Group Blog
All Blog
<<< "ผู้รับไม่สำคัญ" >>>









ผู้รับไม่สำคัญ”

ถาม : เพื่อนชวนโยมไปถวายสังฆทาน

 แต่โยมไม่ได้ซื้อของร่วมถวายสังฆทาน

ตอนกรวดน้ำจับแขนเพื่อน โยมจะได้บุญไหมครับ

พระอาจารย์ : ถ้าไม่ได้เสียเงินเสียทอง

ไม่ได้จ่ายอะไรเลยก็ไม่ได้บุญ

 ได้ก็ได้แค่บุญที่เกิดจากการร่วมยินดี

กับผู้ที่ทำบุญเท่านั้นเอง เหมือนไปกินร้านอาหาร

 เห็นเขากินข้าวก็ไปแสดงความยินดีกับเขา

แต่ตัวเองไม่ได้กิน ได้ความสุขจากที่ไม่อิจฉาเขา

 มันได้กินกูไม่ได้กิน (หัวเราะ)

 อย่างน้อยก็ดีใจไปกับเขา เห็นเขาได้กิน

 ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้กิน

ตัวเองก็มีความสุขจากการยินดี

แต่ไม่ได้มีความสุขจากการได้กิน

ถ้าจะทำบุญร่วมกับเขาก็ต้องแบ่งต้องจ่ายเงินออกค่า

 ถึงแม้จะไม่มีของก็เอาเงินใส่บาตร ก็เอาเงินใส่ตู้ก็ได้

 แล้วอย่างงั้นเราก็จะได้บุญ

 คือบุญเกิดจากการเสียสละของที่เรามีแก่ผู้อื่น

 ไม่ว่าจะให้ใครก็ได้ ให้พระก็ได้ ให้โยมก็ได้

 ให้แมวให้หมาก็ได้ ผู้รับไม่สำคัญ

 บุญเกิดจากการให้ของเรา

เกิดจากการเสียสละของเรา.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๑






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 21 มกราคม 2561
Last Update : 21 มกราคม 2561 4:59:14 น.
Counter : 25 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
<<< "พิจารณาอยู่เนืองๆ" >>>













” พิจารณาอยู่เนืองๆ”

ถาม: กราบนมัสการครับ

 ถ้าหากเห็นโทษของความผูกพัน

 จะพิจารณาละวางหรือพิจารณาบ่อยๆอย่างไร

 ให้ละวางได้ครับ

พระอาจารย์: อ๋อ ก็ต้องคิดว่า

เราต้องมีความพลัดพรากจากกันเป็นธรรมดา

 ล่วงพ้นจากการพลัดพรากจากกันไปไม่ได้

 ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีอยู่นี้ เราจะต้องจากเขาไป

 ไม่จากเป็นก็จากตาย เรามาตัวเปล่าๆ

 แล้วเราต้องไปตัวเปล่าๆ

ดูคนที่ไม่มีอะไรติดตัวไปได้ไหม

ไม่มีใครเอาอะไรไปได้ นอกจากบุญกับบาปเท่านั้น

 ที่เอาไปได้ แต่ถ้าเป็นวัตถุ เป็นสิ่งของเป็นบุคคลนี้

 เอาไปไม่ได้ ให้คิดอยู่เนืองๆ

พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พิจารณาอยู่เนืองๆว่า

เกิดมาแล้วต้องแก่ต้องเจ็บต้องตาย

 ต้องพลัดพรากจากกันเป็นธรรมดา

ล่วงพ้นจากการพลัดพรากจากกันไปไม่ได้

ให้คิดอย่างนี้แล้วก็จะปล่อยวางได้.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.........................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๑







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 19 มกราคม 2561
Last Update : 19 มกราคม 2561 10:51:05 น.
Counter : 46 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
<<< "วิธีปฏิบัติให้ถึงพระโสดาบัน" >>>









"วิธีปฏิบัติให้ถึงพระโสดาบัน"

ถาม : วิธีปฏิบัติเพื่อให้ไปถึงพระโสดาบัน

 ต้องปฏิบัติอย่างไร?

