญ่ ใส่เกลือนิดหน่อย

ใส่ใส้กรอกลงไปร่วมด้วยช่วยกันผัด

พอสุกดีแล้ว ใส่ซีอิ๊วขาวเล็กน้อยพอหอม

โรยด้วยพริกขี้หนูซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน

ตักพักไว้

ไข่ขาวที่แยกไว้ตีให้เข้ากัน ตั้งกะทะให้ร้อน

ใช้เนยทาทั่วกะทะไม่ต้องมาก

แล้วนำไข่ขาวลงไปราดให้ทั่วกะทะ

กะทะควรใช้กะทะก้นแบนราบ

พอไข่เกาะกะทะ นำไข่แดงลงไปวาง

พร้อมมะเขือเทศ

แล้วปิดฝาอบไว้สักสามสี่นาที

แค่พอไข่แดงเริ่มสุก

ใส่เครื่องที่เราผัดไว้ลงไปจัดวาง

โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย

และพริกไทยป่น

แค่นี้เราก็ได้ไข่กะทะเป็นอาหารมื้อเช้า

กินกับซอสมะเขือเทศ 

 แถมด้วยกาแฟสักถ้วย ก็อิ่มได้อีกมื้อแล้ว

หากสนใจก็ลองทำกินกันนะจ๊ะ.

 

หมายเหตุ...ในรูปจะเห็นไข่แดงแตก

ก็เนื่องจากให้ลูกชายไปซื้อไข่ไก่ให้

หนึ่งแผง เธอหิ้วไข่มาให้พร้อมกับบอกว่า

ไข่มันถูกกะแทกเล็กน้อยน่าจะมีแตกสักฟอง

สองฟอง เราก็เลยนำออกมาดู ก็ปรากฎว่า

ไข่แตกไปสิบฟอง บุบอีกสี่ฟอง

นี่คือสาเหตุแห่งไข่กะทะที่ลงโทษ

คนซื้อไข่ให้กินไข่ซะให้เข็ด

สะใจไม๊ล่ะ ไข่แดงเธอเลยปรากฎโฉมให้เห็นบ้าง

ให้เกิดสีสันซะงั้น...ฮิ..ฮิ




Create Date : 10 กันยายน 2559
Last Update : 10 กันยายน 2559 20:23:10 น.
Counter : 974 Pageviews.

0 comment
### น้ำพริกงาขาว ###














น้ำพริกงาขาว

เครื่องปรุง ตะใคร้ กระเทียม พริกขี้หนูสวน

  มะนาว กะปิ ขมิ้นหัว กุ้งแห้ง น้ำตาลปี๊บ งาขาว

วิธีทำ.. ซอยตะใคร้ กระเทียมปอกเปลือกออก

  พริกขี้หนูสวนเด็ดก้านทิ้ง หัวขมิ้นล้างแล้วหั่นบางๆ 

 ของทุกอย่างให้ประมาณเอาจะทำมากทำน้อย

ก็ประมาณเอาชอบเผ็ดก็ใส่พริกมาก

ชอบเปรี้ยวก็ใส่น้ำมะนาวมาก  แต่ไม่แนะนำให้หวานนำ

เพราะน้ำพริกรสนำจะต้องเปรี้ยวกับเผ็ด

  สำหรับเค็มกับหวานนั้น

เป็นแค่ผสมผสานให้รสชาติลงตัวเท่านั้น 

 นำตะใคร้ซอย กระเทียม พริกขี้หนู และขมิ้นที่เตรียมไว้

ใส่ครกโขลกพอหยาบน้อย จากนั้นใส่กะปิเล็กน้อย 

 ใส่น้ำตาลปี๊บนิดหน่อยโขลกให้เข้ากัน 

 บีบมะนาวใส่ ใส่กุ้งแห้งที่โขลละเอียด

คลุกเคล้าชิมรสดูตามชอบ

แล้วโรยด้วยงาขาวที่คั่วแล้วลงไป 

 คลุกเคล้าชิมรสอีกครั้ง เป็นอันเสร็จ

ลองทำกินกันนะ เพราะทุกอย่างมีคุณค่า

และมีประโยชน์ต่อร่างกายเรามากมาย

  กินน้ำพริกจะทำให้อายุยืนนานไร้โรคภัยไข้เจ็บ 

 เพราะเท่ากับเรากินสมุนไพรมากมาย

  ทั้งน้ำพริก และผักต่างๆที่เรานำมาร่วมกิน

ต่างมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น.






