Group Blog
All Blog
<<< "โทษของการทำตามความอยาก" >>>











"โทษของการทำตามความอยาก"

รากเหง้าของกิเลสตัณหาก็คือความหลงนี่เอง

 ความหลงที่คิดว่าการทำตามความโลภความอยากนี้

 จะทำให้เรามีความสุขกัน

 เราเลยต้องถอนรากเหง้าของความโง่ด้วยปัญญา

ว่าการทำตามความอยาก ทำตามความโลภ

ความโกรธ ความหลงนี้

เป็นการสร้างความทุกข์ให้กับใจ

 ไม่ใช่เป็นการสร้างความสุขให้กับใจ

 การสร้างความสุข ให้กับใจก็คือ

การไม่ทำตามความโลภ

 ไม่ทำตามความอยากต่างๆ อันนี้เราต้องใช้ปัญญา

ถ้าเราอยากจะกำจัดกิเลสตัณหา

ให้มันตายอย่างถาวร

สมาธิหรือสตินี้กดเอาไว้เท่านั้นเอง

พอออกจากสมาธิมา พอปล่อยให้คิดปรุงเเต่งปั๊บ

มันก็จะคิดไปในทางกิเลสมันก็จะโผล่ขึ้นมาทันที

เดี๋ยวก็โลภอยากได้สิ่งนั้นอยากได้สิ่งนี้ขึ้นมา

 พอโลภปั๊บก็ต้องใช้ปัญญา

ว่าสิ่งที่ได้มามันเป็นทุกข์นะ

 เพราะว่ามันเปลี่ยนได้นะ วันนี้ตอนที่ได้มามันดี

 เดี๋ยวไม่กี่วันมันไม่ดีก็ได้นะ

 ของที่ซื้อมาใหม่ๆ มันก็ดี ใช้ไปไม่กี่วัน

เดี๋ยวมันเสียขึ้นมาก็ได้ พอเสียก็ใช้ไม่ได้

ก็ต้องมาปวดหัวกับการเอาไปซ่อม

บางทีซ่อมแล้ว ซ่อมกี่ครั้งมันก็ยังเสียอยู่นั่นแหละ

 ซ่อมแล้วกลับใช้ไม่ได้กี่วันก็เสียอีกแล้ว

อย่างนี้มันก็ปวดหัวแล้ว

แล้วถ้าหายไปหรือถ้าพังไปก็ยิ่งไปกันใหญ่

นี่คือวิธีใช้ปัญญาให้เห็นว่าของทุกอย่างมันไม่เที่ยง

 มันทำให้เราทุกข์ให้เราวุ่นวายใจ

 เพราะเราจะต้องคอยมาซ่อมมาดูแลรักษามัน

ต่อให้เราดูแลดีขนาดไหนสักวันหนึ่งมันก็ต้องพังไป

 หรือไม่สักวันหนึ่ง เราก็ต้องจากมันไป

นี่คือใช้ปัญญาเพื่อที่จะทำลายตัณหาความโลภ

 ความอยากต่างๆ ที่จะทำให้จิตใจของเรานั้นวุ่นวาย

ที่ทำให้เรา มาเกิดแก่เจ็บตายกัน

ก็คือความอยากต่างๆ นี่เอง

อยากในรูปเสียงกลิ่นรสอยากมีนั่นอยากมีนี่

 อยากเป็นนั่นอยากเป็นนี่

 อยากไม่ให้เป็นอย่างนั้นไม่ให้เป็นอย่างนี้

ความอยากต่างๆ เหล่านี้มันจะทำให้จิตของเรา

ต้องไปหา สิ่งต่างๆ มา การจะหาสิ่งต่างๆ ได้

ก็ต้องมีร่างกาย พอร่างกายนี้ไม่มี ร่างกายนี้ตายไป

 จิตก็ต้องไปหาร่างกายอันใหม่

จิตก็เลยไปเกิดใหม่ พอเกิดใหม่

ก็ต้องมาแก่ มาเจ็บ มาตายใหม่

 ต้องมาวุ่นวาย กับการเลี้ยงดู เลี้ยงปากเลี้ยงท้องกัน

 นี่คือโทษของการทำตามความอยากต่างๆ

 ให้เราเห็นว่ามันเป็นทุกข์ ไม่ใช่เป็นสุข

สุขก็คือให้อยู่เฉยๆ ให้ระงับดับความอยาก

 ระงับดับความโลภ พุทโธๆไป

พอใจสงบ ความโลภหายไป ใจก็เบาสบาย

 ถ้าเราไม่ทำตามความอยากไปเรื่อยๆ

ต่อไปความอยากมันก็หมดกำลัง

ถ้าเรารู้ว่ามันเป็นโทษเราจะไม่กล้าทำ

 ถ้าเรารู้ว่าสิ่งที่เราทำแล้วจะทำให้เราต้องทุกข์

 เราจะไม่ทำกัน.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.............................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๙







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 15 พฤษภาคม 2561
Last Update : 15 พฤษภาคม 2561 5:14:45 น.
Counter : 264 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