พระอาจารย์สุชาติ : ต้องทำบุญ ทำทาน

รักษาศีล นั่งสมาธิ ฝึกทำใจให้สงบ

แล้วพิจารณาร่างกายว่าไม่เที่ยง เกิด แก่ เจ็บ ตาย

 จนกระทั่งปล่อยวางร่างกายได้

ไม่ทุกข์ไปกับความแก่ ความเจ็บ ความตาย

ไม่กลัวความแก่ ไม่กลัวความเจ็บ

 ไม่กลัวความตาย ก็เป็นโสดาบันได้

 ถ้ายังกลัวอยู่ก็ยังเป็นไม่ได้

 แสดงว่าใจยังยึดติดกับร่างกายอยู่

ต้องเห็นว่าร่างกายไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวเรา

 เพราะมันต้อง แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดา

เหมือนกับเราเห็นร่างกายของคนอื่น

 ร่างกายของคนอื่นทุกข์ เราไปทุกข์กับเขามั๊ย

 เขาแก่ เขาเจ็บ เขาตาย เรานี้ไม่ทุกข์เลยใช่มั๊ย

 ร่างกายของเราก็เหมือนร่างกายของเขา

 เพียงแต่เรามาครอบครอง มายึดว่าเป็นของเรา

เราก็เลยไม่อยากให้มันแก่ เจ็บ ตาย

พอไม่อยากแก่เจ็บตายมันก็เลยทุกข์

 ก็ต้องไม่อยาก ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย

 ปล่อยมันแก่ไป เจ็บไป ตายไป

ถ้าอยากรู้ว่าปล่อยได้หรือไม่ ก็ลองไปทดสอบดู

นั่งให้มันเจ็บ ปล่อยให้มันเจ็บไป ไม่ต้องลุก

ไม่ต้องขยับ ปล่อยให้มันเกิดดับไปของมันเอง

 เดี๋ยวมันก็ดับไปเอง ความเจ็บเดี๋ยวมันก็หายไป

 เกิดแล้วก็ดับไป ถ้าปล่อยได้ก็แสดงว่า

ปล่อยความเจ็บได้แล้ว

ส่วนความตายปล่อยได้มั๊ย ก็ลองไปอยู่ป่าช้าดู

 ไปอยู่ในที่มันน่ากลัวดู ไปอยู่แล้วใจกลัวหรือเปล่า

 ใจทุกข์หรือเปล่า ยอมตายหรือเปล่า

 ถ้ายอมตายได้ก็ไม่กลัวแล้ว

 ไม่กลัวก็หายทุกข์ แสดงว่าปล่อยแล้ว

พระโสดาบันท่านปล่อยวางร่างกายได้

ปล่อยความแก่ได้ ปล่อยความเจ็บได้

 ปล่อยความตายได้

 อยู่กับมันได้อย่างสบายไม่เดือดร้อน

ลองปฏิบัติดู เบื้องต้นเอาง่ายๆ

เพียงเท่านี้ก่อนว่าทำได้หรือไม่

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

............................

ธรรมะบนเขา ณ จุลศาลา เขตปฏิบัติธรรมเขาชีโอน
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ชลบุรี
วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๙






ขอบคุณที่มา fb. วัดป่าดอทคอม
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 18 มกราคม 2561
Last Update : 18 มกราคม 2561 6:03:16 น.
Counter : 45 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
<<< "ศีล สมาธิ ปัญญา" >>>












“ศีล สมาธิ ปัญญา”