Create Date : 03 มิถุนายน 2559
Last Update : 3 มิถุนายน 2559 20:01:54 น.
Counter : 922 Pageviews.

1 comment
### ข้าวยำ ###











ข้าวยำ

.......

 

ข้าวยำเป็นอาหารของภาคใต้  เราจะเห็นว่าคนใต้นั้น

มีการรับประทานผักกันมาก  เขาสามารถนำผักต่างๆ

มากินร่วมเป็นอาหารคาวได้อย่างเข้ากันดีทีเดียว

โดยเอามาเป็นผักแนมกินสดๆกับขนมจีน หรือ น้ำพริกต่างๆ

ทำให้คนใต้นั้นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงกว่าภาคอื่น

เพราะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารทุกประเภท ทั้ง

อาหารทะเลและพืชผักผลไม้นาๆชนิด  ดังนั้น

คนใต้จึงได้เปรียบเรื่องอาหารการกินมากกว่าภาคอื่น

วันนี้เราหยิบยกข้าวยำปักษ์ใต้มาให้ท่านลองทำกินกัน

ก่อนอื่นเราต้องทำน้ำข้าวยำก่อน

เครื่องปรุงน้ำข้าวยำ  ได้แก่น้ำบูดู  หัวหอมแดง  ตะใคร้

น้ำตาลปี๊บ  น้ำมะขามเปียก  ใบมะกรูด  ข่า  น้ำสะอาด

วิธีทำ...เราใช้น้ำสะอาดสักหนึ่งถ้วย  น้ำบูดูครึ่งถ้วย

หัวหอมแดงทุบสักห้าหัว   ตะใคร้ทุบสักสามต้น

ใบมะกรูดฉีกสักห้าหกใบ  ข่าทุบสักหน่อย

น้ำตาลปีบสักถ้วย  นำทุกอย่างใส่ลงไปเคี่ยว

เติมน้ำมะขามเปียกสักสองช้อนโต๊ะ

จากนั้นเคี่ยวไปเรื่อยๆสักหนึ่งชั่วโมง

 เสร็จแล้วรอให้เย็นก่อนแล้วกรองเก็บไว้ใช้ได้ตลอด

วิธีทำนี้บางท่านอาจจะมีวิธีที่แตกต่างจากนี้ก็ไม่ว่ากัน

เพราะเราก็ทำแค่นี้แหละค่ะ ง่ายดี

 






คั่วมะพร้าวให้เหลืองกรอบ   กุ้งแห้งปั่นละเอียด

ทอดข้าวตากสักหน่อย ถ้ากินข้าวสวยก็ไม่ต้องใช้





นึ่งข้าวสามสีไว้กินกับข้าวยำ  หรือจะไม่ต้องมีสีก็ได้แล้วแต่ชอบ

การนึ่งข้าวสีเราก็ใช้สีจากพืชนี่แหละ อย่างสีเหลือง

เราก็ใช้น้ำขมิ้นหุง  สีฟ้าเราก็ใช้น้ำอัญชัญ  หรืออยากได้สีเขียว

ก็ใช้น้ำใบเตย  หรืออยากได้สีส้มก็ใช้น้ำแครอท เป็นต้น

มันก็แค่ทำให้ข้าวยำแลดูสีสดใสชวนกินเท่านั้น  ถ้าไม่กินข้าว

ก็อาจจะใช้ข้าวตากทอดแทนก็ได้ อร่อยทั้งนั้นแหละ







สำหรับผักที่กินกับข้าวยำ มีมากมายเยอะแยะ

อยากกินผักอะไรก็ใส่ไปได้  เช่น ตะใคร้ซอย  แครอทซอย

ใบมะกรูดซอย  ใบชะพลูซอย  กล่ำสารพัดสีซอย  ถั่วฝักยาวซอย

สะตอแกะเม็ด   ข้าวโพดต้ม  มะม่วงดิบซอย  แตงกวา

ส้มโอฉีกเป็นกลีบเล็กๆ   ถั่วงอก ฯลฯ

หรือผักอื่นๆอีกมากมายหลากหลายชอบกินอะไรก็ใส่ได้









วิธีกินก็ง่ายๆ นำทุกอย่างผสมผสานกันราดด้วยน้ำบูดู

คลุกเคล้าให้เข้ากันแค่นี้ก็อร่อยแล้วจ้า

ลองทำกินกันนะคะ  มีประโยชน์มากมาย





Create Date : 10 ตุลาคม 2558
Last Update : 10 ตุลาคม 2558 20:11:19 น.
Counter : 1008 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