ถาม : วิธีเอาชนะสังโยชน์ ๑๐ แบบฆราวาส

มีไหมครับ คือวิธีใด นมัสการครับ

พระอาจารย์ : ก็วิธีเดียวกับทุกคนน่ะ

 สังโยชน์ ๑๐ มันเป็นโจทย์ของจิต

มันเป็นกิเลสที่ผูกมัดจิตใจ

ให้ติดอยู่กับการเวียนว่ายตายเกิด

 ก็ต้องใช้ธรรมของพระพุทธเจ้าอันเดียวกัน

 ก็คือศีลสมาธิปัญญาเหมือนกัน

ไม่ว่าจะเป็นหญิงเป็นชาย เป็นฆราวาสเป็นนักบวช

 เป็นเด็กเป็นผู้ใหญ่ ก็ใช้ศีลสมาธิปัญญาอันเดียวกัน

 เหมือนยาน่ะ ยาที่รักษาโรคเนี่ย

ใช้ยาชนิดเดียวกันใช่ไหม

ไม่ว่าจะกับผู้หญิงผู้ชายเด็กผู้ใหญ่

กับพระหรือกับโยม ถ้าเป็นโรคเดียวกัน

ก็ใช้ยาชนิดเดียวกัน

สังโยชน์นี่ก็เป็นเหมือนกับโรคของจิตโรคของใจ

 ที่ทำให้จิตต้องทุกข์ต้องทรมาน

เพราะสังโยชน์ทั้ง ๑๐ นี้ ก็ต้องใช้ยา

คือธรรมะโอสถเหมือนกัน

 ใช้ศีลสมาธิปัญญาเหมือนกัน

ศีลก็ต้องศีล ๘ ขึ้นไปถึงจะมีกำลัง

 เหมือนรถที่จะขึ้นเขาน่ะ

 ถ้ารถกำลังน้อยมันก็ขึ้นไม่ได้

 ต้องมีรถที่มีกำลังมาก

รถที่วิ่งบนพื้นราบนี่จะขึ้นเขาไม่ไหว

 เราถึงมักจะซื้อรถเอชยูวีกันใช่ไหม

เดี๋ยวนี้ มันลุยมันมีพลังมากกว่า

ถ้าซื้อรถแบบธรรมดามันก็วิ่งแบบถนนราบเรียบได้

 แต่พอจะต้องขึ้นเขาลงเขานี่มันไม่มีกำลัง

 การที่จะตัดสังโยชน์นี้มันต้องศีล ๘ ขึ้นไป

 ศีล ๕ มันไม่มีกำลัง ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ เนี่ย

มันมีกำลังที่จะสนับสนุนให้เราภาวนา

 ให้มีสมาธิให้มีปัญญา พอมีศีลมีสมาธิมีปัญญา

 สังโยชน์ก็ขาดหมดเลย

สังโยชน์เป็นเหมือนเชือก

 ศีลสมาธิปัญญาเป็นเหมือนมีด

พอมีมีด ลับให้มันคมเนี่ย ฟันปั๊บมันก็ขาด

ฟันปั๊บสักกายทิฏฐิก็ขาด สีลัพพตก็ขาด

 วิจิกิจฉาก็ขาด ปฏิฆะก็ขาด กามราคะก็ขาด

รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทัจจะ อวิชชา

 นี่ถ้าเจอมีดของศีลสมาธิปัญญานี้

มันขาดหมดเลยนะถ้าอยากจะตัดสังโยชน์

ไม่ว่าจะเป็นฆราวาสหรือเป็นพระ

 ก็ต้องสร้างศีลสมาธิปัญญาขึ้นมา.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๑









ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 17 มกราคม 2561
Last Update : 17 มกราคม 2561 3:59:57 น.
Counter : 31 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
<<< "พยายามลดละกิเลส ลดละความอยาก" >>>












“พยายามลดละกิเลส ลดละความอยาก”

ถาม : การที่เราเจออุปสรรคต่างๆ

ที่เกิดจากการกระทำของคนอื่น

 นั่นคือกรรมของเราที่เคยทำไว้ในอดีต

 หรือเป็นกรรมใหม่ของบุคคลนั้นที่กำลังทำครับ

พระอาจารย์ : อ๋อ มันเป็นได้หลายอย่าง

 มันก็เป็นเรื่องธรรมดา คนเราอยู่ด้วยกันในโลกนี้

มันก็บางทีก็มีขัดกันได้ แย่งกันแข่งขันกัน

มันก็ต้องมีการขัดขวางกันไปขัดขวางกันมา

 เป็นธรรมชาติของกิเลส ทุกคนอยากได้สิ่งเดียวกัน

 มันก็แย่งกันแข่งกันขวางกันไปขวางกันมา

 มันเป็นเรื่องของกิเลสที่เรามีมาตั้งแต่อดีต

ถ้าเราไม่มีกิเลสเราก็ไม่ต้องมาแย่งกับใคร

 เราก็หาของเรา ถ้าตรงนี้เขาแย่งกัน เราก็ไปหาที่อื่น

ถ้าได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถ้าเราไม่มีกิเลส

 เราก็ไม่ต้องมีอะไรเราก็อยู่ได้

ไม่ต้องไปแก่งแย่งชิงดีกับใคร

แต่ถ้าเรายังมีกิเลสยังมีความอยากอยู่

 เราก็ต้องไปแก่งแย่งชิงดีกับคนนั้นคนนี้

 เพราะฉะนั้นพยายามลดละกิเลส ลดละความอยากไป

 แล้วต่อไปเราจะไม่มีปัญหากับใคร.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.......................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๑









ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 16 มกราคม 2561
Last Update : 16 มกราคม 2561 10:38:46 น.
Counter : 27 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....